รีวิว Xiaomi mi max สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6.44 นิ้ว สเปคเทพ กล้องแจ่ม แบตอึด แค่นี้จะเอาอะไรอีก

 

   ใครที่กำลังหาสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ หรือใครที่กำลังจะหา Tablet สักหนึ่งเครื่องที่หน้าจอ 7 นิ้ว อยู่ตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าหลายท่านจะต้องหันมามองสมาร์ทโฟนที่หน้าจอใหญ่พอๆ กับ Tablet แต่เรียกว่า Phablet แต่มันได้อะไรที่คุ้มค่ามากกว่า Tablet แน่นอน ไปรีวิว Xiaomi mi max กันเลย

   ต้องบอกเลยว่าหลังจากที่ได้ทดสอบใช้งานกันมาเบื้องต้นเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาแล้วนั้น อย่างแรกเลยทีสัมผัสได้ กล้องเทพ เครื่องลื่น เล่นเกมส์ได้ หน้าจอสวย แบตก็นาน หน้าจอก็ใหญ่ คือต้องบอกเลยเดี่ยวนี้สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนก็มีอะไรดีๆ มาให้ได้ใช้งานกันค่อนข้างเยอะ แล้วก็ราคาไม่ได้แพงด้วย ก็แค่หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง เป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ได้ติดแบรนด์ ว่าต้องเป็นแบรนด์ผลไม้ แบรนด์ ss อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งตัวสมาร์ทโฟน mi max เครื่องนี้ต้องบอกว่าหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.44 นิ้ว แต่มันจับหรือสัมผัสแล้วไม่ได้รู้สึกว่าใหญ่มากมายจนพกยากแต่อย่างใด เพราะตัวเครื่องนั้นมีความบาง ขอบจอที่บาง ข้างหลังตัวเครื่องก็จะมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ พร้อมกับไฟแฟลดซ์แบบทูโทน แล้วก็จะมีลำโพงอยู่ด้านล่าง ดีไซน์ก็ต้องบอกว่าสวยดีเลยทีเดียว

   ในเรื่องของชิปประมวลผลนั้นใช้เป็น snapdragon 650 การ์ดจอเป็น Adreno 510 ซึ่งต้องบอกว่าใครต้องการตัวแรงกว่านี้ จะมีรุ่นที่เป็นรุ่น Pro ออกมาขายด้วย จะแรงกว่านี้อีก แต่รีวิวรุ่นล่างก็ถือว่าแรงพอสมควรแล้วนะครับ ซึ่งเรื่องของสเปคต้องบอกว่าดีเลยทีเดียว แต่เน้นการใช้งานที่จะรีวิวก็คือ อย่างแรกการใช้งานเบื้องต้น การเข้าเว็บ ท่องเน็ต เล่นโซเชียล บอกเลยว่าไหลลื่นดีมาก แล้วก็การ touch screen ก็ถือว่าแตะแล้วติดมือดีไม่น้อยเลย คือต้องบอกเลยว่ามันอเนกประสงค์ดีจริงๆ นะครับ กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ทั้งคู่ กล้องหน้าก็ยังเป็นเลนส์ wide ด้วยให้มุมถ่ายภาพที่กว้าง เซลฟี่ได้สะใจ ให้มุมที่กว้างถึง 85 องศา ให้แรมมา 3 จิก แบตความจุ 4850 mAh ก็ถือว่ามันใช้งานได้ยาวๆ ทั้งวันทั้งคืน แล้วก็ทะลุไปข้ามวันเลย ก็ยังไม่หมด แต่ถ้าเล่นกันยาวๆ ก็ 1 วันเต็มๆ อยู่ได้สบายเลย

   แน่นอนว่าหลายคนซื้อสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ แบบนี้มา 6.44 นิ้ว อย่างแรกเลยที่คาดหวังและต้องการจะได้มาใช้งานก็คือ เรื่องของการเล่นเกมส์ มันต้องเล่นเกมส์ได้สะใจ ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรื่องของสเปคที่ถือได้ว่าเป็นตัวล่างสุดในรุ่นแล้วเนี่ยนะครับ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เล่นเกมส์ได้ไหลลื่นจนชนิดที่บอกว่าลื่นหัวแตกกันไปเลย ว่ากันง่ายๆ ในการเล่นเกมส์ก็ touch ได้ติดมือ ภาพเนียนตา ไม่สะดุด ไม่หน่วง เล่นเกมส์กราฟฟิกหนักๆ เอาอยู่ ไม่ต้องยกตัวอย่างเกมส์นะครับ เอาเป็นว่าหนักๆ จริงๆ ก็เล่นได้ แต่ถ้าไม่สะใจ ลองไปดูรุ่นที่เป็น snapdragon 652 RAM 4 GB ราคาก็จะแพงกว่านิดหนึ่ง แน่การันตีเลยว่าลื่นจริงๆ ในการเล่นเกมส์นะครับ ส่วนของเสียงลำโพง ก็ให้มาแค่ตัวเดียวด้านล่าง แต่เสียงก็ดังใช้ได้เลย เล่นเกมส์ก็สนุก แต่จะให้ครบรสก็ลองไปหาหูฟังเทพๆ สักตัวหนึ่งมาใช้งานเพิ่มเติม ก็จะช่วยให้เล่นเกมส์ได้สนุกยิ่งขึ้น การสัมผัสหรือ multi touch บนหน้าจอได้ทั้งหมด 10 จุด นอกจากนั้นก็จะมีเข็มทิศมาให้ด้วย สามารถที่จะใช้ GPS ได้ ใช้นำทางได้ เรื่องของการดาวน์โหลดก็ทำได้ใน play store ได้ปกติเลย

   เรื่องที่สำคัญเลยที่ต้องรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องนั้นเอง ก็คือเราย้ำกันอีกครั้ง การใช้งานทั่วไปไหลลื่น เล่นเกมส์ดี เสียงลำโพงดี แต่ไม่ถึงกับดีมาก หน้าจอสวยแต่อาจจะไม่สวยเท่าจอ LED ที่มันจะสดกว่านิดหน่อย ก็แล้วแต่ความชอบของบุคคลนะครับ ถัดมาก็คือเรื่องกล้องกันบ้าง ก็ต้องบอกว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ระดับ inter นะครับ เพราะฉะนั้นกล้องก็ถือว่าไม่ธรรมดา จุดเด่นเลยกล้องหน้าโฟกัสได้ไว แตะปับติดเลย นอกจากนั้นก็จะมีโหมดต่างๆ ทั้ง HDR บิวตี้ และอื่นๆ แต่ในโหมดโปรจะปรับได้แค่ค่าไวท์บาลานและ ISO เท่านั้นในกล้องหน้า ส่วนกล้องหลังก็จะเช่นเดียวกันคือโฟกัสติดเร็ว มีความสวยงามที่อยู่ในระดับดี คือเอาง่ายๆ ว่าถ้าไปซื้อแท็บเล็ดราคาหมื่นต้นๆ เชื่อว่ายังไม่มีตัวไหนที่ให้กล้องหน้าและกล้องหลังที่ดีเท่านี้เลย เพราะฉะนั้น มันก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแล้วกันสำหรับคนที่อยากได้แท็บเล็ดสักตัว แต่ตัวนี้มันคือสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจเลย ส่วนสเปคโดยละเอียดนั้นก็สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ xiaomi ได้เลยนะครับ

รีวิว Samsung Galaxy C Series สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวแล้วในจีน

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในตอนนี้เป็นสมาร์ทโฟนค่ายยักษ์ใหญ่ทางฝั่ง Android อย่าง Samsung ที่ในช่วงปลายเดือน มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องกลางใน Series C ขึ้นมาใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็มีการเปิดตัวในประเทศจีน แต่คาดว่าจะเข้ามาไทยหรือไม่นั้น ก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง เพราะคนไทยอาจจะต้องรอเปิดตัว Galaxy Note 7 เลยทีเดียว ใน C series นี้อาจจะไม่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา แต่อย่างไรแล้วก็ต้องติดตามกับทาง Samsung ประเทศไทยดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่การรีวิวของเราในครั้งนี้เราบินตรงกันไปที่จีนเลย เพื่อไปสัมผัสกับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ระหว่างตระกูล J และ ตระกูล A นั้นคือตระกูล C ทั้งสองรุ่นนี้ครับ

