รีวิวหูฟังที่มีรุ่นเดียวในแบรนด์ Oriveti รุ่น Primacy รุ่นเดียว ตัวเดียว พลังเสียงมาเต็มคู่เดียวจริงๆ

 

   Oriveti ใครเคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้บ้าง แล้วใครเคยได้นำเอาสินค้าของแบรนด์นี้มาลองใช้กันบ้าง แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะลองของใหม่ อยากจะได้ของใหม่ที่ทั้งบริษัทผู้ผลิต ผลิตหูฟังรุ่นเดียวเท่านั้นที่ออกมาวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ ไม่ต้องได้เลือกรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก รุ่นกลาง เพราะมีรุ่นเดียวเท่านั้น เป็นแบรนด์ที่ผลิตหูฟังแบบ in-ear นั้นเอง มันจะดีอย่างไร แล้วมันน่าสนใจแค่ไหน กับ gadget สินค้าอินเทรนด์เพียงแค่รุ่นเดียวของบริษัทอย่าง Oriveti Primacy

   Oriveti ก็เป็นชื่อแบรนด์น้องใหม่ในวงการหูฟังเลยก็ว่าได้ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในอังกฤษ สาเหตุที่แอดมินได้นำมารีวิวก็เพราะว่ามันมีความน่าสนใจอยู่ที่เป็นแบรนด์มาจากเมืองผู้ดี แต่ตัวหูฟังจริงๆ ก็สั่งผลิตในจีน แต่ถามว่าคุณภาพดีไหม เดี่ยวเรามารีวิวกัน มาดูเรื่องของตัวแพ็คเกจ ตัวบรรจุภัณฑ์แล้วก็รายละเอียดปลีกย่อยกันก่อนเลย การดีไซน์ตัวกล่องนั้นดูเรียบหรู เป็นกล่องสีดำ มีโครงสร้างของ่ตัวหูฟังด้านในบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องครบเลย เปิดกล่องออกมาจะมีตัวหูฟังที่ถูกล็อคอยู่ในโมดุลอย่างดีเลย เปิดกล่องอีกชั้นจะมีเคสหรือมีซองใส่หูฟังที่เป็นอะลูมีเนี่ยมอย่างดีเลย แถมมาให้ได้ใช้ใส่หูฟังไปตามที่ต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ไปพันกับสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในกระเป่าของเรา ถือว่าเป็นเคสหรือเป็นกล่องใส่หูฟังที่ค่อนข้างจะพรีเมี่ยมเลย ดูดีไม่ขี้เหร่เลยว่างั้น ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟัง สามารถมองหารุ่นนี้ได้เลย เพราะทั้งบริษัทที่ผลิตออกมา มีรุ่นเดียวเท่านั้นเอง ณ ตอนนี้เนี่ยนะครับ ถัดมาก็จะมีที่คล้องหู สำหรับใครที่ใส่หูฟังแบบ อินเอียร์ แล้วหูฟังหลุด เดินไปเดินมาแล้วหลุด ก็จะมีที่คล้องหูมาให้ด้วย เอาไว้คล้องด้านข้างใบหูนั้นเอง ก็จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถัดมาอีกหนึ่งอย่างที่แถมมาก็คือ ตัวแจ็คแปลงจากแจ็ค 3.5 ให้กลายเป็นแจ็คใหญ่แบบ 6.3 มม. ที่จะต้องใช้กับเครื่องเสียงใหญ่ เครื่องเสียงในบ้านอะไรแบบนี้ หรือ ใครที่เป็น sound engineer หรือเป็นนักดนตรี ไม่อยากจะยุ่งยากฟังเสียงจากลำโพงใหญ่ ก็ใช้หูฟังคู่นี้เสียบฟังเพลงได้เลย แล้วก็มีแจ็คแบบที่ใช้สำหรับฟังเพลงบนเครื่องบนที่เป็นแจ็คเฉพาะก็มีแถมมาให้ในกล่องด้วย ถัดมาที่ขาดไม่ได้ ที่ต้องให้มาในตัวกล่อง ก็คือ หูฟังแบบ in-ear ก็ต้องมีจุกหูฟังด้วย มีให้มาหลายแบบ หลายขนาดด้วยกัน มีทั้งหมด 5 ไซต์ จากเล็กไปถึงใหญ่ที่สุด ส่วนมากคนไทยเราก็จะใช้ไซต์เล็กและไซต์กลางเป็นหลัก ก็จะมีจุกยางแบบลัฟเบอร์ ที่จะให้มิติเสียงที่มีความใสเป็นพิเศษ แล้วก็จะทำให้การบาลานช์ของเสียงที่ได้ยินออกมานั้นดีด้วย แล้วก็จะมีจุกหูฟังแบบที่สอง ก็คือแบบ โฟม ตรงนี้เนี่ยจะให้มาในกลุ่มที่เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยม หูฟังแบบ Hi-end เลย ในแบรนด์นี้ก็ให้มาด้วย ข้อดีของจุกหูฟังแบบโฟมนั้น จะทำให้การสวมหูฟังดูนุ่ม เบาสบาย ซึ่งการเลือกใช้จุกโฟมก็จะได้เสียงที่นุ่ม มีความทุ้มของเสียงเบสเข้ามาช่วยได้เยอะขึ้น แต่ข้อเสียของจุกโฟมก็จะมีอายุการใช้งานที่น้อย ใช้ได้แค่ 1-2 เดือนก็จะชำรุดไปแล้ว แล้วก็ใครที่มีหูเล็ก จะใช้จุกโฟมไม่ค่อยได้ อุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวเครื่องเนี่ย ก็มีแถมมาให้ครบถ้วยถูกบรรจุอยู่ในกล่อง

