รีวิว JBL E45BT Wireless on-ear Headphone หูฟังบลูทูธตัวใหม่ล่าสุดจาก JBL 2017

 

       JBL E45BT Wireless on-ear headphone หูฟังบลูทูธแบบครอบหูรุ่นใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่มีเปิดตัวกันในต่างประเทศเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2016 ที่ผ่านมา แล้วตอนนี้เอง ในประเทศไทยก็เริ่มมีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาวางขายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 108plaza ของเราก็ถือว่าเป็นที่แรกๆ ที่ได้นำเอาสินค้าตัวนี้มาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการฟังเพลงและชอบเก็บสะสมหูฟังคุณภาพดีจากแบรนด์ดังหลายๆ แบรนด์ด้วย ก็ถือว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจ แต่จะน่าสนใจอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลย

สำหรับหูฟังไร้สายแบบ on-ear รุ่นนี้นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นแนวหูฟังแบบไลฟ์สไตล์ ที่ออกแบบมาให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก เนื่องจากว่าบริเวณหูฟังนั้นสามารถพับได้ แล้วก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 แล้วด้วย ก็ถือว่าถ้าการใช้งานจริงๆ ในลักษณะแบบไร้สายของหูฟังทั่วไปเลย ระยะที่อยู่ห่างจากเครื่องเล่นเพลงหรือสมาร์ทโฟนก็ดี ก็จะไม่เกิน 10 เมตรอยู่แล้ว ซึ่งเวอร์ชั่นของบลูทูธที่ให้มานันนก็ถือว่ามีความเสถียรดีมากเลย เชื่อมต่อสัญญาณได้คมชัด ไม่ขาดๆ หายๆ และเที่ยงตรงดีมากแล้วด้วย ก็ถือว่าสเปคที่ให้มาตรงนี้เพียงพอ อีกหนึ่งสเปคถัดมาที่ JBL ก็ได้การันตีเอาไว้ในคู่มือการใช้งานก็คือ ด้วยควาที่เป็นหูฟังไร้สาย ก็ต้องมีแบตเตอร์รี่ในตัว แล้วการใช้งานของแบตเตอร์รี่ในการใช้งานหนึ่งครั้งตอนที่แบตเตอร์รี่เต็ม จะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันนานถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่การชาร์จแบตเตอร์รี่หนึ่งครั้งจากแบตหมดจนแบตเต็มนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ก็ถือว่าไม่นานเกินไป ในต่างประเทศเองก็เปิดตัวมาด้วยกันหลากหลายสีสันมากเลย ก็จะมีสีดำ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง แต่ในบ้านเราเอง ก็ต้องดูกันอีกทีว่าจะนำเข้ามาสีไหนบ้าง เพราะถือว่าเป็นรุ่นใหม่จริงๆ แต่แอดมินก็รีบเอามาทดสอบแล้วก็มาเขียนรีวิวให้ได้อ่านกันเพื่อที่เพื่อนๆ หลายคนกำลังสนใจก็อยากจะหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

วิธีการใช้งานของหูฟังบลูทูธ JBL E45BT ตัวนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร ตัวปุ่มเปิด-ปิดจะใช้เป้นแบบปุ่มเลื่อน ซึ่งถือว่ามันเป็นข้อดีที่ใช้ปุ่มแบบนี้ เนื่องจากว่าถ้าเราปิดการใช้งาน จะไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยงวงจรเอาไว้ จะประหยัดแบตมากกว่าปุ่มแบบกด ซึ่งแบบนั้นจะต้องอาศัยไฟเลี้ยงวงจรเอาไว้ ส่วนของการเชื่อมต่อบลูทูธและปุ่มคอนโทรลต่างๆ จะอยู่ทางด้านขวาของหูฟังทั้งหมดเลย แนะนำว่าต้องใช้งานกันให้ถูกข้างของหูฟังด้วย เมื่อกด pair บลูทูธที่ตัวหูฟังแล้วก็จะเห็นว่ามีไฟสีแดงและสีน้ำเงินสลับกัน หมายความว่ารอการเชื่อมต่อ แต่ถ้าเชื่อมต่อได้แล้วจะกลายเป็นสีน้ำเงินติดค้าง ก็ใช้งานได้ง่ายๆ พร้อมกับมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ปุ่มเลื่อนเพลง อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา สำหรับ JBL เองที่แถมให้มาในกล่องด้วยก็คือสายหูฟัง ในกรณีที่แบตเตอร์รี่หมด เราสามารถที่จะใช้สายหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 มม. ที่ให้มานั้นเสียบฟังเพลงได้เลย แต่กรณีที่เสียบสายหูฟังนั้น ปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ตัวหูฟัง จะไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด และ สายหูฟังที่ให้มาในกล่องนั้นเป็นสายคุณภาพดี เป็นสายแบบคืนตัวเองได้ ไม่พันกัน วัสดุถือว่าน่าใช้งานมากเลยทีเดียว

สำหรับสเปคของตัวหูฟังบลูทูธ JBL E45BT กันบ้าง ภายในตัวหูฟังเองจะให้ขนาดของตัวออกลำโพงหรือที่เรียกว่า driver มาที่ข้างละ 40 มม. ก็เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่เลยทีเดียว อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา ในกรณีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่ง รองรับหมดเลย หูฟังรุ่นนี้ก็มีไมค์โครโฟนติดมาด้วย หมายความว่าสามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์และพูดคุยผ่านหูฟังได้เลย โดยในกรณีที่กำลังฟังเพลงอยู่ก็ตาม ระบบจะตัดเสียงเพลงออกอัตโนมัติและกดรับสายเรียกเข้าได้เลย และ อีกหนึ่งฟี่เจอร์ ก็คือ noise cancelling ระบบป้องกันเสียงรบกวนภายนอกก็มีมาให้ด้วย

มาถึงเรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันบ้าง เริ่มต้นด้วยเสียงเบสก่อนเลย ใครที่ชอบเบสกระแทกๆ มีแรงปะทะเข้ามาที่หูเยอะๆ หูฟังตัวนี้ตอบโจทย์ มีอิมแพคที่ดี ส่วนย่านเสียงกลางหรือเสียงร้อง จัดว่ามีความสดเหมือนกับเราฟังเพลงในเวทีคอนเสิร์ดจริงๆ เลยก็ว่ได้ เป็นเสียงกลางที่ค่อนข้างพุ่งพอสมควร ส่วนเสียงแหลมเองก็ต้องบอกว่าเป็นแหลมที่จัดจ้นปลายเสียงไปยาวพอสมควร พูดง่ายๆ ว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนว live บนเวทีสดๆ แบบนั้น หูฟังตัวนี้รุ่นนี้ตอบโจทย์มากเลยทีเดียว

รีวิวหูฟังที่มีรุ่นเดียวในแบรนด์ Oriveti รุ่น Primacy รุ่นเดียว ตัวเดียว พลังเสียงมาเต็มคู่เดียวจริงๆ

 

   Oriveti ใครเคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้บ้าง แล้วใครเคยได้นำเอาสินค้าของแบรนด์นี้มาลองใช้กันบ้าง แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะลองของใหม่ อยากจะได้ของใหม่ที่ทั้งบริษัทผู้ผลิต ผลิตหูฟังรุ่นเดียวเท่านั้นที่ออกมาวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ ไม่ต้องได้เลือกรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก รุ่นกลาง เพราะมีรุ่นเดียวเท่านั้น เป็นแบรนด์ที่ผลิตหูฟังแบบ in-ear นั้นเอง มันจะดีอย่างไร แล้วมันน่าสนใจแค่ไหน กับ gadget สินค้าอินเทรนด์เพียงแค่รุ่นเดียวของบริษัทอย่าง Oriveti Primacy

   Oriveti ก็เป็นชื่อแบรนด์น้องใหม่ในวงการหูฟังเลยก็ว่าได้ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในอังกฤษ สาเหตุที่แอดมินได้นำมารีวิวก็เพราะว่ามันมีความน่าสนใจอยู่ที่เป็นแบรนด์มาจากเมืองผู้ดี แต่ตัวหูฟังจริงๆ ก็สั่งผลิตในจีน แต่ถามว่าคุณภาพดีไหม เดี่ยวเรามารีวิวกัน มาดูเรื่องของตัวแพ็คเกจ ตัวบรรจุภัณฑ์แล้วก็รายละเอียดปลีกย่อยกันก่อนเลย การดีไซน์ตัวกล่องนั้นดูเรียบหรู เป็นกล่องสีดำ มีโครงสร้างของ่ตัวหูฟังด้านในบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องครบเลย เปิดกล่องออกมาจะมีตัวหูฟังที่ถูกล็อคอยู่ในโมดุลอย่างดีเลย เปิดกล่องอีกชั้นจะมีเคสหรือมีซองใส่หูฟังที่เป็นอะลูมีเนี่ยมอย่างดีเลย แถมมาให้ได้ใช้ใส่หูฟังไปตามที่ต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ไปพันกับสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในกระเป่าของเรา ถือว่าเป็นเคสหรือเป็นกล่องใส่หูฟังที่ค่อนข้างจะพรีเมี่ยมเลย ดูดีไม่ขี้เหร่เลยว่างั้น ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟัง สามารถมองหารุ่นนี้ได้เลย เพราะทั้งบริษัทที่ผลิตออกมา มีรุ่นเดียวเท่านั้นเอง ณ ตอนนี้เนี่ยนะครับ ถัดมาก็จะมีที่คล้องหู สำหรับใครที่ใส่หูฟังแบบ อินเอียร์ แล้วหูฟังหลุด เดินไปเดินมาแล้วหลุด ก็จะมีที่คล้องหูมาให้ด้วย เอาไว้คล้องด้านข้างใบหูนั้นเอง ก็จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถัดมาอีกหนึ่งอย่างที่แถมมาก็คือ ตัวแจ็คแปลงจากแจ็ค 3.5 ให้กลายเป็นแจ็คใหญ่แบบ 6.3 มม. ที่จะต้องใช้กับเครื่องเสียงใหญ่ เครื่องเสียงในบ้านอะไรแบบนี้ หรือ ใครที่เป็น sound engineer หรือเป็นนักดนตรี ไม่อยากจะยุ่งยากฟังเสียงจากลำโพงใหญ่ ก็ใช้หูฟังคู่นี้เสียบฟังเพลงได้เลย แล้วก็มีแจ็คแบบที่ใช้สำหรับฟังเพลงบนเครื่องบนที่เป็นแจ็คเฉพาะก็มีแถมมาให้ในกล่องด้วย ถัดมาที่ขาดไม่ได้ ที่ต้องให้มาในตัวกล่อง ก็คือ หูฟังแบบ in-ear ก็ต้องมีจุกหูฟังด้วย มีให้มาหลายแบบ หลายขนาดด้วยกัน มีทั้งหมด 5 ไซต์ จากเล็กไปถึงใหญ่ที่สุด ส่วนมากคนไทยเราก็จะใช้ไซต์เล็กและไซต์กลางเป็นหลัก ก็จะมีจุกยางแบบลัฟเบอร์ ที่จะให้มิติเสียงที่มีความใสเป็นพิเศษ แล้วก็จะทำให้การบาลานช์ของเสียงที่ได้ยินออกมานั้นดีด้วย แล้วก็จะมีจุกหูฟังแบบที่สอง ก็คือแบบ โฟม ตรงนี้เนี่ยจะให้มาในกลุ่มที่เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยม หูฟังแบบ Hi-end เลย ในแบรนด์นี้ก็ให้มาด้วย ข้อดีของจุกหูฟังแบบโฟมนั้น จะทำให้การสวมหูฟังดูนุ่ม เบาสบาย ซึ่งการเลือกใช้จุกโฟมก็จะได้เสียงที่นุ่ม มีความทุ้มของเสียงเบสเข้ามาช่วยได้เยอะขึ้น แต่ข้อเสียของจุกโฟมก็จะมีอายุการใช้งานที่น้อย ใช้ได้แค่ 1-2 เดือนก็จะชำรุดไปแล้ว แล้วก็ใครที่มีหูเล็ก จะใช้จุกโฟมไม่ค่อยได้ อุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวเครื่องเนี่ย ก็มีแถมมาให้ครบถ้วยถูกบรรจุอยู่ในกล่อง