   Samsung Galaxy C5 และ C7 นี่คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวและวางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น ซัมซุง เอาไว้อยู่ มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นแบรนด์นี้นะครับ แต่เรื่องของสเปคและดีไซน์ตัวบอดี้นั้น ค่อนข้างจะเน้นในตลาดกลางและตลาดบนสักนิดหนึ่ง มาพร้อมกับสเปคที่ไม่ได้แรงมากมายอะไรนัก แต่ก็สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างไม่น่าห่วงมากนัก รวมไปถึงเรื่องกล้องที่ยังคงเน้นมาที่ค่า f น้อยๆ เพื่อให้กล้องนั้นดีทั้งด้านหน้าและหลัง รวมไปถึงหน้าจอที่เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบ super amoled รวมไปถึงบอดี้ที่เป็นแบบโลหะทั้งตัว ก็ถือว่าน่าสนใจ ใครที่ไปเมืองจีนก็อาจจะหิวมาใช้งานก็ได้เช่นกัน

   มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นกันเลยดีกว่า เรื่องของขนาดหน้าจอนั้น C5 จะอยู่ที่ 5.2 นิ้ว C7 จะมีขนาดหน้าจอที่ 5.7 นิ้ว ความคมชัดก็อยู่ที่ Full HD เท่ากันทั้ง 2 รุ่น ในเรื่องของความละเอียดกล้องหลังจะอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f/1.9 และ กล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/1.9 เช่นกัน กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ทำให้เรื่องของการเซลฟี่นั้นหายห่วงเลยทีเดียว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีสเปคกล้องที่เท่ากันด้วยนะครับ แต่แอดมินคิดว่าเมื่อได้ไปลองจับๆ มาแล้วด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าของตัว C7 ก็อาจจะทำให้กล้องหน้านั้นน่าใช้งานมากกว่านะครับ แต่โดยรวมแล้วเนี่ย ต้องบอกเลยว่าเอกลักษณ์ของกล้อง ซัมซุง ที่มีคววามสด แล้วก็ค่อนข้างสว่างเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่น่าสนใจและถ้าเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ก็คงขายดีไม่น้อยเลยทีเดียว ในเรื่องกล้องถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียวครับ

   สำหรับสเปคภายในของ C5 และ C7 นั้นจะมาพร้อมกับซีพียูที่เป็นตัว snapdragon 617 แบบ 8 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ RAM 4 GB ส่วนหน่วยความจำที่เปิดตัวมาให้เลือกในแต่ละรุ่นย่อยนั้น จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อยคือ รุ่นที่มี ROM 32 GB และ ROM 64 GB นั้นเอง แต่ในตลาดเมืองจีนจะเน้นไปที่ตัว 64 GB มากกว่า แต่ภายในตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่นหลักนี้ ก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้สูงสุดที่ 128 GB เช่นกัน สำหรับการรองรับการใช้งานเครือข่ายนั้น ก็สามารถรองรับ 2 ซิมการ์ดแบบนาโนซิม แล้วก็รองรับ 4G LTE ดังนั้น ถ้าใครที่หิวเข้ามาใช้งานในบ้านเรา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันนะครับ เรื่องของราคานั้นก็อย่างที่บอกว่าในเมืองจีนจะวางตำแหน่งทางการตลาดเอาไว้ที่ตัวกลางระหว่างตระกูล J กับ A ดังนั้น ราคาของตัว C5 ที่เมืองจีนก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ 1 หมื่นต้นๆ แล้วก็ตัว C7 นั้นจะอยู่ที่ราคา 1 หมื่นกลางๆ ในด้านของความจุแบตเตอร์รี่ก็อยู่ที่ 3300 mAh ในตัว C7 และ 2600 mAh ใน C5 ส่วนทั้งสองรุ่นก็จะมี NFC มาให้ใช้งานกันด้วย

   ในส่วนของภาพตัวอย่างสินค้าของเรา 2 ภาพด้านบนก็จะเป็นตัว C5 ส่วนภาพล่างสุดก็จะเป็นตัว C7 นั้นเองนะครับ ใครที่ชอบมือถือหน้าจอใหญ่ๆ นิดหนึ่ง เพื่อความคมชัดในการมองหน้าจอที่เต็มอื่ม ก็อาจจะชื่นชอบตัว C7 แต่ใครที่เน้นความสะดวกสบายในการพกพาก็มองไปที่ตัว C5 แต่ทั้งสองรุ่นนี้ ที่แอดมินสะดุดตาคือ การดีไซน์ด้านหลัง ต้องบอกว่ามันไปแอบเหมือนกับคู่แข่งทางฝั่ง IOS บ้างเล็กน้อย ก็ถือว่าสวยงามดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องลุ้นกันสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าสมาร์ทโฟนที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ มันจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปกับทางซัมซุงประเทศไทยด้วย

รีวิว Samsung Galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว 4G ทั้ง 2 ซิม แบตอึด เล่นเกมส์นานสะใจ

 

   ก่อนที้ตะทักี่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง galaxy note 7 อีกไม่นานนี้ แต่ทาง Samsung เองก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ที่น่าใช้งานอีกหนึ่งรุ่นมาเปิดตัวและทำตลาดในบ้านเราอย่างเงียบๆ ในชื่อรุ่นว่า Samsung galaxy A9 Pro ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ที่สุดใน A series ตอนนี้ก็ว่าได้ ต้องบอกเลยว่าใครที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ ต้องหันมามองอย่างแน่นอน กับการรีวิวของเรา 108plaza ในครั้งนี้

   นี่คือ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้ เรียกว่าดีไซน์ตัวเครื่องถ้าคนที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ เนี่ยต้องบอกว่ามันสวยงามเลยทีเดียว ถ้าตามศัพท์เทคนิคแล้วก็ต้องเรียกสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่าเป็น phablet แล้วก็ได้นะครับ เพราะมาพร้อมกับสเปคก็คือขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Super AMOLED ความคมชัดระดับ Full HD ด้านข้างก็จะมีช่องใส่ซิม รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแล้วก็สามารถใช้ 4G LTE ได้ทั้ง 2 ซิมด้วย กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลดช์ ที่ปุ่ม home ก็จะสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย ด้านบนตัวเครื่องก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้ด้วย ด้านในตัวเครื่องนั้นก็ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มามากถึง 5000 mAh อีกด้วย ก็ถือว่าใช้งานกันได้ยาวๆ ไปเลยทีเดียว แต่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้นะครับ ในด้านของสเปคภายใน จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็น snapdragon 625 Octa-core 8 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 Ghz ก็เรียกได้ว่าให้สเปคมาเท่านี้ ความแรงนั้นให้มาเพียงพอกับการใช้งานเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครที่เน้นความบันเทิง เล่นโซเชียล youtube ท่องเว็บ เปิดโน้น นี่ นั้น ไปพร้อมๆ กันมันตอบโจทย์ในด้านของความเป็นหน้าจอใหญ่ แล้วก็เล่นแบบ multi window คือเล่นแบบ 2 หน้าจอไปพร้อมๆ กันได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ การใช้งานก็ไหลลื่นดีเลยทีเดียว ในเรื่องของเสียงลำโพงนั้นความดังไม่ต้องห่วงเลย ให้ลำโพงที่มีความดังพอสมควร แล้วก็มิติเสียงจะไปทางแนวกังวานดีด้วย ให้อารมณ์เหมือนฟังเพลงในฮอล์ใหญ่ๆ ประมาณนั้น ก็ถือว่าในด้านความบันเทิงทั่วไปก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน

   เมื่อเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แบบนี้ คอเกมส์หลายคนก็คงอยากจะทราบกันแล้วว่ามันเล่นเกมส์ได้ดีหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าเกมส์ทั่วไป เกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็หายห่างเลยทีเดียว ด้วยสเปคที่ค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ได้แรงจนถึงที่สุด ก็ทำให้มันเล่นเกมส์ได้ดีเลย แต่อาจจะมีบางช่วงที่เป็นเกมส์ที่กราฟฟิกขั้นเทพจริงๆ ก็ทำให้มีช่วงที่หน่วงบ้างหรือว่าสะดุดบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นบ่อยนักนะครับ แต่แนะนำว่าถ้าคอเกมส์จ๋าๆ ที่เน้นเกมส์อย่างเดียวเลย อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่นักนะครับ

   ในส่วนของกล้องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Samsung นั้นไม่ค่อยทำให้เรานั้นผิดหวังกับเรื่องของกล้องสักเท่าไหร่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาตั้งแต่ 7 พันบาทขึ้นไป ส่วนมากจะดีหมดนะครับ แล้วในรุ่น A9 pro ตัวนี้ก็เช่นกัน ก็มีความคมชัดทั้งในส่วนของกล้องหลังเองก็มีทั้งโหมดออโดต้หรือว่าโหมดโปรมาให้ได้ใช้งานกัน การถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีเลยทีเดียว กล้องหน้าก็สามารถที่จะเซลฟี่ได้ เป็นเลนส์ wide ด้วย สามารถที่จะใช้ถ่ายในมุมกว้างได้ดี แถมยังหน้าจอใหญ่ ก็จะเก็บภาพได้ค่อนข้างกว้างอีกด้วย ในส่วนของเราราคาที่ตอนนี้เอง Samsung ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายกันแล้วในร้านค้าชั้นนำทั่วไปเนี่ยนะครับ จะอยู่ที่ 15,xxx บาท อย่างไรถ้าใครที่ชอบความสามารถในการใช้งานที่เน้นหน้าจอใหญ่เป็นหลักเนี่ย ต้องลองไปมองๆ หาดู แล้วก็ลองไปสัมผัสกันดูได้นะครับ

