รีวิว ลำโพงบลูทูธ Edifier Luna Eclipse E25HD รุ่นใหม่เพิ่มฟังก์ชั่นแบบ Optical

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ที่คอยติดตามกันรีวิวลำโพงบลูทูธในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อที่นี่ที่เดียว 108plaza ที่ได้รวบรวมการรีวิวเอาไว้มากที่สุดเลย รวมไปถึง gadget อื่นๆ ที่มีเปิดตัวมากันใหม่ๆ ก็มีรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วย แต่สำหรับในตอนนี้เราจะอยู่กับบลำโพงบลูทูธตัวนี้เลย

   ลำโพงบลูทูธที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้คือ Edifier Luna Eclipes E25HD นั้นเองครับ ก็เป็นลำโพงบลูทูธตัวหนึ่งที่ถูกปรับปรุง พัฒนา เรื่องของคุณภาพจากรุ่นเดิมมาพอสมควร รูปร่างลักษณะก็จะเป็นเหมือนกับรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนที่เพือ่นๆ เห็นอยู่นี้นะครับ เรื่องของฟังก์ชั่นที่เขียนติดเอวข้างๆ กล่องก็จะบอกไว้ว่าสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ เวอร์ชั่น 4.0 ได้ ถัดมาก็จะเชื่อมต่อแบบ optical ได้ด้วย แล้วก็จะมีช่องเสียบสาย AUX input แบบ 3.5 มม. ได้ด้วย แล้วก็มีรีโมทคอนโทรนมาให้ด้วย กำลังขับก็จะอยู่ที่ 74 wrms ด้านในก็จะมีวงจรที่จะช่วยในการขับเสียงได้ดีขึ้นแบบ DSP มาให้ด้วย ส่วนปุ่มสั่งการที่ตัวเครื่องก็จะเป็นแบบ touch screen ด้วยนั้นเอง ส่วนตัวลำโพงบลูทูธที่เปิดตัวออกมารุ่นใหม่นี้ ก็จะมีสีให้เลือกได้แก่ สีดำ สีขาว สีส้ม แล้วก็สีฟ้า นั้นเอง ก็เลือกซื้อเลือกหากันได้ตามความชอบถ้าท่านอยากจะได้นะครับ เมื่อแกะกล่องออกมาแล้ว จะเห็นว่ามีหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์นี้ ก็คือการรับประกันตัวสินค้า จะรับประกันนานถึง 2 ปีกันเลยทีเดียว ก็ถือว่าคุ้มค้าเลยในเรื่องของการการันตี ข้างในกล่องก็จะมีตัวลำโพงที่ห่อด้วยผ้ากันรอยขีดข่วนอีกชั้นหนึ่ง แล้วก็มีคู่มือการใช้งานพร้อมกับตัวรีโมทคอนโทรนอยู่ด้านใน เมื่อเปิดผ้าที่ห่อมาดู ก็จะเป็นว่าเป็นลำโพงแบบหน้าเปิด ที่ไม่มีตะแกรงมาให้ เป็นการออกแบบดีไซน์มาแบบนี้นะครับ อย่าตกใจ ก็สวยดีนะครับ เป็นแบบลำโพงคู่แบบนี้มาให้เลย ในส่วนของตัวลำโพงนั้นก็จะเป็นดอกลำโพงที่ให้เสีย woofer ขนาด 3 นิ้ว แล้วก็ลำโพงที่ให้เสียงแหลมขนาด 19 มม.แล้วด้านหลังก็เป็นการดีไซต์มิติเสียงเบสแบบเฉพาะของทาง edifier เลย ก็คือมีลำโพงแบบ subwoofer ที่ให้เสียงเบสอยู่ด้านหลังถึง 2 ตัวด้วยกัน ทำให้ย่านความถี่ต่ำหรือเสียงเบสนั้น บอกเลยว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วก่อนที่จะมาทำรีวิวนี้ขึ้นมา แต่ในช่วงหลังๆ จะรีวิวให้ได้อ่านกันว่ามันไม่ธรรมดาอย่างไรนะครับ