   มาดูที่สเปคของตัวหูฟังกันต่อเลย มาพร้อมกับไดเวอร์ขนาด ข้างละ 8.6 มม. Dual Arrnature , body Aluminium ต้องบอกเลยว่าบอดี้และวัสดุที่นำมาทำหูฟัง คุณภาพพรีเมี่ยมดีเลยทีเดียว แล้วกรณีที่ใช้ไปนานๆ สายขาดข้างใน หรือสายหูฟังชำรุด สามารถถอดเปลี่ยนได้ เป็นสายที่เป็นขั้วแบบ mmcx ที่กำลังนิยมใช้กับในกลุ่มหูฟังอยู่ในขณะนี้

   เรื่องสุดท้ายที่เราต้องรีวิวหูฟัง Oriveti Primacy ที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียง บุคลิกเสียงที่ได้จากการทดสอบใช้งานมาประมาณ 3 สัปดาห์ ต้องบอกเลยว่าเป็นหูฟังแบบไฮบริจด์ คือมีระบบไดเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่ มันจึงมีพลังเสียงที่ครบถ้วน แล้วก็ค่อนข้างจัดจ้าน ฟังสนุก เน้นแนวเพลงแบบสนุกๆ ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟังจะรู้ดีว่าหูฟังแบบไฮบริจด์ทั่วไป เสียงจะไปคนละแนว คือเป็นเทคโนโลยีใหม่ของวงการหูฟังตอนนี้ที่หลายแบรนด์ก็ยังทำมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอเป็น Oriveti รุ่นนี้รุ่นเดียวในแบรนด์ ถือว่าเยี่ยมยอด ต้องบอกอย่างนี้เลย สุดท้ายแล้วถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากรู้ว่าเยี่ยมยอดอย่างไรต้องไปหาฟังด้วยหูของตัวเองจะดีที่สุด

มาหาหูฟังที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงกับ Beats กันดีกว่า