   มาดูที่สเปคของตัวหูฟังกันต่อเลย มาพร้อมกับไดเวอร์ขนาด ข้างละ 8.6 มม. Dual Arrnature , body Aluminium ต้องบอกเลยว่าบอดี้และวัสดุที่นำมาทำหูฟัง คุณภาพพรีเมี่ยมดีเลยทีเดียว แล้วกรณีที่ใช้ไปนานๆ สายขาดข้างใน หรือสายหูฟังชำรุด สามารถถอดเปลี่ยนได้ เป็นสายที่เป็นขั้วแบบ mmcx ที่กำลังนิยมใช้กับในกลุ่มหูฟังอยู่ในขณะนี้

   เรื่องสุดท้ายที่เราต้องรีวิวหูฟัง Oriveti Primacy ที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียง บุคลิกเสียงที่ได้จากการทดสอบใช้งานมาประมาณ 3 สัปดาห์ ต้องบอกเลยว่าเป็นหูฟังแบบไฮบริจด์ คือมีระบบไดเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่ มันจึงมีพลังเสียงที่ครบถ้วน แล้วก็ค่อนข้างจัดจ้าน ฟังสนุก เน้นแนวเพลงแบบสนุกๆ ซึ่งใครที่ชอบสะสมหูฟังจะรู้ดีว่าหูฟังแบบไฮบริจด์ทั่วไป เสียงจะไปคนละแนว คือเป็นเทคโนโลยีใหม่ของวงการหูฟังตอนนี้ที่หลายแบรนด์ก็ยังทำมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอเป็น Oriveti รุ่นนี้รุ่นเดียวในแบรนด์ ถือว่าเยี่ยมยอด ต้องบอกอย่างนี้เลย สุดท้ายแล้วถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากรู้ว่าเยี่ยมยอดอย่างไรต้องไปหาฟังด้วยหูของตัวเองจะดีที่สุด

รีวิว Steelseries Siberia 350 USB Gaming Headset หูฟังแบบ 3 มิติ มีระบบเสียง DTS X ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับคนชอบเล่นเกมส์


   มาเอาใจคอเกมส์ขาโหด ที่ลำโพงแบบธรรมดาทั่วไป หูฟังแบบธรรมดาทั่วไป ใช้ไม่ได้ ต้องเป็นแบบ 3 มิติ ต้องเป็นแบบ 7.1 ch เท่านั้น ที่จะแยกเสียงมาทางซ้าย มาทางขวา ข้างหน้า ข้างหลัง ศัตรูอยู่ตรงไหน แค่ได้ยินเสียงก็เดาทิศทางออก อะไรแบบนั้น มันเกิดมาเพื่อการเล่นเกมส์อย่างดียิ่งจริงๆ แน่นอนว่าคุณสมบัติของตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ตอนนี้ มันไม่มีแค่นี้แน่ๆ ไปติดตามรายละเอียดแบบเจาะลึกกันเลย

   จุดเด่นของหูฟังตัวนี้ก็เป็นระบบเสียงแบบ 7.1 เป็นแบบ 3 มิติ ที่คมชัดทุกย่านเสียงเลยทีเดียว แน่นอนว่าคอเกมส์ทุกท่าน ถ้ามีหูฟังรุ่นนี้ ก็จะค่อนข้างที่จะได้เปรียบคู่ต่อสู้ เพราะจะได้รู้ว่าศัตรูเดินอยู่ตรงไหน ลื่นไถลพื้นทรายเสียงดังอยู่ตรงไหน ทิศทางใด เรารู้ได้ก่อนใครโดยไม่ต้องใช้แผนที่ไม่ต้องใช้ตัวช่วยอื่นใด เจ๋งไหมล่ะครับ ซึ่งชื่อรุ่นของมันเต็มๆ เลยเนี่ย จะเรียกว่า steelseries Siberia 350 7.1 RGB คำว่า RGB นั้นมันหมายถึงว่า ตรงบรเวิรหูฟังจะมีไฟ LED ที่สามารถเปลี่ยนสีสันให้ดูสวยงามแล้วก็ดูเป็นหูฟังแบบเกมส์มิ่ง เกียร์ ได้อย่างดีเลยทีเดียว การปรับเปลี่ยนสีของไฟที่หูฟัง เราสามารถเปลี่ยนสีได้จากซอฟต์แวร์ที่ให้มาเป็นการลง driver ที่มีมาให้ในกล่องอยู่แล้ว ก็เรียกได้ว่ามันดูเป็นหูฟังที่เกิดมาเพื่อสายเกมส์มิ่งอย่างแท้จริงเลยทีเดียว

