รีวิว Samsung Galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว 4G ทั้ง 2 ซิม แบตอึด เล่นเกมส์นานสะใจ

 

   ก่อนที้ตะทักี่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง galaxy note 7 อีกไม่นานนี้ แต่ทาง Samsung เองก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ที่น่าใช้งานอีกหนึ่งรุ่นมาเปิดตัวและทำตลาดในบ้านเราอย่างเงียบๆ ในชื่อรุ่นว่า Samsung galaxy A9 Pro ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ที่สุดใน A series ตอนนี้ก็ว่าได้ ต้องบอกเลยว่าใครที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ ต้องหันมามองอย่างแน่นอน กับการรีวิวของเรา 108plaza ในครั้งนี้

   นี่คือ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้ เรียกว่าดีไซน์ตัวเครื่องถ้าคนที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ เนี่ยต้องบอกว่ามันสวยงามเลยทีเดียว ถ้าตามศัพท์เทคนิคแล้วก็ต้องเรียกสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่าเป็น phablet แล้วก็ได้นะครับ เพราะมาพร้อมกับสเปคก็คือขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Super AMOLED ความคมชัดระดับ Full HD ด้านข้างก็จะมีช่องใส่ซิม รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแล้วก็สามารถใช้ 4G LTE ได้ทั้ง 2 ซิมด้วย กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลดช์ ที่ปุ่ม home ก็จะสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย ด้านบนตัวเครื่องก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้ด้วย ด้านในตัวเครื่องนั้นก็ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มามากถึง 5000 mAh อีกด้วย ก็ถือว่าใช้งานกันได้ยาวๆ ไปเลยทีเดียว แต่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้นะครับ ในด้านของสเปคภายใน จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็น snapdragon 625 Octa-core 8 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 Ghz ก็เรียกได้ว่าให้สเปคมาเท่านี้ ความแรงนั้นให้มาเพียงพอกับการใช้งานเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครที่เน้นความบันเทิง เล่นโซเชียล youtube ท่องเว็บ เปิดโน้น นี่ นั้น ไปพร้อมๆ กันมันตอบโจทย์ในด้านของความเป็นหน้าจอใหญ่ แล้วก็เล่นแบบ multi window คือเล่นแบบ 2 หน้าจอไปพร้อมๆ กันได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ การใช้งานก็ไหลลื่นดีเลยทีเดียว ในเรื่องของเสียงลำโพงนั้นความดังไม่ต้องห่วงเลย ให้ลำโพงที่มีความดังพอสมควร แล้วก็มิติเสียงจะไปทางแนวกังวานดีด้วย ให้อารมณ์เหมือนฟังเพลงในฮอล์ใหญ่ๆ ประมาณนั้น ก็ถือว่าในด้านความบันเทิงทั่วไปก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน

   เมื่อเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แบบนี้ คอเกมส์หลายคนก็คงอยากจะทราบกันแล้วว่ามันเล่นเกมส์ได้ดีหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าเกมส์ทั่วไป เกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็หายห่างเลยทีเดียว ด้วยสเปคที่ค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ได้แรงจนถึงที่สุด ก็ทำให้มันเล่นเกมส์ได้ดีเลย แต่อาจจะมีบางช่วงที่เป็นเกมส์ที่กราฟฟิกขั้นเทพจริงๆ ก็ทำให้มีช่วงที่หน่วงบ้างหรือว่าสะดุดบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นบ่อยนักนะครับ แต่แนะนำว่าถ้าคอเกมส์จ๋าๆ ที่เน้นเกมส์อย่างเดียวเลย อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่นักนะครับ

   ในส่วนของกล้องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Samsung นั้นไม่ค่อยทำให้เรานั้นผิดหวังกับเรื่องของกล้องสักเท่าไหร่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาตั้งแต่ 7 พันบาทขึ้นไป ส่วนมากจะดีหมดนะครับ แล้วในรุ่น A9 pro ตัวนี้ก็เช่นกัน ก็มีความคมชัดทั้งในส่วนของกล้องหลังเองก็มีทั้งโหมดออโดต้หรือว่าโหมดโปรมาให้ได้ใช้งานกัน การถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีเลยทีเดียว กล้องหน้าก็สามารถที่จะเซลฟี่ได้ เป็นเลนส์ wide ด้วย สามารถที่จะใช้ถ่ายในมุมกว้างได้ดี แถมยังหน้าจอใหญ่ ก็จะเก็บภาพได้ค่อนข้างกว้างอีกด้วย ในส่วนของเราราคาที่ตอนนี้เอง Samsung ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายกันแล้วในร้านค้าชั้นนำทั่วไปเนี่ยนะครับ จะอยู่ที่ 15,xxx บาท อย่างไรถ้าใครที่ชอบความสามารถในการใช้งานที่เน้นหน้าจอใหญ่เป็นหลักเนี่ย ต้องลองไปมองๆ หาดู แล้วก็ลองไปสัมผัสกันดูได้นะครับ

   ก่อนจะจากลากันไป ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้กับตัวสมาร์ทโฟน Samsung galaxy A9 Pro ก็มาสรุปข้อดีกันสักหน่อยว่ามันมีอะไรบ้างที่เป็นจุดเด่นเลย ที่ทำให้เรานั้นเลือกซื้อได้ตรงใจก็คือ อย่างแรก เป็นมือถือที่รองรับ 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ก็คงจะตอบโจทย์คนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว มองเห็นชัดเจนเต็มตา ใครที่ดูซี่ร่ส์ ก็ชัดเจน แบตอึดด้วย ก็การใช้งานประมาณ 2 วันได้สบายๆ ถ้าใช้งานปกตินะครับ การใช้งานทั่วไปก็ค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว แต่ข้อเสียก็คืออาจจะไม่ได้เป็นสเปคที่แรงมากนัก การเล่นเกมส์ คอเกมส์สายโหด อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ ต้องรอเรือธงรุ่นต่อไปที่เตรียมจะเปิดตัวมา กล้องมีความสดของภาพค่อนข้างดีเลยทีเดียว ถือว่าคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่เพื่อนๆ เข้าไปทดสอบด้วยตัวเองก่อนที่จะซื้อมาใช้งานกันยาวๆ นะครับ

 

Review samsung galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนที่รู้สึกว่ามันไม่กักสเปคแล้ว รีวิวเจาะลึกการใช้งานแบบจริงจัง

 

   หลังจากที่แอดมินเองได้พรีวิวตัว Samsung galaxy A9 Pro กันไปเบื้องต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีการทดสอบใช้งานในหลายๆ ด้านด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันมีทั้งข้อดี แล้วก็ ข้ดเสีย ในบางจุด ของสมาร์ทโฟนหน้าจอ 6 นิ้วเครื่องนี้ ที่มันไม่ได้ดูใหญ่อะไรแล้ว เพราะตัวเครื่องขอบเครื่องมันบาง ก็ถือว่าพกพาอาจจะไม่ได้ง่ายมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วที่สำคัญคือ ภาพพจน์ของแบรนด์ซัมซุงที่พี่น้อง เพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคนต่างก็ด่ากันว่อนเน็ต แล้วก็หันไปใช้มือถือจีนบ้าง ใช้แบรนด์ผลไม้บ้าง อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ซัมซุง ก็ยังครองตลาดสมาร์ทโฟนและยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่ดี แล้ว A9 Pro รุ่นนี้ก็อาจจะลบค่ำด่าที่ว่า ไอ้จอมกัก กักสเปค อะไรแบบนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามารีวิวเจาะลึกตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ ในวันนี้กันเลยดีกว่า

   อย่างแรกเลยที่ไม่กักสเปคคือ ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แล้วก็มีช่องเสียบเมมโมรี่แยกมาให้ ไม่ต้องไปเลือกว่าจะใส่ซิมสองหรือใส่การ์ดดี ต่อมาเรื่องของแบตเตอร์รี่ 5000 mAh ก็มีการทดสอบกันมามากมายในเรื่องของความอึด เปิดหน้าจอแบบไม่ปิด ใช้งานต่อเนื่อง เล่นเกมส์ ดู youtube ต่อเนื่องได้นาน 9-10 ชั่วโมงได้สบายๆ แต่ถ้าใช้งานจริงๆ 2 วันอยู่ได้ชัวร์เลย แอดมินก็ทดสอบมาแล้วนะครับ ถัดมาเรื่องของสเปค ให้ RAM 4 GB CPU snapdragon 652 ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างดี แต่เอาละเดี่ยวเราจะรีวิวการใช้งานกันในช่วงต่อไป แต่สิ่งที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีหูฟัง มีหัวชาร์จที่รองรับการชาร์จเร็วด้วย แต่สายชาร์จยังคงใช้ micro USB รุ่นเดิมอยู่นะครับ ยังไม่เป็น Type C แต่อย่างใด

