รีวิว ลำโพง 2.0 สเตอริโอ KEF X300A Wireless speaker เพิ่มคุณภาพทางด้านเสียงเพลงในระดับ Hi-End

 

   108plaza ในตอนนี้ก็มีชุดลำโพงแบบ 2.0 ที่เหมาะกับเอาไว้ฟังเพลงในบ้าน เป็นลำโพงที่มาจากแบรนด์ระดับ Hi-End อย่าง KEF กันเลยทีเดียว ถือว่ามีมาไม่บ่อยครั้งมากที่จะได้นำเอาสินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศมารีวิวแบบนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

   นี่คือลำโพง 2.0 สิเตอริโอ KEF รุ่น X300A wireless speaker ซึงก็ต้องบอกก่อนว่า หลายท่านอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อแบรนด์ KEF กันมากสักเท่าไหร่ในตลาดลำโพงทั่วไปหรือลำโพงบลูทูธ แต่แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ระดับโลกมาจากทางฝั่งอังกฤษ เมืองผู้ดีกันเลยทีเดียว แต่สำหรับลำโพง X300A ตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นที่นำเข้ามาวางจำหน่ายกันในบ้านเรา ก็คือรุ่นปกติ และ รุ่นที่เป็น wireless แต่ไม่ใช่บลูทูธ เป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง wi-fi ให้คุณภาพเสียงและการเชื่อมต่อที่ดีกว่าบลูทูธแน่นอน

สำหรับน้ำหนักของลำโพงรุ่นนี้แพ็คมาในกล่องเดียวอยู่ที่ 16 กก. แต่จะมีน้ำหนักแยกกันอยู่ที่ข้างละ 7.5 กก. แล้วประเด็นที่สำคัญเลยของการออกแบบที่เป็นเอกศิทธิ์เฉพาะของทาง KEF เลยก็คือว่า เขาออกแบบตัว driver และบอดี้ของตัวลำโพงเองเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ใช้ในยานอวกาศได้เลย คือเรียกว่าเอาลำโพงชุดนี้ไปใช้นอกโลกได้เลย นั่นหมายความว่าถ้าใช้ในโลกก็คงจะดีไม่น้อย แต่ตัว driver ของลำโพงเอง จะเป็น All in 1 คือจะเห็นได้ว่าภายในตัว driver เองจะมีดอกลำโพงตัวเดียว เป็นแบบ woofer ก็ใช้ตัวเดียว แล้วดอกเสียงแหลมหรือ twitter ก็จะอยู่ตรงกลาง ที่เรียกการออกแบบนี้ว่า ยูนิคิว ซึ่งตัวดอกลำโพงเลยจะมีขนาดข้างละ 5.25 นิ้ว ตัวโครงของดอกลำโพงเองจะทำมาจากแม็กนิเซียมบวกกับอลูมีเนี่ยมอัลลอย แล้วบริเวณตรงกลางจะเป็นโดมเสียงแหลมที่ทำมาจากอลูมีเนี่ยมมีขนาดข้างละ 1 นิ้ว แล้วภายในตัวดอกลำโพงเอง จะมีแม่เหล็กชนิดพิเศษแยกกันต่างหากระหว่างตัวดอก woofer และตัวดอก twitter และอยู่ภายใต้การขับเสียงของเพาเวอรืที่เรียกว่า Bi-amp อีกด้วย ซึ่งความแปลกใหม่ของมันก็คือ ดอกลำโพงมีอยู่ดอกเดียว แต่สามารถแยกส่วนกันได้ชัดเจนอยู่ภายใน ก็เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีผลิตลำโพงแบบใหม่ ที่สามารถประหยัดพื้นที่ได้มากเลยทีเดียว ส่วนของกำลังขับนั้น จะแยกกันก็คือ ภาค woofer เสียงกลางและเสียงต่ำจะอยู่ที่ 50wrms ส่วนกำลังขับของเสียงแหลมหรือ twitter เองนั้นจะอยู่ที่ 20wrms ซึ่งกำลังขับนี้จะต่อข้าง ทั้งหมดก็จะอยู่ที่ 140wrms นั่นเอง ก็ถือว่าไม่ธรรมดา แล้วที่ด้านหลังตัวลำโพงเอง จะไม่มีสายเชื่อมต่อ จะเชื่อมต่อกันแบบไร้สาย และ จะมีปลั๊กเสียบแยกด้านใครด้านมัน เสียบแยกกันต่างหาก

ที่นี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการใช้งานและการเชื่อมต่อการใช้งานที่ด้านหลังตัวลำโพงรุ่นนี้กันบ้าง แต่ต้องย้ำอีกทีว่าไม่ใช่ลำโพงบลูทูธ การเชื่อมต่อแรกเลยจะสามารถเสียบเชื่อมต่อกับเลาท์เตอร์ผ่านสาย LAN RJ45 ได้ อีกหนึ่งพอร์ดถัดมาก็คือ จะมีช่องแจ็ค input 3.5 มาให้ด้วย นั่นหมายความว่า จะเอาไปเสียบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โน้ตบีค สมาร์ททีวีต่างๆ เครื่องเล่นเพลงต่างๆ ได้หมดเลยผ่านแจ็ค 3.5 นั่นเอง ในกรณีที่ไม่อยากยุ่งยาก แต่ก็ถือว่าใช้ฟังก์ชั่นไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไหร่และอาจจะใช้ไม่คุ้มค่า คุ้มราคาก็ได้ เพราะว่าพอร์ดอื่นๆ ยังมีและคุณภาพเสียงจะดีกว่าแจ็ค 3.5 แน่นอน เพราะที่จะกล่าวถึงฟังก์ชั่นต่อไปนี้ ก็คือนอกจากจะเชื่มอต่ผ่าน wi-fi ได้แล้วนั้น ตัวลำโพงเองจะเป็นลำโพงที่เชื่อมต่อแบบ DAC จะได้ทั้งแบบ USB ก็ได้ก็ง่ายๆ ซึ่งเชื่อว่าคนที่เล่นเครื่องเสียงหรือลำโพงในระดับ Hi-end และชอบฟังเพลงที่เป็นไฟล์เพลงขั้นสูงแบบไฟล์ Hi-Res และไฟล์อื่นๆ นั้น ลำโพงรุ่นนี้สามารถที่จะถอดรหัสเพลงได้ทุกไฟล์เลย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าจะได้คุณภาพเสียงที่ตรงตามเสียงต้นฉบับจริงๆ นั่นเอง ถัดมา ก็จะมีฟังก์ชั่นเป็นปุ่ม volume EQ ที่จะเอาไว้ปรับแต่งโทนเสียงก็จะมีด้วยกัน 2 โหมด ก็คือโหมดที่อยู่ในระยะใกล้ ใครที่จะเอไปใช้กับชุดคอมพิวเตอร์ บนโต๊ะทำงาน วางลำโพงไว้ใกล้ตัว ก็จะต้องเลือกโหมดที่ด้านหลังให้ถูกด้วย แต่ถ้าเอาไปใช้งานแบบฟังเพลงภายในบ้าน ในห้องโถงหรือห้องขนาดใหญ่ ก็ต้องปรับโหมด EQ ให้ถูกต้องด้วย ถ้าฟังแนวเสียงแบบเวทีกว้างๆ พื้นที่กว้าง รูปแบบเสียงก็จะไปในอีกหนึ่งทิศทาง

   สำหรับแนวเสียงหรือบุคลิกเสียงของลำโพง KEF X300A wireless speaker ตัวนี้จะไม่ใช่แนวเสียงที่มันส์สะใจ แต่จะเป็นแนวเสียงที่คล้ายคลึงกับเวลาเราไปฟังเพลงอยู่ในฮอล์ใหญ่ๆ ในเวทีคอนเสิร์ดที่มีเครื่องดนตรีมากชนิด แต่ก็ได้ยินรายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีแบบชัดๆ เสียงร้องพุ่งๆ จะให้อารมณ์เพลงแบบนั้นเลยทีเดียว

