รีวิว Q Acoustics BT3 Wireless Hifi ลำโพงตั้งโต๊ะแบบครบเครื่อง Multi Media ที่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธได้ส่งตรงจากอังกฤษ

 

   สำหรับแบรนด์ Q Acoustics นั้นเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังมาจากเกาะอังกฤษ สไตล์เสียงก็จะออกไปทางโทนผู้ดีอังกฤษแน่นอน เป็นลำโพงแบบตั้งโต๊ะหรือแบบ Bookshelf ที่เหมาะสำหรับใช้ภายในบ้าน ห้องเล็กๆ ตามคอนโดต่างๆ หรือวางไว้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นเดียวกัน มันสามารถที่จะรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายทั่วไปและแบบไร้สาย ก็จะเรียกได้ว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ซึ่งตามประวัติของแบรนด์เอง ก็ก่อตั้งมาเมื่อปี 2006 ก็ถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ในวงการ ที่ชูโรงมาว่าเขาวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเป็นสินค้าที่เน้นเรื่องของเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ไม่ต้องพูดเรื่องประวัติที่ยาวนานเป็นหลายสิบปี ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องคุณภาพจะคุ้มค่าในราคาที่เราควรซื้อหรือไม่นั้นมันอีกเรื่องหนึ่ง ไม่รอช้าไปรีวิวกันเลยว่าจะดีจริงหรือไม่

   สำหรับรายละเอียดการใช้งานของลำโพงรุ่นนี้ Q Acoustics BT3 ก็จะเป็นลำโพงแบบ active หมายความว่าจะมีภาคขยายในตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาเพาเวอร์แอมป์มาขับเสียงแต่อย่างใด มีกำลังขับอยู่ที่ 50 watts ต่อข้าง รวมกันก็จะเป็น 100 watts นั่นเอง ก็ถือว่าค่อนข้างมีกำลังขับที่สูงมาก พร้อมกับรายละเอียดภายในตัวลำโพงแต่ละใบนั้น ก็จะมีดอกลำโพงแบบ Woofer ขนาด 4 นิ้วจำนวน 1 ตัวต่อข้าง พร้อมกับดอกลำโพงเสียงแหลม Twitter ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ตัวต่อข้าง พร้อมกับการขับเสียงแบบ 2 ทาง แบบสเตอริ์โอ แยกเสียงซ้าย-ขวาอิสระ และแยกกำลังขับเสียง woofer และ twitter อิสระด้วย ก็ทำให้ผลที่ได้นั้นมันมีความผิดเพี้ยนที่น้อยมาก หรือ แทบจะไม่มีความผิดเพี้ยนเลย

   สำหรับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงบลูทูธรุ่นนี้นั้น ก็จะมีทั้งหมด 3 function input ด้วยกัน ก็จะประกอบไปด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธนั่นเอง ให้บลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 แล้วด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างใหม่และใช้งานได้ดี พร้อมกับการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ได้ระยะทางไกล สัญญาณก็ไม่ขาดๆ หายๆ อีกด้วย อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา ก็คือ สามารถเชื่อมต่อแบบ digital optical ได้ด้วย อีกหนึ่งฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสุดท้าย ก็คือ จะสามารถเชื่อมต่อแบบอานาร็อกได้ ก็จะแยกเป็นสายแจ็คแบบ RCA Phono Shockets สามารถที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลง ดีวีดี วีซีดี ต่างๆ ได้ รวมไปถึงการเชื่อมต่อแบบแจ็ค 3.5 มม. ก็สามารถทำได้ด้วย ส่วนวิธีการควบคุมนั้น จริงๆ แล้วจะสามารถควบคุมการใช้งานและเลือกโหมดการใช้งานได้ทั้งที่ตัวลำโพงเอง แต่ก็จะมีตัวรีโมทควบคุมแบบไร้สายมาให้ด้วย ซึ่งในทุกๆ ฟังก์ชั่นที่มีก็จะสามารถควบคุมจากตัวรีโมทได้เช่นเดียวกัน