   จุดเด่นของการทดสอบใช้งานเรื่องแรกที่อยู่ในสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ นั้นก็คือ หน้าจอนั้นเอง คือต้องบอกว่าคุณภาพจอ SUPER AMOLED ของซัมซุงนั้นไม่ผิดหวัง แม้แต่รุ่นล่างๆ ก็ยังคุณภาพดีอยู่ ดูหนัง ดู youtube ขนาดจอ 6 นิ้ว ใหญ่เต็มตา แบตอึดๆ แบบนี้ ถือว่ามันดีมากเลยทีเดียว ต่อมาเรื่องของลำโพง ย้ายลำโพงมาด้านล่าง เสียงดังดี คุณภาพเสียงก็ปกติ ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้มีมิติเสียงที่เน้นเรื่องลำโพงมากเท่าไหร่ ต่อมาเรื่องของเข็มทิศ มีมาให้ด้วยสามารถใช้นำทางหรือเปิดแผนที่ GPS ได้เช่นกัน สามารถใช้งานได้ตามทิศทางที่เปลี่ยนไป

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง หลายคนอาจจะคาดหวังว่ากล้อง A9 Pro รุ่นนี้จะเวอร์วังอลังการ บอกเลยว่าไม่ขนาดนั้นครับ ถ้าคุณต้องการมือถือที่กล้องทั้งหน้าและหลังแบบเทพๆ ไปเลยเนี่ย ซัมซุงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์ แต่มันก็ใช้งานได้ปกติ ไม่ได้แย่หรือเลวร้ายแต่อย่างใด คือถ้าถ่ายในที่แสงปกติมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มันค่อนข้างจะจับโฟกัสได้ยากสักนิดหนึ่ง คือกล้องตัวนี้ค่อนข้างที่จะต้องมือนิ่งที่เยอะมากทั้งหน้าและหลังเลย ภาพมันถึงจะออกมาชัดและคม แต่ถ้าถ่ายปกติ แสดงปกติ ไม่ซูมภาพเยอะเกินไป ก็เป็นภาพที่ปกติ เรื่องของการถ่ายวีดีโอ มีระบบกันสั่นหรือ OIS มาให้ด้วยทั้งสองตัว ก็คือถ่ายวีดีโอไปด้วยเดินไปด้วย ก็จะได้ภาพที่นิ่งขึ้นและก็ดูสบายตามากขึ้นไม่เวียนหัวนั้นเอง ความละเอียดสูงสุดในการถ่ายวีดีโอได้คือระดับ Full HD เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับ 4K การถ่ายภาพนิ่งในที่แสงน้อย มันค่อนข้างจะทำได้ไม่ดีนัก ต้องเข้ามาใช้โหมดโปรช่วยในการปรับตั้งค่า ปรับ ISO ปรับรูรับแสงต่างๆ คือต้องมีความรู้เรื่องกล้องพอสมควรถึงจะใช้งานได้ดีในที่แสงน้อย กล้องหน้ากันบ้าง ก็ต้องบอกว่าเป็นกล้องหน้าที่พอจะเซลฟี่ได้ เป็นกล้องเลนส์ wide ด้วย ยังคงสั่งการด้วยเสียงหรือ voice control ได้ แต่ต้องบอกว่ามือต้องนิ่งหรือนิ่งมากในการเซลฟี่เช่นกัน ถึงจะได้ภาพที่ชัด

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือ เรื่องของการใช้งานที่บอกไปช่วงต้นว่ามันไม่กักสเปค CPU 652 ที่ติดการ์ดจอของ adreno ที่เป็นเบอร์ 1 ใน android มา และแรม 4 ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มันเร็วดีมาก ใครที่ไม่เน้นกล้องสักเท่าไหร่ บอกเลยว่าน่าสนใจ การใช้งานทั่วไป เปิดแอปไว้เยอะๆ แล้วสลับเปลี่ยนมาใช้งานแอปตัวเดิม มันก็ยังค้างและใช้งานได้ต่อเนื่องดีมาก รวมไปถึงการเล่นเกมส์ บอกเลยว่าจอสวย เครื่องแรง สเปคดี เกมส์เล่นได้หายห่วง แถมยังเล่นเกมส์ได้ต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะออกเกมส์กลางครัน แล้วกลับมาเล่นใหม่ ด้วยแรมที่เยอะ ก็ทำให้มันน่าสนใจอย่างที่แอดมินได้รีวิวไปในราคา 15,xxx บาท นะครับ ตอนนี้ก็มีขายกันทั่วประเทศแล้วก็ลองไปเล่นกันดูได้ว่ามันจริงอย่างที่แอดมินได้รีวิวเอาไว้หรือไม่นะครับ

Review Lenovo ThinkPad 8 Tablet ที่มีระบบปฏิบัติการ windows พกพาง่าย เหมือน Notebook เคลื่อนที่

 

   Lenovo ถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ก็คงจะนึกถึงในเรื่องของกลุ่มสินค้าไอทีประเภท Notebook เป้นหลัก ที่ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของแบรนด์นี้จริงๆ ก็เป็นแบรนด์จากเมืองจีน แต่ก็ทำให้ผู้คนในบ้านเรารวมไปถึงผู้คนทั่วโลก ต่างก็ยอมรับในสินค้าที่อาจจะไม่ได้มองว่าเป็นสินค้ามาจากจีนเท่าไหร่นัก ซึ่งพูดตามหลักแล้วคนไทยเองก็ยังคงมีความเชื่ออยู่ว่า สินค้าที่มาจากจีนโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าเนี่ย เดี่ยวนี้ก็ยังคงเชื่ออยู่ว่ามันไม่น่าจะมีคุณภาพดีสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นตัวสินค้าหรือดูรายละเอียดลงลึกๆ เรียกว่าเป็นภาพลักษณ์ที่กลายเป็นกระแสกันไป แต่เดี่ยวนี้อะไรๆ ก้มาจากจีนทั้งนั้นเลย ดูท่าทางแล้วจีนก็คงกลายเป็นโรงงานใหญ่ของโลกกันไปแล้ว เพราะฉะนั้น Lenovo เองก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำให้ผู้คนยอมรับได้ แล้วในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเราก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์ อีกหนึ่งรุ่นจาก Lenovo มารีวิวให้ทุกท่านได้ติดตามกันด้วย

   นี่คือตัวที่เราจะทำการรีวิวกันในครั้งนี้เลย Lenovo ThinkPad 8 ก็เปิดตัวกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วนะครับ แล้วล่าสุดนี้มี Lenovo ThinkPad 13 ก็เปิดตัวออกมาแล้วด้วย ก็คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้นำมารีวิวกันให้เพื่อนๆ ได้ติดตาม เป็นแท็ปเล็ดที่มีความบาง เบา พกพาง่าย จุดเด่นน่าจะอยู่ที่เรื่องของระบบปฏิบัติการหรือว่า OS ด้านในตัวเครื่อง ก็จะใช้ระบบปฏิบัติการ windows ก็จะสามารถอัพเดทได้เป็น windows 10 แล้วด้วย ใครที่ซื้อมาแล้วและยังไม่ได้อัพเดทก็จัดการอัพให้เรียบร้อยด้วยนะครับ เพราะว่าเวอร์ชั่นนี้ก็ค่อนข้างที่จะเสถียรและใช้งานได้ดี แถมยังจะช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน แบตเตอร์รี่ก็สามารถใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าจุดเด่นที่ตามมาของแท้ปเล็ดเครื่องนี้ก็คือ มันก็จะกลายเป็นแท็ปเล็ดที่มีหน้าจอเล็กๆ พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกในแบบฉบับของคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ๆ ออกไปทำงานข้างนอกสถานที่ก็ได้ เพราะแท็ปเล็ดตัวนี้สามารถรองรับไฟล์ทุกอย่างที่ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ก็สามารถเปิดได้หมดเลย