   ก่อนจะจากลากันไป ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้กับตัวสมาร์ทโฟน Samsung galaxy A9 Pro ก็มาสรุปข้อดีกันสักหน่อยว่ามันมีอะไรบ้างที่เป็นจุดเด่นเลย ที่ทำให้เรานั้นเลือกซื้อได้ตรงใจก็คือ อย่างแรก เป็นมือถือที่รองรับ 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ก็คงจะตอบโจทย์คนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว มองเห็นชัดเจนเต็มตา ใครที่ดูซี่ร่ส์ ก็ชัดเจน แบตอึดด้วย ก็การใช้งานประมาณ 2 วันได้สบายๆ ถ้าใช้งานปกตินะครับ การใช้งานทั่วไปก็ค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว แต่ข้อเสียก็คืออาจจะไม่ได้เป็นสเปคที่แรงมากนัก การเล่นเกมส์ คอเกมส์สายโหด อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ ต้องรอเรือธงรุ่นต่อไปที่เตรียมจะเปิดตัวมา กล้องมีความสดของภาพค่อนข้างดีเลยทีเดียว ถือว่าคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่เพื่อนๆ เข้าไปทดสอบด้วยตัวเองก่อนที่จะซื้อมาใช้งานกันยาวๆ นะครับ

 

รีวิว Electro-Voice EVID S44 ลำโพงที่จะสร้างมิติใหม่ทางด้านเสียงเพลงให้กับร้านกาแฟ ร้านอาหารได้เป็นอย่างดี

 

   มีเพื่อนๆ หลายคนถามเข้ามาว่า ตอนนี้มีร้านกาแฟเปิดใหม่ของตัวเอง เป็นร้านเล็กๆ หรือว่าร้านใหญ่ๆ ก็ตามแต่ หรือ บางคนก็มีร้านอาหารที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของตัวเองอยู่ แต่อยากจะได้ลำโพงดีๆ สักหนึ่งตัว เพื่อที่จะเอาไปสร้างบรรยากาศทางด้านเสียงเพลงแบบพอมีมิติที่ครบ ทั้งเสียงที่ชัดเจน เสียงที่หนักแน่น มีครบเลย แล้วก็สามารถสร้างระบบเสียงที่มันดังได้ครอบคลุมทั่วทั้งร้าน แอดมิน 108plaza พอจะมีแนะนำหรือมีรีวิวบ้างหรือไม่ ก็มีเพื่อนๆ ถามเข้ามาแบบนี้กันเยอะ ก็เลยจัดให้เลยในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ เป็นลำโพงที่เหมาะกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ มากที่สุดเลย แล้วก็เป็นแบรนด์ลำโพงที่เป็นระดับ Hi-end เลยทีเดียว แต่ราคาก็จะค่อนข้างสูงสักนิดหนึ่ง ซึ่งใครที่ต้องการแบบราคากลางๆ ก็คงต้องไปอ่านในตอนต่อไป แอดมินก็จะพยายามหามารีวิวให้มาหลากหลายที่สุดนะครับ

   ที่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้คือ Electro-voice รุ่น EVID S44 นั้นเอง ถือว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงทางด้านการทำลำโพงและเครื่องเสียงมายาวนานเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นจะเห็นได้ว่ามันมีลำโพงตัวใหญ่ๆ อยู่ 1 ตัว แล้วก็มีลำโพงเล็กๆ อยู่มากถึง 4 ตัวด้วยกัน ก็คือลำโพงตัวใหญ่ๆ ตรงกลางจะเป็นลำโพงที่ให้เสียงต่ำหรือเสียงแบบ subwoofer หรือเสียงเบสนั้นเอง แล้วลำโพงตัวเล็กๆ อีก 4 ใบก็จะให้เสียงกลางแหลม ซึ่งความสามารถในการให้กำลังเสียงที่ต้องบอกว่ามันเหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ได้หมดเลย เพราะด้านหลังของภาคขยายในลำโพงตัวนี้สามารถที่จะเลือกปรับกำลังวัดด์ได้ จะเอาความดังเบาได้ตามขนาดร้านเลยทีเดียว

   ตัวลำโพง subwoofer นั้นมีขนาด 8 นิ้ว แล้วก็ลำโพงกลางแหลมนั้นมีขนาด 2 นิ้ว 4 ตัว การใช้งานของลำโพงชุดนี้ถูกผลิตมาเพื่อความง่าย การใช้งานที่ง่ายๆ ด้วยความง่ายอย่างแรกเลย ลำโพงชุดนี้สามารถใช้งานได้กับเพาเวอร์แอมป์แบบใดก็ได้ ทั้งแบบ Low Ohm ที่มี 8 ohm หรือ 16 ohm ก็ได้ ก็คือเพาเวอร์แอมป์ที่มีวางขายทั่วไปในท้องตลาดนั้นเอง แล้วก็สามารถเลือกเลือกแถบการกินกำลังวัดด์ได้ตั้งแต่ 12.5w 25w 50w 100w ได้หมดเลย นั้นหมายความว่า ถ้าร้านเล็กๆ ก็เอาเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังวัดด์น้อยๆ มาเป็นภาคขยายก็ได้ ถ้าร้านใหญ่ๆ ต้องการความดังที่มากสักนิดหนึ่ง ก็ไปหาเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ มาใช้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งลำโพงชุดนี้สามารถที่จะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำที่ 42Hz-20kHz กันเลยทีเดียว ความดังสูงสุดที่ลำโพงตัวนี้ทำได้ก็คือ 114 dB ถือว่าดังมากๆ เลยนะครับ ในส่วนถัดมาเป็นการกระจายเสียงของลำโพงกันบ้าง ตัวลำโพงเบสสามารถที่จะกระจายเสียงให้หูของทุกคนได้ยินเสียงแบบรอบตัวหรือที่เรียกทางศัพท์เทคนิคว่า omnidirectional แต่ถ้าเป็นลำโพงตัวเล็กๆ เป็นเสียงกลางแหลมทั้ง 4 ใบนั้น จะสามารถกระจายเสียงในทางแนวนอนได้กว้าง150 องศา แล้วก็แนวตั้งได้ 150 องศาเช่นเดียวกัน แต่แอดมินมีข้อแนะนำสักนิดหนึ่ง สำหรับใครที่ซื้อลำโพงชุดนี้ไปแล้วหรือมีลำโพงรุ่นอื่นๆ ที่ใช้อยู่ แล้วรู้สึกว่ากำลังเสียงมันยังดังไม่พอ อยากให้ดังกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง วิธีการง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ ก็คือ ให้เอาลำโพงอัดเข้าไปมุมห้อง ทำมุม 45 องศากับตัวห้อง มันจะได้ความดังเพิ่มขึ้นมาจากสเปคเดิมอีก 9 dB โดยไม่ต้องเสียเงินเลย ลองไปทำกันดูนะครับ

   สำหรับการติดตั้งนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร ก็จะมีสายลำโพงที่เชื่อมต่อมาให้ในกล่อง จะเป็นสายแบบที่ต้องขันน็อตยึดที่ให้มาด้านหลัง ยึดเข้าไปกับตัวสายลำโพง แล้วก็ติดตั้งได้โดยวางมุมอย่างที่บอกไปว่าการกระจายเสียงของลำโพงนั้นมันมีมุมที่กระจายเสียงอย่างไรบ้าง ก็ออกแบบเสียงในร้านของตัวเองได้เลย ให้เสียงนั้นกระจายทั่วร้าน แล้วก็แยกลำโพงกลางแหลมที่ให้มาทั้ง 4 ใบไปตามมุมต่างๆ ของร้าน ก็จะช่วยให้เสียงนั้นได้ยินแบบมีมิติมากขึ้นหรือว่าเป็นระบบ surround มากขึ้นนั้นเองนะครับ

   ใครที่สนใจใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็ลองไปหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเสียงและลำโพงชั้นนำได้เลย แต่ราคาก็อย่างที่บอกไปว่าแบรนด์ electro-voice นั้นเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่มีความเป็น inter brand อยู่พอสมควร ดังนั้นราคาก็อาจจะไม่ธรรมดาบ้างก็ลองไปหาสืบราคากันได้นะครับ ร้านไหนดี ร้านไหนจัดโปรถูกๆ ก็ลองไปหาลองฟังเสียงกันได้ แต่ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงของเขานั้นดีจริงๆ