   เนื่องจากลำโพงรุ่นนี้มี 2 ตัว ซึ่งถ้าสังเกตง่ายๆ ลำโพงที่ต้องวางด้านซ้ายจะเห็นว่าด้านหลังจะไม่มีอะไร แต่ด้านขวาข้างหลังนั้นจะมีปุ่มควบคุมและก็พอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ อยู่ด้านหลัง ก็วางตำแหน่งกันให้ถูกด้วยนะครับ ซึ่งด้านหลังก็จะมีช่องเสียบ AUX แบบ 3.5 แล้วก็จะเป็นการเสียบแบบ optical ในรูเดียวกันไปเลย แล้วก็จะมีช่องเสียบ DC input แล้วก็ถัดมาด้านล่างก็จะมีช่องเสียบสายที่จะโยงไปหาลำโพงด้านซ้ายนั้นเอง ซึ่งสายที่เชื่อมต่ต่างๆ ก็จะมีแถมมาให้ในกล่องก็จะเป็นสาย เพาเวอร์อแด็ปเตอร์ แล้วก็สายแบบ optical หลายคนสงสัยว่าต่อแบบ optical คืออะไร ต่ออย่างไง ง่ายๆ ครับ มันก็จะคล้ายๆ กับสาย 3.5 มม. นี่แหละครับ แต่มันสามารถเชื่อมต่อกับพวกทีวี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี เครื่องเสียงที่เป็นเครื่องเล่นต่างๆ ได้ทั้งหมดเลย คือเครื่องเล่นพวกนี้จะไม่มีตัวบลูทูธ ถ้าไม่ใช้สายก็จะเชื่อมต่อไม่ได้ แต่บางทีเราซื้อลำโพงบลูทูธมาแล้ว เอาไว้ฟังในบ้าน แล้วก็เป็นลำโพงแบบ 2 ตัวแยกกันแบบนี้ ก็คงไม่มีใครเอาไปพกพาไปที่ต่างๆ หรอกนะครับ ก็คงใช้ฟังในบ้านเพราะ เบสหนักๆ กันแบบนี้ เอาไว้ดูหนังกับกล่องรับสัญญาณ เอาไว้ฟังเพลง อะไรแบบนี้ก็จะสะดวกทั้งการใช้บลูทูธ แล้วก็ เครื่องเล่นต่างๆ นั้นเองนะครับ

   สำหรับในช่วงท้ายๆ ของการริวิวแบบนี้ เพื่อนๆ ก็อาจจะทราบว่าลำโพงบลูทูธตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ราคาที่ทราบมาอยู่ที่ 8,xxx บาท ซึ่งก็ลองไปหาราคาที่มันต่อกว่านี้ก็จะดีสำหรับบางร้านที่จัดโปรอยู่นะครับ เรื่องสุดท้ายที่จะไม่พูดเลยไม่ได้ ก็คือ เรื่องของมิติเสียงที่แอดมินได้ทดสอบใช้งานมา จะบอกว่าลำโพงบลูทูธ Edifier ตัวนี้มันตอบโจทย์สำหรับลำโพงที่ฟังในบ้านได้ดีเลย คือมีทุกย่านความถี่ที่ตอบรับ ย่านต่ำ เสียงเบสก็มีหนักแน่นดี คือเบสเกินตัวอีกหนึ่งรุ่นเลย ดีไซน์ก็สวย เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านได้ เสียงกลางเสียงแหลมคมชัด เคลียร์ แต่แอดมินเองก็มองว่าราคาอาจจะยังสูงไปนิดหนึ่ง เพราะราคาเกือบๆ หมื่นเราก็อาจจะไปมองเครื่องเสียงที่เป็นโฮมเทียร์เตอร์ที่ร้องเพลงคาราโอเกะได้เลยแบบนั้นเอาไว้ติดบ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเหมือนกัน แต่ใครที่ชอบลำโพงแนวนี้พูดถึงเรื่องคุณภาพ แอดมินว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียว

Review MIDAS M32R Digital Mixer เล็กๆ แต่ใช้งานได้สะดวกมีเครื่องเดียวจบ

 

