สมาร์ทโฟนที่กำลังเป็นที่นิยม

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี่เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะ แน่นอนว่าเราจะต้องมีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ เป็นในส่วนของสมาร์ทโฟนนั้นเองก่อนหน้านี้กำลังจะมีการเปิดตัว iPhone 7 เราจึงจะมาพูดถึง iPhone 6 ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะก่อนที่จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่นั้นเอง สำหรับ iPhone 6 Plus ได้เปิดตัวออกมาพร้อมๆกับ iPhone 6 ซึ่งสำหรับ iPhone 6 Plusนั้นมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ซึ้งมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และด้วยที่มีหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดการใช้งานแนวนอนและมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่าอีกด้วย ในส่วนของการดีไซน์เครื่องนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องบางลง ปุ่มปรับระดับเสียงที่มีการดีไซน์รูปแบบใหม่ ปุ่ม Power ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ทางด้านขวา และกล้องด้านหลังมีลักษณะของการนู้นขึ้นมาเล็กน้อย มาพูดในเรื่องของจุดเด่นของ iPhone 6 Plus นั้นก็คงจะเป็นในเรื่องของหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ซึ่งก็มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 และในส่วนของเรื่องแบตเตอรี่ก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าซึ่งทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย ที่สำคัญมีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัวอีกด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในแนวนอนได้อีกด้วย

แค่นี้ยังไม่พอ iPhone 6 Plus ยังมาพร้อมกับหน้าจอที่มีความละเอียดแบบ Full HD มีพูดในส่วนของตัวเครื่องทั่วๆไปกันก่อน ในส่วนของเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมีเพียงแค่การสลับตำแหน่งของกล้องด้านหน้าย้ายจากทางด้านซ้ายของลำโพงไปอยู่ทางด้านบนของลำโพงสนทนาเป็นแทนเซ็นเซอร์ และในส่วนของปุ่ม Home ก็ยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมและเป็น Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ในส่วนของด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย กล้องด้านหลงมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหวนอกจากนี้เลนส์กล้องมีลักษณะของการยื่นออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย สำหรับ iPhone 6 Plus นอกจากจะรองรับการใช้งานในแนวตั้งแล้วยังสามารถที่จะรองรับการใช้งานในแนวนอนแบบเดียวกับ iPad ซึ่งถือว่าเป็น iPhone รุ่นแรกที่มีการรองรับการใช้งานในแนวนอน ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมากับเครื่อง สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple สำหรับในส่วนของเครื่อง iPhone 6 Plus มีหน้าจอขนาด 5.5. นิ้ว เป็นแบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ( 401 ppi) มีซิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor ในส่วนของกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280×960 พิกเซล ) รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode กล้องด้านหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบ Autofocus รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมกับแฟลชแบบ True Tone flash มีระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) มี Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ที่สำคัญมี Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการทำงานร่วมกับ Touch ID ในส่วนของความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 นั้นมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดด้วยกัน ในส่วนแรกจะเป็นในเรื่องของขนาดหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า ต่อมาจะเป็นในส่วนของความละเอียดของหน้าจอแสดงผล iPhone 6 Plus มีความละเอียดที่มากกว่า 1080×1920 พิกเซล ส่วน iPhone 6 มีความละเอียด 750×1334 พิกเซล และที่สำคัญ iPhone 6 Plus เป็นรุ่นแรกที่มีระบบกันภาพสั่นไหวที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยและ iPhone 6 Plus ยังเป็นรุ่นเดียวที่มีการใช้งานในโหมดของแนวนอนอีกด้วย

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจหรืออยากจะเป็นเจ้าของแล้วล่ะก็เชื่อได้ว่ารออีกสักนิด เชื่อได้ว่าเมื่อ iPhone 7 มีการเปิดตัวและวางจำหน่ายราคาของรุ่นนี้จะต้องลดลงอย่างแน่นอน จึงอยากจะให้เพื่อนๆรออีกสักนิดเชื่อได้ว่าเราจะได้ในราคาที่ถูกลงค่ะ หากใครที่มีความสนใจอยากจะลองเล่นดูถึงความแต่แตกแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปลองเล่นเครื่องจริงได้ที่ศูนย์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องที่มีการออกแบบดีไซน์ให้โค้งมนมากยิ่งขึ้นและมีสีให้เราเลือกมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในเรื่องของระบบปฏิบัติการต่างๆก็ถือได้ว่ามีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นจากแบบเดิมค่ะ การได้ลองสัมผัสของจริงเชื่อได้ว่าเพื่อนๆจะต้องตกหลุมรักและต้องตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอน ถือได้ว่า iPhone 6 ก็เป็นสามร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมและกำลังได้รับความสนใจนั้นเองค่ะ

   

มาทำความรู้จักกับ S-Pen อัจฉริยะกับ Galaxy Tab A with S Pen 9.7”

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนช่วงนี้ฝนตกบ่อยต้องดูแลสุขภาพกันหน่อยนะค่ะ สำหรับวันนี้เรามาพบกันเหมือนเช่นเคยก็แน่นอนค่ะว่าต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังน่าสนใจในปัจจุบันนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักและจุดประกายเป็นแนวทางสำหรับใครหลายๆคนที่กำลังอยากจะมีไว้ในครอบครองนั้นเองค่ะ สินค้าอินเทรนด์แนะนำในวันนี้ก็ยังคงอยู่ในโหมดของอุปกรณ์สื่อสารหรือจะเป็นประเภทสินค้าด้านไอทีนั้นเองค่ะ สินค้าได้ไอทีเชื่อได้ว่ารุ่นไหนออกมาก็มันจะกลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้อย่างไม่ยากเลย เนื่องจากในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในด้านของไอทีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากมีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอจึงทำให้มีการผลิตสินค้าในด้านนี้ออกมาอย่างมากและอย่างต่อเนื่องนั้นเอง จึงทำให้สินค้าด้านไอทีกลายเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับตลาดในปัจจุบันนี้ได้ไม่ยากนั้นเองค่ะ วันนี้เราจึงจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับสินค้าไอทีประเภทแท็บเล็ตนั้นเองค่ะ โดยเป็นแท็บเล็ตของ Samsung ซึ่งถือได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ Samsung ถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับของตลาดโดยกว้างอยู่แล้วนั้นเอง มีการผลิตรุ่นต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เราจะมาพูดถึงรุ่น Galaxy Tab A with S Pen ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกมาพร้อมกับปากกาที่สามารถทำให้เราใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้นด้วยนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมีความทันสมัยน่าพกพาอีกด้วย

   Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์การสื่อสารที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนๆก็คงจะได้เห็นการนำเสนอผ่านทางสื่อไปบ้างแล้ว วันนี้เราเลยจะมาลงลึกในเรื่องของรายละเอียดคุณสมบัติต่างๆของเครื่องกันมากกว่าค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A with S Pen นั้นมีปากกา S-Pen ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่สามารถยังทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ที่สำคัญไปกว่านั้นสามารถที่จะเปิดใช้งานแอปพิเคชั่นต่างๆได้หลายๆหน้าพร้อมกันโดยสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกัน มีระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจโดยมีการอัพเวอร์ชั่นอีกด้วย สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่มีความโฉบเฉี่ยวและยังคงมีความทันสมัย น่าพกพา โดยครั้งนี้เป็นการกลับมาของแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับปากกาอัจฉริยะ S-Pen ที่มีการดีไซน์ออกแบบมาใหม่ ทั้งในเรื่องของตัวเครื่องที่มีความบางเพียงแค่ 7.5 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักที่มีความเบาเป็นพิเศษซึ่งหมดปัญหาในเรื่องของการพกพาไปเลยค่ะ จับถนัดมือมีหน้าจอที่กว้างสามารถที่จะอ่านหรือเขียนได้อย่างสบายตาเลยค่ะ มีการรองรับในเรื่องของ 4G กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย ส่วนกล้องหน้านั้นมีขนาด 2 ล้านพิกเซล สำหรับหน่วยความจำภายในเครื่อง 16 GB นอกจากนี้เราสามารถที่จะเพิ่มความจำสูงสุดได้ถึง 128 GB อีกด้วยค่ะ สำหรับ Multi Window ที่ทำให้เราสามารถที่จะเปิดหลายๆแอพพลิเคชั่นได้ที่สำคัสามารถที่จะเปิดได้สูงสุดถึง 5 หน้าจอด้วยกันค่ะ จึงสามารถที่จะทำให้เราเชื่อมต่อการทำงานต่างๆร่วมกันได้โดยทันทีมีความสะดวกสบายในเรื่องของการใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้น Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว โดยที่สามารถถ่ายภาพที่คมชัดและมีโฟกัสอัตโนมัติอีกด้วย มีปากกา S-Pen ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command ซึ่งเป็นปากกาอัจฉริยะที่ทำให้เราสามารถที่จะเขียนได้เหมือนจริงสามารถที่จะจัดการอะไรได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำงานพร้อมกับฟังก์ชั่น Air Command นั้นเองค่ะ เพียงแค่เรากดปุ่มเดียวบนปากกาก็สามารถที่จะเข้าสู่เมนูต่างๆได้นั้นเองค่ะ ปากกาสามารถที่จะจดงานบันทึกได้ทันทีโดยฟังก์ชั่น Action memo หรือสามารถที่จะเลือกคอนเทนต์อัจฉริยะด้วย Smart select นอกจากนั้นปากกาสามารถที่จะตัดต่อภาพได้อย่างอิสระตามที่เราต้องการได้อีกด้วยโดยเป็นการใช้ฟังก์ชั่น Image clip ไม่เพียงเท่านี้ Galaxy Tab A with S Pen สามารถที่จะเชื่อมต่อกับ Samsung Smart TV เพื่อที่จะชมวีดีโอได้นั้นเองค่ะ

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A with S Pen เป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่น่าสนใจและน่าจะมีไว้ในครอบครองสักเครื่อง เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองๆดูอยู่แล้วละก็เชื่อได้ว่าน่าจะตัดสินใจได้ไม่ยากค่ะ เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆที่เราได้พูดถึงนั้นมีความน่าสนใจและสามารถที่จะตอบโจทย์ได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจดบันทึกงานต่างๆการตัดต่อภาพถ่าย เพราะ Galaxy Tab A with S Pen มีปากกา S-Pen ที่สามารถจะใช้งานในจุดนั้นได้อย่างลงตัวค่ะ เพื่อนๆก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซน์หรือเข้าไปดูที่ศูนย์ Samsung นั้นเองค่ะ

รีวิว Wiko Robby เวอร์ชั่น RAM 2 GB แรงกว่าเดิม เพิ่มแค่ 300 บาท

 

   สำหรับ Wiko แล้วก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดเด่นของการทำตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราที่เน้นเรื่องของฟังก์ชั่นตัวเครื่องที่ครบครัน สเปคระดับกลางๆ แต่ราคานั้นแค่รุ่นเริ่มต้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขายของราคาประหยัด ซึ่งในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินได้เตรียมมานั้น ก็เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมา จากตัว RAM 1 GB กลายเป็นตัว RAM 2 GB แต่เชื่อหรือไม่ว่า เพิ่มเงินแค่ 300 บาทเท่านั้นเอง ก็ได้ตัว RAM 2 GB ไปใช้งานแล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็ยจุดขายที่ดึงลูกค้าให้มาสนใจ Wiko หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ในการรีวิวครั้งนี้ จะไปทดสอบดูสิว่า รุ่นก่อนหน้านี้ที่เคยรีวิวไปตัว RAM 1 GB กับรุ่นที่พัฒนาต่อมานี้ จะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ Wiko Robby

   จุดเด่นอย่างแรกเลยที่สัมผัสได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ ตัวบอดี้นั้นเป็นโลหะ แล้วก็จะมีด้านหน้าที่เป็นลำโพงคู่ ที่ให้พลังเสียงในการเปิดเพลง ในการดูซีรีส์ ดู youtube ต่างๆ เนี่ยนะครับ ก็ทำให้พลังเสียหรือมิติเสียงที่ได้มานั้นมันไม่ธรรมดากว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกันแบบนี้นะครับ ความจุของแบตเตอร์รี่ก็อาจจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง 2500 mAh แต่ก็สามารถใช้งานได้ปกติตลอดทั้งวันเช่นกัน นอกจากนั้นเมื่อเปิดเข้าไปใช้งานในตัวเครื่อง ก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 M เรียบร้อยแล้ว สเปคคร่าวๆ แบบนี้ กับราคาที่เปิดตัวมาที่แอดมินเองก็สอบถามไปทาง Wiko ในบ้านเราแล้ว ว่าทำไมราคามันต่างกันแต่ 300 บาทเอง กับตัวที่เอ็น แรม 1 กับแรม 2 จิกเนี่ยนะครับ ตัวล่าสุดแรม 2 จิกกะไบท์นั้น เปิดตัวมาที่บ้านเราเพียงแค่ 3,790 บาทเท่านั้นเอง งบก็ไม่เกิน 4 พันบาท ได้สเปคแบบนี้ก็ต้องบอกว่าน้อยแบรนด์นักที่จะให้สเปคแบบนี้มา Wiko เองก็เป็นแบรนด์จากฝรั่งเศสนะครับ แต่ก็คาดว่าจะสั่งผลิตที่จีนเช่นเดียวกัน แต่ก็มีการควบคุมมาตรฐานอยู่แล้ว ฉะนั้น บางครั้งเราเอาการใช้งานเป็นหลักดีกว่านะครับ สมาร์ทโฟนราคาแพงๆ ก็พังได้เช่นกัน

   เมื่อทำการเทสตัวเครื่องด้วยแอป antutu แล้วก็ได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 23450 คะแนน ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ อยู่ในระดับล่าง ตัวชิปประมาวลผลในตัวเครื่องก็เป็นตัว MTK 6580 วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz แบบ 4 แกนสมองเท่านั้น ตัวการ์ดจอก็ใช้ตัว Mali 400MP หน่วยความจำในตัวเครื่องก็ให้มาที่ 16 GB ให้ RAM 2 GB มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความคมชัดหน้าจอระดับ HD

   ทีนี้หลายคนมักจะเชื่อว่า การมีแรมเพิ่มขึ้นมา แล้วมันจะแรงขึ้น เร็วขึ้นแบบทันตาเห็นเลย บอกเลยว่ามันไม่ใช่นะครับ เพราะหน้าที่ของแรม มันคือหน่วยความจำชั่วคราวเท่านั้น แต่รอม มันคือหน่วยความจำสำรอง แต่ตัวเครื่องที่ทำให้แรงและเร็วจริงก็คงต้องไปดูที่ซีพียูแล้วล่ะครับ แต่ถามว่าการเพิ่มแรมมาเป็น 2 จิก นั้นดีหรือไม่ คำตอบคือมันดีแน่นอน ในกรณีที่เราเปิดแอปเอาไว้ซ้อนๆ กันหลายๆ ตัว แล้วทีนี้เราก็จะมาย้อนกลับมาเปิดแอปตัวแรกขึ้นมาใหม่ เหมือนกับการเรียกใช้ของเดิม ถ้าตรงนี้แรมเยอะ การเปิดแอปของเก่าขึ้นมาใหม่ ก็จะลื่นไหลดีมาก แต่ในส่วนของ Wiko Robby นั้น เมื่อเพิ่มแรมให้มาเป็น 2 จิก ก็ถือว่าดีต่อตัวเครื่องและการใช้งานหลายๆ แอปก็จะดีขึนด้วยนั้นเอง

