รีวิว Electro-Voice EVID S44 ลำโพงที่จะสร้างมิติใหม่ทางด้านเสียงเพลงให้กับร้านกาแฟ ร้านอาหารได้เป็นอย่างดี

 

   มีเพื่อนๆ หลายคนถามเข้ามาว่า ตอนนี้มีร้านกาแฟเปิดใหม่ของตัวเอง เป็นร้านเล็กๆ หรือว่าร้านใหญ่ๆ ก็ตามแต่ หรือ บางคนก็มีร้านอาหารที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของตัวเองอยู่ แต่อยากจะได้ลำโพงดีๆ สักหนึ่งตัว เพื่อที่จะเอาไปสร้างบรรยากาศทางด้านเสียงเพลงแบบพอมีมิติที่ครบ ทั้งเสียงที่ชัดเจน เสียงที่หนักแน่น มีครบเลย แล้วก็สามารถสร้างระบบเสียงที่มันดังได้ครอบคลุมทั่วทั้งร้าน แอดมิน 108plaza พอจะมีแนะนำหรือมีรีวิวบ้างหรือไม่ ก็มีเพื่อนๆ ถามเข้ามาแบบนี้กันเยอะ ก็เลยจัดให้เลยในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ เป็นลำโพงที่เหมาะกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ มากที่สุดเลย แล้วก็เป็นแบรนด์ลำโพงที่เป็นระดับ Hi-end เลยทีเดียว แต่ราคาก็จะค่อนข้างสูงสักนิดหนึ่ง ซึ่งใครที่ต้องการแบบราคากลางๆ ก็คงต้องไปอ่านในตอนต่อไป แอดมินก็จะพยายามหามารีวิวให้มาหลากหลายที่สุดนะครับ

   ที่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้คือ Electro-voice รุ่น EVID S44 นั้นเอง ถือว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงทางด้านการทำลำโพงและเครื่องเสียงมายาวนานเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นจะเห็นได้ว่ามันมีลำโพงตัวใหญ่ๆ อยู่ 1 ตัว แล้วก็มีลำโพงเล็กๆ อยู่มากถึง 4 ตัวด้วยกัน ก็คือลำโพงตัวใหญ่ๆ ตรงกลางจะเป็นลำโพงที่ให้เสียงต่ำหรือเสียงแบบ subwoofer หรือเสียงเบสนั้นเอง แล้วลำโพงตัวเล็กๆ อีก 4 ใบก็จะให้เสียงกลางแหลม ซึ่งความสามารถในการให้กำลังเสียงที่ต้องบอกว่ามันเหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ได้หมดเลย เพราะด้านหลังของภาคขยายในลำโพงตัวนี้สามารถที่จะเลือกปรับกำลังวัดด์ได้ จะเอาความดังเบาได้ตามขนาดร้านเลยทีเดียว

   ตัวลำโพง subwoofer นั้นมีขนาด 8 นิ้ว แล้วก็ลำโพงกลางแหลมนั้นมีขนาด 2 นิ้ว 4 ตัว การใช้งานของลำโพงชุดนี้ถูกผลิตมาเพื่อความง่าย การใช้งานที่ง่ายๆ ด้วยความง่ายอย่างแรกเลย ลำโพงชุดนี้สามารถใช้งานได้กับเพาเวอร์แอมป์แบบใดก็ได้ ทั้งแบบ Low Ohm ที่มี 8 ohm หรือ 16 ohm ก็ได้ ก็คือเพาเวอร์แอมป์ที่มีวางขายทั่วไปในท้องตลาดนั้นเอง แล้วก็สามารถเลือกเลือกแถบการกินกำลังวัดด์ได้ตั้งแต่ 12.5w 25w 50w 100w ได้หมดเลย นั้นหมายความว่า ถ้าร้านเล็กๆ ก็เอาเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังวัดด์น้อยๆ มาเป็นภาคขยายก็ได้ ถ้าร้านใหญ่ๆ ต้องการความดังที่มากสักนิดหนึ่ง ก็ไปหาเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ มาใช้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งลำโพงชุดนี้สามารถที่จะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำที่ 42Hz-20kHz กันเลยทีเดียว ความดังสูงสุดที่ลำโพงตัวนี้ทำได้ก็คือ 114 dB ถือว่าดังมากๆ เลยนะครับ ในส่วนถัดมาเป็นการกระจายเสียงของลำโพงกันบ้าง ตัวลำโพงเบสสามารถที่จะกระจายเสียงให้หูของทุกคนได้ยินเสียงแบบรอบตัวหรือที่เรียกทางศัพท์เทคนิคว่า omnidirectional แต่ถ้าเป็นลำโพงตัวเล็กๆ เป็นเสียงกลางแหลมทั้ง 4 ใบนั้น จะสามารถกระจายเสียงในทางแนวนอนได้กว้าง150 องศา แล้วก็แนวตั้งได้ 150 องศาเช่นเดียวกัน แต่แอดมินมีข้อแนะนำสักนิดหนึ่ง สำหรับใครที่ซื้อลำโพงชุดนี้ไปแล้วหรือมีลำโพงรุ่นอื่นๆ ที่ใช้อยู่ แล้วรู้สึกว่ากำลังเสียงมันยังดังไม่พอ อยากให้ดังกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง วิธีการง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ ก็คือ ให้เอาลำโพงอัดเข้าไปมุมห้อง ทำมุม 45 องศากับตัวห้อง มันจะได้ความดังเพิ่มขึ้นมาจากสเปคเดิมอีก 9 dB โดยไม่ต้องเสียเงินเลย ลองไปทำกันดูนะครับ