Review ThinkTank Urban Approach 5 กระเป๋ากล้องสำหรับ Mirrorless ในสไตล์ผู้ดีจาก USA

 

   สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป ชอบพกกล้อง แล้วก็เป็นกล้องขนาดเล็กแบบ Mirrorless ด้วยแล้วนั้น และกำลังจะมองหากระเป๋ากล้องสักหนึ่งใบ ที่สามารถใช้สะพายไปทำงานก็ได้ด้วย ใช้สะพายไปในงานที่ดูเป็นทางการ ดูให้เกียรติงาน ที่ดูแล้วไม่ได้เซอร์ ไม่ได้ลุยๆ เกินไป เพราะอย่างที่แอดมินได้เคยรีวิวกระเป๋ากล้องในสไตล์ mirrorless ไปในเว็บไซต์ 108plaza ของเราหลายๆ ใบ รวมไปถึงรกระเป๋าที่มีวางขายอยู่ในเว็บไซต์ของเราด้วย ก็จะออกแนวเป็นกระเป๋ากล้องที่ดูลุยๆ ไปบ้าง แต่กระเป๋ากล้องที่จะมารีวิวเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลย เป็นกระเป๋ากล้องจากอเมริกาใบนี้เลย ThinkTank Urban Approach 5 ใบนี้

   ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ ThinkTank นี่นะครับ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการผลิตกระเป๋ากล้องมาใช้งานได้มากเลยทีเดียว มีทั้งกระเป๋าเป้ แล้วก็อีกหลายๆ รูปแบบ หลากหลายรุ่นเลยทีเดียว แล้วก็คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยใช้กระเป๋าแบรนด์นี้มาบ้าง ในส่วนของกระเป๋ากล้องรุ่นที่แอดมินนำมารีวิวนี้ก็เป็นแนวอย่างที่บอกไปว่าดูเป็นหนุ่มสาวออฟฟิต ดูเป็นทางการ ดูเป็นแนวผู้ดีเมืองอังกฤษเลยทีเดียว วัสดุที่นำมาทำกระเป๋าใบนี้ก็เป็นผ้าคล้ายๆ ใยสังเคราะห์ ที่มีแทคเจอร์มีลวดลายต่างๆ รวมไปถึงคาดด้วยวัสดุที่เป็นหนังมาบ้างเล็กน้อย ตัวกระเป๋าปิด้านหน้าที่จะเปิดไปยังกระเป๋าด้านในนั้น จะมีคริปล็อคที่จะล้อคเอาไว้ไม่ว่าฝากระเป๋าด้านหน้านั้นเปิดขึ้นมาได้ นอกจาตัวล็อคแล้ว ก็ยังมีตัวเวลโก้ที่เอาไว้ปิดอีกหนึ่งชั้น บางคนอาจจะต้องการความรวดเร็วในการใช้งาน อาจจะไม่ล็อคที่คริปล็อค อาจจะปิด เปิด อย่างรวเร็วด้วยตัวเลโก้ แต่อีกครับ แต่มีทางแก้สำหรับช่างภาพที่ไปถ่ายภาพในงานที่ต้องการความเงียบมากๆ เป็นงานพิธีต่างๆ จะมาเปิด-ปิดกระเป๋าที่ใช้ตัวแปะตัวเวลโก้หรือที่บ้านเราเรียกว่าตัวตีนตุ๊กแกเนี่ยนะครับ ที่เวลาปิดเปิดก็จะดัง แควก แควก เนี่ยนะครับ มันสามารถซ่อนตัวเวลโก้ที่ว่านี้ได้ ไม่ให้มีเสียงดัง แล้วก็ปิด-เปิดกระเป๋าด้านหน้าได้ตามสะดวกเลย ก็ถือว่าออกแบบมาได้ให้ใช้งานกันทุกสถานการณ์เลยทีเดียว

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานของกระเป๋ากล้อง ThinkTank รุ่นนี้ก็คือจะสามารถใช้ได้ทั้งแบบหิ้ว แล้วก็แบบสะพายข้าง ก็จะมีหูหิ้วอยู่ด้านบนกระเป๋าอย่างในรูปที่เห็นอยู่นะครับ แล้วก็จะมีสายสะพายที่ทำมาจากวัสดุค่อนข้างดีเลย เป็นสายคล้ายๆ สายเซฟตี้เบลล์ของรถยนต์แบบนั้นเลย แล้วก็มีที่รองไหล่มาให้ด้วย ก็หลังจากที่แอดมินได้ลองใช้งานมาประมาณ 2 เดือนเต็มๆ แล้วก็จึงมาเขียนรีวิวนี้นะครับ ก็รู้สึกว่ามันใช้งานได้ดีเลยทีเดียว แต่อยากจะให้คนที่ตัวไม่สูงมากนัก ประมาณต่ำกว่า 160 ลงไปเนี่ยได้ไปหาลองสะพายลองใช้งานแบบคร่าวๆ กันที่ร้านสักนิดหนึ่ง เพราะเนื่องจากตัวสายสะพายมันปรับความสั่นยาวได้อยู่แล้ว แต่ตัวที่รองไหล่เนี่ยนะครับ มันจะปรับได้ไม่ได้ขนาดที่สั้นมากนัก แต่คนที่ตัวสูงๆ ใช้งานได้ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ

   มาดูในส่วนของด้านในกระเป๋ากันบ้าง จะถูกแบ่งเอาไว้ 3 พาดิชั่นหลักๆ หรือ 3 ช่องหลักๆ ในการใช้งาน สามารถใส่กล้อง mirrorless หรือกล้อง DSLR ตัวเล็กๆ ก็ได้เช่นกัน นอกจากการแบ่ง 3 ช่องใหญ่ๆ แล้วด้านในก็ยังจะมีการแบ่งเป็นช่องเล็กๆ เยอะแยะไปหมด เอาไว้ใส่ของชิ้นเล็กๆ ได้เยอะเลย ไมว่าจะเป็นแบตเตอร์รี่ เมมโมรี่ ที่ชาร์จแบต สายเชื่อมต่อต่างๆ รวมไปถึงใส่ ipad mini ได้ 1 ตัวด้วย แล้วจุดเด่นที่สำคัญของแบรนด์ ThinkTank ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ๆ จะมีพาดิชั่นแถมมาให้เพิ่มอีกด้วย ในกรณีที่แบ่งมาให้ 3 ช่องใหญ่ๆ แล้วไม่พอ อยากแบ่งเยอะกว่านั้น ก็สามารถออกแบบได้ตามไอเดียร์ ตามการใช้งานเลยทีเดียว ก็ต้องบอกเลยว่าหลังจากใช้งานจริงๆ มาแล้ว กระเป๋ากล้อง ThinkTank Urban Approach 5 ใบนี้เนี่ยมันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีเลยทีเดียว สามารถปากกา ใส่สิ่งของจำเป็น สมุดโน้ต โทรศัพท์มือถือ ได้หมดเลย แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือกล้องใส่ได้แน่นอน

   สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการอยากจะได้กระเป๋ากล้องทั้งใบเล็ก ใบใหญ่ รวมไปถึงกระเป๋ากล้องแบรนด์ต่างๆ ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชม เลือกอ่านรีวิวกันได้ที่เว็บไซต์ 108plaza ร้านค้าออนไลน์ที่มีครบทุกสิ่งอย่างให้ทุกท่านได้หยิบจับใส่ตะกร้าออนไลน์พร้อมกับการบริการส่งสินค้าถึงหน้าบ้านทุกท่านได้อย่างงายดายที่เว็บไซต์ของเรา รวมไปถึงสินค้าอินเทรนด์ต่างๆ ด้วย

Review samsung galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนที่รู้สึกว่ามันไม่กักสเปคแล้ว รีวิวเจาะลึกการใช้งานแบบจริงจัง

 

   หลังจากที่แอดมินเองได้พรีวิวตัว Samsung galaxy A9 Pro กันไปเบื้องต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีการทดสอบใช้งานในหลายๆ ด้านด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันมีทั้งข้อดี แล้วก็ ข้ดเสีย ในบางจุด ของสมาร์ทโฟนหน้าจอ 6 นิ้วเครื่องนี้ ที่มันไม่ได้ดูใหญ่อะไรแล้ว เพราะตัวเครื่องขอบเครื่องมันบาง ก็ถือว่าพกพาอาจจะไม่ได้ง่ายมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วที่สำคัญคือ ภาพพจน์ของแบรนด์ซัมซุงที่พี่น้อง เพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคนต่างก็ด่ากันว่อนเน็ต แล้วก็หันไปใช้มือถือจีนบ้าง ใช้แบรนด์ผลไม้บ้าง อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ซัมซุง ก็ยังครองตลาดสมาร์ทโฟนและยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่ดี แล้ว A9 Pro รุ่นนี้ก็อาจจะลบค่ำด่าที่ว่า ไอ้จอมกัก กักสเปค อะไรแบบนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามารีวิวเจาะลึกตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ ในวันนี้กันเลยดีกว่า