   การใช้งานและการเชื่อมต่อติดตั้งตัวลำโพงก็จะไม่ได้ยุ่งยากอะไร ที่บริเวณด้านหลังตัวลำโพงด้านขวา จะมีช่องเชื่อมต่อต่างๆ เอาไว้ครบเลย เราก็สามารถที่จะเสียบปลั๊กเชื่อมต่อต่างๆ รวมไปถึงเชื่อมต่อสายลำโพงด้านซ้ายเข้าด้วยกัน เพราะลำโพงชุดนี้ยังคงใช้การเชื่อมต่อแบบมีสายลำโพงอยู่ ยังไม่ใช่แบบ wireless แต่อย่างใด ตัวสายก็จะมีแถมให้มาภายในกล่องแล้ว ความยาวประมาณ 2.5 เมตร ก็คำนวณระยะห่างจากด้านขวาไปด้านซ้ายให้เหมาะสมกับห้องของทุกท่านกันได้ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามาและยังไม่ได้กล่าวถึงในเรื่องของฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อก็คือ ลำโพงรุ่นนี้สามารถที่จะเชื่อมต่อแบบ subout ได้ คือในกรณีที่บางท่านชื่นชอบเสียงเบสแบบกระหึ่มๆ อยากจะเพิ่มมิติเสียงเบสเข้าไปอีก ก็จะต้องไปมองๆ หาลำโพง subwoofer แยกต่างหากมา แต่ก็สามารถที่จะเชื่อมต่อสัญญาณจากลำโพงชุดนี้ออกไปได้ ส่วนข้อแนะนำเพิ่มเติม เกี่ยวกับช่อง line in ที่มีให้เลือกใช้งานกันทั้ง RCA และ 3.5 ซึ่งอยากจะแนะนำว่าการใช้งานที่เหมาะสมกับเครื่องเล่นซีดี ดีวีดี ควรที่จะใช้ช่อง RCA ขาว-แดง เพราะ gain balance สัญญาณจะทำมาได้เหมาะสมกว่า ส่วนช่องแจ็ค 3.5 ก็จะเอาไว้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค อะไรแบบนั้น แต่ถ้าไปเชื่อมต่อผิดลักษณะ สัญญาณขาเข้ามันจะไม่เหมือนกัน สัญญาณจะมีความแรงมาก แรงน้อยที่ต่างกัน บางทีเสียงที่ได้ออกมาก็จะไม่ค่อยดังเท่าที่ควรนั่นเองถ้าเสียบผิดช่อง ผิดประเภท

   สำหรับแนวเสียงที่ได้จากลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ หลังจากที่ได้ทดสอบฟังเสียงมาแล้วก็รู้สึกว่าจะออกไปในแนวเสียงของลำโพงมอนิเตอร์ หมายความว่าลำโพงชุดนี้จะไม่ใช่แนวเสียงที่หวานเกินไป หรือ แนวเสียงที่ปรับแต่งมากนัก จะเน้นกลางๆ ต้นฉบับของเสียงมาอย่างไร เสียงที่ได้ยินก็จะตรงตามต้นฉบับ ซึ่งก็จะเหมาะมากเลยสำหรับคนที่เป้น sound engineer ที่ชอบฟังเพลงแล้วได้ตรงตามชนิดเสียงของเครื่องดนตรี ราคาก็จะอยู่ที่ 14,xxx บาท ก็สามารถไปหาทดสอบฟังเสียงจริงๆ กันได้แล้ววันนี้

รีวิว ลำโพง 2.0 สเตอริโอ KEF X300A Wireless speaker เพิ่มคุณภาพทางด้านเสียงเพลงในระดับ Hi-End

 

   108plaza ในตอนนี้ก็มีชุดลำโพงแบบ 2.0 ที่เหมาะกับเอาไว้ฟังเพลงในบ้าน เป็นลำโพงที่มาจากแบรนด์ระดับ Hi-End อย่าง KEF กันเลยทีเดียว ถือว่ามีมาไม่บ่อยครั้งมากที่จะได้นำเอาสินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศมารีวิวแบบนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

   นี่คือลำโพง 2.0 สิเตอริโอ KEF รุ่น X300A wireless speaker ซึงก็ต้องบอกก่อนว่า หลายท่านอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อแบรนด์ KEF กันมากสักเท่าไหร่ในตลาดลำโพงทั่วไปหรือลำโพงบลูทูธ แต่แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ระดับโลกมาจากทางฝั่งอังกฤษ เมืองผู้ดีกันเลยทีเดียว แต่สำหรับลำโพง X300A ตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นที่นำเข้ามาวางจำหน่ายกันในบ้านเรา ก็คือรุ่นปกติ และ รุ่นที่เป็น wireless แต่ไม่ใช่บลูทูธ เป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง wi-fi ให้คุณภาพเสียงและการเชื่อมต่อที่ดีกว่าบลูทูธแน่นอน