   สำหรับการติดตั้งนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร ก็จะมีสายลำโพงที่เชื่อมต่อมาให้ในกล่อง จะเป็นสายแบบที่ต้องขันน็อตยึดที่ให้มาด้านหลัง ยึดเข้าไปกับตัวสายลำโพง แล้วก็ติดตั้งได้โดยวางมุมอย่างที่บอกไปว่าการกระจายเสียงของลำโพงนั้นมันมีมุมที่กระจายเสียงอย่างไรบ้าง ก็ออกแบบเสียงในร้านของตัวเองได้เลย ให้เสียงนั้นกระจายทั่วร้าน แล้วก็แยกลำโพงกลางแหลมที่ให้มาทั้ง 4 ใบไปตามมุมต่างๆ ของร้าน ก็จะช่วยให้เสียงนั้นได้ยินแบบมีมิติมากขึ้นหรือว่าเป็นระบบ surround มากขึ้นนั้นเองนะครับ

   ใครที่สนใจใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็ลองไปหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเสียงและลำโพงชั้นนำได้เลย แต่ราคาก็อย่างที่บอกไปว่าแบรนด์ electro-voice นั้นเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่มีความเป็น inter brand อยู่พอสมควร ดังนั้นราคาก็อาจจะไม่ธรรมดาบ้างก็ลองไปหาสืบราคากันได้นะครับ ร้านไหนดี ร้านไหนจัดโปรถูกๆ ก็ลองไปหาลองฟังเสียงกันได้ แต่ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงของเขานั้นดีจริงๆ

รีวิวลำโพงบลูทูธ Wharfedale Vice ลำโพงสัญชาติเมืองผู้ดี คุณภาพเสียงแบบผู้ดี

 

   สำหรับการรีวิว gadget ใหม่ๆ ของเราในตอนนี้ที่ 108plaza ก็ได้มีโอกาสได้แกะกล่องเปิดเอาลำโพงบลูทูธรุ่นแรกของแบรนด์ทางฝังอังกฤษมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าอ่านดูจากเบื้องต้นบอกว่าลำโพงเมืองผู้ดีสัญชาติอังกฤษ แค่นี้ ก็อาจจะมองว่าเรื่องของราคานั้นต้องจับต้องยากแน่นอน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ เรื่องของราคานั้นไม่ได้แพงอย่างที่คิด ไม่ใช่หลักหมื่นแน่นอน แต่คุณภาพเสียงนั้นต้องบอกเลยว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

   นี่คือลำโพงพกพาขนาดเล็ก เบา พกพาง่ายจริงๆ กับแบรนด์เมืองผู้ดีอังกฤษที่ชื่อว่า Wharfedale Vice นั้นเอง สิ่งที่น่าสนใจในลำโพงพกพาตัวนี้ก็คือว่า เป็นรุ่นแรก ตัวแรก ของการลงมาทำลำโพงบลูทูธแบบนี้ของแบรนด์นี้เลย ซึ่งถ้าใครที่อยู่ในวงการเครื่องเสียง ลำโพง อุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นกับระบบเสียงเนี่ยนะครับ จะรู้เลยว่า wharredale นั้นคุณภาพและชื่อเสียงของเขานั้นถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าแบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นลำโพงพกพารุ่นแรกด้วยนั้น ก็เลยทำให้ทีมงานต้องไปสรรหามารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วยนั้นเอง

   จุดเด่นอย่างแรกเลย ที่มีมาให้ในลำโพงพกพาตัวนี้คือมันมีน้ำหนักที่เบามาก ประมาณ 3 กรัมเท่านั้นเอง ก็สามารถใส่กระเป๋ากางเกง กระเป๋าหิ้วอะไรได้สบายๆ เลย แล้วเบื้องต้นที่ได้ฟังมาสักประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่าบุคลิกเสียงของลำโพงตัวนี้ออกไปในทางผู้ดีอังกฤษจริงๆ คือเสียงร้องชัดเจน นุ่ม ละมุน ไพเราะ ฟังแบบเบาๆ สบายๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ ซึ่งใครที่ชอบฟังเพลงแนวแบบว่าเน้นเสียงร้องชัดๆ เสียงกลางคมๆ ก็ต้องมาที่ตัวนี้เลย แต่คงจะไม่เหมาะกับคนที่เน้นความมันในการฟังเพลงเป็นหลักนะครับ ไม่เหมาะเลยทีเดียว เพราะว่าเบสก็ไม่ได้หนักหน่วง เสียงแหลมก็ไม่ได้พุ่งจนปาดหู ไม่ใช่ นี่คือบุคลิกเสียงโดยรวมก่อนที่จะไปไปรีวิวในส่วนอื่นๆ ในเรื่องของการใช้งานนะครับ เพื่อที่ว่าบางคนจะได้ตัดสินใจได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบก็จะได้ไปอ่านรีวิวในตอนอื่นๆ เพราะในเว็บไซต์ของเราเองก็รวบรวมไปลำโพงบลูทูธหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อมารีวิวกันเอาไว้มากมายเลยทีเดียว ก็เลือกตามความชอบของใครของท่านนะครับ