รีวิว JBL E45BT Wireless on-ear Headphone หูฟังบลูทูธตัวใหม่ล่าสุดจาก JBL 2017

 

       JBL E45BT Wireless on-ear headphone หูฟังบลูทูธแบบครอบหูรุ่นใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่มีเปิดตัวกันในต่างประเทศเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2016 ที่ผ่านมา แล้วตอนนี้เอง ในประเทศไทยก็เริ่มมีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาวางขายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 108plaza ของเราก็ถือว่าเป็นที่แรกๆ ที่ได้นำเอาสินค้าตัวนี้มาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการฟังเพลงและชอบเก็บสะสมหูฟังคุณภาพดีจากแบรนด์ดังหลายๆ แบรนด์ด้วย ก็ถือว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจ แต่จะน่าสนใจอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลย

สำหรับหูฟังไร้สายแบบ on-ear รุ่นนี้นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นแนวหูฟังแบบไลฟ์สไตล์ ที่ออกแบบมาให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก เนื่องจากว่าบริเวณหูฟังนั้นสามารถพับได้ แล้วก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 แล้วด้วย ก็ถือว่าถ้าการใช้งานจริงๆ ในลักษณะแบบไร้สายของหูฟังทั่วไปเลย ระยะที่อยู่ห่างจากเครื่องเล่นเพลงหรือสมาร์ทโฟนก็ดี ก็จะไม่เกิน 10 เมตรอยู่แล้ว ซึ่งเวอร์ชั่นของบลูทูธที่ให้มานันนก็ถือว่ามีความเสถียรดีมากเลย เชื่อมต่อสัญญาณได้คมชัด ไม่ขาดๆ หายๆ และเที่ยงตรงดีมากแล้วด้วย ก็ถือว่าสเปคที่ให้มาตรงนี้เพียงพอ อีกหนึ่งสเปคถัดมาที่ JBL ก็ได้การันตีเอาไว้ในคู่มือการใช้งานก็คือ ด้วยควาที่เป็นหูฟังไร้สาย ก็ต้องมีแบตเตอร์รี่ในตัว แล้วการใช้งานของแบตเตอร์รี่ในการใช้งานหนึ่งครั้งตอนที่แบตเตอร์รี่เต็ม จะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันนานถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่การชาร์จแบตเตอร์รี่หนึ่งครั้งจากแบตหมดจนแบตเต็มนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ก็ถือว่าไม่นานเกินไป ในต่างประเทศเองก็เปิดตัวมาด้วยกันหลากหลายสีสันมากเลย ก็จะมีสีดำ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง แต่ในบ้านเราเอง ก็ต้องดูกันอีกทีว่าจะนำเข้ามาสีไหนบ้าง เพราะถือว่าเป็นรุ่นใหม่จริงๆ แต่แอดมินก็รีบเอามาทดสอบแล้วก็มาเขียนรีวิวให้ได้อ่านกันเพื่อที่เพื่อนๆ หลายคนกำลังสนใจก็อยากจะหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

วิธีการใช้งานของหูฟังบลูทูธ JBL E45BT ตัวนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร ตัวปุ่มเปิด-ปิดจะใช้เป้นแบบปุ่มเลื่อน ซึ่งถือว่ามันเป็นข้อดีที่ใช้ปุ่มแบบนี้ เนื่องจากว่าถ้าเราปิดการใช้งาน จะไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยงวงจรเอาไว้ จะประหยัดแบตมากกว่าปุ่มแบบกด ซึ่งแบบนั้นจะต้องอาศัยไฟเลี้ยงวงจรเอาไว้ ส่วนของการเชื่อมต่อบลูทูธและปุ่มคอนโทรลต่างๆ จะอยู่ทางด้านขวาของหูฟังทั้งหมดเลย แนะนำว่าต้องใช้งานกันให้ถูกข้างของหูฟังด้วย เมื่อกด pair บลูทูธที่ตัวหูฟังแล้วก็จะเห็นว่ามีไฟสีแดงและสีน้ำเงินสลับกัน หมายความว่ารอการเชื่อมต่อ แต่ถ้าเชื่อมต่อได้แล้วจะกลายเป็นสีน้ำเงินติดค้าง ก็ใช้งานได้ง่ายๆ พร้อมกับมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ปุ่มเลื่อนเพลง อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา สำหรับ JBL เองที่แถมให้มาในกล่องด้วยก็คือสายหูฟัง ในกรณีที่แบตเตอร์รี่หมด เราสามารถที่จะใช้สายหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 มม. ที่ให้มานั้นเสียบฟังเพลงได้เลย แต่กรณีที่เสียบสายหูฟังนั้น ปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ตัวหูฟัง จะไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด และ สายหูฟังที่ให้มาในกล่องนั้นเป็นสายคุณภาพดี เป็นสายแบบคืนตัวเองได้ ไม่พันกัน วัสดุถือว่าน่าใช้งานมากเลยทีเดียว

สำหรับสเปคของตัวหูฟังบลูทูธ JBL E45BT กันบ้าง ภายในตัวหูฟังเองจะให้ขนาดของตัวออกลำโพงหรือที่เรียกว่า driver มาที่ข้างละ 40 มม. ก็เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่เลยทีเดียว อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา ในกรณีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่ง รองรับหมดเลย หูฟังรุ่นนี้ก็มีไมค์โครโฟนติดมาด้วย หมายความว่าสามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์และพูดคุยผ่านหูฟังได้เลย โดยในกรณีที่กำลังฟังเพลงอยู่ก็ตาม ระบบจะตัดเสียงเพลงออกอัตโนมัติและกดรับสายเรียกเข้าได้เลย และ อีกหนึ่งฟี่เจอร์ ก็คือ noise cancelling ระบบป้องกันเสียงรบกวนภายนอกก็มีมาให้ด้วย

มาถึงเรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันบ้าง เริ่มต้นด้วยเสียงเบสก่อนเลย ใครที่ชอบเบสกระแทกๆ มีแรงปะทะเข้ามาที่หูเยอะๆ หูฟังตัวนี้ตอบโจทย์ มีอิมแพคที่ดี ส่วนย่านเสียงกลางหรือเสียงร้อง จัดว่ามีความสดเหมือนกับเราฟังเพลงในเวทีคอนเสิร์ดจริงๆ เลยก็ว่ได้ เป็นเสียงกลางที่ค่อนข้างพุ่งพอสมควร ส่วนเสียงแหลมเองก็ต้องบอกว่าเป็นแหลมที่จัดจ้นปลายเสียงไปยาวพอสมควร พูดง่ายๆ ว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนว live บนเวทีสดๆ แบบนั้น หูฟังตัวนี้รุ่นนี้ตอบโจทย์มากเลยทีเดียว

Review Samsung galaxy A7 2017 นึกว่าเป็น S7 ในร่างใหม่ คุ้มหรือไม่?

