รีวิวลำโพงบลูทูธ Wharfedale Vice ลำโพงสัญชาติเมืองผู้ดี คุณภาพเสียงแบบผู้ดี

 

   สำหรับการรีวิว gadget ใหม่ๆ ของเราในตอนนี้ที่ 108plaza ก็ได้มีโอกาสได้แกะกล่องเปิดเอาลำโพงบลูทูธรุ่นแรกของแบรนด์ทางฝังอังกฤษมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าอ่านดูจากเบื้องต้นบอกว่าลำโพงเมืองผู้ดีสัญชาติอังกฤษ แค่นี้ ก็อาจจะมองว่าเรื่องของราคานั้นต้องจับต้องยากแน่นอน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ เรื่องของราคานั้นไม่ได้แพงอย่างที่คิด ไม่ใช่หลักหมื่นแน่นอน แต่คุณภาพเสียงนั้นต้องบอกเลยว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

   นี่คือลำโพงพกพาขนาดเล็ก เบา พกพาง่ายจริงๆ กับแบรนด์เมืองผู้ดีอังกฤษที่ชื่อว่า Wharfedale Vice นั้นเอง สิ่งที่น่าสนใจในลำโพงพกพาตัวนี้ก็คือว่า เป็นรุ่นแรก ตัวแรก ของการลงมาทำลำโพงบลูทูธแบบนี้ของแบรนด์นี้เลย ซึ่งถ้าใครที่อยู่ในวงการเครื่องเสียง ลำโพง อุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นกับระบบเสียงเนี่ยนะครับ จะรู้เลยว่า wharredale นั้นคุณภาพและชื่อเสียงของเขานั้นถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าแบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นลำโพงพกพารุ่นแรกด้วยนั้น ก็เลยทำให้ทีมงานต้องไปสรรหามารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วยนั้นเอง

   จุดเด่นอย่างแรกเลย ที่มีมาให้ในลำโพงพกพาตัวนี้คือมันมีน้ำหนักที่เบามาก ประมาณ 3 กรัมเท่านั้นเอง ก็สามารถใส่กระเป๋ากางเกง กระเป๋าหิ้วอะไรได้สบายๆ เลย แล้วเบื้องต้นที่ได้ฟังมาสักประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่าบุคลิกเสียงของลำโพงตัวนี้ออกไปในทางผู้ดีอังกฤษจริงๆ คือเสียงร้องชัดเจน นุ่ม ละมุน ไพเราะ ฟังแบบเบาๆ สบายๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ ซึ่งใครที่ชอบฟังเพลงแนวแบบว่าเน้นเสียงร้องชัดๆ เสียงกลางคมๆ ก็ต้องมาที่ตัวนี้เลย แต่คงจะไม่เหมาะกับคนที่เน้นความมันในการฟังเพลงเป็นหลักนะครับ ไม่เหมาะเลยทีเดียว เพราะว่าเบสก็ไม่ได้หนักหน่วง เสียงแหลมก็ไม่ได้พุ่งจนปาดหู ไม่ใช่ นี่คือบุคลิกเสียงโดยรวมก่อนที่จะไปไปรีวิวในส่วนอื่นๆ ในเรื่องของการใช้งานนะครับ เพื่อที่ว่าบางคนจะได้ตัดสินใจได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบก็จะได้ไปอ่านรีวิวในตอนอื่นๆ เพราะในเว็บไซต์ของเราเองก็รวบรวมไปลำโพงบลูทูธหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อมารีวิวกันเอาไว้มากมายเลยทีเดียว ก็เลือกตามความชอบของใครของท่านนะครับ

   มาดูฟังก์ชั่นการใช้งานกันบ้างนะครับ แน่นอนว่าเป็นลำโพงบลูทูธ ก็ต้องสามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแบบ v4.0 ได้ด้วย ระยะที่อย่างน้อย 10 เมตรนี่คือได้สบายๆ แต่ไกลกว่านั้นก็ได้เช่นกัน ระบบเสียงเป็นแบบ stereo output ตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มาน้น สามารถใช้งานได้ติดต่อกันประมาณ 8 ชั่วโมง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานก็อาจจะได้น้อยกว่านี้อีกนิดหรือว่าถ้าเปิดในระดับเสียงปกติ ก้อาจจะได้นานถึง 10 ชั่วโมงนะครับ แล้วก็สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ในตัวเลย ส่วนอุปกรณ์ข้างในก็จะมีตัวเครื่องมาให้ แล้วก็จะมีสายชาร์จที่เป็น micro USB มาให้แล้วก็คู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาอังกฤษ ตัวกล่องและก็ตัวเครื่องนั้นถือว่าออกแบบมาเรียบๆ ดูคราสสิคเล็กน้อย มีสายหนังที่เป็นหูหิ้วมาให้ด้วย ส่วนที่ด้านบนของตัวเครื่องนั้น ก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่มหยุดเพลง เล่นเพลง แล้วก็ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วก็มีปุ่มกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ เท่านั้นเอง ก็ใช้งานง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร การเชื่อมต่อบลูทูธก็เหมือนๆ กับลำโพงบลูทูธทั่วไปเลย ส่วนด้านในตัวเครื่องนั้นก็จะมีลำโพงแบบ full range ขนาด 2 นิ้ว 2 ตัว ที่รองรับความถี่ตั้งแต่ย่านต่ำไปจนถึงย่านสูงเลยทีเดียว ด้านหลังของตัวเครื่องก็เป็นตัวช่วยเพิ่มพลังเบสด้วย passive radiator มาให้ 1 ตัว ส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 8 wrms ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมากมายอะไร แต่ต้องบอกว่าเสียงดังใช้ได้เลยนะครับ ถัดมาก็มาดูกันที่ขนาดสักนิดหนึ่ง ความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 3 ซม. ความกว้างอยู่ที่ 18 ซม. ความสูง 7.5 ซม น้ำหนักตัวเครื่องก้อย่างที่บอกไปว่า 3 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าพกพาง่ายมากเลยนะครับ

   สำหรับลำโพงบลูทูธ Wharfedale Vice ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ เรื่องของราคาก็คงอยากจะทราบกันแล้วนะครับ ราคากลางที่หลายๆ ร้านวางจำหน่ายอยู่ที่ 2 พันบาทมีทอนครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่แพงเลย สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแบบเน้นรายละเอียดของเรื่องดนตรี แต่ย้ำนะครับว่า ลำโพงบลูทูธตัวนี้ไม่เหมาะกับคนที่ชอบเสียงแบบหนักหน่วง เบสหนักๆ แน่นๆ ดังแบบตูม ตาม แบบนั้นไม่ใช่ต้องไปหาตัวอื่นทันทีเลย เพราะลำโพงรุ่นนี้เน้นเสียงร้อง เน้นเสียงดนตรีและรายละเอียดที่ไพเราะ ฟังสบายๆ มากกว่านั้นเองครับ

รีวิว Marshall Kilburn ลำโพงบลูทูธที่ให้เสียงที่หนักหน่วง เด่นเรื่องของพลังเบสและความชัดเจนของเสียง

   มาเอาใจคนรักการฟังเพลงกันอีกแล้วครับ! สำหรับการรีวิว gadget ใหม่ๆ จากเว็บไซต์ 108plaza ของเรานั้นในตอนนี้มีลำโพงบลูทูธจากแบรนด์ Marshall รุ่น Kilburn มาเจาะลึกและชำแหละรายละเอียดให้เห็นถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน และ เห็นถึงจุดเด่นและจุดด้อยต่างๆ เพื่อที่จะได้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดจะหาลำโพงบลูทูธหรือลำโพงแบบพกพาสักตัวมาฟังเพลง