   อย่างแรกเลยที่ไม่กักสเปคคือ ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แล้วก็มีช่องเสียบเมมโมรี่แยกมาให้ ไม่ต้องไปเลือกว่าจะใส่ซิมสองหรือใส่การ์ดดี ต่อมาเรื่องของแบตเตอร์รี่ 5000 mAh ก็มีการทดสอบกันมามากมายในเรื่องของความอึด เปิดหน้าจอแบบไม่ปิด ใช้งานต่อเนื่อง เล่นเกมส์ ดู youtube ต่อเนื่องได้นาน 9-10 ชั่วโมงได้สบายๆ แต่ถ้าใช้งานจริงๆ 2 วันอยู่ได้ชัวร์เลย แอดมินก็ทดสอบมาแล้วนะครับ ถัดมาเรื่องของสเปค ให้ RAM 4 GB CPU snapdragon 652 ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างดี แต่เอาละเดี่ยวเราจะรีวิวการใช้งานกันในช่วงต่อไป แต่สิ่งที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีหูฟัง มีหัวชาร์จที่รองรับการชาร์จเร็วด้วย แต่สายชาร์จยังคงใช้ micro USB รุ่นเดิมอยู่นะครับ ยังไม่เป็น Type C แต่อย่างใด

   จุดเด่นของการทดสอบใช้งานเรื่องแรกที่อยู่ในสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ นั้นก็คือ หน้าจอนั้นเอง คือต้องบอกว่าคุณภาพจอ SUPER AMOLED ของซัมซุงนั้นไม่ผิดหวัง แม้แต่รุ่นล่างๆ ก็ยังคุณภาพดีอยู่ ดูหนัง ดู youtube ขนาดจอ 6 นิ้ว ใหญ่เต็มตา แบตอึดๆ แบบนี้ ถือว่ามันดีมากเลยทีเดียว ต่อมาเรื่องของลำโพง ย้ายลำโพงมาด้านล่าง เสียงดังดี คุณภาพเสียงก็ปกติ ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้มีมิติเสียงที่เน้นเรื่องลำโพงมากเท่าไหร่ ต่อมาเรื่องของเข็มทิศ มีมาให้ด้วยสามารถใช้นำทางหรือเปิดแผนที่ GPS ได้เช่นกัน สามารถใช้งานได้ตามทิศทางที่เปลี่ยนไป

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง หลายคนอาจจะคาดหวังว่ากล้อง A9 Pro รุ่นนี้จะเวอร์วังอลังการ บอกเลยว่าไม่ขนาดนั้นครับ ถ้าคุณต้องการมือถือที่กล้องทั้งหน้าและหลังแบบเทพๆ ไปเลยเนี่ย ซัมซุงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์ แต่มันก็ใช้งานได้ปกติ ไม่ได้แย่หรือเลวร้ายแต่อย่างใด คือถ้าถ่ายในที่แสงปกติมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มันค่อนข้างจะจับโฟกัสได้ยากสักนิดหนึ่ง คือกล้องตัวนี้ค่อนข้างที่จะต้องมือนิ่งที่เยอะมากทั้งหน้าและหลังเลย ภาพมันถึงจะออกมาชัดและคม แต่ถ้าถ่ายปกติ แสดงปกติ ไม่ซูมภาพเยอะเกินไป ก็เป็นภาพที่ปกติ เรื่องของการถ่ายวีดีโอ มีระบบกันสั่นหรือ OIS มาให้ด้วยทั้งสองตัว ก็คือถ่ายวีดีโอไปด้วยเดินไปด้วย ก็จะได้ภาพที่นิ่งขึ้นและก็ดูสบายตามากขึ้นไม่เวียนหัวนั้นเอง ความละเอียดสูงสุดในการถ่ายวีดีโอได้คือระดับ Full HD เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับ 4K การถ่ายภาพนิ่งในที่แสงน้อย มันค่อนข้างจะทำได้ไม่ดีนัก ต้องเข้ามาใช้โหมดโปรช่วยในการปรับตั้งค่า ปรับ ISO ปรับรูรับแสงต่างๆ คือต้องมีความรู้เรื่องกล้องพอสมควรถึงจะใช้งานได้ดีในที่แสงน้อย กล้องหน้ากันบ้าง ก็ต้องบอกว่าเป็นกล้องหน้าที่พอจะเซลฟี่ได้ เป็นกล้องเลนส์ wide ด้วย ยังคงสั่งการด้วยเสียงหรือ voice control ได้ แต่ต้องบอกว่ามือต้องนิ่งหรือนิ่งมากในการเซลฟี่เช่นกัน ถึงจะได้ภาพที่ชัด

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือ เรื่องของการใช้งานที่บอกไปช่วงต้นว่ามันไม่กักสเปค CPU 652 ที่ติดการ์ดจอของ adreno ที่เป็นเบอร์ 1 ใน android มา และแรม 4 ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มันเร็วดีมาก ใครที่ไม่เน้นกล้องสักเท่าไหร่ บอกเลยว่าน่าสนใจ การใช้งานทั่วไป เปิดแอปไว้เยอะๆ แล้วสลับเปลี่ยนมาใช้งานแอปตัวเดิม มันก็ยังค้างและใช้งานได้ต่อเนื่องดีมาก รวมไปถึงการเล่นเกมส์ บอกเลยว่าจอสวย เครื่องแรง สเปคดี เกมส์เล่นได้หายห่วง แถมยังเล่นเกมส์ได้ต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะออกเกมส์กลางครัน แล้วกลับมาเล่นใหม่ ด้วยแรมที่เยอะ ก็ทำให้มันน่าสนใจอย่างที่แอดมินได้รีวิวไปในราคา 15,xxx บาท นะครับ ตอนนี้ก็มีขายกันทั่วประเทศแล้วก็ลองไปเล่นกันดูได้ว่ามันจริงอย่างที่แอดมินได้รีวิวเอาไว้หรือไม่นะครับ

Preview Xiaomi Mi Qicycle จักรยานไฟฟ้าพลังงานสะอาด ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดจาก Mi


   จะสังเกตในช่วงที่ผ่านมาบริษัทชื่อดังจากประเทศจีนหลายๆ แบรนด์ที่ขนขบวนกันเข้ามาเปิดตัวสินค้าใหม่เรื่อยๆ มาตลอดทั้งปี ล่าสุด Xiaomi หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม MI ก็เตรียมตัวที่จะเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ เป็นจักรยานไฟฟ้าพลังงานสะอาด ที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว แล้วก็สามารถปั่นออกกำลังกายด้วยตัวเองได้ มีเกียร์ชิมาโน้ที่เป็นชุดเกียร์ระดับโลกติดมาด้วย มีชื่อรุ่นว่า Mi Qicycle คันนี้เลย

   นี่คืออีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza ของเรานำมาพรีวิวกันก่อนใคร ก่อนที่ตัวสินค้าจะถูกนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราและทั่วโลกเลยทีเดียว โดยจักรยานไฟฟ้าพลังงานสะอาด Xiaomi Mi Qicycle คันนี้จะมาพร้อมกับความจุแบตเตอร์รี่ขนาด 2900 mAh แต่ไม่ได้ให้มาแต่ก้อนเดียวนะครับ แต่อัดแน่นมาเพียบถึง 20 ก้อนด้วยกัน ก็ประมาณ 60,000 mAh กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีฟี่เจอร์เด็ดที่สามารถนำเอาตัวจักรยานนั้นเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วยตัวส่งสัญญาณ Bluetooth v4.0 ที่สามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPx5 แล้วก็มีหน้าจอติดจักรยานมาด้วย มีขนาดหน้าจอ 1.8 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 160*128 พิกเซล ซึ่งทั้งหมดนี้ ที่ได้รีวิวฟี่เจอร์คร่าวๆ ตามที่ทางทีมงานของเราได้ทราบข้อมูลมา แล้วก็พร้อมกับพอจะทราบราคาตอนที่จะเปิดตัวมาจะอยู่ราวๆ 455 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินบ้านเราก็อยู่ที่ 16,000 บาทนั้นเอง

