Review Ultra N9 เครื่องดักฟังเสียงที่อยู่ได้นานถึง 5 วัน มีระบบโทรกลับเพื่อป้องกันตัวเอง

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวกันในครั้งนี้ของเราที่ 108plaza นี้นะครับ เป็นอีกหนึ่ง gadget ที่ต่อยอดมาจากรุ่นน้องที่ผมได้เคยทำการรีวิวกันไปแล้ว แต่ก็มีเพื่อนๆ บอกว่าอยากจะได้คุณสมบัติที่มันดีกว่า ทำงานได้เยอะกว่า อะไรแบบนี้นะครับ ซึ่งสินค้าที่เราจะมารีวิวกันก็คือ เครื่องดักฟังเสียงขนาดดเล็ก ใครที่ทำงานเป็นนักสืบ เป็นสายสืบ ต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ในการทำงาน ในการหาข้อมูล บางที่ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่ดี แล้วก็มีประสิทธิภภาพด้วยเนี่ยนะครับ ซึ่งตัวเครื่องดักฟังเสีย Ultra N9 เนี่ยก็สามารถทำงานได้ดีกว่า เครื่องดักฟังเสียงรุ่นน้องอย่างตัว N9 ที่ผมเคยรีวิวกันไปแล้วนะครับ ตัวนั้นจะสแตนบายต์อยู่ได้น้อยกว่ารุ่นพี่ตัวนี้ แล้วก็มีระบบดีกว่าตัวนี้ แต่รายละเอียดแบบเจาะลึกลงไปนั้นจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

   สำหรับตัวสินค้าที่เห็นอยู่ในรูปด้านบนและด้านล่างเนี่ยนะครับ ก็คือตัวเครื่องดักฟังเสียงแบบโทรกลับอัตโนมัติ Ultra N9 ซึ่งก็เป็นรุ่นพี่ใหญ่ของตัว N9 อย่างที่บอกไปนะครับ หลักการทำงานหลักๆ เนี่ยก็จะยังคงเดิมอยู่ ก็คือวิธีการใช้งานก็ต้องใช้ซิมการ์ดเป็นตัวช่วยในการสื่อสารนะครับ แล้วเราสามารถโทรเข้าไปที่เบอร์ในตัวเครื่องดักฟังเสียงตัวนี้เพื่อทำการดักฟังเสียงนั้นเองครับ นี่คือหลักการใช้งานโดยรวม ส่วนรายละเอียดใครที่มีเครื่องดักฟังเสียงตัวนี้อยู่แล้วเนี่ยนะครับ แล้วยังใช้งานไม่เป็นก็สามารถเข้าไปเปิดอ่านข้อมูลการใช้งานหรือว่าคู่มือการใช้งานที่มีมาให้ในกล่องได้เลย จะมีทั้งคู่มือที่เป็นภาษาไทยแล้วก็ภาษาอังกฤษเช่นกันนะครับ แล้วในกล่องที่ให้มาอีกก็จะเป็นตัวอุปกรณ์เสริมอย่างเช่น สายชาร์จพร้อมกับหัวชาร์จที่จะใช้ในการชาร์จกับไฟบ้านทั่วไปได้เลย ตัวเครื่องดักฟังเสียงแบบโทรกลับอัตโนมัติเครื่องนี้มีแบตเตอร์รี่ภายในเครื่องอยู่ที่ความจุ 1000 mAh เป็นแบตเตอร์รี่ก้อนค่อนข้างใหญ่นะครับ อยู่ได้นาน สามารถเปิดเครื่องพร้อมกับโทรเข้าไปฟังเสียงหรือดักฟังเสียงกันได้นานถึง 5 วันโดยที่ไม่ต้องชาร์จไฟนั้นเองครับ แต่เครื่องดักฟังเสียงตัวตัวนี้ไม่ช่องใส่ตัว micro sd card แต่อย่างใดนะครับ จะใช้การบันทึกเสียงเอาไว้ที่ปลายทางหรือว่าในโทรศัพท์ของเราแทนนั้นเอง จะมีระบบแค่การดักฟังเสียงเท่านั้นนะครับ ในกล่องก็จะมีมาให้แค่นี้เอง