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค่ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยจริงๆใช่ไหมค่ะใครที่จะออกไปข้างนอกในช่วงนี้ก็อย่าลืมที่จะพกร่มติดกระเป๋าไว้นะค่ะ เพราะไม่รู้ฝนจะตกมาในช่วงไหน มีร่มพกติดกระเป๋าไว้ก่อนดีที่สุดค่ะกันไว้ก่อนกันค่ะ ตกลงมาอย่างน้อยก็ยังมีร่มให้กางนั้นเองค่ะ นอกเรื่องไปนานแล้วเรากลับมาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ เพื่อนมาเจอกันแบบนี้ก็แน่นอนใช่ไหมค่ะว่าเราจะต้องมีอะไรใหม่ๆมาแนะนำให้ได้รู้จักอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งช่วงนี้เรามักจะเอาเรื่องของหูฟังมาแนะนำและวันนี้ก็เช่นกันค่ะ สินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ก็ยังคงเป็นในเรื่องของหูฟังเหมือนเช่นเคยค่ะ ที่เรายังคงอยู่กับเรื่องของหูฟังนั้นก็เพราะว่าปัจจุบันนี้มีการผลิตหูฟังออกมามากมายหลากหลายรุ่นนั้นเอง และแต่ละรุ่นก็ถือได้ว่าได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจอยู่แล้วนั้นเอง จึงไม่ใช้เรื่องที่แปลกเลยค่ะที่หูฟันจะเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และเราก็มีรุ่นใหม่ๆมาแนะนำเพื่อนๆอยู่เสมอนั้นเองค่ะ หูฟังที่เราจะมาพูดถึงเป็นหูฟังของ Beats ซึ่งก็มีหลายรุ่นด้วยกันใช่ไหมค่ะ แต่สำหรับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงรุ่น Studio ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่วัยรุ่นนิยมกันเป็นอย่างมากค่ะ อาจจะเนื่องด้วยการออกแบบดีไซน์ของหูฟังด้วยที่ทำให้ได้รับความสนใจในกลุ่มของวัยรุ่นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับหูฟังรุ่นนี้กันค่ะ

Beats รุ่น Studio เป็นการต่อยอดหูฟังมาจากรุ่นเก่าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนสามารถที่สะท้อนให้เป็นเอกลักษณ์ความเป็น Beats ได้อย่างดีที่สุด สำหรับการออกแบบใหม่นี้ทั้งในรูปลักษณ์และคุณภาพของเสียงนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบหูฟังให้มีลักษณะของความโฉบเฉี่ยวจากการใช้เส้นโค้งแบบปราดเปรียวและมีความเงา ทำให้หูฟังรุ่นนี้ดูคล้ายกับรถสปอร์ตหรู ในส่วนของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตหูฟังนั้นผลิตมาจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานต่อการโค้งงอได้ดี สามารถที่จะสวมใส่ได้อย่างสบายทั้งวันได้ และยังมีการใส่เทคโนโลยีของการตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC ( Adaptive Noise Canceling ) ที่ทำให้ New Beats Studio มีความพร้อมที่จะมอบความบันเทิงในรูปแบบต่างๆให้กับเราได้ในทุกๆสภาพแวดล้อมค่ะ ไม่เพียงแต่จะมีการใช้วัสดุที่มีคุณภาพและการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยวแล้วนั้น หูฟังรุ่นนี้ยังมีการออกแบบให้แนวเสียงของหูฟังร่วมกันของผูใช้งานเป็นหลักจากผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลงไม่ว่าจะเป็นแนว Rock,Hiphop,Pop,Electronic และ R&B ซึ่งการออกแบบจะคำนึงถึงการรับฟังของผู้ใช้งานเป็นหลักจะเป็นการมอบประสบการณ์ต่างๆ สามารถที่จะถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้และสื่อสารออกมาได้มากที่สุด เราสามารถที่จะฟังดนตรีในแบบเดียวกับที่นักดนตรีต้องการจะสื่อสารออกมา ไม่เพียงเท่านั้นค่ะยังมีคุณสมบัติคือ มีระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือเสียงรบกวนรอบข้าง Noise Canceling มีฟองน้ำสำหรับรองหูอยู่ตรงหูฟัง Beats รุ่น Studio เป็นหูฟังแบบครอบศีรษะ ในส่วนของแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานอย่างต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง ที่สำคัญ Beats รุ่น Studio มีรีโมทคอนโทรลและไมค์ที่ใช้สำหรับการสนทนาอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะใช้ฟังเพลงได้แล้งหูฟัง Beats รุ่น Studio ยังสามารถที่จะใช้พูดคุยได้อีกด้วย หูฟังสามารถพับเก็บได้ สะดวกสบายต่อการพกพา มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC ซึ่งจะเป็นการช่วยบาลานซ์เสียงเพลงและเสียงจากภายนอกให้สามารถอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการฟังเพลง ทำให้เราสามารถที่จะฟังเพลงได้อย่างมีความสุข นอกจกจะเป็นในเรื่องของคุณภาพเสียงแล้ว Beats รุ่น Studio ยังมีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีน้ำหนักที่เบา เพี่อความสะดวกสบายในการพกพาสามารถที่จะพับเก็บได้อีกด้วยค่ะ

