REVIEW I-RD(RED) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆวันนี้เราจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เอาใจคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ย้ำ!!!นะคะว่าสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่สำหรับผู้หญิงก็สามารถอ่านเพื่อเป็นข้อมูลและนำไปใช้กับคนรักได้เช่นกันนะคะเพราะในปัจจุบันนี้ผู้ชายทั้งหลายดูมีสุขภาพที่แก่เกินกว่าวัยมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดจาก การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเครียดจากการทำงาน ปัญหาด้านการเงิน หรือปัญหาครอบครัวเป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆที่ผู้ชายสามารถแก้ไขได้อยู่แล้วแต่มันก็สามารถทำให้ครอบครัวแตกแยกได้เช่นกัน เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากจะมีสามีหรือแฟนที่ดูเท่ห์ สมาร์ท ดูมีสุขภาพที่ดี ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องของความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง และก็คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องการอยากจะมีสามีหรือแฟนที่ดูโทรม ดูแล้วแก่กว่าวัยไปไหนมาไหนด้วยกันคนอื่นนึกว่าพ่อมันก็คงจะไม่ใช่แน่นอน เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายจึงต้องหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจังกันได้แล้วถ้าไม่อยากจะเป็นโสดไปตลอดชีวิต ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าผู้ชายในปัจจุบันนี้หันมาดูแลและสนใจสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ทั้งการเข้ายิม เข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย กินอาหารเสริม ซึ่งการกินอาหารเสริมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ถ้าเรากินอาหารเสริมควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วยมันก็จะเห็นผลเร็วขึ้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำอาหารเสริมสำหรับผู้ชายหนึ่งตัวที่จะเปลี่ยนชีวิตและสุขภาพของคุณให้ดูดีขึ้นในพริบตานั่นคือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก I-RD(RED)

 

   I-RD(RED) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อุดมไปด้วยสารตั้งต้นที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการผลิตฮอร์โมนในเพศชาย อีกทั้งในผลิตภัณฑ์นี้ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่จะนำไปช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกายที่เริ่มเสื่อมลงตามกาลเวลาและเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นหมายถึงเซลล์ต่างๆก็จะได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นด้วยและจะทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเข้าไปช่วยกระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม นอกจากนี้ I-RD(RED) ยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทำให้เราไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจึงส่งผลให้งานของเราดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพ

   สรรพคุณและคุณประโยชน์ที่สำคัญของ I-RD(RED)คือช่วยเพิ่มปริมาณเทสโทสเตอร์โรนในร่างกายทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในระดับปกติ ลดความเหนื่อยล้าของร่างกายจากการทำงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน เพิ่มความสดชื่นในระหว่างวันทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะทำงาน ผิวพรรณสดใสดูเปล่งปลั่งดูมีออร่าเพราะปกติในผู้ชายเราจะพบได้น้อยมากสำหรับคนที่มีผิวพรรณที่ดี ลดอาการผมร่วงและที่สำคัญที่ผู้ชายทุกคนต้องการคือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศกระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายให้ดีขึ้น

 

   วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม I-RD(RED)

ใน I-RD(RED) 1กล่อง จะมีอยู่ทั้งหมด 30 ซอง รับประทานวันละ 1ซอง ชงผสมกับน้ำเย็น 300-400cc หรือเท่ากับน้ำเปล่าขวดละ 7 บาทหนึ่งขวด เขย่าให้อาหารเสริมนี้ผสมกับน้ำจนละลาย รับประทานตอนท้องว่างจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก็ได้ หากในวันนั้นมีการออกกำลังกายให้เปลี่ยนไปรับประทานในช่วงที่ออกกำลังกายแทน ในการรับประทานเราต้องค่อยๆดื่มเหมือนกินน้ำเปล่าตามปกติ ไม่ควรรับประทานทีเดียวหมดเพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมไม่ทัน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนเราควรจะรับประทานต่อเนื่องไปอย่างน้อย 1-3เดือน แต่ในหนึ่งซองนั้นเราก็ควรจะดื่มให้หมด ไม่ควรนำกลับไปแช่ตู้เย็นไว้ดื่มในวันถัดไป เพราะ1กล่องมี 30ซองเราก็จะรับประทานได้เป็นเวลา 1เดือนพอดี I-RD(RED) 1กล่อง จะจำหน่ายอยู่ที่กล่องละประมาณ 2xxxบาท เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังพบเจอกับปัญหาสุขภาพอยู่ก็ควรจะไปหามารับประทานกันได้แล้วค่ะ ส่วนผู้หญิงที่คิดว่าสามีหรือแฟนของตัวเองก็กำลังมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่เหมือนกันก็ควรจะหาซื้อไปให้สามีหรือแฟนทานได้นะคะ เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาเตียงหักจากการไม่ทำการบ้านของคุณผู้ชายพบเจอได้เยอะมาก สาวๆจึงต้องตกเป็นแม่ม่ายเต็มไปหมด บางคนถึงต้องหันไปเล่นของเล่นจากประเทศญี่ปุ่นดังนั้นถ้าคุณผู้ชายยังรักและสงสารคนรักของตัวเองก็จะต้องให้มาดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้นนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพอย่างเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาวไม่ต้องมาเป็นคนโสดกัน การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นคนมีคู่จึงต้องเข้าใจกันในทุกๆเรื่องเพื่อชีวิตคู่ที่ดีต่อไปในอนาคตค่ะ

รีวิวลำโพงบลูทูธขนาดจิ๋ว Smart box 3in1 ฟังเพลงได้ กดชัตเตอร์บลูทูธในสมาร์ทโฟนได้ รับสายเรียกเข้าได้

 

   108plaza ก็มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกเช่นเคย โดยสินค้าที่นำมาในตอนนี้เป็นลำโพงบลูทูธ หรือ ลำโพงแบบพกพา ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่งที่ปล่อยบลูทูธได้ พร้อมกับสามารถเชื่อมต่อกับ device อื่นๆ อีกมากมาย ไมว่าจะเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพา คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ที่มีบลูทูธก็สามารถเชื่อมต่อได้หมดเลย แต่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนนั่นเอง เพราะจะสามารถใช้ได้หลากหลายฟี่เจอร์มาก ต่างจากลำโพงพกพาทั่วไป แต่จะเป็นรุ่นไหน ดีไซน์อย่างไร ไปติดตามรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   นี่คือ Smart box 3in1 speaker Bluetooth ถือได้ว่าเป็นลำโพงบลูทูธที่มีขนาดเล็กมากๆ เล็กจนเทียบเท่ากับเหรียญ 10 บาทได้เลย สามารถที่จะเอาห้อยไว้กับสมาร์ทโฟน กลายเป็นพวงกุญแจหรือกลายเป็นของเล่นอีกชิ้นหนึ่งได้เลย แต่ข้อแนะนำคือ ระวังมันหายเพราะมันมีขนาดที่เล็กมากเลยทีเดียว

   เริ่มต้นแกะกล่องมาตรวจสอบกันสิว่า ภายในกล่องของลำโพงบลูทูธ smart box ตัวนี้มีอะไรให้มาบ้าง เปิดกล่องออกมาก็จะมีตัวลำโพง พร้อมกับมีสายห้อยที่จะเอาไว้คล้องกับตัวลำโพงและก็ห้อยกับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่มีรูปห้อยสายได้ด้วย แต่ถ้าสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่มีรูห้อยสาย ก็จะมีตัวเสียบที่ช่องเสียบหูฟังมาให้ ก็สามารถเสียบได้ที่ช่องหูฟัง 3.5 ของสมาร์ทโฟน มันก็จะห้อยได้ไม่หลุด แต่ถ้าใครที่ใช้ iPhone 7 ก็ต้องถือว่าไม่มีที่เสียบเพราะไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 ก็อาจจะต้องไปหาพวงกุญแจมาใช้ห้อยแทนก็ได้ และ ภายในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นเล่มเล็กๆ ข้างในเป็นภาษาอังกฤษมาให้ได้ศึกษาการใช้งานกันด้วย แต่เชื่อว่าส่วนมากใช้งานกันได้อยู่แล้ว