   ที่นี้มาดูเรื่องของสเปคตัวหูฟังรุ่นนี้กันบ้างนะครับ ตัว driver หรือว่าตัวลำโพงนี่นะครับ จะสามารถรองรับย่านความถี่ได้กว้างมากๆ กว้างแบบชนิดที่ว่าต่ำสุดๆ ไปถึงสูงสุดๆ ได้สบายๆ เลย เป็นหูฟังที่น้อยตัวนักที่เราจะหาสเปคแบบนี้ได้ ก็คือจะรองรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz-28kHz กันเลยทีเดียว ย่านต่ำเนี่ยเราไม่แปลกใจอะไร เพราะรุ่นดีๆ บางรุ่นก็ทำได้ถึง 20Hz แต่ย่านแหลมนี่สิครับ ปกติจะได้แค่ 20kHz เท่านั้น แต่ตัวนี้ได้ถึง 28kHz ซึ่งเป็นเสียงแหลมที่คมฟริ้ง มันมันไม่เหมาะกับการเอาไปฟังเพลงแน่ๆ เพราะว่ามันแหลมเกิน แต่พอนำมาเล่นเกมส์ ปลายเสียงแหลมมันเป็น 3 มิติ ดังนั้น มันให้เสียงที่คล้ายๆ กับเราไปอยู่ในโรงหนังเลย มันมันเดาทิศทางเสียได้ชัดเจนมากเลย

   สำหรับตัวหูฟัง Siberia 350 ตัวนี้ก็จะมีสีและรูปแบบของหูฟังให้เลือกอยู่ก็จะมีสีขายแบบมีเงาๆ ปนมาบ้าง ดูสวยงามเหมือนกับรูปด้านบน แล้วก็จะมีสีดำที่ตัดลายด้วยไฟ RGB เช่นกัน ในบ้านเราก็จะมีขายแค่นี้ แต่ในต่างประเทศก็จะมีสีอื่นๆ ที่วางขายแล้ว เห็นในรูปเพื่อนๆ อาจจะคิดว่ามันใหญ่ มันหนัก จะสวมใส่สบายหรือเปล่า เล่นเกมส์นานๆ จะหนักหัว หนีบหัวมั้ย คำตอบคือ ไม่เลย การออกแบบของมัน จากตัวสวมด้านบน มีน้ำหนักเบา เพราว่าเป็นลวดสปริง ที่มาคล้องเอาไว้กับตัว driver ทั้งสองด้าน แอดมินก็ได้ทดสอบใช้งานมาแล้วสักประมาณเกือบๆ 2 สัปดาห์แล้ว ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้หนีบหัวเรามากเกินไป เอาง่ายๆ ว่าการออกแบบมาก็ค่อนข้างใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ตรงบริเวณ driver ด้านขวา จะมีไมค์โครโฟนที่ซ่อนเอาไว้อยู่ สามารถดึงเข้า ดึงออกมาใช้งานได้ แล้วก็จะมีปุ่มตัดเสียงไมค์ที่ตรงบริเวณก้านไมค์ด้วย สำหรับเอาไว้เพื่อการพูดคุยกับเพื่อนข้างๆ เวลาที่เราจะเอาไว้พูดคุย วางแผนการเล่น เพื่อนหรือคนที่เล่นอยู่ทีมตรงข้ามเราก็จะได้ไม่ได้ยินเสียงที่เราพูดเข้าไมค์นั้นเอง เมื่อได้สวมหูฟังไปแล้ว ด้านในของที่ครอบหูเรา ออกแบบมาให้มีความนุ่มที่ไม่ได้แข็งมาก แล้วก็ไม่ได้อ่อนมาก เป็นหนังหุ้มด้วยโฟมเอาไว้ เมื่อครอบหูแล้ว จะไม่ค่อยได้ยินเสียงภายนอกเลย ได้ยินเล็กน้อยเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ บางทีคุณแม่เรียก แฟนเรียก หรือคนอื่นเรียกเรา อาจจะไม่ได้ยินตอนที่เล่นเกมส์อยู่ก็ได้ อาจจะโดนดุเอาง่ายๆ นะครับ แต่ถ้าถามว่าฟังก์ชั่นแบบนี้ดีไหม ดีเลย เพราะเสียงจะได้ยินชัดเจนในด้านในตัว driver เท่านั้น เสียงภายนอกจะไม่รบกวน ทำให้เสียงที่ได้ยินก็ชัดเจนดี

   ตัว drive ที่อยู่ด้านในก็มีขนาด 50 มม. สำหรับค่า SPL – 1kHz อยู่ที่ 102 dB ถือว่าความดังแบบนี้ มันไม่ธรรมดาจริงๆ แล้วก็จะมีตัว volume control อยู่ที่ชุดสายเลย ปรับความดังเบาได้ตามต้องการ สายก็มีความหนา ทนทานดี แต่หัวแจ็คจะไม่ใช่ 3.5 นะครับ แต่จะเป็นแบบ USB ที่เสียบปุบก็ไม่ต้องลอง driver ใดๆ ก็เจอเลย ใช้งานได้เลย คอเกมส์มิ่งคนไหนที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็ลองๆ ไปหาดูตามร้านไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลย ราคาก็อาจจะสูงสักนิดหนึ่ง แต่เมื่อแรกกับคุณภาพก็ถือว่าน่าลอง