   เริ่มด้วยเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องนั้นอย่างที่เพื่อนๆ เห็นนะครับ จะมีหูหิ้วมาให้ด้วย แอดมินดูไปดูมาก็คล้ายๆ วิทยุเหมือนกันนะครับ ดีไซน์ใครที่ชอบแนวย้อนยุคสักนิดหนึ่งเนี่ย น่าจะชอบเลยทีเดียว สำหรับในรุ่นนี้ก็เปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สี ก็คือตัวสีดำ แล้วก็สีครีม ต่อมาก็มาดูฟังก์ชั่นการใช้งานกันบ้าง สำหรับลำโพงพกพาตัวนี้ก็แน่นอนว่าสามารถเชื่มอต่อแบบไร้สาย ผ่านทางบลูทูธแบบใหม่ v4.0 แล้วก็สามารถเชื่อมต่อผ่านสายแบบ AUX input 3.5 มม. แล้วก็แถมสายมาให้ด้วยในกล่อง ในส่วนของตัวลำโพงนั้น ด้านในตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ 2.1 คือเป็นแบบสเตอริโอ ก็จะมีดอกลำโพงแบบ twitter ขนาด 2.4 ซม. จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ทำหน้าที่ในการกำเนิดเสียงในย่านความถี่สูงหรือเสียงแหลมนั้นเอง แล้วก็มีลำโพงแบบ woofer ขนาด 4 นิ้วอีก 1 ตัวอยู่ตรงกลาง ก็จะทำหน้าให้ให้เสียงในย่านความถถี่ต่ำหรือเสียงทุ้มนั้นเอง ส่วนกำลังขับจะอยู่ที่ 30 wrms ในส่วนของบอดี้นั้น เป็นวัสดุแบบไม้ ABS ให้เสียงเบสที่ได้ความแน่นและทรงพลังมากจากการดีไซน์ตัวตู้ด้านในนะครับ เมื่อบอดี้ทำจากไม้ ก็ตัวเครื่องค่อนข้างจะมีน้ำหนักที่มากพอสมควร น้ำหนักอยู่ที่ 3 กก. เมื่อแกะกล่องมาด้านในก็จะเห็นว่าการชาร์จแบตเตอร์รี่นั้นได้ใช้หัวชาร์จหรือ adapter แต่อย่างใด เป็นการเสียบปลั๊กตรงๆ เลยเข้าไปที่ตัวเครื่อง ก็คิดว่าจะมีตัวแปลงไฟอยู่ด้านในเลย สามารถที่จะเสียบปลั๊กไปด้วยแล้วก็ใช้งานไปด้วยก็ได้เช่นกัน หรือว่าถ้าต้องการใช้แบตเตอร์รี่ก็ได้เช่นกัน ถัดมาก็มาดูที่ขนาดตัวเครื่องกันบ้าง หน้ากว้างของตัวลำโพงอยู่ที่ 24.1 ซม. ความสูง 14 ซม. ความลึก 14 ซม. ก็ลองคำนวณขนาดกันได้ว่า ถ้าลำโพงประมาณนี้เราจะชอบไหม จะพกพาได้ง่ายไหม อะไรแบบนั้นนะครับ

   ถัดมาก็มาดูที่ปุ่มการใช้งานต่างๆ บนตัวเครื่องกันบ้าง ปุ่มแรกเลยก็เป็นสวิทย์แบบ on/off แล้วถัดมาก็จะเป็นปุ่มที่สำหรับปลุกให้ตัวเครื่องมันตื่น เพราะว่าตัวเครื่องรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นหลับด้วยตัวเองเพื่อประหยัดแบต โดยตัวเครื่องถ้าไม่สามารถจับสัญญาณ input ใดๆ เข้ามาได้นานเกินก็จะดับไปเองเพื่อประหยัดแบต แล้วก็จะสามารถเลือกปรับได้ว่าจะชอบโทนเสียงไหน สามารถปรับได้จะเอาเสียงแหลม เสียงเบสหนักๆ ก็สามารถทำได้ใน marshall รุ่นนี้ รวมไปถึงเรื่องของการแสดงไฟ LED แจ้งเตือนต่างๆ อย่างเช่นการกระพริบเพื่อให้ทราบว่ายังไม่ได้เชื่อมต่อบลูทูธ ไฟสีแดงเพื่อให้รู้ว่าแบตเตอร์รี่ใกล้หมด อะไรแบบนั้นนะครับ ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องเสียบไฟเข้าเพื่อชาร์จแบต แล้วจุดเด่นของลำโพงบลูทูธ Marshall Kilburn ตัวนี้ก็คือว่า ด้านล่างของตัวเครื่อง จะมีช่องให้เปิดเพื่อเปลี่ยนแบตเตอร์รี่เองได้ด้วย ซึ่งการใช้งานไปนานๆ 2 ปี 3 ปี แน่นอนว่าแบตเตอร์รี่ต้องเสื่อมแน่ๆ เราก็สามารถไปหาซื้อแบตเตอร์รี่ที่มีขนาดเท่ากัน สามารถเปลี่ยนเองได้ด้วย ก็ค่อนข้างประหยัดดีเลยทีเดียว ส่วนแบตเตอร์รี่นั้นหาซื้อได้ไม่ยากครับ เป็นแบบริเที่ยม พอริเมอร์ ขนาดความจุ 2200 mAh มีทั้งหมด 4 เซลล์ ด้วยกัน

   ในส่วนของ่บุคลิกของเสียงนั้น เบสนำมาก่อนใครเลย ใครที่อยากจะได้ลำโพงบลูทูธดีๆ เบสหนักๆ มาทางนี้เลย Marshall Kilburn เป็นลำโพงบลูทูธแบบพกพาที่สามารถฟังได้ทั้งแบบ in door แล้วก็แบบ out door คือแอดมินลองเอาไปเปิดฟังตามสถานที่ต่างๆ ตามสวนสาธารณะ อะไรแบบนั้น ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ความดังของลำโพงตัวนี้นั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นอกจากเสียงเบสจะหนักหน่วงแล้ว ก็ไม่ทำให้กลบเสียงหรือไปรบกวนเสียงในย่านอื่นด้วยเช่นกัน เสียงกลาง และ เสียงแหลมนั้นก็มาเต็มและคลียร์ใช้ได้เลยครับ แต่ติดอยู่อย่างเดียว เนื่องจากเป็นลำโพงแบบ Hi-end แน่นอนว่า Marshall ก็คือแบรนด์ที่ไม่ธรรมดาอีกนั้นแหละครับ ราคานั้นย่อมเกินกว่าหมื่นขึ้นไปแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย เรียกว่าหมื่นต้นๆ แล้วกันนะครับ สำหรับใครที่จะเล่นรุ่นนี้

   สำหรับในตอนต่อไปเว็บไซต์ 108plaza ของเราจะมีอะไรมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว เพราะว่าทางทีมงานได้เตรียมเอ gadget เด็ดๆ สินค้าโดนๆ มารีวิวในแบบฉบับที่เจาะลึกทุกรายละเอียดของตัวสินค้ากันอย่างนี้แน่นอน

รีวิว Jawbone Big Jambox ลำโพงพกพาที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่พลังเสียงนั้นอาจจะทำให้คุณหันมามอง

 

   สำหรับการรีวิว gadget สุดล้ำในครั้งนี้ของเราเว็บไวต์ 108plaza ก็ได้รับสินค้าตัวหนึ่งจากแบรนด์ Jawbone ซึ่งแบรนด์นี้หลายคนบอกตรงๆ ว่าอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้มากนัก เพราะว่าในบ้านเรานั้นยังไม่มีสินค้าที่แบรนด์นี้รุกตลาดอย่างเด่นชัด แต่ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพมากเลยในการผลิตสินค้าแต่ละตัวออกมาวางจำหน่าย ซึ่งแอดมินก็ได้รับลำโพงแบบพกพาตัวหนึ่ง ที่เพือ่นๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ ก็ต้องบอกว่าดีไซน์ของตัวลำโพงนั้นอาจจะไม่ได้เด่น ไม่ได้ดูล้ำสมัยสักเท่าไหร่ แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวศิลปะนิดหนึ่ง อะไรแบบนั้น

   เราอยู่กับ Jawbone Big Jambox ตัวนี้เลย เป็นลำโพงบลูทูธที่พลังเสียงหลังจากที่ทดสอบใช้งานมาก่อนหน้านี้แล้ว ต้องบอกเพื่อนๆ ว่ามันสามารถนำไปเปิดในงาน out door ได้สบายเลยทีเดียว ซึ่งลำโพงรุ่นนี้ก็เปิดตัวออกมามีให้เลือกซื้อ เลือกหากันอยู่ 3 สีด้วยกัน สีขาว สีดำ แล้วก็สีแดง แต่สำหรับแบรนด์ jawbone เองนั้นก็เป็นแบรนด์ที่อยู่ในฝั่งอเมริกาเลย แต่ตัวสินค้าเองก็จะ made in china อยู่นะครับ เริ่มต้น unbox ขึ้นมาก็จะมีคู่มือการใช้งานมาให้ มีตัวปลั๊กที่เอาไว้สำหรับชาร์จไฟมาให้เลย ไม่ต้องไปหาที่ไหนพร้อมกับตัวอแด็ปเตอร์แปลงไฟมาให้แล้วเรียบร้อย แล้วจากนั้นก็จะมีสาย USB พอร์ดที่เอาไว้เชื่อมต่อกับเฟิร์มแวร์ต่างๆ ของทางเว็บไซต์ jawbone สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ซื้อมาแล้ว ก็สามารถเข้าไปอัพเดทเฟิร์มแวร์กันได้ที่เว็บไซต์ jawbone ก็จะมีชิปเสียงที่มันพัฒนาขึ้น รูปแบบเสียงเรียกเข้าต่างๆ แบบใหม่มาให้ได้อัพเดทกันเยอะเลย แล้วก็มีสาย input AUX 3.5 มม. มาให้ด้วย ก็ครบครันสำหรับอุปกรณ์เสริม