   แต่ข้อมูลที่เราจะมาพรีวิวเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากแบรนด์ Xiaomi Mi Qicycle คันนี้ยังไม่หมด นอกจากจะเป็นจักรยานไฟฟ้าแล้วก็ยังสามารถพับได้ เป็นจักรยานที่สามารถขนย้ายง่ายอีกด้วย ตัวจักรยานทั้งคันนั้นมีน้ำหนักเพียง 14.5 กิโลกรัมเท่านั้น แล้วตัวแกนกลางที่เป็นคานหลักเพื่อสร้างความแข็งแรงของตัวจักรยาน ด้านในก็ยังถูกใส่ตัวแบตเตอร์รี่เอาไว้ด้านในด้วย ตามข้อมูลที่เราได้ทราบมาก็ยังบอกอีกว่า ตัวแบตเตอร์รี่พร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่อยู่ในจักรยานคันนี้ เราจะสามารถใช้งานได้ไกลถึง 45 กิโลเมตร เลยทีเดียว หรือคำนวนเป็นเวลาก็จะใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าที่อยู่ในจักรยานคันนี้ก็มีกำลังขับที่ 250w 36v นั้นก็สามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วก็มีการตอบสนองตัวมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยชุดเกียร์จากชิมาโน้ ชุดเกียร์มี 3 โหมดให้เลือกใช้งาน ก็จะมีตั้งแต่โหมดแร โหมดแรก easy โหมดที่สองโหมด standard และโหมดสุดท้าย โหมด fast นั้นเอง ส่วนของหน้าจอก็จะมีฟี่เจอร์ TMM ที่จะช่วยบันทึกเส้นทางและนำแนะเส้นทางในการปั่นรวมไปถึงแจ้งข้อมูลพลังงานที่เหลือพร้อมกับแนะนำว่าให้ปั่นช่วยในกรณีที่พลังงานเหลือน้อย โดยหน้าจอนั้นจะแสดงค่าความเร็ว ระยะทาง รวมไปถึงพลังงานที่ใช้และค่าแคลอรี่ที่ได้เผาผลาญไป โดยจะมีแอปพลีเคชั่นเสริมในจักรยานคันนี้ที่ใช้คู่กับสมาร์ทโฟนโดยผ่านบลูทูธ เพื่อคำนวณค่าการออกกำลังกายรวมไปถึงประสิทฺธิภาพในการปั่นออกกำลังกายในแต่ละครั้ง ก็สามารถเก็บข้อมูลเอาไว้ในสมาร์ทโฟนอีกด้วย เท่าที่ฟังดูก็คงเป็นที่น่าสนอกสนใจของเพื่อนๆ ที่ได้มาอ่านพรีวิวนี้รวมไปถึงผู้คนทั่วไป แต่ตอนนี้เป็นที่น่าเสียดายว่า ในขณะที่แอดมินทำพรีวิวอยู่นี้ ทาง Xiaomi ก็ได้เปิดตัวในจีนไปเป็นที่เรีบร้อยแล้ว และ วางขายในประเทศจีนแล้วเรียบร้อย แต่ยังไม่มีข่าวแน่ชัดว่า จักรยานไฟฟ้าพลังงานสะอาด Mi Qicycle คันนี้จะนำออกมาวางขายในยุโรปและทั่วโลกเมื่อไหร่ แต่คาดว่าอีกไม่นาน ก็จะมีความแน่ชัดออกมาในการวางจำหน่ายหรือการทำตลาดในทั่วโลกอย่างแน่นอน แล้วก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจักรยานไฟฟ้าพลังงานสะอาด Xiaomi Mi Qicycle คันนี้จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราเช่นกัน

   ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่ทางเว็บไซต์ 108plaza ของเราได้นำข้อมูลจากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกมานำเสนอให้กับเพื่อนๆ ทุกท่านเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์นั้นเอง ถ้าเพื่อนๆ คนไหนชอบและอยากติดตามการพรีวิวหรือการรีวิว gadget ใหม่ๆ ต่อไปเรื่อยๆ ก็สามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่เว็บไซต์ 108plaza รวมไปถึง facebook//108plaza เข้าไปกด like กันได้แล้วนะครับและในร้านค้าออนไลน์ของเราตอนนี้ก็มีสินค้าดีๆ โปรโมชั่นเด็ดๆ เอาไว้รอทุกท่านได้เข้าไปเลือกซื้อเลือกหากันได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยนั้นเอง

Review Lenovo ThinkPad 8 Tablet ที่มีระบบปฏิบัติการ windows พกพาง่าย เหมือน Notebook เคลื่อนที่

 

   Lenovo ถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ก็คงจะนึกถึงในเรื่องของกลุ่มสินค้าไอทีประเภท Notebook เป้นหลัก ที่ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของแบรนด์นี้จริงๆ ก็เป็นแบรนด์จากเมืองจีน แต่ก็ทำให้ผู้คนในบ้านเรารวมไปถึงผู้คนทั่วโลก ต่างก็ยอมรับในสินค้าที่อาจจะไม่ได้มองว่าเป็นสินค้ามาจากจีนเท่าไหร่นัก ซึ่งพูดตามหลักแล้วคนไทยเองก็ยังคงมีความเชื่ออยู่ว่า สินค้าที่มาจากจีนโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าเนี่ย เดี่ยวนี้ก็ยังคงเชื่ออยู่ว่ามันไม่น่าจะมีคุณภาพดีสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นตัวสินค้าหรือดูรายละเอียดลงลึกๆ เรียกว่าเป็นภาพลักษณ์ที่กลายเป็นกระแสกันไป แต่เดี่ยวนี้อะไรๆ ก้มาจากจีนทั้งนั้นเลย ดูท่าทางแล้วจีนก็คงกลายเป็นโรงงานใหญ่ของโลกกันไปแล้ว เพราะฉะนั้น Lenovo เองก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำให้ผู้คนยอมรับได้ แล้วในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเราก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์ อีกหนึ่งรุ่นจาก Lenovo มารีวิวให้ทุกท่านได้ติดตามกันด้วย

   นี่คือตัวที่เราจะทำการรีวิวกันในครั้งนี้เลย Lenovo ThinkPad 8 ก็เปิดตัวกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วนะครับ แล้วล่าสุดนี้มี Lenovo ThinkPad 13 ก็เปิดตัวออกมาแล้วด้วย ก็คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้นำมารีวิวกันให้เพื่อนๆ ได้ติดตาม เป็นแท็ปเล็ดที่มีความบาง เบา พกพาง่าย จุดเด่นน่าจะอยู่ที่เรื่องของระบบปฏิบัติการหรือว่า OS ด้านในตัวเครื่อง ก็จะใช้ระบบปฏิบัติการ windows ก็จะสามารถอัพเดทได้เป็น windows 10 แล้วด้วย ใครที่ซื้อมาแล้วและยังไม่ได้อัพเดทก็จัดการอัพให้เรียบร้อยด้วยนะครับ เพราะว่าเวอร์ชั่นนี้ก็ค่อนข้างที่จะเสถียรและใช้งานได้ดี แถมยังจะช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน แบตเตอร์รี่ก็สามารถใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าจุดเด่นที่ตามมาของแท้ปเล็ดเครื่องนี้ก็คือ มันก็จะกลายเป็นแท็ปเล็ดที่มีหน้าจอเล็กๆ พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกในแบบฉบับของคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ๆ ออกไปทำงานข้างนอกสถานที่ก็ได้ เพราะแท็ปเล็ดตัวนี้สามารถรองรับไฟล์ทุกอย่างที่ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ก็สามารถเปิดได้หมดเลย

   มาดูในส่วนของสเปคคร่าวๆ ของตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว intel ATOM Z3770 แบบ 4 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz จุดเด่นของ CPU เวอร์ชั่นนี้อยู่ที่การประหยัดพลังงานนั้นเอง ให้ RAM 3 GB และมีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ 64 GB นอกจากนั้นยังสามารถรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายแบบ 3G ได้อีกด้วย ในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าถ้าเราใช้งานแท็ปเล็ดแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่เรานั้นใช้งานคอมพิวเตอร์หรือไม่ จะถอดเข้าถอดออก เสียบ flash drive โยกย้ายข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายๆ หรือไม่ คำตอบก็คือได้ โดยจะมีพอร์ด micro USB มาให้ แล้วก้มีหัวแปลงจากพอร์ดเล็กให้สามารถเสียบเป็นพอร์ด USB ก็ได้ด้วย นอกจากนั้นยังสามารถเสียบเมาส์ เสียบแป้นคีย์บอร์ดเพิ่มเพื่อใช้งานได้รวดเร็วขึ้นก็ได้เช่นกัน ในส่วนของหน้าจอนั้นเลือกใช้หน้าจอแบบ LED multi-touch screen ขนาดของหน้าจออยู่ที่ 8.3 นิ้ว ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 1920*1200 พิกเซล กล้องหลังมีความละเอียดแบบเบาๆ สามารถใช้งานได้ถ่ายรูปได้ ให้มาที่ 8 ล่านพิกเซล กล้องด้านหน้าก็มีมาให้เช่นกันแต่ไม่ได้มากมายนัก เอาไว้พอที่จะวีดีโอคอลได้อย่างสะดวก ให้มาที่ 2.2 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง เมื่อเปิดในตัวเครื่องขึ้นมาจะเห็นว่ายังคงเป็นระบบปฏิบัติการแบบ windows 8.1 อยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าสามารถอัพเดทระบบปฏิบัติการได้เลย