   มาดูฟังก์ชั่นการใช้งานกันบ้างนะครับ แน่นอนว่าเป็นลำโพงบลูทูธ ก็ต้องสามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแบบ v4.0 ได้ด้วย ระยะที่อย่างน้อย 10 เมตรนี่คือได้สบายๆ แต่ไกลกว่านั้นก็ได้เช่นกัน ระบบเสียงเป็นแบบ stereo output ตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มาน้น สามารถใช้งานได้ติดต่อกันประมาณ 8 ชั่วโมง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานก็อาจจะได้น้อยกว่านี้อีกนิดหรือว่าถ้าเปิดในระดับเสียงปกติ ก้อาจจะได้นานถึง 10 ชั่วโมงนะครับ แล้วก็สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ในตัวเลย ส่วนอุปกรณ์ข้างในก็จะมีตัวเครื่องมาให้ แล้วก็จะมีสายชาร์จที่เป็น micro USB มาให้แล้วก็คู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาอังกฤษ ตัวกล่องและก็ตัวเครื่องนั้นถือว่าออกแบบมาเรียบๆ ดูคราสสิคเล็กน้อย มีสายหนังที่เป็นหูหิ้วมาให้ด้วย ส่วนที่ด้านบนของตัวเครื่องนั้น ก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่มหยุดเพลง เล่นเพลง แล้วก็ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วก็มีปุ่มกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ เท่านั้นเอง ก็ใช้งานง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร การเชื่อมต่อบลูทูธก็เหมือนๆ กับลำโพงบลูทูธทั่วไปเลย ส่วนด้านในตัวเครื่องนั้นก็จะมีลำโพงแบบ full range ขนาด 2 นิ้ว 2 ตัว ที่รองรับความถี่ตั้งแต่ย่านต่ำไปจนถึงย่านสูงเลยทีเดียว ด้านหลังของตัวเครื่องก็เป็นตัวช่วยเพิ่มพลังเบสด้วย passive radiator มาให้ 1 ตัว ส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 8 wrms ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมากมายอะไร แต่ต้องบอกว่าเสียงดังใช้ได้เลยนะครับ ถัดมาก็มาดูกันที่ขนาดสักนิดหนึ่ง ความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 3 ซม. ความกว้างอยู่ที่ 18 ซม. ความสูง 7.5 ซม น้ำหนักตัวเครื่องก้อย่างที่บอกไปว่า 3 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าพกพาง่ายมากเลยนะครับ

   สำหรับลำโพงบลูทูธ Wharfedale Vice ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ เรื่องของราคาก็คงอยากจะทราบกันแล้วนะครับ ราคากลางที่หลายๆ ร้านวางจำหน่ายอยู่ที่ 2 พันบาทมีทอนครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่แพงเลย สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแบบเน้นรายละเอียดของเรื่องดนตรี แต่ย้ำนะครับว่า ลำโพงบลูทูธตัวนี้ไม่เหมาะกับคนที่ชอบเสียงแบบหนักหน่วง เบสหนักๆ แน่นๆ ดังแบบตูม ตาม แบบนั้นไม่ใช่ต้องไปหาตัวอื่นทันทีเลย เพราะลำโพงรุ่นนี้เน้นเสียงร้อง เน้นเสียงดนตรีและรายละเอียดที่ไพเราะ ฟังสบายๆ มากกว่านั้นเองครับ

รีวิว Marshall Kilburn ลำโพงบลูทูธที่ให้เสียงที่หนักหน่วง เด่นเรื่องของพลังเบสและความชัดเจนของเสียง

   มาเอาใจคนรักการฟังเพลงกันอีกแล้วครับ! สำหรับการรีวิว gadget ใหม่ๆ จากเว็บไซต์ 108plaza ของเรานั้นในตอนนี้มีลำโพงบลูทูธจากแบรนด์ Marshall รุ่น Kilburn มาเจาะลึกและชำแหละรายละเอียดให้เห็นถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน และ เห็นถึงจุดเด่นและจุดด้อยต่างๆ เพื่อที่จะได้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดจะหาลำโพงบลูทูธหรือลำโพงแบบพกพาสักตัวมาฟังเพลง

   เริ่มด้วยเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องนั้นอย่างที่เพื่อนๆ เห็นนะครับ จะมีหูหิ้วมาให้ด้วย แอดมินดูไปดูมาก็คล้ายๆ วิทยุเหมือนกันนะครับ ดีไซน์ใครที่ชอบแนวย้อนยุคสักนิดหนึ่งเนี่ย น่าจะชอบเลยทีเดียว สำหรับในรุ่นนี้ก็เปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สี ก็คือตัวสีดำ แล้วก็สีครีม ต่อมาก็มาดูฟังก์ชั่นการใช้งานกันบ้าง สำหรับลำโพงพกพาตัวนี้ก็แน่นอนว่าสามารถเชื่มอต่อแบบไร้สาย ผ่านทางบลูทูธแบบใหม่ v4.0 แล้วก็สามารถเชื่อมต่อผ่านสายแบบ AUX input 3.5 มม. แล้วก็แถมสายมาให้ด้วยในกล่อง ในส่วนของตัวลำโพงนั้น ด้านในตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ 2.1 คือเป็นแบบสเตอริโอ ก็จะมีดอกลำโพงแบบ twitter ขนาด 2.4 ซม. จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ทำหน้าที่ในการกำเนิดเสียงในย่านความถี่สูงหรือเสียงแหลมนั้นเอง แล้วก็มีลำโพงแบบ woofer ขนาด 4 นิ้วอีก 1 ตัวอยู่ตรงกลาง ก็จะทำหน้าให้ให้เสียงในย่านความถถี่ต่ำหรือเสียงทุ้มนั้นเอง ส่วนกำลังขับจะอยู่ที่ 30 wrms ในส่วนของบอดี้นั้น เป็นวัสดุแบบไม้ ABS ให้เสียงเบสที่ได้ความแน่นและทรงพลังมากจากการดีไซน์ตัวตู้ด้านในนะครับ เมื่อบอดี้ทำจากไม้ ก็ตัวเครื่องค่อนข้างจะมีน้ำหนักที่มากพอสมควร น้ำหนักอยู่ที่ 3 กก. เมื่อแกะกล่องมาด้านในก็จะเห็นว่าการชาร์จแบตเตอร์รี่นั้นได้ใช้หัวชาร์จหรือ adapter แต่อย่างใด เป็นการเสียบปลั๊กตรงๆ เลยเข้าไปที่ตัวเครื่อง ก็คิดว่าจะมีตัวแปลงไฟอยู่ด้านในเลย สามารถที่จะเสียบปลั๊กไปด้วยแล้วก็ใช้งานไปด้วยก็ได้เช่นกัน หรือว่าถ้าต้องการใช้แบตเตอร์รี่ก็ได้เช่นกัน ถัดมาก็มาดูที่ขนาดตัวเครื่องกันบ้าง หน้ากว้างของตัวลำโพงอยู่ที่ 24.1 ซม. ความสูง 14 ซม. ความลึก 14 ซม. ก็ลองคำนวณขนาดกันได้ว่า ถ้าลำโพงประมาณนี้เราจะชอบไหม จะพกพาได้ง่ายไหม อะไรแบบนั้นนะครับ