   ทีนี้มาดูการใช้งานกันบ้างดีกว่าครับ เมื่อทำการชาร์จแบตเตอร์รี่เรียบร้อยแล้ว เราก็ใส่ซิมการ์ดเข้าไปครับ การใช้ซิมการ์ดนี้สามารถใส่เครือข่ายไหนเข้าไปก็ได้นะครับ แต่ควรที่จะเลือกใช้ระบบเติมเงินที่เป็นซิมเติมเงินแบบเติมครั้งเดียวใช้งานได้นานๆ ไปเลยนะครับ เพื่อป้องกันเวลาเราลืมเติมเงินต่อายุซิมการ์ด ถ้าซิมการ์ดดับ ไม่สามารถโทรเข้าไปหาเครื่องดักฟังได้ เก็ไม่สามารถดักฟังเสียงได้เช่นกันนะครับ ตัวซิมการ์ดเป็นแบบ micro sim นะครับ ก็จะมีรูปการใส่อยู่ตรงตัวเครื่องจะใส่ตามช่องได้พอดี ถ้าใส่ผิดจะใส่ไม่ลงล็อคนะครับ เมื่อใส่ซิมไปแล้วก็ปิดฝาให้เรียบร้อย จากนั้นจะเห็นว่ามีไฟสีแดงกระพริบๆ ขึ้นมา 3 ครั้ง นั้นแปลว่าตัวเครื่องเริ่มทำงาน สามารถโทรเข้าเพื่อทำการดักฟังเสียงได้แล้ว การทดสอบเครื่องดักฟังเสียงรุ่นพี่ ultra n9 ตัวนี้เราก็ทำเช่นกันกับตัว n9 นะครับ ก็คือเอาไว้ในห้องที่เปิดเสียงทีวีเอาไว้ แล้วก็ออกไปข้างนอกเพื่อลองโทรเข้าและดักฟังเสียงทีวีที่เปิดอยู่ด้านใน ก็ปรากฏว่าได้ยินเสียงชัดเจนดีกว่ารุ่น n9 ที่รีวิวไปแล้วเล้กน้อยครับ ใช้ความดังของเสียงทีวีเท่ากัน แล้วก็จุดที่วางเอาไว้ก็ห่างประมาณ 3 เมตรเท่ากัน จุดเดียวกัน แล้วเครื่องดักฟังเสียงตัวนี้เนี่ยนะครับ มีระบบป้องกันตัวเองในกรณีมีใครมายุ่งกับตัวเครื่อง ตัวเครื่องจะมีเซนเซอร์ที่วัดความดังของเสียง ณ ขณะนั้น ว่าเกิน 60 dB หรือเปล่า ถ้าเกินเครื่องดักฟังจะโทรกลับมาหาเราที่จะตั้งเบอร์เอาไว้ได้ทันทีเลย เพื่อทำให้เราทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องดักฟังเสียงของเราหรือเปล่า

   โดยสรุปแล้วเครื่องดักฟังเสียงที่มีระบบป้องกันตัวเองรุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ใครต้องการใช้งานอุปกรณ์ดีๆ แบบนี้ก็น่าจะเป็นอะไรที่คุ้มค่าสำหรับเงินที่จ่ายไปนะครับ ส่วนราคาเนี่ยต้องบอกว่ามีหลายร้านที่จำหน่ายอยู่รวมถึงแต่ละเว็บไซต์ที่ประกาศขายอยู่ก็มีราคาที่ไม่เท่ากันนะครับ ใครสนใจก็ลองเอาไปเปรียบเทียบกันดูได้

 

AuthorsRichbet99.com