รีวิวกล้องหน้าคู่สุดยอดเซลฟี่โฟนด้วย vivo V5 Plus

 

   หลังจากที่แอดมินได้ทำการรีวิวเรื่องของสเปและการใช้งานเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนที่ถือได้ว่าตอนนี้ น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหน้าที่สามารถถ่ายรูปได้ยอดเยี่ยมที่สุด ณ ช่วงต้นปี 2017 นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งเรากำลังหมายถึง vivo V5 Plus นั่นเอง แต่เนื่องด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้องหน้าคู่เครื่องแรกของ vivo ที่ทำออกมาวางตลาดกันแล้วในบ้านเรานั้น ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจและต้องนำมาให้รีวิวรายละเอียดอีกเยอะเลย ก็เลยเป็นที่มาของบทความในตอนนี้นั่นเอง

   เราจะมาเจาะลึกสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ตรงที่เรื่องของกล้องหน้าคู่แบบเจาะลึกกันเลยทีเดียวว่ามีประสิทธิภาพการใช้งานเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมกับมีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง เริ่มต้นด้วยการเข้ากล้องหน้าด้วยโหมดปกติ เปิดขึ้นมาก็พบว่าจุดเด่นเลยก็คือ มันสามารถจับภาพได้ค่อนข้างสว่าง และ ขนาดที่ยังไม่ได้เข้าสู่โหมดบิวตี้ โหมดยอดนิยม การเก็บรายละเอียดของภาพในโหมดปกติ ก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว มีความสว่าง พร้อมกับการเกลี่ยสีของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับมีความเป็นโหมดบิวตี้มาให้เลย ก็ถือว่าเขียนซอฟแวร์มาดีเลยทีเดียว น่าจะถูกจริตกับคนที่ชอบเซลฟี่ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงเลย ในโหมดปกติก็สามารถตั้งค่าตัวกล้องได้ด้วย พร้อมกับสามารถเปิดแฟลชกล้องหน้าได้ด้วย เป็นแฟลชแบบ soft light ที่จะไม่ทำให้ภาพที่ออกมาดูเกินความจริง เป็นแสงแบบนุ่มนวลนั่นเอง ไม่ขาวเกินไป ก็ทดสอบแล้วก็ทำได้ดีเลยในการถ่ายภาพในที่มืด แล้วก็จะมีโหมด HDR อยู่ด้านบนให้เลือกใช้งานเพื่อเน้นความคมชัดของภาพที่มากขึ้น แต่จุดเด่นของการมีกล้องหน้าคู่ ก็คือ สามารถใช้ถ่ายภาพเป็นโหมด โบเก้ หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอ นั่นเอง เราก็จะสามารถแตะจุดที่ต้องการให้โฟกัสและจุดที่ต้องการให้ละลายภาพได้แล้วด้วยในกล้องหน้าคู่ ซึ่งแต่เดิมปกติเราจะถ่ายโหมดนี้ได้จากทางกล้องหลังคู่ แต่พอมีมาในรุ่นนี้ก็ถือว่าน่าจะถูกจริตคนไทยอีกเช่นเดียวกัน

 

   การทดสอบใช้งานสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ด้วยการเข้ากล้อง แล้วปรบเป็นโหมด โบเก้ ก็แนะนำว่าถ้าอยู่ในที่สลัวๆ ให้เปิดแฟลชแบบออโต้ไว้ด้วย เพือให้แฟลชช่วยในเรื่องความสว่างจะดีกว่า จากนั้นถ้าเราต้องการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ ที่กล้องหน้าเราสามารถแตะโฟกัสจุดที่จะให้ชัดได้ จากนั้นเราก็สามารถปรับค่า f ให้ละลายภาพข้างหลังมากหรือน้อย จะมีให้เลือกปรับค่า f/2.0 แต่ให้ละลายมากที่สุดจะได้ที่ f/0.95 จากนั้นแอดมินเองก็ได้ทดสอบในที่สลัวๆ อีกด้วย ประมาณว่าจำลองให้ถ่ายในที่มึดเพื่อทดสอบการโฟกัสภาพและการละลายภาพ ก็พบว่าตัวกล้องมันสามารถทำได้ดีมากเลยทีเดียว ถ้าให้คะแนนก็เต็ม 10 ได้เลย เพราะเราเลือกได้ว่าจะให้ชัดทั้งหน้าและหลัง หรือ ชัดแค่หน้า เลือกได้และแฟลชก็ทำงานได้ดี เกลี่ยสีและแสงได้ดีทำให้ภาพออกมาสวยงามมากเลยทีเดียว คงพูดได้ว่าถ่ายในที่มึดก็ไม่มีปัญหาอะไร ภาพคมชัดดีมาก แต่ถ้าไม่อยากปรับตอนที่กำลังถ่าย เราก็สามารถมาปรับแต่งภาพชัด ภาพเบลอได้จากในแกลอรี่อีกด้วย เลือกแต่งภาพได้ภายหลัง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

   

สมาร์ทโฟนที่กำลังเป็นที่นิยม

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี่เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะ แน่นอนว่าเราจะต้องมีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ เป็นในส่วนของสมาร์ทโฟนนั้นเองก่อนหน้านี้กำลังจะมีการเปิดตัว iPhone 7 เราจึงจะมาพูดถึง iPhone 6 ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะก่อนที่จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่นั้นเอง สำหรับ iPhone 6 Plus ได้เปิดตัวออกมาพร้อมๆกับ iPhone 6 ซึ่งสำหรับ iPhone 6 Plusนั้นมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ซึ้งมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และด้วยที่มีหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดการใช้งานแนวนอนและมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่าอีกด้วย ในส่วนของการดีไซน์เครื่องนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องบางลง ปุ่มปรับระดับเสียงที่มีการดีไซน์รูปแบบใหม่ ปุ่ม Power ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ทางด้านขวา และกล้องด้านหลังมีลักษณะของการนู้นขึ้นมาเล็กน้อย มาพูดในเรื่องของจุดเด่นของ iPhone 6 Plus นั้นก็คงจะเป็นในเรื่องของหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ซึ่งก็มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 และในส่วนของเรื่องแบตเตอรี่ก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าซึ่งทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย ที่สำคัญมีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัวอีกด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในแนวนอนได้อีกด้วย

แค่นี้ยังไม่พอ iPhone 6 Plus ยังมาพร้อมกับหน้าจอที่มีความละเอียดแบบ Full HD มีพูดในส่วนของตัวเครื่องทั่วๆไปกันก่อน ในส่วนของเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมีเพียงแค่การสลับตำแหน่งของกล้องด้านหน้าย้ายจากทางด้านซ้ายของลำโพงไปอยู่ทางด้านบนของลำโพงสนทนาเป็นแทนเซ็นเซอร์ และในส่วนของปุ่ม Home ก็ยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมและเป็น Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ในส่วนของด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย กล้องด้านหลงมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหวนอกจากนี้เลนส์กล้องมีลักษณะของการยื่นออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย สำหรับ iPhone 6 Plus นอกจากจะรองรับการใช้งานในแนวตั้งแล้วยังสามารถที่จะรองรับการใช้งานในแนวนอนแบบเดียวกับ iPad ซึ่งถือว่าเป็น iPhone รุ่นแรกที่มีการรองรับการใช้งานในแนวนอน ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมากับเครื่อง สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple สำหรับในส่วนของเครื่อง iPhone 6 Plus มีหน้าจอขนาด 5.5. นิ้ว เป็นแบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ( 401 ppi) มีซิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor ในส่วนของกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280×960 พิกเซล ) รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode กล้องด้านหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบ Autofocus รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมกับแฟลชแบบ True Tone flash มีระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) มี Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ที่สำคัญมี Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการทำงานร่วมกับ Touch ID ในส่วนของความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 นั้นมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดด้วยกัน ในส่วนแรกจะเป็นในเรื่องของขนาดหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า ต่อมาจะเป็นในส่วนของความละเอียดของหน้าจอแสดงผล iPhone 6 Plus มีความละเอียดที่มากกว่า 1080×1920 พิกเซล ส่วน iPhone 6 มีความละเอียด 750×1334 พิกเซล และที่สำคัญ iPhone 6 Plus เป็นรุ่นแรกที่มีระบบกันภาพสั่นไหวที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยและ iPhone 6 Plus ยังเป็นรุ่นเดียวที่มีการใช้งานในโหมดของแนวนอนอีกด้วย