   มาดูในส่วนของสเปคคร่าวๆ ของตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว intel ATOM Z3770 แบบ 4 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz จุดเด่นของ CPU เวอร์ชั่นนี้อยู่ที่การประหยัดพลังงานนั้นเอง ให้ RAM 3 GB และมีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ 64 GB นอกจากนั้นยังสามารถรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายแบบ 3G ได้อีกด้วย ในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าถ้าเราใช้งานแท็ปเล็ดแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่เรานั้นใช้งานคอมพิวเตอร์หรือไม่ จะถอดเข้าถอดออก เสียบ flash drive โยกย้ายข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายๆ หรือไม่ คำตอบก็คือได้ โดยจะมีพอร์ด micro USB มาให้ แล้วก้มีหัวแปลงจากพอร์ดเล็กให้สามารถเสียบเป็นพอร์ด USB ก็ได้ด้วย นอกจากนั้นยังสามารถเสียบเมาส์ เสียบแป้นคีย์บอร์ดเพิ่มเพื่อใช้งานได้รวดเร็วขึ้นก็ได้เช่นกัน ในส่วนของหน้าจอนั้นเลือกใช้หน้าจอแบบ LED multi-touch screen ขนาดของหน้าจออยู่ที่ 8.3 นิ้ว ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 1920*1200 พิกเซล กล้องหลังมีความละเอียดแบบเบาๆ สามารถใช้งานได้ถ่ายรูปได้ ให้มาที่ 8 ล่านพิกเซล กล้องด้านหน้าก็มีมาให้เช่นกันแต่ไม่ได้มากมายนัก เอาไว้พอที่จะวีดีโอคอลได้อย่างสะดวก ให้มาที่ 2.2 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง เมื่อเปิดในตัวเครื่องขึ้นมาจะเห็นว่ายังคงเป็นระบบปฏิบัติการแบบ windows 8.1 อยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าสามารถอัพเดทระบบปฏิบัติการได้เลย

   การใช้งานก็มีทั้งตัว Microsoft office 2013 ของแท้มาให้ได้ใช้งานในด้านของงาน document ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ แต่มันก็ต้องแรกมากับความที่หน้าจออาจจะเล็กไปสักนิดหนึ่ง ถ้าให้มองว่าการใช้งานประจำๆ เลยนั้นก็คงจะไม่สะดวกเท่ากับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค ก็จะดีกว่าใช้เครื่องเล็กๆ แบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือเอาไว้ใช้งานนอกสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องพกเครื่องใหญ่ๆ ไปก็ได้ หรือ ใครที่ชอบทำงานบนเครื่องบิน ตัวนี้ค่อนข้างที่จะสะดวกเลยทีเดียว งานประกอบทางด้านของตัวเครื่องนั้นก็ดีไซน์ออกมาดีครับ ไม่ดูเหมือนกับแท็ปเล็ดทั่วไปที่บอดี้เป็นพลาสติกดูไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ แต่ตัว Lenovo thinkpad 8 ตัวนี้บอดี้ส่วนใหญ่เป็นอะลูมีเนียม แล้วก็จะมีการออกแบบเป็นยูนิ บอดี้ด้วย คือเป็นบอดี้ชิ้นเดียวกันทั้งเครื่อง ตัวเครื่องก็บางเพียง 8.8 มม. หนัก 430 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าพกพาง่าย

   ในส่วนของราคาค่าตัว Lenovo Thinkpad 8 อีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ก็มีราคาประมาณ 1 หมื่นกลางๆ เท่านั้นในตอนนี้ ใครที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ก็ลองไปหาซื้อมาใช้งานกันดูได้เลยนะครับ ถือว่าใช้งานพื้นฐานได้ดีเลยทีเดียว

 

รีวิว ZUK Z2 By Lenovo สมาร์ทโฟนอีกหนึ่งแบรนด์ที่คุณอาจจะไม่รู้จักแต่อัดสเปคมาแรงในราคาที่ต้องร้อง WOW!

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza นำมารีวิวกันอีกหนึ่งชิ้นในตอนนี้ เป็นสมาร์ทโฟนที่อ่านออกเสียงเป็นภาษาบ้านเราก็ดูเหมือนจะแปลกๆ เพื่อนๆ อ่านว่าอะไรครับ ZUK ก็คงต้องอ่านว่า ซุก แต่แบรนด์นี้อ่านตรงตัวเลย แต่พูดยากครับ แต่นั้นไม่ใช่สาระสำคัญแต่อย่างใด ต้องบอกว่าไม่ค่อยมีใครรู้จักสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้กันสักเท่าไหร่ แต่พอมี by Lenovo ขึ้นมาก็ทำให้พอรู้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายการผลิตของ Lenovo นั้นเอง

   ZUK Z2 คือสมาร์ทโฟนที่จะรีวิวกันในตอนนี้ แล้วก็รูปร่างลักษณะก็อย่างในรูปด้านบนนี้นะครับ บอดี้เป็นแบบพลาสติกมัน เป็นรอยนิ้วมือง่าย แต่สังเกตว่าพอแตะๆ ที่เครื่องจนเป็นรอย เอามือปาดๆ ลูบๆ ก็หายไป นั้นเป็นความพิเศษอย่างแรกในมือถือเครื่องนี้ ตามข้อมูลที่ได้มาบอกว่าเคลือบสารกันรอยเอาไว้ด้วยนั้นเอง

   แต่ความพิเศษมันไม่ได้ที่ตรงรอยนิ้วมือแตอย่างใด มาดูสเปคกันบ้าง มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัว snapdragon 820 วิ่งด้วยความเร็ว 2.2 GHz กันเลยทีเดียว ถือว่าเร็วมากเลยนะครับจากสเปค แต่ต้องอ่านให้จบก่อนในเรื่องของการใช้งานจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม ส่วนเรื่องของกล้องก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่ต้องบอกเลยว่าใส่ในของเครื่องรุ่นนี้จะใช้ของ Samsung ค่อนข้างเยอะ เซนเซอร์กล้องก็ซัมซุง ผลที่ได้ก็จะคล้ายๆ กับของซัมซุง สไตล์ของรูปก็จะออกแนวใสๆ เคลียร์ๆ แบบนั้นเลย เชื่อมที่ชาร์จแบตและเชื่อมต่อเป็น USB type c แล้วด้วย ความจุแบตเตอร์รี่ให้มาที่ 3500 mAh ตัวเครื่องจะเห็นว่าค่อนข้างหนานิดๆ แต่ไม่ได้หนามาก เพราะให้แบตมาเยอะนั้นเอง แต่ข้อเสียที่พบคือ ไม่สามารถเพิ่ม micro sd card ได้ ถัดมาก็เป้นในส่วนของปุ่มโฮมที่อยู่ด้านล่างเครื่อง จะทำได้หลายอย่าง กดปุ่มหนึ่งครั้งเป็นปุ่มโฮม แตะเบาๆ จะเป็นปุ่มย้อนกลับ แล้วก็สามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย แล้วก็ใช้ในการปัดไปทางซ้ายหรือขวาได้ด้วย เอาไว้เลื่อนหาแอปที่เปิดทิ้งเอาไว้ได้นั้นเอง จะไม่มีปุ่มตรงด้านข้างเลย ดีไซน์รวมๆแล้วถือว่าดีเลยทีเดียว งานประกอบแน่หนา กล้องหน้าจะมีความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล f/2.0 กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.2 ในตัวเครื่องเป็นของจีนก็แน่นอนว่าทางร้านหรือผู้นำเข้ามาจะต้องลง play store ให้ด้วย ส่วนเรื่องหิ้วมาก็ต้องมาหาทำกันเอานะครับ อาจจะต้องลงแอพที่สำคัญๆ เพิ่มนิดหน่อย

   การทดสอบแรกเลย แน่นอนว่าเหล่าเกมส์เมอร์หลายคนคงสนใจว่ามันจะทำได้ดีแค่ไหน สเปคบอกเลยว่าค่อนข้างแรง แอดมินก็เลยทำการทดสอบเล่นเกมส์ที่หนักๆ เลยหลายเกมส์เหมือนกัน อย่าง nova 3 ก็ถือว่ามีกราฟฟิกเยอะ ผลการทดสอบก็ต้องบอกว่าไร้กังวล ผ่านฉลุย อย่างแรกเลยไหลลื่น ลื่นแบบหัวแตกเลยว่ากันแบบนั้น อย่างต่อมาก็คือจอ สีสันนั้นไม่ต้องห่วงเช่นกัน มีครบสีสด กราฟฟิกดี การ์ดจอดี มาแนวๆ ของซัมซุงเลยในเรื่องของจอ ถัดมาในเรื่องของลำโพง เปิดเสียงในตอนเล่นเกมส์เร่งเสียงจนสุด ถือว่าดังเอาการเลยทีเดียวครับ ดังแบบลำโพงไม่แตกด้วย แล้วก็มิติเสียงค่อนข้างดี แต่อาจจะไม่ได้มิติเสียงเบสมากเท่าไหร่นัก แต่ถือว่าผ่านการรีวิวเหมือนกัน ด้วยจอ Full HD แบตอึดอย่างนี้ บอกเลยว่าเหมาะทีเดียวกับคนที่ชอบเล่นเกมส์

