รีวิวกล้องหน้าคู่สุดยอดเซลฟี่โฟนด้วย vivo V5 Plus

 

   หลังจากที่แอดมินได้ทำการรีวิวเรื่องของสเปและการใช้งานเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนที่ถือได้ว่าตอนนี้ น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหน้าที่สามารถถ่ายรูปได้ยอดเยี่ยมที่สุด ณ ช่วงต้นปี 2017 นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งเรากำลังหมายถึง vivo V5 Plus นั่นเอง แต่เนื่องด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้องหน้าคู่เครื่องแรกของ vivo ที่ทำออกมาวางตลาดกันแล้วในบ้านเรานั้น ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจและต้องนำมาให้รีวิวรายละเอียดอีกเยอะเลย ก็เลยเป็นที่มาของบทความในตอนนี้นั่นเอง

   เราจะมาเจาะลึกสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ตรงที่เรื่องของกล้องหน้าคู่แบบเจาะลึกกันเลยทีเดียวว่ามีประสิทธิภาพการใช้งานเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมกับมีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง เริ่มต้นด้วยการเข้ากล้องหน้าด้วยโหมดปกติ เปิดขึ้นมาก็พบว่าจุดเด่นเลยก็คือ มันสามารถจับภาพได้ค่อนข้างสว่าง และ ขนาดที่ยังไม่ได้เข้าสู่โหมดบิวตี้ โหมดยอดนิยม การเก็บรายละเอียดของภาพในโหมดปกติ ก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว มีความสว่าง พร้อมกับการเกลี่ยสีของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับมีความเป็นโหมดบิวตี้มาให้เลย ก็ถือว่าเขียนซอฟแวร์มาดีเลยทีเดียว น่าจะถูกจริตกับคนที่ชอบเซลฟี่ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงเลย ในโหมดปกติก็สามารถตั้งค่าตัวกล้องได้ด้วย พร้อมกับสามารถเปิดแฟลชกล้องหน้าได้ด้วย เป็นแฟลชแบบ soft light ที่จะไม่ทำให้ภาพที่ออกมาดูเกินความจริง เป็นแสงแบบนุ่มนวลนั่นเอง ไม่ขาวเกินไป ก็ทดสอบแล้วก็ทำได้ดีเลยในการถ่ายภาพในที่มืด แล้วก็จะมีโหมด HDR อยู่ด้านบนให้เลือกใช้งานเพื่อเน้นความคมชัดของภาพที่มากขึ้น แต่จุดเด่นของการมีกล้องหน้าคู่ ก็คือ สามารถใช้ถ่ายภาพเป็นโหมด โบเก้ หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอ นั่นเอง เราก็จะสามารถแตะจุดที่ต้องการให้โฟกัสและจุดที่ต้องการให้ละลายภาพได้แล้วด้วยในกล้องหน้าคู่ ซึ่งแต่เดิมปกติเราจะถ่ายโหมดนี้ได้จากทางกล้องหลังคู่ แต่พอมีมาในรุ่นนี้ก็ถือว่าน่าจะถูกจริตคนไทยอีกเช่นเดียวกัน

 

   การทดสอบใช้งานสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ด้วยการเข้ากล้อง แล้วปรบเป็นโหมด โบเก้ ก็แนะนำว่าถ้าอยู่ในที่สลัวๆ ให้เปิดแฟลชแบบออโต้ไว้ด้วย เพือให้แฟลชช่วยในเรื่องความสว่างจะดีกว่า จากนั้นถ้าเราต้องการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ ที่กล้องหน้าเราสามารถแตะโฟกัสจุดที่จะให้ชัดได้ จากนั้นเราก็สามารถปรับค่า f ให้ละลายภาพข้างหลังมากหรือน้อย จะมีให้เลือกปรับค่า f/2.0 แต่ให้ละลายมากที่สุดจะได้ที่ f/0.95 จากนั้นแอดมินเองก็ได้ทดสอบในที่สลัวๆ อีกด้วย ประมาณว่าจำลองให้ถ่ายในที่มึดเพื่อทดสอบการโฟกัสภาพและการละลายภาพ ก็พบว่าตัวกล้องมันสามารถทำได้ดีมากเลยทีเดียว ถ้าให้คะแนนก็เต็ม 10 ได้เลย เพราะเราเลือกได้ว่าจะให้ชัดทั้งหน้าและหลัง หรือ ชัดแค่หน้า เลือกได้และแฟลชก็ทำงานได้ดี เกลี่ยสีและแสงได้ดีทำให้ภาพออกมาสวยงามมากเลยทีเดียว คงพูดได้ว่าถ่ายในที่มึดก็ไม่มีปัญหาอะไร ภาพคมชัดดีมาก แต่ถ้าไม่อยากปรับตอนที่กำลังถ่าย เราก็สามารถมาปรับแต่งภาพชัด ภาพเบลอได้จากในแกลอรี่อีกด้วย เลือกแต่งภาพได้ภายหลัง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

   

รีวิว Alcatel Pixi 4 Plus Power สมาร์ทโฟนแบต 5,000 mAh ในราคา 3,790 บาท

 

       เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เปิดตัวกันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้กับแบรนด์ Alcatel ที่ผลิตสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ ราคาประหยัดเพียงแค่ 3,790 บาทเท่านั้นเอง มาพร้อมด้วยความจุดแบตเตอร์รี่ที่ 5,000 mAh กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในราคาเริ่มต้น มีรูปทรงและดีไซน์ที่ดูดี เรากำลังพูดถึงสมาร์ทโฟนที่อยู่ด้านบนนี้ Alcatel รุ่น Pixi 4 Plus Power นั่นเอง จะมีรายละเอียดอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลย

เริ่มต้นการรีวิวก็จะพูดถึงเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องกันก่อนว่าในงบไม่เกิน 4 พันบาทนี้เราได้อะไรมาบ้าง ก็จะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เป็นจอแบบ IPS ให้ความคมชัดระดับ HD ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นมือถือที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่และก็ไม่ได้เล็กจนเกินไปในการใช้งาน แต่หลายท่านอาจจะสงสัยว่า จอ 5.5 นิ้ว แต่ความละเอียดหน้าจอแค่ระดับ HD เท่านั้นเอง จะเพียงพอหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องบอกว่า ถ้าการใช้งานทั่วไป ดู youtube อ่านข้อความ เล่นโซเชียลต่างๆ ที่แสดงผลมาทางหน้าจอนั้น ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างพอเพียงแล้ว ไม่ได้ดูแย่จนภาพเบลอหรือดูไม่รู้เรื่อง ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้คมชัด จอสวย ใส เหมือนจอสเปคสูงๆ แต่อย่างใด แต่ตัวเครื่องเอง ก็เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติก ซึ่งเมื่อเช็คดูงานประกอบต่างๆ ในตัวเครื่องแล้วนั้น ก็พบว่าทำมาได้ดี แน่นหนาดี แต่อาจจะไม่ค่อนสมบุกสมบันสักเท่าไหร่ ถ้าใช้งานกันปกติก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ใครที่ใช้งานลุยๆ ไม่น่าจะเหมาะสักเท่าไหร่ ส่วนสีที่เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานกันในบ้านเรานั้น ก็จะมี 2 สีเท่านั้นเอง ก็จะมีสีขาว และ สีดำ ดีไซน์ตัวเครื่องด้านบนก็ยังคงมีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มม. อยู่ ยังไม่ได้ตัดทิ้งออกไป ส่วนด้านล่างตัวเครื่องนั้น ก็ยังคงใช้พอร์ดเชื่อมต่อที่เป็น micro usb อยู่เหมือนเดิม แต่ความพิเศษของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เนื่องจากว่ามันมีความจุแบตที่ 5,000 mAh นั้น มันสามารถที่จะทำตัวมันเองให้กลายเป็นเพาเวอร์แบงค์ชาร์จไฟให้กับเครื่องอื่นได้ ก็จะเสียบผ่านพอร์ดชาร์จแบตปกติ แล้วก็แชร์แบตเตอร์รี่ให้เครื่องอื่นได้ ดังนั้น มันเหมาะมากเลยสำหรับการเอาไว้เป็นเครื่องสำรอง ไม่ต้องมองหาเพาเวอร์แบงค์ พกเครื่องเดียวก็เหมือนพกเพาเวอร์แบงค์ในยามฉุกเฉินได้ด้วย ส่วนฝากหลังของตัวเครื่องนั้น สามารถถอดได้แต่ไม่สามารถถอดแบตได้ แต่จะสามารถใส่ซิมการ์ดและใส่เมมโมรี่ได้ที่ด้านหลังตัวเครื่อง