   สำหรับลำโพงบลูทูธ smart box 3in1 รุ่นนี้เปิดตัวมาด้วยกันให้เลือกซื้อ เลือกใช้งาน 4 สี ก็จะมีสีขาว สีฟ้า สีชมพู และสีเขียว ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลยก็ตรงตามรุ่น ก็คือ 3in1 ฟังก์ชั่นแรกเลย ก็จะสามารถกลายเป็นลำโพงบลูทูธได้ ก็อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นว่า สามารถเชื่อมต่อกับทุกๆ device ได้ถ้าหากว่ามีบลูทูธ ฟังก์ชั่นถัดมา ก็คือ สามารถที่จะกลายเป็นปุ่มกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปในสมาร์ทโฟนได้ ส่วนของฟังก์ชั่นสุดท้าย ลำโพงรุ่นนี้จะสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งตัวลำโพงเองจะมีไมค์โครโฟนติดมาด้วย แต่ข้อดีของลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นลำโพงพกพาอีกหนึ่งตัวที่มีความสะดวกมากๆ เลย พกพาใส่กระเป๋ากางเกง ใส่กระเป๋าเสื้อไปได้เลย มีน้ำหนักเพียงแค่ 20 กรัม เท่านั้นเอง ในส่วนของฟังก์ชั่นการกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์นั้น ก็สามารถกดได้ที่ปุ่มเพาเวอร์ โดยจะมีวิธีการใช้งานง่ายๆ โดยจะกดปุ่มเพาเวอร์ 1 ครั้ง จะเป็นการกดรับสายเรียกเข้าเพื่อพูดคุย แต่ถ้าไม่ต้องการที่จะกดรับสายเรียกเข้า ก็สามารถที่จะกดวางสายได้โดยการกดปุ่มเพาเวอร์ค้างเอาไว้ จะกลายเป็นการวางสายทันที

   ในส่วนของการใช้งานเพื่อเชื่อมต่อบลูทูธที่ตัวลำโพงเองเพื่อ connect กับอุปกรณ์ device ต่างๆ นั้นก็ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มเพาเวอร์ตรงกลางค้างไว้เพื่อเปิดตัวเครื่องขึ้นมา สังเกตว่าจะมีไฟสีฟ้ากระพริบๆ ขึ้นมา นั่นหมายความว่ากำลังรอการเชื่อมต่อ จากนั้น ก็เข้าไปค้นหาบลูทูธที่ในตัวสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่ต้องการจะเชื่อมต่อ แล้วก็ทำการเชื่อมต่อกัน เมื่อเชื่อมต่อกันได้ทั้งคู่แล้ว จะมีไฟสีฟ้าติดค้างพร้อมกับมีเสียงเตือนที่ตัวลำโพง นั่นหมายความว่า มันสามารถที่จะเชื่อมต่อและพร้อมใช้งานกันได้แล้ว

   สำหรับฟังก์ชั่นเด่นๆ เลยที่สาวๆ น่าจะชอบในลำโพงบลูทูธ smart box รุ่นนี้ก็คงเป็นการรองรับโหมดกล้องพื้นฐานและแอปกล้องยอดนิยมอย่าง 360 camera ด้วย ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าถ้าได้เชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนแล้วจะกลายเป็นปุ่มกดชัติเตอร์ได้ด้วย ก็ถือว่าเมื่อทดสอบใช้งานก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือ เหมาะสำหรับคนที่ชอขี้ลืมมือถือ ถ้าเชื่อมต่อบลูทูธไว้แล้ว เมื่อตัวลำโพงห่างจากมือถือประมาณ 8 เมตร ที่ตัวลำโพงเองจะมีเสียงร้องเตือนขึ้นมา ส่วนของการเปิดเพลงและคุณภาพเสียงนั้น ก็ถือว่าเป็นเสียงในโทนกลางแหลม มีมิติเสียงทุ้มนิดๆ แต่ความดังถือว่าเกินตัว มีความดังที่ดังใช้ได้เลยทีเดียว ใครที่สนใจในฟังก์ชั่นการใช้งานและเรื่องของคุณภาพเสียงก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าไอทีทั่วไปหรือร้านค้าออนไลน์ได้ทั่วไปเช่นเดียวกัน

รีวิวหูฟังที่มีรุ่นเดียวในแบรนด์ Oriveti รุ่น Primacy รุ่นเดียว ตัวเดียว พลังเสียงมาเต็มคู่เดียวจริงๆ

 

   Oriveti ใครเคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้บ้าง แล้วใครเคยได้นำเอาสินค้าของแบรนด์นี้มาลองใช้กันบ้าง แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะลองของใหม่ อยากจะได้ของใหม่ที่ทั้งบริษัทผู้ผลิต ผลิตหูฟังรุ่นเดียวเท่านั้นที่ออกมาวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ ไม่ต้องได้เลือกรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก รุ่นกลาง เพราะมีรุ่นเดียวเท่านั้น เป็นแบรนด์ที่ผลิตหูฟังแบบ in-ear นั้นเอง มันจะดีอย่างไร แล้วมันน่าสนใจแค่ไหน กับ gadget สินค้าอินเทรนด์เพียงแค่รุ่นเดียวของบริษัทอย่าง Oriveti Primacy

   Oriveti ก็เป็นชื่อแบรนด์น้องใหม่ในวงการหูฟังเลยก็ว่าได้ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในอังกฤษ สาเหตุที่แอดมินได้นำมารีวิวก็เพราะว่ามันมีความน่าสนใจอยู่ที่เป็นแบรนด์มาจากเมืองผู้ดี แต่ตัวหูฟังจริงๆ ก็สั่งผลิตในจีน แต่ถามว่าคุณภาพดีไหม เดี่ยวเรามารีวิวกัน มาดูเรื่องของตัวแพ็คเกจ ตัวบรรจุภัณฑ์แล้วก็รายละเอียดปลีกย่อยกันก่อนเลย การดีไซน์ตัวกล่องนั้นดูเรียบหรู เป็นกล่องสีดำ มีโครงสร้างของ่ตัวหูฟังด้านในบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องครบเลย เปิดกล่องออกมาจะมีตัวหูฟังที่ถูกล็อคอยู่ในโมดุลอย่างดีเลย เปิดกล่องอีกชั้นจะมีเคสหรือมีซองใส่หูฟังที่เป็นอะลูมีเนี่ยมอย่างดีเลย แถมมาให้ได้ใช้ใส่หูฟังไปตามที่ต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ไปพันกับสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในกระเป่าของเรา ถือว่าเป็นเคสหรือเป็นกล่องใส่หูฟังที่ค่อนข้างจะพรีเมี่ยมเลย ดูดีไม่ขี้เหร่เลยว่างั้น ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟัง สามารถมองหารุ่นนี้ได้เลย เพราะทั้งบริษัทที่ผลิตออกมา มีรุ่นเดียวเท่านั้นเอง ณ ตอนนี้เนี่ยนะครับ ถัดมาก็จะมีที่คล้องหู สำหรับใครที่ใส่หูฟังแบบ อินเอียร์ แล้วหูฟังหลุด เดินไปเดินมาแล้วหลุด ก็จะมีที่คล้องหูมาให้ด้วย เอาไว้คล้องด้านข้างใบหูนั้นเอง ก็จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถัดมาอีกหนึ่งอย่างที่แถมมาก็คือ ตัวแจ็คแปลงจากแจ็ค 3.5 ให้กลายเป็นแจ็คใหญ่แบบ 6.3 มม. ที่จะต้องใช้กับเครื่องเสียงใหญ่ เครื่องเสียงในบ้านอะไรแบบนี้ หรือ ใครที่เป็น sound engineer หรือเป็นนักดนตรี ไม่อยากจะยุ่งยากฟังเสียงจากลำโพงใหญ่ ก็ใช้หูฟังคู่นี้เสียบฟังเพลงได้เลย แล้วก็มีแจ็คแบบที่ใช้สำหรับฟังเพลงบนเครื่องบนที่เป็นแจ็คเฉพาะก็มีแถมมาให้ในกล่องด้วย ถัดมาที่ขาดไม่ได้ ที่ต้องให้มาในตัวกล่อง ก็คือ หูฟังแบบ in-ear ก็ต้องมีจุกหูฟังด้วย มีให้มาหลายแบบ หลายขนาดด้วยกัน มีทั้งหมด 5 ไซต์ จากเล็กไปถึงใหญ่ที่สุด ส่วนมากคนไทยเราก็จะใช้ไซต์เล็กและไซต์กลางเป็นหลัก ก็จะมีจุกยางแบบลัฟเบอร์ ที่จะให้มิติเสียงที่มีความใสเป็นพิเศษ แล้วก็จะทำให้การบาลานช์ของเสียงที่ได้ยินออกมานั้นดีด้วย แล้วก็จะมีจุกหูฟังแบบที่สอง ก็คือแบบ โฟม ตรงนี้เนี่ยจะให้มาในกลุ่มที่เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยม หูฟังแบบ Hi-end เลย ในแบรนด์นี้ก็ให้มาด้วย ข้อดีของจุกหูฟังแบบโฟมนั้น จะทำให้การสวมหูฟังดูนุ่ม เบาสบาย ซึ่งการเลือกใช้จุกโฟมก็จะได้เสียงที่นุ่ม มีความทุ้มของเสียงเบสเข้ามาช่วยได้เยอะขึ้น แต่ข้อเสียของจุกโฟมก็จะมีอายุการใช้งานที่น้อย ใช้ได้แค่ 1-2 เดือนก็จะชำรุดไปแล้ว แล้วก็ใครที่มีหูเล็ก จะใช้จุกโฟมไม่ค่อยได้ อุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวเครื่องเนี่ย ก็มีแถมมาให้ครบถ้วยถูกบรรจุอยู่ในกล่อง