Review Beats Solo 2 Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้การจัดนำหน่ายของ Apple หูฟังไร้สายน้ำหนักเบาแต่ทรงพลัง

 

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ของเราในครั้งนี้เป็นหูฟังบลูทูธที่หลายคนก็คงจะคุ้นชื่อ คุ้นหู แล้วก็เคยได้ใช้งานในรุ่นที่ผ่านๆ มาแล้วบ้าง โดยเมื่อก่อนนี้แบรนด์ Beats เองก็จะมีต่อท้ายด้วย By Dr. Dre แต่เดี่ยวนี้ทาง apple เองน่าจะเลงเห็นแล้วว่าในอนาคตนั้น iphone 7 และรุ่นในอนาคตต่อๆ ไปเนี่ย จะตัดตัวที่เสียบสายหูฟัง 3.5 ออกไปในไอโฟน ก็คิดว่าน่าจะหาบริษัทที่ทำหูฟังบลูทูธมาร่วมกิจการด้วย อะไรแบบนั้นนะครับ นั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ในครั้งนี้จะมารีวิวตัวหูฟังแบบ on-ear ตัวนี้เลย แบบเพียวๆ มารีวิวดูสิว่าคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไร รายละเอียดเกี่ยวกับสเปคจะเป็นแบบไหน มาติดตามกันเลยครับ

   แน่นอนว่าสเปคอย่างแรกถึงจะใช้ชื่อรุ่นว่า Beats solo 2 wireless ก็ตาม แต่ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อจริงๆ ยังใช้สัญญาณแบบบลูทูธนั้นเอง สามารถเชื่อมต่อได้ไกลอย่างน้อย 30 เมตร มีขนาดความสูงของหูฟังอยู่ที่ 198 มม. น้ำหนัก 215 กรัม ตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นสามารถใช้งานได้นานประมาณ 12 ชั่วโมง สามารถใช้เป็น hands-free เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ได้ด้วย เมื่อแก่ะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีอุปกรณ์เสริมมาให้ครบเลย เริ่มจากซองผ้าที่เอาไว้ใส่หูฟังเวลาพกใส่กระเป๋า เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน สายที่ให้มานั้นก้จะมี 2 สาย เป็นสาย micro USB ที่เอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่ การชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็จะประมาณ 1 ชั่วโมงเครึ่งก็จะเต็ม แล้วก็มีสายแบบ 3.5 มม. มาให้ด้วย ในกรณีที่แบตเตอร์รี่หมด เราสามารถใช้สายเสียบเพื่อฟังเพลงได้เช่นกัน ก็ต้องแนะนำเพิ่มเดิมตรงนี้นิดหนึ่งว่า ใครที่ได้ตัวหูฟังรุ่นนี้ไปแล้ว มีใช้งานแล้ว และจะใช้งานตัวสาย 3.5 มม. ที่ว่าไปเมื่อสักครู่นะครับ จะสังเกตว่าตรงหัวแจ็คเสียบ 3.5 มม. นั้นจะมีแจ็คแบบหัวตรง แล้วก็หัวงอ แล้วก็ตรงระหว่างสายจะมีไมค์โครโฟนอยู่ ตรงนั้นจะสามารถใช้เป็น hands-free ได้ แต่ต้องเสียบให้ถูกข้าง ถูกฝั่งนะครับ ไม่อย่างนั้นเสียงจะไม่ออก จะใช้ตัวไมค์โครโฟนเพื่อคุยโทรศัพท์ไม่ได้ ให้เสียบแจ็คที่เป็นหัวตรงเอากับมือถือของเรา แล้วก็เสียบแจ็คหัวงอเข้าที่หูฟัง

   มาดูที่ตัวหูฟังที่เป็นพระเอกกันบ้าง ออกแบบมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว แอดมินได้ลองสวมแล้วก็ลองฟังเพลงยาวๆ แล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันหนีบหัวเรามากเกินไปจนรู้สึกไม่สบายหัวแต่อย่างใด เป็นหูฟังแบบ on-ear ที่ไม่ได้ครอบทั้งใบหู แต่จะวางแนบกับหูเรา ก็บุด้วยฟองน้ำนุ่มๆ มาอย่างดีเลย แต่ถ้าเป็นสีขาวเนี่ยแอดมินรู้สึกว่ามันจะเป็นคราบมันคราบเหงื่อง่ายไปนิดหนึ่ง ก็ต้องใช้งานกันแบบดีๆ หน่อยนะครับ ตัวก้านหูฟังนั้นมีบุด้วยซิลีโคลนมาอย่างดี ด้านในก็ยังมีฟองน้ำมาอีกชั้นหนึ่ง ด้านบนก้านก็จะเป็นแบบหนังบุนุ่มมา ก็ออกแบบมาได้ค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียวว การใช้หูฟังทุกรุ่นควรสังเกตด้วยนะครับว่าข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ตัวหูฟังรุ่นนี้ก็จะมีบอกด้วยว่าข้างไหน L ข้างไหน R เป็นแผ่นสีเงินติดบอกอยู่ตรงหูพับด้านหลังตัวไดเวอร์เลย สังเกตได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดมิติของเสียงที่ตรงตามธรมชาติของเพลงและเครื่องดนตรีนั้นเอง ถ้าใส่ข้างที่ถูกแล้วมิติของเสียงก็จะดีขึ้นตามไปด้วยนันเอง ปกติเราจะสวมแล้วก็ครอบที่หูเลย ไม่ได้สนใจว่าข้างไหนอะไรแบบนี้นะครับ ตัวหูฟังด้านซ้ายจะมีรูเสียบสายแจ็ค 3.5 อยู่ แล้วก็จะมีรูเล็กๆ ตรงนี้คือไมค์โครโฟน แล้วตัวไมค์โครโฟนและหูฟังรุ่นนี้มีโหมดที่เรียกว่า โหมดดูดเสียงภายนอก สามารถทำให้เราได้ยินเสียงภายนอก เสียงคนเสียงเราหรือว่าพูดคุยกันภายนอกได้ด้วย ปกติแล้วถ้าฟังเพลงเสียงดังๆ ครอบหูเอาไว้ จะไม่ค่อยได้ยินเสียงข้างนอกเลย ตัวนี้มีระบบนี้มาช่วยด้วย จะมีปุ่มให้กดเลือกว่าจะปิดเสียงจากภายนอกไปทั้งหมดเลย ฟังแต่เพลงอย่างเดียว หรือเปิดเอาไว้แบบเบาๆ หรือ จะให้ได้ยินเสียงภายนอกดังๆ เลย ก็เลือกได้มี 3 ระดับ ถัดมาที่หูฟังด้านขวา เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วจะมีไฟแสดงสถานะของแบตเตอร์รี่อยู่ 5 จุด ถ้าติดหมดก็แสดงว่าแบตเต็ม

   เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวหูฟัง Beats solo 2 รุ่นนี้ก็คือเรื่องของมิติเสียง ต้องบอกว่าแอดมินเคยได้ฟัง beats ที่เป็นแบบ on-ear แบบนี้มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่อาจจะมองว่าเป็นหูฟังใหญ่ๆ สีสันสวยๆ เป็นแฟชั่นมากกว่า ไม่ได้เน้นที่เสียง เอาแต่เสียงเบสนำมาอย่างเดียวย่านอื่นไม่ได้เรื่อง อันนี้คือเมื่อก่อน ในรุ่นแรกๆ แต่รุ่นใหม่นี้ต้องบอกว่าครบทุกด้านเลยจริงๆ เสียงก็ดีด้วย มีทั้งย่านเบส ย่านกลางแหลมที่ครบทุกความถี่และฟังได้ค่อนข้างเคลียร์ด้วย ถือว่าน่าฟังน่าใช้งานเลยทีเดียว   

รีวิว หูฟังบลูทูธ Remax S3 Sport C;lip-on Bluetooth 4.0 เสียงจะเทพแค่ไหนมาทดสอบกัน

 

   สำหรับการรีวิว gadget ตัวใหม่ของเราใน 108plaza เว็บไซต์ที่รวบรวมการรีวิวสินค้าทุกอย่าง ผลิตภัณพ์ทุกชนิด มาไว้ที่นี่ที่เดียวเลย เรียกว่าได้ค้นหาข้อมูลและอ่านรีวิวกันได้อย่างจุใจ แต่ในตอนนี้ แอดมินจะพาไปทำการทดสอบหรือการรีวิวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้เลยครับ Remax S3 เป็นหัวฟังบลูทูธแบบ sport clip-on headset ที่เอาไว้ให้ทุกคนได้ใช้งานกันแบบง่ายๆ สะดวก แต่เรื่องของคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรนั้น ไปรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   ก่อนที่จะไปดูเรื่องของคุณภาพเสียงเจ้าตัวหูฟังบลูทูธที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็จะพาไปดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ รวมไปถึงรายละเอียดภายนอกของตัวหูฟังกันสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ ก็เป็นบลูทูธที่ใช้เป็น v4.0 ก็ให้การเชื่อมต่อที่เสถียรแล้วก็ไกลด้วย ใครที่เคยอ่านรีวิวของแอดมินมาหลายๆ ตอนจะรู้ดีนะครับว่า v4.0 เนี่ยมันคืออะไร แล้วมีแตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อย่างไรสำหรับตัวบลูทูธนะครับ สำหรับตัวการใช้งาน เมื่อมีไฟจากแบตเตอร์รี่เต็มเลยเนี่ยนะครับ จะสามารถเปิดสแตนบายได้นานถึง 12 วันเลยทีเดียว แล้วการใช้งานต่อเนื่องแบบคุยโทรศัพท์นั้น สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันนาน 10 ชั่วโมง แล้วก็ใช้ในการฟังเพลง ในด้านความบันเทิงต่างๆ เอาไว้ดูซีรี่ย์ ดูหนัง อะไรแบบนี้ผ่านสมาร์ทโฟนก็ใช้งานได้นานติดต่อกัน 8 ชั่วโมง หรือ บางท่านก็อาจจะได้ท่านกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานนะครับ ตัวนี้แบตเตอร์รี่ค่อนข้างให้มาเยอะครับ แต่เท่าที่แอดมินดูรายละเอียดรอบๆ กล่องแล้ว ไม่มีบอกสเปคมาว่าความจุแบตเตอร์รี่ให้มาเท่าไหร่นะครับ จากนั้นก็เปิดกล่องออกมา ก็จะมีตัวหูฟัง ตัวรับสัญญาณบลูทูธ แล้วก็จุกยางให้มา 3 ขนาดด้วยกัน ก็มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ อันนี้ก็เลือกกันตามสบายเลยว่าหูเราเหมาะกับจุกยางขนาดไหน แล้วก็มีคู่มือการใช้งานมา กับ ใบรับประกัน แล้วก็จะมีตัว clip-on มาให้ ถามว่าตัวคลิปออน มันคืออะไร มันก็คือตัวรับสัญญาณบลูทูธที่แอดมินได้บอกไปแล้วนะครับ ตัวนี้แหละครับที่เราจะต้องใช้ฝนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงต่างๆ ที่มีตัวบลูทูธปล่อยออกมาได้ ก็จะใช้ในการปล่อยบลูทูธ แล้วก็มีแบตเตอร์รี่อยู่ในตัวคลิปออนนี้ด้วย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเอาหูฟัง remax S3 ตัวนี้มาเสียบกับตัวคลิปออนตัวนี้ก็ได้นะครับ เราสามารถที่จะหาหูฟังที่ราคาแพงๆ ดีๆ กว่านี้มาเสียบกับตัวคลิปออนตัวนี้ก็ได้เช่นกัน สำหรับคนหูเทพ หูทองทั้งหลาย ก็ไปหาหูฟังราคาแพงๆ คุณภาพดีๆ มาฟังก็ได้