   ถัดมาก็มาดูที่ปุ่มการใช้งานต่างๆ บนตัวเครื่องกันบ้าง ปุ่มแรกเลยก็เป็นสวิทย์แบบ on/off แล้วถัดมาก็จะเป็นปุ่มที่สำหรับปลุกให้ตัวเครื่องมันตื่น เพราะว่าตัวเครื่องรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นหลับด้วยตัวเองเพื่อประหยัดแบต โดยตัวเครื่องถ้าไม่สามารถจับสัญญาณ input ใดๆ เข้ามาได้นานเกินก็จะดับไปเองเพื่อประหยัดแบต แล้วก็จะสามารถเลือกปรับได้ว่าจะชอบโทนเสียงไหน สามารถปรับได้จะเอาเสียงแหลม เสียงเบสหนักๆ ก็สามารถทำได้ใน marshall รุ่นนี้ รวมไปถึงเรื่องของการแสดงไฟ LED แจ้งเตือนต่างๆ อย่างเช่นการกระพริบเพื่อให้ทราบว่ายังไม่ได้เชื่อมต่อบลูทูธ ไฟสีแดงเพื่อให้รู้ว่าแบตเตอร์รี่ใกล้หมด อะไรแบบนั้นนะครับ ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องเสียบไฟเข้าเพื่อชาร์จแบต แล้วจุดเด่นของลำโพงบลูทูธ Marshall Kilburn ตัวนี้ก็คือว่า ด้านล่างของตัวเครื่อง จะมีช่องให้เปิดเพื่อเปลี่ยนแบตเตอร์รี่เองได้ด้วย ซึ่งการใช้งานไปนานๆ 2 ปี 3 ปี แน่นอนว่าแบตเตอร์รี่ต้องเสื่อมแน่ๆ เราก็สามารถไปหาซื้อแบตเตอร์รี่ที่มีขนาดเท่ากัน สามารถเปลี่ยนเองได้ด้วย ก็ค่อนข้างประหยัดดีเลยทีเดียว ส่วนแบตเตอร์รี่นั้นหาซื้อได้ไม่ยากครับ เป็นแบบริเที่ยม พอริเมอร์ ขนาดความจุ 2200 mAh มีทั้งหมด 4 เซลล์ ด้วยกัน

   ในส่วนของ่บุคลิกของเสียงนั้น เบสนำมาก่อนใครเลย ใครที่อยากจะได้ลำโพงบลูทูธดีๆ เบสหนักๆ มาทางนี้เลย Marshall Kilburn เป็นลำโพงบลูทูธแบบพกพาที่สามารถฟังได้ทั้งแบบ in door แล้วก็แบบ out door คือแอดมินลองเอาไปเปิดฟังตามสถานที่ต่างๆ ตามสวนสาธารณะ อะไรแบบนั้น ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ความดังของลำโพงตัวนี้นั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นอกจากเสียงเบสจะหนักหน่วงแล้ว ก็ไม่ทำให้กลบเสียงหรือไปรบกวนเสียงในย่านอื่นด้วยเช่นกัน เสียงกลาง และ เสียงแหลมนั้นก็มาเต็มและคลียร์ใช้ได้เลยครับ แต่ติดอยู่อย่างเดียว เนื่องจากเป็นลำโพงแบบ Hi-end แน่นอนว่า Marshall ก็คือแบรนด์ที่ไม่ธรรมดาอีกนั้นแหละครับ ราคานั้นย่อมเกินกว่าหมื่นขึ้นไปแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย เรียกว่าหมื่นต้นๆ แล้วกันนะครับ สำหรับใครที่จะเล่นรุ่นนี้

   สำหรับในตอนต่อไปเว็บไซต์ 108plaza ของเราจะมีอะไรมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว เพราะว่าทางทีมงานได้เตรียมเอ gadget เด็ดๆ สินค้าโดนๆ มารีวิวในแบบฉบับที่เจาะลึกทุกรายละเอียดของตัวสินค้ากันอย่างนี้แน่นอน

รีวิว Jawbone Big Jambox ลำโพงพกพาที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่พลังเสียงนั้นอาจจะทำให้คุณหันมามอง

 