   ถัดมาในส่วนของกล้องกันบ้าง เริ่มกันที่กล้องหลัง ด้านหลังจะมีไฟแฟลดช์แบบไฟดวงเดียวสีขาวมาให้เลย ไม่ได้เป็นแฟลดช์แบบทูโทนนะครับ การใช้งานบอกเลยตัวหนังสือค่อนข้างเล็กถึงเล็กมาก ในการปรับตั้งค่าต่างๆ ไม่รู้ว่าเขียนรอมมาอย่างไงนะครับ แต่การจับโฟกัสก็ถือว่าเร็วในระดับหนึ่งเลย มีโหมดโปร HDR และก็อื่นๆ รวมไปถึงมีฟิวเตอร์มาให้เลือกด้วยว่าจะถ่ายในโหมดอาหาร ธรรมชาติ อะไรแบบนี้มีให้เลือกเยอะ แต่ข้อเสียคือขนาดภาพที่ปรับได้มี 4:3 กับ 1:1 เท่านั้นเอง ไม่มี 16:9 นะครับ แต่เหมือนว่าไอโฟนก็จะไม่มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก้ไม่ต้องห่วงกันไป

   จุดเด่นอย่างสุดท้ายของ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ZUK Z2 by Lenovo ก็คือในเรื่องของการจับ GPS ที่อัดแน่นมาหมดเลยในการจับสัญญาณได้ ก็มีทั้งของสหรัฐ รัซเซีย ของจีน แล้วก็ของกาลิเรโอมาอีกด้วย แต่การทำงานยังมีมั่วๆ นิดๆ อาจจะเดินมั่วเดินไม่ตรงจุดที่อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ถือว่าดีก็สามารถใช้นำทางได้แบบมีข้อผิดพลาดไม่ได้เยอะอะไร หลายคนก็คงอยากจะรู้กันแล้วว่าราคาเท่าไหร่ เฉลยคือประมาณ 12,xxx บาท ตอนนี้น่าจะมีขายในบ้านเราแล้วเช่นกันก็ลองไปหาทดสอบใช้งานกันดูตามความชอบนะครับ

Review LG Stylus 2 สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ สเปคกลางๆ แต่มีปากกากับค่าตัวที่ต่ำหมื่น

 

   มีสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นตัวใหม่ล่าสุดจากทาง LG มารีวิวกันอีกแล้วครับเพื่อนๆ ซึ่งใครที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่วางงบเอาไว้ต่ำหมื่น หน้าจอใหญ่ๆ นิดหนึ่ง แบตเตอร์รี่ใช้งานได้ทั้งวัน หน้าจอก็ใหญ่และอยากได้ตัวเครื่องบางๆ เพื่อการพกพาและการจับใช้งานที่ดีและที่สำคัญอยากได้ปากกาเอาไว้ขีดๆ เขียน อีกด้วยนั้น ต้องมาที่สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้เลย

   LG Stylus 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาล่าสุดและอยู่ในมือของเว็บไซต์ 108plaza ที่จะรีวิวถึงการใช้งานของตัวเครื่องที่หน้าจอใหญ่เครื่องนี้ ซึ่งต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ใครที่ยอมรับในความต้องการใช้งานของตัวเองอย่างที่กล่าวไปแล้วช่วงต้นว่า อยากได้มือถือที่ราคาไม่ได้แพงมากนัก งบไม่ถึงหมื่น แล้วอยากได้ที่เป็นสเปคกลางๆ ทุกอย่างต้องบอกว่ากลางๆ หมดเลยสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ สเปคกลาง กล้องกลางๆ ขีดเชียนได้บ้าง

   ในส่วนของสเปคตัวเครื่องนั้น LG Stylus 2 เครื่องนี้มาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5.7 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ความละเอียด 1280*720 พิกเซล มาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Qualcomm snapdragon 410 วิ่งด้วยความเร็วเพียง 1.2 GHz แบบ 4 แกนสมอง ตัวเครื่องนั้นสามารถรองรับการใช้งาน 4G LTE ทุกคลื่น ทุกเครื่อข่าย สามารถใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด และก็ให้ RAM 2 GB หน่วยความจำในตัวเครื่องเพียง 16 GB สามารถที่จะเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้สูงสุด 256 GB เป็นแบบ micro sd card ในส่วนของความละเอียดกล้องนั้น ให้กล้องหลังความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล ความจุของแบตเตอร์รี่ 3000 mAh มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 M

   ในเรื่องของการจับใช้งานนั้น ใครที่คิดว่า หน้าจอ 5.7 นิ้วมันจะใหญ่เกินไปไหม บอกได้เลยว่าไม่ใหญ่มากนัก เพราะตัวเครื่องค่อนข้างบาง มีความบางเพียง 7.4 มิลลิเมตร เท่านั้น ตัวเครื่องดีไซน์มาค่อนข้างสวยงาม ตัวขอบเครื่องเป็นโลหะสีทอง ด้านฝาหลังนั้นเป็นพลาสติกแบบธรรมดา สามารถเปิดฝาหลังและแกะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ได้ ก็ถือว่างานประกอบและเรื่องของดีไซน์นั้นอยู่ระดับกลางๆ ที่ค่อนข้างใช้งานได้ดี ตัวเครื่องที่ด้านบนจะมีช่องเสียบปากกา stylus อยู่ด้วย เมื่อถอดปากกาออกมา ก็พบว่าเป็นปากกา stylus แบบธรรมดาทั่วไปที่ออกแบบมาให้ใส่กลับคืนเข้าไปได้ด้านเดียว เรื่องของปัญหาการใส่ปากกาผิดด้ามก็คงไม่มีเกิดขึ้น

   ในส่วนของการใช้งานนั้นดูเหมือนว่าจะอยู่ในมาตรฐานกลางๆ ไปเสียหมด ไม่ค่อยจะมีอะไรที่โดดเด่น สามารถดูหนัง ฟังเพลงได้ เพราะหน้าจอใหญ่ แต่ความคมชัดก็แค่ 720p เท่านั้น เรื่องของลำโพงเมื่อเปิดเพลงหรือเปิดดูหนังออนไลน์ต่างๆ ผ่าน youtube ก็พบว่าเมื่อเทียบกับ LG Stylus รุ่นแรกจะดีกว่าด้วยซ้ำไป เพราะเสียงลำโพงจะไม่ค่อยมีมิติที่ครบเครื่องเท่าไหร่ ฟังแล้วรู้สึกแห้งๆ ขาดมิติที่สนุกสนาน การใช้งานในเรื่องของสเปคกับการเล่นเกมส์ ก็กลางๆ เช่นกัน สามารถเล่นเกมส์ทั่วไปที่มีกราฟฟิดไม่ได้เยอะมากได้ดี ในเรื่องของการใช้งานปากกา stylus นั้นเป็นหัวแบบไฟเบอร์ปกติ เมื่อถอดปากกาออกมาตัวเครื่องจะสั่นเตือน เมื่อลืมใส่ปากกาคืนที่เดิมตอนที่ปิดหน้าจอ ตัวเครื่องจะสั่นเตือนในกรณีที่ลืมปากกาและป้องกันปากกาหายนั้นเอง ในส่วนของการใช้งานก็ไม่ได้มีฟังก์ชั่นอะไรมารองรับเยอะมากนัก สามารถเขียนโน้ต เขียนข้อความได้ปกติ แต่ดูเหมือนกับว่าตัวปากกาจะรองรับได้ในแนวตั้งดีกว่าแนวนอน เพราะถ้าจับตัวเครื่องเป็นแนวนอนแล้วใช้ปากกาจะใช้งานได้ไม่ดีเท่าเท่าไหร่ การตอบสนองก็ค่อนข้างต่ำ ความไวในการใช้งานปากกาก็ค่อนข้างต่ำ อาจจะต้องเขียนอะไรที่ตัวใหญ่ๆ สักนิดหนึ่ง ถ้าเขียนตัวเล็กเกินจะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะความละเอียดหน้าจอน้อย แต่ก็สามารถรองรับแรงกดในการเขียนปากกาได้ดี

   ก็ต้องถือได้ว่าสินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้กับตัวสมาร์ทโฟน LG Stylus 2 นั้นจะดูเหมือนว่าทุกอย่างก็กลางๆ หมด ในเรื่องของการใช้งานเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของการใช้งานทั่วไป จะสามารถใช้ได้ไหลลื่นดีแต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร็วมากจนน่าตกใจ แต่ก็ไม่ได้หน่วงจนไม่น่าใช้งาน เรื่องของกล้องทั้ง 2 ตัวนั้นถ้าถ่ายในแสดงปกติและก็ใช้งานทั่วไปไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ่ายได้ค่อนข้างกลางๆ เช่นกัน กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide เซลฟี่ได้ปกติ เมื่อทดสอบความอึดของแบตเตอร์รี่แล้วนั้น ก็สามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบายๆ เลยครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าใครที่อยากได้มือถือราคา 8,790 บาทและสามารถใช้งานได้ทุกอย่างก็ลองไปหาซื้อหรือไปทดสอบเล่นกันก่อนได้ ส่วนครั้งหน้าเราจะมีอะไรมารีวิวอีกนั้นต้องห้ามพลาดกันเลยนะครับ รับรองว่าเด็ดอย่างแน่นอน