   ในส่วนถัดมาก็ต้องมาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง ความจุของแบตเตอร์รี่นั้นให้มาที่ 4000 mAh สามารถใช้งานกันได้นานต่อเนื่องกันไปเลย 15 ชั่วโมง ก็เรียกว่าตอบโจทย์คนที่ชอบฟังเพลงแบบยาวๆ แบตเตอร์รี่อึดๆ กันอย่างยิ่งเลย ต่อมาในส่วนของกำลังขับอยู่ที่ 40 watts อยู่ภายใต้ภาคขยายหรือว่าเพาเวอร์แอมป์แบบคราส ดี ด้านในตัวเครื่องก็จะมีดอกลำโพงแบบ full range คือให้เสียงทั้งเบส กลาง แหลม ได้หมดเลย อยู่ด้านใน 2 ตัว ขนาด 2 นิ้ว เล่นเพลงแบบสเตอริโอ แล้วก็มีตัวช่วยเสริมกำลังเสียงของเบสแบบ passive radiator จำนวน 2 ตัวเช่นกันอยู่ทางด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนของปุ่มคำสั่งการใช้งาน ก็จะมีปุ่มเปิดเครื่อง ปุ่ม pair บลูทูธ แล้วก็สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ รวมไปถึงสามารถกดโทรออกจากตัวลำโพงได้ด้วย แล้วก็มีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียงต่างๆ ส่วนพอดร์ดเชื่อมต่ก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ ตัวนี้สามารถชาร์จเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ก็จะสามารถใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมงอย่างที่บอกไป แล้วก็มีช่องเสียบ AUX ถัดมาก็จะช่องเสียบ USB port ที่เอาไว้อัพเดทเฟิร์มแวร์ ในส่วนของการดีไซน์นั้นแอดมินไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ มันดูเรียบๆ ธรรมดาเกนิไป ก็เป็นแบบสี่เหลี่ยมเฉยๆ แต่การดีไซน์ในแต่ละสีนั้น ลวดลายจะไม่เหมือนกัน จะต่างกันไป ตรงนี้ใครไปหาซื้อก็ลองเช็คดูว่าเราชอบลวดลายไหนด้วยนะครับ แต่จุดเด่นหลังจากทดสอบใช้งานแล้ว อย่างแรก สามารถบอกเบอร์โทรได้ว่าเป็นเบอร์อะไรที่โทรเข้ามา บอกเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ไม่สามารถบอกชื่อได้ บอกแต่เบอร์ แล้วก็สามารถกดถามเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอร์รี่ที่เหลืออยู่ได้ด้วย แต่ข้อเสียก็คือ เวลามีสายเรียกเข้า เดี่ยวนี้หลายคนมักจะไม่สามารถจำเบอร์โทรได้ ก็เลยไม่รู้ว่าใครโทรมา เพราะฉะนั้นแล้ว ฟังก์ชั่นบอกเบอร์โทรด้วยเนี่ย ก็อาจจะไม่จำเป็นก็ได้

   มาถึงในส่วนของการทดสอบเรื่องของเสียงกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าลำโพงแบรนด์นี้ ถ้าใครอยากได้เสียงที่มีคุณภาพ รายละเอียดของเครื่องดนตรีที่เน้นๆ ได้ยินทุกชิ้นที่เป็นเครื่องดนตรี ทั้งชุดกลอง เครื่องดนตรีสาย เครื่องเป่า แยกได้ยินชัดเจน รายละเอียดถือว่าดีมาก แล้วเสียงที่ได้นั้นออกมาธรรมชาติของเสียงดนตรีได้ครบเลย คือเอาง่ายๆ ว่าแอดมินเองถ้ามีเงินน่าจะเก็บไว้สักตัว เพราะว่าข้อดีมันเน้นที่การฟังเพลงจริงๆ ฟังได้นาน ฟังได้ดี

   อีกหนึ่งจุดเด่นของลำโพงบลูทูธที่ไม่รีวิวไม่ได้เลย ก็คือจะมีโหมด lite audio คือจะเปลี่ยนโทนเสียงดนตรีให้คล้ายกับเราไปฟังในคอนเสิร์ดใหญ่ๆ ดนตรีสด อะไรแบบนั้น ชุดกลองจะแน่นขึ้น จะมีชีวิตชีวามากขึ้น คือฟังก์ชั่นเยอะครับ เพียงแค่กดปุ่มบวก ลบ พร้อมกันก็จะเป็นเป้นโหมด lite audio ให้ทันทีเลย แอดมินบอกเลยว่าน่าสนใจ น่าใช้ แต่อย่าเชื่อการรีวิวของแอดมิน ต้องไปทดสอบฟังด้วยตัวเองจริงๆ กันตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้เลยว่าสิ่งที่แอดมินได้รีวิวมานั้น จริงหรือไม่

   

Review Acer K242HL Monitor จอมอนิเตอร์ราคาเบาๆ แต่คุณภาพจอระดับ Full HD

   สำหรับใครที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์หน้าจอใหญ่ๆ คุณภาพดี ความละเอียดของหน้าจอสามารถเอาไปเล่นเกมส์ได้ สามารถเอาไปใช้งานทางด้านกราฟฟิกได้ แล้วที่สำคัญก็คือว่า ราคาไม่แพงด้วย ใครที่อยากจะได้คุณสมบัติแบบนี้บ้าง ต้องมาที่นี่ครับ 108plaza ของเรานี่แหละครับ เราไม่ได้ขายนะครับ แต่เราจะรีวิวให้ทุกท่านดูว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราพูดถึงนั้น มันดีจริงหรือไม่ แล้วใช้งานเป็นอย่างไร เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ นั้นเองครับ ไม่รอช้า เดี่ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

   สำหรับหน้าจอมอนิเตอร์ของทาง acer เครื่องนี้มีขนาด 24 นิ้วครับ แล้วก็มีชื่อรุ่นว่า acer K242HL นั้นเองครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าปัจจัยหลักๆ ของการเลือกหน้าจอเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ใช้งานมันมีอยู่ไม่กี่ข้อหรอกครับ อย่างเช่น เอาไปไว้ดูหนัง เล่นเกมส์ หรือ เอาไปใช้ทำงานทั่วไปหรืองานแบบขั้นสูง งานทางด้านกราฟฟิก อะไรแบบนี้นะครับ แล้วอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องของ งบ หรือตัวเงินที่จะมีไว้ซื้อว่ามีงบอยู่เท่าไหร่นั้นเอง แต่ถ้าหลังจากที่ได้อ่านรีวิวหน้าจอรุ่นนี้เสร้จแล้ว เดี่ยวเราจะมาสรุปกันอีกทีว่ามันน่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้างนะครับ

   มาดูเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องกันเบื้องต้นสักนิดหนึ่งก่อนดีกว่าครับ ก็เรียกว่ามันมีความสวยงามดีครับ ตัวขอบจอนั้นมีขนาดค่อนข้างบางดีเลยทีเดียว แล้วก็ขอบจอนั้นเป็นสีดำเงา แบบกรอสซี่ด้วย แล้วหน้าจอของ acer รุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบสีด้าน ซึ่งข้อดีของการเป็นหน้าจอแบบนี้เนี่ยนะครับ มันจะช่วยลดการสะท้อนของแสงลงมาได้ หลายคนคงจะเคยใช้หน้าจอที่มันเป็นกระจก ที่เวลาเราไปใช้ตามที่ต่างๆ ที่มีหน้าต่างเยอะๆ มีการเปิดไฟหลายๆ ดวง ในพื้นที่บริเวณนั้น มันจะเห็นเป็นเงาสะท้อนกลับมาหมดเลย แล้วทำให้การมองหน้าจอนั้นไม่ดีเท่าที่ควรนั้นเองนะครับ แต่หน้าจอตัวนี้เป็นแบบสีด้าน ก็ช่วยลดเรื่องการสะท้อนแบบนี้ไปได้เยอะเลยทีเดียวครับ ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า TN film เป็นการใช้ความบางของหน้าจอแบบพิเศษ ดังนั้นเรื่องความบางของหน้าจอ ความเบาของหน้าจอ มีให้มาครบเลย หน้าจอตัวนี้สามารถทำมุมก้มได้ที่ 5 องศา แล้วก็ทำมุมเงยได้ถึง 25 องศา แล้วก็สามารถมองทางด้านข้าง ทั้งด้านซ้าย แล้วก็ด้านขวาเนี่ย ได้มากถึง 170 องศา แล้วก็มุมมองทางด้านตรง แบบที่ไม่ต้องปรับจอก้มหรือเงย สามารถมองได้ 120 องศา ถามว่าการใช้งาน จริงๆ แล้วเราไม่ได้ไปวัดหรอกครับว่ามันกี่องศา ถูกต้องไหมครับ แต่ทีนี้เรามาดูการใช้งานจริงๆ ว่าเมื่อเรามองทางด้านข้าง มองทางด้านบนลงมา คือไม่ได้มองในตำแหน่งตรงๆ จากหน้าจอเลย มันเห็นได้ชัดเจนไหม คำตอบหคือ ชัดเจนดีครับ สีสันไม่ผิดเพี้ยน แล้วก็สามารถดูรายละเอียดบนจอได้ครบถ้วนดีครับ ก็ถือว่ามุมมองของจอนี้ทำมาดีเลยทีเดียวครับ ทีนี้หันมาดูด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้างนะครับ ด้านหลังจะทำเป็นแบบสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเลยเป็นตรงบริเวณขอบจอรอบๆ เลย จะเป็นการขัดลายเป็นพื้นผิวสีดำ ส่วนตรงกลางจะทำนูนออกมา ด้านในก็จะเป็นภาคจ่ายไฟที่เป็นแบบสวิทช์ชิ่งพื้นผิวสีดำเหมือนกัน ตรงกลางก็จะมีโลโก้ของทาง เอเซอร์ เป็นสีดำเงาแบบกรอสซี่เช่นเดียวกัน ก็เรียกว่าดีไซน์ตรงเครื่องนั้นดูสวยงามดีเลยทีเดียวครับ