   สำหรับการรีวิว gadget สุดล้ำในครั้งนี้ของเราเว็บไวต์ 108plaza ก็ได้รับสินค้าตัวหนึ่งจากแบรนด์ Jawbone ซึ่งแบรนด์นี้หลายคนบอกตรงๆ ว่าอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้มากนัก เพราะว่าในบ้านเรานั้นยังไม่มีสินค้าที่แบรนด์นี้รุกตลาดอย่างเด่นชัด แต่ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพมากเลยในการผลิตสินค้าแต่ละตัวออกมาวางจำหน่าย ซึ่งแอดมินก็ได้รับลำโพงแบบพกพาตัวหนึ่ง ที่เพือ่นๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ ก็ต้องบอกว่าดีไซน์ของตัวลำโพงนั้นอาจจะไม่ได้เด่น ไม่ได้ดูล้ำสมัยสักเท่าไหร่ แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวศิลปะนิดหนึ่ง อะไรแบบนั้น

   เราอยู่กับ Jawbone Big Jambox ตัวนี้เลย เป็นลำโพงบลูทูธที่พลังเสียงหลังจากที่ทดสอบใช้งานมาก่อนหน้านี้แล้ว ต้องบอกเพื่อนๆ ว่ามันสามารถนำไปเปิดในงาน out door ได้สบายเลยทีเดียว ซึ่งลำโพงรุ่นนี้ก็เปิดตัวออกมามีให้เลือกซื้อ เลือกหากันอยู่ 3 สีด้วยกัน สีขาว สีดำ แล้วก็สีแดง แต่สำหรับแบรนด์ jawbone เองนั้นก็เป็นแบรนด์ที่อยู่ในฝั่งอเมริกาเลย แต่ตัวสินค้าเองก็จะ made in china อยู่นะครับ เริ่มต้น unbox ขึ้นมาก็จะมีคู่มือการใช้งานมาให้ มีตัวปลั๊กที่เอาไว้สำหรับชาร์จไฟมาให้เลย ไม่ต้องไปหาที่ไหนพร้อมกับตัวอแด็ปเตอร์แปลงไฟมาให้แล้วเรียบร้อย แล้วจากนั้นก็จะมีสาย USB พอร์ดที่เอาไว้เชื่อมต่อกับเฟิร์มแวร์ต่างๆ ของทางเว็บไซต์ jawbone สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ซื้อมาแล้ว ก็สามารถเข้าไปอัพเดทเฟิร์มแวร์กันได้ที่เว็บไซต์ jawbone ก็จะมีชิปเสียงที่มันพัฒนาขึ้น รูปแบบเสียงเรียกเข้าต่างๆ แบบใหม่มาให้ได้อัพเดทกันเยอะเลย แล้วก็มีสาย input AUX 3.5 มม. มาให้ด้วย ก็ครบครันสำหรับอุปกรณ์เสริม

   ในส่วนถัดมาก็ต้องมาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง ความจุของแบตเตอร์รี่นั้นให้มาที่ 4000 mAh สามารถใช้งานกันได้นานต่อเนื่องกันไปเลย 15 ชั่วโมง ก็เรียกว่าตอบโจทย์คนที่ชอบฟังเพลงแบบยาวๆ แบตเตอร์รี่อึดๆ กันอย่างยิ่งเลย ต่อมาในส่วนของกำลังขับอยู่ที่ 40 watts อยู่ภายใต้ภาคขยายหรือว่าเพาเวอร์แอมป์แบบคราส ดี ด้านในตัวเครื่องก็จะมีดอกลำโพงแบบ full range คือให้เสียงทั้งเบส กลาง แหลม ได้หมดเลย อยู่ด้านใน 2 ตัว ขนาด 2 นิ้ว เล่นเพลงแบบสเตอริโอ แล้วก็มีตัวช่วยเสริมกำลังเสียงของเบสแบบ passive radiator จำนวน 2 ตัวเช่นกันอยู่ทางด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนของปุ่มคำสั่งการใช้งาน ก็จะมีปุ่มเปิดเครื่อง ปุ่ม pair บลูทูธ แล้วก็สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ รวมไปถึงสามารถกดโทรออกจากตัวลำโพงได้ด้วย แล้วก็มีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียงต่างๆ ส่วนพอดร์ดเชื่อมต่ก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ ตัวนี้สามารถชาร์จเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ก็จะสามารถใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมงอย่างที่บอกไป แล้วก็มีช่องเสียบ AUX ถัดมาก็จะช่องเสียบ USB port ที่เอาไว้อัพเดทเฟิร์มแวร์ ในส่วนของการดีไซน์นั้นแอดมินไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ มันดูเรียบๆ ธรรมดาเกนิไป ก็เป็นแบบสี่เหลี่ยมเฉยๆ แต่การดีไซน์ในแต่ละสีนั้น ลวดลายจะไม่เหมือนกัน จะต่างกันไป ตรงนี้ใครไปหาซื้อก็ลองเช็คดูว่าเราชอบลวดลายไหนด้วยนะครับ แต่จุดเด่นหลังจากทดสอบใช้งานแล้ว อย่างแรก สามารถบอกเบอร์โทรได้ว่าเป็นเบอร์อะไรที่โทรเข้ามา บอกเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ไม่สามารถบอกชื่อได้ บอกแต่เบอร์ แล้วก็สามารถกดถามเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอร์รี่ที่เหลืออยู่ได้ด้วย แต่ข้อเสียก็คือ เวลามีสายเรียกเข้า เดี่ยวนี้หลายคนมักจะไม่สามารถจำเบอร์โทรได้ ก็เลยไม่รู้ว่าใครโทรมา เพราะฉะนั้นแล้ว ฟังก์ชั่นบอกเบอร์โทรด้วยเนี่ย ก็อาจจะไม่จำเป็นก็ได้