 

   Samsung Galaxy A7 2017 หลายๆ ท่านน่าจะเห็นรูปร่างหน้าตากันมาบ้างแล้ว ซึ่งมันก็จะเหมือนๆ กับ galaxy S7 ที่ผ่านมาแต่แปลงร่างแบบเบาๆ มาอยู่ใน A7 ปีนี้นั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตามสไตล์ Samsung ที่มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนจากเกาหลี แต่มันจะคุ้มค่ากับราคาอย่างไรบ้างนั้น ต้องมารีวิวกันเลย

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นแกะกล่องก็จะพบกับหูฟังแถมมาให้ด้วย สายชาร์จแบบ USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่เป็น Fast charge ด้วย จ่ายกระแสไฟที่ 9v 1.67A จากนั้นก็จะเป็นตัวเครื่อง ในเรื่องของดีไซน์นั้น samaung galaxy A7 2017 นั้นบอดี้แทบทั้งหมดเลยจะเป็นกระจก ทั้งด้านหน้าด้านหลัง ก็ถือว่ามีความพรีเมี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีบอดี้ที่เป็นโลหะบริเวณขอบด้านนอกเท่านั้นเอง ส่วนกระจกที่นำมาใช้กับตัวเครื่องนั้นเป็นแบบ 2.5D ก็จะเป็นกระจกแบบขอบโค้งด้านข้าง จุดนี้ถือว่าสามารถช่วยให้ความรู้สึกในการสัมผัส การจับถือที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่ามีความละมุนมือ ไม่บาดมือ และมั่นใจว่ามันจะไม่ลื่นเหมือนกับบอดี้ที่เป็นโลหะนั่นเอง

   จุดที่เปลี่ยนไปในเรื่องของการดีไซน์นั้น บริเวณด้านขวาจะมีปุ่มเพาเวอร์และมีลำโพงอยู่ด้วย ไม่ต้องแปลกใจว่าทำมลำโพงย้ายมาอยู่ด้านข้างปกติอยู่ด้านล่าง ซัมซุง ได้ย้ายมาเรียบร้อยแล้ว ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง และช่องใส่ซิมที่ 1 ส่วนด้านบนจะมีไมค์โคร 1 ตัว และช่องใส่ซิมช่องที่ 2 พร้อมกับมีอีกหนึ่งช่องแยกมาให้เป็นช่องใส่ micro sd card ด้วย นั่นหมายความว่าไม่ต้องไปเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ใส่กันได้เต็มๆ 2 ซิมกับ 1 เมมโมรี่ พร้อมกับรองรับการเกาะคลื่น 3G ได้ทั้ง 2 ซิมพร้อมกันอีกด้วย ด้านล่างจะมีไมค์โครโฟนอีกหนึ่งตัว มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ย้ายมาอยู่ทางด้านล่างแทนและก็ช่องเสียบชาร์จแบตนั่นเอง

   มากันที่เรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้วกันเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าใหญ่เต็มตาดีทีเดียว เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ด้วย ความละเอียดระดับ Full HD 1080p 386ppi สำหรับหน้าจอที่ใหญ่แบบนี้ แต่พอได้ไปเทียบกันจริงๆ แล้วตัวเครื่องยังถือว่าเล็กกว่า iPhone 7 Plus อีกด้วย ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าจอใหญ่ก็จริง แต่บอดี้นั้นจับถือได้ถนัดมือไม่เทอะทะแน่นอน

   หลังจากทดสอบใช้งานอย่างแรกออกกลางแจ้ง หน้าจอก็ยังสู้แสงได้ดี ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของหน้าจอที่ค่อนข้างชอบและถูกใจในจอของ ซัมซุง เอง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและออกแบบมาได้ดี ก็คือ การจับถือมาเล่นเกมส์ ซึ่งตัวลำโพงย้ายมาอยู่ทางด้านบนหรือด้านล่าง ก็ทำให้เราไม่เผลอเอานิ้วมือไปบล็อกเสียงเอาไว้ เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ที่อยู่ด้านล่าง ตรงนี้ถือว่าดีกว่าเยอะเลย มิติของเสียงลำโพงก็มีความดังใช้ได้เลย ส่วนปุ่มสแกนลาวนิ้วมือนั้น ก็จะอยู่ทางด้านหน้า ทดสอบใช้งานแล้วต้องบอกว่ารวดเร็วดีมาก แถมไม่มั่วด้วย คนอื่นมาสแกนก็ใช้งานไม่ได้ ถือว่าแม่นยำป้องกันความปลอดภัยในการเข้าถึงได้ดี และ อีกหนึ่งไม้เด็ดที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าในราคาหมื่นกลางๆ ก็คือ IP68 เป็นมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ได้ด้วย ก็เรียกว่ายกฟี่เจอร์ใน S7 มาปรับปรุงกันใหม่เลย ก็กันน้ำได้ลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานเป็นเวลา 30 นาที ใครที่เผลอทำเครื่องตกอ่างน้ำก็สบายๆ

   ในด้านของขุมพลังนั้น มาพร้อมกับ Exynos 7780 Octa-core GPU Mali-T830MP3 RAM 3GB ROM 32GB , NFC, FM radio , วัดประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วย antutu ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 58,758 คะแนน ก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าได้เยอะกว่านี้อีกนิดน่าจะเหมาะสมดี ในส่วนของการเล่นเกมส์ อาจจะไม่ใช่เครื่องที่แรงสะใจสำหรับคอเกมส์สายโหด แต่ก็ยังถือว่าเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกสวยๆ ได้สบายๆ คอเกมส์แบบทั่วไปนั้นรองรับได้สบายๆ ส่วนการเปรียบเทียบการใช้งานทั่วไป ถ้าเทียบกับตัวเพียวแอนดรอยด์แล้ว ก็ถือว่า A7 ตัวนี้ยังช้ากว่าเล็กน้อยในความรู้สึก แต่ก็มีการใช้งานที่ไหลลื่นดี

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องกล้องที่ให้ความละเอีย 16 ล้านพิกเซลทั้งหน้าและหลัง f/1.9 ออโต้ไฟกัสและ LED Flash เรื่องของโหมดการใช้งานไม่ต้องห่วงมีมาให้ครบ ถ้าไม่มีสามารถเข้าไปโหลดเพิ่มเติมได้ ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพทีได้นั้นก็ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ชัดเจนแน่นอน แต่ก็ยังให้สไตล์ภาพแนวเกาหลีอยู่ จะต่างจากมือถือแบรนด์จีนแน่นอน ตรงนี้ลองไปหาภาพตัวอย่างกันได้ แต่ที่เด่นจนแบรนด์อื่นสู้ไม่ได้ก็คือการถ่ายวีดีโอที่ให้ทั้งภาพและเสียงที่จัดว่าดีในหลายๆ รุ่นที่มีราคาหมื่นต้นๆ ขึ้นไปจนถึงเรือธง ก็คงพูดได้ว่า A7 2017 นี้ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจและน่าใช้งานดีเลยทีเดียว

REVIEW ครีม MIIN 4D MASK หน้าใสในหลอดเดียว

 

ในปัจจุบันปัญหาเรื่องของสุขภาพผิวถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆที่วัยรุ่นหนุ่มสาวกังวลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาของผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว เป็นต้น เพราะถ้าเราประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านี้เมื่อไหร่นั้นกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลยทันที ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของเรานั้นต้องพบเจอกับผู้คนมากมายทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก สิ่งแรกที่คนอื่นจะมองเห็นจากตัวเราคือใบหน้า ถ้าเรามีผิวหน้าที่หมองคล้ำไม่โดดเด่นแน่นอนว่าเราก็จะถูกมองข้ามจากสายตาคนอื่น แต่ถ้าเรามีผิวหน้าทีกระจ่างใสไร้ริ้วรอยมันก็จะทำให้เรากลายเป็นที่สะดุดตา ถูกสายตาก็จะจับจ้องมาที่เราโดยไม่ละสายตา มันจึงจำทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำอาชีพที่ต้องใช้รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ เป็นส่วนประกอบในการทำงาน เช่น พริตตี้ MC ดังนั้นเราจึงต้องมีผิวหน้าที่ดึงดูดลูกค้าด้วย แต่ถ้าจะให้ไปเข้าครอสตามคลินิกต่างๆก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์และใช้ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากอีกด้วยหรือเราจะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าทั่วไปก็มีหลายขั้นตอนมาก ครีมหนึ่งชุดก็ประกอบไปด้วยครีมหลายตัว วันนี้เราจึงจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวในหลอดเดียว ย้ำนะคะว่าแค่หลอดเดียวเท่านั้น เพียงขุ้นตอนเดียวก็จะทำให้เรามีผิวหน้าที่ดีขึ้นได้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นคือ MIIN 4D MASK


 