   มาดูที่สเปคของตัวหูฟังกันต่อเลย มาพร้อมกับไดเวอร์ขนาด ข้างละ 8.6 มม. Dual Arrnature , body Aluminium ต้องบอกเลยว่าบอดี้และวัสดุที่นำมาทำหูฟัง คุณภาพพรีเมี่ยมดีเลยทีเดียว แล้วกรณีที่ใช้ไปนานๆ สายขาดข้างใน หรือสายหูฟังชำรุด สามารถถอดเปลี่ยนได้ เป็นสายที่เป็นขั้วแบบ mmcx ที่กำลังนิยมใช้กับในกลุ่มหูฟังอยู่ในขณะนี้

   เรื่องสุดท้ายที่เราต้องรีวิวหูฟัง Oriveti Primacy ที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียง บุคลิกเสียงที่ได้จากการทดสอบใช้งานมาประมาณ 3 สัปดาห์ ต้องบอกเลยว่าเป็นหูฟังแบบไฮบริจด์ คือมีระบบไดเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่ มันจึงมีพลังเสียงที่ครบถ้วน แล้วก็ค่อนข้างจัดจ้าน ฟังสนุก เน้นแนวเพลงแบบสนุกๆ ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟังจะรู้ดีว่าหูฟังแบบไฮบริจด์ทั่วไป เสียงจะไปคนละแนว คือเป็นเทคโนโลยีใหม่ของวงการหูฟังตอนนี้ที่หลายแบรนด์ก็ยังทำมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอเป็น Oriveti รุ่นนี้รุ่นเดียวในแบรนด์ ถือว่าเยี่ยมยอด ต้องบอกอย่างนี้เลย สุดท้ายแล้วถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากรู้ว่าเยี่ยมยอดอย่างไรต้องไปหาฟังด้วยหูของตัวเองจะดีที่สุด

มาหาหูฟังที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงกับ Beats กันดีกว่า

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค่ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยจริงๆใช่ไหมค่ะใครที่จะออกไปข้างนอกในช่วงนี้ก็อย่าลืมที่จะพกร่มติดกระเป๋าไว้นะค่ะ เพราะไม่รู้ฝนจะตกมาในช่วงไหน มีร่มพกติดกระเป๋าไว้ก่อนดีที่สุดค่ะกันไว้ก่อนกันค่ะ ตกลงมาอย่างน้อยก็ยังมีร่มให้กางนั้นเองค่ะ นอกเรื่องไปนานแล้วเรากลับมาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ เพื่อนมาเจอกันแบบนี้ก็แน่นอนใช่ไหมค่ะว่าเราจะต้องมีอะไรใหม่ๆมาแนะนำให้ได้รู้จักอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งช่วงนี้เรามักจะเอาเรื่องของหูฟังมาแนะนำและวันนี้ก็เช่นกันค่ะ สินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ก็ยังคงเป็นในเรื่องของหูฟังเหมือนเช่นเคยค่ะ ที่เรายังคงอยู่กับเรื่องของหูฟังนั้นก็เพราะว่าปัจจุบันนี้มีการผลิตหูฟังออกมามากมายหลากหลายรุ่นนั้นเอง และแต่ละรุ่นก็ถือได้ว่าได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจอยู่แล้วนั้นเอง จึงไม่ใช้เรื่องที่แปลกเลยค่ะที่หูฟันจะเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และเราก็มีรุ่นใหม่ๆมาแนะนำเพื่อนๆอยู่เสมอนั้นเองค่ะ หูฟังที่เราจะมาพูดถึงเป็นหูฟังของ Beats ซึ่งก็มีหลายรุ่นด้วยกันใช่ไหมค่ะ แต่สำหรับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงรุ่น Studio ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่วัยรุ่นนิยมกันเป็นอย่างมากค่ะ อาจจะเนื่องด้วยการออกแบบดีไซน์ของหูฟังด้วยที่ทำให้ได้รับความสนใจในกลุ่มของวัยรุ่นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับหูฟังรุ่นนี้กันค่ะ

Beats รุ่น Studio เป็นการต่อยอดหูฟังมาจากรุ่นเก่าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนสามารถที่สะท้อนให้เป็นเอกลักษณ์ความเป็น Beats ได้อย่างดีที่สุด สำหรับการออกแบบใหม่นี้ทั้งในรูปลักษณ์และคุณภาพของเสียงนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบหูฟังให้มีลักษณะของความโฉบเฉี่ยวจากการใช้เส้นโค้งแบบปราดเปรียวและมีความเงา ทำให้หูฟังรุ่นนี้ดูคล้ายกับรถสปอร์ตหรู ในส่วนของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตหูฟังนั้นผลิตมาจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานต่อการโค้งงอได้ดี สามารถที่จะสวมใส่ได้อย่างสบายทั้งวันได้ และยังมีการใส่เทคโนโลยีของการตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC ( Adaptive Noise Canceling ) ที่ทำให้ New Beats Studio มีความพร้อมที่จะมอบความบันเทิงในรูปแบบต่างๆให้กับเราได้ในทุกๆสภาพแวดล้อมค่ะ ไม่เพียงแต่จะมีการใช้วัสดุที่มีคุณภาพและการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยวแล้วนั้น หูฟังรุ่นนี้ยังมีการออกแบบให้แนวเสียงของหูฟังร่วมกันของผูใช้งานเป็นหลักจากผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลงไม่ว่าจะเป็นแนว Rock,Hiphop,Pop,Electronic และ R&B ซึ่งการออกแบบจะคำนึงถึงการรับฟังของผู้ใช้งานเป็นหลักจะเป็นการมอบประสบการณ์ต่างๆ สามารถที่จะถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้และสื่อสารออกมาได้มากที่สุด เราสามารถที่จะฟังดนตรีในแบบเดียวกับที่นักดนตรีต้องการจะสื่อสารออกมา ไม่เพียงเท่านั้นค่ะยังมีคุณสมบัติคือ มีระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือเสียงรบกวนรอบข้าง Noise Canceling มีฟองน้ำสำหรับรองหูอยู่ตรงหูฟัง Beats รุ่น Studio เป็นหูฟังแบบครอบศีรษะ ในส่วนของแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานอย่างต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง ที่สำคัญ Beats รุ่น Studio มีรีโมทคอนโทรลและไมค์ที่ใช้สำหรับการสนทนาอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะใช้ฟังเพลงได้แล้งหูฟัง Beats รุ่น Studio ยังสามารถที่จะใช้พูดคุยได้อีกด้วย หูฟังสามารถพับเก็บได้ สะดวกสบายต่อการพกพา มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC ซึ่งจะเป็นการช่วยบาลานซ์เสียงเพลงและเสียงจากภายนอกให้สามารถอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการฟังเพลง ทำให้เราสามารถที่จะฟังเพลงได้อย่างมีความสุข นอกจกจะเป็นในเรื่องของคุณภาพเสียงแล้ว Beats รุ่น Studio ยังมีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีน้ำหนักที่เบา เพี่อความสะดวกสบายในการพกพาสามารถที่จะพับเก็บได้อีกด้วยค่ะ

เชื่อได้ว่าหูฟังรุ่นนี้น่าจะถูกใจเพื่อนๆหลายๆคนอย่างแน่นอนใช่ไหมค่ะ สำหรับเราแล้วคิดว่าเป็นหูฟังที่มีความน่าสนใจในหลายๆเรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรูปทรงภายนอกที่มีการออกแบบดีไซน์ที่มีความทันสมัย ดูสวยงามน่าพกพาและยังสามารถที่จะพับเก็บได้อีกด้วยในส่วนนี้ถือได้ว่ามีการออกแบบมาได้ดีค่ะ นอกจากนั้นในเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิตก็ถือได้ว่ามีความคงทนในการใช้งานและมีการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยนั้นเองค่ะ เพื่อนสามารถที่จะไปดูของจริงได้และอาจจะหลงรักแล้วเสียเงินซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอนค่ะ

