Review JBL Flip 3 ลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ใหม่ล่าสุดของเทคโนโยลีแห่งเสียงในยุคนี้

 

ในกลุ่มของลำโพงแบบไร้สายในปัจจุบันที่มีอยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อที่ผลิตออกมาให้ได้เห็นแล้ว คงไม่ตื่นเต้นกันเท่าไหร่นักหากจะมีข่าวว่ามีรุ่นใหม่ผลิตขึ้นมาวางขายในตลาด เพราะส่วนมากผลิตออกมาเป็นระบบ Bluetooth กันหมด แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ถึงความแตกต่างของแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อคือหลายยี่ห้อเน้นมาทำลำโพงให้มีขนาดเล็กลงเหมาะสำหรับที่จะหยิบจับใส่ไปวางตรงไหนก็ได้โดยไม่รู้สึกว่าหนักหรือเกะกะ รวมถึงเอาไปใส่ในกระเป๋าเพื่อพกพาไปไหนมาไหนได้เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย ซึ่งสินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ ก็คือ ลำโพงแบบไร้สาย JBL Flip ที่เป็นอีก 1 รุ่น 1 ยี่ห้อ ที่เน้นการผลิตสินค้าให้เข้ากับยุคสมัย และมีความสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คงหมดยุคของลำโพงขนาดใหญ่ ๆ ที่มีน้ำหนักมาก ๆ และขนย้ายลำบากแล้ว ลำโพงจึงถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงพกพาสะดวก และให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า และไม่ต้องลำบากเรื่องการพกพาสายเสียบให้ยุ่งยาก เพราะปัจจุบันหันมาใช้ระบบไร้สาย โดยการเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth กันแล้ว

 

มาพูดถึง ลำโพงแบบไร้สาย JBL – Charge 2+ เป็นการต่อยอดของรุ่น Charge ที่ค่อย ๆพัฒนาดีขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ตัวเครื่องเป็นส่วนผสมระหว่างพลาสติกและยางและมีแผงด้านหน้าที่เป็นช่องลำโพงที่ลองเคา ะ ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นโลหะ สำหรับระบบเสียงก็ดีขึ้นเสียงจากเดิม ดูกระชับมากขึ้น ขนาดของลำโพงและรูปลักษณ์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงออกไปจากเดิมมากนัก ใช้แบตเตอรี่ในตัวเครื่องที่สามารถใช้ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย เช่นเดิมสามารถใช้ชาร์จ iPhone 6/6s ได้ 2 ครั้งเต็ม ๆ แล้วก็เหลือแบตเตอรี่อีกนิดหน่อยในตัวลำโพง ด้านเสียงของ JBL – Charge 2+ เทียบจากขนาดตัวก็ต้องบอกว่าให้เสียงต่ำ เสียงเบส ที่แน่นดีทีเดียว ความกังวานของเสียงเมื่อเปิดดังมากหน่อยถือว่าทำได้ดี รายละเอียดเสียงทำได้ดี สามารถเอามาต่อกับ iPad ดูหนังได้ด้วย เสียงเล็กเสียงน้อยในหนังก็ได้ยินชัดเจน ส่วนเวลาฟังเพลงก็ให้เสียงที่หนักแน่นดี จุดนี้อยู่ที่สไตล์แล้วค่ะว่าเราชอบฟังเสียงแบบไหน ถัดมา JBL – Flip 3 แค่เห็นสีสันของลำโพงที่ได้มาก็แบบว่าวัยรุ่นมากแล้ว สีลำโพงที่ได้มาเป็นสีชมพู ซึ่ง Flip 3 ก็มีสีอื่นให้เลือกอีกเหมือนกัน ตัวเครื่อง JBL – Flip 3 วัสดุที่เห็นเป็นตาข่าย ๆ เหมือนจะเป็นไนล่อนถักล้อมเอาไว้เกือบทั้งเครื่อง ส่วนที่เหลือจะเป็นยาง บริเวณที่ช่องชาร์จไฟทำมาเป็นฝาปิดแน่นหนาดีทีเดียว โดยบริเวณขอบ ๆ ช่องดังกล่าวก็จะมีซีลยางกันน้ำไว้ด้วย ปุ่มกดต่าง ๆ ของ BL- Flip 3 จะเป็นปุ่มนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย แต่ประเด็นคือปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องเวลาจะมองปุ่มก็เลยต้องมองยากซักนิดนึง สำหรับ JBL – Flip 3 มีแบตเตอรี่ในตัวก็จริง แต่ไม่ได้มีช่องให้เสียบสาย USB เพื่อไปชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นนะค่ะ จุดนี้ก็เลยทำให้น้ำหนักของ JBL – Flip 3 เบากว่า Charge 2+ พอสมควร ขนาดของ JBL – Flip 3 เอามาวางเทียบกับ Charge 2+ ก็จะเห็นว่าขนาดเล็กกว่านิดหน่อย เรื่องเสียงของ JBL – Flip 3 พอฟัง Charge 2+ มาก่อน แล้วมาฟังตัวนี้มันคนละแบบเลยทีเดียว โดยเสียงของ JBL – Flip 3 เสียงเบสจะบางกว่า Charge 2+ พอสมควร แนวเสียงก็เลยออกมาโปร่งโล่งกว่า ซึ่งตัวชอบเจ้า Charge 2+ กว่า แต่เพื่อนที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันก็กลับมาชอบ JBL – Flip 3 กว่านิดหน่อยต้องที่เสียงเบสไม่แน่นเกินไป คือเสียงเบสเสียงต่ำมีอยู่นะครับ แต่จะไม่แน่นไม่ลึกมากเท่าไหร่ บุคลิกเสียงของ JBL – Flip 3 เสียงจะแหลมกว่าแข็งกว่า Charge 2+ แบบชัดเจน ซึ่งถ้าเอามาฟังเดี่ยว ๆ ไม่มีตัวเปรียบเทียบก็จะไม่ได้รู้สึกอะไรมากก็จะเป็นประมาณว่า การใช้คุยโทรศัพท์ของลำโพงทั้ง 2 รุ่นอยู่ในระดับกลาง ๆ ซึ่งระยะจากลำโพงกับปากเราไม่ควรห่างกันมาก ระยะหวังผลไม่เกิน 30-50 เซนติเมตร โดยประมาณ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษก็คือ สามารถกันน้ำได้ JBL – Flip 3 ในจุดนี้กรณีเกิดอุบัติเหตุทำตกน้ำจริง ๆ ก็อย่ารีบนำสายชาร์จมาเสียบชาร์จไฟให้ตัวลำโพง แล้วก็อย่าเพิ่งใช้ช่อง USB เสียบชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่น เพราะถ้าโชคไม่ดีก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้อุปกรณ์ของเราเสียหายได้ ถ้าโดนน้ำเยอะ ก็ควรนำไปเช็ดแล้วพึ่งตากแห้งซักพัก ก็สามารถนำมาใช้งานได้ปกติแล้ว

 

ถือเป็นลำโพง Bluetooth ขนาดเล็กที่ทำมาได้ดี ถ้าชอบเสียงไม่หนักมากสีลำโพงสวย ๆ เลือก JBL – Flip 3 ยี่ห้อนี้เลย มันโอเคมาก สำหรับการเลือกซื้อสินค้าอินเทรนด์ ที่ได้นำมารีวิวให้ได้ทราบกันในวันนี้ ก็มีวางขายตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีทั่วไป หรือร้านชั้นนำ ทั่วประเทศ