สำหรับน้ำหนักของลำโพงรุ่นนี้แพ็คมาในกล่องเดียวอยู่ที่ 16 กก. แต่จะมีน้ำหนักแยกกันอยู่ที่ข้างละ 7.5 กก. แล้วประเด็นที่สำคัญเลยของการออกแบบที่เป็นเอกศิทธิ์เฉพาะของทาง KEF เลยก็คือว่า เขาออกแบบตัว driver และบอดี้ของตัวลำโพงเองเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ใช้ในยานอวกาศได้เลย คือเรียกว่าเอาลำโพงชุดนี้ไปใช้นอกโลกได้เลย นั่นหมายความว่าถ้าใช้ในโลกก็คงจะดีไม่น้อย แต่ตัว driver ของลำโพงเอง จะเป็น All in 1 คือจะเห็นได้ว่าภายในตัว driver เองจะมีดอกลำโพงตัวเดียว เป็นแบบ woofer ก็ใช้ตัวเดียว แล้วดอกเสียงแหลมหรือ twitter ก็จะอยู่ตรงกลาง ที่เรียกการออกแบบนี้ว่า ยูนิคิว ซึ่งตัวดอกลำโพงเลยจะมีขนาดข้างละ 5.25 นิ้ว ตัวโครงของดอกลำโพงเองจะทำมาจากแม็กนิเซียมบวกกับอลูมีเนี่ยมอัลลอย แล้วบริเวณตรงกลางจะเป็นโดมเสียงแหลมที่ทำมาจากอลูมีเนี่ยมมีขนาดข้างละ 1 นิ้ว แล้วภายในตัวดอกลำโพงเอง จะมีแม่เหล็กชนิดพิเศษแยกกันต่างหากระหว่างตัวดอก woofer และตัวดอก twitter และอยู่ภายใต้การขับเสียงของเพาเวอรืที่เรียกว่า Bi-amp อีกด้วย ซึ่งความแปลกใหม่ของมันก็คือ ดอกลำโพงมีอยู่ดอกเดียว แต่สามารถแยกส่วนกันได้ชัดเจนอยู่ภายใน ก็เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีผลิตลำโพงแบบใหม่ ที่สามารถประหยัดพื้นที่ได้มากเลยทีเดียว ส่วนของกำลังขับนั้น จะแยกกันก็คือ ภาค woofer เสียงกลางและเสียงต่ำจะอยู่ที่ 50wrms ส่วนกำลังขับของเสียงแหลมหรือ twitter เองนั้นจะอยู่ที่ 20wrms ซึ่งกำลังขับนี้จะต่อข้าง ทั้งหมดก็จะอยู่ที่ 140wrms นั่นเอง ก็ถือว่าไม่ธรรมดา แล้วที่ด้านหลังตัวลำโพงเอง จะไม่มีสายเชื่อมต่อ จะเชื่อมต่อกันแบบไร้สาย และ จะมีปลั๊กเสียบแยกด้านใครด้านมัน เสียบแยกกันต่างหาก