รีวิว Motorola Moto Z สมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมที่เป็น Pure Android สมาร์ทโฟนโมดูลาร์ที่สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์เสริมเพียบ

 

   สมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุด! ที่คิดว่าทุกคนต้องชอบ กับความเป็น Pure Android โดยการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ในครั้งนี้ของเว็บไซต์ 108plaza แอดมินจะพาไปติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพงานประกอบของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในแบรนด์ Motorola ที่ยังคงวางกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่เป็นแนวคิดว่าเดียวกันกับ google ที่ได้จับมือร่วมกันผลิตสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้แต่งเดิมตัว UI อะไรมากมาย ทำให้ตัวเครื่องนั้นไหลลื่น พร้อมกับสเปคที่แรง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโนในแบรนด์ Moto นั้นเอง ล่าสุดนี้มีการแถลงข่าวแบะเปิดตัวในงาน Lenovo tech world ที่ผ่านมานี้ บอกเลยว่า goodbye Moto X , Hello Moto Z แล้วแอดมินก็จะพาไปรีวิวตัว Moto Z ที่ได้กล่าวถึงสรรพคุณมากมายมาแล้วในช่วงต้นนี้กันแบบเจาะลึกกันเลย

   ซึ่งในงานก็มีแต่ผู้คนที่จับจ้องไปที่การเปิดตัวสมาร์ทโฟน Moto Z กันนี่แหละนะครับ เพราะถือว่าสมาร์ทโฟนนอกจากจะใช้งานในตัวเครื่องกันอย่างเดียวแล้ว ก็ถือว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นสมาร์ทโฟนตัวโมดูลาร์ ที่จะใช้สมาร์ทโฟนเข้าไปร่วมกับตัวอุปกรณ์เสริมๆ อื่นๆ อย่าง Moto mos ได้อีกหลายๆ ชิ้นเลยทีเดียว แต่ก่อนอื่นๆ แอดมินจะพาไปดูว่าสเปคของตัวเครื่อง Moto z นั้นเป็นอย่างไรบ้าง โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ amoled ความคมชัดระดับ quad HD ตัวชิปประมวลผลนั้นเป็น Qualcommm snapdragon 820 สำหรับตัวหน่วยความจำภายในนั้น จะมีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ก็คือจะมีตัว ROM 32 GB และ ROM 64 GB สามารถเพิ่มตัวหน่วยความจำสำรองได้สูงสุดที่ 256 GB ให้ RAM 4 GB ส่วนสเปคของกล้องนั้น กล้องหลังจะมาพร้อมกับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับระบบป้องกันการสั่นหรือว่าระบบ OIS และระบบ ออโต้ โฟกัส กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้านั้นสามารถใช้เป็นกล้องเซลฟี่ได้ เพราะมีมุมภาพที่กว้างและเป็นเลนส์ wide ด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความจุของแบตเตอร์รี่ขนาด 2600 mAh แต่สำหรับแอดมินคิดว่ายังให้มาน้อยไปสักนิดหนึ่ง เพราะหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วก็อาจจะกินแบตได้พอสมควร แต่ไม่แน่ว่า ตัวที่เป็นระบบ pure android นั้น จะสามารถประหยัดแบตได้ดีมากขึ้นก็ได้ เพราะตัว Moto Z ที่แอดมินได้รีวิวมานี้ ยังไม่ได้เข้ามาเมืองไทย ณ ตอนนี้ นั้นเองที่แอดมินกำลังทำบทความรีวิวนี้ขึ้นมายังอยู่ในช่วงกลางเดือน มิถุนายน 2016 แต่ทาง Moto ประเทศไทยเองก็ยืนยันมาแล้วว่า ตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเข้ามาบ้านเราอย่างแน่นอน ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นก็เป็นเวอร์ชั่น 6.0.1 pure Android อย่างที่บอกไปในช่วงต้นเลย

   สำหรับการดีไซน์ Moto Z นั้นมาพร้อมกับตัวเครื่องที่บางเฉียบ บางกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ที่ Moto เคยทำมา ส่วนฝาหลังเป็นแบบกระจกมันวาว ต้องบอกว่าแอดมินได้สัมผัสตัวเครื่องจริงๆ ที่งาน Lenovo tech world ก็ต้องบอกว่าสวยงามมากเลยทีเดียว แต่เมื่อจับไปสักพักหนึ่ง ก็จะเห็นรอยนิ้วมือขึ้นมาทันที ต่อมาในตัว Moto Z นั้นที่ปุ่มด้านล่างที่เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้า จะทำหน้าที่เป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือเท่านั้นเอง ไม่สามารถใช้เป็นปุ่มโฮมได้ แต่จะมีปุ่มโฮมแบบ on-screen ที่หน้าจอ ก็อาจจะต้องปรับตัวกันสักนิดหนึ่งในช่วงแรกๆ ที่ใช้งาน ส่วนงานประกอบโดยรวมถือว่าคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยละครับ ส่วนอีกหนึ่งจุดเด่นที่ Moto ทำขึ้นมาให้ตัวเครื่องนั้นมีความบาง ก็เนื่องจากว่าจะต้องเอามาใช้งานร่วมกับตัว Moto mos ที่เป็นอุปกรณ์เสริมที่จะเอามาแปะไว้ที่ด้านหลังเครื่องเพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็นลำโพง JBL ก็ได้ หรือ เปลี่ยนให้เป็นโปรเจคเตอร์พร้อมลำโพง หรือ แบตเตอร์รี่เสริม โดยตัว Motto mos นั้นจะมีตัวเซนเซอร์อยู่ดานหลัง 16 จุด เมื่อใส่เข้ากับตัว Moto Z จะรู้ได้ทันทีว่าตัว Moto mos นั้นคืออุปกรณ์เสริมอะไร ตัวแอปที่จะใช้งานร่วมกันก็จะเปิดขึ้นมาทันทีเลย ในอนาคตทาง Moto ก็จะพัฒนาตัวอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Moto mos อีกหลายๆ ชิ้นขึ้นมาให้ได้ใช้งานกันอย่างแน่นอนครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ ได้รับการยืนยันจากทาง Moto เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า Moto Z จะมีการวางขายในทั่วโลกในเดือนกันยายน 2016 นี้แน่นอน แล้วก็ใครที่ชื่นชอบในความเป็น Moto Z แล้วละก็ สามารถเตรียมตังค์กันไว้ได้เลย เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างแน่นอนครับ ส่วนเรื่องของราคาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ก็ต้องรอลุ้นกันว่า ราคาจะถูกใจตามสเปคหรือเปล่า

รีวิว TP-Link neffos C5L ราคา 3,000 บาทมีทอน แต่รองรับ 4G กล้องดีเลย

 

   มารีวิวสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งรุ่น้องใหม่ที่ถือว่ามาบุกตลาดสมาร์ทโฟนในราคาที่ไม่แพงมากอีกหนึ่งค่าย นั้นก็คือ TP-Link นั้นเอง ซึ่งมีเปิดตัวมาพร้อมๆ กันอยู่ 3 รุ่น ก็จะมีในตระกูล Neffos C5L ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้ แล้วก็มีรีวิวตอนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วก็คือตัว Neffos C5 ก็สามารถไปหาอ่านกันได้ราคาก็จะอยู่ที่ 5,000 บาทมีทอน แล้วก็ตัวท๊อปสุดเลยที่จะรีวิวกันในตอนต่อไปก็คือ Neffos C5 max นั้นเอง ก็ถือว่าเปิดตัวมาใหม่ในค่ายของ TP-Link ที่ทุกครั้งจะคุ้นชินกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์คต่างๆ แต่พอมาเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่น อย่าง Neffos C5L ตัวนี้จะดีหรือไม่ มาดูกัน

   ก็ถือว่าตัวสมาร์ทโฟน TP-Link Neffos C5L ตัวนี้วางตำแหน่งทางการตลาดมาได้ค่นอข้างเหมาะสมกับราคาเลยทีเดียว บอกราคาเลยดีกว่าเพื่อความตื่นเต้น เปิดตัวมาที่ 2,990 บาทเท่านั้นเอง แล้วบอกเลยว่าราคานี้คุณจะได้มือถือที่เล่น 4G ได้ด้วย แล้วก็ต้องบอกว่ากล้องหลังดีซะด้วย ไม่ธรรมดาครับ แล้วที่สำคัญมีของแถมให้ด้วย ถ้าใครที่มเอาของแถม จะสามารถลดราคาได้อีกประมาณสัก 400 กว่าบาท ก็เหลืออยู่ที่ 2,500 บาทเท่านั้นนะครับ ก็ลองไปหาดู หาชม หาทดสอบเล่นกันดูได้เลย เชื่อว่ามันน่าจะดีเลยทีเดียว ในราคาเท่านี้นะครับ