 

Review JBL EON208P Personal PA ลำโพงกลางแจ้งแบบพกพา เพาเวอร์แอมป์แบะมิกเซอร์ในตัวพร้อม woofer 8 inch

 

   JBL EON208P Personal PA System Portable Design เป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่เน้นการใช้งานแบบ PA ที่พกพาง่าย สะดวก เพียงแค่หิ้วไปแค่มือเดียว สามารถใช้งานได้ทั้งเปิดเพลง บรรยาย งานพรีเซ้นท์ต่างๆ ได้แบบง่ายๆ ด้วยดอกลำโพง woofer ขนาด 8 นิ้ว พร้อมกับมีเพาเวอร์แอมป์ในตัว พร้อมกับมีมิกเซอร์ให้ปรับแต่งเสียงแบบบิ้วอินมาให้ด้วยเช่นเดียวกัน พูดง่ายๆ ว่าเป็น All in one speaker PA กันเลยทีเดียว แต่รายละเอียดของลำโพงตัวนี้มีอีกมาก ไปรีวิวพร้อมๆ กันเลย

เมื่อเข้ามาเจาะลึกถึงฟี่เจอร์การใช้งานของลำโพงรุ่นนี้แล้ว จุดเด่นอย่างแรกเลยก็คือ มันเป็นลำโพงที่สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านบลูทูธได้ด้วย พูดง่ายๆ ว่านี่คือลำโพงบลูทูธตัวหนึ่งก็ว่าได้ แต่ฟี่เจอร์อื่นๆ รวมไปถึงสเปคอื่นๆ ก็มีเช่นเดียวกัน เริ่มต้นด้วยภายในตู้ลำโพงนั้นมีดอกลำโพงที่เป็น woofer ที่ให้ทั้งเสียงทุ้ม เสียงกลาง ขนาด 8 นิ้วจำนวน 2 ตัว พร้อมทั้งมีดอกลำโพงที่ให้เสียงแหลมหรือ twitter ให้มาอีก 1 คู่ด้วย ด้านหลังก็ยังมีมิกเซอร์แบบบิ้วอินมาให้ถึง 8 channel อีกด้วย ส่วนของกำลังขับนั้น อยู่ที่ข้างละ 150wrms รวมกันก็เป็น 300wrms ซึ่งแน่นอนว่าพลังเสียงนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ใช้ในงานกลางแจ้งได้เลย ถัดมาอีกหนึ่งฟี่เจอร์ของลำโพงรุ่นนี้ก๕อ Pole Mount Socket ก็หมายความว่า ลำโพงตัวนี้สามารถที่จะเสียบขาตั้งลำโพงหรือเสียบเสาได้ ถ้าจะให้การใช้งานดูดี มีความสมบูรณ์ของเสียงที่ดังไกลขึ้น ก็ซื้อเสาหรือขาตั้งลำโพงแยกมาใช้งานได้เลย แล้วที่เด็ดไปกว่านั้น ตรงบริเวณด้านหลังลำโพง จะมีช่องเก็บของเล็กๆ สามารถที่จะเก็บพวกสายไฟ ปลั๊กไฟ และ ไมค์โครโฟนได้ด้วยเลย แต่รุ่นนี้ก็พิเศษไปกว่านั้นก็คือ จะแถมไมค์โครโฟนมาให้ด้วยเลย 1 ตัวอยู่ที่ช่องเก็บของด้านหลัง ก็เรียกได้ว่าครบครันตั้งแต่แกะกล่องมาเลย ดังนั้น ถ้าหากถามว่า ลำโพงรุ่นนี้เหมาะกับใครบ้าง เหมาะกับการใช้งานแบบไหน ก็พูดได้เลยว่า ใครที่เป็นพวก MC จัดแสดงสินค้า ออกบูธต่างๆ รวมไปถึงนักดนตรีที่อยากจะไปเปิดหมวกตามที่ต่างๆ แบบง่ายๆ ใช้ลำโพงรุ่นนี้ได้เลย หรือ จะเป็นในกลุ่มของอาจารย์ ที่ต้องสอนนักเรียน นักศึกษาห้องใหญ่ๆ ต้องใช้เครื่องเสียง ก็แบบนี้ถือว่าง่ายและสะดวกอีกด้วย เท่านี้ยังไม่พอ สำหรับกลุ่ม sound engineer ที่ใช้ในงานดนตรี PA ต่างๆ ก็สามารถใช้ลำโพงรุ่นนี้เป็นตู้มอนิเตอร์เสียงบนเวทีได้ด้วย

   ในส่วนของการใช้งานต่างๆ ตรงมิกเซอร์ด้านหลังตัวลำโพงนั้น เริ่ตั้งแต่การมีช่องให้เชื่อมต่อถึง 8 ชาแนล ก็จะแบ่งได้เป็น 4 ชาแนลแรก จะเป็นช่องเสียได้ทั้ง XLR , แจ็ค Phone ทั่วไป ที่เป็นสายไมค์โครโฟนหรือสายสัญญาณต่างๆ ที่นิยมใช้กันเป็นแบบ TRS Balance ด้วย โดยแต่ละช่องแต่ละชาแนลนั้น สามารถที่จะปรับ EQ เสียงทุ้ม เสียงกลาง เสียงแหลมได้ด้วย พร้อมทั้งมีเอฟเฟคเข้ามาช่วยเป็นเอฟเฟคในตัวเลย ไม่ต้องไปหาเอฟเฟคนอกมาต่อให้ยุ่งยาก ส่วนของชาแนลที่ 5 และ 6 จะเป็นช่องเสียบแบบ สเตอริโอ ที่เอาไว้เสียบกับแจ็ค TRS Balance ทั่วไปได้ หรือ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นแจ็คแบบ RCA สีขาว สีแดง ที่ใช้กันทั่วไป ถัดมาในส่วนของชาแนลที่ 7 และ 8 นั้นจะเป็นช่องเสียบแบบ 3.5 มม. ที่ให้กันทั่วไปในกลุ่มของสมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงเล็กๆ แบบนี้เชื่อมต่อได้สะดวกเลย ไม่ต้องไปพกเครื่องเล่นซีดีใหญ่ๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว และ อีกหนึ่งชาแนลที่เพิ่มขึ้นมาพิเศษแยกต่างหากเลย ที่ไม่เกี่ยวกับ 8 ชาแนลที่กล่าวมาก็คือ ช่องที่ pair Bluetooth นั่นเอง ก็มีปุ่มควบคุม volume มาให้พร้อมเลย ถือว่ามีมิกเซอร์ขนาดเล็ก มาให้ในตัวลำโพงเลย ง่ายๆ เพียงตัวเดียว ถัดมาอีกหนึ่งส่วนก็คือ จะมีช่องเสียบ monitor out ให้ด้วย พร้อมทั้งมีช่องเสียบหูฟังและปุ่มควบคุมความดังมาให้พร้อม และ นอกจากนั้น เนื่องจากลำโพงรุ่นนี้ไม่ใช่ตู้เบสหรือ subwoofer ดังนั้น บางท่านอาจจะอยากได้เสียงเบสที่แน่นๆ กว่านี้ ก็จะมีช่อง subwoofer output มาให้เสียงเชื่อมต่อกับตู้เบสได้อีกด้วย

   ก็ต้องยอมรับเลยว่าลำโพงบลูทูธหรือลำโพง PA All in one จาก JBL รุ่นนี้มันมีฟี่เจอร์มาให้ใช้งานได้ครบครันจริงๆ หลังจากที่ได้ทดสอบทั้งเปิดเพลงและก็ใช้ไมค์โครโฟน ก็ต้องพูดอีกแหละครับว่า มันเป็นลำโพงที่เหมาะทั้งพูด และ ร้องเพลงได้เลย ใครที่อยากจะหาตู้ลำโพงแบบง่ายๆ มาร้องคาราโอเกะที่บ้านก็ไปหาทดสอบใช้งานกันได้จริงๆ ตามร้านค้าชั้นนำและตัวแทนจำหน่ายทั่วไปกันได้เลย