   มาดูเรื่องของพอร์ดการเชื่อมต่อกันบ้างนะครับ เป็นการใช้งานอย่างหนึ่งที่สำคัญของตัวหน้าจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว ซึ่งด้านหลังของจอก็ให้เป็นพอร์ดแบบ DVID มา 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็เป็นพอร์ดแบบ VGA 15 pin มาให้อีก 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็จะเป็นช่องเสียบปลั๊กไฟเลี้ยงที่เสียบกับไฟบ้านปกตินี่แหละนะครับให้มาอีก 1 พอร์ดปกติเช่นกัน ซึ่งพอร์ดการเชื่อมต่อก็มีแค่นี้เองนะครับ ก็คือใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี หรือว่า โน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ด VGA เป็นหลักนะครับ ยังไม่มี HDMI หรือว่าพอร์ดอื่นๆ ถัดมาด้านล่างครับ ตรงที่เป็นเสาตั้งฐานของจอ จากที่เห็นในรูปนะครับ ก็จะเป็นเสาเอียงขึ้นมายึดกับตัวหน้าจอเอาไว้ แล้วก็มีฐานที่เป็นสีดำกรอสซี่ครึ่งหนึ่ง แล้วก็อีกครึ่งหนึ่งด้านหลังเป็นสีดำเงาแบบขัดลายนั้นเอง ที่นี้มาดูเรื่องของสเปคหน้าจออย่างละเอียดกันสักนิดหนึ่งครับ ขนาดหน้าจอก็อย่างที่บอกไป 24 นิ้ว

   ถัดมาก็เป็นตัว Panel type Twist nematic film panel ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1920*1080p อัตราส่วนของจอแบบ 16.9 Refresh rate 60Hz Brightmess 250 cd/m2 ก็ต้องบอกอย่างนี้ในช่วงท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ว่ามันเป็นตัวที่เหมาะกับการใช้งานทั้งเล่นเกมส์ ดูหนัง แล้วก็ทำงานได้กราฟฟิกได้ดีเลยทีเดียวครับ ใครสนใจก็ลองไปหาดูตัวจริงกันได้ที่ศูนย์บริการต่างๆ ได้เลยครับ

Review Lenovo Yoga Tab 3 Pro Projector Tablet ที่เหมาะกับงานประชุมและพรีเซ้นท์งาน พร้อมครบครันทางด้านความบันเทิง ตัวใหม่ล่าสุดจาก เลอโนโว่

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักและหลงใหลสินค้าอทางด้านไอที แล้วก็ชอบที่จะสรรหาอุปกรณ์ไอทีตัวใหม่ๆ ที่จะมาช่วยให้คุณนั้นทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แล้วก็รวดเร็วขึ้นนั้นเองครับ ในครั้งนี้เราก็มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวกันครับ แน่นอนว่า 108plaza ของเราต้องจัดหนัก จัดเต็มกันทุกๆ ตอนอยู่แล้วและจะเป็นอุปรกรณ์ไอทีตัวไหนอย่างไร ไปดูกันเลย

   Gadget ที่เราจะรีวิวกันในวันนี้คือ Lenovo Yoga Tab 3 Pro รุ่นที่ต่อยอดมาจาก yoga tab 2 นั้นเองครับ ก็ได้มีการเปิดตัวกันไปไม่นานมานี้ เรียกว่าเราได้ตัวเครื่องมารีวิวกันสดๆ ร้อนๆ ก่อนใครเพื่อนอีกแล้วนะครับ ต้องบอกว่า 108plaza ของเรานี่เป็นผู้ที่รีวิวกันเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ใครที่พลาดอ่านไปแม้แต่ตอนเดียว ต้องกลายเป็นคนที่ตกเทรนด์ไปเลยทีเดียวนะครับ

   มาดูความสดใหม่ของแท็ปเล็ดตัวนี้กันดีกว่าครับ แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับรู ที่ด้านหลัง มันจะสามารถทำอะไรได้บ้างนั้น เดี่ยวรู้ครับ ความพิเศษในด้านการใช้งานอย่างแรกของแท้ปเล็ดตัวนี้นะครับ ก็คือการพับขาตั้งเอาไว้ติดกับตัวเครือ่ง แล้วก็ถือใช้งานปกติ ก็ใช้งานได้สะดวกกับการพกพานั้นเองครับ ความพิเศษอย่างที่สอง เราก็กางขาตั้งออกมา สามารถตั้งแท็ปเล็ดเอาไว้บนโต๊ะทำงานหรือว่าวางไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ได้ด้วย อย่างที่สาม ใครที่ชอบเล่นโซเชียลบนเตียง เล่นเกมส์บนเตียงหรือดูหนังบนเตียง เล่นกันแบบสบายๆ เลยเนี่ยก็กางขาตั้งออกมาอีกเล้กน้อย ก็ทำมุมจอเป็นแนวแบนราบไปเลย ก็สะดวกสบายไปอีกแบบนะครับ ก็เรียกว่าขาตั้งของแท็ปเล้ดตัวนี้ตอบสนองทุกท่าทางการใช้งานได้อย่างดีเลยทีเดียว แล้วสุดท้าย แท็ปเล็ดตัวนี้มีรูอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง เอาไว้ทำไม ก็เอาไว้ให้เราไปเลือกแขนตามฝาผนังต่างๆ แนะนำว่าในห้องครัว ใครที่จะทำอาหารต้องดูสูตร ดูคลิปสอนทำอาหาร รูตรงนี้เหมาะเลยทีเดียวครับ

   จุดเด่นใหญ่ๆ อย่างต่อมาของ yoga tab 3 pro เครื่องนี้ก็คือ มันมี projector ติดมาให้ด้วยที่ด้านข้าง การใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่กดปุ่มเปิดค้างเอาไว้ จากนั้นก็ฉายเข้ากับฝาผนังหนือพื้นขาวต่างๆ ได้เลย เหมาะมากกับคนที่ต้องมีการพรีเซ้นท์งาน มีการประชุม มีการแนะนำสินค้ากับคนกลุ่มใหญ่ หรือ การใช้งานทางด้านความบันเทิง อยากจะเปลี่ยนห้องนอนเป็นโรงหนัง ก็ฉายหนังเข้ากับผนังในห้องนอน ดูหนัง ดู MV อะไรแบบนี้ได้เลย ง่ายๆ นะครับ โดย projector ที่ฉายออกมานั้น ก็จะมีระบบปรับขนาดของจอภาพแบบอัตโนมัติ ให้เป็นภาพที่แสดงมาเหมือนกับหน้าจอแท็ปเล็ดได้เลย ก็ถือว่าใช้งานง่ายครับ

   ขนาดของแท็ปเล้ดเครื่องนี้ก็ไม่ได้ใหญ่มากนะครับ มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 10.1 นิ้ว ก็พกพาง่าย หน้าจอมีความคมชัดในระดับ Quad HD เป็นหน้าจอแบบ IPS ก็ถือว่ามีความคมชัดเลยทีเดียว สีค่อนข้างสด ดูสบายตา จอคุณภาพดีครับ การแสดงผลออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยน มีลำโพงให้มาด้านล่าง 1 ตัว เสียงก็ไม่ถึงกับดังมาก อยู่ในระดับปานกลาง ตัวเครื่องสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ ใส่ micro sd card ได้ ใส่ซิมที่รองรับการใช้งาน 4G ได้ด้วย ด้านหลังตัวเครื่องก็ทำมาจากหนังดูสวยงามหรูหราดีครับ ตัวแท็ปเล็ดเองก็ให้กล้องมาทั้งด้านหน้าแล้วก็ด้านหลัง กล้องด้านหลังมีความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดที่ 5 ล้านพิกเซล ถัดมาก็มาดูสเปคของตัวเครื่องกันบ้างนะครับ มาพร้อมกับชิปประมวลผลด้านในเป็น intel atom x5-Z8500 ความเร็วอยู่ที่ 1.44 GHz มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ android 5.1 lollipop ภายในก็จะถูกครอบมาด้วยตัว Vibe UI อีกทีหนึ่ง ใครที่ใช้เลอโนโว่มาก็จะคุ้นๆ กับกราฟฟิกหรือว่าไอคอนส์ต่างๆ นะครับ ให้ RAM 2 GB ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้สูงสุดที่ 128 GB แล้วก็อัดแน่นมาด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ที่มากพอกับการใช้งานยาวๆ เลย 12000 mAh กันเลยทีเดียวครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ ดูการใช้งาน ดูสเปค ดูฟังก์ชั่นที่ให้มากับแท็ปเล็ดตัวนี้แล้ว พอที่จะเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่คุณอยากจะได้เป็นเจ้าของหรือไม่ ซึ่งผมก็ถือว่ามันเป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่มีจุดขาย แล้วก็ใช้งานได้ดีนะครับ เรื่องราคาก็อาจจะแพงนิดหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ 22,xxx บาท เลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปมองหาเครื่องจริงกันได้ที่ศูนย์บริการของทาง Lenovo ได้เลยนะครับ