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจหรืออยากจะเป็นเจ้าของแล้วล่ะก็เชื่อได้ว่ารออีกสักนิด เชื่อได้ว่าเมื่อ iPhone 7 มีการเปิดตัวและวางจำหน่ายราคาของรุ่นนี้จะต้องลดลงอย่างแน่นอน จึงอยากจะให้เพื่อนๆรออีกสักนิดเชื่อได้ว่าเราจะได้ในราคาที่ถูกลงค่ะ หากใครที่มีความสนใจอยากจะลองเล่นดูถึงความแต่แตกแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปลองเล่นเครื่องจริงได้ที่ศูนย์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องที่มีการออกแบบดีไซน์ให้โค้งมนมากยิ่งขึ้นและมีสีให้เราเลือกมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในเรื่องของระบบปฏิบัติการต่างๆก็ถือได้ว่ามีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นจากแบบเดิมค่ะ การได้ลองสัมผัสของจริงเชื่อได้ว่าเพื่อนๆจะต้องตกหลุมรักและต้องตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอน ถือได้ว่า iPhone 6 ก็เป็นสามร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมและกำลังได้รับความสนใจนั้นเองค่ะ

   

มาทำความรู้จักกับ S-Pen อัจฉริยะกับ Galaxy Tab A with S Pen 9.7”

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนช่วงนี้ฝนตกบ่อยต้องดูแลสุขภาพกันหน่อยนะค่ะ สำหรับวันนี้เรามาพบกันเหมือนเช่นเคยก็แน่นอนค่ะว่าต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังน่าสนใจในปัจจุบันนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักและจุดประกายเป็นแนวทางสำหรับใครหลายๆคนที่กำลังอยากจะมีไว้ในครอบครองนั้นเองค่ะ สินค้าอินเทรนด์แนะนำในวันนี้ก็ยังคงอยู่ในโหมดของอุปกรณ์สื่อสารหรือจะเป็นประเภทสินค้าด้านไอทีนั้นเองค่ะ สินค้าได้ไอทีเชื่อได้ว่ารุ่นไหนออกมาก็มันจะกลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้อย่างไม่ยากเลย เนื่องจากในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในด้านของไอทีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากมีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอจึงทำให้มีการผลิตสินค้าในด้านนี้ออกมาอย่างมากและอย่างต่อเนื่องนั้นเอง จึงทำให้สินค้าด้านไอทีกลายเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับตลาดในปัจจุบันนี้ได้ไม่ยากนั้นเองค่ะ วันนี้เราจึงจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับสินค้าไอทีประเภทแท็บเล็ตนั้นเองค่ะ โดยเป็นแท็บเล็ตของ Samsung ซึ่งถือได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ Samsung ถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโดยกว้างอยู่แล้วนั้นเอง มีการผลิตรุ่นต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เราจะมาพูดถึงรุ่น Galaxy Tab A with S Pen ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกมาพร้อมกับปากกาที่สามารถทำให้เราใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้นด้วยนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมีความทันสมัยน่าพกพาอีกด้วย

   Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์การสื่อสารที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนๆก็คงจะได้เห็นการนำเสนอผ่านทางสื่อไปบ้างแล้ว วันนี้เราเลยจะมาลงลึกในเรื่องของรายละเอียดคุณสมบัติต่างๆของเครื่องกันมากกว่าค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A with S Pen นั้นมีปากกา S-Pen ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่สามารถยังทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ที่สำคัญไปกว่านั้นสามารถที่จะเปิดใช้งานแอปพิเคชั่นต่างๆได้หลายๆหน้าพร้อมกันโดยสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกัน มีระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจโดยมีการอัพเวอร์ชั่นอีกด้วย สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่มีความโฉบเฉี่ยวและยังคงมีความทันสมัย น่าพกพา โดยครั้งนี้เป็นการกลับมาของแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับปากกาอัจฉริยะ S-Pen ที่มีการดีไซน์ออกแบบมาใหม่ ทั้งในเรื่องของตัวเครื่องที่มีความบางเพียงแค่ 7.5 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักที่มีความเบาเป็นพิเศษซึ่งหมดปัญหาในเรื่องของการพกพาไปเลยค่ะ จับถนัดมือมีหน้าจอที่กว้างสามารถที่จะอ่านหรือเขียนได้อย่างสบายตาเลยค่ะ มีการรองรับในเรื่องของ 4G กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย ส่วนกล้องหน้านั้นมีขนาด 2 ล้านพิกเซล สำหรับหน่วยความจำภายในเครื่อง 16 GB นอกจากนี้เราสามารถที่จะเพิ่มความจำสูงสุดได้ถึง 128 GB อีกด้วยค่ะ สำหรับ Multi Window ที่ทำให้เราสามารถที่จะเปิดหลายๆแอพพลิเคชั่นได้ที่สำคัสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกันค่ะ จึงสามารถที่จะทำให้เราเชื่อมต่อการทำงานต่างๆร่วมกันได้โดยทันทีมีความสะดวกสบายในเรื่องของการใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้น Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว โดยที่สามารถถ่ายภาพที่คมชัดและมีโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย มีปากกา S-Pen ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่ทำให้เราสามารถที่จะเขียนได้เหมือนจริงสามารถที่จะจัดการอะไรได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command นั้นเองค่ะ เพียงแค่เรากดปุ่มเดียวบนปากกาก็สามารถที่จะเข้าสู่เมนูต่างๆได้นั้นเองค่ะ ปากกาสามารถที่จะจดงานบันทึกได้ทันทีโดยฟังก์ชั่น Action memo หรือสามารถที่จะเลือกคอนเทนต์อัจฉริยะด้วย Smart select นอกจากนั้นปากกาสามารถที่จะตัดต่อภาพได้อย่างอิสระตามที่เราต้องการได้อีกด้วยโดยเป็นการใช้ฟังก์ชั่น Image clip ไม่เพียงเท่านี้ Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะเชื่อมต่อกับ Samsung Smart TV เพื่อที่จะชมวีดีโอได้นั้นเองค่ะ

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่น่าสนใจและน่าจะมีไว้ในครอบครองสักเครื่อง เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองๆดูอยู่แล้วละก็เชื่อได้ว่าน่าจะตัดสินใจได้ไม่ยากค่ะ เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆที่เราได้พูดถึงนั้นมีความน่าสนใจและสามารถที่จะตอบโจทย์ได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจดบันทึกงานต่างๆการตัดต่อภาพถ่าย เพราะ Galaxy Tab A with S Pen มีปากกา S-Pen ที่สามารถจะใช้งานในจุดนั้นได้อย่างลงตัวค่ะ เพื่อนๆก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซน์หรือเข้าไปดูที่ศูนย์ Samsung นั้นเองค่ะ

รีวิว Huawei Y6II สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ กล้องหน้าก็ไม่ธรรมดาในราคาแบบไทยๆ 6,000 มีทอน

 

   หลังจากที่ Huawei รุกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราไปสำเร็จและฮือฮาอย่างมากกับเทคโนโลยีกล้องคู่อย่าง Huawei P9 เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดก็บุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกครั้งด้วย gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza ของเราจะนำมารีวิวกันในตอนนี้เลย นั้นก็คือ สมาร์ทโฟนรุ่น Huawei Y6II

   ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากในซีรีส์เดิมก็คือตัว Huawei Y6 แล้วก็มาเป็นตัว Huawei Y6II รุ่นที่แอดมินนำมารีวิวกันในตอนนี้ มาพร้อมกับสเปคก็คือ ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ก็เป็นขนาดหน้าจอที่ถือว่ากำลังพอดีในช่วงนี้ ที่ผู้คนทั่วไปก็อยากจะใช้งานกันแบบเต็มตาและก็ถือว่าพกพาง่ายด้วยความบางความเบาของตัวเครื่องนั้นเอง ถัดมาก็เป็นความคมชัดของหน้าจอระดับ HD เมื่อได้จับตัวเครื่องแล้วก็รู้สึกว่างานประกอบก็แน่นหนาดี แต่เสียดายที่เป็นตัวบอดี้พลาสติกที่เปิดฝาหลังออกมาได้ ในตัวเครื่องก็จะรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แล้วก็รองรับการใช้งาน 4G LTE ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถเพิ่มเมมโมรี่ได้ต่างหากมากถึง 128 GB กันเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าฝาหลังเป็นพลาสติก ก็ถือว่าทำมาได้ดี สีสันที่ทำออกมาก็ถือว่ามีคุณภาพ ขอบตัวเครื่องก็เป็นแบบขอบโลหะ ดีไซน์ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ภาพพจน์ของมือถือจีนที่ดูแล้วไม่น่าใช้เลย ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Huawei เองก็เป็นระดับอินเตอร์แบรนด์ที่ทำสมาร์ทโฟนออกมาได้ค่อยข้างดี แต่ก็ต้องบอกว่าราคาก็น่าจะอยู่ในระดับ 5 พันบาทขึ้นไปก็จะสามารถใช้งานได้ดีหน่อยนะครับ พูดง่ายๆ ว่าคุณภาพก็ตามราคาอะไรแบบนั้น จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ มาพร้อมกับกล้องหลังที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล ค่า f/2.0 ทั้งคู่เลย เมื่อเปิดเครื่องเข้ามาก็จะรู้สึกแปลกๆ สักนิดหนึ่งสำหรับตัวแอดมินเองที่ไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนแบรนด์ Huawei มาเนี่ยนะครับ เพราะว่า UI ของ Huawei เองนั้นจะแตกต่างจากมือถือทั่วไปอยู่เหมือนกัน แต่พอใช้งานไปสักพักหนึ่ง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ก็ต้องปรับความรู้สึกการใช้งานกันสักนิดหนึ่งเท่านั้นเอง

   เมื่อเราทดสอบด้วยแอป antutu กันแล้ว ก็จะได้คะแนนอยู่ที่ 29889 ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ค่อนไปทางล่างสักนิดหนึ่ง ตัวหน้าจอก็เป็นแบบ IPS ที่แสดงผลออกมาก็ไม่ถือกับว่าขี้เหร่ แต่มันก็อาจจะไม่ได้สดเหมือนจากทางฝั่งเกาหลีเค้า ก็ดูๆ แล้วการแสดงผลก็ได้ตามธรรมชาติ ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร ซึ่งในตัวเครื่องก็จะเป็นซีพียูของทาง Huawei เองก็เป็น Kirin 620 วิ่งด้วยความเร็ว 1.2 GHz Octa-core ความจุของแบตเตอร์รี่ให้มาที่ 3000 mAh ก็ถือว่าใช้งานได้สบายๆ ใน 1 วัน เพราะตัวเครื่องไม่รองรับการชาร์จไว

   การใช้งานทั่วไป เรืองของการเข้าเว็บไซต์ที่เป็นเบราเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้งานเพื่อเล่นโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นใน facebook , instragram แล้วก็ในช่องทางอื่นๆ แบบทั่วไปที่ใช้งานกันเนี่ยนะครับ ผลการทดสอบมาประมาณสัก 1 สัปดาห์ ก็ต้องบอกเลยว่าใช้งานได้ดี ถึงแม้ว่าสเปคจะดูแล้วไม่ได้หวือหวาสักเท่าไหร่ แต่การใช้งานทั่วไปต้องบอกว่าลื่นไหลดีเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง แน่นอนว่าราคากลางๆ 5-6 พันบาทแบบนี้ ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจครับกับการเล่นเกมส์ ซึ่งแอดมินทดสอบการเล่นเกมส์ fifa 16 , Nova 3 หรือแม้แต่เกมส์ Pokemon GO เนี่ยไม่ต้องพูดถึงครับ เล่นได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่เกมส์ที่บอกไปช่วงต้น ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ ครับ แต่เนื่องด้วยหน้าจอที่มันได้แค่ HD เท่านั้น ภาพที่ได้มันอาจจะไม่ได้เนียนตา ไม่ได้แรงเท่ากับราคาหลักหมื่นนะครับ แต่ถามว่าซื้อมาแล้วเล่นได้ไหม คำตอบคือเล่นได้ เอาอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไป ถ้าไม่จริงจังกับเกมส์สักเท่าไหร่ เล่นบ้างเป็นครั้งคราวก็ถือว่าตอบโจทย์ครับ เพราะว่าเครื่องไม่ร้อนด้วย ในส่วนของคุณภาพเสียงลำโพง ผลการทดสอบก็คือ ให้ระดับกลางๆ แล้วกัน เสียงมีความดังดีมาก แต่เรื่องมิติเสียง เรื่องชิปเสียงยังทำมาไม่ได้ดีมากนัก แต่อย่าลืมว่าราคาอย่างที่บอกไปนะครับ ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

   จุดเด่นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่รีวิวไม่ได้เลยใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องหน้า มันถ่ายออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว คาดว่าน่าจะเหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบแต่งหน้า แต่อยากจะได้กล้องที่แต่งหน้าได้จากในกล้องแบบไม่ต้องพึ่งแอป ใน Huawei Y6II รุ่นนี้สามารถเลือกได้เลยว่าจะทำแก้มชมพู ทำขอบตา เขียนคิ้ว เลือกได้เลยทีเดียว มันเหมาะกับการเซลฟี่ การถ่ายวีดีโอทั้งกล้องหน้าและหลังก็จะได้ความละเอียดสูงสุดที่ Full HD กันเลยทีเดียว โดยรวมๆ แล้วมันเป็นสมาร์ทโฟนในราคาประหยัดที่ไม่ต้องถึงกับหลักหมื่นก็เล่นกับมันได้สนุกๆ ก็มีเข้ามาวางขายในบ้านเราแล้ว ลองไปหาทดสอบเล่นกันได้ตามร้านค้าชั้นนำนะครับ

รีวิว Samsung Galaxy C Series สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวแล้วในจีน

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในตอนนี้เป็นสมาร์ทโฟนค่ายยักษ์ใหญ่ทางฝั่ง Android อย่าง Samsung ที่ในช่วงปลายเดือน มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องกลางใน Series C ขึ้นมาใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็มีการเปิดตัวในประเทศจีน แต่คาดว่าจะเข้ามาไทยหรือไม่นั้น ก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง เพราะคนไทยอาจจะต้องรอเปิดตัว Galaxy Note 7 เลยทีเดียว ใน C series นี้อาจจะไม่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา แต่อย่างไรแล้วก็ต้องติดตามกับทาง Samsung ประเทศไทยดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่การรีวิวของเราในครั้งนี้เราบินตรงกันไปที่จีนเลย เพื่อไปสัมผัสกับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ระหว่างตระกูล J และ ตระกูล A นั้นคือตระกูล C ทั้งสองรุ่นนี้ครับ