prs01

ในส่วนของสเปคภายในของสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้นั้น จะใช้ชิปประมวลผลของ Media Tek MT6580 RAM 1 GB ROM 8 GB ก็เป็นสเปคแบบพื้นฐานที่อาจจะต้องเพิ่มเมมโมรี่เข้าไปอีก เพราะแค่ระบบ OS ก็คิดว่าน่าจะใช้ไปมากแล้วสำหรับหน่วยความจำภายใน เนื่องจากในตัวเครื่องนั้นรอบรับ micro sd card ได้สูงสุดที่ 32 GB

แล้วถ้าถามว่าสมาร์ทโฟนสเปคเท่านี้ จะสามารถใช้งานในด้านไหนได้บ้าง ก็ต้องบอกว่า การใช้งานทั่วไป การโทรเข้า โทรออก การเล่นโซเชียลต่างๆ ทั้ง facebook,instragram , line , twitter และอื่นๆ ก็สามาระเล่นได้ รวมไปถึงการเข้าดู youtube เข้าเว็บไซต์บ้างเล็กน้อย ก็พอที่จะใช้งานได้แล้ว

มาดูกันที่เรื่องของสเปคกล้องของ Alcatel Pixi 4 Plus Power รุ่นนี้กันบ้าง ให้ความละเอียดของกล้องหน้ามาที่ 5 ล้านพิกเซล กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล ที่พิเศษไปกว่านั้น ก็มีไฟแฟลชมาให้ได้ใช้งานกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแบบนี้ ก็มีโหมดบิวตี้มาให้ได้ใช้งานแบบเซลฟี่กันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วย แต่ก็เป็นโหมดบิวตี้แบบเบาๆ คือปรับได้แค่ระดับความบิวตี้เท่านั้น ส่วนการปรับอย่างอื่นๆ อย่าง ผวิเนียน ตาโต คางเรียว อะไรแบบนี้นั้นปรับไม่ได้ แต่กล้องหน้าอาจจะไม่มีโหมดการใช้งานมาให้เลือกเล่นเยอะมากนักเท่ากับกล้องหลัง ซึ่งกล้องหลังเองก็จะมีโหมดทั่วไป โหมดบิวตี้ ถ่ายโพรารอยส์ได้ ถ่ายพาโนรามาร์ได้ ถ่ายคิวอาร์โค๊ตได้ พร้อมกับสามารถเปิดโหมด HDR ได้ พร้อมกับเข้าใช้งานในโหมดโปรแบบเบื้องต้น โดยเลือกที่จะปรับตั้งค่าของกล้องได้เล็กน้อยตามกล้องทั่วไปมี

prs02

ซึ่งคุณภาพของกล้องนั้น ก็ต้องบอกว่าได้คุณภาพของภาพที่ออกมาพอใช้งานได้ ดูรู้เรื่อง สีและแสงต่างๆ อาจจะไม่ได้เนียนตามากนัก แต่ก็เป็นสีที่ตรงพอสมควร การถ่ายในที่มีปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมีจุดด้อยตรงที่แสงน้อยและการคำนวณแสงช่วงการถ่ายย้อนแสงเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องบอกว่าราคาไม่ได้แพงมากนัก เป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่ต้องบอกว่ามีจุดเด่นเรื่องแบต แบตค่อนข้างอึด ใช้งานทั่วไปเกินกว่า 2 วันแน่นอน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใครที่สนใจก็ลองไปหาเล่นกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศมีวางจำหน่ายแล้วในบ้านเราตอนนี้

Review Samsung galaxy A7 2017 นึกว่าเป็น S7 ในร่างใหม่ คุ้มหรือไม่?

 

   Samsung Galaxy A7 2017 หลายๆ ท่านน่าจะเห็นรูปร่างหน้าตากันมาบ้างแล้ว ซึ่งมันก็จะเหมือนๆ กับ galaxy S7 ที่ผ่านมาแต่แปลงร่างแบบเบาๆ มาอยู่ใน A7 ปีนี้นั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตามสไตล์ Samsung ที่มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนจากเกาหลี แต่มันจะคุ้มค่ากับราคาอย่างไรบ้างนั้น ต้องมารีวิวกันเลย

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นแกะกล่องก็จะพบกับหูฟังแถมมาให้ด้วย สายชาร์จแบบ USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่เป็น Fast charge ด้วย จ่ายกระแสไฟที่ 9v 1.67A จากนั้นก็จะเป็นตัวเครื่อง ในเรื่องของดีไซน์นั้น samaung galaxy A7 2017 นั้นบอดี้แทบทั้งหมดเลยจะเป็นกระจก ทั้งด้านหน้าด้านหลัง ก็ถือว่ามีความพรีเมี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีบอดี้ที่เป็นโลหะบริเวณขอบด้านนอกเท่านั้นเอง ส่วนกระจกที่นำมาใช้กับตัวเครื่องนั้นเป็นแบบ 2.5D ก็จะเป็นกระจกแบบขอบโค้งด้านข้าง จุดนี้ถือว่าสามารถช่วยให้ความรู้สึกในการสัมผัส การจับถือที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่ามีความละมุนมือ ไม่บาดมือ และมั่นใจว่ามันจะไม่ลื่นเหมือนกับบอดี้ที่เป็นโลหะนั่นเอง

   จุดที่เปลี่ยนไปในเรื่องของการดีไซน์นั้น บริเวณด้านขวาจะมีปุ่มเพาเวอร์และมีลำโพงอยู่ด้วย ไม่ต้องแปลกใจว่าทำมลำโพงย้ายมาอยู่ด้านข้างปกติอยู่ด้านล่าง ซัมซุง ได้ย้ายมาเรียบร้อยแล้ว ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง และช่องใส่ซิมที่ 1 ส่วนด้านบนจะมีไมค์โคร 1 ตัว และช่องใส่ซิมช่องที่ 2 พร้อมกับมีอีกหนึ่งช่องแยกมาให้เป็นช่องใส่ micro sd card ด้วย นั่นหมายความว่าไม่ต้องไปเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ใส่กันได้เต็มๆ 2 ซิมกับ 1 เมมโมรี่ พร้อมกับรองรับการเกาะคลื่น 3G ได้ทั้ง 2 ซิมพร้อมกันอีกด้วย ด้านล่างจะมีไมค์โครโฟนอีกหนึ่งตัว มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ย้ายมาอยู่ทางด้านล่างแทนและก็ช่องเสียบชาร์จแบตนั่นเอง

   มากันที่เรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้วกันเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าใหญ่เต็มตาดีทีเดียว เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ด้วย ความละเอียดระดับ Full HD 1080p 386ppi สำหรับหน้าจอที่ใหญ่แบบนี้ แต่พอได้ไปเทียบกันจริงๆ แล้วตัวเครื่องยังถือว่าเล็กกว่า iPhone 7 Plus อีกด้วย ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าจอใหญ่ก็จริง แต่บอดี้นั้นจับถือได้ถนัดมือไม่เทอะทะแน่นอน