Review Fluid C5 Audio ลำโพงแบบอนุกรมขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza และคนที่รักในเสียงดนตรีและการทำซาวต์ทุกท่านเลย ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์เป็นลำโพงจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ที่สนใจ แล้วก็อยากจะได้ลำโพงใบเล็กๆ สักใบหนึ่ง เอาไว้ทำงานในสตูดิโอ หรือ การทำมอนิเตอร์ อะไรแบบนั้นนะครับ ในครั้งนี้เราอยู่กับลำโพงแบบอนุกรมใบนี้ครับ Fluid C5

   สำหรับลำโพงใบนี้เป็นลำโพงแบบอนุกรม คราสสิค ดอกเสียงกลางหรือเสียงในย่านต่ำแบบเสียงทุ้มเนี่ยมีขนาด 5 นิ้วครับ แล้วก็มีดอกเสียงแหลมอยู่ที่ขนาด 1 นิ้ว ก็ต้องบอกว่าถ้าใครจำได้แล้วก็อ่านบทความรีวิวของเรามาตลอด ก็คงจะจำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเราเคยนำลำโพงยี่ห้อนี้มารีวิวครั้งหนึ่งแล้ว ยี่ห้อ Fluid นี่แหละนะครับ แต่เป็นในรุ่น F series ซึ่งถามว่าในรุ่นนั้นกับรุ่นนี้ C5 นี้มันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ก็ต้องบอกว่ารุ่นใหม่นี้มันถูกออกแบบมาให้เป็นเหลี่ยมเป็นสันมากขึ้นนะครับ ซึ่งสเปคของลำโพงใบนี้นะครับ ก็จะตอบสนองในย่านความถี่ตั้งแต่ 54Hz ไปจนถึง 22kHz ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว ช่วง่ความถี่ที่ลำโพงใบนี้ตอบสนองได้เนี่ย มีช่วงที่ค่อนข้างกว้างมากเลยทีเดียว คือตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำๆ ไปจนถึงย่านความถี่สูงๆ เนี่ยมันสามารถรับได้สบายๆ เลยนะครับ ในส่วนของความดังของลำโพงใบนี้นะครับ มีค่า dB maximum หรือว่าเรียกกันทั่วไปเนี่ยนะครับเป็นค่า dB SPL อยู่ที่ 97 dB เลยทีเดียวนะครับ ในส่วนถัดมานะครับ ก็คือตัวที่เป็นกำลังขับหรือว่าภาคขยายที่ลำโพงใบนี้มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวนะครับ ก็จะอยู่ที่ 40 watt ก็จะเพิ่มกำลังขับขึ้นมาจากตัวรุ่นก่อนหน้านี้ที่เราเคยรีวิวไปนะครับ แล้วเรื่องของความกว้างของเสียงแล้วก็ความหนาของเสียงที่ได้จากการทดสอบในเบื้องต้นนั้น ก็ต้องบอกว่าลำโพงใบนี้มันมีความหนากว่ารุ่นเดิมมากเลยทีเดียวนะครับ แล้วความแตกต่างอย่างต่อมาเมื่อเทียบกับตัวรุ่นก่อนหน้านี้ เรื่องของการปรับเพิ่ม วอลลูม การเพิ่มลดเสียง จากรุ่นก่อนหน้านั้นจะเป็นแบบสไลท์ขึ้นลง แต่ในรุ่นนี้ก็จะแตกต่างกันตรงที่ว่าเป็นตัวหมุนวอลลูมเพิ่มลดเสียงแล้วนะครับ มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อสัญญาณกันมาบ้างนะครับ เรื่องของการต่อสัญญาณเข้าหรือว่า input นั้นได้ 2 แบบครับ เป็นการเสียบสายต่อเข้าแบบ TRS phone หรือว่าต่อแบบ RCA ก็ได้เช่นกันนะครับ ก็ต้องบอกว่าการเชื่อมต่อแบบสัญญาณเข้านั้นมีให้เลือกใช้งานได้ค่อนข้างน้อยนะครับ ก็ต้องเลือกใช้งานกันอย่างที่มี แต่บางคนชอบแบบ XLR อะไรแบบนี้ก็ต้องไปหาตัวสัญญาณแปลงเอาอีกทีนะครับ แล้วก็มีในส่วนของภาคขยายหรือว่าตัวเพาเวอร์แอมป์ตัวนี้ด้านในตัวเครื่องเนี่ยนะครับ จะมีอยู่ด้วยกันเพียงโมดุลเดียว ก็เป็นภาคขยายแบบเล็กๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็นลำโพงขนาดเล็กก็แล้วกัน เรื่องของการพกพา เรื่องของการขนย้ายไปทำงานในตามสตูดิโอต่างๆ เนี่ยทำได้สะดวกเลยทีเดียวครับ

   ทีนี้ในส่วนต่อมานะครับ จะเป็นเรื่องของการทดสอบน้ำเสียง เนื้อเสียงที่ได้จากลำโพงใบนี้กันบ้างว่ามันเป็นประมาณไหน แล้วมันจะเหมาะกับการใช้งานประเภทไหนได้บ้างนะครับ ซึ่งในช่วงแรกเนี่ยนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำซาวต์ในห้องอัดหรือในสตูดิโอเนี่ยบ่อยมาก ก็เลยเอาลำโพงใบนี้แหละครับ ที่มันสามารถจะตอบสนองในย่านความถี่ที่กว้างๆ แบบนี้ได้เนี่ยนะครับ ก็นำมาทำซาวต์ดนตรีเลย ต้องบอกว่ามันทำได้ดีเลยครับ เสียงกลอง เสียงกระเดื่องเนี่ยนะครับ ต้องบอกว่าเสียงดีเลย เนื้อเสียงไม่ผิดเพี้ยนจากเสียงจริงของเครื่องดนตรี ใครที่ทำงานในด้านนี้อยู่เนี่ยนะครับ งานที่เป็นงานในห้องอัดเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าทำได้ดี คุณภาพเสียงที่ได้นั้นดุเป็นธรรมชาติดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องบอกว่าอย่างนี้นะครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนเห็นว่ามันเป็นลำโพงใบเล็กๆ ก็จริง มันน่าจะเอาไปเปิดเพลงฟังแนวเพราะๆ สบายๆ ถามว่าได้ไหม เหมาะสมไหม ผมแนะนำจากการทดสอบของผมแล้ว ไม่เหมาะครับ ถ้าจะไปใช้งานทางด้านนั้นจริงๆ เพราะย่านความถี่มันต่ำเกินไป เสียงมันจะฟังแล้วไม่สบายหูถ้าเราไปฟังเพลงนะครับ แต่ถ้าทำซาวต์ดนตรีแยกทีละชิ้นๆ แล้วก็มามิกซ์รวมกัน แบบนี้ถือว่าดีเลยทีเดียวครับ

   สำหรับครั้งหน้านะครับ เราจะมีอะไรมารีวิวอีกนั้น แล้วจะเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะครับ แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจด้วยการกด like กันด้วยที่ facebook//108plaza ของเรานะครับ

Review Lenovo Y5070 Notebook ที่เหมาะสำหรับเอาไว้เล่นเกมส์

   108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มาทำการรีวิวให้กับเพื่อนๆ ที่ชอบเล่นเกมส์กันอีกแล้วครับ ซึ่งใครที่ชอบเล่นเกมส์ แต่อยากจะเล่นกับคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือว่าโน๊ตบุ๊ค เพราะว่ามันสามารถย้ายหรือเคลื่อนที่ไปได้ทุกๆ ที่ อันนี้ตอบโจทย์เลยครับ เพราะในครั้งนี้เองผมก็มีโน๊ตบุ๊คจากค่าย เอลโนโว่ รุ่นหนึ่งที่เหมาะแก่การเล่นเกมส์ ด้วยตัวสเปคที่ค่อนข้างแรง การ์ดจอหรือว่า GPU ที่ตอบสนองต่อการเล่นเกมส์กราฟฟิกเยอะๆ เนี่ยเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ แต่จะเป็นรุ่นไหนอย่างไรนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับโน๊ตบุ๊คที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ ก็คือ Lenovo Y5070 นั้นเอง เป็นโน๊ตบุ๊คที่พัฒนามาจากเวอร์ชั่นเดิมคือตัวรุ่น Y50 นั้นเองครับ เรามาเริ่มดูสเปคของตัวเครื่องกันเลยดีกว่าครับ แล้วเราค่อยมาทดสอบการใช้งานกันในช่วงต่อไป ซึ่งจุดเด่นอย่างแรกเลยที่เห็นได้ชัดก็คือรเองของการนำเอาตัว การ์ดจอหรือว่า GPU ที่เป็นตัว GTX 960M มาใช้ในเครื่องรุ่นนี้นั้นเอง คือมันเป็นการ์ดจอที่สามารถรองรับการใช้งานทางด้านกราฟฟิกได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งทาง เลอโนโว่ เองก็การันตรีมาไว้ว่าการ์ดจอตัวนี้จะทำให้เครื่องแรงขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของตัวหน่วยประมวลกลางก็จะมาพร้อมกับ ตัวซีพียูเป็น Intel core I7 4720HQ ตัวซีพียูเองเนี่ยสามารถปรับเป็น Turbo boost ได้สูงสุดที่ 3.6 GHz ซึ่งเท่าที่ดูสเปคของตัวเครื่องเบื้องต้นเนี่ยก็ถือว่าแรงดีเลยครับ ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้นถ้าใครที่เคยเล่นตัว Y50 รุ่นเก่ามาก่อน จะบอกว่ามันไม่ค่อยจะแตกต่างกันในเรื่องของดีไซน์เท่าไหร่นะครับ แทบจะแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เรื่องของการดีไซน์นั้นอาจจะไม่ค่อยถูกใจใครหลายๆ คนที่อยากจะได้ตัวใหม่ รุ่นใหม่ แต่ดีไซน์มันก็ยังคงเดิม แต่ถ้าใครที่เน้นเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่องที่มันแรงขึ้น เร็วขึ้นเนี่ย ต้องตอบโจทย์ข้อนี้ได้เลยทีเดียว ในส่วนสเปคต่อมาก็คือว่าตัวเครื่องเองจะมี RAM อันแน่นมาถึง 4 GB ในส่วนของหน่วยความจำภายในหรอืว่าฮาร์ดดิสก์นั้น ให้ความจุมาที่ 1 TB ในส่วนของจอแสดงผลเองเนี่ยนะครับ เมื่อเปิดออกมาจะค่อนข้างมีสีสันที่สดครับ ความละเอียดของหน้าจอเป็นแบบ Full HD เป็นหน้าจอแบบ IPS ซึ่งตรงจุดนี้เองเนี่ยจะไม่แตกต่างจากสเปคของรุ่นเดิมที่เป้นตัว Y50 เช่นกัน