   Samsung Galaxy C5 และ C7 นี่คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวและวางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น ซัมซุง เอาไว้อยู่ มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นแบรนด์นี้นะครับ แต่เรื่องของสเปคและดีไซน์ตัวบอดี้นั้น ค่อนข้างจะเน้นในตลาดกลางและตลาดบนสักนิดหนึ่ง มาพร้อมกับสเปคที่ไม่ได้แรงมากมายอะไรนัก แต่ก็สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างไม่น่าห่วงมากนัก รวมไปถึงเรื่องกล้องที่ยังคงเน้นมาที่ค่า f น้อยๆ เพื่อให้กล้องนั้นดีทั้งด้านหน้าและหลัง รวมไปถึงหน้าจอที่เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบ super amoled รวมไปถึงบอดี้ที่เป็นแบบโลหะทั้งตัว ก็ถือว่าน่าสนใจ ใครที่ไปเมืองจีนก็อาจจะหิวมาใช้งานก็ได้เช่นกัน

   มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นกันเลยดีกว่า เรื่องของขนาดหน้าจอนั้น C5 จะอยู่ที่ 5.2 นิ้ว C7 จะมีขนาดหน้าจอที่ 5.7 นิ้ว ความคมชัดก็อยู่ที่ Full HD เท่ากันทั้ง 2 รุ่น ในเรื่องของความละเอียดกล้องหลังจะอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f/1.9 และ กล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/1.9 เช่นกัน กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ทำให้เรื่องของการเซลฟี่นั้นหายห่วงเลยทีเดียว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีสเปคกล้องที่เท่ากันด้วยนะครับ แต่แอดมินคิดว่าเมื่อได้ไปลองจับๆ มาแล้วด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าของตัว C7 ก็อาจจะทำให้กล้องหน้านั้นน่าใช้งานมากกว่านะครับ แต่โดยรวมแล้วเนี่ย ต้องบอกเลยว่าเอกลักษณ์ของกล้อง ซัมซุง ที่มีคววามสด แล้วก็ค่อนข้างสว่างเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่น่าสนใจและถ้าเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ก็คงขายดีไม่น้อยเลยทีเดียว ในเรื่องกล้องถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียวครับ

   สำหรับสเปคภายในของ C5 และ C7 นั้นจะมาพร้อมกับซีพียูที่เป็นตัว snapdragon 617 แบบ 8 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ RAM 4 GB ส่วนหน่วยความจำที่เปิดตัวมาให้เลือกในแต่ละรุ่นย่อยนั้น จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อยคือ รุ่นที่มี ROM 32 GB และ ROM 64 GB นั้นเอง แต่ในตลาดเมืองจีนจะเน้นไปที่ตัว 64 GB มากกว่า แต่ภายในตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่นหลักนี้ ก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้สูงสุดที่ 128 GB เช่นกัน สำหรับการรองรับการใช้งานเครือข่ายนั้น ก็สามารถรองรับ 2 ซิมการ์ดแบบนาโนซิม แล้วก็รองรับ 4G LTE ดังนั้น ถ้าใครที่หิวเข้ามาใช้งานในบ้านเรา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันนะครับ เรื่องของราคานั้นก็อย่างที่บอกว่าในเมืองจีนจะวางตำแหน่งทางการตลาดเอาไว้ที่ตัวกลางระหว่างตระกูล J กับ A ดังนั้น ราคาของตัว C5 ที่เมืองจีนก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ 1 หมื่นต้นๆ แล้วก็ตัว C7 นั้นจะอยู่ที่ราคา 1 หมื่นกลางๆ ในด้านของความจุแบตเตอร์รี่ก็อยู่ที่ 3300 mAh ในตัว C7 และ 2600 mAh ใน C5 ส่วนทั้งสองรุ่นก็จะมี NFC มาให้ใช้งานกันด้วย

   ในส่วนของภาพตัวอย่างสินค้าของเรา 2 ภาพด้านบนก็จะเป็นตัว C5 ส่วนภาพล่างสุดก็จะเป็นตัว C7 นั้นเองนะครับ ใครที่ชอบมือถือหน้าจอใหญ่ๆ นิดหนึ่ง เพื่อความคมชัดในการมองหน้าจอที่เต็มอื่ม ก็อาจจะชื่นชอบตัว C7 แต่ใครที่เน้นความสะดวกสบายในการพกพาก็มองไปที่ตัว C5 แต่ทั้งสองรุ่นนี้ ที่แอดมินสะดุดตาคือ การดีไซน์ด้านหลัง ต้องบอกว่ามันไปแอบเหมือนกับคู่แข่งทางฝั่ง IOS บ้างเล็กน้อย ก็ถือว่าสวยงามดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องลุ้นกันสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าสมาร์ทโฟนที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ มันจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปกับทางซัมซุงประเทศไทยด้วย

รีวิว Samsung Galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว 4G ทั้ง 2 ซิม แบตอึด เล่นเกมส์นานสะใจ

 

   ก่อนที้ตะทักี่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง galaxy note 7 อีกไม่นานนี้ แต่ทาง Samsung เองก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ที่น่าใช้งานอีกหนึ่งรุ่นมาเปิดตัวและทำตลาดในบ้านเราอย่างเงียบๆ ในชื่อรุ่นว่า Samsung galaxy A9 Pro ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ที่สุดใน A series ตอนนี้ก็ว่าได้ ต้องบอกเลยว่าใครที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ ต้องหันมามองอย่างแน่นอน กับการรีวิวของเรา 108plaza ในครั้งนี้

   นี่คือ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้ เรียกว่าดีไซน์ตัวเครื่องถ้าคนที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ เนี่ยต้องบอกว่ามันสวยงามเลยทีเดียว ถ้าตามศัพท์เทคนิคแล้วก็ต้องเรียกสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่าเป็น phablet แล้วก็ได้นะครับ เพราะมาพร้อมกับสเปคก็คือขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Super AMOLED ความคมชัดระดับ Full HD ด้านข้างก็จะมีช่องใส่ซิม รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแล้วก็สามารถใช้ 4G LTE ได้ทั้ง 2 ซิมด้วย กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลดช์ ที่ปุ่ม home ก็จะสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย ด้านบนตัวเครื่องก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้ด้วย ด้านในตัวเครื่องนั้นก็ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มามากถึง 5000 mAh อีกด้วย ก็ถือว่าใช้งานกันได้ยาวๆ ไปเลยทีเดียว แต่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้นะครับ ในด้านของสเปคภายใน จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็น snapdragon 625 Octa-core 8 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 Ghz ก็เรียกได้ว่าให้สเปคมาเท่านี้ ความแรงนั้นให้มาเพียงพอกับการใช้งานเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครที่เน้นความบันเทิง เล่นโซเชียล youtube ท่องเว็บ เปิดโน้น นี่ นั้น ไปพร้อมๆ กันมันตอบโจทย์ในด้านของความเป็นหน้าจอใหญ่ แล้วก็เล่นแบบ multi window คือเล่นแบบ 2 หน้าจอไปพร้อมๆ กันได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ การใช้งานก็ไหลลื่นดีเลยทีเดียว ในเรื่องของเสียงลำโพงนั้นความดังไม่ต้องห่วงเลย ให้ลำโพงที่มีความดังพอสมควร แล้วก็มิติเสียงจะไปทางแนวกังวานดีด้วย ให้อารมณ์เหมือนฟังเพลงในฮอล์ใหญ่ๆ ประมาณนั้น ก็ถือว่าในด้านความบันเทิงทั่วไปก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน

   เมื่อเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แบบนี้ คอเกมส์หลายคนก็คงอยากจะทราบกันแล้วว่ามันเล่นเกมส์ได้ดีหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าเกมส์ทั่วไป เกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็หายห่างเลยทีเดียว ด้วยสเปคที่ค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ได้แรงจนถึงที่สุด ก็ทำให้มันเล่นเกมส์ได้ดีเลย แต่อาจจะมีบางช่วงที่เป็นเกมส์ที่กราฟฟิกขั้นเทพจริงๆ ก็ทำให้มีช่วงที่หน่วงบ้างหรือว่าสะดุดบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นบ่อยนักนะครับ แต่แนะนำว่าถ้าคอเกมส์จ๋าๆ ที่เน้นเกมส์อย่างเดียวเลย อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่นักนะครับ

   ในส่วนของกล้องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Samsung นั้นไม่ค่อยทำให้เรานั้นผิดหวังกับเรื่องของกล้องสักเท่าไหร่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาตั้งแต่ 7 พันบาทขึ้นไป ส่วนมากจะดีหมดนะครับ แล้วในรุ่น A9 pro ตัวนี้ก็เช่นกัน ก็มีความคมชัดทั้งในส่วนของกล้องหลังเองก็มีทั้งโหมดออโดต้หรือว่าโหมดโปรมาให้ได้ใช้งานกัน การถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีเลยทีเดียว กล้องหน้าก็สามารถที่จะเซลฟี่ได้ เป็นเลนส์ wide ด้วย สามารถที่จะใช้ถ่ายในมุมกว้างได้ดี แถมยังหน้าจอใหญ่ ก็จะเก็บภาพได้ค่อนข้างกว้างอีกด้วย ในส่วนของเราราคาที่ตอนนี้เอง Samsung ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายกันแล้วในร้านค้าชั้นนำทั่วไปเนี่ยนะครับ จะอยู่ที่ 15,xxx บาท อย่างไรถ้าใครที่ชอบความสามารถในการใช้งานที่เน้นหน้าจอใหญ่เป็นหลักเนี่ย ต้องลองไปมองๆ หาดู แล้วก็ลองไปสัมผัสกันดูได้นะครับ

   ก่อนจะจากลากันไป ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้กับตัวสมาร์ทโฟน Samsung galaxy A9 Pro ก็มาสรุปข้อดีกันสักหน่อยว่ามันมีอะไรบ้างที่เป็นจุดเด่นเลย ที่ทำให้เรานั้นเลือกซื้อได้ตรงใจก็คือ อย่างแรก เป็นมือถือที่รองรับ 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ก็คงจะตอบโจทย์คนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว มองเห็นชัดเจนเต็มตา ใครที่ดูซี่ร่ส์ ก็ชัดเจน แบตอึดด้วย ก็การใช้งานประมาณ 2 วันได้สบายๆ ถ้าใช้งานปกตินะครับ การใช้งานทั่วไปก็ค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว แต่ข้อเสียก็คืออาจจะไม่ได้เป็นสเปคที่แรงมากนัก การเล่นเกมส์ คอเกมส์สายโหด อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ ต้องรอเรือธงรุ่นต่อไปที่เตรียมจะเปิดตัวมา กล้องมีความสดของภาพค่อนข้างดีเลยทีเดียว ถือว่าคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่เพื่อนๆ เข้าไปทดสอบด้วยตัวเองก่อนที่จะซื้อมาใช้งานกันยาวๆ นะครับ

 

Review samsung galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนที่รู้สึกว่ามันไม่กักสเปคแล้ว รีวิวเจาะลึกการใช้งานแบบจริงจัง

 

   หลังจากที่แอดมินเองได้พรีวิวตัว Samsung galaxy A9 Pro กันไปเบื้องต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีการทดสอบใช้งานในหลายๆ ด้านด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันมีทั้งข้อดี แล้วก็ ข้ดเสีย ในบางจุด ของสมาร์ทโฟนหน้าจอ 6 นิ้วเครื่องนี้ ที่มันไม่ได้ดูใหญ่อะไรแล้ว เพราะตัวเครื่องขอบเครื่องมันบาง ก็ถือว่าพกพาอาจจะไม่ได้ง่ายมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วที่สำคัญคือ ภาพพจน์ของแบรนด์ซัมซุงที่พี่น้อง เพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคนต่างก็ด่ากันว่อนเน็ต แล้วก็หันไปใช้มือถือจีนบ้าง ใช้แบรนด์ผลไม้บ้าง อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ซัมซุง ก็ยังครองตลาดสมาร์ทโฟนและยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่ดี แล้ว A9 Pro รุ่นนี้ก็อาจจะลบค่ำด่าที่ว่า ไอ้จอมกัก กักสเปค อะไรแบบนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามารีวิวเจาะลึกตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ ในวันนี้กันเลยดีกว่า

   อย่างแรกเลยที่ไม่กักสเปคคือ ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แล้วก็มีช่องเสียบเมมโมรี่แยกมาให้ ไม่ต้องไปเลือกว่าจะใส่ซิมสองหรือใส่การ์ดดี ต่อมาเรื่องของแบตเตอร์รี่ 5000 mAh ก็มีการทดสอบกันมามากมายในเรื่องของความอึด เปิดหน้าจอแบบไม่ปิด ใช้งานต่อเนื่อง เล่นเกมส์ ดู youtube ต่อเนื่องได้นาน 9-10 ชั่วโมงได้สบายๆ แต่ถ้าใช้งานจริงๆ 2 วันอยู่ได้ชัวร์เลย แอดมินก็ทดสอบมาแล้วนะครับ ถัดมาเรื่องของสเปค ให้ RAM 4 GB CPU snapdragon 652 ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างดี แต่เอาละเดี่ยวเราจะรีวิวการใช้งานกันในช่วงต่อไป แต่สิ่งที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีหูฟัง มีหัวชาร์จที่รองรับการชาร์จเร็วด้วย แต่สายชาร์จยังคงใช้ micro USB รุ่นเดิมอยู่นะครับ ยังไม่เป็น Type C แต่อย่างใด

   จุดเด่นของการทดสอบใช้งานเรื่องแรกที่อยู่ในสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ นั้นก็คือ หน้าจอนั้นเอง คือต้องบอกว่าคุณภาพจอ SUPER AMOLED ของซัมซุงนั้นไม่ผิดหวัง แม้แต่รุ่นล่างๆ ก็ยังคุณภาพดีอยู่ ดูหนัง ดู youtube ขนาดจอ 6 นิ้ว ใหญ่เต็มตา แบตอึดๆ แบบนี้ ถือว่ามันดีมากเลยทีเดียว ต่อมาเรื่องของลำโพง ย้ายลำโพงมาด้านล่าง เสียงดังดี คุณภาพเสียงก็ปกติ ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้มีมิติเสียงที่เน้นเรื่องลำโพงมากเท่าไหร่ ต่อมาเรื่องของเข็มทิศ มีมาให้ด้วยสามารถใช้นำทางหรือเปิดแผนที่ GPS ได้เช่นกัน สามารถใช้งานได้ตามทิศทางที่เปลี่ยนไป