   หมดปัญหาเรื่องของการขนอุปกรณ์เครื่องเสียงในการ Mix เพลงหรือดนตรีกันอีกต่อไป ไม่ต้องขนทั้ง comp ไม่ต้องขนทั้ง EQ ไม่ต้องขนทั้ง cross over แล้วก็อุปกรณ์ตัวอื่นๆ แล้วก็ไม่ต้องขน mixer แบบอานาร็อคที่เครื่องใหญ่ๆ ที่ใช้กัน 16 ชาแนล 24 ชาแนล ขนมิกเซอร์กันไปเครื่องหนึ่งยาวเป็นเมตร อะไรแบบนั้น หมดปัญหาไปได้เลยครับเพื่อนๆ sound engineer ทั้งหลาย ในตอนนี้ 108plaza ของเรามี Digital mixer ที่เครื่องเล็กนิดหนึ่ง เบาด้วย แต่มีครบทุกฟังก์ชั่นแล้วก็สามารถใช้งานกันได้ทั้งหมด 16 ชาแนลเลย กับดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้ครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เพื่อนๆ เห็นในภาพด้านบนนี้เป็น Digital mixer ที่มีชื่อรุ่นว่า Midas M32R นั้นเองครับ เป็นดิจิตอลมิกเซอร์ที่มีครบเลยในเครื่องเดียว เราสามารถใช้เครื่องเดียวตัวนี้ไปรับงานข้างนอก แล้วก็มามิกเสียงเพลงอีกทีหนึ่งที่บ้านหรือที่สตูดิโอของเราเองได้ด้วย เรียกว่ามันใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องหอบมิกเซอร์แบบอานาร็อคอีกต่อไปครับ แต่ในเรื่องของความง่าย ความสะดวกมันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เราเลือกมารีวิแล้วก็คงจะมีเพื่อนๆ คนที่ทำ sound ค่อนข้างสนใจ แต่เรื่องหนึ่งที่อาจจะเป็นตัวปัญหาก็คือ เรื่องของราคา บอกเลยราคามันไม่ได้เบาๆ เลยครับสำหรับคนที่งบน้อย บอกเลยว่าราคาหลักแสนขึ้นไป ใครที่งบน้อยเดี่ยวทีมงานของเราจะหาตัวที่ราคาเบาๆ กว่านี้มารีวิวในตอนหน้านะครับ แต่ใครที่มีงบหนักหน่อย แล้วก็อยากได้มิกเซอร์แบบนี้ไปใช้งานในเรื่องของคุณภาพบอกเลยว่าดีครับ ทุกอย่างติดมือหมดเลย ปรับอีคิว ปรับเสียง ปรับเอฟเฟคที่มีให้เลือกเยอะมาก ทุกอย่างติดมือใช้งานสนุกครับ

   มาดูการใช้งานและความสามารถของดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ อย่างแรกเลยหลายคนสงสัยเล็กๆ แบบนี้จะใช้งานได้กี่ชาแนล บอกเลยว่าใช้งานได้ 16 ชาแนลโมโน หรือ 16 ปรีไมค์อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจกัน ถ้าคิดว่าเท่านี้ยังไม่พอที่จะใช้เล่นดนตรีสดไม่พอเนี่ยนะครับ ยังมีช่องเสียบแจ็คโฟน เสียบเครื่องเล่นต่างๆ อีก 6 ชาแนล อย่างนี้พอไหมครับสำหรับมิกเซอร์เล็กๆ ตัวนี้ ผมเองคิดว่าพอสำหรับเล่นดนตรีสดแล้วนะครับ แล้วที่เห็นบนตัวมิกเซอร์ตัวนี้คือ ในย่านของอีคิวมาเต็มๆ ถึง 4 ย่านให้ปรับกันเลย ก็จะมีตั้งแต่ย่าน low , low mid ,low hi , hi เลือกปรับกันได้แบบจุใจเลย แล้วก็เป็นอีคิวแบบพาราเมติกส์ทั้ง 4 ชุดเลย ถัดมาในส่วนของเอฟเฟคกันบ้าง ในดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้มีเอฟเฟคให้เลือกันมากถึง 8 engine ก็มีเยอะมากเลยจะเลือกใช้กันโทนเสียงไหน เสียงกว้าง เสียงใส เสียงสะท้อน เสียงฮอล์ใหญ่ ฮอล์เล็ก มีหมดเลยนะครับ ถัดมาในส่วนของชาแนลที่คิดว่า 22 ชาแนล input ยังไม่พอในการใช้มิกเครื่องดนตรีนั้น ก็จะมีตัวเสริมที่มีขายแยกเป็นตัวโปรโตคอลรุ่นอื่นๆ ที่ใช้เสียบเพื่อเพิ่มชาแนลทั้ง input แล้วก็ชาแนล output เพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องชองชาแนลในดีจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบแน่นอนเลย