   เรื่องของสเปคผ่านไป ก่อนที่จะไปทดสอบการเล่นเกมส์กันนะครับ เพราะเครื่องตัวนี้ผมบอกเอาไว้ว่ามันเล่นเกมส์ได้ดี แต่ในส่วนของการใช้งานทั่วไป การใช้งานทางด้าน document หรือว่างานทางด้านเอกสารนั้น บอกได้เลยว่ามันใช้งานได้ดีเลยทีเดียวแหละนะครับ หรือว่าใครที่จะต้องทำงานทางด้านกราฟฟิกด้วย มีงานตัดต่อภาพ แล้วก็ทำคลิปวีดีโอ ทำสกู๊ปต่างๆ ก็ต้องบอกว่าสเปคของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เนี่ย ผมได้ทำการทดสอบแล้ว มันสามารถรองรับการทำงานทางด้านกราฟฟิกได้ดีทีเดียวครับ

   ในส่วนของการเล่นเกมส์บ้าง ผมเองก้ได้ทดสอบเล่นเกมส์หลายๆ เกมส์แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เกมส์ทูมไรเดอร์ ที่เราเลือกปรับความละเอียดของหน้าจอเป็น Full HD แล้วก็ปรับเฟรมเรดอยู่ที่ 60 เฟรม แต่สำหรับใครที่ชอบเล่นเกมส์ GTA ตอนนี้มีถึง GTA 5 แล้ว ผมเองก้ได้ทดสอบลองเล่นดูแล้วนะครับ บอกได้เลยว่าไหลลื่นครับ สามารถเล่นได้แบบสนุกเลยทีเดียวซึ่งระดับที่เราปรับความละเอียดหน้าจอก็จะอยูที่ระดับ Full HD เช่นกัน ส่วนของเฟรมเรด ก็จะอยู่ที่ประมาณ 40-50 เฟรมเรด นี่แหละนะครับ แต่ถ้าใครที่มีอยู่ในมือแล้ว สำหรับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ รุ่นนี้นะครับ แล้วคิดว่ามันเล่นเกมส์ไม่สนุก ยังไม่สะใจ ก็สามารถไปเพิ่มแรมได้อีกนิดหนึ่ง ก็จะดีขึ้นครั

   สำหรับราคาค่าตัวของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้นะครับ ตัว Lenovo Y5070 ที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้เนี่ย จะมีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาทมีทอนครับ แต่ใครที่อยากจะเปรียบเทียบราคาก็ไปหาราคาต่ำกว่า 3 หมื่นบาทเยอะๆ หน่อยก็จะได้ราคาที่ถูกลงครับ ในส่วนของครั้งหน้าเราจะมีอะไรมารีวิวกันอีกนั้น ก็ต้องขอให้เพื่อนๆ คอยติดตามอ่านบทความรีวิวของเรากันด้วยนะครับ แล้วใครที่ยังไม่ได้กด Like หรือกด share facebook//108plaza ของเรากันด้วยนะครับ สำหรับครั้งนี้ต้องลาไปก่อนแล้ว สวัสดีครับ

 

Review Notebook ขั้นเทพ ท็อปสุด ทำได้ทุกอย่างกับ Dell Inspiron 5559-W56062

 

   วันนี้มาเอาใจคนที่ทำงานทางด้านกราฟฟิก ตัดต่อภาพ แต่งภาพ ตัดต่อภาพยนตร์ ทำสกู๊ป หรือว่าคนที่ต้องการคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีสเปคแรงๆ แล้วก็ดีๆ ใช้งาน หน้าจอใหญ่ๆ หน่อย พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเยอะๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมานี้ อยู่ใน gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะรีวิวกันใน 108plaza ในครั้งนี้แล้วครับ

   สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นท็อปสเปคแรงเครื่องที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้นะครับ คือโน๊ตบุ๊ครุ่น Dell Inspiron 5559-W560621 ชื่อรุ่นบอกไว้เลยว่ามันค่อนข้างที่จะยาวไปสักนิดหนึ่ง แต่สำหรับรุ่นนี้แล้ว มันเป็นรุ่นท๊อปที่สุดในตระกูล inspiron ของทาง dell เค้าแล้วในตอนนี้นะครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่คาดว่าหวังกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ว่าจะพกพาง่าย สะดวก มีขนาดเล็ก นั้นไม่ต้องคาดหวังครับ เพราะโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีขนาดหน้าจอที่ค่อนข้างใหญ่ อัดสเปคด้านในมาเพียบ อัดแน่นมาอย่างที่ว่าจุใจกันเลยทีเดียว ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้น dell เองเค้าไม่ได้เน้นในเรื่องของการดีไซน์ที่วยงามมากนักในทุกๆ รุ่นนะครับ จะดูเรียบๆ พื้นๆ วัสดุที่นำมาทำนั้นก็จะเป็นพลาสติกที่มีการเจาะรูเล็กๆ ไว้ทั้งตัวเครื่อง ตรงกลางเองก็มีโลโก้ dell ติดเอาไว้ชัดเจน มีให้เลือกในรุ่นนี้อยู่ 2 สีด้วยกันนะครับ ก็คือสีเงิน ซิลเวอร์ แล้วก็สีดำ นั้นเองครับ เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมานะครับ จะเห็นว่าทาง dell เองเค้ามักจะทำองศาของการเปิดหน้าจอที่ได้ค่อนข้างกว้างดีครับ เรียกว่าเกือบจะทำมุมได้ 180 องศาเลยทีเดียว ทั้งนั้นทั้งนี้ ก็เพื่อว่าเวลาที่เราทำงานบนโต๊ะทำงาน บางทีโต๊ะทำงานมันสูงต่ำไม่เท่ากัน ก็สามารถปรับองศาของจอได้ค่อนข้างหลากหลายมุมมองตามความถนัดของแต่ละบุคคลนะครับ ตัวเครื่องเองมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่บอกไปแล้วว่าใหญ่ครับ มีขนาดหน้าจอที่ 15.6 นิ้วครับ ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ Hd ความละเอียดอยู่ที่ 1366*768 พิกเซล ด้านบนของตัวหน้าจอก็จะมีกล้องติดมาให้หนึ่งตัว เป็นกล้อง HD Camera แล้วก็มีไมค์โครโฟน 2 จุดด้วยกัน แล้วก็มีตัวเซนเซอร์หน้าจอที่เวลาเราปิดหน้าจอลง หน้าจอก้จะดับลงเช่นกัน ซึ่งตัวกล้องที่ให้มานั้นก็เพื่อเอาไว้วีดีโอคอลกันได้อย่างชัดเจนนั้นเองนะครับ กล้องดีเลยทีเดียว ดูภาพนี่ต้องบอกเลยว่าภาพไม่แตกไม่เบลอ ทั้งนี้ต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่แรงและเสถียร์ด้วยนะครับ สำหรับตัวบอดี้ด้านใน ที่เป็นตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้น ก็เป็นพลาสติกครับ เป็นพลาสติกสีเทา ก็ดูเรียบๆ เช่นกันนะครับ ตัวแป้นคีย์บอร์ดก็จะเป็นแบบชิปเลดคีย์บอร์ด มีระยะห่างของปุ่มที่พิมพ์ได้สบายๆ แต่ถึงแม้ว่าผมเองจะบอกว่ามันเป็นโน๊ตบุ๊คที่สำหรับเอาไว้ทำงาน หน้าจอใหญ่ๆ ก็ตามแต่ แต่มันก็แอบมีความบางมาให้เราเห็นบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้บางมากเท่าไหร่ คือเน้นการใช้งานที่ครบครันครับ