MIIN 4D MASK เป็นมาร์คที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ฟื้นฟูผิวที่ขาดน้ำและยังเติมเต็มความสดใสให้กับผิวของเราแบบเร่งด่วน ที่สำคัญคือมีส่วนผสมของไข่มุก เนื้อครีมก็จะมีลักษณะเข้มข้นมากกว่าครีมปกติทั่วไปถึง 5 เท่า คุณภาพก็จะเทียบเท่าครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ดังๆซึ่งมีคุณสมบัติแบบแน่นๆเต็มหลอดมีคุณภาพแบบเน้นๆอีกด้วย และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เราใช้เลย เมื่อเราใช้ MIIN 4D MASK เป็นประจำอย่างต่อเนื่องสิ่งที่เราจะได้กลับมาคือ เราจะหมดปัญหาหน้าโทรม หน้าหมองจากการนอนดึกและผิวผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำก็จะค่อยๆจางลง จะเห็นผลชัดเจนใน 1 เดือนและจะหมดปัญหาทาแป้งไม่ติดหน้า เมื่อทาปุ๊บก็จะซึมเข้าสู่ผิวหน้าทันทีไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ และมาร์คตัวนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของเราให้กระจ่างใสขึ้นเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น หน้าเราก็จะนุ่ม ผิวฟูเด้ง ผิวใสดูมีออร่าและเรียบเนียนและปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาบวม ผื่นคันผื่นแพ้จากมลภาวะก็ช่วยได้เช่นกันคะ แต่สำหรับคนที่มีสิวอักเสบเมื่อใช้มาร์คตัวนี้แล้วสิวอักเสบก็จะค่อยๆแห้งภายใน 7 วัน รูขุมขนก็จะกระชับขึ้นริ้วรอยเหี่ยวย่นก็จะหายไปผิวหน้าของเราก็จะดูอ่อนกว่าวัยเหมือนผิวเด็ก

   MIIN 4D MASK จึงเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเจอกับปัญหาผิวหน้าไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตามและที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของสารอันตราย คนที่กลัวแพ้หรือแพ้ครีมง่ายก็สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องกังวล วิธีการใช้นั้นก็แสนจะง่ายมากเพียงแค่เราล้างทำความสะอาดผิวหน้าตามปกติ แล้วใช้ สินค้าอินเทรนด์อย่าง MIIN 4D MASK ทาลงไปให้ทั่วบริเวณผิวหน้าและลำคอที่สำคัญคือใช้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้นและใช้เป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด ในหนึ่งหลอดเราสามารถใช้ได้นานถึงสองเดือน ซึ่งจำหน่ายในราคาเพียง 5XX บาทเท่านั้น เพื่อนคนไหนที่สนใจก็ลองไปหาซื้อมาใช้กันได้นะคะเพราะสิ่งที่เราได้กลับมามันถือว่าคุ้มกับเงินที่เราเสียไปอย่างมากค่ะ มันสามารถทำให้ผิวหน้าของเราที่เจอแต่ปัญหาเดิมๆคือผิวคล้ำเสีย เป็นสิว หายได้ในหลอดเดียวเท่านั้น เมื่อเรามีผิวหน้าที่กระจ่างใสปัญหาต่างๆหมดไปจากใบหน้าแล้ว เราก็จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันพบเจอผู้คนแบบไม่ต้องหลบๆซ่อนๆขาดความมั่นใจ ถ่ายรูปแบบหน้าสดไม่มีเครื่องสำอางเราก็ยังทำได้ บางคนต้องอยู่กับปัญหาเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายปีจะไปใช้ครีมตัวไหนก็ไม่ดีขึ้นมีแต่จะแย่ลง เมื่อเราเปิดใจให้กับ MIIN 4D MASK รับรองแน่นอนว่าจะไม่ผิดหวัง ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะเป็นครีมน้องใหม่ที่พึ่งตีตลาดได้ไม่นานแต่ด้วยคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นทั่วประเทศเป็นจำนวนมากด้วยยอดขายที่ถล่มทลายวิ่งแซงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางตัวไปแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่มีปัญหากับผิวหน้าอยู่จะรอช้าไม่ได้ถ้าเราใช้ก่อนเราก็จะสวยก่อนนะคะ

REVIEW I-RD(RED) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆวันนี้เราจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เอาใจคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ย้ำ!!!นะคะว่าสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่สำหรับผู้หญิงก็สามารถอ่านเพื่อเป็นข้อมูลและนำไปใช้กับคนรักได้เช่นกันนะคะเพราะในปัจจุบันนี้ผู้ชายทั้งหลายดูมีสุขภาพที่แก่เกินกว่าวัยมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดจาก การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเครียดจากการทำงาน ปัญหาด้านการเงิน หรือปัญหาครอบครัวเป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆที่ผู้ชายสามารถแก้ไขได้อยู่แล้วแต่มันก็สามารถทำให้ครอบครัวแตกแยกได้เช่นกัน เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากจะมีสามีหรือแฟนที่ดูเท่ห์ สมาร์ท ดูมีสุขภาพที่ดี ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องของความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง และก็คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องการอยากจะมีสามีหรือแฟนที่ดูโทรม ดูแล้วแก่กว่าวัยไปไหนมาไหนด้วยกันคนอื่นนึกว่าพ่อมันก็คงจะไม่ใช่แน่นอน เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายจึงต้องหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจังกันได้แล้วถ้าไม่อยากจะเป็นโสดไปตลอดชีวิต ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าผู้ชายในปัจจุบันนี้หันมาดูแลและสนใจสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ทั้งการเข้ายิม เข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย กินอาหารเสริม ซึ่งการกินอาหารเสริมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ถ้าเรากินอาหารเสริมควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วยมันก็จะเห็นผลเร็วขึ้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำอาหารเสริมสำหรับผู้ชายหนึ่งตัวที่จะเปลี่ยนชีวิตและสุขภาพของคุณให้ดูดีขึ้นในพริบตานั่นคือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก I-RD(RED)

 

   I-RD(RED) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อุดมไปด้วยสารตั้งต้นที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการผลิตฮอร์โมนในเพศชาย อีกทั้งในผลิตภัณฑ์นี้ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่จะนำไปช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกายที่เริ่มเสื่อมลงตามกาลเวลาและเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นหมายถึงเซลล์ต่างๆก็จะได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นด้วยและจะทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเข้าไปช่วยกระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม นอกจากนี้ I-RD(RED) ยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทำให้เราไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจึงส่งผลให้งานของเราดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพ

   สรรพคุณและคุณประโยชน์ที่สำคัญของ I-RD(RED)คือช่วยเพิ่มปริมาณเทสโทสเตอร์โรนในร่างกายทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในระดับปกติ ลดความเหนื่อยล้าของร่างกายจากการทำงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน เพิ่มความสดชื่นในระหว่างวันทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะทำงาน ผิวพรรณสดใสดูเปล่งปลั่งดูมีออร่าเพราะปกติในผู้ชายเราจะพบได้น้อยมากสำหรับคนที่มีผิวพรรณที่ดี ลดอาการผมร่วงและที่สำคัญที่ผู้ชายทุกคนต้องการคือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศกระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายให้ดีขึ้น

 

   วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม I-RD(RED)