   ฟังก์ชั่นต่อมาสำหรับความง่ายในการใช้มิกเซอร์ตัวนี้คงจะต้องบอกว่าคนที่ทำ sound mixer หรือว่า sound engineer นั้น ค่อนข้างที่จะใช้งานง่ายในการไปบันทึกไฟล์หรือ track เสียงจากข้างนอกสตูดิโอด้วยการใช้งานผ่าน USB หรือว่าทั้มไดร์ฟต่างๆ จากการบันทึกเสียงจากข้างนอกมา แล้วก็มาเสียบ USB เข้าปับดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้ได้เลย เพื่อมา mix ให้เป็น 2 track ได้ง่ายๆ เลย ฟังก์ชั่นถัดมาที่จะทำให้คนทำ sound นั้นทำงานได้ง่ายขึ้นแล้วก็รวดเร็วมากขึ้น ก็คือ มันจะง่านในกรณีที่ไม่มีเวลา sound check มากเท่าไหร่นัก งานเร่งรีบอะไรแบบนี้ เราสามารถเข้าไปค้นหาเครื่องดนตรีต่างๆ ที่อยู่ใน library ที่อยู่ในเครื่องที่ได้ set มาจากโรงงานเรียบร้อยแล้วมาเป็นตัวในการช่วยทำ sound check ได้ง่ายๆ เพียง 5 นาทีรับรองว่าทำ sound ได้ทันทีเลย มีเครื่องดนตรีค่อนข้างเยอะครับ ตั้งแต่ชุดกลองไปจนถึงเรื่องเป่า เครื่องสายต่างๆ มีครบเลย

   อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังหัดเล่นหรือหัดเรียนรู้เรื่องของการทำ sound ในเชิงลึกต้องแนะนำว่าไปเรียนมาบ้างสักนิดหนึ่งแล้วก็จะใช้งานดิจิตอลมิกเซอร์ที่เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่มารีวิวในตอนนี้ได้อย่างคร่องและคุ้มค่าทุกฟังก์ชั่นนะครับ ส่วนเรื่องราคาบอกเลยว่าประมาณ 17x,xxx บาทกันเลยทีเดียวครับ ค่อนข้างที่จะมีราคาก็ลองตัดสินใจซื้อกันได้สำหรับคนที่มีงบพอนะครับ

รีวิวหูฟัง SmallTalk Remax super bass RM-690D หูฟังเน้นเสียงเบสนุ่มในราคาหลักร้อย

 

   108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ แอดมินมีหูฟังที่ต้องบอกว่าเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ นั่งรถนานๆ แล้วก็ต้องชอบฟังเพลงไปด้วยแบบนี้ เหมาะเลยที่จะมาอ่านรีวิวในตอนนี้ เพราะว่าแอดมินมีหูฟังจากยี่ห้อ Remax มารีวิวกัน เป็นหูฟังแบบ small talk ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟนได้ด้วย แล้วก็เป็นหูฟังที่ค่อนข้างมีคุณภาพเสียงที่ดีเลยทีเดียว แต่จุดเด่นคือราคาอยู่ในเกณฑ์หลักร้อยเท่านั้นเอง ก็ได้หูฟังดีๆ ที่ให้เสียงเบส เสียงกลางที่เคียร์ แล้วก็เสียงแหลมไม่ปาดหู ฟังแล้วนุ่มนวล เดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปรีวิวถึงรายละเอียดของหูฟังตัวนี้กันเลยครับ

   ในตอนนี้เราอยู่กับหูฟังยี่ห้อ Remax รุ่น Super Bass RM-690D ถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์นี้ Remax ก็ถือว่าค่อนข้างเป็นที่รู้จักในบ้านเราพอสมควรแล้วนะครับ แต่หูฟังในรุ่นนี้ก็อย่างที่เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านะครับ เป็นหูฟังแบบเสียบสายแจ็ค 3.5 ที่มีทั้งไมค์โครโฟน แล้วก็หูฟัง ใช้เป็น small talk ได้ด้วย เป็นหูฟังแบบ in-ear ด้วย มาเริ่มที่การ unbox กันก่อนเลยนะครับ ตัวกล่องที่ใส่หูฟังมานั้น ค่อนข้างที่จะสวยงาม เป็นกล่องสองชั้น สีดำ มีตัวหนังสือบอกชื่อ บอกรายละเอียดเป็นสีทอง ก็ดูสวยงาม พรีเมี่ยมในระดับหนึ่งเลย เปิดออกมาจะเจอกับคู่มือการใช้งาน แล้วก็จะมีใบรับประกันตัวสินค้า แล้วก็มีอุปกรณ์เสริมให้มาอย่างเช่น ตัวจุกยางหูฟังที่มีหลายๆ ขนาดให้เลือกใช้งานกัน ก็เลือให้เหมาะสมกับขนาดรูหูของตัวเอง แล้วก็มีกระเป๋าใส่หูฟังเป็นถุงผ้าชิ้นเล็กๆ มาให้ 1 ชิ้น ส่วนหูฟังตัวนี้ ด้านหลังจะเป็นแบบแม็กเน็ท คือมีแม่เหล็กอยู่ด้านหลัง แปะติดกันได้ ก็ช่วยให้สายมันไม่พันกันได้ส่วนหนึ่ง มาถึงในส่วนของหูฟังกันบ้าง ทางแอดมินเองก็ได้ทำการทดสอบฟังน้ำเสียง ทดสอบการใช้กันมาแล้วก่อนที่จะมาทำรีวิวในตอนนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกับว่า หูฟังตัวนี้ จะใช้เป็น small talk ได้กับสมาร์ทโฟนทางฝั่ง android ได้หรือไม่ เพราะว่าน่าจะใช้ได้กับทาง IOS หรือเปล่า ไม่แน่ใจนะครับ เพราะว่าตรงไมค์โครโฟนนั้นมีปุ่มแบบ 3 สวิทย์ ทางแอดมินไม่มี android ให้ทดสอบก็เลยไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ อย่างไงเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องการอยากจะได้หูฟังตัวนี้ไปใช้กับโทรศัพท์ด้วยเนี่ย ก็ลองไปทดสอบกันได้หรือไปถามกับพนักงานขายได้ แต่ในส่วนหลักๆ ของการรีวิวคือ ใช้หูฟังตัวนี้ในการฟังเพลง ก็จะมีปุ่ม 3 สวิทย์ ที่เอาไว้เพิ่มลดเสียงหรือเอาไว้เลื่อนเพลงได้ด้วย ที่ตรงไมค์โครโฟนที่สาย ตัวแจ็ค 3.5 มม. ชุบสีทองมาให้ด้วย ก็ดูสวยงาม ดูมีราคาเลยทีเดียว