ที่นี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการใช้งานและการเชื่อมต่อการใช้งานที่ด้านหลังตัวลำโพงรุ่นนี้กันบ้าง แต่ต้องย้ำอีกทีว่าไม่ใช่ลำโพงบลูทูธ การเชื่อมต่อแรกเลยจะสามารถเสียบเชื่อมต่อกับเลาท์เตอร์ผ่านสาย LAN RJ45 ได้ อีกหนึ่งพอร์ดถัดมาก็คือ จะมีช่องแจ็ค input 3.5 มาให้ด้วย นั่นหมายความว่า จะเอาไปเสียบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โน้ตบีค สมาร์ททีวีต่างๆ เครื่องเล่นเพลงต่างๆ ได้หมดเลยผ่านแจ็ค 3.5 นั่นเอง ในกรณีที่ไม่อยากยุ่งยาก แต่ก็ถือว่าใช้ฟังก์ชั่นไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไหร่และอาจจะใช้ไม่คุ้มค่า คุ้มราคาก็ได้ เพราะว่าพอร์ดอื่นๆ ยังมีและคุณภาพเสียงจะดีกว่าแจ็ค 3.5 แน่นอน เพราะที่จะกล่าวถึงฟังก์ชั่นต่อไปนี้ ก็คือนอกจากจะเชื่มอต่ผ่าน wi-fi ได้แล้วนั้น ตัวลำโพงเองจะเป็นลำโพงที่เชื่อมต่อแบบ DAC จะได้ทั้งแบบ USB ก็ได้ก็ง่ายๆ ซึ่งเชื่อว่าคนที่เล่นเครื่องเสียงหรือลำโพงในระดับ Hi-end และชอบฟังเพลงที่เป็นไฟล์เพลงขั้นสูงแบบไฟล์ Hi-Res และไฟล์อื่นๆ นั้น ลำโพงรุ่นนี้สามารถที่จะถอดรหัสเพลงได้ทุกไฟล์เลย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าจะได้คุณภาพเสียงที่ตรงตามเสียงต้นฉบับจริงๆ นั่นเอง ถัดมา ก็จะมีฟังก์ชั่นเป็นปุ่ม volume EQ ที่จะเอาไว้ปรับแต่งโทนเสียงก็จะมีด้วยกัน 2 โหมด ก็คือโหมดที่อยู่ในระยะใกล้ ใครที่จะเอไปใช้กับชุดคอมพิวเตอร์ บนโต๊ะทำงาน วางลำโพงไว้ใกล้ตัว ก็จะต้องเลือกโหมดที่ด้านหลังให้ถูกด้วย แต่ถ้าเอาไปใช้งานแบบฟังเพลงภายในบ้าน ในห้องโถงหรือห้องขนาดใหญ่ ก็ต้องปรับโหมด EQ ให้ถูกต้องด้วย ถ้าฟังแนวเสียงแบบเวทีกว้างๆ พื้นที่กว้าง รูปแบบเสียงก็จะไปในอีกหนึ่งทิศทาง

   สำหรับแนวเสียงหรือบุคลิกเสียงของลำโพง KEF X300A wireless speaker ตัวนี้จะไม่ใช่แนวเสียงที่มันส์สะใจ แต่จะเป็นแนวเสียงที่คล้ายคลึงกับเวลาเราไปฟังเพลงอยู่ในฮอล์ใหญ่ๆ ในเวทีคอนเสิร์ดที่มีเครื่องดนตรีมากชนิด แต่ก็ได้ยินรายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีแบบชัดๆ เสียงร้องพุ่งๆ จะให้อารมณ์เพลงแบบนั้นเลยทีเดียว

Review Samsung galaxy A7 2017 นึกว่าเป็น S7 ในร่างใหม่ คุ้มหรือไม่?

 

   Samsung Galaxy A7 2017 หลายๆ ท่านน่าจะเห็นรูปร่างหน้าตากันมาบ้างแล้ว ซึ่งมันก็จะเหมือนๆ กับ galaxy S7 ที่ผ่านมาแต่แปลงร่างแบบเบาๆ มาอยู่ใน A7 ปีนี้นั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตามสไตล์ Samsung ที่มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนจากเกาหลี แต่มันจะคุ้มค่ากับราคาอย่างไรบ้างนั้น ต้องมารีวิวกันเลย

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นแกะกล่องก็จะพบกับหูฟังแถมมาให้ด้วย สายชาร์จแบบ USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่เป็น Fast charge ด้วย จ่ายกระแสไฟที่ 9v 1.67A จากนั้นก็จะเป็นตัวเครื่อง ในเรื่องของดีไซน์นั้น samaung galaxy A7 2017 นั้นบอดี้แทบทั้งหมดเลยจะเป็นกระจก ทั้งด้านหน้าด้านหลัง ก็ถือว่ามีความพรีเมี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีบอดี้ที่เป็นโลหะบริเวณขอบด้านนอกเท่านั้นเอง ส่วนกระจกที่นำมาใช้กับตัวเครื่องนั้นเป็นแบบ 2.5D ก็จะเป็นกระจกแบบขอบโค้งด้านข้าง จุดนี้ถือว่าสามารถช่วยให้ความรู้สึกในการสัมผัส การจับถือที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่ามีความละมุนมือ ไม่บาดมือ และมั่นใจว่ามันจะไม่ลื่นเหมือนกับบอดี้ที่เป็นโลหะนั่นเอง