   การใช้งานก็มีทั้งตัว Microsoft office 2013 ของแท้มาให้ได้ใช้งานในด้านของงาน document ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ แต่มันก็ต้องแรกมากับความที่หน้าจออาจจะเล็กไปสักนิดหนึ่ง ถ้าให้มองว่าการใช้งานประจำๆ เลยนั้นก็คงจะไม่สะดวกเท่ากับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค ก็จะดีกว่าใช้เครื่องเล็กๆ แบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือเอาไว้ใช้งานนอกสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องพกเครื่องใหญ่ๆ ไปก็ได้ หรือ ใครที่ชอบทำงานบนเครื่องบิน ตัวนี้ค่อนข้างที่จะสะดวกเลยทีเดียว งานประกอบทางด้านของตัวเครื่องนั้นก็ดีไซน์ออกมาดีครับ ไม่ดูเหมือนกับแท็ปเล็ดทั่วไปที่บอดี้เป็นพลาสติกดูไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ แต่ตัว Lenovo thinkpad 8 ตัวนี้บอดี้ส่วนใหญ่เป็นอะลูมีเนียม แล้วก็จะมีการออกแบบเป็นยูนิ บอดี้ด้วย คือเป็นบอดี้ชิ้นเดียวกันทั้งเครื่อง ตัวเครื่องก็บางเพียง 8.8 มม. หนัก 430 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าพกพาง่าย

   ในส่วนของราคาค่าตัว Lenovo Thinkpad 8 อีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ก็มีราคาประมาณ 1 หมื่นกลางๆ เท่านั้นในตอนนี้ ใครที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ก็ลองไปหาซื้อมาใช้งานกันดูได้เลยนะครับ ถือว่าใช้งานพื้นฐานได้ดีเลยทีเดียว

 

Review Beats Solo 2 Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้การจัดนำหน่ายของ Apple หูฟังไร้สายน้ำหนักเบาแต่ทรงพลัง

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ของเราในครั้งนี้เป็นหูฟังบลูทูธที่หลายคนก็คงจะคุ้นชื่อ คุ้นหู แล้วก็เคยได้ใช้งานในรุ่นที่ผ่านๆ มาแล้วบ้าง โดยเมื่อก่อนนี้แบรนด์ Beats เองก็จะมีต่อท้ายด้วย By Dr. Dre แต่เดี่ยวนี้ทาง apple เองน่าจะเลงเห็นแล้วว่าในอนาคตนั้น iphone 7 และรุ่นในอนาคตต่อๆ ไปเนี่ย จะตัดตัวที่เสียบสายหูฟัง 3.5 ออกไปในไอโฟน ก็คิดว่าน่าจะหาบริษัทที่ทำหูฟังบลูทูธมาร่วมกิจการด้วย อะไรแบบนั้นนะครับ นั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ในครั้งนี้จะมารีวิวตัวหูฟังแบบ on-ear ตัวนี้เลย แบบเพียวๆ มารีวิวดูสิว่าคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไร รายละเอียดเกี่ยวกับสเปคจะเป็นแบบไหน มาติดตามกันเลยครับ

   แน่นอนว่าสเปคอย่างแรกถึงจะใช้ชื่อรุ่นว่า Beats solo 2 wireless ก็ตาม แต่ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อจริงๆ ยังใช้สัญญาณแบบบลูทูธนั้นเอง สามารถเชื่อมต่อได้ไกลอย่างน้อย 30 เมตร มีขนาดความสูงของหูฟังอยู่ที่ 198 มม. น้ำหนัก 215 กรัม ตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นสามารถใช้งานได้นานประมาณ 12 ชั่วโมง สามารถใช้เป็น hands-free เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ได้ด้วย เมื่อแก่ะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีอุปกรณ์เสริมมาให้ครบเลย เริ่มจากซองผ้าที่เอาไว้ใส่หูฟังเวลาพกใส่กระเป๋า เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน สายที่ให้มานั้นก้จะมี 2 สาย เป็นสาย micro USB ที่เอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่ การชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็จะประมาณ 1 ชั่วโมงเครึ่งก็จะเต็ม แล้วก็มีสายแบบ 3.5 มม. มาให้ด้วย ในกรณีที่แบตเตอร์รี่หมด เราสามารถใช้สายเสียบเพื่อฟังเพลงได้เช่นกัน ก็ต้องแนะนำเพิ่มเดิมตรงนี้นิดหนึ่งว่า ใครที่ได้ตัวหูฟังรุ่นนี้ไปแล้ว มีใช้งานแล้ว และจะใช้งานตัวสาย 3.5 มม. ที่ว่าไปเมื่อสักครู่นะครับ จะสังเกตว่าตรงหัวแจ็คเสียบ 3.5 มม. นั้นจะมีแจ็คแบบหัวตรง แล้วก็หัวงอ แล้วก็ตรงระหว่างสายจะมีไมค์โครโฟนอยู่ ตรงนั้นจะสามารถใช้เป็น hands-free ได้ แต่ต้องเสียบให้ถูกข้าง ถูกฝั่งนะครับ ไม่อย่างนั้นเสียงจะไม่ออก จะใช้ตัวไมค์โครโฟนเพื่อคุยโทรศัพท์ไม่ได้ ให้เสียบแจ็คที่เป็นหัวตรงเอากับมือถือของเรา แล้วก็เสียบแจ็คหัวงอเข้าที่หูฟัง

   มาดูที่ตัวหูฟังที่เป็นพระเอกกันบ้าง ออกแบบมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว แอดมินได้ลองสวมแล้วก็ลองฟังเพลงยาวๆ แล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันหนีบหัวเรามากเกินไปจนรู้สึกไม่สบายหัวแต่อย่างใด เป็นหูฟังแบบ on-ear ที่ไม่ได้ครอบทั้งใบหู แต่จะวางแนบกับหูเรา ก็บุด้วยฟองน้ำนุ่มๆ มาอย่างดีเลย แต่ถ้าเป็นสีขาวเนี่ยแอดมินรู้สึกว่ามันจะเป็นคราบมันคราบเหงื่อง่ายไปนิดหนึ่ง ก็ต้องใช้งานกันแบบดีๆ หน่อยนะครับ ตัวก้านหูฟังนั้นมีบุด้วยซิลีโคลนมาอย่างดี ด้านในก็ยังมีฟองน้ำมาอีกชั้นหนึ่ง ด้านบนก้านก็จะเป็นแบบหนังบุนุ่มมา ก็ออกแบบมาได้ค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียวว การใช้หูฟังทุกรุ่นควรสังเกตด้วยนะครับว่าข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ตัวหูฟังรุ่นนี้ก็จะมีบอกด้วยว่าข้างไหน L ข้างไหน R เป็นแผ่นสีเงินติดบอกอยู่ตรงหูพับด้านหลังตัวไดเวอร์เลย สังเกตได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดมิติของเสียงที่ตรงตามธรมชาติของเพลงและเครื่องดนตรีนั้นเอง ถ้าใส่ข้างที่ถูกแล้วมิติของเสียงก็จะดีขึ้นตามไปด้วยนันเอง ปกติเราจะสวมแล้วก็ครอบที่หูเลย ไม่ได้สนใจว่าข้างไหนอะไรแบบนี้นะครับ ตัวหูฟังด้านซ้ายจะมีรูเสียบสายแจ็ค 3.5 อยู่ แล้วก็จะมีรูเล็กๆ ตรงนี้คือไมค์โครโฟน แล้วตัวไมค์โครโฟนและหูฟังรุ่นนี้มีโหมดที่เรียกว่า โหมดดูดเสียงภายนอก สามารถทำให้เราได้ยินเสียงภายนอก เสียงคนเสียงเราหรือว่าพูดคุยกันภายนอกได้ด้วย ปกติแล้วถ้าฟังเพลงเสียงดังๆ ครอบหูเอาไว้ จะไม่ค่อยได้ยินเสียงข้างนอกเลย ตัวนี้มีระบบนี้มาช่วยด้วย จะมีปุ่มให้กดเลือกว่าจะปิดเสียงจากภายนอกไปทั้งหมดเลย ฟังแต่เพลงอย่างเดียว หรือเปิดเอาไว้แบบเบาๆ หรือ จะให้ได้ยินเสียงภายนอกดังๆ เลย ก็เลือกได้มี 3 ระดับ ถัดมาที่หูฟังด้านขวา เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วจะมีไฟแสดงสถานะของแบตเตอร์รี่อยู่ 5 จุด ถ้าติดหมดก็แสดงว่าแบตเต็ม