เชื่อได้ว่าหูฟังรุ่นนี้น่าจะถูกใจเพื่อนๆหลายๆคนอย่างแน่นอนใช่ไหมค่ะ สำหรับเราแล้วคิดว่าเป็นหูฟังที่มีความน่าสนใจในหลายๆเรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรูปทรงภายนอกที่มีการออกแบบดีไซน์ที่มีความทันสมัย ดูสวยงามน่าพกพาและยังสามารถที่จะพับเก็บได้อีกด้วยในส่วนนี้ถือได้ว่ามีการออกแบบมาได้ดีค่ะ นอกจากนั้นในเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิตก็ถือได้ว่ามีความคงทนในการใช้งานและมีการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยนั้นเองค่ะ เพื่อนสามารถที่จะไปดูของจริงได้และอาจจะหลงรักแล้วเสียเงินซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอนค่ะ

 

Review Beats Solo 2 Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้การจัดนำหน่ายของ Apple หูฟังไร้สายน้ำหนักเบาแต่ทรงพลัง

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ของเราในครั้งนี้เป็นหูฟังบลูทูธที่หลายคนก็คงจะคุ้นชื่อ คุ้นหู แล้วก็เคยได้ใช้งานในรุ่นที่ผ่านๆ มาแล้วบ้าง โดยเมื่อก่อนนี้แบรนด์ Beats เองก็จะมีต่อท้ายด้วย By Dr. Dre แต่เดี่ยวนี้ทาง apple เองน่าจะเลงเห็นแล้วว่าในอนาคตนั้น iphone 7 และรุ่นในอนาคตต่อๆ ไปเนี่ย จะตัดตัวที่เสียบสายหูฟัง 3.5 ออกไปในไอโฟน ก็คิดว่าน่าจะหาบริษัทที่ทำหูฟังบลูทูธมาร่วมกิจการด้วย อะไรแบบนั้นนะครับ นั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ในครั้งนี้จะมารีวิวตัวหูฟังแบบ on-ear ตัวนี้เลย แบบเพียวๆ มารีวิวดูสิว่าคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไร รายละเอียดเกี่ยวกับสเปคจะเป็นแบบไหน มาติดตามกันเลยครับ

   แน่นอนว่าสเปคอย่างแรกถึงจะใช้ชื่อรุ่นว่า Beats solo 2 wireless ก็ตาม แต่ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อจริงๆ ยังใช้สัญญาณแบบบลูทูธนั้นเอง สามารถเชื่อมต่อได้ไกลอย่างน้อย 30 เมตร มีขนาดความสูงของหูฟังอยู่ที่ 198 มม. น้ำหนัก 215 กรัม ตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นสามารถใช้งานได้นานประมาณ 12 ชั่วโมง สามารถใช้เป็น hands-free เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ได้ด้วย เมื่อแก่ะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีอุปกรณ์เสริมมาให้ครบเลย เริ่มจากซองผ้าที่เอาไว้ใส่หูฟังเวลาพกใส่กระเป๋า เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน สายที่ให้มานั้นก้จะมี 2 สาย เป็นสาย micro USB ที่เอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่ การชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็จะประมาณ 1 ชั่วโมงเครึ่งก็จะเต็ม แล้วก็มีสายแบบ 3.5 มม. มาให้ด้วย ในกรณีที่แบตเตอร์รี่หมด เราสามารถใช้สายเสียบเพื่อฟังเพลงได้เช่นกัน ก็ต้องแนะนำเพิ่มเดิมตรงนี้นิดหนึ่งว่า ใครที่ได้ตัวหูฟังรุ่นนี้ไปแล้ว มีใช้งานแล้ว และจะใช้งานตัวสาย 3.5 มม. ที่ว่าไปเมื่อสักครู่นะครับ จะสังเกตว่าตรงหัวแจ็คเสียบ 3.5 มม. นั้นจะมีแจ็คแบบหัวตรง แล้วก็หัวงอ แล้วก็ตรงระหว่างสายจะมีไมค์โครโฟนอยู่ ตรงนั้นจะสามารถใช้เป็น hands-free ได้ แต่ต้องเสียบให้ถูกข้าง ถูกฝั่งนะครับ ไม่อย่างนั้นเสียงจะไม่ออก จะใช้ตัวไมค์โครโฟนเพื่อคุยโทรศัพท์ไม่ได้ ให้เสียบแจ็คที่เป็นหัวตรงเอากับมือถือของเรา แล้วก็เสียบแจ็คหัวงอเข้าที่หูฟัง