   หลังจากทดสอบใช้งานอย่างแรกออกกลางแจ้ง หน้าจอก็ยังสู้แสงได้ดี ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของหน้าจอที่ค่อนข้างชอบและถูกใจในจอของ ซัมซุง เอง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและออกแบบมาได้ดี ก็คือ การจับถือมาเล่นเกมส์ ซึ่งตัวลำโพงย้ายมาอยู่ทางด้านบนหรือด้านล่าง ก็ทำให้เราไม่เผลอเอานิ้วมือไปบล็อกเสียงเอาไว้ เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ที่อยู่ด้านล่าง ตรงนี้ถือว่าดีกว่าเยอะเลย มิติของเสียงลำโพงก็มีความดังใช้ได้เลย ส่วนปุ่มสแกนลาวนิ้วมือนั้น ก็จะอยู่ทางด้านหน้า ทดสอบใช้งานแล้วต้องบอกว่ารวดเร็วดีมาก แถมไม่มั่วด้วย คนอื่นมาสแกนก็ใช้งานไม่ได้ ถือว่าแม่นยำป้องกันความปลอดภัยในการเข้าถึงได้ดี และ อีกหนึ่งไม้เด็ดที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าในราคาหมื่นกลางๆ ก็คือ IP68 เป็นมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ได้ด้วย ก็เรียกว่ายกฟี่เจอร์ใน S7 มาปรับปรุงกันใหม่เลย ก็กันน้ำได้ลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานเป็นเวลา 30 นาที ใครที่เผลอทำเครื่องตกอ่างน้ำก็สบายๆ

   ในด้านของขุมพลังนั้น มาพร้อมกับ Exynos 7780 Octa-core GPU Mali-T830MP3 RAM 3GB ROM 32GB , NFC, FM radio , วัดประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วย antutu ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 58,758 คะแนน ก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าได้เยอะกว่านี้อีกนิดน่าจะเหมาะสมดี ในส่วนของการเล่นเกมส์ อาจจะไม่ใช่เครื่องที่แรงสะใจสำหรับคอเกมส์สายโหด แต่ก็ยังถือว่าเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกสวยๆ ได้สบายๆ คอเกมส์แบบทั่วไปนั้นรองรับได้สบายๆ ส่วนการเปรียบเทียบการใช้งานทั่วไป ถ้าเทียบกับตัวเพียวแอนดรอยด์แล้ว ก็ถือว่า A7 ตัวนี้ยังช้ากว่าเล็กน้อยในความรู้สึก แต่ก็มีการใช้งานที่ไหลลื่นดี

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องกล้องที่ให้ความละเอีย 16 ล้านพิกเซลทั้งหน้าและหลัง f/1.9 ออโต้ไฟกัสและ LED Flash เรื่องของโหมดการใช้งานไม่ต้องห่วงมีมาให้ครบ ถ้าไม่มีสามารถเข้าไปโหลดเพิ่มเติมได้ ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพทีได้นั้นก็ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ชัดเจนแน่นอน แต่ก็ยังให้สไตล์ภาพแนวเกาหลีอยู่ จะต่างจากมือถือแบรนด์จีนแน่นอน ตรงนี้ลองไปหาภาพตัวอย่างกันได้ แต่ที่เด่นจนแบรนด์อื่นสู้ไม่ได้ก็คือการถ่ายวีดีโอที่ให้ทั้งภาพและเสียงที่จัดว่าดีในหลายๆ รุ่นที่มีราคาหมื่นต้นๆ ขึ้นไปจนถึงเรือธง ก็คงพูดได้ว่า A7 2017 นี้ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจและน่าใช้งานดีเลยทีเดียว

สมาร์ทโฟนที่กำลังเป็นที่นิยม

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี่เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะ แน่นอนว่าเราจะต้องมีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ เป็นในส่วนของสมาร์ทโฟนนั้นเองก่อนหน้านี้กำลังจะมีการเปิดตัว iPhone 7 เราจึงจะมาพูดถึง iPhone 6 ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะก่อนที่จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่นั้นเอง สำหรับ iPhone 6 Plus ได้เปิดตัวออกมาพร้อมๆกับ iPhone 6 ซึ่งสำหรับ iPhone 6 Plusนั้นมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ซึ้งมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และด้วยที่มีหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดการใช้งานแนวนอนและมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่าอีกด้วย ในส่วนของการดีไซน์เครื่องนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องบางลง ปุ่มปรับระดับเสียงที่มีการดีไซน์รูปแบบใหม่ ปุ่ม Power ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ทางด้านขวา และกล้องด้านหลังมีลักษณะของการนู้นขึ้นมาเล็กน้อย มาพูดในเรื่องของจุดเด่นของ iPhone 6 Plus นั้นก็คงจะเป็นในเรื่องของหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ซึ่งก็มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 และในส่วนของเรื่องแบตเตอรี่ก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าซึ่งทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย ที่สำคัญมีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัวอีกด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในแนวนอนได้อีกด้วย

แค่นี้ยังไม่พอ iPhone 6 Plus ยังมาพร้อมกับหน้าจอที่มีความละเอียดแบบ Full HD มีพูดในส่วนของตัวเครื่องทั่วๆไปกันก่อน ในส่วนของเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมีเพียงแค่การสลับตำแหน่งของกล้องด้านหน้าย้ายจากทางด้านซ้ายของลำโพงไปอยู่ทางด้านบนของลำโพงสนทนาเป็นแทนเซ็นเซอร์ และในส่วนของปุ่ม Home ก็ยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมและเป็น Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ในส่วนของด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย กล้องด้านหลงมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหวนอกจากนี้เลนส์กล้องมีลักษณะของการยื่นออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย สำหรับ iPhone 6 Plus นอกจากจะรองรับการใช้งานในแนวตั้งแล้วยังสามารถที่จะรองรับการใช้งานในแนวนอนแบบเดียวกับ iPad ซึ่งถือว่าเป็น iPhone รุ่นแรกที่มีการรองรับการใช้งานในแนวนอน ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมากับเครื่อง สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple สำหรับในส่วนของเครื่อง iPhone 6 Plus มีหน้าจอขนาด 5.5. นิ้ว เป็นแบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ( 401 ppi) มีซิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor ในส่วนของกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280×960 พิกเซล ) รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode กล้องด้านหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบ Autofocus รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมกับแฟลชแบบ True Tone flash มีระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) มี Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ที่สำคัญมี Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการทำงานร่วมกับ Touch ID ในส่วนของความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 นั้นมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดด้วยกัน ในส่วนแรกจะเป็นในเรื่องของขนาดหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า ต่อมาจะเป็นในส่วนของความละเอียดของหน้าจอแสดงผล iPhone 6 Plus มีความละเอียดที่มากกว่า 1080×1920 พิกเซล ส่วน iPhone 6 มีความละเอียด 750×1334 พิกเซล และที่สำคัญ iPhone 6 Plus เป็นรุ่นแรกที่มีระบบกันภาพสั่นไหวที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยและ iPhone 6 Plus ยังเป็นรุ่นเดียวที่มีการใช้งานในโหมดของแนวนอนอีกด้วย

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจหรืออยากจะเป็นเจ้าของแล้วล่ะก็เชื่อได้ว่ารออีกสักนิด เชื่อได้ว่าเมื่อ iPhone 7 มีการเปิดตัวและวางจำหน่ายราคาของรุ่นนี้จะต้องลดลงอย่างแน่นอน จึงอยากจะให้เพื่อนๆรออีกสักนิดเชื่อได้ว่าเราจะได้ในราคาที่ถูกลงค่ะ หากใครที่มีความสนใจอยากจะลองเล่นดูถึงความแต่แตกแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปลองเล่นเครื่องจริงได้ที่ศูนย์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องที่มีการออกแบบดีไซน์ให้โค้งมนมากยิ่งขึ้นและมีสีให้เราเลือกมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในเรื่องของระบบปฏิบัติการต่างๆก็ถือได้ว่ามีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นจากแบบเดิมค่ะ การได้ลองสัมผัสของจริงเชื่อได้ว่าเพื่อนๆจะต้องตกหลุมรักและต้องตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอน ถือได้ว่า iPhone 6 ก็เป็นสามร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมและกำลังได้รับความสนใจนั้นเองค่ะ