ดีไซน์ที่ลงตัวของ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี้เรามาเจอกันเหมือนเคยก่อนอื่นต้องมาพูดถึงช่วงนี้อากาศมาการเปลี่ยนแปลงบ่อยยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค่ะ เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะสำหรับบทความในวันนี้เรายังคงจะมาพูดกันถึงเรื่องของสินค้าอินเทรนด์กันเหมือนเคยค่ะ ซึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ยังเป็นในเรื่องของเครื่องเสียงที่ให้ในเรื่องของเสียงดนตรีนั้นเอง ปัจจุบันนี้เรื่องของเครื่องเสียงนั้นมีความสำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอยู่เสมอเนื่องจากเทคโนโลยีของเราในปัจจุบันนี้มีการพัฒนาคิดค้นอยู่ตลอดเวลานั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ลำโพงเครื่องเสียงในยุคปัจจุบันนี้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพที่มีการพัฒนาจากอดีตมากยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่มีการออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ สำหรับสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นก็ยังคงเป็นในเครือของ Samsung เหมือนเช่นเคยที่เรายังคงพูดถึงเครือ Samsung นั้นก็เนื่องจากมีการออกแบบดีไซน์ที่มีความทันสมัยนั้นเองเหมาะกับยุคปัจจุบันนี้ โดยครั้งนี้เราจะพูดถึง R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker ซึ่งเป็นลำโพงอีกหนึ่งรุ่นของ Samsung ที่มีความน่าสนใจ โดยมีประสบการณ์ในเรื่องความเชี่ยวชาญและการผสมผสานที่มีการออกแบบดีไซน์ที่ลงตัว เอาเป็นว่าเราอย่ามาเสียเวลากันเลยดีกว่าค่ะ เรามาทำความรู้จัก R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker กันดีกว่าว่ามีอะไรที่น่าสนใจน่าค้นหาค่ะ

   R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นอีกหนึ่งรุ่นของลำโพง Samsung ที่มีความโดดเด่นและน่าจับตามองเป็นอย่างมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่มีความลงตัวดูเรียบหรูสามารถที่จะเป็นของตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัวนั้นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมี Ring Rediator Technology ซึ่งสร้างเสียงที่มีคุณภาพและสามารถสร้างเสียได้ 360 องศานั้นเองค่ะ ที่สำคัญยังมี Woofer ที่ทำให้ทุกอย่างมีความเล็กลงและทำให้เสียงมีความทรงพลังมากขึ้นนั้นเองค่ะ ในส่วนของ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker นั้นมีการจัดตั้งในเรื่องของห้องปฏิบัติการที่มีความทันสมัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในส่วนนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของอุปกรณ์ในเรื่องของเสียง โดยที่สามารถที่จะถ่ายทอดสัญญาณและสร้างแบบจำลองของคอมพิวเตอร์ที่มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นนั้นเอง ซึ่งถือได้ว่ามีความประสบความสำเร็จในเรื่องของการพัฒนาระบบต่างๆของลำโพงให้มีความก้าวหน้า เนื่องจากมีการพัฒนาทำให้เราสามารถที่จะฟังเสียงได้รอบทิศทางทั้ง 360 องศานั้นเองค่ะ เพราะในขณะที่ลำโพงรุ่นเก่าๆที่ผ่านมานั้นสามารถที่จะส่งสัญญาณเสียงได้เพียงทิศทางเดียว แต่สำหรับ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker นั้นมีการพัฒนาจนสามารถที่จะส่งสัญญาณได้ถึง 360 องศา ซึ่งเสียงสามารถที่จะกระจายได้ทั่วห้องนั้นเอง ซึ่งอาศัยในเรื่องของเทคโนโลยีด้าน Ring Radiator ของ Samsung ที่ทำให้ลำโพงสามารถที่จะกระจายเสียงได้ทั่วทิศทางนั้นเองค่ะ นอกจากนี้ระบบ Multiroom Link ที่เป็นระบบที่ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการควบคุมที่สามารถจะแบ่งปันแหล่งสัญญาณเสียงเดียวได้ โดยสามารถที่จะครอบคลุมอุปกรณ์เสียงหลายอุปกรณ์ได้ค่ะ โดยเป็นการใช้ Multiroom App ของ Samsung ซึ่งควบคุมเพลงในระยะไกลได้บนทีวี, Soundar, HES, BDP และอื่นๆอีกด้วยค่ะ ที่สำคัญที่ทำให้ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker มีความโดดเด่นนั้นเนื่องจากมีการออกแบบที่มีความพิเศษที่สามารถจะกลมกลืนไปกับการตกแต่งของบ้านได้นั้นเองค่ะ ซึ่ง R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker มีการออกแบบดีไซน์ที่มีความโค้งมนทำให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีสไตล์ที่มีความหลากหลาย สามารถที่จะสอดประสานให้เกิดความลงตัวได้ ที่สำคัญของลำโพงรุ่นนี้จะเน้นไปในเรื่องของการให้ความสำคัญของการฟังเพลงที่มีความสะดวกสบายและสามารถที่จะส่งสัญญาณเสียงได้ทั่วทั้งห้อง 360 องศานั้นเอง ลำโพง R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker สามารถที่จะเข้าถึง Wi-Fi ได้อย่างง่ายดายทำให้สัมผัสกับการบริหารเพลงได้อย่างดีที่สุดค่ะ

   เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจลำโพงอยู่แล้วล่ะก็เชื่อได้ว่าบทความนี้น่าจะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เพื่อนๆได้อย่างแน่นอค่ะ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นลำโพงที่มีการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมีความลงตัวสามารถตกแต่งกับบ้านในปัจจุบันนี้ได้ค่ะ และที่สำคัญในเรื่องของคุณสมบัติต่างๆก็มีความน่าสนใจนั้นเองค่ะ หากเพื่อนๆมีความสนใจจริงๆแล้วละก็สามารถที่จะเข้าไปดูตัวอย่างจริงๆได้ที่ศูนย์ของ Samsung ได้ค่ะ เชื่อได้ว่าเพื่อนๆจะต้องตกหลุมรัก R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker อย่างแน่นอนค่ะ

 

กล้อง Mirrorless ที่ใครๆก็อยากจะเป็นเจ้าของ

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี้เรามาพบกันเหมือนเช่นเคยกันอีกแล้วนะค่ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเพื่อนๆคนไหนที่ออกจากบ้านบ่อยๆก็ควรที่จะพกร่มติดตัวไปด้วยนะค่ะ เผื่อฝนตกจะได้มีร่มกันค่ะ เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะแน่นอนในทุกๆวันที่เรามาพบกันแบบนี้ก็ต้องมีสินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันอย่างแน่นอนค่ะ สำหรับในช่วงนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของกล้องถ่ายรูปกันค่ะ ซึ่งกระแสของกล้องถ่ายรูปในช่วงนี้กำลังมาแรงเลยทีเดียวค่ะ กล้องถ่ายรูปในปัจจุบันนี้มีการผลิตรุ่นใหม่ๆและมีฟังก์ชั่นใหม่ๆออกมา เนื่องด้วยอาจจะเป็นเพราะในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในด้านนี้มีความก้าวหน้ามายิ่งขึ้นนั้นเองจึงทำให้กล้องถ่ายรูปกลายเป็นกระแสนิยมอยู่ในตอนนี้นี่เองค่ะ ซึ่งกล้องที่เราจะมาแนะนำให้เพื่อนได้รู้จะเป็นกล้อง Mirrorless ซึ่งถือได้ว่าเป็นกล้องที่กำลังมาแรงจริงๆ เป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ถือได้ว่าติดอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยกล้องที่เราจะมาแนะนำให้เพื่อนๆไดรู้จักนั้นเป็นกล้องที่ใครๆก็อยากจะเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน เพราะเป็นกล้องที่มีรูปทรงที่สวยงาม มีความกะทักรัดน่าพกพาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งนั้นก็คือกล้อง Olympus PEN Line E-PL7 เป็นกล้องที่ใครพอได้ยินชื่อต้องอยากจะได้เป็นเจ้าของอย่างแน่นอนค่ะ เราถึงได้อยากจะนำกล้องตัวนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเราอย่าเสียเวลากันเลยดีกว่าเรามาเริ่มทำความรู้จักไปพร้อมๆกันเลยนะค่ะ