   มาดูกันที่สเปคเบื้องต้นกันบ้าง มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 4.5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอค่อนข้างต่ำไปนิดหนึ่งครับ อยู่ที่ระดับ FWVGA เท่านั้น ความละเอียด 854*480 พิกเซล กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ถัดมาก็อย่างที่บอกไปว่าตัวเครื่องนั้นสามารถรองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบ 4G LTE , 3G แล้วก็สามารถใช้งานได้ 2 ซิมการ์ดอีกด้วย ในส่วนของชิปประมวลผลนั้นใช่ตัว Qualcomm snapdragon 210 หน่วยความจำในตัวเครื่องนั้นเล็กๆ น้อยๆ 8 GB เท่านั้น แล้วก็ให้ RAM 1 GB เท่านั้นนะครับ ถือว่าเป็นราคาสองพันกว่าบาทนะครับ ต้องอย่าลืมกันด้วยว่าราคาเบาๆ จะเอาสเปคระดับหรูคงเป็นสเปคที่ไม่จริงนะครับ ถึงแม้หน่วยความจำภายในจะให้มาน้อย ก็สามารถแก้ปัญห้าได้ด้วยการเพิ่ม micro sd card ได้สูงสุดที่ 32 GB ด้วยนั้นเอง

   สิ่งที่แถมให้มาในกล่องนั้นก็จะมีฟิล์มกันรอย รวมไปถึงคู่มือการใช้งานมาให้ แล้วในกล่องก็ยังไม่ได้ใส่แบตเตอร์รี่มาให้ ก็แยกมาข้างนอก ความจุแบตเตอร์รี่นั้นอยู่ที่ 2000 mAh นอกจากนั้นก็เป็นสายชาร์จ แล้วก็หัวชาร์จที่มีแรงดัน 5v 1A มาให้ด้วย ก็มีเท่านี้เองครับ ไม่ได้มีหูฟังมาให้ด้วย ก็คงต้องต้องไปหาซื้อใช้กันเอาเอง แล้วก็ไม่มีเคสมาให้ด้วย แต่คิดว่ามีขายข้างนอกแต่อาจจะซื้อหาใช้กันยากสักนิดหนึ่งเท่านั้นเอง มาถึงเรื่องของงานประกอบกันบ้างนะครับ เป็นบอดี้แบบพลาสติก เมื่อใส่แบตเตอร์รี่ ดูรายละเอียดรวมๆ แล้ว มีด้านบนมีตัดลายเป็นบอดี้โลหะมาเล็กน้อย ทำให้ดูสวยงาม งานประกอบถือว่าใช้ได้เลยครับ แน่นหนา แต่อาจจะไม่ได้ดูหรูหราเท่าไหร่ พื้นผิวด้านหลังเป็นสีด้าน ก็ไม่มีรอยนิ้วมือสักเท่าไหร่

   เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมา จะเห็นว่าสีสันของหน้าจอพอใช้ได้ครับ ไม่ได้ละเอียดมากเท่าไหร่ แต่ได้ทดสอบเล่นเว็บ อ่านข้อมูลต่างๆ ผ่านตัวเบราเซอร์ โดยเชื่อมต่อ 4G เรียบร้อยเลยเพื่อดูการจับสัญญาณ ถือว่าใช้งานได้ดีครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ระบบปฏิบัติการภายในก็เป็น Android 5.1.1 lollipop แล้ว ในส่วนของลูกเล่น UI ต่างๆ มีให้มาแบบเรียบๆ ครับ แล้วก็มีธีมบนหน้าจอต่างๆ รองรับอยู่บ้าง แต่สามารถโหลดเพิ่มเติมได้ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีลูกเล่นเยอะเท่าไหร่ ในส่วนของการใช้งานโซเชียล ก็ต้องบอกว่าพอใช้งานได้นะครับ หน้าจออาจจะเล็กไปบ้าง แล้วก็เรื่องของการ touch อาจจะมีเพี้ยนๆ ไปสักนิดหนึ่ง ส่วนของเสียงลำโพง ดังดีเลยทีเดียว ถือว่าใช้งานได้ปกติ ดู youtube เปิดเพลง ก็ถือว่าผ่าน ใช้งานได้ปกติ ลำโพงเสียงไม่แตก ไม่เพี้ยนแต่อย่างใด

   จุดเด่นที่แอดมินจับได้ในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ TP-Link Neffos C5L ที่คิดว่ามันเป็นจุดเด่นแล้วก็คุ้มค่ากับราคาที่บอกไปในช่วงต้นนอกจากจะรองรับ 4G ได้แล้วนั้น ก็คงเป็นเรื่องของกล้องหลังที่ค่อนข้างทำได้ดีเลยทีเดียว ดีในชนิดที่ว่าเกินตัว เกินราคา แต่ก็ไม่ได้ถึงระดับเพทแต่อย่างใดนะครับ ค่อนข้างที่จะคมชัด ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีนะดับหนึ่ง แต่ก็มีความเพี้ยนของภาพอยู่บ้างอาจจะเป้นเพราะความละเอียดของหน้าจอที่น้อยไป แต่โดยรวมแล้วถือว่าซื้อมาใช้งานขั้นพื้นฐานได้ดีเลยทีเดียวครับ

 

   

รีวิว TP-Link Neffos C5 สมาร์ทโฟนสเปคกลางๆ ในราคากลางๆ จะดีไหม

 

   ถ้าเอ่ยถึงแบรนด์ TP-Link ถามเพื่อนๆ ว่าถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ขึ้นมาจะนึกถึงอะไรครับ ส่วนมากก้จะบอกว่า เลาท์เตอร์ สิ หรือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการใช้งานในส่วนของคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เป็นจำพวกฮาร์ดแวร์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราในเว็บไซต์ 108plaza ครั้งนี้ ก็เป็นการรีวิวสินค้าในกลุ่ม TP-Link เช่นกัน แต่จะเป็นอะไร มาดูกันครับ

   ที่เห็นอยู่ในภาพตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้คือ TP-Link Neffos C5 นั้นเองครับ มันคือสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5 นิ้วขนาดที่กำลังจับถนัดมือมากเลยทีเดียว แต่แปลกใจใช่ไหมละครับเพื่อนๆ ว่าทำไม TP-Link เขามารุกตลาดสมาร์ทโฟนแล้วหรืออย่างไร แล้วมันจะดีหรือไม่ ในรีวิวครั้งนี้มีคำตอบครับ

   ซึ่งถ้าดูจาการดีไซน์ตัวเครื่อง ดูเผินๆ ไม่ได้เห็นโลโก้อะไร จะคล้ายกับตัว LG G3 อยู่มากเลยทีเดียว ถ้าใครจำได้นะครับ มาพร้อมกับขนาดจอ 5 นิ้วอย่างที่บอกไป หน่วยความจำในตัวเครื่องนั้น 16 GB RAM 2 GB เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาจะเห็นถึงความโดดเด่นของหน้าจอที่สีสันนั้นสดใส คมชัดดีเลยทีเดียว เรื่องของหน้าจอนั้นประทับใจมากเลยทีเดียวนะครับ แล้วจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของสมาร์ทโฟนเรื่องนี้ใช้ชิปประมวลผลเป็นตัว MTK แบบ 64-bit ด้วย ดังนั้นเนี่ยบอกเลยว่าการใช้งานทั่วไป อย่างเช่นการเข้าเว็บไซต์บนเบราเซอร์เนี่ยนะครับ บอกเลยว่าไหลื่นดีมาก ลื่นหัวแตกเลยแหละผมว่าอย่างนั้นนะครับ แล้วการเล่นโซเชียลละ เป็นอย่างไรบ้าง ก็ต้องบอกว่าเข้าเว็บแล้วดี เล่นโซเชียลก็ไม่หนีกันครับ คือใครที่อยากได้มือถือราคากลางๆ มาเล่นเน็ต เล่นเฟส ไม่เล่นเกมส์เนี่ยนะครับ คำตอบนี้อาจจะถูกใจคุณเลย เนื่องจากว่าตัวการ์ดจอตัวนี้เป็น Mali-T720 ซึ่งแอดมินเองก็เคยรีวิวมาหลายๆ รุ่นแล้ว ก็ต้องบอกว่าใครที่อยากจะได้มือถือเพื่อไว้เล่นเกมสืแบบจ๋าๆ เลย อย่างเดียวเลย อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นะครับ แต่ด้วยการพัฒนาของตัวการ์ดจอเองก็ดี แล้วก็ตัวชิปประมวลผลก็ดี ก็ทำให้ Mali-T720 เนี่ยนะครับ มันมีการพัฒนาตามไปด้วย ฉะนั้นแล้ว เครื่องนี้ก็ไม่ได้แย่มากนักถ้าจะเอาไปเล่นเกมส์ แต่ก็ต้องเจอแบบอารมณ์หน่วงๆ บ้างนะครับ ซึ่งก็ไม่ได้ไหลลื่นอะไรมากนักอย่างที่บอกไป ในส่วนของเสียงลำโพง ก็ถือว่าเสียงที่ให้มาอยู่ในระดับกลางๆ เช่นกัน ความดังก็อาจจะเบาไปนิดหนึ่ง แต่ถ้าใช้ในห้องก็สามารถได้ยินเสียงได้ดีเลยทีเดียว