ใน I-RD(RED) 1กล่อง จะมีอยู่ทั้งหมด 30 ซอง รับประทานวันละ 1ซอง ชงผสมกับน้ำเย็น 300-400cc หรือเท่ากับน้ำเปล่าขวดละ 7 บาทหนึ่งขวด เขย่าให้อาหารเสริมนี้ผสมกับน้ำจนละลาย รับประทานตอนท้องว่างจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก็ได้ หากในวันนั้นมีการออกกำลังกายให้เปลี่ยนไปรับประทานในช่วงที่ออกกำลังกายแทน ในการรับประทานเราต้องค่อยๆดื่มเหมือนกินน้ำเปล่าตามปกติ ไม่ควรรับประทานทีเดียวหมดเพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมไม่ทัน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนเราควรจะรับประทานต่อเนื่องไปอย่างน้อย 1-3เดือน แต่ในหนึ่งซองนั้นเราก็ควรจะดื่มให้หมด ไม่ควรนำกลับไปแช่ตู้เย็นไว้ดื่มในวันถัดไป เพราะ1กล่องมี 30ซองเราก็จะรับประทานได้เป็นเวลา 1เดือนพอดี I-RD(RED) 1กล่อง จะจำหน่ายอยู่ที่กล่องละประมาณ 2xxxบาท เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังพบเจอกับปัญหาสุขภาพอยู่ก็ควรจะไปหามารับประทานกันได้แล้วค่ะ ส่วนผู้หญิงที่คิดว่าสามีหรือแฟนของตัวเองก็กำลังมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่เหมือนกันก็ควรจะหาซื้อไปให้สามีหรือแฟนทานได้นะคะ เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาเตียงหักจากการไม่ทำการบ้านของคุณผู้ชายพบเจอได้เยอะมาก สาวๆจึงต้องตกเป็นแม่ม่ายเต็มไปหมด บางคนถึงต้องหันไปเล่นของเล่นจากประเทศญี่ปุ่นดังนั้นถ้าคุณผู้ชายยังรักและสงสารคนรักของตัวเองก็จะต้องให้มาดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้นนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพอย่างเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาวไม่ต้องมาเป็นคนโสดกัน การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นคนมีคู่จึงต้องเข้าใจกันในทุกๆเรื่องเพื่อชีวิตคู่ที่ดีต่อไปในอนาคตค่ะ

รีวิวลำโพงบลูทูธขนาดจิ๋ว Smart box 3in1 ฟังเพลงได้ กดชัตเตอร์บลูทูธในสมาร์ทโฟนได้ รับสายเรียกเข้าได้

 

   108plaza ก็มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกเช่นเคย โดยสินค้าที่นำมาในตอนนี้เป็นลำโพงบลูทูธ หรือ ลำโพงแบบพกพา ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่งที่ปล่อยบลูทูธได้ พร้อมกับสามารถเชื่อมต่อกับ device อื่นๆ อีกมากมาย ไมว่าจะเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพา คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ที่มีบลูทูธก็สามารถเชื่อมต่อได้หมดเลย แต่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนนั่นเอง เพราะจะสามารถใช้ได้หลากหลายฟี่เจอร์มาก ต่างจากลำโพงพกพาทั่วไป แต่จะเป็นรุ่นไหน ดีไซน์อย่างไร ไปติดตามรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   นี่คือ Smart box 3in1 speaker Bluetooth ถือได้ว่าเป็นลำโพงบลูทูธที่มีขนาดเล็กมากๆ เล็กจนเทียบเท่ากับเหรียญ 10 บาทได้เลย สามารถที่จะเอาห้อยไว้กับสมาร์ทโฟน กลายเป็นพวงกุญแจหรือกลายเป็นของเล่นอีกชิ้นหนึ่งได้เลย แต่ข้อแนะนำคือ ระวังมันหายเพราะมันมีขนาดที่เล็กมากเลยทีเดียว

   เริ่มต้นแกะกล่องมาตรวจสอบกันสิว่า ภายในกล่องของลำโพงบลูทูธ smart box ตัวนี้มีอะไรให้มาบ้าง เปิดกล่องออกมาก็จะมีตัวลำโพง พร้อมกับมีสายห้อยที่จะเอาไว้คล้องกับตัวลำโพงและก็ห้อยกับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่มีรูปห้อยสายได้ด้วย แต่ถ้าสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่มีรูห้อยสาย ก็จะมีตัวเสียบที่ช่องเสียบหูฟังมาให้ ก็สามารถเสียบได้ที่ช่องหูฟัง 3.5 ของสมาร์ทโฟน มันก็จะห้อยได้ไม่หลุด แต่ถ้าใครที่ใช้ iPhone 7 ก็ต้องถือว่าไม่มีที่เสียบเพราะไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 ก็อาจจะต้องไปหาพวงกุญแจมาใช้ห้อยแทนก็ได้ และ ภายในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นเล่มเล็กๆ ข้างในเป็นภาษาอังกฤษมาให้ได้ศึกษาการใช้งานกันด้วย แต่เชื่อว่าส่วนมากใช้งานกันได้อยู่แล้ว

   สำหรับลำโพงบลูทูธ smart box 3in1 รุ่นนี้เปิดตัวมาด้วยกันให้เลือกซื้อ เลือกใช้งาน 4 สี ก็จะมีสีขาว สีฟ้า สีชมพู และสีเขียว ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลยก็ตรงตามรุ่น ก็คือ 3in1 ฟังก์ชั่นแรกเลย ก็จะสามารถกลายเป็นลำโพงบลูทูธได้ ก็อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นว่า สามารถเชื่อมต่อกับทุกๆ device ได้ถ้าหากว่ามีบลูทูธ ฟังก์ชั่นถัดมา ก็คือ สามารถที่จะกลายเป็นปุ่มกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปในสมาร์ทโฟนได้ ส่วนของฟังก์ชั่นสุดท้าย ลำโพงรุ่นนี้จะสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งตัวลำโพงเองจะมีไมค์โครโฟนติดมาด้วย แต่ข้อดีของลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นลำโพงพกพาอีกหนึ่งตัวที่มีความสะดวกมากๆ เลย พกพาใส่กระเป๋ากางเกง ใส่กระเป๋าเสื้อไปได้เลย มีน้ำหนักเพียงแค่ 20 กรัม เท่านั้นเอง ในส่วนของฟังก์ชั่นการกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์นั้น ก็สามารถกดได้ที่ปุ่มเพาเวอร์ โดยจะมีวิธีการใช้งานง่ายๆ โดยจะกดปุ่มเพาเวอร์ 1 ครั้ง จะเป็นการกดรับสายเรียกเข้าเพื่อพูดคุย แต่ถ้าไม่ต้องการที่จะกดรับสายเรียกเข้า ก็สามารถที่จะกดวางสายได้โดยการกดปุ่มเพาเวอร์ค้างเอาไว้ จะกลายเป็นการวางสายทันที

   ในส่วนของการใช้งานเพื่อเชื่อมต่อบลูทูธที่ตัวลำโพงเองเพื่อ connect กับอุปกรณ์ device ต่างๆ นั้นก็ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มเพาเวอร์ตรงกลางค้างไว้เพื่อเปิดตัวเครื่องขึ้นมา สังเกตว่าจะมีไฟสีฟ้ากระพริบๆ ขึ้นมา นั่นหมายความว่ากำลังรอการเชื่อมต่อ จากนั้น ก็เข้าไปค้นหาบลูทูธที่ในตัวสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่ต้องการจะเชื่อมต่อ แล้วก็ทำการเชื่อมต่อกัน เมื่อเชื่อมต่อกันได้ทั้งคู่แล้ว จะมีไฟสีฟ้าติดค้างพร้อมกับมีเสียงเตือนที่ตัวลำโพง นั่นหมายความว่า มันสามารถที่จะเชื่อมต่อและพร้อมใช้งานกันได้แล้ว

   สำหรับฟังก์ชั่นเด่นๆ เลยที่สาวๆ น่าจะชอบในลำโพงบลูทูธ smart box รุ่นนี้ก็คงเป็นการรองรับโหมดกล้องพื้นฐานและแอปกล้องยอดนิยมอย่าง 360 camera ด้วย ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าถ้าได้เชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนแล้วจะกลายเป็นปุ่มกดชัติเตอร์ได้ด้วย ก็ถือว่าเมื่อทดสอบใช้งานก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือ เหมาะสำหรับคนที่ชอขี้ลืมมือถือ ถ้าเชื่อมต่อบลูทูธไว้แล้ว เมื่อตัวลำโพงห่างจากมือถือประมาณ 8 เมตร ที่ตัวลำโพงเองจะมีเสียงร้องเตือนขึ้นมา ส่วนของการเปิดเพลงและคุณภาพเสียงนั้น ก็ถือว่าเป็นเสียงในโทนกลางแหลม มีมิติเสียงทุ้มนิดๆ แต่ความดังถือว่าเกินตัว มีความดังที่ดังใช้ได้เลยทีเดียว ใครที่สนใจในฟังก์ชั่นการใช้งานและเรื่องของคุณภาพเสียงก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าไอทีทั่วไปหรือร้านค้าออนไลน์ได้ทั่วไปเช่นเดียวกัน