   สำหรับกล้อง Olympus PEN Line E-PL7จะเน้นไปเรื่องของความสะดวกสบาย พกพาสะดวกอย่างแท้จริง เป็นกล้อง ทีมีดีไซน์ในสไตล์ย้อนยุคซึ่งถือได้ว่าเป็นดีไซน์ที่คลาสสิคและสวยงามมาก โดยที่กล้องมีการออกแบบในลักษณะของกล้อง Mirrorless ของโอลิมปัสตระกูล PEN วัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นพลาสติกคุณภาพสูงผสมกับอะลูมิเนียมภายในเพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ตัวกล้องบริเวณกริปถือของกล้องคล้ายยางหุ้มซึ่งทำด้วยหนังเทียม เมื่อจับแล้วจะทำให้รู้สึกกระชับมือมาก และไม่เพียงแต่เท่านั้นนะยังเป็นกล้องที่มีการดัดแปลงให้มีความทันสมัยเข้ากับช่วงเวลามากขึ้น โดยมีความสะดวกสบายในเรื่องของ Wi-Fi ส่งรูปให้สมาร์ทโฟนและอีกอย่างมีโหมดแต่งภาพพิเศษมาให้ในแบบเดียวที่มีในกล้องสมาร์ทโฟนกันเลยทีเดียว กล้อง Olympus PEN Line E-PL7 ยังคงลักษณะเด่นของกล้อง Olympus คือความมีเสน่ห์และความรู้สึกดีทุกครั้งที่กดชัตเตอร์และสามารถเห็นผลลัพธ์ผ่านทางหน้าจอหลักของกล้องที่ให้อารมณ์และความรู้สึกจากโทนสีเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์แบบฟิล์ม พิเศษกว่านั้นก็คือหน้าจอที่สามารถปรับพับงอขึ้นมาเพื่อที่จะถ่าย Selfie ได้เลย ในส่วนของด้านหลังกล้องเป็นหน้าจอ LCD แบบ Tilting ปรับเปลี่ยนองศาและพับหน้าจอได้ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอ LCD 1,037,000 จุด รองรับการสัมผัสเฉพาะเลือกจุด สามารถที่จะโฟกัสหรือกดชัตเตอร์ถ่ายภาพผ่านทางหน้าจอได้ในโหมดอัตโนมัติ เรามาดูในส่วนของเลนส์กันดีกว่าค่ะ โดยที่เลนส์ KIT ที่แถมมากับ Olympus PEN Line E-PL7 จะเป็นเลนส์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Olympus MZUIKO ED 14-42 mm f3.5-5.6 EZ ที่โดดเด่นในเรื่องของความบางและน้ำหนักที่เบามาก เมื่อนำมาสวยมกับ Olympus PEN Line E-PL7 จะได้ระยะเลนส์เทียบกับฟูลเฟรมอยู่ที่ 28-84 มิลลิเมตร สเปกของตัวเลนส์จะมีการออกแบบเป็นเลนส์ชิ้น 8 ชิ้น 7 กลุ่ม พร้อมกับเคลือบ Super High Refractive ซึ่งสามารถที่จะถ่ายใกล้สุดในระยะไวด์ได้ที่ 20 เซนติเมตร ส่วนระยะโฟกัสได้ที่ 25 เซนติเมตร ตัวเลนส์ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีออโต้โฟกัสแบบเงียบเพื่อใช้ในงานวีดีโอ มีเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS Four Thirds ขนาด 17.3×13 มิลลิเมตร ความละเอียดภาพสูงสุด 16 ล้านพิกเซล เมาส์เลนส์ถ่ายภาพรองรับได้รับ Micro Four Thirds จากทุกค่ายอีกด้วยค่ะ ที่สำคัญที่สุดของกล้องในยุคสมัยนี้คือสามารถที่จะแชร์ภาพได้นั้นเอง โดยที่กล้องตัวนี้สามารถที่จะตอบโจทย์ในข้อนี้ได้

   เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหากล้องสักตัวอยู่แล้วล่ะก็เชื่อได้ว่ากล้องตัวนี้ที่เราได้มาแนะนำจะต้องถูกใจเพื่อนๆอย่างแน่นอนค่ะ เพราะถือได้ว่ากล้อง Olympus PEN Line E-PL7 เป็นสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งตัวที่ตอนนี้กำลังได้รับความสนใจนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่สามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย มีความกะทัดรัดและรูปทรงที่สวยงามให้ความรู้สึกถึงความคลาดสิกนั้นเองค่ะ ไม่เพียงแต่จะมีขนาดและรูปทรงที่สวยงามเท่านั้นในเรื่องของคุณสมบัติต่างๆนั้น กล้อง Olympus PEN Line E-PL7 ก็ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนๆคงต้องควักเงินในกระเป๋าซื้อมาเก็บไว้สักตัวกันอย่างแน่นอนค่ะ หากใครสนใจก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้หรือเข้าไปดูที่ร้านเลยก็ได้ค่ะ เชื่อว่าต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอนค่ะ

   

 

รีวิวลำโพงพกพา DREAMWAVE TREMOR ลำโพงบลูทูธที่ให้พลังเสียงสะใจวัยรุ่น เบสแน่น เสียงกระจ่าง

 

   อยู่ที่ไหนก็ต้องฟังเพลง ภูเขา แม่น้ำ ทะเล สายลมและแสงแดด ทุกๆ ที่เราต้องมีเสียงเพลง ถ้าคุณเป็นคนที่รักในการฟังเพลงแบบนอกสถานที่และกำลังจะมองหาลำโพงที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกใส่กระเป๋า หรือ เอาติดรถไปด้วยได้ ในการรีวิว gadget สินค้าที่น่าสนใจของเราใน 108plaza ตอนนี้ ก็มีลำโพงแบบพกพาที่ต้องบอกว่าการพกพาอาจจะไม่สะดวกมากนัก เพราะมีขนาดใหญ่ แต่รับรองได้ว่า ถ้าได้อ่านรีวิวจนจบ ก็คงต้องลังเลและอยากจะไปลองหาฟังเสียงจริงด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

   ลำโพงบลูทูธที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ มีชื่อรุ่นว่า DREAMWAVE TREMOR นั้นเอง อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นลำโพงที่พกพาได้ง่ายหรือสะดวกมากนัก เพราะมีขนาดใหญ่ อาจจะเอาติดรถไปด้วย ใส่กระเป๋าเป่ใบใหญ่ๆ ไปด้วย อะไรแบบนั้นก็พอได้ หลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบพลังเสียงมาแล้วก่อนหน้าที่จะมาทำรีวิว ก็ต้องบอกเบื้องต้นถึงบุคลิกเสียงที่ได้จากลำโพงตัวนี้ ก็คือ ใครที่ชอบเน้นเพลงแนวสนุกๆ เบสหนักๆ เสียงดังสะใจ ต้องไปหาลองฟังด้วยตัวเอง แอดมินเน้นย้ำอยู่ตลอดทุกบทความในส่วนของการรีวิวลำโพงไว้ว่า เมื่อเพื่อนๆ อ่านจบแล้วอย่าพึ่งเชื่อและสั่งซื้อ จะต้องไปหาลองฟังด้วยหูของตัวเองก่อนเป็นดีที่สุด ถ้าฟังแล้วชอบ ก็ซื้อได้ แต่ถ้าฟังแล้วมันไม่ใช่อย่างที่แอดมินเคยรีวิวเอาไว้ ก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อมา

   มาดูในส่วนของสเปคกันคร่าวๆ ก่อนเลย ตัวเครื่องนั้นมาในธีมแบบแข็งแรง สีเขียวทหาร ดูดีไซน์ตัวเครื่องแล้วก็มีความทนทาน สเปคอย่างแรกเลยคือกำลังขับ มีมากถึง 50 wrms ถือว่าไม่ธรรมดา กำลังขับเยอะมากเมื่อเทียบกับลำโพงพกพาทั่วไป ในตัวเครื่องมีแบตเตอร์รี่สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ถ้าเปิดแบบดังสุดๆ แต่ถ้าเปิดเบาๆ กว่านี้ก็จะได้นานขึ้น ด้านในก็จะประกอบไปด้วยลำโพงแบบ 2 ทาง ก็จะมีเป็นแบบ Full range 2 ตัว แล้วก็เป็นแบบ twitter 2 ตัว และมีตัวช่วยกระพรือเบสเป็น passive radiator 2 ตัว ด้านหลังก็จะมีพอร์ด USB ให้ใช้เป็นโหมดเพาเวอร์แบงค์ชาร์จสมาร์ทโฟนได้ด้วย ภายในกล่องก็จะมีสายแจ็ค input 3.5 มม. มาให้ 1 เส้น แล้วก็มีตัว adaptor ชาร์จแบตเตอร์รี่มาให้ด้วย ถัดมาก็คือจะมีให้เลือกเชื่อมต่อแบบไรสายได้ 2 แบบ ก็คือ แบบบลูทูธ v.4.0 แล้วก็รองรับการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC ที่มีในสมาร์ทโฟน Android เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถกันน้ำได้ด้วย ตามมาตรฐาน IPx5 ซึ่งมันก็จะสามารถกันเปียก กันละอองน้ำได้ แต่ไม่ได้จุ่มไปเปิดในน้ำ อันนี้ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ใครที่เผลอทำตกน้ำ ต้องรีบหยิบขึ้นมา แล้วก็มาเช็ดให้แห้ง เครื่องก็จะไม่พังเสียหาย