   

มาทำความรู้จักกับ S-Pen อัจฉริยะกับ Galaxy Tab A with S Pen 9.7”

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนช่วงนี้ฝนตกบ่อยต้องดูแลสุขภาพกันหน่อยนะค่ะ สำหรับวันนี้เรามาพบกันเหมือนเช่นเคยก็แน่นอนค่ะว่าต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังน่าสนใจในปัจจุบันนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักและจุดประกายเป็นแนวทางสำหรับใครหลายๆคนที่กำลังอยากจะมีไว้ในครอบครองนั้นเองค่ะ สินค้าอินเทรนด์แนะนำในวันนี้ก็ยังคงอยู่ในโหมดของอุปกรณ์สื่อสารหรือจะเป็นประเภทสินค้าด้านไอทีนั้นเองค่ะ สินค้าได้ไอทีเชื่อได้ว่ารุ่นไหนออกมาก็มันจะกลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้อย่างไม่ยากเลย เนื่องจากในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในด้านของไอทีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากมีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอจึงทำให้มีการผลิตสินค้าในด้านนี้ออกมาอย่างมากและอย่างต่อเนื่องนั้นเอง จึงทำให้สินค้าด้านไอทีกลายเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับตลาดในปัจจุบันนี้ได้ไม่ยากนั้นเองค่ะ วันนี้เราจึงจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับสินค้าไอทีประเภทแท็บเล็ตนั้นเองค่ะ โดยเป็นแท็บเล็ตของ Samsung ซึ่งถือได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ Samsung ถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโดยกว้างอยู่แล้วนั้นเอง มีการผลิตรุ่นต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เราจะมาพูดถึงรุ่น Galaxy Tab A with S Pen ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกมาพร้อมกับปากกาที่สามารถทำให้เราใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้นด้วยนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมีความทันสมัยน่าพกพาอีกด้วย

   Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์การสื่อสารที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนๆก็คงจะได้เห็นการนำเสนอผ่านทางสื่อไปบ้างแล้ว วันนี้เราเลยจะมาลงลึกในเรื่องของรายละเอียดคุณสมบัติต่างๆของเครื่องกันมากกว่าค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A with S Pen นั้นมีปากกา S-Pen ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่สามารถยังทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ที่สำคัญไปกว่านั้นสามารถที่จะเปิดใช้งานแอปพิเคชั่นต่างๆได้หลายๆหน้าพร้อมกันโดยสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกัน มีระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจโดยมีการอัพเวอร์ชั่นอีกด้วย สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่มีความโฉบเฉี่ยวและยังคงมีความทันสมัย น่าพกพา โดยครั้งนี้เป็นการกลับมาของแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับปากกาอัจฉริยะ S-Pen ที่มีการดีไซน์ออกแบบมาใหม่ ทั้งในเรื่องของตัวเครื่องที่มีความบางเพียงแค่ 7.5 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักที่มีความเบาเป็นพิเศษซึ่งหมดปัญหาในเรื่องของการพกพาไปเลยค่ะ จับถนัดมือมีหน้าจอที่กว้างสามารถที่จะอ่านหรือเขียนได้อย่างสบายตาเลยค่ะ มีการรองรับในเรื่องของ 4G กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย ส่วนกล้องหน้านั้นมีขนาด 2 ล้านพิกเซล สำหรับหน่วยความจำภายในเครื่อง 16 GB นอกจากนี้เราสามารถที่จะเพิ่มความจำสูงสุดได้ถึง 128 GB อีกด้วยค่ะ สำหรับ Multi Window ที่ทำให้เราสามารถที่จะเปิดหลายๆแอพพลิเคชั่นได้ที่สำคัสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกันค่ะ จึงสามารถที่จะทำให้เราเชื่อมต่อการทำงานต่างๆร่วมกันได้โดยทันทีมีความสะดวกสบายในเรื่องของการใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้น Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว โดยที่สามารถถ่ายภาพที่คมชัดและมีโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย มีปากกา S-Pen ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่ทำให้เราสามารถที่จะเขียนได้เหมือนจริงสามารถที่จะจัดการอะไรได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command นั้นเองค่ะ เพียงแค่เรากดปุ่มเดียวบนปากกาก็สามารถที่จะเข้าสู่เมนูต่างๆได้นั้นเองค่ะ ปากกาสามารถที่จะจดงานบันทึกได้ทันทีโดยฟังก์ชั่น Action memo หรือสามารถที่จะเลือกคอนเทนต์อัจฉริยะด้วย Smart select นอกจากนั้นปากกาสามารถที่จะตัดต่อภาพได้อย่างอิสระตามที่เราต้องการได้อีกด้วยโดยเป็นการใช้ฟังก์ชั่น Image clip ไม่เพียงเท่านี้ Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะเชื่อมต่อกับ Samsung Smart TV เพื่อที่จะชมวีดีโอได้นั้นเองค่ะ

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่น่าสนใจและน่าจะมีไว้ในครอบครองสักเครื่อง เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองๆดูอยู่แล้วละก็เชื่อได้ว่าน่าจะตัดสินใจได้ไม่ยากค่ะ เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆที่เราได้พูดถึงนั้นมีความน่าสนใจและสามารถที่จะตอบโจทย์ได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจดบันทึกงานต่างๆการตัดต่อภาพถ่าย เพราะ Galaxy Tab A with S Pen มีปากกา S-Pen ที่สามารถจะใช้งานในจุดนั้นได้อย่างลงตัวค่ะ เพื่อนๆก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซน์หรือเข้าไปดูที่ศูนย์ Samsung นั้นเองค่ะ

รีวิว Wiko Robby เวอร์ชั่น RAM 2 GB แรงกว่าเดิม เพิ่มแค่ 300 บาท

 

   สำหรับ Wiko แล้วก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดเด่นของการทำตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราที่เน้นเรื่องของฟังก์ชั่นตัวเครื่องที่ครบครัน สเปคระดับกลางๆ แต่ราคานั้นแค่รุ่นเริ่มต้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขายของราคาประหยัด ซึ่งในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินได้เตรียมมานั้น ก็เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมา จากตัว RAM 1 GB กลายเป็นตัว RAM 2 GB แต่เชื่อหรือไม่ว่า เพิ่มเงินแค่ 300 บาทเท่านั้นเอง ก็ได้ตัว RAM 2 GB ไปใช้งานแล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็ยจุดขายที่ดึงลูกค้าให้มาสนใจ Wiko หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ในการรีวิวครั้งนี้ จะไปทดสอบดูสิว่า รุ่นก่อนหน้านี้ที่เคยรีวิวไปตัว RAM 1 GB กับรุ่นที่พัฒนาต่อมานี้ จะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ Wiko Robby

   จุดเด่นอย่างแรกเลยที่สัมผัสได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ ตัวบอดี้นั้นเป็นโลหะ แล้วก็จะมีด้านหน้าที่เป็นลำโพงคู่ ที่ให้พลังเสียงในการเปิดเพลง ในการดูซีรีส์ ดู youtube ต่างๆ เนี่ยนะครับ ก็ทำให้พลังเสียหรือมิติเสียงที่ได้มานั้นมันไม่ธรรมดากว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกันแบบนี้นะครับ ความจุของแบตเตอร์รี่ก็อาจจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง 2500 mAh แต่ก็สามารถใช้งานได้ปกติตลอดทั้งวันเช่นกัน นอกจากนั้นเมื่อเปิดเข้าไปใช้งานในตัวเครื่อง ก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 M เรียบร้อยแล้ว สเปคคร่าวๆ แบบนี้ กับราคาที่เปิดตัวมาที่แอดมินเองก็สอบถามไปทาง Wiko ในบ้านเราแล้ว ว่าทำไมราคามันต่างกันแต่ 300 บาทเอง กับตัวที่เอ็น แรม 1 กับแรม 2 จิกเนี่ยนะครับ ตัวล่าสุดแรม 2 จิกกะไบท์นั้น เปิดตัวมาที่บ้านเราเพียงแค่ 3,790 บาทเท่านั้นเอง งบก็ไม่เกิน 4 พันบาท ได้สเปคแบบนี้ก็ต้องบอกว่าน้อยแบรนด์นักที่จะให้สเปคแบบนี้มา Wiko เองก็เป็นแบรนด์จากฝรั่งเศสนะครับ แต่ก็คาดว่าจะสั่งผลิตที่จีนเช่นเดียวกัน แต่ก็มีการควบคุมมาตรฐานอยู่แล้ว ฉะนั้น บางครั้งเราเอาการใช้งานเป็นหลักดีกว่านะครับ สมาร์ทโฟนราคาแพงๆ ก็พังได้เช่นกัน