สมาร์ทโฟนที่กำลังเป็นที่นิยม

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี่เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะ แน่นอนว่าเราจะต้องมีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ เป็นในส่วนของสมาร์ทโฟนนั้นเองก่อนหน้านี้กำลังจะมีการเปิดตัว iPhone 7 เราจึงจะมาพูดถึง iPhone 6 ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะก่อนที่จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่นั้นเอง สำหรับ iPhone 6 Plus ได้เปิดตัวออกมาพร้อมๆกับ iPhone 6 ซึ่งสำหรับ iPhone 6 Plusนั้นมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ซึ้งมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และด้วยที่มีหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดการใช้งานแนวนอนและมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่าอีกด้วย ในส่วนของการดีไซน์เครื่องนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องบางลง ปุ่มปรับระดับเสียงที่มีการดีไซน์รูปแบบใหม่ ปุ่ม Power ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ทางด้านขวา และกล้องด้านหลังมีลักษณะของการนู้นขึ้นมาเล็กน้อย มาพูดในเรื่องของจุดเด่นของ iPhone 6 Plus นั้นก็คงจะเป็นในเรื่องของหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ซึ่งก็มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 และในส่วนของเรื่องแบตเตอรี่ก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าซึ่งทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย ที่สำคัญมีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัวอีกด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในแนวนอนได้อีกด้วย

แค่นี้ยังไม่พอ iPhone 6 Plus ยังมาพร้อมกับหน้าจอที่มีความละเอียดแบบ Full HD มีพูดในส่วนของตัวเครื่องทั่วๆไปกันก่อน ในส่วนของเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมีเพียงแค่การสลับตำแหน่งของกล้องด้านหน้าย้ายจากทางด้านซ้ายของลำโพงไปอยู่ทางด้านบนของลำโพงสนทนาเป็นแทนเซ็นเซอร์ และในส่วนของปุ่ม Home ก็ยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมและเป็น Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ในส่วนของด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย กล้องด้านหลงมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหวนอกจากนี้เลนส์กล้องมีลักษณะของการยื่นออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย สำหรับ iPhone 6 Plus นอกจากจะรองรับการใช้งานในแนวตั้งแล้วยังสามารถที่จะรองรับการใช้งานในแนวนอนแบบเดียวกับ iPad ซึ่งถือว่าเป็น iPhone รุ่นแรกที่มีการรองรับการใช้งานในแนวนอน ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมากับเครื่อง สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple สำหรับในส่วนของเครื่อง iPhone 6 Plus มีหน้าจอขนาด 5.5. นิ้ว เป็นแบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ( 401 ppi) มีซิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor ในส่วนของกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280×960 พิกเซล ) รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode กล้องด้านหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบ Autofocus รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมกับแฟลชแบบ True Tone flash มีระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) มี Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ที่สำคัญมี Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการทำงานร่วมกับ Touch ID ในส่วนของความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 นั้นมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดด้วยกัน ในส่วนแรกจะเป็นในเรื่องของขนาดหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า ต่อมาจะเป็นในส่วนของความละเอียดของหน้าจอแสดงผล iPhone 6 Plus มีความละเอียดที่มากกว่า 1080×1920 พิกเซล ส่วน iPhone 6 มีความละเอียด 750×1334 พิกเซล และที่สำคัญ iPhone 6 Plus เป็นรุ่นแรกที่มีระบบกันภาพสั่นไหวที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยและ iPhone 6 Plus ยังเป็นรุ่นเดียวที่มีการใช้งานในโหมดของแนวนอนอีกด้วย

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจหรืออยากจะเป็นเจ้าของแล้วล่ะก็เชื่อได้ว่ารออีกสักนิด เชื่อได้ว่าเมื่อ iPhone 7 มีการเปิดตัวและวางจำหน่ายราคาของรุ่นนี้จะต้องลดลงอย่างแน่นอน จึงอยากจะให้เพื่อนๆรออีกสักนิดเชื่อได้ว่าเราจะได้ในราคาที่ถูกลงค่ะ หากใครที่มีความสนใจอยากจะลองเล่นดูถึงความแต่แตกแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปลองเล่นเครื่องจริงได้ที่ศูนย์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องที่มีการออกแบบดีไซน์ให้โค้งมนมากยิ่งขึ้นและมีสีให้เราเลือกมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในเรื่องของระบบปฏิบัติการต่างๆก็ถือได้ว่ามีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นจากแบบเดิมค่ะ การได้ลองสัมผัสของจริงเชื่อได้ว่าเพื่อนๆจะต้องตกหลุมรักและต้องตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอน ถือได้ว่า iPhone 6 ก็เป็นสามร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมและกำลังได้รับความสนใจนั้นเองค่ะ

   

รีวิวหูฟังที่มีรุ่นเดียวในแบรนด์ Oriveti รุ่น Primacy รุ่นเดียว ตัวเดียว พลังเสียงมาเต็มคู่เดียวจริงๆ

 

   Oriveti ใครเคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้บ้าง แล้วใครเคยได้นำเอาสินค้าของแบรนด์นี้มาลองใช้กันบ้าง แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะลองของใหม่ อยากจะได้ของใหม่ที่ทั้งบริษัทผู้ผลิต ผลิตหูฟังรุ่นเดียวเท่านั้นที่ออกมาวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ ไม่ต้องได้เลือกรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก รุ่นกลาง เพราะมีรุ่นเดียวเท่านั้น เป็นแบรนด์ที่ผลิตหูฟังแบบ in-ear นั้นเอง มันจะดีอย่างไร แล้วมันน่าสนใจแค่ไหน กับ gadget สินค้าอินเทรนด์เพียงแค่รุ่นเดียวของบริษัทอย่าง Oriveti Primacy