   น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างหนักมากเลยทีเดียว มีน้ำหนักถึง 6 กก. บอดี้ตัวเครื่องเป็นเหล็ก แข็งแรง ทนทาน ด้านบนตัวเครื่องก็จะมีปุ่มให้ใช้งานทั่วไปก็มีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วก็ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง แต่ที่นอกเหนือจากนั้น ตัวเครื่องสามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย มีปุ่มกดรับสายที่ด้านบนตัวเครื่อง การใช้งานพูดคุยก็ได้ยินชัดเจนดีมากเลย ไม่มีเสียงสะท้อนหรือเสียงก้องไปยังคู่สนทนาแต่อย่างใด มาดูที่ขนาดตัวเครื่องกันบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ไปคาดคะเนกันว่ามันน่าใช้งานหรือไม่ ขนาดมันใหญ่ขนาดนี้ ความยาวอยู่ที่ 44 ซม. ความสูง 17.8 ซม. ความลึก 17 ซม. ขนาดของลำโพงด้านในกันบ้าง ลำโพงที่ให้เสียงแหลมหรือ twitter มีขนาด 2 ซม. ลำโพง woofer แบบ full range มีขนาด 3.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว แล้วก็มีตัว passive radiator ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 2 ตัวอยู่ด้านข้าง ก็เรียกได้ว่ามาเต็มกันทุกดอกลำโพงเลยทีเดียว

   ถามว่าลำโพงบลูทูธ Dreamwave Tremor รุ่นนี้มันเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ก็แน่นอนเลย ใครที่ชอบชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยว ไปปาร์ตี้ ไปฟังเพลงแนวสนุกๆ มันส์ๆ นอกสถานที่ จัดงานกันริมทะเล อะไรแบบนี้ เหมาะมากสำหรับรุ่นนี้ เพราะมันมีทั้งความดัง ความชัดเจนของมิติเสียงที่มาครบ นำมาเลยก็คือเสียงเบสหนักๆ พร้อมกับเสียงกลางแหลมที่มีความคมชัด กระจ่าง แต่มันก็คงจะไม่เหมาะสำหรับใครที่ชอบฟังเพลงเบาๆ ใสๆ เครียๆ เน้นรายละเอียดเครื่องดนตรีครบๆ แบบนั้นไม่เหมาะ เอาง่ายๆ ว่าคนหูเทพๆ ไม่เหมาะกับรุ่นนี้ คนที่เน้นมันส์ๆ ชัดเจนเหมาะกับลำโพงรุ่นนี้ ส่วนราคาก็อยู่ที่ราวๆ 1 หมื่นต้นๆ ก็ลองไปหาซื้อหาฟังกันดูก่อนได้นะครับ ถ้าชอบแล้วก็ถูกใจ และ มีงบพอจ่าย ก็จัดได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่ามันแพงไปก็ไปมองตัวที่ราคาถูกกว่าได้ ก็มีให้เลือกอ่านรีวิวกันหลายรุ่น หลายราคาในเว็บไซต์ของเรา

รีวิว Wiko Robby เวอร์ชั่น RAM 2 GB แรงกว่าเดิม เพิ่มแค่ 300 บาท

 

   สำหรับ Wiko แล้วก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดเด่นของการทำตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราที่เน้นเรื่องของฟังก์ชั่นตัวเครื่องที่ครบครัน สเปคระดับกลางๆ แต่ราคานั้นแค่รุ่นเริ่มต้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขายของราคาประหยัด ซึ่งในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินได้เตรียมมานั้น ก็เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมา จากตัว RAM 1 GB กลายเป็นตัว RAM 2 GB แต่เชื่อหรือไม่ว่า เพิ่มเงินแค่ 300 บาทเท่านั้นเอง ก็ได้ตัว RAM 2 GB ไปใช้งานแล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็ยจุดขายที่ดึงลูกค้าให้มาสนใจ Wiko หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ในการรีวิวครั้งนี้ จะไปทดสอบดูสิว่า รุ่นก่อนหน้านี้ที่เคยรีวิวไปตัว RAM 1 GB กับรุ่นที่พัฒนาต่อมานี้ จะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ Wiko Robby

   จุดเด่นอย่างแรกเลยที่สัมผัสได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ ตัวบอดี้นั้นเป็นโลหะ แล้วก็จะมีด้านหน้าที่เป็นลำโพงคู่ ที่ให้พลังเสียงในการเปิดเพลง ในการดูซีรีส์ ดู youtube ต่างๆ เนี่ยนะครับ ก็ทำให้พลังเสียหรือมิติเสียงที่ได้มานั้นมันไม่ธรรมดากว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกันแบบนี้นะครับ ความจุของแบตเตอร์รี่ก็อาจจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง 2500 mAh แต่ก็สามารถใช้งานได้ปกติตลอดทั้งวันเช่นกัน นอกจากนั้นเมื่อเปิดเข้าไปใช้งานในตัวเครื่อง ก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 M เรียบร้อยแล้ว สเปคคร่าวๆ แบบนี้ กับราคาที่เปิดตัวมาที่แอดมินเองก็สอบถามไปทาง Wiko ในบ้านเราแล้ว ว่าทำไมราคามันต่างกันแต่ 300 บาทเอง กับตัวที่เอ็น แรม 1 กับแรม 2 จิกเนี่ยนะครับ ตัวล่าสุดแรม 2 จิกกะไบท์นั้น เปิดตัวมาที่บ้านเราเพียงแค่ 3,790 บาทเท่านั้นเอง งบก็ไม่เกิน 4 พันบาท ได้สเปคแบบนี้ก็ต้องบอกว่าน้อยแบรนด์นักที่จะให้สเปคแบบนี้มา Wiko เองก็เป็นแบรนด์จากฝรั่งเศสนะครับ แต่ก็คาดว่าจะสั่งผลิตที่จีนเช่นเดียวกัน แต่ก็มีการควบคุมมาตรฐานอยู่แล้ว ฉะนั้น บางครั้งเราเอาการใช้งานเป็นหลักดีกว่านะครับ สมาร์ทโฟนราคาแพงๆ ก็พังได้เช่นกัน

   เมื่อทำการเทสตัวเครื่องด้วยแอป antutu แล้วก็ได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 23450 คะแนน ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ อยู่ในระดับล่าง ตัวชิปประมาวลผลในตัวเครื่องก็เป็นตัว MTK 6580 วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz แบบ 4 แกนสมองเท่านั้น ตัวการ์ดจอก็ใช้ตัว Mali 400MP หน่วยความจำในตัวเครื่องก็ให้มาที่ 16 GB ให้ RAM 2 GB มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความคมชัดหน้าจอระดับ HD

   ทีนี้หลายคนมักจะเชื่อว่า การมีแรมเพิ่มขึ้นมา แล้วมันจะแรงขึ้น เร็วขึ้นแบบทันตาเห็นเลย บอกเลยว่ามันไม่ใช่นะครับ เพราะหน้าที่ของแรม มันคือหน่วยความจำชั่วคราวเท่านั้น แต่รอม มันคือหน่วยความจำสำรอง แต่ตัวเครื่องที่ทำให้แรงและเร็วจริงก็คงต้องไปดูที่ซีพียูแล้วล่ะครับ แต่ถามว่าการเพิ่มแรมมาเป็น 2 จิก นั้นดีหรือไม่ คำตอบคือมันดีแน่นอน ในกรณีที่เราเปิดแอปเอาไว้ซ้อนๆ กันหลายๆ ตัว แล้วทีนี้เราก็จะมาย้อนกลับมาเปิดแอปตัวแรกขึ้นมาใหม่ เหมือนกับการเรียกใช้ของเดิม ถ้าตรงนี้แรมเยอะ การเปิดแอปของเก่าขึ้นมาใหม่ ก็จะลื่นไหลดีมาก แต่ในส่วนของ Wiko Robby นั้น เมื่อเพิ่มแรมให้มาเป็น 2 จิก ก็ถือว่าดีต่อตัวเครื่องและการใช้งานหลายๆ แอปก็จะดีขึนด้วยนั้นเอง