   มาถึงในส่วนของการทดสอบเรื่องของเสียงกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าลำโพงแบรนด์นี้ ถ้าใครอยากได้เสียงที่มีคุณภาพ รายละเอียดของเครื่องดนตรีที่เน้นๆ ได้ยินทุกชิ้นที่เป็นเครื่องดนตรี ทั้งชุดกลอง เครื่องดนตรีสาย เครื่องเป่า แยกได้ยินชัดเจน รายละเอียดถือว่าดีมาก แล้วเสียงที่ได้นั้นออกมาธรรมชาติของเสียงดนตรีได้ครบเลย คือเอาง่ายๆ ว่าแอดมินเองถ้ามีเงินน่าจะเก็บไว้สักตัว เพราะว่าข้อดีมันเน้นที่การฟังเพลงจริงๆ ฟังได้นาน ฟังได้ดี

   อีกหนึ่งจุดเด่นของลำโพงบลูทูธที่ไม่รีวิวไม่ได้เลย ก็คือจะมีโหมด lite audio คือจะเปลี่ยนโทนเสียงดนตรีให้คล้ายกับเราไปฟังในคอนเสิร์ดใหญ่ๆ ดนตรีสด อะไรแบบนั้น ชุดกลองจะแน่นขึ้น จะมีชีวิตชีวามากขึ้น คือฟังก์ชั่นเยอะครับ เพียงแค่กดปุ่มบวก ลบ พร้อมกันก็จะเป็นเป้นโหมด lite audio ให้ทันทีเลย แอดมินบอกเลยว่าน่าสนใจ น่าใช้ แต่อย่าเชื่อการรีวิวของแอดมิน ต้องไปทดสอบฟังด้วยตัวเองจริงๆ กันตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้เลยว่าสิ่งที่แอดมินได้รีวิวมานั้น จริงหรือไม่

   

Review Fluid C5 Audio ลำโพงแบบอนุกรมขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza และคนที่รักในเสียงดนตรีและการทำซาวต์ทุกท่านเลย ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์เป็นลำโพงจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ที่สนใจ แล้วก็อยากจะได้ลำโพงใบเล็กๆ สักใบหนึ่ง เอาไว้ทำงานในสตูดิโอ หรือ การทำมอนิเตอร์ อะไรแบบนั้นนะครับ ในครั้งนี้เราอยู่กับลำโพงแบบอนุกรมใบนี้ครับ Fluid C5

   สำหรับลำโพงใบนี้เป็นลำโพงแบบอนุกรม คราสสิค ดอกเสียงกลางหรือเสียงในย่านต่ำแบบเสียงทุ้มเนี่ยมีขนาด 5 นิ้วครับ แล้วก็มีดอกเสียงแหลมอยู่ที่ขนาด 1 นิ้ว ก็ต้องบอกว่าถ้าใครจำได้แล้วก็อ่านบทความรีวิวของเรามาตลอด ก็คงจะจำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเราเคยนำลำโพงยี่ห้อนี้มารีวิวครั้งหนึ่งแล้ว ยี่ห้อ Fluid นี่แหละนะครับ แต่เป็นในรุ่น F series ซึ่งถามว่าในรุ่นนั้นกับรุ่นนี้ C5 นี้มันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ก็ต้องบอกว่ารุ่นใหม่นี้มันถูกออกแบบมาให้เป็นเหลี่ยมเป็นสันมากขึ้นนะครับ ซึ่งสเปคของลำโพงใบนี้นะครับ ก็จะตอบสนองในย่านความถี่ตั้งแต่ 54Hz ไปจนถึง 22kHz ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว ช่วง่ความถี่ที่ลำโพงใบนี้ตอบสนองได้เนี่ย มีช่วงที่ค่อนข้างกว้างมากเลยทีเดียว คือตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำๆ ไปจนถึงย่านความถี่สูงๆ เนี่ยมันสามารถรับได้สบายๆ เลยนะครับ ในส่วนของความดังของลำโพงใบนี้นะครับ มีค่า dB maximum หรือว่าเรียกกันทั่วไปเนี่ยนะครับเป็นค่า dB SPL อยู่ที่ 97 dB เลยทีเดียวนะครับ ในส่วนถัดมานะครับ ก็คือตัวที่เป็นกำลังขับหรือว่าภาคขยายที่ลำโพงใบนี้มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวนะครับ ก็จะอยู่ที่ 40 watt ก็จะเพิ่มกำลังขับขึ้นมาจากตัวรุ่นก่อนหน้านี้ที่เราเคยรีวิวไปนะครับ แล้วเรื่องของความกว้างของเสียงแล้วก็ความหนาของเสียงที่ได้จากการทดสอบในเบื้องต้นนั้น ก็ต้องบอกว่าลำโพงใบนี้มันมีความหนากว่ารุ่นเดิมมากเลยทีเดียวนะครับ แล้วความแตกต่างอย่างต่อมาเมื่อเทียบกับตัวรุ่นก่อนหน้านี้ เรื่องของการปรับเพิ่ม วอลลูม การเพิ่มลดเสียง จากรุ่นก่อนหน้านั้นจะเป็นแบบสไลท์ขึ้นลง แต่ในรุ่นนี้ก็จะแตกต่างกันตรงที่ว่าเป็นตัวหมุนวอลลูมเพิ่มลดเสียงแล้วนะครับ มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อสัญญาณกันมาบ้างนะครับ เรื่องของการต่อสัญญาณเข้าหรือว่า input นั้นได้ 2 แบบครับ เป็นการเสียบสายต่อเข้าแบบ TRS phone หรือว่าต่อแบบ RCA ก็ได้เช่นกันนะครับ ก็ต้องบอกว่าการเชื่อมต่อแบบสัญญาณเข้านั้นมีให้เลือกใช้งานได้ค่อนข้างน้อยนะครับ ก็ต้องเลือกใช้งานกันอย่างที่มี แต่บางคนชอบแบบ XLR อะไรแบบนี้ก็ต้องไปหาตัวสัญญาณแปลงเอาอีกทีนะครับ แล้วก็มีในส่วนของภาคขยายหรือว่าตัวเพาเวอร์แอมป์ตัวนี้ด้านในตัวเครื่องเนี่ยนะครับ จะมีอยู่ด้วยกันเพียงโมดุลเดียว ก็เป็นภาคขยายแบบเล็กๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็นลำโพงขนาดเล็กก็แล้วกัน เรื่องของการพกพา เรื่องของการขนย้ายไปทำงานในตามสตูดิโอต่างๆ เนี่ยทำได้สะดวกเลยทีเดียวครับ