   มาดูตัว clip-on กันนิดหนึ่งดีกว่าครับ ด้านบนก็จะมีที่เสียบสายแจ็ค 3.5 มม. แล้วก็เสียบสายชาร์จ micro USb ด้านล่างก็จะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง แล้วก็ปุ่มเลื่อนเพลง ด้านหลังก็จะเป็นริปหนีบกับปกเสื้อหรือว่าตามที่ต่างๆ ไม่ให้ตก ถัดมาก็เป็นตัวหูฟังที่ให้มาในกล่องกันบ้าง จุดเด่นของตัวหูฟัง Awei S3 ตัวนี้ที่มันใช้งานได้ค่อนข้างนานเนี่ย ก็คือว่า มันย้ายตัวแบตมาไว้ที่ตรงไมค์โครโฟนนั้นเอง ทำให้มีพื้นที่ใส่แบตได้เยอะขึ้น ปกติในหลายๆ รุ่นจะเอาแบตไว้ที่ตัวดานหลังหูฟังเลย ก็ทำให้พื้นที่มันน้อย แล้วหูฟังก็ใหญ่ แล้วก็หนัก ทำให้มันหลุดออกจากหูได้ง่าย แต่ตัวนี้ย้ายมาที่ไมค์ ก็ทำให้ใช้งานได้ดีขึ้นครับ หูฟังก็เบา มีขนาดเล็กลง แต่เรื่องของเสียงน้นต้องมาทดสอบกันอีกครั้งหนึ่ง วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ ก็เปิดสับสวิทย์ on ที่ตรงตัว clip-on แล้วจากนั้นก็รอให้ไฟมันกระพริบ ก็เชื่อมต่อบลูทูธ เมื่อไฟมันค้างก็แปลว่าเราเชื่อมต่อหรือจับคู่บลูทูธได้แล้ว เท่านี้เองกับการใช้งานนะครับ

   ในส่วนสุดท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ของเราในครั้งนี้ สำหรับตัวหูฟังบลูทูธ Remax S3 clip-on ตัวนี้ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียงที่ได้จากการฟังเพลงนั้นเอง ซึ่งก็ต้องบอกว่าหลังจากที่แอดมินได้ทดสอบแล้ว ทีแรกคิดว่ามันเป็นหูฟังธรรมดาๆ ไม่มีแม่เหล็กหนีบ ไม่มีซองใส่มาให้ แต่เสียงค่อนข้างประทับใจว่ากันอย่างงี้เลย เสียงเบสดีครับ แบ่งย่านได้ดี ไม่ดังเกนิกว่าที่จะไปรบกวนเสียงในย่านอื่น คือหูฟังเสียอย่างหนึ่ง ถ้าบางทีเบสมาแรงเกิน เราฟังแล้วเสียงกลาง เสียงแหลม บางทีไม่ชัดเจน ไม่เคลียร์ แต่หูฟังตัวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นครับ ถือว่าเป็นหูฟังบลูทูธตัวหนึ่งที่น่าฟังเลยทีเดียว

รีวิวหูฟัง SmallTalk Remax super bass RM-690D หูฟังเน้นเสียงเบสนุ่มในราคาหลักร้อย

 

   108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ แอดมินมีหูฟังที่ต้องบอกว่าเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบเดินทางบ่อยๆ นั่งรถนานๆ แล้วก็ต้องชอบฟังเพลงไปด้วยแบบนี้ เหมาะเลยที่จะมาอ่านรีวิวในตอนนี้ เพราะว่าแอดมินมีหูฟังจากยี่ห้อ Remax มารีวิวกัน เป็นหูฟังแบบ small talk ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟนได้ด้วย แล้วก็เป็นหูฟังที่ค่อนข้างมีคุณภาพเสียงที่ดีเลยทีเดียว แต่จุดเด่นคือราคาอยู่ในเกณฑ์หลักร้อยเท่านั้นเอง ก็ได้หูฟังดีๆ ที่ให้เสียงเบส เสียงกลางที่เคียร์ แล้วก็เสียงแหลมไม่ปาดหู ฟังแล้วนุ่มนวล เดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปรีวิวถึงรายละเอียดของหูฟังตัวนี้กันเลยครับ