   มาดูที่ตัวหูฟังที่เป็นพระเอกกันบ้าง ออกแบบมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว แอดมินได้ลองสวมแล้วก็ลองฟังเพลงยาวๆ แล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันหนีบหัวเรามากเกินไปจนรู้สึกไม่สบายหัวแต่อย่างใด เป็นหูฟังแบบ on-ear ที่ไม่ได้ครอบทั้งใบหู แต่จะวางแนบกับหูเรา ก็บุด้วยฟองน้ำนุ่มๆ มาอย่างดีเลย แต่ถ้าเป็นสีขาวเนี่ยแอดมินรู้สึกว่ามันจะเป็นคราบมันคราบเหงื่อง่ายไปนิดหนึ่ง ก็ต้องใช้งานกันแบบดีๆ หน่อยนะครับ ตัวก้านหูฟังนั้นมีบุด้วยซิลีโคลนมาอย่างดี ด้านในก็ยังมีฟองน้ำมาอีกชั้นหนึ่ง ด้านบนก้านก็จะเป็นแบบหนังบุนุ่มมา ก็ออกแบบมาได้ค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียวว การใช้หูฟังทุกรุ่นควรสังเกตด้วยนะครับว่าข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ตัวหูฟังรุ่นนี้ก็จะมีบอกด้วยว่าข้างไหน L ข้างไหน R เป็นแผ่นสีเงินติดบอกอยู่ตรงหูพับด้านหลังตัวไดเวอร์เลย สังเกตได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดมิติของเสียงที่ตรงตามธรมชาติของเพลงและเครื่องดนตรีนั้นเอง ถ้าใส่ข้างที่ถูกแล้วมิติของเสียงก็จะดีขึ้นตามไปด้วยนันเอง ปกติเราจะสวมแล้วก็ครอบที่หูเลย ไม่ได้สนใจว่าข้างไหนอะไรแบบนี้นะครับ ตัวหูฟังด้านซ้ายจะมีรูเสียบสายแจ็ค 3.5 อยู่ แล้วก็จะมีรูเล็กๆ ตรงนี้คือไมค์โครโฟน แล้วตัวไมค์โครโฟนและหูฟังรุ่นนี้มีโหมดที่เรียกว่า โหมดดูดเสียงภายนอก สามารถทำให้เราได้ยินเสียงภายนอก เสียงคนเสียงเราหรือว่าพูดคุยกันภายนอกได้ด้วย ปกติแล้วถ้าฟังเพลงเสียงดังๆ ครอบหูเอาไว้ จะไม่ค่อยได้ยินเสียงข้างนอกเลย ตัวนี้มีระบบนี้มาช่วยด้วย จะมีปุ่มให้กดเลือกว่าจะปิดเสียงจากภายนอกไปทั้งหมดเลย ฟังแต่เพลงอย่างเดียว หรือเปิดเอาไว้แบบเบาๆ หรือ จะให้ได้ยินเสียงภายนอกดังๆ เลย ก็เลือกได้มี 3 ระดับ ถัดมาที่หูฟังด้านขวา เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วจะมีไฟแสดงสถานะของแบตเตอร์รี่อยู่ 5 จุด ถ้าติดหมดก็แสดงว่าแบตเต็ม