   ต่อมาในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง เพื่อนๆ อาจจะสงสัยในใจว่าราคานี้ หน้าจอก็ใหญ่ดีนะ แล้วสีสันของหน้าจอแอดมินก็ค่อนข้างชอบและทำมาได้ดี ถ้าเราเอามือถือรุ่นนี้ไปเล่นเกมส์ยอดฮิตอย่างการจับโปเกมอน โก จะเล่นได้ไหม คำตอบคือ เล่นได้สบายๆ เลย แต่ตัวเครื่องอาจจะต้องพกแบตเตอร์รี่สำรองหรือเพาเวอร์แบงค์ไว้ด้วย เนื่องจากความจุแบตน้อยไปนิดหนึ่ง การเล่นเกมส์อื่นๆ ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ตัวเครื่องก็เล่นได้ แต่มันก็ไม่ได้เนียนตามากนัก แล้วก็ค่อนข้างที่จะหน่วงในบางช่วงด้วย แต่ที่ประทับใจคือเสียงลำโพงนี่แหละดังชัดเจนมากเลย

   เรื่องของกล้องก็ต้องชมเลยว่าในราคานี้ gadget สินค้าอินเทรนด์ประมาณนี้ มันมีการใช้งานที่ไม่อายใครเลยจริงๆ กล้องโดยรวมแล้วกล้องหลังดี แต่อาจจะไม่เนียนตามากนัก ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจจะไม่มีให้เลือกปรับตั้งค่าในโหมดโปรเยอะมาก แต่ก็มีมาครบในการใช้งานทั่วไป กล้องหน้าก็พอจะเซลฟี่ได้สบายๆ มีโหมดบิวตี้ มีให้เลือกเป็นภาพมุมกว้างแบบเลนส์ wide ก็ได้ด้วย ใครที่กำลังหามือถือราคาประหยัดหรือเครื่องสำรอง ก็ลองไปทดสอบใช้งานกันได้

 

รีวิว Samsung galaxy J1 v. 2016 สมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นจะดีหรือไม่

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเรามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง 108plaza แล้วในการรีวิวตอนนี้แอดมินก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าแต่นำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่ในแบรนด์ของทาง Samsung galaxy J1 v.2016 นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ รุ่นเริ่มต้นแบบเน้นความประหยัดเงินในกระเป๋า แต่มันจะทำงานได้ดีแค่ไหน ต้องไปติดตามการรีวิวนี้พร้อมๆ กันกับเรา

   เรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ก็ยังคงเน้นความเรียบง่ายอยู่คงเดิม เป็นตัวบอดี้ที่เป็นพลาสติกกึ่งด้านกึ่งเงา ทำให้ไม่ค่อยมีรอยนิ้วมือสักเท่าไหร่ น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 129 กรัม เท่านั้นเอง ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้น ที่สามารถใช้งานได้ทุกอย่างที่เป็นการใช้งานพื้นฐาน มาพร้อมกับสเปคที่ตัวเครื่องก็คือ กล้องหน้าให้ความละเอียดแบบพอใช้งานได้ ไม่เปลอไม่มึด ความละเอียดอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล มีแฟลดซ์ LED พร้อมกับระบบออโต้โฟกัส กล้องทั้งคู่มีค่า f/2.2 เท่ากัน ตัวหน้าจอมีขนาด 4.5 นิ้ว ขนาดเล็กกำลังพอดีต่อการพกพาอย่างมาก พร้อมกับสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Samsung ก็คือหน้าจอที่สีสันสดใสในสไตล์ AMOLED แต่ก็ถือว่าเป็นจอที่ยังไม่ได้คมชัดมากสักเท่าไหร่ ส่วนสเปคด้านในตัวเครื่องก็จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Quad core 4 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ ROM 8 GB RAM 1 GB แบบเบาๆ ให้พอใช้งานทั่วไปได้ ก็ต้องบอกว่าสเปคโดยรวมนั้น ถือว่าใครที่จะมองหาสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ที่ไม่ได้แพงมาก แต่อยากได้แบรนด์ที่ติดตลาด มีรอมที่ดี มีการใช้งานแบบว่าเอามาใช้เป็นเครื่องสำรอง หรือ ใช้สำหรับงานทั่วไป โทรเข้า โทรออก มีการใช้เข้าเว็บบ้างเล็กๆ น้อยๆ เล่นเกมส์บ้างนิดหน่อย เล่นโซเชียลบ้าง แต่ด้วยหน้าจอขนาดเล็ก ก็อาจจะไม่ค่อยถนัดกับคนมีอายุเยอะๆ สักเท่าไหร่ เพราะตัวหนังสือมันอาจจะเล็กไปนิด อาจจะไม่เต็มตาสักเท่าไหร่

   เทสด้วยแอปบน antutu ไปแล้วก็ได้คะแนนมาที่ประมาณ 21590 คะแนนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ไม่ได้แย่มากในเรื่องการใช้งานทั่วไปนะครับ จุดเด่นอย่างแรกเลยที่เราพบได้จากการใช้งาน ก็คือจะมีฟี่เจอร์ประหยัดพลังงานแบบ ultra saving mode มาให้ได้ใช้งานกัน ก็ใครที่ติดสมาร์ทโฟน ก็สามารถใช้โหมดนี้เล่นได้ทั้งวันแบบสบายๆ เลย แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนมักจะถามว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่ได้แพงถึงระดับเรือธงแบบนี้ มันเป็นรุ่นเริ่มต้นเท่านั้นเองแบบนี้ จะใช้งานได้มากแค่ไหน เล่นเกมส์โหดๆ ไปเลยได้ไหม คำตอบคือเล่นได้แต่ไม่ได้เล่นได้เนียนตา ลื่นไหลมากนัก เรื่องของเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็จะมีอาการหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเจอว่าใช้เกมส์หนักๆ มาเล่นแล้วจะเด้งออกหรือไม่รองรับ ใครที่อยากได้มาจับโปเกมอน โก ก็ยังถือว่าเล่นได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็อย่างที่บอกไป ด้วยความจุที่ไม่ได้มากนัก ด้วยตัวแรมที่น้อย มันอาจจะมีค้างบ้างถ้าเราเปิดค้างไว้หลายๆ แอปซ้อนกัน แล้วก็กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง บางทีอาจจะจำค่าเดิมเอาไว้ไม่ได้ ขอสรุปแบบนี้แล้วกันว่า ถ้าใครที่ไม่จริงจังเรื่องเกมส์มากนัก แต่บางครั้งเราอาจจะอยากเล่นเกมส์หนักๆ โหดๆ บ้าง ตัว galaxy J1 v.2016 รุ่นนี้ก็สามารถเล่นได้แบบที่ว่าพอจะแก้ขัดได้บ้าง

   ถัดมาก็เป็นการใช้งานในส่วนของความบันเทิงทั่วไป อย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ต้องบอกเลยว่าด้วยหน้าจอที่มีความคมชัดแบบที่ไม่ขี้เหร่ เรียกได้ว่าจอค่อนข้างสวยเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ แล้วก็เรื่องของเสียงลำโพงที่ได้จากตัวเครื่อง ก็ไม่ถือว่าขี้เหร่เช่นกัน เพราะว่ามีเสียงที่ดังดีมาก ชัดเจน แต่อาจจะขาดมิติของเสียงแหลมไปบ้าง เสียงในย่านต่ำๆ ก็อาจจะไม่ดีนักเท่าไหร่ แต่เสียงกลางก็ชัดเจนดี ดังนั้น ทำให้การดูคลิปวีดีโอ ดูซีรี่ส์ แล้วก็รวมไปถึงการใช้เล่นเกมส์ในช่วงต้น เล่นติดต่อกันมานานๆ ตัวเครื่องก็ยังไม่ร้อนมากนัก แล้วก็ทำได้ดี ลื่นไหลแบบไม่ทำให้รำคาญแต่อย่างใด

   แต่ก็ต้องเน้นย้ำว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ มันไม่เหมาะกับคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟนเรือธงมาก่อน ที่ลื่นไหลเอามากๆ แล้วมาใช้สมาร์ทโฟนเริ่มต้นที่บางครั้งอาจจะหน่วงๆ บ้าง ต้องรอมันบ้างแบบนี้ อีกอย่างด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ก็แค่เพียง 2050 mAh ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ก็ได้ แต่ใช้ระหว่างวันแบบปกติเปิดบ้างเพื่อเช็คโซเชียล ก็จะสามารถใช้งานได้

รีวิว Huawei Y6II สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ กล้องหน้าก็ไม่ธรรมดาในราคาแบบไทยๆ 6,000 มีทอน

 