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวหูฟัง Beats solo 2 รุ่นนี้ก็คือเรื่องของมิติเสียง ต้องบอกว่าแอดมินเคยได้ฟัง beats ที่เป็นแบบ on-ear แบบนี้มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่อาจจะมองว่าเป็นหูฟังใหญ่ๆ สีสันสวยๆ เป็นแฟชั่นมากกว่า ไม่ได้เน้นที่เสียง เอาแต่เสียงเบสนำมาอย่างเดียวย่านอื่นไม่ได้เรื่อง อันนี้คือเมื่อก่อน ในรุ่นแรกๆ แต่รุ่นใหม่นี้ต้องบอกว่าครบทุกด้านเลยจริงๆ เสียงก็ดีด้วย มีทั้งย่านเบส ย่านกลางแหลมที่ครบทุกความถี่และฟังได้ค่อนข้างเคลียร์ด้วย ถือว่าน่าฟังน่าใช้งานเลยทีเดียว   

รีวิว ZUK Z2 By Lenovo สมาร์ทโฟนอีกหนึ่งแบรนด์ที่คุณอาจจะไม่รู้จักแต่อัดสเปคมาแรงในราคาที่ต้องร้อง WOW!

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza นำมารีวิวกันอีกหนึ่งชิ้นในตอนนี้ เป็นสมาร์ทโฟนที่อ่านออกเสียงเป็นภาษาบ้านเราก็ดูเหมือนจะแปลกๆ เพื่อนๆ อ่านว่าอะไรครับ ZUK ก็คงต้องอ่านว่า ซุก แต่แบรนด์นี้อ่านตรงตัวเลย แต่พูดยากครับ แต่นั้นไม่ใช่สาระสำคัญแต่อย่างใด ต้องบอกว่าไม่ค่อยมีใครรู้จักสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้กันสักเท่าไหร่ แต่พอมี by Lenovo ขึ้นมาก็ทำให้พอรู้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายการผลิตของ Lenovo นั้นเอง

   ZUK Z2 คือสมาร์ทโฟนที่จะรีวิวกันในตอนนี้ แล้วก็รูปร่างลักษณะก็อย่างในรูปด้านบนนี้นะครับ บอดี้เป็นแบบพลาสติกมัน เป็นรอยนิ้วมือง่าย แต่สังเกตว่าพอแตะๆ ที่เครื่องจนเป็นรอย เอามือปาดๆ ลูบๆ ก็หายไป นั้นเป็นความพิเศษอย่างแรกในมือถือเครื่องนี้ ตามข้อมูลที่ได้มาบอกว่าเคลือบสารกันรอยเอาไว้ด้วยนั้นเอง

   แต่ความพิเศษมันไม่ได้ที่ตรงรอยนิ้วมือแตอย่างใด มาดูสเปคกันบ้าง มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัว snapdragon 820 วิ่งด้วยความเร็ว 2.2 GHz กันเลยทีเดียว ถือว่าเร็วมากเลยนะครับจากสเปค แต่ต้องอ่านให้จบก่อนในเรื่องของการใช้งานจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม ส่วนเรื่องของกล้องก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่ต้องบอกเลยว่าใส่ในของเครื่องรุ่นนี้จะใช้ของ Samsung ค่อนข้างเยอะ เซนเซอร์กล้องก็ซัมซุง ผลที่ได้ก็จะคล้ายๆ กับของซัมซุง สไตล์ของรูปก็จะออกแนวใสๆ เคลียร์ๆ แบบนั้นเลย เชื่อมที่ชาร์จแบตและเชื่อมต่อเป็น USB type c แล้วด้วย ความจุแบตเตอร์รี่ให้มาที่ 3500 mAh ตัวเครื่องจะเห็นว่าค่อนข้างหนานิดๆ แต่ไม่ได้หนามาก เพราะให้แบตมาเยอะนั้นเอง แต่ข้อเสียที่พบคือ ไม่สามารถเพิ่ม micro sd card ได้ ถัดมาก็เป้นในส่วนของปุ่มโฮมที่อยู่ด้านล่างเครื่อง จะทำได้หลายอย่าง กดปุ่มหนึ่งครั้งเป็นปุ่มโฮม แตะเบาๆ จะเป็นปุ่มย้อนกลับ แล้วก็สามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย แล้วก็ใช้ในการปัดไปทางซ้ายหรือขวาได้ด้วย เอาไว้เลื่อนหาแอปที่เปิดทิ้งเอาไว้ได้นั้นเอง จะไม่มีปุ่มตรงด้านข้างเลย ดีไซน์รวมๆแล้วถือว่าดีเลยทีเดียว งานประกอบแน่หนา กล้องหน้าจะมีความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล f/2.0 กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.2 ในตัวเครื่องเป็นของจีนก็แน่นอนว่าทางร้านหรือผู้นำเข้ามาจะต้องลง play store ให้ด้วย ส่วนเรื่องหิ้วมาก็ต้องมาหาทำกันเอานะครับ อาจจะต้องลงแอพที่สำคัญๆ เพิ่มนิดหน่อย

   การทดสอบแรกเลย แน่นอนว่าเหล่าเกมส์เมอร์หลายคนคงสนใจว่ามันจะทำได้ดีแค่ไหน สเปคบอกเลยว่าค่อนข้างแรง แอดมินก็เลยทำการทดสอบเล่นเกมส์ที่หนักๆ เลยหลายเกมส์เหมือนกัน อย่าง nova 3 ก็ถือว่ามีกราฟฟิกเยอะ ผลการทดสอบก็ต้องบอกว่าไร้กังวล ผ่านฉลุย อย่างแรกเลยไหลลื่น ลื่นแบบหัวแตกเลยว่ากันแบบนั้น อย่างต่อมาก็คือจอ สีสันนั้นไม่ต้องห่วงเช่นกัน มีครบสีสด กราฟฟิกดี การ์ดจอดี มาแนวๆ ของซัมซุงเลยในเรื่องของจอ ถัดมาในเรื่องของลำโพง เปิดเสียงในตอนเล่นเกมส์เร่งเสียงจนสุด ถือว่าดังเอาการเลยทีเดียวครับ ดังแบบลำโพงไม่แตกด้วย แล้วก็มิติเสียงค่อนข้างดี แต่อาจจะไม่ได้มิติเสียงเบสมากเท่าไหร่นัก แต่ถือว่าผ่านการรีวิวเหมือนกัน ด้วยจอ Full HD แบตอึดอย่างนี้ บอกเลยว่าเหมาะทีเดียวกับคนที่ชอบเล่นเกมส์

   ถัดมาในส่วนของกล้องกันบ้าง เริ่มกันที่กล้องหลัง ด้านหลังจะมีไฟแฟลดช์แบบไฟดวงเดียวสีขาวมาให้เลย ไม่ได้เป็นแฟลดช์แบบทูโทนนะครับ การใช้งานบอกเลยตัวหนังสือค่อนข้างเล็กถึงเล็กมาก ในการปรับตั้งค่าต่างๆ ไม่รู้ว่าเขียนรอมมาอย่างไงนะครับ แต่การจับโฟกัสก็ถือว่าเร็วในระดับหนึ่งเลย มีโหมดโปร HDR และก็อื่นๆ รวมไปถึงมีฟิวเตอร์มาให้เลือกด้วยว่าจะถ่ายในโหมดอาหาร ธรรมชาติ อะไรแบบนี้มีให้เลือกเยอะ แต่ข้อเสียคือขนาดภาพที่ปรับได้มี 4:3 กับ 1:1 เท่านั้นเอง ไม่มี 16:9 นะครับ แต่เหมือนว่าไอโฟนก็จะไม่มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก้ไม่ต้องห่วงกันไป

   จุดเด่นอย่างสุดท้ายของ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ZUK Z2 by Lenovo ก็คือในเรื่องของการจับ GPS ที่อัดแน่นมาหมดเลยในการจับสัญญาณได้ ก็มีทั้งของสหรัฐ รัซเซีย ของจีน แล้วก็ของกาลิเรโอมาอีกด้วย แต่การทำงานยังมีมั่วๆ นิดๆ อาจจะเดินมั่วเดินไม่ตรงจุดที่อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ถือว่าดีก็สามารถใช้นำทางได้แบบมีข้อผิดพลาดไม่ได้เยอะอะไร หลายคนก็คงอยากจะรู้กันแล้วว่าราคาเท่าไหร่ เฉลยคือประมาณ 12,xxx บาท ตอนนี้น่าจะมีขายในบ้านเราแล้วเช่นกันก็ลองไปหาทดสอบใช้งานกันดูตามความชอบนะครับ