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวหูฟัง Beats solo 2 รุ่นนี้ก็คือเรื่องของมิติเสียง ต้องบอกว่าแอดมินเคยได้ฟัง beats ที่เป็นแบบ on-ear แบบนี้มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่อาจจะมองว่าเป็นหูฟังใหญ่ๆ สีสันสวยๆ เป็นแฟชั่นมากกว่า ไม่ได้เน้นที่เสียง เอาแต่เสียงเบสนำมาอย่างเดียวย่านอื่นไม่ได้เรื่อง อันนี้คือเมื่อก่อน ในรุ่นแรกๆ แต่รุ่นใหม่นี้ต้องบอกว่าครบทุกด้านเลยจริงๆ เสียงก็ดีด้วย มีทั้งย่านเบส ย่านกลางแหลมที่ครบทุกความถี่และฟังได้ค่อนข้างเคลียร์ด้วย ถือว่าน่าฟังน่าใช้งานเลยทีเดียว   

รีวิวหูฟัง SmallTalk Remax super bass RM-690D หูฟังเน้นเสียงเบสนุ่มในราคาหลักร้อย

 

   108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ แอดมินมีหูฟังที่ต้องบอกว่าเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ นั่งรถนานๆ แล้วก็ต้องชอบฟังเพลงไปด้วยแบบนี้ เหมาะเลยที่จะมาอ่านรีวิวในตอนนี้ เพราะว่าแอดมินมีหูฟังจากยี่ห้อ Remax มารีวิวกัน เป็นหูฟังแบบ small talk ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟนได้ด้วย แล้วก็เป็นหูฟังที่ค่อนข้างมีคุณภาพเสียงที่ดีเลยทีเดียว แต่จุดเด่นคือราคาอยู่ในเกณฑ์หลักร้อยเท่านั้นเอง ก็ได้หูฟังดีๆ ที่ให้เสียงเบส เสียงกลางที่เคียร์ แล้วก็เสียงแหลมไม่ปาดหู ฟังแล้วนุ่มนวล เดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปรีวิวถึงรายละเอียดของหูฟังตัวนี้กันเลยครับ

   ในตอนนี้เราอยู่กับหูฟังยี่ห้อ Remax รุ่น Super Bass RM-690D ถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์นี้ Remax ก็ถือว่าค่อนข้างเป็นที่รู้จักในบ้านเราพอสมควรแล้วนะครับ แต่หูฟังในรุ่นนี้ก็อย่างที่เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านะครับ เป็นหูฟังแบบเสียบสายแจ็ค 3.5 ที่มีทั้งไมค์โครโฟน แล้วก็หูฟัง ใช้เป็น small talk ได้ด้วย เป็นหูฟังแบบ in-ear ด้วย มาเริ่มที่การ unbox กันก่อนเลยนะครับ ตัวกล่องที่ใส่หูฟังมานั้น ค่อนข้างที่จะสวยงาม เป็นกล่องสองชั้น สีดำ มีตัวหนังสือบอกชื่อ บอกรายละเอียดเป็นสีทอง ก็ดูสวยงาม พรีเมี่ยมในระดับหนึ่งเลย เปิดออกมาจะเจอกับคู่มือการใช้งาน แล้วก็จะมีใบรับประกันตัวสินค้า แล้วก็มีอุปกรณ์เสริมให้มาอย่างเช่น ตัวจุกยางหูฟังที่มีหลายๆ ขนาดให้เลือกใช้งานกัน ก็เลือให้เหมาะสมกับขนาดรูหูของตัวเอง แล้วก็มีกระเป๋าใส่หูฟังเป็นถุงผ้าชิ้นเล็กๆ มาให้ 1 ชิ้น ส่วนหูฟังตัวนี้ ด้านหลังจะเป็นแบบแม็กเน็ท คือมีแม่เหล็กอยู่ด้านหลัง แปะติดกันได้ ก็ช่วยให้สายมันไม่พันกันได้ส่วนหนึ่ง มาถึงในส่วนของหูฟังกันบ้าง ทางแอดมินเองก็ได้ทำการทดสอบฟังน้ำเสียง ทดสอบการใช้กันมาแล้วก่อนที่จะมาทำรีวิวในตอนนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกับว่า หูฟังตัวนี้ จะใช้เป็น small talk ได้กับสมาร์ทโฟนทางฝั่ง android ได้หรือไม่ เพราะว่าน่าจะใช้ได้กับทาง IOS หรือเปล่า ไม่แน่ใจนะครับ เพราะว่าตรงไมค์โครโฟนนั้นมีปุ่มแบบ 3 สวิทย์ ทางแอดมินไม่มี android ให้ทดสอบก็เลยไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ อย่างไงเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องการอยากจะได้หูฟังตัวนี้ไปใช้กับโทรศัพท์ด้วยเนี่ย ก็ลองไปทดสอบกันได้หรือไปถามกับพนักงานขายได้ แต่ในส่วนหลักๆ ของการรีวิวคือ ใช้หูฟังตัวนี้ในการฟังเพลง ก็จะมีปุ่ม 3 สวิทย์ ที่เอาไว้เพิ่มลดเสียงหรือเอาไว้เลื่อนเพลงได้ด้วย ที่ตรงไมค์โครโฟนที่สาย ตัวแจ็ค 3.5 มม. ชุบสีทองมาให้ด้วย ก็ดูสวยงาม ดูมีราคาเลยทีเดียว