   ต่อมาในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง เพื่อนๆ อาจจะสงสัยในใจว่าราคานี้ หน้าจอก็ใหญ่ดีนะ แล้วสีสันของหน้าจอแอดมินก็ค่อนข้างชอบและทำมาได้ดี ถ้าเราเอามือถือรุ่นนี้ไปเล่นเกมส์ยอดฮิตอย่างการจับโปเกมอน โก จะเล่นได้ไหม คำตอบคือ เล่นได้สบายๆ เลย แต่ตัวเครื่องอาจจะต้องพกแบตเตอร์รี่สำรองหรือเพาเวอร์แบงค์ไว้ด้วย เนื่องจากความจุแบตน้อยไปนิดหนึ่ง การเล่นเกมส์อื่นๆ ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ตัวเครื่องก็เล่นได้ แต่มันก็ไม่ได้เนียนตามากนัก แล้วก็ค่อนข้างที่จะหน่วงในบางช่วงด้วย แต่ที่ประทับใจคือเสียงลำโพงนี่แหละดังชัดเจนมากเลย

   เรื่องของกล้องก็ต้องชมเลยว่าในราคานี้ gadget สินค้าอินเทรนด์ประมาณนี้ มันมีการใช้งานที่ไม่อายใครเลยจริงๆ กล้องโดยรวมแล้วกล้องหลังดี แต่อาจจะไม่เนียนตามากนัก ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจจะไม่มีให้เลือกปรับตั้งค่าในโหมดโปรเยอะมาก แต่ก็มีมาครบในการใช้งานทั่วไป กล้องหน้าก็พอจะเซลฟี่ได้สบายๆ มีโหมดบิวตี้ มีให้เลือกเป็นภาพมุมกว้างแบบเลนส์ wide ก็ได้ด้วย ใครที่กำลังหามือถือราคาประหยัดหรือเครื่องสำรอง ก็ลองไปทดสอบใช้งานกันได้

 

รีวิว Samsung galaxy J1 v. 2016 สมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นจะดีหรือไม่

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเรามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง 108plaza แล้วในการรีวิวตอนนี้แอดมินก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าแต่นำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่ในแบรนด์ของทาง Samsung galaxy J1 v.2016 นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ รุ่นเริ่มต้นแบบเน้นความประหยัดเงินในกระเป๋า แต่มันจะทำงานได้ดีแค่ไหน ต้องไปติดตามการรีวิวนี้พร้อมๆ กันกับเรา

   เรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ก็ยังคงเน้นความเรียบง่ายอยู่คงเดิม เป็นตัวบอดี้ที่เป็นพลาสติกกึ่งด้านกึ่งเงา ทำให้ไม่ค่อยมีรอยนิ้วมือสักเท่าไหร่ น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 129 กรัม เท่านั้นเอง ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้น ที่สามารถใช้งานได้ทุกอย่างที่เป็นการใช้งานพื้นฐาน มาพร้อมกับสเปคที่ตัวเครื่องก็คือ กล้องหน้าให้ความละเอียดแบบพอใช้งานได้ ไม่เปลอไม่มึด ความละเอียดอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล มีแฟลดซ์ LED พร้อมกับระบบออโต้โฟกัส กล้องทั้งคู่มีค่า f/2.2 เท่ากัน ตัวหน้าจอมีขนาด 4.5 นิ้ว ขนาดเล็กกำลังพอดีต่อการพกพาอย่างมาก พร้อมกับสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Samsung ก็คือหน้าจอที่สีสันสดใสในสไตล์ AMOLED แต่ก็ถือว่าเป็นจอที่ยังไม่ได้คมชัดมากสักเท่าไหร่ ส่วนสเปคด้านในตัวเครื่องก็จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Quad core 4 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ ROM 8 GB RAM 1 GB แบบเบาๆ ให้พอใช้งานทั่วไปได้ ก็ต้องบอกว่าสเปคโดยรวมนั้น ถือว่าใครที่จะมองหาสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ที่ไม่ได้แพงมาก แต่อยากได้แบรนด์ที่ติดตลาด มีรอมที่ดี มีการใช้งานแบบว่าเอามาใช้เป็นเครื่องสำรอง หรือ ใช้สำหรับงานทั่วไป โทรเข้า โทรออก มีการใช้เข้าเว็บบ้างเล็กๆ น้อยๆ เล่นเกมส์บ้างนิดหน่อย เล่นโซเชียลบ้าง แต่ด้วยหน้าจอขนาดเล็ก ก็อาจจะไม่ค่อยถนัดกับคนมีอายุเยอะๆ สักเท่าไหร่ เพราะตัวหนังสือมันอาจจะเล็กไปนิด อาจจะไม่เต็มตาสักเท่าไหร่

   เทสด้วยแอปบน antutu ไปแล้วก็ได้คะแนนมาที่ประมาณ 21590 คะแนนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ไม่ได้แย่มากในเรื่องการใช้งานทั่วไปนะครับ จุดเด่นอย่างแรกเลยที่เราพบได้จากการใช้งาน ก็คือจะมีฟี่เจอร์ประหยัดพลังงานแบบ ultra saving mode มาให้ได้ใช้งานกัน ก็ใครที่ติดสมาร์ทโฟน ก็สามารถใช้โหมดนี้เล่นได้ทั้งวันแบบสบายๆ เลย แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนมักจะถามว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่ได้แพงถึงระดับเรือธงแบบนี้ มันเป็นรุ่นเริ่มต้นเท่านั้นเองแบบนี้ จะใช้งานได้มากแค่ไหน เล่นเกมส์โหดๆ ไปเลยได้ไหม คำตอบคือเล่นได้แต่ไม่ได้เล่นได้เนียนตา ลื่นไหลมากนัก เรื่องของเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็จะมีอาการหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเจอว่าใช้เกมส์หนักๆ มาเล่นแล้วจะเด้งออกหรือไม่รองรับ ใครที่อยากได้มาจับโปเกมอน โก ก็ยังถือว่าเล่นได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็อย่างที่บอกไป ด้วยความจุที่ไม่ได้มากนัก ด้วยตัวแรมที่น้อย มันอาจจะมีค้างบ้างถ้าเราเปิดค้างไว้หลายๆ แอปซ้อนกัน แล้วก็กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง บางทีอาจจะจำค่าเดิมเอาไว้ไม่ได้ ขอสรุปแบบนี้แล้วกันว่า ถ้าใครที่ไม่จริงจังเรื่องเกมส์มากนัก แต่บางครั้งเราอาจจะอยากเล่นเกมส์หนักๆ โหดๆ บ้าง ตัว galaxy J1 v.2016 รุ่นนี้ก็สามารถเล่นได้แบบที่ว่าพอจะแก้ขัดได้บ้าง

   ถัดมาก็เป็นการใช้งานในส่วนของความบันเทิงทั่วไป อย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ต้องบอกเลยว่าด้วยหน้าจอที่มีความคมชัดแบบที่ไม่ขี้เหร่ เรียกได้ว่าจอค่อนข้างสวยเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ แล้วก็เรื่องของเสียงลำโพงที่ได้จากตัวเครื่อง ก็ไม่ถือว่าขี้เหร่เช่นกัน เพราะว่ามีเสียงที่ดังดีมาก ชัดเจน แต่อาจจะขาดมิติของเสียงแหลมไปบ้าง เสียงในย่านต่ำๆ ก็อาจจะไม่ดีนักเท่าไหร่ แต่เสียงกลางก็ชัดเจนดี ดังนั้น ทำให้การดูคลิปวีดีโอ ดูซีรี่ส์ แล้วก็รวมไปถึงการใช้เล่นเกมส์ในช่วงต้น เล่นติดต่อกันมานานๆ ตัวเครื่องก็ยังไม่ร้อนมากนัก แล้วก็ทำได้ดี ลื่นไหลแบบไม่ทำให้รำคาญแต่อย่างใด

   แต่ก็ต้องเน้นย้ำว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ มันไม่เหมาะกับคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟนเรือธงมาก่อน ที่ลื่นไหลเอามากๆ แล้วมาใช้สมาร์ทโฟนเริ่มต้นที่บางครั้งอาจจะหน่วงๆ บ้าง ต้องรอมันบ้างแบบนี้ อีกอย่างด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ก็แค่เพียง 2050 mAh ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ก็ได้ แต่ใช้ระหว่างวันแบบปกติเปิดบ้างเพื่อเช็คโซเชียล ก็จะสามารถใช้งานได้