   จุดที่เปลี่ยนไปในเรื่องของการดีไซน์นั้น บริเวณด้านขวาจะมีปุ่มเพาเวอร์และมีลำโพงอยู่ด้วย ไม่ต้องแปลกใจว่าทำมลำโพงย้ายมาอยู่ด้านข้างปกติอยู่ด้านล่าง ซัมซุง ได้ย้ายมาเรียบร้อยแล้ว ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง และช่องใส่ซิมที่ 1 ส่วนด้านบนจะมีไมค์โคร 1 ตัว และช่องใส่ซิมช่องที่ 2 พร้อมกับมีอีกหนึ่งช่องแยกมาให้เป็นช่องใส่ micro sd card ด้วย นั่นหมายความว่าไม่ต้องไปเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ใส่กันได้เต็มๆ 2 ซิมกับ 1 เมมโมรี่ พร้อมกับรองรับการเกาะคลื่น 3G ได้ทั้ง 2 ซิมพร้อมกันอีกด้วย ด้านล่างจะมีไมค์โครโฟนอีกหนึ่งตัว มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ย้ายมาอยู่ทางด้านล่างแทนและก็ช่องเสียบชาร์จแบตนั่นเอง

   มากันที่เรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้วกันเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าใหญ่เต็มตาดีทีเดียว เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ด้วย ความละเอียดระดับ Full HD 1080p 386ppi สำหรับหน้าจอที่ใหญ่แบบนี้ แต่พอได้ไปเทียบกันจริงๆ แล้วตัวเครื่องยังถือว่าเล็กกว่า iPhone 7 Plus อีกด้วย ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าจอใหญ่ก็จริง แต่บอดี้นั้นจับถือได้ถนัดมือไม่เทอะทะแน่นอน

   หลังจากทดสอบใช้งานอย่างแรกออกกลางแจ้ง หน้าจอก็ยังสู้แสงได้ดี ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของหน้าจอที่ค่อนข้างชอบและถูกใจในจอของ ซัมซุง เอง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและออกแบบมาได้ดี ก็คือ การจับถือมาเล่นเกมส์ ซึ่งตัวลำโพงย้ายมาอยู่ทางด้านบนหรือด้านล่าง ก็ทำให้เราไม่เผลอเอานิ้วมือไปบล็อกเสียงเอาไว้ เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ที่อยู่ด้านล่าง ตรงนี้ถือว่าดีกว่าเยอะเลย มิติของเสียงลำโพงก็มีความดังใช้ได้เลย ส่วนปุ่มสแกนลาวนิ้วมือนั้น ก็จะอยู่ทางด้านหน้า ทดสอบใช้งานแล้วต้องบอกว่ารวดเร็วดีมาก แถมไม่มั่วด้วย คนอื่นมาสแกนก็ใช้งานไม่ได้ ถือว่าแม่นยำป้องกันความปลอดภัยในการเข้าถึงได้ดี และ อีกหนึ่งไม้เด็ดที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าในราคาหมื่นกลางๆ ก็คือ IP68 เป็นมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ได้ด้วย ก็เรียกว่ายกฟี่เจอร์ใน S7 มาปรับปรุงกันใหม่เลย ก็กันน้ำได้ลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานเป็นเวลา 30 นาที ใครที่เผลอทำเครื่องตกอ่างน้ำก็สบายๆ

   ในด้านของขุมพลังนั้น มาพร้อมกับ Exynos 7780 Octa-core GPU Mali-T830MP3 RAM 3GB ROM 32GB , NFC, FM radio , วัดประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วย antutu ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 58,758 คะแนน ก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าได้เยอะกว่านี้อีกนิดน่าจะเหมาะสมดี ในส่วนของการเล่นเกมส์ อาจจะไม่ใช่เครื่องที่แรงสะใจสำหรับคอเกมส์สายโหด แต่ก็ยังถือว่าเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกสวยๆ ได้สบายๆ คอเกมส์แบบทั่วไปนั้นรองรับได้สบายๆ ส่วนการเปรียบเทียบการใช้งานทั่วไป ถ้าเทียบกับตัวเพียวแอนดรอยด์แล้ว ก็ถือว่า A7 ตัวนี้ยังช้ากว่าเล็กน้อยในความรู้สึก แต่ก็มีการใช้งานที่ไหลลื่นดี