   หลังจากที่ Huawei รุกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราไปสำเร็จและฮือฮาอย่างมากกับเทคโนโลยีกล้องคู่อย่าง Huawei P9 เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดก็บุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกครั้งด้วย gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza ของเราจะนำมารีวิวกันในตอนนี้เลย นั้นก็คือ สมาร์ทโฟนรุ่น Huawei Y6II

   ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากในซีรีส์เดิมก็คือตัว Huawei Y6 แล้วก็มาเป็นตัว Huawei Y6II รุ่นที่แอดมินนำมารีวิวกันในตอนนี้ มาพร้อมกับสเปคก็คือ ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ก็เป็นขนาดหน้าจอที่ถือว่ากำลังพอดีในช่วงนี้ ที่ผู้คนทั่วไปก็อยากจะใช้งานกันแบบเต็มตาและก็ถือว่าพกพาง่ายด้วยความบางความเบาของตัวเครื่องนั้นเอง ถัดมาก็เป็นความคมชัดของหน้าจอระดับ HD เมื่อได้จับตัวเครื่องแล้วก็รู้สึกว่างานประกอบก็แน่นหนาดี แต่เสียดายที่เป็นตัวบอดี้พลาสติกที่เปิดฝาหลังออกมาได้ ในตัวเครื่องก็จะรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แล้วก็รองรับการใช้งาน 4G LTE ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถเพิ่มเมมโมรี่ได้ต่างหากมากถึง 128 GB กันเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าฝาหลังเป็นพลาสติก ก็ถือว่าทำมาได้ดี สีสันที่ทำออกมาก็ถือว่ามีคุณภาพ ขอบตัวเครื่องก็เป็นแบบขอบโลหะ ดีไซน์ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ภาพพจน์ของมือถือจีนที่ดูแล้วไม่น่าใช้เลย ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Huawei เองก็เป็นระดับอินเตอร์แบรนด์ที่ทำสมาร์ทโฟนออกมาได้ค่อยข้างดี แต่ก็ต้องบอกว่าราคาก็น่าจะอยู่ในระดับ 5 พันบาทขึ้นไปก็จะสามารถใช้งานได้ดีหน่อยนะครับ พูดง่ายๆ ว่าคุณภาพก็ตามราคาอะไรแบบนั้น จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ มาพร้อมกับกล้องหลังที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล ค่า f/2.0 ทั้งคู่เลย เมื่อเปิดเครื่องเข้ามาก็จะรู้สึกแปลกๆ สักนิดหนึ่งสำหรับตัวแอดมินเองที่ไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนแบรนด์ Huawei มาเนี่ยนะครับ เพราะว่า UI ของ Huawei เองนั้นจะแตกต่างจากมือถือทั่วไปอยู่เหมือนกัน แต่พอใช้งานไปสักพักหนึ่ง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ก็ต้องปรับความรู้สึกการใช้งานกันสักนิดหนึ่งเท่านั้นเอง

   เมื่อเราทดสอบด้วยแอป antutu กันแล้ว ก็จะได้คะแนนอยู่ที่ 29889 ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ค่อนไปทางล่างสักนิดหนึ่ง ตัวหน้าจอก็เป็นแบบ IPS ที่แสดงผลออกมาก็ไม่ถือกับว่าขี้เหร่ แต่มันก็อาจจะไม่ได้สดเหมือนจากทางฝั่งเกาหลีเค้า ก็ดูๆ แล้วการแสดงผลก็ได้ตามธรรมชาติ ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร ซึ่งในตัวเครื่องก็จะเป็นซีพียูของทาง Huawei เองก็เป็น Kirin 620 วิ่งด้วยความเร็ว 1.2 GHz Octa-core ความจุของแบตเตอร์รี่ให้มาที่ 3000 mAh ก็ถือว่าใช้งานได้สบายๆ ใน 1 วัน เพราะตัวเครื่องไม่รองรับการชาร์จไว

   การใช้งานทั่วไป เรืองของการเข้าเว็บไซต์ที่เป็นเบราเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้งานเพื่อเล่นโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นใน facebook , instragram แล้วก็ในช่องทางอื่นๆ แบบทั่วไปที่ใช้งานกันเนี่ยนะครับ ผลการทดสอบมาประมาณสัก 1 สัปดาห์ ก็ต้องบอกเลยว่าใช้งานได้ดี ถึงแม้ว่าสเปคจะดูแล้วไม่ได้หวือหวาสักเท่าไหร่ แต่การใช้งานทั่วไปต้องบอกว่าลื่นไหลดีเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง แน่นอนว่าราคากลางๆ 5-6 พันบาทแบบนี้ ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจครับกับการเล่นเกมส์ ซึ่งแอดมินทดสอบการเล่นเกมส์ fifa 16 , Nova 3 หรือแม้แต่เกมส์ Pokemon GO เนี่ยไม่ต้องพูดถึงครับ เล่นได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่เกมส์ที่บอกไปช่วงต้น ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ ครับ แต่เนื่องด้วยหน้าจอที่มันได้แค่ HD เท่านั้น ภาพที่ได้มันอาจจะไม่ได้เนียนตา ไม่ได้แรงเท่ากับราคาหลักหมื่นนะครับ แต่ถามว่าซื้อมาแล้วเล่นได้ไหม คำตอบคือเล่นได้ เอาอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไป ถ้าไม่จริงจังกับเกมส์สักเท่าไหร่ เล่นบ้างเป็นครั้งคราวก็ถือว่าตอบโจทย์ครับ เพราะว่าเครื่องไม่ร้อนด้วย ในส่วนของคุณภาพเสียงลำโพง ผลการทดสอบก็คือ ให้ระดับกลางๆ แล้วกัน เสียงมีความดังดีมาก แต่เรื่องมิติเสียง เรื่องชิปเสียงยังทำมาไม่ได้ดีมากนัก แต่อย่าลืมว่าราคาอย่างที่บอกไปนะครับ ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

   จุดเด่นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่รีวิวไม่ได้เลยใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องหน้า มันถ่ายออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว คาดว่าน่าจะเหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบแต่งหน้า แต่อยากจะได้กล้องที่แต่งหน้าได้จากในกล้องแบบไม่ต้องพึ่งแอป ใน Huawei Y6II รุ่นนี้สามารถเลือกได้เลยว่าจะทำแก้มชมพู ทำขอบตา เขียนคิ้ว เลือกได้เลยทีเดียว มันเหมาะกับการเซลฟี่ การถ่ายวีดีโอทั้งกล้องหน้าและหลังก็จะได้ความละเอียดสูงสุดที่ Full HD กันเลยทีเดียว โดยรวมๆ แล้วมันเป็นสมาร์ทโฟนในราคาประหยัดที่ไม่ต้องถึงกับหลักหมื่นก็เล่นกับมันได้สนุกๆ ก็มีเข้ามาวางขายในบ้านเราแล้ว ลองไปหาทดสอบเล่นกันได้ตามร้านค้าชั้นนำนะครับ

รีวิว Xiaomi mi max สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6.44 นิ้ว สเปคเทพ กล้องแจ่ม แบตอึด แค่นี้จะเอาอะไรอีก

 

   ใครที่กำลังหาสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ หรือใครที่กำลังจะหา Tablet สักหนึ่งเครื่องที่หน้าจอ 7 นิ้ว อยู่ตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าหลายท่านจะต้องหันมามองสมาร์ทโฟนที่หน้าจอใหญ่พอๆ กับ Tablet แต่เรียกว่า Phablet แต่มันได้อะไรที่คุ้มค่ามากกว่า Tablet แน่นอน ไปรีวิว Xiaomi mi max กันเลย