   เมื่อทำการเทสตัวเครื่องด้วยแอป antutu แล้วก็ได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 23450 คะแนน ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ อยู่ในระดับล่าง ตัวชิปประมาวลผลในตัวเครื่องก็เป็นตัว MTK 6580 วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz แบบ 4 แกนสมองเท่านั้น ตัวการ์ดจอก็ใช้ตัว Mali 400MP หน่วยความจำในตัวเครื่องก็ให้มาที่ 16 GB ให้ RAM 2 GB มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความคมชัดหน้าจอระดับ HD

   ทีนี้หลายคนมักจะเชื่อว่า การมีแรมเพิ่มขึ้นมา แล้วมันจะแรงขึ้น เร็วขึ้นแบบทันตาเห็นเลย บอกเลยว่ามันไม่ใช่นะครับ เพราะหน้าที่ของแรม มันคือหน่วยความจำชั่วคราวเท่านั้น แต่รอม มันคือหน่วยความจำสำรอง แต่ตัวเครื่องที่ทำให้แรงและเร็วจริงก็คงต้องไปดูที่ซีพียูแล้วล่ะครับ แต่ถามว่าการเพิ่มแรมมาเป็น 2 จิก นั้นดีหรือไม่ คำตอบคือมันดีแน่นอน ในกรณีที่เราเปิดแอปเอาไว้ซ้อนๆ กันหลายๆ ตัว แล้วทีนี้เราก็จะมาย้อนกลับมาเปิดแอปตัวแรกขึ้นมาใหม่ เหมือนกับการเรียกใช้ของเดิม ถ้าตรงนี้แรมเยอะ การเปิดแอปของเก่าขึ้นมาใหม่ ก็จะลื่นไหลดีมาก แต่ในส่วนของ Wiko Robby นั้น เมื่อเพิ่มแรมให้มาเป็น 2 จิก ก็ถือว่าดีต่อตัวเครื่องและการใช้งานหลายๆ แอปก็จะดีขึนด้วยนั้นเอง

   ต่อมาในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง เพื่อนๆ อาจจะสงสัยในใจว่าราคานี้ หน้าจอก็ใหญ่ดีนะ แล้วสีสันของหน้าจอแอดมินก็ค่อนข้างชอบและทำมาได้ดี ถ้าเราเอามือถือรุ่นนี้ไปเล่นเกมส์ยอดฮิตอย่างการจับโปเกมอน โก จะเล่นได้ไหม คำตอบคือ เล่นได้สบายๆ เลย แต่ตัวเครื่องอาจจะต้องพกแบตเตอร์รี่สำรองหรือเพาเวอร์แบงค์ไว้ด้วย เนื่องจากความจุแบตน้อยไปนิดหนึ่ง การเล่นเกมส์อื่นๆ ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ตัวเครื่องก็เล่นได้ แต่มันก็ไม่ได้เนียนตามากนัก แล้วก็ค่อนข้างที่จะหน่วงในบางช่วงด้วย แต่ที่ประทับใจคือเสียงลำโพงนี่แหละดังชัดเจนมากเลย

   เรื่องของกล้องก็ต้องชมเลยว่าในราคานี้ gadget สินค้าอินเทรนด์ประมาณนี้ มันมีการใช้งานที่ไม่อายใครเลยจริงๆ กล้องโดยรวมแล้วกล้องหลังดี แต่อาจจะไม่เนียนตามากนัก ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจจะไม่มีให้เลือกปรับตั้งค่าในโหมดโปรเยอะมาก แต่ก็มีมาครบในการใช้งานทั่วไป กล้องหน้าก็พอจะเซลฟี่ได้สบายๆ มีโหมดบิวตี้ มีให้เลือกเป็นภาพมุมกว้างแบบเลนส์ wide ก็ได้ด้วย ใครที่กำลังหามือถือราคาประหยัดหรือเครื่องสำรอง ก็ลองไปทดสอบใช้งานกันได้

 

รีวิว Samsung galaxy J1 v. 2016 สมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นจะดีหรือไม่

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเรามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง 108plaza แล้วในการรีวิวตอนนี้แอดมินก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าแต่นำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่ในแบรนด์ของทาง Samsung galaxy J1 v.2016 นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ รุ่นเริ่มต้นแบบเน้นความประหยัดเงินในกระเป๋า แต่มันจะทำงานได้ดีแค่ไหน ต้องไปติดตามการรีวิวนี้พร้อมๆ กันกับเรา

   เรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ก็ยังคงเน้นความเรียบง่ายอยู่คงเดิม เป็นตัวบอดี้ที่เป็นพลาสติกกึ่งด้านกึ่งเงา ทำให้ไม่ค่อยมีรอยนิ้วมือสักเท่าไหร่ น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 129 กรัม เท่านั้นเอง ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้น ที่สามารถใช้งานได้ทุกอย่างที่เป็นการใช้งานพื้นฐาน มาพร้อมกับสเปคที่ตัวเครื่องก็คือ กล้องหน้าให้ความละเอียดแบบพอใช้งานได้ ไม่เปลอไม่มึด ความละเอียดอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล มีแฟลดซ์ LED พร้อมกับระบบออโต้โฟกัส กล้องทั้งคู่มีค่า f/2.2 เท่ากัน ตัวหน้าจอมีขนาด 4.5 นิ้ว ขนาดเล็กกำลังพอดีต่อการพกพาอย่างมาก พร้อมกับสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Samsung ก็คือหน้าจอที่สีสันสดใสในสไตล์ AMOLED แต่ก็ถือว่าเป็นจอที่ยังไม่ได้คมชัดมากสักเท่าไหร่ ส่วนสเปคด้านในตัวเครื่องก็จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Quad core 4 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ ROM 8 GB RAM 1 GB แบบเบาๆ ให้พอใช้งานทั่วไปได้ ก็ต้องบอกว่าสเปคโดยรวมนั้น ถือว่าใครที่จะมองหาสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ที่ไม่ได้แพงมาก แต่อยากได้แบรนด์ที่ติดตลาด มีรอมที่ดี มีการใช้งานแบบว่าเอามาใช้เป็นเครื่องสำรอง หรือ ใช้สำหรับงานทั่วไป โทรเข้า โทรออก มีการใช้เข้าเว็บบ้างเล็กๆ น้อยๆ เล่นเกมส์บ้างนิดหน่อย เล่นโซเชียลบ้าง แต่ด้วยหน้าจอขนาดเล็ก ก็อาจจะไม่ค่อยถนัดกับคนมีอายุเยอะๆ สักเท่าไหร่ เพราะตัวหนังสือมันอาจจะเล็กไปนิด อาจจะไม่เต็มตาสักเท่าไหร่