   ในส่วนถัดมาเรามาดูเรื่องของกล้องในมือถือ TP-Link Neffos C5 กันบ้างนะครับ มาดูกันที่กล้องหลังกันก่อน ต้องบอกว่าจุดเด่นอย่างแรกที่เห็นก็คือมันมีลูกเล่นได้เยอะมากเลยทีเดียว เมื่อกดดูในโหมดต่างๆ ก็จะมีอย่างเช่น โหมดอัจฉริยะ เมื่อเราจะถ่ายวัตถุอะไร แตะโฟกัสไปปุ๊ป กล้องมันจะปรับสีให้ดูสดขึ้น ดูเข้มขึ้น ก็ทำให้ภาพนั้นสวยงามมากขึ้นด้วย แล้วตัวเซนเซอร์ที่ทำได้ในกล้องหลังนั้นบอกเลยว่าค่อนข้างดีซะด้วย แต่ก็ไม่ได้ดีเท่ากับกล้องราคาหลักหมื่นนะครับ แต่ถ้าใครที่อยากได้กล้องหลังราคาที่ไม่เกิน 5 พันบาทแบบนี้นะครับ ถือว่า TP-Link ตัวนี้น่าสนใจเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะมีโหมด HDR , manual แล้วก็อื่นๆ อีกเยอะเลยทีเดียว ถือว่าครบครัน ส่วนการถ่ายวีดีโอก็ทำได้สูงสุดที่ระดับ HD

   มาดูกนที่กล้องหน้าบ้าง ก็ต้องถือว่าดีในราคากลางๆ อีกละครับ จุดเด่นอยู่ที่กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide ด้วย การถ่ายเซลฟี่ก็ไม่ต้องห่วงเลย สามารถทำได้สบายๆ แล้วก็มีโหมดบิวตี้มาให้ได้ปรับเลือกกันด้วย ถ้าถามว่ากล้องหน้าอยู่ในระดับไหน ก็ต้องบอกว่าอยู่ในระดับใช้ได้ ไม่ได้ดีเวอร์ แต่ถ่ายมาแล้วก็ดูดีเลย ดูรู้เรื่อง ภาพไม่ได้แตก ไม่ได้เบลอ ซึ่งถ้าถ่ายในที่ปกติ แสงปกติ ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

   อีกหนึ่งจุดเด่นของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้แบบส่งท้ายสรุปเลยนะครับ TP-Link Neffos C5 สามารถที่จะรองรับการใช้งาน 4G LTE ได้ด้วย แล้วก็รองรับ 2 ซิม เพิ่มหน่วยความจำสำรองได้ เป็นแบบ micro sd card แล้วก็มีเข็มทิศนำทางครับ สามารถใช้กับแผนที่นำทางได้ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ราคา 5,000 พันมีทอนครับ เรียวก่าตัวสเปคแล้วก็การใช้งานอยู่ในระดับกลางๆ ราคากลางๆ แล้วก็มีศูนย์บริการเป็นศูนย์ซ่อมในบ้านเราด้วย เอาง่ายๆ ว่าถ้าใครเบื่อๆ สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนที่ราคาถูกๆ แต่คุณภาพบางทีก็ไม่ดี ก็ถือว่ามือถือตัวนี้น่าลองใช้งานครับ ส่วนเรื่องความทนทานนั้นต้องดูในระยะยาวอีกที แอดมินก็ตอบไม่ได้เพราะว่าพึ่งได้ตัวเครื่องมาใช้งานนั้นเองนะครับ

รีวิว Huawei P9 Plus กล้องชัด เสียงเพท สเปคแรงไม่มีใครเกิน

   กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้เลย หลังจากที่ Huawei เองได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดเทพ กล้องหลัง 2 ตัวจาก ไรก้า รวมไปถึงฟี่เจอร์เด็ดๆ โดนๆ ลำโพงคู่สองตัวบน-ล่าง ปรับได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ให้เสียงที่ต่างกันไป รวมไปถึงสเคปสุกแรงจาก Kirin ก็ยิ่งทำให้คนที่คิดจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนหรือเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ในครึ่งปีหลังนี้ ต้องหันกลับมามองสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนรุ่นนี้ Huaweri P9 Plus ซึ่งในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเราก็เลยนำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิว 5 จุดเด่นที่สำคัญๆ ที่อาจจะทำให้คุณต้องรีบไปซื้อมันมาให้ติดตามกันครับ

   มาดูจุดเด่นอย่างแรกของ Huawei P9 Plus กันเลยดีกว่า แน่นอนว่าเมื่อได้จับสัมผัสแล้วเนี่ย ก็ถือว่าเป็นคู่แข่งกับ iphone 7 ที่กำลังจะเปิดตัวมาอีกไม่นานนี้ได้เหมือนกันนะครับ เพราะว่าตัวเครื่องนั้นค่อนข้างสวยงามมากเลยทีเดียว ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ยูนิ บอดี้ ทั้งตัวเลย ความหนา 6.98 มม. หนัก 162 กรัม หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD เรียกว่าสีสันของจอนี่ไม่ธรรมดาครับ สีสด สวย ดูสบายตาดีเลยทีเดียว

   จุดเด่นในข้อที่ 2 ก็คงเป็นเรื่องของสเปคที่แรง มาพร้อกมับชิปที่เป็นของ Huawei เองด้วย กับ Kirin 955 Octa-core 8 แกนสมอง RAM 4 GB มาพร้อมกับ android 6.0 สามารถใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด เรียกว่าแรงพอๆ กับการเล่นเกมส์ทุกเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ได้หมดเลย สายเกมส์ สายแรงทั้งหลายแอดมินว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว ซึ่งข้อดีของสเปคแรงก็ส่งผลให้ตัวเครื่องไม่ค่อยร้อนด้วยหลังจากที่ใช้งานหนักๆ เวลานานๆ ถือว่าดีเลยทีเดียว

   จุดเด่นในข้อที่ 3 เป็นเรื่องของฟี่เจอร์ที่สามารถเคาะหน้าจอเพื่อที่จะเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า fresh touch จะเน้นการเคาะที่หน้าจอเพื่อสั่งการ หรือ ทำลูกเล่นอื่นๆ ได้ รวมไปถึงการแคปหน้าจอไปยาวๆ เลื่อนลงไปในกรณีที่เราต้องการอยากได้ข้อความยาวๆ เก็บเอาไว้ดู ก็สามารถทำได้ ก็ค่อนข้างสะดวกดีและก็ใช้งานได้ง่ายด้วยนะครับ

   มาถึงจุดที่ 4 ที่ชูจุดเด่นมาในมือถือเครื่องนี้ ก็คงเป็นที่ลำโพงคู่ ที่มีมาให้ด้านลนและด้านล่าง ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนมิติของเสียงได้ ถ้าปรับเป็นแนวนอน ลำโพงทั้งสองข้างจะทำงานแบบ สเตอริโอ แต่พอปรับมาแนวตั้ง ลำโพงด้านล่างจะเปลี่ยนมิติเสียงเป็นลำโพงเสียงเบส เสียงทุ้ม แล้วลำโพงด้านบนก็จะเป็นเสียงกลางแหลมที่ให้ความดังใช้ได้เลยทีเดียว คือ ถ้าฟังเพลง เน้นมิติเสียงดีๆ ก็ปรับบแนวตั้ง ถ้าเราอยากจะดูหนัง ดูซีรี่ย์ หรือ ดู youtube ก็จะใช้แนวนอนที่เป็นเสียงที่ surround มากขึ้นด้วยนั้นเอง คุณภาพเสียงถือว่าเยี่ยมเลยครับ เสียงดัง