   ต้องบอกเลยว่าหลังจากที่ได้ทดสอบใช้งานกันมาเบื้องต้นเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาแล้วนั้น อย่างแรกเลยทีสัมผัสได้ กล้องเทพ เครื่องลื่น เล่นเกมส์ได้ หน้าจอสวย แบตก็นาน หน้าจอก็ใหญ่ คือต้องบอกเลยเดี่ยวนี้สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนก็มีอะไรดีๆ มาให้ได้ใช้งานกันค่อนข้างเยอะ แล้วก็ราคาไม่ได้แพงด้วย ก็แค่หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง เป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ได้ติดแบรนด์ ว่าต้องเป็นแบรนด์ผลไม้ แบรนด์ ss อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งตัวสมาร์ทโฟน mi max เครื่องนี้ต้องบอกว่าหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.44 นิ้ว แต่มันจับหรือสัมผัสแล้วไม่ได้รู้สึกว่าใหญ่มากมายจนพกยากแต่อย่างใด เพราะตัวเครื่องนั้นมีความบาง ขอบจอที่บาง ข้างหลังตัวเครื่องก็จะมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ พร้อมกับไฟแฟลดซ์แบบทูโทน แล้วก็จะมีลำโพงอยู่ด้านล่าง ดีไซน์ก็ต้องบอกว่าสวยดีเลยทีเดียว

   ในเรื่องของชิปประมวลผลนั้นใช้เป็น snapdragon 650 การ์ดจอเป็น Adreno 510 ซึ่งต้องบอกว่าใครต้องการตัวแรงกว่านี้ จะมีรุ่นที่เป็นรุ่น Pro ออกมาขายด้วย จะแรงกว่านี้อีก แต่รีวิวรุ่นล่างก็ถือว่าแรงพอสมควรแล้วนะครับ ซึ่งเรื่องของสเปคต้องบอกว่าดีเลยทีเดียว แต่เน้นการใช้งานที่จะรีวิวก็คือ อย่างแรกการใช้งานเบื้องต้น การเข้าเว็บ ท่องเน็ต เล่นโซเชียล บอกเลยว่าไหลลื่นดีมาก แล้วก็การ touch screen ก็ถือว่าแตะแล้วติดมือดีไม่น้อยเลย คือต้องบอกเลยว่ามันอเนกประสงค์ดีจริงๆ นะครับ กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ทั้งคู่ กล้องหน้าก็ยังเป็นเลนส์ wide ด้วยให้มุมถ่ายภาพที่กว้าง เซลฟี่ได้สะใจ ให้มุมที่กว้างถึง 85 องศา ให้แรมมา 3 จิก แบตความจุ 4850 mAh ก็ถือว่ามันใช้งานได้ยาวๆ ทั้งวันทั้งคืน แล้วก็ทะลุไปข้ามวันเลย ก็ยังไม่หมด แต่ถ้าเล่นกันยาวๆ ก็ 1 วันเต็มๆ อยู่ได้สบายเลย

   แน่นอนว่าหลายคนซื้อสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ แบบนี้มา 6.44 นิ้ว อย่างแรกเลยที่คาดหวังและต้องการจะได้มาใช้งานก็คือ เรื่องของการเล่นเกมส์ มันต้องเล่นเกมส์ได้สะใจ ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรื่องของสเปคที่ถือได้ว่าเป็นตัวล่างสุดในรุ่นแล้วเนี่ยนะครับ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เล่นเกมส์ได้ไหลลื่นจนชนิดที่บอกว่าลื่นหัวแตกกันไปเลย ว่ากันง่ายๆ ในการเล่นเกมส์ก็ touch ได้ติดมือ ภาพเนียนตา ไม่สะดุด ไม่หน่วง เล่นเกมส์กราฟฟิกหนักๆ เอาอยู่ ไม่ต้องยกตัวอย่างเกมส์นะครับ เอาเป็นว่าหนักๆ จริงๆ ก็เล่นได้ แต่ถ้าไม่สะใจ ลองไปดูรุ่นที่เป็น snapdragon 652 RAM 4 GB ราคาก็จะแพงกว่านิดหนึ่ง แน่การันตีเลยว่าลื่นจริงๆ ในการเล่นเกมส์นะครับ ส่วนของเสียงลำโพง ก็ให้มาแค่ตัวเดียวด้านล่าง แต่เสียงก็ดังใช้ได้เลย เล่นเกมส์ก็สนุก แต่จะให้ครบรสก็ลองไปหาหูฟังเทพๆ สักตัวหนึ่งมาใช้งานเพิ่มเติม ก็จะช่วยให้เล่นเกมส์ได้สนุกยิ่งขึ้น การสัมผัสหรือ multi touch บนหน้าจอได้ทั้งหมด 10 จุด นอกจากนั้นก็จะมีเข็มทิศมาให้ด้วย สามารถที่จะใช้ GPS ได้ ใช้นำทางได้ เรื่องของการดาวน์โหลดก็ทำได้ใน play store ได้ปกติเลย

   เรื่องที่สำคัญเลยที่ต้องรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องนั้นเอง ก็คือเราย้ำกันอีกครั้ง การใช้งานทั่วไปไหลลื่น เล่นเกมส์ดี เสียงลำโพงดี แต่ไม่ถึงกับดีมาก หน้าจอสวยแต่อาจจะไม่สวยเท่าจอ LED ที่มันจะสดกว่านิดหน่อย ก็แล้วแต่ความชอบของบุคคลนะครับ ถัดมาก็คือเรื่องกล้องกันบ้าง ก็ต้องบอกว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ระดับ inter นะครับ เพราะฉะนั้นกล้องก็ถือว่าไม่ธรรมดา จุดเด่นเลยกล้องหน้าโฟกัสได้ไว แตะปับติดเลย นอกจากนั้นก็จะมีโหมดต่างๆ ทั้ง HDR บิวตี้ และอื่นๆ แต่ในโหมดโปรจะปรับได้แค่ค่าไวท์บาลานและ ISO เท่านั้นในกล้องหน้า ส่วนกล้องหลังก็จะเช่นเดียวกันคือโฟกัสติดเร็ว มีความสวยงามที่อยู่ในระดับดี คือเอาง่ายๆ ว่าถ้าไปซื้อแท็บเล็ดราคาหมื่นต้นๆ เชื่อว่ายังไม่มีตัวไหนที่ให้กล้องหน้าและกล้องหลังที่ดีเท่านี้เลย เพราะฉะนั้น มันก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแล้วกันสำหรับคนที่อยากได้แท็บเล็ดสักตัว แต่ตัวนี้มันคือสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจเลย ส่วนสเปคโดยละเอียดนั้นก็สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ xiaomi ได้เลยนะครับ

รีวิว Samsung Galaxy C Series สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวแล้วในจีน

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในตอนนี้เป็นสมาร์ทโฟนค่ายยักษ์ใหญ่ทางฝั่ง Android อย่าง Samsung ที่ในช่วงปลายเดือน มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนน้องกลางใน Series C ขึ้นมาใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็มีการเปิดตัวในประเทศจีน แต่คาดว่าจะเข้ามาไทยหรือไม่นั้น ก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง เพราะคนไทยอาจจะต้องรอเปิดตัว Galaxy Note 7 เลยทีเดียว ใน C series นี้อาจจะไม่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา แต่อย่างไรแล้วก็ต้องติดตามกับทาง Samsung ประเทศไทยดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่การรีวิวของเราในครั้งนี้เราบินตรงกันไปที่จีนเลย เพื่อไปสัมผัสกับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ระหว่างตระกูล J และ ตระกูล A นั้นคือตระกูล C ทั้งสองรุ่นนี้ครับ

   Samsung Galaxy C5 และ C7 นี่คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวและวางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น ซัมซุง เอาไว้อยู่ มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นแบรนด์นี้นะครับ แต่เรื่องของสเปคและดีไซน์ตัวบอดี้นั้น ค่อนข้างจะเน้นในตลาดกลางและตลาดบนสักนิดหนึ่ง มาพร้อมกับสเปคที่ไม่ได้แรงมากมายอะไรนัก แต่ก็สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างไม่น่าห่วงมากนัก รวมไปถึงเรื่องกล้องที่ยังคงเน้นมาที่ค่า f น้อยๆ เพื่อให้กล้องนั้นดีทั้งด้านหน้าและหลัง รวมไปถึงหน้าจอที่เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบ super amoled รวมไปถึงบอดี้ที่เป็นแบบโลหะทั้งตัว ก็ถือว่าน่าสนใจ ใครที่ไปเมืองจีนก็อาจจะหิวมาใช้งานก็ได้เช่นกัน

   มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นกันเลยดีกว่า เรื่องของขนาดหน้าจอนั้น C5 จะอยู่ที่ 5.2 นิ้ว C7 จะมีขนาดหน้าจอที่ 5.7 นิ้ว ความคมชัดก็อยู่ที่ Full HD เท่ากันทั้ง 2 รุ่น ในเรื่องของความละเอียดกล้องหลังจะอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f/1.9 และ กล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/1.9 เช่นกัน กล้องหน้าเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ทำให้เรื่องของการเซลฟี่นั้นหายห่วงเลยทีเดียว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีสเปคกล้องที่เท่ากันด้วยนะครับ แต่แอดมินคิดว่าเมื่อได้ไปลองจับๆ มาแล้วด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าของตัว C7 ก็อาจจะทำให้กล้องหน้านั้นน่าใช้งานมากกว่านะครับ แต่โดยรวมแล้วเนี่ย ต้องบอกเลยว่าเอกลักษณ์ของกล้อง ซัมซุง ที่มีคววามสด แล้วก็ค่อนข้างสว่างเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่น่าสนใจและถ้าเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ก็คงขายดีไม่น้อยเลยทีเดียว ในเรื่องกล้องถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียวครับ

   สำหรับสเปคภายในของ C5 และ C7 นั้นจะมาพร้อมกับซีพียูที่เป็นตัว snapdragon 617 แบบ 8 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ RAM 4 GB ส่วนหน่วยความจำที่เปิดตัวมาให้เลือกในแต่ละรุ่นย่อยนั้น จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อยคือ รุ่นที่มี ROM 32 GB และ ROM 64 GB นั้นเอง แต่ในตลาดเมืองจีนจะเน้นไปที่ตัว 64 GB มากกว่า แต่ภายในตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่นหลักนี้ ก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้สูงสุดที่ 128 GB เช่นกัน สำหรับการรองรับการใช้งานเครือข่ายนั้น ก็สามารถรองรับ 2 ซิมการ์ดแบบนาโนซิม แล้วก็รองรับ 4G LTE ดังนั้น ถ้าใครที่หิวเข้ามาใช้งานในบ้านเรา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันนะครับ เรื่องของราคานั้นก็อย่างที่บอกว่าในเมืองจีนจะวางตำแหน่งทางการตลาดเอาไว้ที่ตัวกลางระหว่างตระกูล J กับ A ดังนั้น ราคาของตัว C5 ที่เมืองจีนก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ 1 หมื่นต้นๆ แล้วก็ตัว C7 นั้นจะอยู่ที่ราคา 1 หมื่นกลางๆ ในด้านของความจุแบตเตอร์รี่ก็อยู่ที่ 3300 mAh ในตัว C7 และ 2600 mAh ใน C5 ส่วนทั้งสองรุ่นก็จะมี NFC มาให้ใช้งานกันด้วย

   ในส่วนของภาพตัวอย่างสินค้าของเรา 2 ภาพด้านบนก็จะเป็นตัว C5 ส่วนภาพล่างสุดก็จะเป็นตัว C7 นั้นเองนะครับ ใครที่ชอบมือถือหน้าจอใหญ่ๆ นิดหนึ่ง เพื่อความคมชัดในการมองหน้าจอที่เต็มอื่ม ก็อาจจะชื่นชอบตัว C7 แต่ใครที่เน้นความสะดวกสบายในการพกพาก็มองไปที่ตัว C5 แต่ทั้งสองรุ่นนี้ ที่แอดมินสะดุดตาคือ การดีไซน์ด้านหลัง ต้องบอกว่ามันไปแอบเหมือนกับคู่แข่งทางฝั่ง IOS บ้างเล็กน้อย ก็ถือว่าสวยงามดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องลุ้นกันสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าสมาร์ทโฟนที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ มันจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปกับทางซัมซุงประเทศไทยด้วย

รีวิว Samsung Galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว 4G ทั้ง 2 ซิม แบตอึด เล่นเกมส์นานสะใจ

 

   ก่อนที้ตะทักี่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง galaxy note 7 อีกไม่นานนี้ แต่ทาง Samsung เองก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ ที่น่าใช้งานอีกหนึ่งรุ่นมาเปิดตัวและทำตลาดในบ้านเราอย่างเงียบๆ ในชื่อรุ่นว่า Samsung galaxy A9 Pro ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ที่สุดใน A series ตอนนี้ก็ว่าได้ ต้องบอกเลยว่าใครที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ ต้องหันมามองอย่างแน่นอน กับการรีวิวของเรา 108plaza ในครั้งนี้

   นี่คือ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้ เรียกว่าดีไซน์ตัวเครื่องถ้าคนที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ เนี่ยต้องบอกว่ามันสวยงามเลยทีเดียว ถ้าตามศัพท์เทคนิคแล้วก็ต้องเรียกสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่าเป็น phablet แล้วก็ได้นะครับ เพราะมาพร้อมกับสเปคก็คือขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว หน้าจอเป็นแบบ Super AMOLED ความคมชัดระดับ Full HD ด้านข้างก็จะมีช่องใส่ซิม รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแล้วก็สามารถใช้ 4G LTE ได้ทั้ง 2 ซิมด้วย กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลดช์ ที่ปุ่ม home ก็จะสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย ด้านบนตัวเครื่องก็จะสามารถเพิ่ม micro sd card ได้ด้วย ด้านในตัวเครื่องนั้นก็ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มามากถึง 5000 mAh อีกด้วย ก็ถือว่าใช้งานกันได้ยาวๆ ไปเลยทีเดียว แต่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้นะครับ ในด้านของสเปคภายใน จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็น snapdragon 625 Octa-core 8 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 Ghz ก็เรียกได้ว่าให้สเปคมาเท่านี้ ความแรงนั้นให้มาเพียงพอกับการใช้งานเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครที่เน้นความบันเทิง เล่นโซเชียล youtube ท่องเว็บ เปิดโน้น นี่ นั้น ไปพร้อมๆ กันมันตอบโจทย์ในด้านของความเป็นหน้าจอใหญ่ แล้วก็เล่นแบบ multi window คือเล่นแบบ 2 หน้าจอไปพร้อมๆ กันได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ การใช้งานก็ไหลลื่นดีเลยทีเดียว ในเรื่องของเสียงลำโพงนั้นความดังไม่ต้องห่วงเลย ให้ลำโพงที่มีความดังพอสมควร แล้วก็มิติเสียงจะไปทางแนวกังวานดีด้วย ให้อารมณ์เหมือนฟังเพลงในฮอล์ใหญ่ๆ ประมาณนั้น ก็ถือว่าในด้านความบันเทิงทั่วไปก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน

   เมื่อเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แบบนี้ คอเกมส์หลายคนก็คงอยากจะทราบกันแล้วว่ามันเล่นเกมส์ได้ดีหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าเกมส์ทั่วไป เกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็หายห่างเลยทีเดียว ด้วยสเปคที่ค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ได้แรงจนถึงที่สุด ก็ทำให้มันเล่นเกมส์ได้ดีเลย แต่อาจจะมีบางช่วงที่เป็นเกมส์ที่กราฟฟิกขั้นเทพจริงๆ ก็ทำให้มีช่วงที่หน่วงบ้างหรือว่าสะดุดบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นบ่อยนักนะครับ แต่แนะนำว่าถ้าคอเกมส์จ๋าๆ ที่เน้นเกมส์อย่างเดียวเลย อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่นักนะครับ