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง หลายคนอาจจะคาดหวังว่ากล้อง A9 Pro รุ่นนี้จะเวอร์วังอลังการ บอกเลยว่าไม่ขนาดนั้นครับ ถ้าคุณต้องการมือถือที่กล้องทั้งหน้าและหลังแบบเทพๆ ไปเลยเนี่ย ซัมซุงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์ แต่มันก็ใช้งานได้ปกติ ไม่ได้แย่หรือเลวร้ายแต่อย่างใด คือถ้าถ่ายในที่แสงปกติมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มันค่อนข้างจะจับโฟกัสได้ยากสักนิดหนึ่ง คือกล้องตัวนี้ค่อนข้างที่จะต้องมือนิ่งที่เยอะมากทั้งหน้าและหลังเลย ภาพมันถึงจะออกมาชัดและคม แต่ถ้าถ่ายปกติ แสดงปกติ ไม่ซูมภาพเยอะเกินไป ก็เป็นภาพที่ปกติ เรื่องของการถ่ายวีดีโอ มีระบบกันสั่นหรือ OIS มาให้ด้วยทั้งสองตัว ก็คือถ่ายวีดีโอไปด้วยเดินไปด้วย ก็จะได้ภาพที่นิ่งขึ้นและก็ดูสบายตามากขึ้นไม่เวียนหัวนั้นเอง ความละเอียดสูงสุดในการถ่ายวีดีโอได้คือระดับ Full HD เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับ 4K การถ่ายภาพนิ่งในที่แสงน้อย มันค่อนข้างจะทำได้ไม่ดีนัก ต้องเข้ามาใช้โหมดโปรช่วยในการปรับตั้งค่า ปรับ ISO ปรับรูรับแสงต่างๆ คือต้องมีความรู้เรื่องกล้องพอสมควรถึงจะใช้งานได้ดีในที่แสงน้อย กล้องหน้ากันบ้าง ก็ต้องบอกว่าเป็นกล้องหน้าที่พอจะเซลฟี่ได้ เป็นกล้องเลนส์ wide ด้วย ยังคงสั่งการด้วยเสียงหรือ voice control ได้ แต่ต้องบอกว่ามือต้องนิ่งหรือนิ่งมากในการเซลฟี่เช่นกัน ถึงจะได้ภาพที่ชัด

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือ เรื่องของการใช้งานที่บอกไปช่วงต้นว่ามันไม่กักสเปค CPU 652 ที่ติดการ์ดจอของ adreno ที่เป็นเบอร์ 1 ใน android มา และแรม 4 ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มันเร็วดีมาก ใครที่ไม่เน้นกล้องสักเท่าไหร่ บอกเลยว่าน่าสนใจ การใช้งานทั่วไป เปิดแอปไว้เยอะๆ แล้วสลับเปลี่ยนมาใช้งานแอปตัวเดิม มันก็ยังค้างและใช้งานได้ต่อเนื่องดีมาก รวมไปถึงการเล่นเกมส์ บอกเลยว่าจอสวย เครื่องแรง สเปคดี เกมส์เล่นได้หายห่วง แถมยังเล่นเกมส์ได้ต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะออกเกมส์กลางครัน แล้วกลับมาเล่นใหม่ ด้วยแรมที่เยอะ ก็ทำให้มันน่าสนใจอย่างที่แอดมินได้รีวิวไปในราคา 15,xxx บาท นะครับ ตอนนี้ก็มีขายกันทั่วประเทศแล้วก็ลองไปเล่นกันดูได้ว่ามันจริงอย่างที่แอดมินได้รีวิวเอาไว้หรือไม่นะครับ

Review Lenovo ThinkPad 8 Tablet ที่มีระบบปฏิบัติการ windows พกพาง่าย เหมือน Notebook เคลื่อนที่

 

   Lenovo ถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ก็คงจะนึกถึงในเรื่องของกลุ่มสินค้าไอทีประเภท Notebook เป้นหลัก ที่ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของแบรนด์นี้จริงๆ ก็เป็นแบรนด์จากเมืองจีน แต่ก็ทำให้ผู้คนในบ้านเรารวมไปถึงผู้คนทั่วโลก ต่างก็ยอมรับในสินค้าที่อาจจะไม่ได้มองว่าเป็นสินค้ามาจากจีนเท่าไหร่นัก ซึ่งพูดตามหลักแล้วคนไทยเองก็ยังคงมีความเชื่ออยู่ว่า สินค้าที่มาจากจีนโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าเนี่ย เดี่ยวนี้ก็ยังคงเชื่ออยู่ว่ามันไม่น่าจะมีคุณภาพดีสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นตัวสินค้าหรือดูรายละเอียดลงลึกๆ เรียกว่าเป็นภาพลักษณ์ที่กลายเป็นกระแสกันไป แต่เดี่ยวนี้อะไรๆ ก้มาจากจีนทั้งนั้นเลย ดูท่าทางแล้วจีนก็คงกลายเป็นโรงงานใหญ่ของโลกกันไปแล้ว เพราะฉะนั้น Lenovo เองก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำให้ผู้คนยอมรับได้ แล้วในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเราก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์ อีกหนึ่งรุ่นจาก Lenovo มารีวิวให้ทุกท่านได้ติดตามกันด้วย

   นี่คือตัวที่เราจะทำการรีวิวกันในครั้งนี้เลย Lenovo ThinkPad 8 ก็เปิดตัวกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วนะครับ แล้วล่าสุดนี้มี Lenovo ThinkPad 13 ก็เปิดตัวออกมาแล้วด้วย ก็คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้นำมารีวิวกันให้เพื่อนๆ ได้ติดตาม เป็นแท็ปเล็ดที่มีความบาง เบา พกพาง่าย จุดเด่นน่าจะอยู่ที่เรื่องของระบบปฏิบัติการหรือว่า OS ด้านในตัวเครื่อง ก็จะใช้ระบบปฏิบัติการ windows ก็จะสามารถอัพเดทได้เป็น windows 10 แล้วด้วย ใครที่ซื้อมาแล้วและยังไม่ได้อัพเดทก็จัดการอัพให้เรียบร้อยด้วยนะครับ เพราะว่าเวอร์ชั่นนี้ก็ค่อนข้างที่จะเสถียรและใช้งานได้ดี แถมยังจะช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน แบตเตอร์รี่ก็สามารถใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าจุดเด่นที่ตามมาของแท้ปเล็ดเครื่องนี้ก็คือ มันก็จะกลายเป็นแท็ปเล็ดที่มีหน้าจอเล็กๆ พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกในแบบฉบับของคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ๆ ออกไปทำงานข้างนอกสถานที่ก็ได้ เพราะแท็ปเล็ดตัวนี้สามารถรองรับไฟล์ทุกอย่างที่ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ก็สามารถเปิดได้หมดเลย

   มาดูในส่วนของสเปคคร่าวๆ ของตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว intel ATOM Z3770 แบบ 4 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz จุดเด่นของ CPU เวอร์ชั่นนี้อยู่ที่การประหยัดพลังงานนั้นเอง ให้ RAM 3 GB และมีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ 64 GB นอกจากนั้นยังสามารถรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายแบบ 3G ได้อีกด้วย ในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าถ้าเราใช้งานแท็ปเล็ดแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่เรานั้นใช้งานคอมพิวเตอร์หรือไม่ จะถอดเข้าถอดออก เสียบ flash drive โยกย้ายข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายๆ หรือไม่ คำตอบก็คือได้ โดยจะมีพอร์ด micro USB มาให้ แล้วก้มีหัวแปลงจากพอร์ดเล็กให้สามารถเสียบเป็นพอร์ด USB ก็ได้ด้วย นอกจากนั้นยังสามารถเสียบเมาส์ เสียบแป้นคีย์บอร์ดเพิ่มเพื่อใช้งานได้รวดเร็วขึ้นก็ได้เช่นกัน ในส่วนของหน้าจอนั้นเลือกใช้หน้าจอแบบ LED multi-touch screen ขนาดของหน้าจออยู่ที่ 8.3 นิ้ว ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 1920*1200 พิกเซล กล้องหลังมีความละเอียดแบบเบาๆ สามารถใช้งานได้ถ่ายรูปได้ ให้มาที่ 8 ล่านพิกเซล กล้องด้านหน้าก็มีมาให้เช่นกันแต่ไม่ได้มากมายนัก เอาไว้พอที่จะวีดีโอคอลได้อย่างสะดวก ให้มาที่ 2.2 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง เมื่อเปิดในตัวเครื่องขึ้นมาจะเห็นว่ายังคงเป็นระบบปฏิบัติการแบบ windows 8.1 อยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าสามารถอัพเดทระบบปฏิบัติการได้เลย