   ทีนี้ในส่วนต่อมานะครับ จะเป็นเรื่องของการทดสอบน้ำเสียง เนื้อเสียงที่ได้จากลำโพงใบนี้กันบ้างว่ามันเป็นประมาณไหน แล้วมันจะเหมาะกับการใช้งานประเภทไหนได้บ้างนะครับ ซึ่งในช่วงแรกเนี่ยนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำซาวต์ในห้องอัดหรือในสตูดิโอเนี่ยบ่อยมาก ก็เลยเอาลำโพงใบนี้แหละครับ ที่มันสามารถจะตอบสนองในย่านความถี่ที่กว้างๆ แบบนี้ได้เนี่ยนะครับ ก็นำมาทำซาวต์ดนตรีเลย ต้องบอกว่ามันทำได้ดีเลยครับ เสียงกลอง เสียงกระเดื่องเนี่ยนะครับ ต้องบอกว่าเสียงดีเลย เนื้อเสียงไม่ผิดเพี้ยนจากเสียงจริงของเครื่องดนตรี ใครที่ทำงานในด้านนี้อยู่เนี่ยนะครับ งานที่เป็นงานในห้องอัดเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าทำได้ดี คุณภาพเสียงที่ได้นั้นดุเป็นธรรมชาติดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องบอกว่าอย่างนี้นะครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนเห็นว่ามันเป็นลำโพงใบเล็กๆ ก็จริง มันน่าจะเอาไปเปิดเพลงฟังแนวเพราะๆ สบายๆ ถามว่าได้ไหม เหมาะสมไหม ผมแนะนำจากการทดสอบของผมแล้ว ไม่เหมาะครับ ถ้าจะไปใช้งานทางด้านนั้นจริงๆ เพราะย่านความถี่มันต่ำเกินไป เสียงมันจะฟังแล้วไม่สบายหูถ้าเราไปฟังเพลงนะครับ แต่ถ้าทำซาวต์ดนตรีแยกทีละชิ้นๆ แล้วก็มามิกซ์รวมกัน แบบนี้ถือว่าดีเลยทีเดียวครับ

   สำหรับครั้งหน้านะครับ เราจะมีอะไรมารีวิวอีกนั้น แล้วจะเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะครับ แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจด้วยการกด like กันด้วยที่ facebook//108plaza ของเรานะครับ

รีวิว ลำโพงมอนิเตอร์ขนาดเล็ก คุณภาพเยี่ยมในราคาประหยัด Fluid F4 มอนิเตอร์สำหรับทำซาวต์

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้จะมารีวิวลำโพงมอนิเตอร์ใบเล็กๆ กันครับ เพราะฉะนั้นแล้วต้องกล่าวคำว่าสวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นมือ mix คนทำซาวต์เพลงทุกท่านเลยนะครับ สำหรับเครื่องเสียงนั้นก็มีหลากหลายเกรด หลากหลายระดับ นะครับ ก็ต้องบอกว่าผมเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบในดนตรีทุกแนว แต่ที่ชอบที่สุดก็คือลูกทุ่งไทยแท้ๆ นี่แหละครับ แล้วก็ทำซาวต์เพลงมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก่งเซียนอะไรมากมายนักนะครับ แต่ก็จะขอรีวิวอุปกรณ์ที่ช่วนในการทำมาหากินอีกหนึ่งชิ้น ที่ผมคิดว่ามันดี แล้วก็มีจุดเด่นในหลายๆ เรื่อง แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่าผมมารีวิวอย่างเดียว ไม่ได้ขายครับ

   ลำโพงใบเล็กๆ คู่นี้มีชื่อว่า Fluid รุ่น F4 ครับ เป็นลำโพงที่ผมเอาไว้ทำมอนิเตอร์เสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ แต่คุณภาพเสียงต้องบอกเลยว่ามันเอาไปใช้ในการเปิดเพลง ร้องคาราโอเกะทั่วไป มีงานสังสรรค์ แบบนี้ได้เลยนะครับ เพราะตัวลำโพงเองนั้นมันรองรับตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำๆ ไปจนถึงความถี่สูงๆ ได้ดีเลยทีเดียว ภาษาคนทำซาวต์ก็อาจจะบอกว่าลำโพงคู่นี้มันทนมือทนตีนดีนะครับ