   จุดเด่นอย่างสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั้นคือ กล้อง ที่เด่นที่สุดคือกล้องหลังที่เป็นแบบเลนส์คู่ ที่ Huawei เองได้จับมือและพัฒนาร่วมกับผู้ผลิตเลนส์กล้องชื่อดังระดับโลกอย่าง ไรก้า ที่ถือว่ามีชื่อเสียงและเรื่องราคาก็ถือว่าแพงมากเลยทีเดียว ซึ่งกล้องหลังมี 2 ตัวจะมีความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล จะแบ่งกันทำงาน กล้องตัวหนึ่งจะเก็บภาพสี และ กล้องอีกตัวหนึ่งจะเก็บภาพขาวดำ แล้วนำมาประมวลผลกัน ทำให้เกิดภาพที่ดูธรรมชาติที่สุด มีค่า f/2.2 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ wide ด้วย f/1.8 ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบการใช้กล้องในส่วนของกล้องหลังปรับไปที่โหมดโปร ค่อนข้างชอบในเรื่องของการแตะโฟกัสที่รวดเร็ว แล้วก็สามารถที่จะแตะจุดรับแสงและลากไปในส่วนใดก็ได้ที่เราต้องการ ก็ถือว่าอยากได้ภาพที่จุดไหนสว่าง จุดไหนชัด ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ อะไรแบบนี้ได้ค่อนข้างที่จะดีมากเลยทีเดียว แล้วใครที่เป็นช่างภาพ อาจจะไม่ต้องพกกล้องตัวใหญ่ๆ ไปถ่ายภาพก็ได้ เพราะ Huawei P9 Plus ตัวนี้สามารถที่จะถ่ายภาพเป็นไฟล์ raw เพื่อที่จะไปแต่งเพิ่มเติมในโปรแกรมอื่นๆ ได้ด้วย

   ก็ถือได้ว่าเปิดตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาได้อย่างน่าสนใจไปทั่วทั้งโลกเลยนะครับ ก็เรียกได้ว่าเป็นระบบ inter national กันเลยทีเดียว แซงหน้ามือถือค่ายดังๆ ไปอยู่ที่อันดับ 3 กันแล้วสำหรับ Huawei แล้วก็ Huawei P9 Plus ตัวนี้ก็เปิดตัวมาที่ราคา 2 หมื่นต้นๆ ก็ลองไปหาดู หาชม หรือซื้อหากันได้ตามร้านจำหนานสมาร์ทโฟนและสินค้าไอทีกันได้แล้ววันนี้ มี 3 สีให้เลือกซื้อกันในบ้านเรา ก็จะมี สีเงิน สีเทาข้างหน้าเป็นสีดำ แล้วก็สีทอง แต่คาดว่าจะมีสีอื่นๆ ตามมาอีกให้เลือกซื้อกันนะครับ

Wow! Update IT หลุดมาแล้วกับสมาร์ทโฟนเรือธงที่ใครๆ ตั้งตารอคอย oppo find 9 เชื่อว่าสเปคแรงและชาร์จไวเพียง 15 นาที เครื่องแรกของโลก

 

   ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ 108plaza ของเราจะมาอัพเดทข่าวในวงการสมาร์ทโฟนในฝั่งของ android กันสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าข่าวนี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ ส่วนตัวผมเองก็แอบรอคอยการมาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่เหมือนกัน หลังจากที่สมาร์ทโฟนในรุ่นก่อนหน้านี้ในเกือบทุกรุ่นที่ทำให้ผู้ใช้งานในบ้านเราติดอกติกใจและอยากจะใช้ต่อไปก็คือเรื่องของกล้อง ที่ผู้ผลิตค่ายนี้ทำมาได้ถูกใจคนไทยและคนทั่วโลก ในเรื่องของความเจ๋งของกล้อง แล้วต่อมาก็เปลี่ยนคำนิยามของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันว่าไม่ใช่ smartphone อีกต่อไปแต่จะเปลี่ยนมาเป็น cameraphone แทนนั้นเอง พูดมาแค่นี้ก็คงจะพอทราบกันแล้วใช่ไหมละครับว่าเราจะพาทุกท่านไปอัพเดทข่าวสมาร์ทโฟนของค่ายไหน ไปติดตามกันพร้อมๆ กับผมเลยครับ

   ตามสื่อในต่างประเทศเองก็เร่งกันกันประโคมข่าวเรื่องนี้เหลือเกินนะครับ สำหรับการหลุดสเปคและตัวเครื่องกันมาแบบคร่าวๆ ของสมาร์ทโฟนเรือธงของทาง oppo ที่หลังจากได้ทำตลาดในซีรี่ย์ oppo find 7 และ find 7a ในบ้านเราแล้วประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว แล้วคนที่ใช้งานในซีรี่ย์นี้รวมไปถึงคนอื่นๆ ที่จะรอการเปิดตัวรุ่นต่อยอดซีรี่ย์นี้ก็มีเยอะเช่นกัน แล้วล่าสุดนี้ oppo find 9 ก็หลุดออกมาอย่างที่เห็นในภาพด้านบนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นด้วยเทคโนโลยีแบบ vooc flash charge ที่เรียกว่าชาร์จเร็วแล้วเนี่ยนะครับ สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากไปกว่านั้นคือ oppo find 9 นี้จะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในโลกเลยที่สามารถชาร์จไวได้จาก 0-100 เปอร์เซ็นต์เต็มเนี่ยนะครับ ภายในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้จะจริงแค่ไหนนั้นต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนะครับ แต่สำหรับการประโคมข่าวนี้ก็อาจจะเป็นความจริงที่เชื่อถอได้ในข่าวต่างประเทศกันมากเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อห่วงไยจากนักพัฒนาในเรื่องของแบตเตอร์รี่โดยตรงได้ออกมาอธิบายว่า การที่แบตเตอร์รี่นั้นจะรับประจุที่ย้อนกลับเข้าไปใหม่ในเวลาอันรวดเร็วเกินไปแบบนี้ มันอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อการใช้งานในระยะยาวก็ได้ แล้วก็การคายประจุของแบตเตอร์รี่ออกมาก็อาจจะรวดเร็วกว่าการที่เราจะชาร์จในเวลาปกติก็เป็นได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ก็ต้องรอต่อไปนะครับว่านักพัฒนาของทาง oppo เองจะมีวิธีการแก้ไขในเรื่องนี้อย่างไร แล้วจะจริงเท็จแค่ไหน เชื่อว่าในอีกไม่นานนี้แน่นอน การเปิดตัวของ oppo find 9 ก็จะมีความชัดเจนกว่านี้แน่นอนครับ

   นอกจากเรื่องของการชาร์จไวแล้ว ทางทีมงานก็เข้าไปเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมจากทางเว็บแอป antutu อีกนั้น ก็ได้ทราบว่าในสเปคของตัวเครรื่อง oppo find 9 นั้นจะมาพร้อมกับตัวที่เป็นโมเดล X9007 ซึ่งภายในตัวเครื่องนั้นจะเป็นชิปประมวลผลสุดแรงอย่าง snapdragon 820 แบบ quad core แล้วก็จะให้ RAM 3 GB .ให้หน่วยความจำในตัวเครื่องมาที่ 32 GB ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1080p ถัดมาก็เป็นกล้องหลังที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แต่ความละเอียดของกล้องหน้าที่หลุดมาเพียง 4 ล้านพิกเซล ตรงนี้จะจริงหรือไม่ ทางทีมงานก็ยังสงสัยอยู่ว่า ความเป็น cameraphone ของทาง oppo จะปล่อยกล้องหล้าที่ความละเอียดน้อยแค่นี้มาได้จริงหรือ แต่อาจจะเป็นกล้องที่ความละเอียด 4 ล้านพิกเซลที่ระดับเทพ อย่างนั้นก็อาจจะเป็นได้นะครับ เพราะในตัว find 7 และ ตัว find 7a เองนั้นเรื่องกล้องหน้าก็ถือว่าจัดว่าเด็ดเลยทีเดียว พอมาถึงรุ่นต่อยอดแบบนี้ oppo เองผมเชื่อว่าไม่ปล่อยสเปคกล้องหน้าแบบไก่กาอาราเร่มาแน่นอนเลยนะครับ แต่สำหรับในสื่อต่างประเทศเองก็บอกเอาไว้ว่าในรุ่น oppo find 9 เองจะมีอีก 3 รุ่นย่อยที่เปิดตัวมาพร้อมกันมาให้ได้เลือกซื้อกันด้วยนะครับ ซึ่งสำหรับรุ่นที่แรงกว่านี้จะเป็นตัวความละเอียดหน้าจอที่ระดับ 2K แล้วจะมีตัว RAM 4 GB และตัว RAM 6 GB มาให้เลือกอีกด้วยนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าถ้า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมาอัพเดทข่าวสารกันก่อนใครในบ้านเราเป็นเรื่องจริงที่ว่า สามารถชาร์จได้ไวถึง 15 นาทีก็เต็มแล้วเนี่ยนะครับ จุดเด่นตรงนี้จะตอบโจทย์ใครหลายๆ คนที่ชอบติดมือถืออย่างมากเลยทีเดียวนะครับ เรียกว่าใครที่ชอบเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูซีรี่ย์ เล่นโซเชียลต่างๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะวางมือถือได้นาน อย่างไรแล้วก็ต้องติดตามข่าวกับทาง 108plaza อย่างใกล้ชิดนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดทุกการเคลื่อนไหวของวงการไอทีและ gadget นั้นเองครับ