   การใช้งานก็มีทั้งตัว Microsoft office 2013 ของแท้มาให้ได้ใช้งานในด้านของงาน document ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ แต่มันก็ต้องแรกมากับความที่หน้าจออาจจะเล็กไปสักนิดหนึ่ง ถ้าให้มองว่าการใช้งานประจำๆ เลยนั้นก็คงจะไม่สะดวกเท่ากับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค ก็จะดีกว่าใช้เครื่องเล็กๆ แบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือเอาไว้ใช้งานนอกสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องพกเครื่องใหญ่ๆ ไปก็ได้ หรือ ใครที่ชอบทำงานบนเครื่องบิน ตัวนี้ค่อนข้างที่จะสะดวกเลยทีเดียว งานประกอบทางด้านของตัวเครื่องนั้นก็ดีไซน์ออกมาดีครับ ไม่ดูเหมือนกับแท็ปเล็ดทั่วไปที่บอดี้เป็นพลาสติกดูไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ แต่ตัว Lenovo thinkpad 8 ตัวนี้บอดี้ส่วนใหญ่เป็นอะลูมีเนียม แล้วก็จะมีการออกแบบเป็นยูนิ บอดี้ด้วย คือเป็นบอดี้ชิ้นเดียวกันทั้งเครื่อง ตัวเครื่องก็บางเพียง 8.8 มม. หนัก 430 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าพกพาง่าย

   ในส่วนของราคาค่าตัว Lenovo Thinkpad 8 อีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ก็มีราคาประมาณ 1 หมื่นกลางๆ เท่านั้นในตอนนี้ ใครที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ก็ลองไปหาซื้อมาใช้งานกันดูได้เลยนะครับ ถือว่าใช้งานพื้นฐานได้ดีเลยทีเดียว

 

Review LG Stylus 2 สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ สเปคกลางๆ แต่มีปากกากับค่าตัวที่ต่ำหมื่น

 

   มีสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นตัวใหม่ล่าสุดจากทาง LG มารีวิวกันอีกแล้วครับเพื่อนๆ ซึ่งใครที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่วางงบเอาไว้ต่ำหมื่น หน้าจอใหญ่ๆ นิดหนึ่ง แบตเตอร์รี่ใช้งานได้ทั้งวัน หน้าจอก็ใหญ่และอยากได้ตัวเครื่องบางๆ เพื่อการพกพาและการจับใช้งานที่ดีและที่สำคัญอยากได้ปากกาเอาไว้ขีดๆ เขียน อีกด้วยนั้น ต้องมาที่สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้เลย

   LG Stylus 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาล่าสุดและอยู่ในมือของเว็บไซต์ 108plaza ที่จะรีวิวถึงการใช้งานของตัวเครื่องที่หน้าจอใหญ่เครื่องนี้ ซึ่งต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ใครที่ยอมรับในความต้องการใช้งานของตัวเองอย่างที่กล่าวไปแล้วช่วงต้นว่า อยากได้มือถือที่ราคาไม่ได้แพงมากนัก งบไม่ถึงหมื่น แล้วอยากได้ที่เป็นสเปคกลางๆ ทุกอย่างต้องบอกว่ากลางๆ หมดเลยสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ สเปคกลาง กล้องกลางๆ ขีดเชียนได้บ้าง

   ในส่วนของสเปคตัวเครื่องนั้น LG Stylus 2 เครื่องนี้มาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5.7 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ความละเอียด 1280*720 พิกเซล มาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Qualcomm snapdragon 410 วิ่งด้วยความเร็วเพียง 1.2 GHz แบบ 4 แกนสมอง ตัวเครื่องนั้นสามารถรองรับการใช้งาน 4G LTE ทุกคลื่น ทุกเครื่อข่าย สามารถใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด และก็ให้ RAM 2 GB หน่วยความจำในตัวเครื่องเพียง 16 GB สามารถที่จะเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้สูงสุด 256 GB เป็นแบบ micro sd card ในส่วนของความละเอียดกล้องนั้น ให้กล้องหลังความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล ความจุของแบตเตอร์รี่ 3000 mAh มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 M

   ในเรื่องของการจับใช้งานนั้น ใครที่คิดว่า หน้าจอ 5.7 นิ้วมันจะใหญ่เกินไปไหม บอกได้เลยว่าไม่ใหญ่มากนัก เพราะตัวเครื่องค่อนข้างบาง มีความบางเพียง 7.4 มิลลิเมตร เท่านั้น ตัวเครื่องดีไซน์มาค่อนข้างสวยงาม ตัวขอบเครื่องเป็นโลหะสีทอง ด้านฝาหลังนั้นเป็นพลาสติกแบบธรรมดา สามารถเปิดฝาหลังและแกะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ได้ ก็ถือว่างานประกอบและเรื่องของดีไซน์นั้นอยู่ระดับกลางๆ ที่ค่อนข้างใช้งานได้ดี ตัวเครื่องที่ด้านบนจะมีช่องเสียบปากกา stylus อยู่ด้วย เมื่อถอดปากกาออกมา ก็พบว่าเป็นปากกา stylus แบบธรรมดาทั่วไปที่ออกแบบมาให้ใส่กลับคืนเข้าไปได้ด้านเดียว เรื่องของปัญหาการใส่ปากกาผิดด้ามก็คงไม่มีเกิดขึ้น

   ในส่วนของการใช้งานนั้นดูเหมือนว่าจะอยู่ในมาตรฐานกลางๆ ไปเสียหมด ไม่ค่อยจะมีอะไรที่โดดเด่น สามารถดูหนัง ฟังเพลงได้ เพราะหน้าจอใหญ่ แต่ความคมชัดก็แค่ 720p เท่านั้น เรื่องของลำโพงเมื่อเปิดเพลงหรือเปิดดูหนังออนไลน์ต่างๆ ผ่าน youtube ก็พบว่าเมื่อเทียบกับ LG Stylus รุ่นแรกจะดีกว่าด้วยซ้ำไป เพราะเสียงลำโพงจะไม่ค่อยมีมิติที่ครบเครื่องเท่าไหร่ ฟังแล้วรู้สึกแห้งๆ ขาดมิติที่สนุกสนาน การใช้งานในเรื่องของสเปคกับการเล่นเกมส์ ก็กลางๆ เช่นกัน สามารถเล่นเกมส์ทั่วไปที่มีกราฟฟิดไม่ได้เยอะมากได้ดี ในเรื่องของการใช้งานปากกา stylus นั้นเป็นหัวแบบไฟเบอร์ปกติ เมื่อถอดปากกาออกมาตัวเครื่องจะสั่นเตือน เมื่อลืมใส่ปากกาคืนที่เดิมตอนที่ปิดหน้าจอ ตัวเครื่องจะสั่นเตือนในกรณีที่ลืมปากกาและป้องกันปากกาหายนั้นเอง ในส่วนของการใช้งานก็ไม่ได้มีฟังก์ชั่นอะไรมารองรับเยอะมากนัก สามารถเขียนโน้ต เขียนข้อความได้ปกติ แต่ดูเหมือนกับว่าตัวปากกาจะรองรับได้ในแนวตั้งดีกว่าแนวนอน เพราะถ้าจับตัวเครื่องเป็นแนวนอนแล้วใช้ปากกาจะใช้งานได้ไม่ดีเท่าเท่าไหร่ การตอบสนองก็ค่อนข้างต่ำ ความไวในการใช้งานปากกาก็ค่อนข้างต่ำ อาจจะต้องเขียนอะไรที่ตัวใหญ่ๆ สักนิดหนึ่ง ถ้าเขียนตัวเล็กเกินจะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะความละเอียดหน้าจอน้อย แต่ก็สามารถรองรับแรงกดในการเขียนปากกาได้ดี