   มาดูสเปคคร่าวๆ รวมไปถึงการใช้งานสำหรับเจ้าลำโพงคู่นี้กันดีกว่าครับ ตัวลำโพงเองมันสามารถที่จะรองรับความถี่ได้ตั้งแต่ 69Hz-20kHz เลยทีเดียวครับ ก็อย่างที่บอกไปว่ามันรบได้ทั้งเสียงต่ำ เสียงกลาง แล้วก็เสียงแหลม เรื่องของเสียกระเดื่องเนี่ยไม่มีพล่า ไม่มีบอดแน่นอนครับ ผมใช้งานเลยรุ่นนี้ ตัวดอกลำโพงเองกินกำลังวัดซ์แค่ 30 w เท่านั้นเอง แต่เมื่อวัดค่าความดังของตัวดอกลำโพงจากแกนกลางมาด้วยระยะห่างที่ 1 เมตรเนี่ย สามารถทำได้ถึง 74dB เลยทีเดียวครับ ตัวดอกด้านในมีขนาด 4 นิ้วเท่านั้นเองนะครับ แต่ให้ความดังนี่ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมเลย ดอกเล็กๆ แต่เสียงแน่นอนครับ ซึ่งใครที่กำลังจะหัดทำซาวต์ใหม่ๆ นะครับ มีข้อแนะนำเล็กน้อยๆ ว่าการหันตู้มอนิเตอรืให้ดีแล้วได้ยินชัดเจนเนี่ย ควรจะหันดอกลำโพงขึ้นมาทำมุม 30 องศา แล้วก็ปรับให้เสียงแหลมนั้นจี่เข้าไปที่กลางหูของคนฟังมากที่สุด เพื่อความชัดเจนและความไม่ผิดเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินนั้นเองครับ แล้วลำโพงคู่นี้นั้นมีภาคขยายหรือเพาเวอรืแอมป์อยู่ข้างเดียว แล้วก็ใช้วิธีการส่งสัญญาณเข้าไปอีกข้างหนึ่งนะครับ ส่วนพอร์ดที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณขาเข้านั้นมีอะไรบ้าง ก็ได้แก่ แจ็คโฟนะรรมดาทั่วไป แล้วก็แจ็คแบบ RCA ก็ได้เช่นกัน ก็อย่างที่เห็นกันอยู่ในรูปด้านบนนะครับ แล้วด้านหน้าของลำโพงก็จะมีเป็นตัวพอร์ด 3.5 mm. ที่เอาไว้เสียบหูฟังเพื่อฟังเสียบอีกทีได้ แล้วก็มีพอร์ด AUX ที่เอาไว้เสียบเครื่องเล่นต่างๆ รวมไปถึงพวกไอแพ็ดและอื่นๆ รวมไปถึงมีปุ่ม volume ที่เอาไว้ปรับเพิ่ม่ลดเสียงได้ด้วย แล้วก็มีไฟ LED แสดงสถานะตัวภาคขายภายในว่าพร้อมใช้งานหรือยัง ถ้าไฟแดงแสดงว่าไม่พร้อมใช้งานนะครับ แต่ถ้าเป็นไฟสีเขียวก็พร้อมใช้งานครับ

   เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับเรื่องของการรีวิวลำโพงมันก็คือเสียงที่ได้นะครับ เรารีวิวสเปคกันไปแบบคร่าวๆ แล้วผมก็จะขอรีวิวการใช้งานด้วยการทดสอบเสียงในแต่ละชนิดเครื่องดนตรีเลยแล้วกัน เอาเป็นกลองดีกว่านะครับ ผมก็ได้ใช้งานมาบ้างแล้ว ก็จะบอกว่าตั้งแต่การทำซาวต์มอนิเตอร์เริ่มตั้งแต่เสียง kick แม้ว่าเราจะเร่งมันมากเท่าไหร่ที่มิกเซอร์ของเรา เสียงที่ได้จากการ kick ลงมานั้นไม่แตก ไม่พล่าเลยจริงๆ ครับ เสียงที่ได้เป็นธรรมชาติของ kick ที่เคาะลงมาเลยทีเดียว แล้วก็มีทดสอบความใสของเสียงด้วยตัว สแนร์ แล้วก็ ไฮแฮ็ด ก็เรียกได้ว่าทุกย่านความถี่นะครับ มันสามารถที่จะใช้มอนิเตอร์ตัวนี้เพื่อทำการเช็คซาวต์ได้เลย เป็นการทำซาวต์ในห้องหรือว่ากลางแจ้งก็สามารถที่จะปรับใช้ได้เหมือนกันนะครับ แต่เรื่องราคาเนี่ยผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเท่ากันทุกร้านหรือเปล่า แต่เท่าที่ทราบๆ มาราคาน่าจะไม่เกินคู่ละ 8 พันบาทนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับบางร้านที่จะขายกันเท่าไหร่ แต่ถ้าหาราคาที่ถูกที่สุดได้ก็จะดีกว่านะครับ

   สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ก็คงจะถูกใจคนทำซาวต์ดนตรีอยู่บ้างนะครับ ส่วนครั้งหน้าเราจะเอาอุปกรณ์ดนตรีชิ้นไหนมาทำการรีวิวอีกนั้น ก็ต้องให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันด้วยนะครับ ส่วนบทความรีวิวที่ผ่านๆ มามีอะไรจะแนะนำหรือติดชมก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่แฟนเพจของ 108plaza ได้เลยเช่นเดียวกันครับ