   Oriveti ก็เป็นชื่อแบรนด์น้องใหม่ในวงการหูฟังเลยก็ว่าได้ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในอังกฤษ สาเหตุที่แอดมินได้นำมารีวิวก็เพราะว่ามันมีความน่าสนใจอยู่ที่เป็นแบรนด์มาจากเมืองผู้ดี แต่ตัวหูฟังจริงๆ ก็สั่งผลิตในจีน แต่ถามว่าคุณภาพดีไหม เดี่ยวเรามารีวิวกัน มาดูเรื่องของตัวแพ็คเกจ ตัวบรรจุภัณฑ์แล้วก็รายละเอียดปลีกย่อยกันก่อนเลย การดีไซน์ตัวกล่องนั้นดูเรียบหรู เป็นกล่องสีดำ มีโครงสร้างของ่ตัวหูฟังด้านในบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องครบเลย เปิดกล่องออกมาจะมีตัวหูฟังที่ถูกล็อคอยู่ในโมดุลอย่างดีเลย เปิดกล่องอีกชั้นจะมีเคสหรือมีซองใส่หูฟังที่เป็นอะลูมีเนี่ยมอย่างดีเลย แถมมาให้ได้ใช้ใส่หูฟังไปตามที่ต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ไปพันกับสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในกระเป่าของเรา ถือว่าเป็นเคสหรือเป็นกล่องใส่หูฟังที่ค่อนข้างจะพรีเมี่ยมเลย ดูดีไม่ขี้เหร่เลยว่างั้น ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟัง สามารถมองหารุ่นนี้ได้เลย เพราะทั้งบริษัทที่ผลิตออกมา มีรุ่นเดียวเท่านั้นเอง ณ ตอนนี้เนี่ยนะครับ ถัดมาก็จะมีที่คล้องหู สำหรับใครที่ใส่หูฟังแบบ อินเอียร์ แล้วหูฟังหลุด เดินไปเดินมาแล้วหลุด ก็จะมีที่คล้องหูมาให้ด้วย เอาไว้คล้องด้านข้างใบหูนั้นเอง ก็จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถัดมาอีกหนึ่งอย่างที่แถมมาก็คือ ตัวแจ็คแปลงจากแจ็ค 3.5 ให้กลายเป็นแจ็คใหญ่แบบ 6.3 มม. ที่จะต้องใช้กับเครื่องเสียงใหญ่ เครื่องเสียงในบ้านอะไรแบบนี้ หรือ ใครที่เป็น sound engineer หรือเป็นนักดนตรี ไม่อยากจะยุ่งยากฟังเสียงจากลำโพงใหญ่ ก็ใช้หูฟังคู่นี้เสียบฟังเพลงได้เลย แล้วก็มีแจ็คแบบที่ใช้สำหรับฟังเพลงบนเครื่องบนที่เป็นแจ็คเฉพาะก็มีแถมมาให้ในกล่องด้วย ถัดมาที่ขาดไม่ได้ ที่ต้องให้มาในตัวกล่อง ก็คือ หูฟังแบบ in-ear ก็ต้องมีจุกหูฟังด้วย มีให้มาหลายแบบ หลายขนาดด้วยกัน มีทั้งหมด 5 ไซต์ จากเล็กไปถึงใหญ่ที่สุด ส่วนมากคนไทยเราก็จะใช้ไซต์เล็กและไซต์กลางเป็นหลัก ก็จะมีจุกยางแบบลัฟเบอร์ ที่จะให้มิติเสียงที่มีความใสเป็นพิเศษ แล้วก็จะทำให้การบาลานช์ของเสียงที่ได้ยินออกมานั้นดีด้วย แล้วก็จะมีจุกหูฟังแบบที่สอง ก็คือแบบ โฟม ตรงนี้เนี่ยจะให้มาในกลุ่มที่เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยม หูฟังแบบ Hi-end เลย ในแบรนด์นี้ก็ให้มาด้วย ข้อดีของจุกหูฟังแบบโฟมนั้น จะทำให้การสวมหูฟังดูนุ่ม เบาสบาย ซึ่งการเลือกใช้จุกโฟมก็จะได้เสียงที่นุ่ม มีความทุ้มของเสียงเบสเข้ามาช่วยได้เยอะขึ้น แต่ข้อเสียของจุกโฟมก็จะมีอายุการใช้งานที่น้อย ใช้ได้แค่ 1-2 เดือนก็จะชำรุดไปแล้ว แล้วก็ใครที่มีหูเล็ก จะใช้จุกโฟมไม่ค่อยได้ อุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวเครื่องเนี่ย ก็มีแถมมาให้ครบถ้วยถูกบรรจุอยู่ในกล่อง

   มาดูที่สเปคของตัวหูฟังกันต่อเลย มาพร้อมกับไดเวอร์ขนาด ข้างละ 8.6 มม. Dual Arrnature , body Aluminium ต้องบอกเลยว่าบอดี้และวัสดุที่นำมาทำหูฟัง คุณภาพพรีเมี่ยมดีเลยทีเดียว แล้วกรณีที่ใช้ไปนานๆ สายขาดข้างใน หรือสายหูฟังชำรุด สามารถถอดเปลี่ยนได้ เป็นสายที่เป็นขั้วแบบ mmcx ที่กำลังนิยมใช้กับในกลุ่มหูฟังอยู่ในขณะนี้

   เรื่องสุดท้ายที่เราต้องรีวิวหูฟัง Oriveti Primacy ที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียง บุคลิกเสียงที่ได้จากการทดสอบใช้งานมาประมาณ 3 สัปดาห์ ต้องบอกเลยว่าเป็นหูฟังแบบไฮบริจด์ คือมีระบบไดเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่ มันจึงมีพลังเสียงที่ครบถ้วน แล้วก็ค่อนข้างจัดจ้าน ฟังสนุก เน้นแนวเพลงแบบสนุกๆ ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟังจะรู้ดีว่าหูฟังแบบไฮบริจด์ทั่วไป เสียงจะไปคนละแนว คือเป็นเทคโนโลยีใหม่ของวงการหูฟังตอนนี้ที่หลายแบรนด์ก็ยังทำมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอเป็น Oriveti รุ่นนี้รุ่นเดียวในแบรนด์ ถือว่าเยี่ยมยอด ต้องบอกอย่างนี้เลย สุดท้ายแล้วถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากรู้ว่าเยี่ยมยอดอย่างไรต้องไปหาฟังด้วยหูของตัวเองจะดีที่สุด

มาหาหูฟังที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงกับ Beats กันดีกว่า

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค่ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยจริงๆใช่ไหมค่ะใครที่จะออกไปข้างนอกในช่วงนี้ก็อย่าลืมที่จะพกร่มติดกระเป๋าไว้นะค่ะ เพราะไม่รู้ฝนจะตกมาในช่วงไหน มีร่มพกติดกระเป๋าไว้ก่อนดีที่สุดค่ะกันไว้ก่อนกันค่ะ ตกลงมาอย่างน้อยก็ยังมีร่มให้กางนั้นเองค่ะ นอกเรื่องไปนานแล้วเรากลับมาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ เพื่อนมาเจอกันแบบนี้ก็แน่นอนใช่ไหมค่ะว่าเราจะต้องมีอะไรใหม่ๆมาแนะนำให้ได้รู้จักอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งช่วงนี้เรามักจะเอาเรื่องของหูฟังมาแนะนำและวันนี้ก็เช่นกันค่ะ สินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ก็ยังคงเป็นในเรื่องของหูฟังเหมือนเช่นเคยค่ะ ที่เรายังคงอยู่กับเรื่องของหูฟังนั้นก็เพราะว่าปัจจุบันนี้มีการผลิตหูฟังออกมามากมายหลากหลายรุ่นนั้นเอง และแต่ละรุ่นก็ถือได้ว่าได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจอยู่แล้วนั้นเอง จึงไม่ใช้เรื่องที่แปลกเลยค่ะที่หูฟันจะเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และเราก็มีรุ่นใหม่ๆมาแนะนำเพื่อนๆอยู่เสมอนั้นเองค่ะ หูฟังที่เราจะมาพูดถึงเป็นหูฟังของ Beats ซึ่งก็มีหลายรุ่นด้วยกันใช่ไหมค่ะ แต่สำหรับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงรุ่น Studio ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่วัยรุ่นนิยมกันเป็นอย่างมากค่ะ อาจจะเนื่องด้วยการออกแบบดีไซน์ของหูฟังด้วยที่ทำให้ได้รับความสนใจในกลุ่มของวัยรุ่นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับหูฟังรุ่นนี้กันค่ะ

Beats รุ่น Studio เป็นการต่อยอดหูฟังมาจากรุ่นเก่าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนสามารถที่สะท้อนให้เป็นเอกลักษณ์ความเป็น Beats ได้อย่างดีที่สุด สำหรับการออกแบบใหม่นี้ทั้งในรูปลักษณ์และคุณภาพของเสียงนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบหูฟังให้มีลักษณะของความโฉบเฉี่ยวจากการใช้เส้นโค้งแบบปราดเปรียวและมีความเงา ทำให้หูฟังรุ่นนี้ดูคล้ายกับรถสปอร์ตหรู ในส่วนของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตหูฟังนั้นผลิตมาจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานต่อการโค้งงอได้ดี สามารถที่จะสวมใส่ได้อย่างสบายทั้งวันได้ และยังมีการใส่เทคโนโลยีของการตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC ( Adaptive Noise Canceling ) ที่ทำให้ New Beats Studio มีความพร้อมที่จะมอบความบันเทิงในรูปแบบต่างๆให้กับเราได้ในทุกๆสภาพแวดล้อมค่ะ ไม่เพียงแต่จะมีการใช้วัสดุที่มีคุณภาพและการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยวแล้วนั้น หูฟังรุ่นนี้ยังมีการออกแบบให้แนวเสียงของหูฟังร่วมกันของผูใช้งานเป็นหลักจากผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลงไม่ว่าจะเป็นแนว Rock,Hiphop,Pop,Electronic และ R&B ซึ่งการออกแบบจะคำนึงถึงการรับฟังของผู้ใช้งานเป็นหลักจะเป็นการมอบประสบการณ์ต่างๆ สามารถที่จะถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้และสื่อสารออกมาได้มากที่สุด เราสามารถที่จะฟังดนตรีในแบบเดียวกับที่นักดนตรีต้องการจะสื่อสารออกมา ไม่เพียงเท่านั้นค่ะยังมีคุณสมบัติคือ มีระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือเสียงรบกวนรอบข้าง Noise Canceling มีฟองน้ำสำหรับรองหูอยู่ตรงหูฟัง Beats รุ่น Studio เป็นหูฟังแบบครอบศีรษะ ในส่วนของแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานอย่างต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง ที่สำคัญ Beats รุ่น Studio มีรีโมทคอนโทรลและไมค์ที่ใช้สำหรับการสนทนาอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะใช้ฟังเพลงได้แล้งหูฟัง Beats รุ่น Studio ยังสามารถที่จะใช้พูดคุยได้อีกด้วย หูฟังสามารถพับเก็บได้ สะดวกสบายต่อการพกพา มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC ซึ่งจะเป็นการช่วยบาลานซ์เสียงเพลงและเสียงจากภายนอกให้สามารถอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการฟังเพลง ทำให้เราสามารถที่จะฟังเพลงได้อย่างมีความสุข นอกจกจะเป็นในเรื่องของคุณภาพเสียงแล้ว Beats รุ่น Studio ยังมีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีน้ำหนักที่เบา เพี่อความสะดวกสบายในการพกพาสามารถที่จะพับเก็บได้อีกด้วยค่ะ