   ในตอนนี้เราอยู่กับหูฟังยี่ห้อ Remax รุ่น Super Bass RM-690D ถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์นี้ Remax ก็ถือว่าค่อนข้างเป็นที่รู้จักในบ้านเราพอสมควรแล้วนะครับ แต่หูฟังในรุ่นนี้ก็อย่างที่เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านะครับ เป็นหูฟังแบบเสียบสายแจ็ค 3.5 ที่มีทั้งไมค์โครโฟน แล้วก็หูฟัง ใช้เป็น small talk ได้ด้วย เป็นหูฟังแบบ in-ear ด้วย มาเริ่มที่การ unbox กันก่อนเลยนะครับ ตัวกล่องที่ใส่หูฟังมานั้น ค่อนข้างที่จะสวยงาม เป็นกล่องสองชั้น สีดำ มีตัวหนังสือบอกชื่อ บอกรายละเอียดเป็นสีทอง ก็ดูสวยงาม พรีเมี่ยมในระดับหนึ่งเลย เปิดออกมาจะเจอกับคู่มือการใช้งาน แล้วก็จะมีใบรับประกันตัวสินค้า แล้วก็มีอุปกรณ์เสริมให้มาอย่างเช่น ตัวจุกยางหูฟังที่มีหลายๆ ขนาดให้เลือกใช้งานกัน ก็เลือให้เหมาะสมกับขนาดรูหูของตัวเอง แล้วก็มีกระเป๋าใส่หูฟังเป็นถุงผ้าชิ้นเล็กๆ มาให้ 1 ชิ้น ส่วนหูฟังตัวนี้ ด้านหลังจะเป็นแบบแม็กเน็ท คือมีแม่เหล็กอยู่ด้านหลัง แปะติดกันได้ ก็ช่วยให้สายมันไม่พันกันได้ส่วนหนึ่ง มาถึงในส่วนของหูฟังกันบ้าง ทางแอดมินเองก็ได้ทำการทดสอบฟังน้ำเสียง ทดสอบการใช้กันมาแล้วก่อนที่จะมาทำรีวิวในตอนนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกับว่า หูฟังตัวนี้ จะใช้เป็น small talk ได้กับสมาร์ทโฟนทางฝั่ง android ได้หรือไม่ เพราะว่าน่าจะใช้ได้กับทาง IOS หรือเปล่า ไม่แน่ใจนะครับ เพราะว่าตรงไมค์โครโฟนนั้นมีปุ่มแบบ 3 สวิทย์ ทางแอดมินไม่มี android ให้ทดสอบก็เลยไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ อย่างไงเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องการอยากจะได้หูฟังตัวนี้ไปใช้กับโทรศัพท์ด้วยเนี่ย ก็ลองไปทดสอบกันได้หรือไปถามกับพนักงานขายได้ แต่ในส่วนหลักๆ ของการรีวิวคือ ใช้หูฟังตัวนี้ในการฟังเพลง ก็จะมีปุ่ม 3 สวิทย์ ที่เอาไว้เพิ่มลดเสียงหรือเอาไว้เลื่อนเพลงได้ด้วย ที่ตรงไมค์โครโฟนที่สาย ตัวแจ็ค 3.5 มม. ชุบสีทองมาให้ด้วย ก็ดูสวยงาม ดูมีราคาเลยทีเดียว

   ถัดมาเราก็จะมาโฟกัสกันที่หูฟังด้านบนกันเลยดีกว่าครับ ดีไซน์นั้นค่อนข้างสวยเช่นกัน เล่นลวดลายเป็นขอบสีโครเมี่ยมมาให้ด้วย ตัวไดเวอร์ด้านในนั้นมีขนาดอยู่ที่ข้างละ 10 มม. ก็เป็นไดเวอร์ที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วจุดเด่นของหูฟังแบรนด์นี้อีกหนึ่งอย่างก็คือว่า ตัวจุกหูฟังที่เป็นยางเนี่ย จะเห็นว่ามีรูที่เท่ากับขนาดหูฟังหรือไดเวอร์เลย หลายๆ แบรนด์จะเป็นจุกยางที่แหลมๆ เล้กๆ ตรงปลาย ตรงนี้แอดมินเองคิดว่ามันจะทำให้มิติเสียงที่เข้ามาดูหูเรา มันจะเล้กลง มิติจะแคบลง เสียงเบสที่หนักๆ กว้างๆ ก็จะแคบลงไปด้วย แต่จุกยางแบรนด์นี้ทำมาได้ค่อนข้างดี ทำให้มิติของเสียงในย่านต่างๆ เนี่ยมันไม่ค่อยที่จะผิดเพี้ยนไปมากเท่าไหร่ แล้วก็ทำให้เสียงนั้นกว้าง เสียบเบสต้องบอกว่านุ่ม ลึก แล้วก็มีความกังวานอยู่ในหูเราเลยทีเดียว คือต้องบอกว่าหูฟังแบรนด์นี้ รุ่นนี้ เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงแบบนุ่มๆ ไม่ได้กระแทกกระทั้นสักเท่าไหร่ ฟังสบายๆ ถ้าเป็นร็อคก็ร็อคแบบเบาๆ เสียงไสๆ แบบนี้เป้นต้นนะครับ ส่วนวิธีการดูว่าหูฟังข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ง่ายๆ ครับถ้าจะดูเนี่ย สังเกตข้างที่มีไมค์โครโฟนด้วยเนี่ยเป็นข้างซ้าย แต่จะที่สังเกตอีกหนึ่งจุดก็ตรงที่หูฟัง จะมีบอกอยู่ว่ามีจุด 3 จุดที่ตรงด้านข้างหูฟัง แสดงว่าเป็นข้าง Left ส่วนข้าง Right เนี่ยก็จะมีตัว R ติดเอาไว้อยู่

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวในตอนนี้กับ Remax super bass RM-690D ตัวนี้ ถือว่าเป็นตรงตามชื่อรุ่นที่ว่าเป็น super bass จริงหรือไม่ ก็คงตอบว่าจริงครับ แต่ราคาเบาๆ แล้วมีประกันหลังการขายยาว ก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเลยทีเดียว ก็มีอยู่ 3 สีให้เลือกใช้งานกัน สีทอง สีแดง สีขาว ชอบสีไหนก็ไปลองทดสอบฟังเพสียงด้วยตัวเองกันดูได้เลยนะครับ