   เทสด้วยแอปบน antutu ไปแล้วก็ได้คะแนนมาที่ประมาณ 21590 คะแนนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ไม่ได้แย่มากในเรื่องการใช้งานทั่วไปนะครับ จุดเด่นอย่างแรกเลยที่เราพบได้จากการใช้งาน ก็คือจะมีฟี่เจอร์ประหยัดพลังงานแบบ ultra saving mode มาให้ได้ใช้งานกัน ก็ใครที่ติดสมาร์ทโฟน ก็สามารถใช้โหมดนี้เล่นได้ทั้งวันแบบสบายๆ เลย แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนมักจะถามว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่ได้แพงถึงระดับเรือธงแบบนี้ มันเป็นรุ่นเริ่มต้นเท่านั้นเองแบบนี้ จะใช้งานได้มากแค่ไหน เล่นเกมส์โหดๆ ไปเลยได้ไหม คำตอบคือเล่นได้แต่ไม่ได้เล่นได้เนียนตา ลื่นไหลมากนัก เรื่องของเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็จะมีอาการหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเจอว่าใช้เกมส์หนักๆ มาเล่นแล้วจะเด้งออกหรือไม่รองรับ ใครที่อยากได้มาจับโปเกมอน โก ก็ยังถือว่าเล่นได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็อย่างที่บอกไป ด้วยความจุที่ไม่ได้มากนัก ด้วยตัวแรมที่น้อย มันอาจจะมีค้างบ้างถ้าเราเปิดค้างไว้หลายๆ แอปซ้อนกัน แล้วก็กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง บางทีอาจจะจำค่าเดิมเอาไว้ไม่ได้ ขอสรุปแบบนี้แล้วกันว่า ถ้าใครที่ไม่จริงจังเรื่องเกมส์มากนัก แต่บางครั้งเราอาจจะอยากเล่นเกมส์หนักๆ โหดๆ บ้าง ตัว galaxy J1 v.2016 รุ่นนี้ก็สามารถเล่นได้แบบที่ว่าพอจะแก้ขัดได้บ้าง

   ถัดมาก็เป็นการใช้งานในส่วนของความบันเทิงทั่วไป อย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ต้องบอกเลยว่าด้วยหน้าจอที่มีความคมชัดแบบที่ไม่ขี้เหร่ เรียกได้ว่าจอค่อนข้างสวยเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ แล้วก็เรื่องของเสียงลำโพงที่ได้จากตัวเครื่อง ก็ไม่ถือว่าขี้เหร่เช่นกัน เพราะว่ามีเสียงที่ดังดีมาก ชัดเจน แต่อาจจะขาดมิติของเสียงแหลมไปบ้าง เสียงในย่านต่ำๆ ก็อาจจะไม่ดีนักเท่าไหร่ แต่เสียงกลางก็ชัดเจนดี ดังนั้น ทำให้การดูคลิปวีดีโอ ดูซีรี่ส์ แล้วก็รวมไปถึงการใช้เล่นเกมส์ในช่วงต้น เล่นติดต่อกันมานานๆ ตัวเครื่องก็ยังไม่ร้อนมากนัก แล้วก็ทำได้ดี ลื่นไหลแบบไม่ทำให้รำคาญแต่อย่างใด

   แต่ก็ต้องเน้นย้ำว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ มันไม่เหมาะกับคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟนเรือธงมาก่อน ที่ลื่นไหลเอามากๆ แล้วมาใช้สมาร์ทโฟนเริ่มต้นที่บางครั้งอาจจะหน่วงๆ บ้าง ต้องรอมันบ้างแบบนี้ อีกอย่างด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ก็แค่เพียง 2050 mAh ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ก็ได้ แต่ใช้ระหว่างวันแบบปกติเปิดบ้างเพื่อเช็คโซเชียล ก็จะสามารถใช้งานได้

รีวิว Huawei Y6II สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ กล้องหน้าก็ไม่ธรรมดาในราคาแบบไทยๆ 6,000 มีทอน

 

   หลังจากที่ Huawei รุกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราไปสำเร็จและฮือฮาอย่างมากกับเทคโนโลยีกล้องคู่อย่าง Huawei P9 เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดก็บุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกครั้งด้วย gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza ของเราจะนำมารีวิวกันในตอนนี้เลย นั้นก็คือ สมาร์ทโฟนรุ่น Huawei Y6II

   ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากในซีรีส์เดิมก็คือตัว Huawei Y6 แล้วก็มาเป็นตัว Huawei Y6II รุ่นที่แอดมินนำมารีวิวกันในตอนนี้ มาพร้อมกับสเปคก็คือ ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ก็เป็นขนาดหน้าจอที่ถือว่ากำลังพอดีในช่วงนี้ ที่ผู้คนทั่วไปก็อยากจะใช้งานกันแบบเต็มตาและก็ถือว่าพกพาง่ายด้วยความบางความเบาของตัวเครื่องนั้นเอง ถัดมาก็เป็นความคมชัดของหน้าจอระดับ HD เมื่อได้จับตัวเครื่องแล้วก็รู้สึกว่างานประกอบก็แน่นหนาดี แต่เสียดายที่เป็นตัวบอดี้พลาสติกที่เปิดฝาหลังออกมาได้ ในตัวเครื่องก็จะรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แล้วก็รองรับการใช้งาน 4G LTE ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถเพิ่มเมมโมรี่ได้ต่างหากมากถึง 128 GB กันเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าฝาหลังเป็นพลาสติก ก็ถือว่าทำมาได้ดี สีสันที่ทำออกมาก็ถือว่ามีคุณภาพ ขอบตัวเครื่องก็เป็นแบบขอบโลหะ ดีไซน์ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ภาพพจน์ของมือถือจีนที่ดูแล้วไม่น่าใช้เลย ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Huawei เองก็เป็นระดับอินเตอร์แบรนด์ที่ทำสมาร์ทโฟนออกมาได้ค่อยข้างดี แต่ก็ต้องบอกว่าราคาก็น่าจะอยู่ในระดับ 5 พันบาทขึ้นไปก็จะสามารถใช้งานได้ดีหน่อยนะครับ พูดง่ายๆ ว่าคุณภาพก็ตามราคาอะไรแบบนั้น จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ มาพร้อมกับกล้องหลังที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล ค่า f/2.0 ทั้งคู่เลย เมื่อเปิดเครื่องเข้ามาก็จะรู้สึกแปลกๆ สักนิดหนึ่งสำหรับตัวแอดมินเองที่ไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนแบรนด์ Huawei มาเนี่ยนะครับ เพราะว่า UI ของ Huawei เองนั้นจะแตกต่างจากมือถือทั่วไปอยู่เหมือนกัน แต่พอใช้งานไปสักพักหนึ่ง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ก็ต้องปรับความรู้สึกการใช้งานกันสักนิดหนึ่งเท่านั้นเอง

   เมื่อเราทดสอบด้วยแอป antutu กันแล้ว ก็จะได้คะแนนอยู่ที่ 29889 ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ค่อนไปทางล่างสักนิดหนึ่ง ตัวหน้าจอก็เป็นแบบ IPS ที่แสดงผลออกมาก็ไม่ถือกับว่าขี้เหร่ แต่มันก็อาจจะไม่ได้สดเหมือนจากทางฝั่งเกาหลีเค้า ก็ดูๆ แล้วการแสดงผลก็ได้ตามธรรมชาติ ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร ซึ่งในตัวเครื่องก็จะเป็นซีพียูของทาง Huawei เองก็เป็น Kirin 620 วิ่งด้วยความเร็ว 1.2 GHz Octa-core ความจุของแบตเตอร์รี่ให้มาที่ 3000 mAh ก็ถือว่าใช้งานได้สบายๆ ใน 1 วัน เพราะตัวเครื่องไม่รองรับการชาร์จไว