   ถัดมาก็มาดูในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อที่ dell ให้มาบ้างนะครับ ช่องแรกเลยก็จะเป็น caed reader ถัดมาครับ ก็จะเป็นช่องเสียบ USB 3.0 ต่อมาก็จะเป็น HDMI 1 port ถัดมาก็จะเป็นช่องพัดลมระบายอากาศ ต่อมาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นช่องเสียบสาย LAN ที่เป็น RJ45 ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นช่องเสียบไฟ AC Adapter อีกหนึ่งฝั่งของพอร์ดเชื่อมต่อที่มีมาให้ในโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ครับ ก็จะเป็นเครื่องอ่านแล้วก็เครื่องไลท์แผ่น DVD ก็มีมาให้ด้วยในรู่นนี้ หลายคนมักจะถวิลหาเครื่องอ่านอ่านแล้วก็เครื่องบันทึกแผ่นพวกนี้นะครับ เพราะบางคนซื้อโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นมาในตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะเค้าจะเน้นในเรื่องของความบางก็เลยจะไม่ให้เครื่องอ่านแผ่นหรือเครื่องบันทึกแผ่นพวกนี้มาด้วยนะครับ ถัดมาครับ ก็เป็นพอร์ด USB 2.0 มาให้อีก 2 พอร์ด เอาไว้เสียบเมาส์ เสียบคีย์บอร์ด แล้วก็อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ สุดท้ายก็จะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้อีกหนึ่งรูด้วยกัน ยกตัวเครื่องขึ้นมาดูด้านล่างกันบ้างนะครับ วัสดุเป็นพลาสติกเช่นกันนะครับ เป็นสีดำ มีช่องลมระบายอากาศอยู่ด้านล่างค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้าง หลายคนก็คงอยากจะรู้แล้วว่ามันแรงแค่ไหน ตัวเครื่องด้านในมาพร้อมกับ ซีพียู intel core i7-65000U วิ่งด้วยความเร็ว 2.50 GHz ตัวการ์ดจอเองหรือว่า GPU เป็น AMD Radeon R5 M335 4GB GDDR3 ส่วนของ RAM ที่ให้มานั้นอัดแน่นมาเลยทีเดียวครับ ให้มามากถึง 46 GB เป็นแบบ DDR3L หน่วยความจำภายในตัวเครื่องนั้นให้มามากถึง 2 TB เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ สำหรับสเปคของตัวเครื่องที่ให้มา แล้วก็สเปคแบบคร่าวๆ ที่ผมบอกไป มันแรงพอที่จะให้คุณใช้งานได้หรือไม่ เพราะเท่าที่ผมดูเนี่ยนะครับ เรื่องของการืดจอเองก้ดี เรื่องของแรมเองก็ดี เรื่องของรอมหรือว่าฮาร์ดดิสก์ที่ให้มาเองก็ดี เกิดการใช้งานครับ เรียกว่าใครที่มีข้อมูลหรือมีไฟล์งานที่ต้องเก็บเอาไว้ในเครื่องเยอะๆ เนี่ย ฮาร์ดดิสก์เท่านี้แทบไม่ต้องไปซื้อเอทเทอร์นอลมาใช้ต่อกันเลยนะครับ อีกนิดหนึ่งสำหรับการดูสเปคตัวเครื่องครับ สิ่งที่เค้าให้มาในกล่องแล้วจำเป็นต้องใช้ด้วย นั้นก็คือ ตัว adapter ที่เอาไว้เสียบปลั๊กไฟครับ แล้วก็จะมีชุดคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาอังกฤษมาให้ได้ศึกษากันด้วยนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าเท่าที่ผมเองได้ทำการทดสอบเรื่องของการใช้งานบ้างแล้วบางส่วนนะครับ บอกเลยว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ อยู่ในขั้นที่ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คระดับเทพครับ เรื่องของความแรงนั้นเกินพลังจริงๆ

Review Netgear R7000 Smart Solution Strong WiFi พื้นที่กว้างแค่ไหนสัญญาณก็ถึงด้วยตัวกระจายสัญญาณ WiFi

 

   108plaza ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จากทางฝั่งผู้ผลิต solution ที่ใช้ภายในบ้านและสำนักงานอีกหนึ่งตัวมาฝากเพื่อนๆ ได้ศึกษาและได้ดูรายละเอียดการทำงานของสินค้าตัวนี้กันครับ ต้องตั้งคำถามเอาไว้อย่างนี้ครับว่า ทุกวันนี้ถ้าเพื่อนๆ มีพื้นที่ภายในบ้าน หรือ ภายในร้าย ภายในสำนักงาน ที่มีบริเซรกว้างๆ เนี่ย จะพบเจอปัญหาอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบ WiFi บ้างครับ แน่นอนว่าอย่างแรกเลยถ้าเราอยู่ไกลๆ จากตัว เลาท์เตอร์ สิ่งที่เจอปัญหาคือสัญญาณไม่ถึง ใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้ หรือถ้าถึงก็สัญญาณอ่อน มาๆ หายๆ แบบนี้ใช่ไหมละครับ ซึ่งอุปกรณ์ไอทีที่ผมได้นารรีวิวในครั้งนี้เนี่ยนะครับ มันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ให้หมดไป เพื่อนๆ จะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ต wifi ได้ทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมเลยทีเดียว

   สำหรับตัวอุปกรณ์ไอทีที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้านี้ มันมีชื่อรุ่นว่า Netgear R7000 ครับ ตัวนี้คือตัวเลาท์เตอร์ที่จะมีการใช้งานร่วมกับตัวกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้นะครับ ซึ่งต้องบอกอย่างนี้ครับว่า อุปกรณ์ไอทีที่เป็นตัวกระจายสัญญาณ wofi เนี่ยนะครับ มันก็มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อด้วยกัน ราคาถูกบ้าง แพงบ้าง แต่เราจะเลือกได้อย่างไรว่าให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา มีวิธีแบบนี้ครับ คือตัวกระจายสัญญาณเนี่ยมันจะมีสเปคบอกเราว่าเครื่องนี้สามารถรองรับ user หรือผู้ใช้งานที่จะมาเชื่อมต่อกับสัญญาณเนี่ยมากน้อยแค่ไหน ถ้าพูดเป็นศัพท์เทคนิคก็ให้ดูที่ data chanel นะครับ เราต้องเลือกให้เหมาะสม สมมติว่าเรามีสมาร์ทโฟนหลายๆ เครื่อง แท้ปเล้ด โน้ตบุ๊คเยอะๆ เนี่ย แล้วใช้ตัวกระจายสัญญาณที่มีแบนวิดต่ำๆ เนี่ย มันก็จะทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตนั้นช้าลงไปด้วยนั้นเอ ซึ่งสำหรับตัวกระจายสัญญาณที่เรานำมารีวิวนี้ จะสามารถรองรับการกระจายสัญญาณ wifi ได้บนมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่ามาตรฐาน AC ที่มีคลื่นความถี่เป็น AC1900 Mbit รองรับการใช้งายกันได้แบบคู่กับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณตัวอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งทางพนักงานของทาง netgear เองก็ได้แนะนำมาอีกนะครับว่า เมื่อเราต้องการที่จะกระจายสัญญาณจากตัวเลาท์เตอร์ที่เรานำมารีวิวกันในครั้งนี้นั้น ยังสามารถใช้ตัวกระจายสัญญาณที่ชื่อว่า WiFi Range Extender Ex7000 ตัวนี้ครับ

   ซึ่งการรีวิวของเราในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการรีวิวกันครบทั้งการใช้งานที่เป็นทั้ง solution ที่สามารถนำมาติดตั้งเองได้เลยนะครับ ก็ตัวรูปอุปกรณ์ไอทีด้านบนนี้ก็คือตัวที่ผมได้บอกไป จะมีชื่อรุ่นว่า Ex7000 เนี่ยนะครับ มันคือตัวกระจายสัญญาณที่ต่อมาจากตัวเลาท์เตอร์ที่เราแนะนำไปด้านบนนี้ ก็ถือว่าตัวกระจายสัญญาณที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวท๊อปของตัวกระจายสัญญาณเลยนะครับ ก็จึงมั่นใจได้ว่าการใช้งานในพื้นที่กว้างๆ นั้นจะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ครอบคลุมพื้นที่อย่างแน่นอนเลยทีเดียว รวมไปถึงตัวแบนวิดที่สามารถรองรับการใช้งานในจำนวนของอุปกรณ์ไอทีเยอะๆ ได้นะครับ ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟนหลายๆ เครื่อง แล้วก็ตัวอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ เนี่ยนะครับ อย่างเช่น แท็ปเล็ด ไอแพ็ด และอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาในการปล่อยสัญญาณ wifi แล้วนะครับ ซึ่งหลายๆ บ้านมักจะมีคนใช้งานทางด้านอินเตอร์เน็ตที่ต้องการสัญญาณแรงๆ เร็วๆ เพื่อใช้ในการสตรีมหนัง ดาวน์โหลดเกมส์เล่นเกมส์ออนไลน์หนักๆ รับรองว่าถ้าอินเตอร์เน็ตบ้านคุณแรงพอดูแล้วเนี่ย แล้วตัวปล่อยสัญญาณก็ดีแบบนี้อีกด้วยแบบนี้ รับรองรับเลยว่า เมื่อคุณจะดูหนังออนไลน์ ดู youtube ที่ความละเอียดระดับ 4K เลยเนี่ยก็ไม่สะดุดแน่ๆ ครับ ก็ลองเอาเลาท์เตอร์แบบนี้ไปใช้งานกันได้นะครับ เพราะว่าทุกวันนี้บางคนบางท่านใช้อุปกรณ์ไอทีรุ่นใหม่ๆ กันแล้ว ซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ ซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่ ซื้ออะไรใหม่ แต่ยังไม่เปลี่ยนระบบปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่บ้านอีกเนี่ยนะครับ ยังเป็นแบบเก่าอยู่ หรือว่าใช้เลาท์เตอร์ที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเค้าติดตั้งไว้ให้อยู่แบบเดิมเลย ที่เป็นมาตรฐาน b อยู่นะครับ ถือว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตก็จะไม่เสถียรนั้นเอง