   ในส่วนของกล้องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Samsung นั้นไม่ค่อยทำให้เรานั้นผิดหวังกับเรื่องของกล้องสักเท่าไหร่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาตั้งแต่ 7 พันบาทขึ้นไป ส่วนมากจะดีหมดนะครับ แล้วในรุ่น A9 pro ตัวนี้ก็เช่นกัน ก็มีความคมชัดทั้งในส่วนของกล้องหลังเองก็มีทั้งโหมดออโดต้หรือว่าโหมดโปรมาให้ได้ใช้งานกัน การถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีเลยทีเดียว กล้องหน้าก็สามารถที่จะเซลฟี่ได้ เป็นเลนส์ wide ด้วย สามารถที่จะใช้ถ่ายในมุมกว้างได้ดี แถมยังหน้าจอใหญ่ ก็จะเก็บภาพได้ค่อนข้างกว้างอีกด้วย ในส่วนของเราราคาที่ตอนนี้เอง Samsung ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายกันแล้วในร้านค้าชั้นนำทั่วไปเนี่ยนะครับ จะอยู่ที่ 15,xxx บาท อย่างไรถ้าใครที่ชอบความสามารถในการใช้งานที่เน้นหน้าจอใหญ่เป็นหลักเนี่ย ต้องลองไปมองๆ หาดู แล้วก็ลองไปสัมผัสกันดูได้นะครับ

   ก่อนจะจากลากันไป ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้กับตัวสมาร์ทโฟน Samsung galaxy A9 Pro ก็มาสรุปข้อดีกันสักหน่อยว่ามันมีอะไรบ้างที่เป็นจุดเด่นเลย ที่ทำให้เรานั้นเลือกซื้อได้ตรงใจก็คือ อย่างแรก เป็นมือถือที่รองรับ 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ก็คงจะตอบโจทย์คนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว มองเห็นชัดเจนเต็มตา ใครที่ดูซี่ร่ส์ ก็ชัดเจน แบตอึดด้วย ก็การใช้งานประมาณ 2 วันได้สบายๆ ถ้าใช้งานปกตินะครับ การใช้งานทั่วไปก็ค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว แต่ข้อเสียก็คืออาจจะไม่ได้เป็นสเปคที่แรงมากนัก การเล่นเกมส์ คอเกมส์สายโหด อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ ต้องรอเรือธงรุ่นต่อไปที่เตรียมจะเปิดตัวมา กล้องมีความสดของภาพค่อนข้างดีเลยทีเดียว ถือว่าคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่เพื่อนๆ เข้าไปทดสอบด้วยตัวเองก่อนที่จะซื้อมาใช้งานกันยาวๆ นะครับ

 

Review samsung galaxy A9 Pro สมาร์ทโฟนที่รู้สึกว่ามันไม่กักสเปคแล้ว รีวิวเจาะลึกการใช้งานแบบจริงจัง

 

   หลังจากที่แอดมินเองได้พรีวิวตัว Samsung galaxy A9 Pro กันไปเบื้องต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีการทดสอบใช้งานในหลายๆ ด้านด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันมีทั้งข้อดี แล้วก็ ข้ดเสีย ในบางจุด ของสมาร์ทโฟนหน้าจอ 6 นิ้วเครื่องนี้ ที่มันไม่ได้ดูใหญ่อะไรแล้ว เพราะตัวเครื่องขอบเครื่องมันบาง ก็ถือว่าพกพาอาจจะไม่ได้ง่ายมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วที่สำคัญคือ ภาพพจน์ของแบรนด์ซัมซุงที่พี่น้อง เพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคนต่างก็ด่ากันว่อนเน็ต แล้วก็หันไปใช้มือถือจีนบ้าง ใช้แบรนด์ผลไม้บ้าง อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ซัมซุง ก็ยังครองตลาดสมาร์ทโฟนและยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่ดี แล้ว A9 Pro รุ่นนี้ก็อาจจะลบค่ำด่าที่ว่า ไอ้จอมกัก กักสเปค อะไรแบบนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามารีวิวเจาะลึกตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ ในวันนี้กันเลยดีกว่า

   อย่างแรกเลยที่ไม่กักสเปคคือ ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แล้วก็มีช่องเสียบเมมโมรี่แยกมาให้ ไม่ต้องไปเลือกว่าจะใส่ซิมสองหรือใส่การ์ดดี ต่อมาเรื่องของแบตเตอร์รี่ 5000 mAh ก็มีการทดสอบกันมามากมายในเรื่องของความอึด เปิดหน้าจอแบบไม่ปิด ใช้งานต่อเนื่อง เล่นเกมส์ ดู youtube ต่อเนื่องได้นาน 9-10 ชั่วโมงได้สบายๆ แต่ถ้าใช้งานจริงๆ 2 วันอยู่ได้ชัวร์เลย แอดมินก็ทดสอบมาแล้วนะครับ ถัดมาเรื่องของสเปค ให้ RAM 4 GB CPU snapdragon 652 ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างดี แต่เอาละเดี่ยวเราจะรีวิวการใช้งานกันในช่วงต่อไป แต่สิ่งที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีหูฟัง มีหัวชาร์จที่รองรับการชาร์จเร็วด้วย แต่สายชาร์จยังคงใช้ micro USB รุ่นเดิมอยู่นะครับ ยังไม่เป็น Type C แต่อย่างใด

   จุดเด่นของการทดสอบใช้งานเรื่องแรกที่อยู่ในสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ นั้นก็คือ หน้าจอนั้นเอง คือต้องบอกว่าคุณภาพจอ SUPER AMOLED ของซัมซุงนั้นไม่ผิดหวัง แม้แต่รุ่นล่างๆ ก็ยังคุณภาพดีอยู่ ดูหนัง ดู youtube ขนาดจอ 6 นิ้ว ใหญ่เต็มตา แบตอึดๆ แบบนี้ ถือว่ามันดีมากเลยทีเดียว ต่อมาเรื่องของลำโพง ย้ายลำโพงมาด้านล่าง เสียงดังดี คุณภาพเสียงก็ปกติ ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้มีมิติเสียงที่เน้นเรื่องลำโพงมากเท่าไหร่ ต่อมาเรื่องของเข็มทิศ มีมาให้ด้วยสามารถใช้นำทางหรือเปิดแผนที่ GPS ได้เช่นกัน สามารถใช้งานได้ตามทิศทางที่เปลี่ยนไป

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง หลายคนอาจจะคาดหวังว่ากล้อง A9 Pro รุ่นนี้จะเวอร์วังอลังการ บอกเลยว่าไม่ขนาดนั้นครับ ถ้าคุณต้องการมือถือที่กล้องทั้งหน้าและหลังแบบเทพๆ ไปเลยเนี่ย ซัมซุงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์ แต่มันก็ใช้งานได้ปกติ ไม่ได้แย่หรือเลวร้ายแต่อย่างใด คือถ้าถ่ายในที่แสงปกติมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มันค่อนข้างจะจับโฟกัสได้ยากสักนิดหนึ่ง คือกล้องตัวนี้ค่อนข้างที่จะต้องมือนิ่งที่เยอะมากทั้งหน้าและหลังเลย ภาพมันถึงจะออกมาชัดและคม แต่ถ้าถ่ายปกติ แสดงปกติ ไม่ซูมภาพเยอะเกินไป ก็เป็นภาพที่ปกติ เรื่องของการถ่ายวีดีโอ มีระบบกันสั่นหรือ OIS มาให้ด้วยทั้งสองตัว ก็คือถ่ายวีดีโอไปด้วยเดินไปด้วย ก็จะได้ภาพที่นิ่งขึ้นและก็ดูสบายตามากขึ้นไม่เวียนหัวนั้นเอง ความละเอียดสูงสุดในการถ่ายวีดีโอได้คือระดับ Full HD เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับ 4K การถ่ายภาพนิ่งในที่แสงน้อย มันค่อนข้างจะทำได้ไม่ดีนัก ต้องเข้ามาใช้โหมดโปรช่วยในการปรับตั้งค่า ปรับ ISO ปรับรูรับแสงต่างๆ คือต้องมีความรู้เรื่องกล้องพอสมควรถึงจะใช้งานได้ดีในที่แสงน้อย กล้องหน้ากันบ้าง ก็ต้องบอกว่าเป็นกล้องหน้าที่พอจะเซลฟี่ได้ เป็นกล้องเลนส์ wide ด้วย ยังคงสั่งการด้วยเสียงหรือ voice control ได้ แต่ต้องบอกว่ามือต้องนิ่งหรือนิ่งมากในการเซลฟี่เช่นกัน ถึงจะได้ภาพที่ชัด