   การใช้งานทั่วไป เรืองของการเข้าเว็บไซต์ที่เป็นเบราเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้งานเพื่อเล่นโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นใน facebook , instragram แล้วก็ในช่องทางอื่นๆ แบบทั่วไปที่ใช้งานกันเนี่ยนะครับ ผลการทดสอบมาประมาณสัก 1 สัปดาห์ ก็ต้องบอกเลยว่าใช้งานได้ดี ถึงแม้ว่าสเปคจะดูแล้วไม่ได้หวือหวาสักเท่าไหร่ แต่การใช้งานทั่วไปต้องบอกว่าลื่นไหลดีเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง แน่นอนว่าราคากลางๆ 5-6 พันบาทแบบนี้ ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจครับกับการเล่นเกมส์ ซึ่งแอดมินทดสอบการเล่นเกมส์ fifa 16 , Nova 3 หรือแม้แต่เกมส์ Pokemon GO เนี่ยไม่ต้องพูดถึงครับ เล่นได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่เกมส์ที่บอกไปช่วงต้น ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ ครับ แต่เนื่องด้วยหน้าจอที่มันได้แค่ HD เท่านั้น ภาพที่ได้มันอาจจะไม่ได้เนียนตา ไม่ได้แรงเท่ากับราคาหลักหมื่นนะครับ แต่ถามว่าซื้อมาแล้วเล่นได้ไหม คำตอบคือเล่นได้ เอาอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไป ถ้าไม่จริงจังกับเกมส์สักเท่าไหร่ เล่นบ้างเป็นครั้งคราวก็ถือว่าตอบโจทย์ครับ เพราะว่าเครื่องไม่ร้อนด้วย ในส่วนของคุณภาพเสียงลำโพง ผลการทดสอบก็คือ ให้ระดับกลางๆ แล้วกัน เสียงมีความดังดีมาก แต่เรื่องมิติเสียง เรื่องชิปเสียงยังทำมาไม่ได้ดีมากนัก แต่อย่าลืมว่าราคาอย่างที่บอกไปนะครับ ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

   จุดเด่นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่รีวิวไม่ได้เลยใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องหน้า มันถ่ายออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว คาดว่าน่าจะเหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบแต่งหน้า แต่อยากจะได้กล้องที่แต่งหน้าได้จากในกล้องแบบไม่ต้องพึ่งแอป ใน Huawei Y6II รุ่นนี้สามารถเลือกได้เลยว่าจะทำแก้มชมพู ทำขอบตา เขียนคิ้ว เลือกได้เลยทีเดียว มันเหมาะกับการเซลฟี่ การถ่ายวีดีโอทั้งกล้องหน้าและหลังก็จะได้ความละเอียดสูงสุดที่ Full HD กันเลยทีเดียว โดยรวมๆ แล้วมันเป็นสมาร์ทโฟนในราคาประหยัดที่ไม่ต้องถึงกับหลักหมื่นก็เล่นกับมันได้สนุกๆ ก็มีเข้ามาวางขายในบ้านเราแล้ว ลองไปหาทดสอบเล่นกันได้ตามร้านค้าชั้นนำนะครับ

รีวิว Xiaomi mi max สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6.44 นิ้ว สเปคเทพ กล้องแจ่ม แบตอึด แค่นี้จะเอาอะไรอีก

 

   ใครที่กำลังหาสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ หรือใครที่กำลังจะหา Tablet สักหนึ่งเครื่องที่หน้าจอ 7 นิ้ว อยู่ตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าหลายท่านจะต้องหันมามองสมาร์ทโฟนที่หน้าจอใหญ่พอๆ กับ Tablet แต่เรียกว่า Phablet แต่มันได้อะไรที่คุ้มค่ามากกว่า Tablet แน่นอน ไปรีวิว Xiaomi mi max กันเลย

   ต้องบอกเลยว่าหลังจากที่ได้ทดสอบใช้งานกันมาเบื้องต้นเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาแล้วนั้น อย่างแรกเลยทีสัมผัสได้ กล้องเทพ เครื่องลื่น เล่นเกมส์ได้ หน้าจอสวย แบตก็นาน หน้าจอก็ใหญ่ คือต้องบอกเลยเดี่ยวนี้สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนก็มีอะไรดีๆ มาให้ได้ใช้งานกันค่อนข้างเยอะ แล้วก็ราคาไม่ได้แพงด้วย ก็แค่หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง เป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ได้ติดแบรนด์ ว่าต้องเป็นแบรนด์ผลไม้ แบรนด์ ss อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งตัวสมาร์ทโฟน mi max เครื่องนี้ต้องบอกว่าหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.44 นิ้ว แต่มันจับหรือสัมผัสแล้วไม่ได้รู้สึกว่าใหญ่มากมายจนพกยากแต่อย่างใด เพราะตัวเครื่องนั้นมีความบาง ขอบจอที่บาง ข้างหลังตัวเครื่องก็จะมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ พร้อมกับไฟแฟลดซ์แบบทูโทน แล้วก็จะมีลำโพงอยู่ด้านล่าง ดีไซน์ก็ต้องบอกว่าสวยดีเลยทีเดียว

   ในเรื่องของชิปประมวลผลนั้นใช้เป็น snapdragon 650 การ์ดจอเป็น Adreno 510 ซึ่งต้องบอกว่าใครต้องการตัวแรงกว่านี้ จะมีรุ่นที่เป็นรุ่น Pro ออกมาขายด้วย จะแรงกว่านี้อีก แต่รีวิวรุ่นล่างก็ถือว่าแรงพอสมควรแล้วนะครับ ซึ่งเรื่องของสเปคต้องบอกว่าดีเลยทีเดียว แต่เน้นการใช้งานที่จะรีวิวก็คือ อย่างแรกการใช้งานเบื้องต้น การเข้าเว็บ ท่องเน็ต เล่นโซเชียล บอกเลยว่าไหลลื่นดีมาก แล้วก็การ touch screen ก็ถือว่าแตะแล้วติดมือดีไม่น้อยเลย คือต้องบอกเลยว่ามันอเนกประสงค์ดีจริงๆ นะครับ กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ทั้งคู่ กล้องหน้าก็ยังเป็นเลนส์ wide ด้วยให้มุมถ่ายภาพที่กว้าง เซลฟี่ได้สะใจ ให้มุมที่กว้างถึง 85 องศา ให้แรมมา 3 จิก แบตความจุ 4850 mAh ก็ถือว่ามันใช้งานได้ยาวๆ ทั้งวันทั้งคืน แล้วก็ทะลุไปข้ามวันเลย ก็ยังไม่หมด แต่ถ้าเล่นกันยาวๆ ก็ 1 วันเต็มๆ อยู่ได้สบายเลย

   แน่นอนว่าหลายคนซื้อสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ แบบนี้มา 6.44 นิ้ว อย่างแรกเลยที่คาดหวังและต้องการจะได้มาใช้งานก็คือ เรื่องของการเล่นเกมส์ มันต้องเล่นเกมส์ได้สะใจ ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรื่องของสเปคที่ถือได้ว่าเป็นตัวล่างสุดในรุ่นแล้วเนี่ยนะครับ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เล่นเกมส์ได้ไหลลื่นจนชนิดที่บอกว่าลื่นหัวแตกกันไปเลย ว่ากันง่ายๆ ในการเล่นเกมส์ก็ touch ได้ติดมือ ภาพเนียนตา ไม่สะดุด ไม่หน่วง เล่นเกมส์กราฟฟิกหนักๆ เอาอยู่ ไม่ต้องยกตัวอย่างเกมส์นะครับ เอาเป็นว่าหนักๆ จริงๆ ก็เล่นได้ แต่ถ้าไม่สะใจ ลองไปดูรุ่นที่เป็น snapdragon 652 RAM 4 GB ราคาก็จะแพงกว่านิดหนึ่ง แน่การันตีเลยว่าลื่นจริงๆ ในการเล่นเกมส์นะครับ ส่วนของเสียงลำโพง ก็ให้มาแค่ตัวเดียวด้านล่าง แต่เสียงก็ดังใช้ได้เลย เล่นเกมส์ก็สนุก แต่จะให้ครบรสก็ลองไปหาหูฟังเทพๆ สักตัวหนึ่งมาใช้งานเพิ่มเติม ก็จะช่วยให้เล่นเกมส์ได้สนุกยิ่งขึ้น การสัมผัสหรือ multi touch บนหน้าจอได้ทั้งหมด 10 จุด นอกจากนั้นก็จะมีเข็มทิศมาให้ด้วย สามารถที่จะใช้ GPS ได้ ใช้นำทางได้ เรื่องของการดาวน์โหลดก็ทำได้ใน play store ได้ปกติเลย