   ถัดมาเราก็จะมาโฟกัสกันที่หูฟังด้านบนกันเลยดีกว่าครับ ดีไซน์นั้นค่อนข้างสวยเช่นกัน เล่นลวดลายเป็นขอบสีโครเมี่ยมมาให้ด้วย ตัวไดเวอร์ด้านในนั้นมีขนาดอยู่ที่ข้างละ 10 มม. ก็เป็นไดเวอร์ที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วจุดเด่นของหูฟังแบรนด์นี้อีกหนึ่งอย่างก็คือว่า ตัวจุกหูฟังที่เป็นยางเนี่ย จะเห็นว่ามีรูที่เท่ากับขนาดหูฟังหรือไดเวอร์เลย หลายๆ แบรนด์จะเป็นจุกยางที่แหลมๆ เล้กๆ ตรงปลาย ตรงนี้แอดมินเองคิดว่ามันจะทำให้มิติเสียงที่เข้ามาดูหูเรา มันจะเล้กลง มิติจะแคบลง เสียงเบสที่หนักๆ กว้างๆ ก็จะแคบลงไปด้วย แต่จุกยางแบรนด์นี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ทำให้มิติของเสียงในย่านต่างๆ เนี่ยมันไม่ค่อยที่จะผิดเพี้ยนไปมากเท่าไหร่ แล้วก็ทำให้เสียงนั้นกว้าง เสียบเบสต้องบอกว่านุ่ม ลึก แล้วก็มีความกังวานอยู่ในหูเราเลยทีเดียว คือต้องบอกว่าหูฟังแบรนด์นี้ รุ่นนี้ เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงแบบนุ่มๆ ไม่ได้กระแทกกระทั้นสักเท่าไหร่ ฟังสบายๆ ถ้าเป็นร็อคก็ร็อคแบบเบาๆ เสียงไสๆ แบบนี้เป้นต้นนะครับ ส่วนวิธีการดูว่าหูฟังข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ง่ายๆ ครับถ้าจะดูเนี่ย สังเกตข้างที่มีไมค์โครโฟนด้วยเนี่ยเป็นข้างซ้าย แต่จะที่สังเกตอีกหนึ่งจุดก็ตรงที่หูฟัง จะมีบอกอยู่ว่ามีจุด 3 จุดที่ตรงด้านข้างหูฟัง แสดงว่าเป็นข้าง Left ส่วนข้าง Right เนี่ยก็จะมีตัว R ติดเอาไว้อยู่

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวในตอนนี้กับ Remax super bass RM-690D ตัวนี้ ถือว่าเป็นตรงตามชื่อรุ่นที่ว่าเป็น super bass จริงหรือไม่ ก็คงตอบว่าจริงครับ แต่ราคาเบาๆ แล้วมีประกันหลังการขายยาว ก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเลยทีเดียว ก็มีอยู่ 3 สีให้เลือกใช้งานกัน สีทอง สีแดง สีขาว ชอบสีไหนก็ไปลองทดสอบฟังเพสียงด้วยตัวเองกันดูได้เลยนะครับ