รีวิว Mini Cooper S 3 ประตูรถคันเล็กแต่ขับในสไตล์สปอร์ตได้สบาย


   ในการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเว็บไซต์ 108plaza ในครั้งนี้ ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่งความตื่นเต้นของแอดมีนเองและทีมงาน เพราะจะได้ทำการทดสอบการขับขี่รถยนต์คันเล็กๆ ที่หลายๆ คนใฝ่ฝันว่าอยากจะได้สักคันหนึ่ง แล้วก็มีเรื่องของสมรรถนะและคุณภาพในการรับประกันยาวนานกว่า 5 ปี ในตอนนี้เราอยู่กับรถคันนี้ครับ

   แน่นอนว่าเห็นรูปแล้วก็เป็นรถแบรนด์หนึ่งที่อยู่ภายใต้การพัฒนาโดย BMW แต่เป็นรถยนต์ขนาดเล็กๆ คันนี้ กับ Mini Cooper S รถยนต์แบบ แฮตซ์แบ็ก 3 ประตู ที่ดูเหมือนว่ารถคันเล็กๆ แบบนี้น่าจะเหมาะกับคุณผู้หญิงขับซะมากกว่า แต่แอดมินบอกไว้เลยว่า ภาพลักษณ์นี้คุณผู้ชายที่ชอบความแรง ชอบความสปอร์ต ก็ขับรถคันเล็กๆ แบบนี้ได้เช่นกัน ถ้าถามว่า มินิ คูเปอร์ กำเนิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ต้องย้นอไปเมื่อปี 1969 เลย เรื่องรูปทรงแทบจะเปลี่ยนน้อยมาก ขนาดตัวรถก็เปลี่ยนน้อยมากเช่นกัน ถือว่ายังคงเอกลักษณ์ความเป็น มินิ เอาไว้อย่างดีเลย เริ่มต้นตั้งแต่โคมไฟด้านหน้าก็เป็นแบบไฟ LED ยาวไปจนถึงด้านหลังก็เป็นไฟท้ายแบบ LED เช่นกัน การออกแบบกระจังหน้าก็มีสคู๊ปด้านหน้าที่ดูแล้วรู้เลยว่าเป็น มินิ แลว้ในรุ่น cooper s คันนี้ก็ออกแบบทั้งตัวภายในและภายนอกค่อนข้างจะหรูหราเลยทีเดียว การออกแบบภายในนั้นก็จะดูเหมือนกับรถรุ่นใหญ่ๆ ใน BMW อยู่มาเลยทีเดียว ใครที่เคยใช้ BMW มาก่อนก็จะพอทราบถึงอารมณ์นี้ได้ ด้านในตัวรถก็จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8.8 นิ้วที่เอาไว้ควบคุมทั้งในส่วนของความบันเทิงต่างๆ แล้วก็การควบคุมการทำงานในตัวรถด้วย การใช้งานก็ง่ายครับ มีระบบนำทางมาให้ด้วย ส่วนทางด้านเครื่องเสียงมาพร้อมกับชุด Harman kardon มีลำโพงรอบคันถึง 12 ตัวเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องไปปรับแต่งเรื่องเสียงอะไรเพิ่มแล้วนะครับ บอกเลยว่าชุดเครื่องเสียงที่ให้มานั้นค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว แต่สำหรับ มินิ รุ่นนี้เป็นแบบ แฮตซ์แบ็ก 3 ประตู ความสะดวกในการเข้าออกในเบาะแถวหลังก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก แต่ มินิ เองก็ทำเบาะในแถวหน้ามาให้พับเบาะคู่หน้าได้ง่ายแล้วก็กว้าง พอที่คนตัวใหญ่ๆ จะเข้าไปนั่งข้างหลังได้ไม่ยากนัก นั่งสี่คนเดินทางไกลๆ ก็ถือว่าค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว สำหรับในด้านของเครื่องยนต์นั้น เป็นขุมพลังแบบ 4 สูบ เทอร์โบ ไดเรกอินเจ๊กชั่น ให้แรงม้าสูงสุดมาที่ 189 แรงม้า ที่ 4700-6000 รอบ/นาที เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ ต้องบอกว่าเครื่องยนต์นั้นมีความแรงเป็นอันดับต้นๆ ของแถวหน้าในกลุ่มเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเท่ากัน มินิ คูเปอร์ เอส คันนี้ถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของความแรงเลยก็ว่าได้

   สำหรับชุดเกียร์นั้นเป็นแบบ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สามารถที่จะปรับเล่นเกียร์ได้ 3 โหมดด้วยกัน ก็คือโหมดสปอร์ต โหมดออโต้ แล้วก็โหมดอีโค้ หรือโหมดประหยัด ซึ่งถ้าตามความเห็นของแอดมินและทีมงานแล้ว ด้วยความที่รถมีบอดี้ขนาดเล็ก ถ้าขับในเมืองก็ถือว่าคร่องตัวมากเลยทีเดียว ขับง่ายครับ คุณผู้หญิงนี่เหมาะมากเลยทีเดียว เพราะว่าทัศนวิสัยในการมองนั้นรอบคันเลยทีเดียว มองอับอาจจะมีนิดหน่อยทางด้านเสาซีด้านท้าย แต่ด้วยชุดกล้องและกระจกมองหลังขนาดใหญ่ ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ส่วนการขบออกไปนอกเมือง ปรับเปลี่ยนเกียร์ให้เป็นโหมดสปอร์ตนั้น ทำงานได้ดีเลยทีเดียว ต้องบอกว่าแรงต้นมาเยอะมาก การทดสอบจากจุดหยุดนิ่งเร่ง่ความเร็วต้นถือว่าประทับใจเลย บางครั้งได้ยินเสียงล้อฟรีได้ชัดเจน อาการหลังติดเบาะนั้นมีอ่ย่างแน่นอน ซึ่งถ้าถามแอดมินว่าถ้าขับในทางไกล นอกเมือง ต่างจังหวะ มันขับได้ยากไหม แล้วความเร็วสูงๆ จะควบคุมยากไหม ด้วยตัวรถที่เล็ก ความเร็วสูงจะมีอาการลอยตัวไหม คำถามทั้งหมดนี้ ตอบได้เลยว่า ให้อารมณ์คลายๆ กับเราขับรถสปอร์ตอย่างงั้นเลยครับ เรื่องของการทรงตัวในความเร็วสูงถือว่าให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี ฟิลริ่งค์ในการจับพวงมาลัยก็ไม่ได้เบามาก ให้น้ำหนักที่กำลังดีเลย เครื่องก็แรง ซึ่งในทริปนี้ที่แอดมินและทีมงาน 108plaza ไปทำการทดสอบมานั้น เป็นเส้นทางออกต่างจังหวัด ระยะทางรวมประมาณ 300 กิโลเมตร เป็นทางโล่ง ทางราดชันขึ้นเขา ทางโค้งก็มีครบ ถือว่าทดสอบกันเต็มที่ใช้ในโหมดสปอร์ตไม่ต้องห่วงเรื่องความประหยัดเลยเนี่ยนะครับ

   อัตราการประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 13.4 กม./ลิตร ถ้าเป็นการขับขี่แบบ อีโค้ ก็คงะจได้ตัวเลขประมาณ 14.5 กม./ลิตร ได้แบบสบายๆ เลยครับ สำหรับราคาค่าตัวของสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ เปิดตัวมาที่ 2.8 ล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นความคุ้มค่าเมื่อแลกกับการประกันยาวนานถึง 5 ปีเลยทีเดียวครับ

   

   

   

   

AuthorsRichbet99.com