   เรื่องที่สำคัญเลยที่ต้องรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องนั้นเอง ก็คือเราย้ำกันอีกครั้ง การใช้งานทั่วไปไหลลื่น เล่นเกมส์ดี เสียงลำโพงดี แต่ไม่ถึงกับดีมาก หน้าจอสวยแต่อาจจะไม่สวยเท่าจอ LED ที่มันจะสดกว่านิดหน่อย ก็แล้วแต่ความชอบของบุคคลนะครับ ถัดมาก็คือเรื่องกล้องกันบ้าง ก็ต้องบอกว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ระดับ inter นะครับ เพราะฉะนั้นกล้องก็ถือว่าไม่ธรรมดา จุดเด่นเลยกล้องหน้าโฟกัสได้ไว แตะปับติดเลย นอกจากนั้นก็จะมีโหมดต่างๆ ทั้ง HDR บิวตี้ และอื่นๆ แต่ในโหมดโปรจะปรับได้แค่ค่าไวท์บาลานและ ISO เท่านั้นในกล้องหน้า ส่วนกล้องหลังก็จะเช่นเดียวกันคือโฟกัสติดเร็ว มีความสวยงามที่อยู่ในระดับดี คือเอาง่ายๆ ว่าถ้าไปซื้อแท็บเล็ดราคาหมื่นต้นๆ เชื่อว่ายังไม่มีตัวไหนที่ให้กล้องหน้าและกล้องหลังที่ดีเท่านี้เลย เพราะฉะนั้น มันก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแล้วกันสำหรับคนที่อยากได้แท็บเล็ดสักตัว แต่ตัวนี้มันคือสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจเลย ส่วนสเปคโดยละเอียดนั้นก็สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ xiaomi ได้เลยนะครับ

รีวิว Samsung Galaxy C Series สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวแล้วในจีน

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในตอนนี้เป็นสมาร์ทโฟนค่ายยักษ์ใหญ่ทางฝั่ง Android อย่าง Samsung ที่ในช่วงปลายเดือน มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องกลางใน Series C ขึ้นมาใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็มีการเปิดตัวในประเทศจีน แต่คาดว่าจะเข้ามาไทยหรือไม่นั้น ก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง เพราะคนไทยอาจจะต้องรอเปิดตัว Galaxy Note 7 เลยทีเดียว ใน C series นี้อาจจะไม่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา แต่อย่างไรแล้วก็ต้องติดตามกับทาง Samsung ประเทศไทยดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่การรีวิวของเราในครั้งนี้เราบินตรงกันไปที่จีนเลย เพื่อไปสัมผัสกับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ระหว่างตระกูล J และ ตระกูล A นั้นคือตระกูล C ทั้งสองรุ่นนี้ครับ

   Samsung Galaxy C5 และ C7 นี่คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวและวางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น ซัมซุง เอาไว้อยู่ มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นแบรนด์นี้นะครับ แต่เรื่องของสเปคและดีไซน์ตัวบอดี้นั้น ค่อนข้างจะเน้นในตลาดกลางและตลาดบนสักนิดหนึ่ง มาพร้อมกับสเปคที่ไม่ได้แรงมากมายอะไรนัก แต่ก็สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างไม่น่าห่วงมากนัก รวมไปถึงเรื่องกล้องที่ยังคงเน้นมาที่ค่า f น้อยๆ เพื่อให้กล้องนั้นดีทั้งด้านหน้าและหลัง รวมไปถึงหน้าจอที่เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบ super amoled รวมไปถึงบอดี้ที่เป็นแบบโลหะทั้งตัว ก็ถือว่าน่าสนใจ ใครที่ไปเมืองจีนก็อาจจะหิวมาใช้งานก็ได้เช่นกัน

   มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นกันเลยดีกว่า เรื่องของขนาดหน้าจอนั้น C5 จะอยู่ที่ 5.2 นิ้ว C7 จะมีขนาดหน้าจอที่ 5.7 นิ้ว ความคมชัดก็อยู่ที่ Full HD เท่ากันทั้ง 2 รุ่น ในเรื่องของความละเอียดกล้องหลังจะอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f/1.9 และ กล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/1.9 เช่นกัน กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ทำให้เรื่องของการเซลฟี่นั้นหายห่วงเลยทีเดียว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีสเปคกล้องที่เท่ากันด้วยนะครับ แต่แอดมินคิดว่าเมื่อได้ไปลองจับๆ มาแล้วด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าของตัว C7 ก็อาจจะทำให้กล้องหน้านั้นน่าใช้งานมากกว่านะครับ แต่โดยรวมแล้วเนี่ย ต้องบอกเลยว่าเอกลักษณ์ของกล้อง ซัมซุง ที่มีคววามสด แล้วก็ค่อนข้างสว่างเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่น่าสนใจและถ้าเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ก็คงขายดีไม่น้อยเลยทีเดียว ในเรื่องกล้องถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียวครับ

   สำหรับสเปคภายในของ C5 และ C7 นั้นจะมาพร้อมกับซีพียูที่เป็นตัว snapdragon 617 แบบ 8 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ RAM 4 GB ส่วนหน่วยความจำที่เปิดตัวมาให้เลือกในแต่ละรุ่นย่อยนั้น จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อยคือ รุ่นที่มี ROM 32 GB และ ROM 64 GB นั้นเอง แต่ในตลาดเมืองจีนจะเน้นไปที่ตัว 64 GB มากกว่า แต่ภายในตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่นหลักนี้ ก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้สูงสุดที่ 128 GB เช่นกัน สำหรับการรองรับการใช้งานเครือข่ายนั้น ก็สามารถรองรับ 2 ซิมการ์ดแบบนาโนซิม แล้วก็รองรับ 4G LTE ดังนั้น ถ้าใครที่หิวเข้ามาใช้งานในบ้านเรา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันนะครับ เรื่องของราคานั้นก็อย่างที่บอกว่าในเมืองจีนจะวางตำแหน่งทางการตลาดเอาไว้ที่ตัวกลางระหว่างตระกูล J กับ A ดังนั้น ราคาของตัว C5 ที่เมืองจีนก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ 1 หมื่นต้นๆ แล้วก็ตัว C7 นั้นจะอยู่ที่ราคา 1 หมื่นกลางๆ ในด้านของความจุแบตเตอร์รี่ก็อยู่ที่ 3300 mAh ในตัว C7 และ 2600 mAh ใน C5 ส่วนทั้งสองรุ่นก็จะมี NFC มาให้ใช้งานกันด้วย

   ในส่วนของภาพตัวอย่างสินค้าของเรา 2 ภาพด้านบนก็จะเป็นตัว C5 ส่วนภาพล่างสุดก็จะเป็นตัว C7 นั้นเองนะครับ ใครที่ชอบมือถือหน้าจอใหญ่ๆ นิดหนึ่ง เพื่อความคมชัดในการมองหน้าจอที่เต็มอื่ม ก็อาจจะชื่นชอบตัว C7 แต่ใครที่เน้นความสะดวกสบายในการพกพาก็มองไปที่ตัว C5 แต่ทั้งสองรุ่นนี้ ที่แอดมินสะดุดตาคือ การดีไซน์ด้านหลัง ต้องบอกว่ามันไปแอบเหมือนกับคู่แข่งทางฝั่ง IOS บ้างเล็กน้อย ก็ถือว่าสวยงามดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องลุ้นกันสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าสมาร์ทโฟนที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ มันจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปกับทางซัมซุงประเทศไทยด้วย