   ถัดมาเราก็จะมาโฟกัสกันที่หูฟังด้านบนกันเลยดีกว่าครับ ดีไซน์นั้นค่อนข้างสวยเช่นกัน เล่นลวดลายเป็นขอบสีโครเมี่ยมมาให้ด้วย ตัวไดเวอร์ด้านในนั้นมีขนาดอยู่ที่ข้างละ 10 มม. ก็เป็นไดเวอร์ที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วจุดเด่นของหูฟังแบรนด์นี้อีกหนึ่งอย่างก็คือว่า ตัวจุกหูฟังที่เป็นยางเนี่ย จะเห็นว่ามีรูที่เท่ากับขนาดหูฟังหรือไดเวอร์เลย หลายๆ แบรนด์จะเป็นจุกยางที่แหลมๆ เล้กๆ ตรงปลาย ตรงนี้แอดมินเองคิดว่ามันจะทำให้มิติเสียงที่เข้ามาดูหูเรา มันจะเล้กลง มิติจะแคบลง เสียงเบสที่หนักๆ กว้างๆ ก็จะแคบลงไปด้วย แต่จุกยางแบรนด์นี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ทำให้มิติของเสียงในย่านต่างๆ เนี่ยมันไม่ค่อยที่จะผิดเพี้ยนไปมากเท่าไหร่ แล้วก็ทำให้เสียงนั้นกว้าง เสียบเบสต้องบอกว่านุ่ม ลึก แล้วก็มีความกังวานอยู่ในหูเราเลยทีเดียว คือต้องบอกว่าหูฟังแบรนด์นี้ รุ่นนี้ เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงแบบนุ่มๆ ไม่ได้กระแทกกระทั้นสักเท่าไหร่ ฟังสบายๆ ถ้าเป็นร็อคก็ร็อคแบบเบาๆ เสียงไสๆ แบบนี้เป้นต้นนะครับ ส่วนวิธีการดูว่าหูฟังข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ง่ายๆ ครับถ้าจะดูเนี่ย สังเกตข้างที่มีไมค์โครโฟนด้วยเนี่ยเป็นข้างซ้าย แต่จะที่สังเกตอีกหนึ่งจุดก็ตรงที่หูฟัง จะมีบอกอยู่ว่ามีจุด 3 จุดที่ตรงด้านข้างหูฟัง แสดงว่าเป็นข้าง Left ส่วนข้าง Right เนี่ยก็จะมีตัว R ติดเอาไว้อยู่

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวในตอนนี้กับ Remax super bass RM-690D ตัวนี้ ถือว่าเป็นตรงตามชื่อรุ่นที่ว่าเป็น super bass จริงหรือไม่ ก็คงตอบว่าจริงครับ แต่ราคาเบาๆ แล้วมีประกันหลังการขายยาว ก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเลยทีเดียว ก็มีอยู่ 3 สีให้เลือกใช้งานกัน สีทอง สีแดง สีขาว ชอบสีไหนก็ไปลองทดสอบฟังเพสียงด้วยตัวเองกันดูได้เลยนะครับ