   ใครที่รู้สึกว่า WiFi ที่บ้านเราหรือที่ร้านเรามันทำไมช้าจังเลย พอให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมาเช็คความแรงของสัญญาณแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แบบนี้ก็ควรที่จะแก้ solution ภายในบ้านเราให้รองรับมาตรฐานการใช้งานแบบใหม่ได้แล้วนะครับ ก็ถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวในครั้งนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้งาน WiFi เลยทีเดียวครับ ใครสนใจก็ลองไปหาซื้อกันดูได้

Review NETGEAR Nighthawk AC1900 Smart WiFi Router เลาท์เตอร์ที่สามารถจำกัดอินเตอร์เน็ตได้ ดีสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องการป้องกันไม่ให้ลูกเล่นเกินเวลา

 

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลย ก็เป็นอีกหนึ่งตอนที่เราก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์มาทำการรีวิวให้กับเพื่อนๆ ได้ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้า ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของตัวสินค้าที่เรานำมารีวิว เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าตัวนั้นๆ นะครับ ซึ่งในตอนนี้เองเรามี router สำหรับใช้ภายในบ้านยี่ห้อหนึ่งมาฝากกัน ฟี่เจอร์เด่นๆ ของเลาท์เตอร์รุ่นที่เราพูดถึงนี้นนะครับ มันสามารถจำกัดเว็บไซต์ที่ไม่สมควรจะให้เด็กหรือลูกเราเข้าเล่นได้ รวมถึงจำกัดเวลาปิดเปิดสัญญาณให้เล่นอินเตอร์เน็ตได้ด้วย คือมันเหมาะสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องทันสมัยในยุคนี้นะครับ ลูกๆ เล่นเน็ตในบ้าน ในห้อง เค้าเล่นอะไรกันบ้าง เข้าเข้าเว็บไซต์ไหน เราสามารถเช็คได้จากตัวเลาท์เตอร์ตัวนี้ เมื่อลูกเราเล่นเกินเวลาที่จะพักผ่อนแล้ว เล่นดึกเกินไป อะไรแบบนี้ เราก็ทำการตัดสัญญาณเน็ตในเครื่องของลูกได้เลย แต่เราเองก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ อะไรแบบนี้นนะครับ นี่คือรายละเอียดแบบคร่าวๆ ของเลาท์เตอร์ที่จะนำมารีวิวกันในตอนนี้ แล้วรายละเอียดเพิ่มเติมจะมีอะไรบ้างนั้น เดี่ยวมาติดตามกันครับ

   สำหรับ Router ตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า Netgear Nighthawk X3 นี่คือชื่อรุ่นที่อาจจะเรียกง่ายๆ เรียกสั้นๆ เวลาที่เราจะไปหาซื้อที่ร้านไอทีทั้งหลายนนะครับ สังเกตง่ายๆ จะเหมือนในรูปที่มันจะมี 3 เสาแบบนี้ ถ้ามีแค่ 2 เสา หรือ เสาเดียวก็คือจะไม่ใช่รุ่นนี้นะครับ แล้วฟี่เจอร์ด้านในก็จะไม่เหมือนกับที่เรารีวิวกันในครั้งนี้ด้วย ถ้าร้านไอทีเค้าไม่รู้จัก ก็อาจจะบอกร้านหรือพนักงานขายเป็นชื่อเต็มๆ ว่า Netgear Nighthawk AC1900 Smart WiFi Router ก็ได้นะครับ สำหรับเลาท์เตอร์ตัวนี้รองรับการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า 802.11AC แล้วด้วยนะครับ คือพูดสั้นๆ ก็คือมาตรฐาน AC นั้นและครับ ซึ่งมันจะปล่อยสัญญาณได้เสถียรกับแบบเดิม แล้วก็จะจับคู่สัญญาณได้ดีกว่า สาเหตุที่เลาท์เตอร์แบบเก่าๆ จะมีเสาเดียว แต่เลาท์เตอร์ใหม่ๆ จะมี 2 เสาบ้าง 3 เสาบ้าง ก็เพื่อที่จะรองรับการจับสัญญาณอุปกรณ์ไอทีที่เพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างในบ้านเรามีทั้งสมาร์ทโฟน ถ้ามีคนเยอะหน่อย ครอบครัวใหญ่ก็มี 4 เครื่องขึ้นไป มีโน๊ตบุ๊คอีก มีแท็ปเล็ด มีไอแพ็ด เยอะไปหมด เลาท์เตอร์ที่ใช้ก็ต้องกระจายสัญญาณได้ดีขึ้นด้วยเช่นกันนะครับ

   มาดูจุดเด่นอย่างแรกของตัวเลาท์เตอร์ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ สาเหตุที่มี 3 เสานี้คือจะเพิ่มประสิทธิภาพของ เน้ตเวิร์ค ในบ้านให้ดีขึ้น ซึ่งเสาที่ปล่อยสัญญาณนี้มีความแรงในการปล่อยที่ 5 DPI แล้วชื่อรุ่นที่เขียนว่า AC1900 เนี่ยก็คือว่า เป็น 1900 Mbit ซึ่งมันจะรองรับการใช้งานในอุปกรณ์ไอทีมากถึง 30-40 เครื่องได้เลยแบบสบายๆ ไม่ต้องมาห่วงว่าไอพีจะชนกัน ไม่ต้องห่วงว่าจะมาแย่งสัญญาณกัน อะไรแบบนั้น ซึ่งถามว่าเลาท์เตอร์ตัวนี้ใช้งานในกลุ่มธุรกิจ SME ได้ไหม ได้ครับ ในกรณีที่มีพืท้นที่ไม่กว้างมาก ก็สามารถใช้ได้ จุดเด่นของต่อมาของเลาท์เตอร์ตัวนี้คือ ที่เลาท์เตอร์จะมี USB port 3.0 มาให้ด้วย 1 พอร์ต แล้วก็มี USB port 2.0 ,k.shvud 1 port ดังนั้นเนี่ยนะครับ ทำให้ตัวเลาท์เตอร์เองเนี่ย สามารถที่จะรองรับการใช้งานเป็นแบบ print server แล้วก็การแชร์ไฟล์เพื่อให้เครื่องอื่นๆ เป็น file server ได้ด้วยนะครับ แล้วก็เสียบกับตัว เอทาร์นอล ฮาร์ดดิสก์ ได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องเสียบไฟเพิ่มด้วยนะครับ เพราะว่าตัวมันเองเนี่ยสามารถจ่ายไฟได้ในตัวอยู่แล้วว จุดเด่นข้อที่สามสำหรับตัว router เครื่องนี้ จะมี CPU เป็น Dual-core วิ่งด้วยความเร็ว 1 GHz และมาพร้อมกับ RAM 256 MB ด้วย ซึ่งถามว่าเมื่อเลาท์เตอร์ที่มีชิปประมวลผลภายในมาด้วยเนี่ย มันเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ก็ต้องบอกว่า ใครที่ชอบเล่นเกมส์ เล่นเกมส์ออนไลน์ที่มีกราฟฟิกสูงๆ ที่ต้องการความเสถียรของตัวสัญญษรและความแรงของเลาท์เตอร์ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์คนเล่นเกมส์เลยทีเดียวครับ

   จุดเด่นอย่างที่ 4 สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นนะครับ คือด้านในเนี่ยจะมี ซอฟต์แวร์ ที่คอยจัดการเว็บที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานได้ด้วย เด็กๆ จะถูกจำกัดการเข้าถึงเว็บที่คิดว่าไม่เหมาะสมได้ รวมถึงตั้งเวลาปิด เปิดสัญญาณได้ด้วย จุดเด่นสุดท้ายก็คือ เลาท์เตอร์ตัวนี้สามารถรองรับนักโปรแกรมเมอร์หรือ แอดมิน ทั้งหลายที่อยากจะอัพเกรดการใช้อินเตอร์เน็ตให้แรง ให้เร็ว ด้วยตัวเฟิร์มแวร์ที่อยู่ด้านในได้อีกด้วยนะครับถือว่ามีการใช้งานที่ครบถ้วนครับ