เชื่อได้ว่าหูฟังรุ่นนี้น่าจะถูกใจเพื่อนๆหลายๆคนอย่างแน่นอนใช่ไหมค่ะ สำหรับเราแล้วคิดว่าเป็นหูฟังที่มีความน่าสนใจในหลายๆเรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรูปทรงภายนอกที่มีการออกแบบดีไซน์ที่มีความทันสมัย ดูสวยงามน่าพกพาและยังสามารถที่จะพับเก็บได้อีกด้วยในส่วนนี้ถือได้ว่ามีการออกแบบมาได้ดีค่ะ นอกจากนั้นในเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิตก็ถือได้ว่ามีความคงทนในการใช้งานและมีการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยนั้นเองค่ะ เพื่อนสามารถที่จะไปดูของจริงได้และอาจจะหลงรักแล้วเสียเงินซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอนค่ะ

 

มาทำความรู้จักกับ S-Pen อัจฉริยะกับ Galaxy Tab A with S Pen 9.7”

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนช่วงนี้ฝนตกบ่อยต้องดูแลสุขภาพกันหน่อยนะค่ะ สำหรับวันนี้เรามาพบกันเหมือนเช่นเคยก็แน่นอนค่ะว่าต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังน่าสนใจในปัจจุบันนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักและจุดประกายเป็นแนวทางสำหรับใครหลายๆคนที่กำลังอยากจะมีไว้ในครอบครองนั้นเองค่ะ สินค้าอินเทรนด์แนะนำในวันนี้ก็ยังคงอยู่ในโหมดของอุปกรณ์สื่อสารหรือจะเป็นประเภทสินค้าด้านไอทีนั้นเองค่ะ สินค้าได้ไอทีเชื่อได้ว่ารุ่นไหนออกมาก็มันจะกลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้อย่างไม่ยากเลย เนื่องจากในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในด้านของไอทีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากมีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอจึงทำให้มีการผลิตสินค้าในด้านนี้ออกมาอย่างมากและอย่างต่อเนื่องนั้นเอง จึงทำให้สินค้าด้านไอทีกลายเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับตลาดในปัจจุบันนี้ได้ไม่ยากนั้นเองค่ะ วันนี้เราจึงจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับสินค้าไอทีประเภทแท็บเล็ตนั้นเองค่ะ โดยเป็นแท็บเล็ตของ Samsung ซึ่งถือได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ Samsung ถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโดยกว้างอยู่แล้วนั้นเอง มีการผลิตรุ่นต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เราจะมาพูดถึงรุ่น Galaxy Tab A with S Pen ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกมาพร้อมกับปากกาที่สามารถทำให้เราใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้นด้วยนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมีความทันสมัยน่าพกพาอีกด้วย

   Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์การสื่อสารที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนๆก็คงจะได้เห็นการนำเสนอผ่านทางสื่อไปบ้างแล้ว วันนี้เราเลยจะมาลงลึกในเรื่องของรายละเอียดคุณสมบัติต่างๆของเครื่องกันมากกว่าค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A with S Pen นั้นมีปากกา S-Pen ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่สามารถยังทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ที่สำคัญไปกว่านั้นสามารถที่จะเปิดใช้งานแอปพิเคชั่นต่างๆได้หลายๆหน้าพร้อมกันโดยสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกัน มีระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจโดยมีการอัพเวอร์ชั่นอีกด้วย สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่มีความโฉบเฉี่ยวและยังคงมีความทันสมัย น่าพกพา โดยครั้งนี้เป็นการกลับมาของแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับปากกาอัจฉริยะ S-Pen ที่มีการดีไซน์ออกแบบมาใหม่ ทั้งในเรื่องของตัวเครื่องที่มีความบางเพียงแค่ 7.5 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักที่มีความเบาเป็นพิเศษซึ่งหมดปัญหาในเรื่องของการพกพาไปเลยค่ะ จับถนัดมือมีหน้าจอที่กว้างสามารถที่จะอ่านหรือเขียนได้อย่างสบายตาเลยค่ะ มีการรองรับในเรื่องของ 4G กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย ส่วนกล้องหน้านั้นมีขนาด 2 ล้านพิกเซล สำหรับหน่วยความจำภายในเครื่อง 16 GB นอกจากนี้เราสามารถที่จะเพิ่มความจำสูงสุดได้ถึง 128 GB อีกด้วยค่ะ สำหรับ Multi Window ที่ทำให้เราสามารถที่จะเปิดหลายๆแอพพลิเคชั่นได้ที่สำคัสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกันค่ะ จึงสามารถที่จะทำให้เราเชื่อมต่อการทำงานต่างๆร่วมกันได้โดยทันทีมีความสะดวกสบายในเรื่องของการใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้น Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว โดยที่สามารถถ่ายภาพที่คมชัดและมีโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย มีปากกา S-Pen ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่ทำให้เราสามารถที่จะเขียนได้เหมือนจริงสามารถที่จะจัดการอะไรได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command นั้นเองค่ะ เพียงแค่เรากดปุ่มเดียวบนปากกาก็สามารถที่จะเข้าสู่เมนูต่างๆได้นั้นเองค่ะ ปากกาสามารถที่จะจดงานบันทึกได้ทันทีโดยฟังก์ชั่น Action memo หรือสามารถที่จะเลือกคอนเทนต์อัจฉริยะด้วย Smart select นอกจากนั้นปากกาสามารถที่จะตัดต่อภาพได้อย่างอิสระตามที่เราต้องการได้อีกด้วยโดยเป็นการใช้ฟังก์ชั่น Image clip ไม่เพียงเท่านี้ Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะเชื่อมต่อกับ Samsung Smart TV เพื่อที่จะชมวีดีโอได้นั้นเองค่ะ

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่น่าสนใจและน่าจะมีไว้ในครอบครองสักเครื่อง เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองๆดูอยู่แล้วละก็เชื่อได้ว่าน่าจะตัดสินใจได้ไม่ยากค่ะ เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆที่เราได้พูดถึงนั้นมีความน่าสนใจและสามารถที่จะตอบโจทย์ได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจดบันทึกงานต่างๆการตัดต่อภาพถ่าย เพราะ Galaxy Tab A with S Pen มีปากกา S-Pen ที่สามารถจะใช้งานในจุดนั้นได้อย่างลงตัวค่ะ เพื่อนๆก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซน์หรือเข้าไปดูที่ศูนย์ Samsung นั้นเองค่ะ