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือ เรื่องของการใช้งานที่บอกไปช่วงต้นว่ามันไม่กักสเปค CPU 652 ที่ติดการ์ดจอของ adreno ที่เป็นเบอร์ 1 ใน android มา และแรม 4 ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มันเร็วดีมาก ใครที่ไม่เน้นกล้องสักเท่าไหร่ บอกเลยว่าน่าสนใจ การใช้งานทั่วไป เปิดแอปไว้เยอะๆ แล้วสลับเปลี่ยนมาใช้งานแอปตัวเดิม มันก็ยังค้างและใช้งานได้ต่อเนื่องดีมาก รวมไปถึงการเล่นเกมส์ บอกเลยว่าจอสวย เครื่องแรง สเปคดี เกมส์เล่นได้หายห่วง แถมยังเล่นเกมส์ได้ต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะออกเกมส์กลางครัน แล้วกลับมาเล่นใหม่ ด้วยแรมที่เยอะ ก็ทำให้มันน่าสนใจอย่างที่แอดมินได้รีวิวไปในราคา 15,xxx บาท นะครับ ตอนนี้ก็มีขายกันทั่วประเทศแล้วก็ลองไปเล่นกันดูได้ว่ามันจริงอย่างที่แอดมินได้รีวิวเอาไว้หรือไม่นะครับ

Review Lenovo ThinkPad 8 Tablet ที่มีระบบปฏิบัติการ windows พกพาง่าย เหมือน Notebook เคลื่อนที่

 

   Lenovo ถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ก็คงจะนึกถึงในเรื่องของกลุ่มสินค้าไอทีประเภท Notebook เป้นหลัก ที่ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของแบรนด์นี้จริงๆ ก็เป็นแบรนด์จากเมืองจีน แต่ก็ทำให้ผู้คนในบ้านเรารวมไปถึงผู้คนทั่วโลก ต่างก็ยอมรับในสินค้าที่อาจจะไม่ได้มองว่าเป็นสินค้ามาจากจีนเท่าไหร่นัก ซึ่งพูดตามหลักแล้วคนไทยเองก็ยังคงมีความเชื่ออยู่ว่า สินค้าที่มาจากจีนโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าเนี่ย เดี่ยวนี้ก็ยังคงเชื่ออยู่ว่ามันไม่น่าจะมีคุณภาพดีสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นตัวสินค้าหรือดูรายละเอียดลงลึกๆ เรียกว่าเป็นภาพลักษณ์ที่กลายเป็นกระแสกันไป แต่เดี่ยวนี้อะไรๆ ก้มาจากจีนทั้งนั้นเลย ดูท่าทางแล้วจีนก็คงกลายเป็นโรงงานใหญ่ของโลกกันไปแล้ว เพราะฉะนั้น Lenovo เองก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำให้ผู้คนยอมรับได้ แล้วในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเราก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์ อีกหนึ่งรุ่นจาก Lenovo มารีวิวให้ทุกท่านได้ติดตามกันด้วย

   นี่คือตัวที่เราจะทำการรีวิวกันในครั้งนี้เลย Lenovo ThinkPad 8 ก็เปิดตัวกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วนะครับ แล้วล่าสุดนี้มี Lenovo ThinkPad 13 ก็เปิดตัวออกมาแล้วด้วย ก็คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้นำมารีวิวกันให้เพื่อนๆ ได้ติดตาม เป็นแท็ปเล็ดที่มีความบาง เบา พกพาง่าย จุดเด่นน่าจะอยู่ที่เรื่องของระบบปฏิบัติการหรือว่า OS ด้านในตัวเครื่อง ก็จะใช้ระบบปฏิบัติการ windows ก็จะสามารถอัพเดทได้เป็น windows 10 แล้วด้วย ใครที่ซื้อมาแล้วและยังไม่ได้อัพเดทก็จัดการอัพให้เรียบร้อยด้วยนะครับ เพราะว่าเวอร์ชั่นนี้ก็ค่อนข้างที่จะเสถียรและใช้งานได้ดี แถมยังจะช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน แบตเตอร์รี่ก็สามารถใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าจุดเด่นที่ตามมาของแท้ปเล็ดเครื่องนี้ก็คือ มันก็จะกลายเป็นแท็ปเล็ดที่มีหน้าจอเล็กๆ พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกในแบบฉบับของคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ๆ ออกไปทำงานข้างนอกสถานที่ก็ได้ เพราะแท็ปเล็ดตัวนี้สามารถรองรับไฟล์ทุกอย่างที่ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ก็สามารถเปิดได้หมดเลย

   มาดูในส่วนของสเปคคร่าวๆ ของตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว intel ATOM Z3770 แบบ 4 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz จุดเด่นของ CPU เวอร์ชั่นนี้อยู่ที่การประหยัดพลังงานนั้นเอง ให้ RAM 3 GB และมีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ 64 GB นอกจากนั้นยังสามารถรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายแบบ 3G ได้อีกด้วย ในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าถ้าเราใช้งานแท็ปเล็ดแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่เรานั้นใช้งานคอมพิวเตอร์หรือไม่ จะถอดเข้าถอดออก เสียบ flash drive โยกย้ายข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายๆ หรือไม่ คำตอบก็คือได้ โดยจะมีพอร์ด micro USB มาให้ แล้วก้มีหัวแปลงจากพอร์ดเล็กให้สามารถเสียบเป็นพอร์ด USB ก็ได้ด้วย นอกจากนั้นยังสามารถเสียบเมาส์ เสียบแป้นคีย์บอร์ดเพิ่มเพื่อใช้งานได้รวดเร็วขึ้นก็ได้เช่นกัน ในส่วนของหน้าจอนั้นเลือกใช้หน้าจอแบบ LED multi-touch screen ขนาดของหน้าจออยู่ที่ 8.3 นิ้ว ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 1920*1200 พิกเซล กล้องหลังมีความละเอียดแบบเบาๆ สามารถใช้งานได้ถ่ายรูปได้ ให้มาที่ 8 ล่านพิกเซล กล้องด้านหน้าก็มีมาให้เช่นกันแต่ไม่ได้มากมายนัก เอาไว้พอที่จะวีดีโอคอลได้อย่างสะดวก ให้มาที่ 2.2 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง เมื่อเปิดในตัวเครื่องขึ้นมาจะเห็นว่ายังคงเป็นระบบปฏิบัติการแบบ windows 8.1 อยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าสามารถอัพเดทระบบปฏิบัติการได้เลย

   การใช้งานก็มีทั้งตัว Microsoft office 2013 ของแท้มาให้ได้ใช้งานในด้านของงาน document ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ แต่มันก็ต้องแรกมากับความที่หน้าจออาจจะเล็กไปสักนิดหนึ่ง ถ้าให้มองว่าการใช้งานประจำๆ เลยนั้นก็คงจะไม่สะดวกเท่ากับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค ก็จะดีกว่าใช้เครื่องเล็กๆ แบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือเอาไว้ใช้งานนอกสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องพกเครื่องใหญ่ๆ ไปก็ได้ หรือ ใครที่ชอบทำงานบนเครื่องบิน ตัวนี้ค่อนข้างที่จะสะดวกเลยทีเดียว งานประกอบทางด้านของตัวเครื่องนั้นก็ดีไซน์ออกมาดีครับ ไม่ดูเหมือนกับแท็ปเล็ดทั่วไปที่บอดี้เป็นพลาสติกดูไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ แต่ตัว Lenovo thinkpad 8 ตัวนี้บอดี้ส่วนใหญ่เป็นอะลูมีเนียม แล้วก็จะมีการออกแบบเป็นยูนิ บอดี้ด้วย คือเป็นบอดี้ชิ้นเดียวกันทั้งเครื่อง ตัวเครื่องก็บางเพียง 8.8 มม. หนัก 430 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าพกพาง่าย

   ในส่วนของราคาค่าตัว Lenovo Thinkpad 8 อีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ก็มีราคาประมาณ 1 หมื่นกลางๆ เท่านั้นในตอนนี้ ใครที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ก็ลองไปหาซื้อมาใช้งานกันดูได้เลยนะครับ ถือว่าใช้งานพื้นฐานได้ดีเลยทีเดียว