   ก็ต้องถือได้ว่าสินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้กับตัวสมาร์ทโฟน LG Stylus 2 นั้นจะดูเหมือนว่าทุกอย่างก็กลางๆ หมด ในเรื่องของการใช้งานเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของการใช้งานทั่วไป จะสามารถใช้ได้ไหลลื่นดีแต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร็วมากจนน่าตกใจ แต่ก็ไม่ได้หน่วงจนไม่น่าใช้งาน เรื่องของกล้องทั้ง 2 ตัวนั้นถ้าถ่ายในแสดงปกติและก็ใช้งานทั่วไปไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ่ายได้ค่อนข้างกลางๆ เช่นกัน กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide เซลฟี่ได้ปกติ เมื่อทดสอบความอึดของแบตเตอร์รี่แล้วนั้น ก็สามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบายๆ เลยครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าใครที่อยากได้มือถือราคา 8,790 บาทและสามารถใช้งานได้ทุกอย่างก็ลองไปหาซื้อหรือไปทดสอบเล่นกันก่อนได้ ส่วนครั้งหน้าเราจะมีอะไรมารีวิวอีกนั้นต้องห้ามพลาดกันเลยนะครับ รับรองว่าเด็ดอย่างแน่นอน

รีวิว Motorola Moto Z สมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมที่เป็น Pure Android สมาร์ทโฟนโมดูลาร์ที่สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์เสริมเพียบ

 

   สมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุด! ที่คิดว่าทุกคนต้องชอบ กับความเป็น Pure Android โดยการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ในครั้งนี้ของเว็บไซต์ 108plaza แอดมินจะพาไปติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพงานประกอบของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในแบรนด์ Motorola ที่ยังคงวางกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่เป็นแนวคิดว่าเดียวกันกับ google ที่ได้จับมือร่วมกันผลิตสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้แต่งเดิมตัว UI อะไรมากมาย ทำให้ตัวเครื่องนั้นไหลลื่น พร้อมกับสเปคที่แรง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโนในแบรนด์ Moto นั้นเอง ล่าสุดนี้มีการแถลงข่าวแบะเปิดตัวในงาน Lenovo tech world ที่ผ่านมานี้ บอกเลยว่า goodbye Moto X , Hello Moto Z แล้วแอดมินก็จะพาไปรีวิวตัว Moto Z ที่ได้กล่าวถึงสรรพคุณมากมายมาแล้วในช่วงต้นนี้กันแบบเจาะลึกกันเลย

   ซึ่งในงานก็มีแต่ผู้คนที่จับจ้องไปที่การเปิดตัวสมาร์ทโฟน Moto Z กันนี่แหละนะครับ เพราะถือว่าสมาร์ทโฟนนอกจากจะใช้งานในตัวเครื่องกันอย่างเดียวแล้ว ก็ถือว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นสมาร์ทโฟนตัวโมดูลาร์ ที่จะใช้สมาร์ทโฟนเข้าไปร่วมกับตัวอุปกรณ์เสริมๆ อื่นๆ อย่าง Moto mos ได้อีกหลายๆ ชิ้นเลยทีเดียว แต่ก่อนอื่นๆ แอดมินจะพาไปดูว่าสเปคของตัวเครื่อง Moto z นั้นเป็นอย่างไรบ้าง โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ amoled ความคมชัดระดับ quad HD ตัวชิปประมวลผลนั้นเป็น Qualcommm snapdragon 820 สำหรับตัวหน่วยความจำภายในนั้น จะมีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ก็คือจะมีตัว ROM 32 GB และ ROM 64 GB สามารถเพิ่มตัวหน่วยความจำสำรองได้สูงสุดที่ 256 GB ให้ RAM 4 GB ส่วนสเปคของกล้องนั้น กล้องหลังจะมาพร้อมกับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับระบบป้องกันการสั่นหรือว่าระบบ OIS และระบบ ออโต้ โฟกัส กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้านั้นสามารถใช้เป็นกล้องเซลฟี่ได้ เพราะมีมุมภาพที่กว้างและเป็นเลนส์ wide ด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความจุของแบตเตอร์รี่ขนาด 2600 mAh แต่สำหรับแอดมินคิดว่ายังให้มาน้อยไปสักนิดหนึ่ง เพราะหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วก็อาจจะกินแบตได้พอสมควร แต่ไม่แน่ว่า ตัวที่เป็นระบบ pure android นั้น จะสามารถประหยัดแบตได้ดีมากขึ้นก็ได้ เพราะตัว Moto Z ที่แอดมินได้รีวิวมานี้ ยังไม่ได้เข้ามาเมืองไทย ณ ตอนนี้ นั้นเองที่แอดมินกำลังทำบทความรีวิวนี้ขึ้นมายังอยู่ในช่วงกลางเดือน มิถุนายน 2016 แต่ทาง Moto ประเทศไทยเองก็ยืนยันมาแล้วว่า ตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเข้ามาบ้านเราอย่างแน่นอน ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นก็เป็นเวอร์ชั่น 6.0.1 pure Android อย่างที่บอกไปในช่วงต้นเลย

   สำหรับการดีไซน์ Moto Z นั้นมาพร้อมกับตัวเครื่องที่บางเฉียบ บางกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ที่ Moto เคยทำมา ส่วนฝาหลังเป็นแบบกระจกมันวาว ต้องบอกว่าแอดมินได้สัมผัสตัวเครื่องจริงๆ ที่งาน Lenovo tech world ก็ต้องบอกว่าสวยงามมากเลยทีเดียว แต่เมื่อจับไปสักพักหนึ่ง ก็จะเห็นรอยนิ้วมือขึ้นมาทันที ต่อมาในตัว Moto Z นั้นที่ปุ่มด้านล่างที่เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้า จะทำหน้าที่เป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือเท่านั้นเอง ไม่สามารถใช้เป็นปุ่มโฮมได้ แต่จะมีปุ่มโฮมแบบ on-screen ที่หน้าจอ ก็อาจจะต้องปรับตัวกันสักนิดหนึ่งในช่วงแรกๆ ที่ใช้งาน ส่วนงานประกอบโดยรวมถือว่าคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยละครับ ส่วนอีกหนึ่งจุดเด่นที่ Moto ทำขึ้นมาให้ตัวเครื่องนั้นมีความบาง ก็เนื่องจากว่าจะต้องเอามาใช้งานร่วมกับตัว Moto mos ที่เป็นอุปกรณ์เสริมที่จะเอามาแปะไว้ที่ด้านหลังเครื่องเพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็นลำโพง JBL ก็ได้ หรือ เปลี่ยนให้เป็นโปรเจคเตอร์พร้อมลำโพง หรือ แบตเตอร์รี่เสริม โดยตัว Motto mos นั้นจะมีตัวเซนเซอร์อยู่ดานหลัง 16 จุด เมื่อใส่เข้ากับตัว Moto Z จะรู้ได้ทันทีว่าตัว Moto mos นั้นคืออุปกรณ์เสริมอะไร ตัวแอปที่จะใช้งานร่วมกันก็จะเปิดขึ้นมาทันทีเลย ในอนาคตทาง Moto ก็จะพัฒนาตัวอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Moto mos อีกหลายๆ ชิ้นขึ้นมาให้ได้ใช้งานกันอย่างแน่นอนครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ ได้รับการยืนยันจากทาง Moto เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า Moto Z จะมีการวางขายในทั่วโลกในเดือนกันยายน 2016 นี้แน่นอน แล้วก็ใครที่ชื่นชอบในความเป็น Moto Z แล้วละก็ สามารถเตรียมตังค์กันไว้ได้เลย เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างแน่นอนครับ ส่วนเรื่องของราคาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ก็ต้องรอลุ้นกันว่า ราคาจะถูกใจตามสเปคหรือเปล่า