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องกล้องที่ให้ความละเอีย 16 ล้านพิกเซลทั้งหน้าและหลัง f/1.9 ออโต้ไฟกัสและ LED Flash เรื่องของโหมดการใช้งานไม่ต้องห่วงมีมาให้ครบ ถ้าไม่มีสามารถเข้าไปโหลดเพิ่มเติมได้ ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพทีได้นั้นก็ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ชัดเจนแน่นอน แต่ก็ยังให้สไตล์ภาพแนวเกาหลีอยู่ จะต่างจากมือถือแบรนด์จีนแน่นอน ตรงนี้ลองไปหาภาพตัวอย่างกันได้ แต่ที่เด่นจนแบรนด์อื่นสู้ไม่ได้ก็คือการถ่ายวีดีโอที่ให้ทั้งภาพและเสียงที่จัดว่าดีในหลายๆ รุ่นที่มีราคาหมื่นต้นๆ ขึ้นไปจนถึงเรือธง ก็คงพูดได้ว่า A7 2017 นี้ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจและน่าใช้งานดีเลยทีเดียว

รีวิวลำโพงบลูทูธขนาดจิ๋ว Smart box 3in1 ฟังเพลงได้ กดชัตเตอร์บลูทูธในสมาร์ทโฟนได้ รับสายเรียกเข้าได้

 

   108plaza ก็มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกเช่นเคย โดยสินค้าที่นำมาในตอนนี้เป็นลำโพงบลูทูธ หรือ ลำโพงแบบพกพา ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่งที่ปล่อยบลูทูธได้ พร้อมกับสามารถเชื่อมต่อกับ device อื่นๆ อีกมากมาย ไมว่าจะเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพา คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ที่มีบลูทูธก็สามารถเชื่อมต่อได้หมดเลย แต่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนนั่นเอง เพราะจะสามารถใช้ได้หลากหลายฟี่เจอร์มาก ต่างจากลำโพงพกพาทั่วไป แต่จะเป็นรุ่นไหน ดีไซน์อย่างไร ไปติดตามรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   นี่คือ Smart box 3in1 speaker Bluetooth ถือได้ว่าเป็นลำโพงบลูทูธที่มีขนาดเล็กมากๆ เล็กจนเทียบเท่ากับเหรียญ 10 บาทได้เลย สามารถที่จะเอาห้อยไว้กับสมาร์ทโฟน กลายเป็นพวงกุญแจหรือกลายเป็นของเล่นอีกชิ้นหนึ่งได้เลย แต่ข้อแนะนำคือ ระวังมันหายเพราะมันมีขนาดที่เล็กมากเลยทีเดียว

   เริ่มต้นแกะกล่องมาตรวจสอบกันสิว่า ภายในกล่องของลำโพงบลูทูธ smart box ตัวนี้มีอะไรให้มาบ้าง เปิดกล่องออกมาก็จะมีตัวลำโพง พร้อมกับมีสายห้อยที่จะเอาไว้คล้องกับตัวลำโพงและก็ห้อยกับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่มีรูปห้อยสายได้ด้วย แต่ถ้าสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่มีรูห้อยสาย ก็จะมีตัวเสียบที่ช่องเสียบหูฟังมาให้ ก็สามารถเสียบได้ที่ช่องหูฟัง 3.5 ของสมาร์ทโฟน มันก็จะห้อยได้ไม่หลุด แต่ถ้าใครที่ใช้ iPhone 7 ก็ต้องถือว่าไม่มีที่เสียบเพราะไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 ก็อาจจะต้องไปหาพวงกุญแจมาใช้ห้อยแทนก็ได้ และ ภายในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นเล่มเล็กๆ ข้างในเป็นภาษาอังกฤษมาให้ได้ศึกษาการใช้งานกันด้วย แต่เชื่อว่าส่วนมากใช้งานกันได้อยู่แล้ว

   สำหรับลำโพงบลูทูธ smart box 3in1 รุ่นนี้เปิดตัวมาด้วยกันให้เลือกซื้อ เลือกใช้งาน 4 สี ก็จะมีสีขาว สีฟ้า สีชมพู และสีเขียว ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลยก็ตรงตามรุ่น ก็คือ 3in1 ฟังก์ชั่นแรกเลย ก็จะสามารถกลายเป็นลำโพงบลูทูธได้ ก็อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นว่า สามารถเชื่อมต่อกับทุกๆ device ได้ถ้าหากว่ามีบลูทูธ ฟังก์ชั่นถัดมา ก็คือ สามารถที่จะกลายเป็นปุ่มกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปในสมาร์ทโฟนได้ ส่วนของฟังก์ชั่นสุดท้าย ลำโพงรุ่นนี้จะสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งตัวลำโพงเองจะมีไมค์โครโฟนติดมาด้วย แต่ข้อดีของลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นลำโพงพกพาอีกหนึ่งตัวที่มีความสะดวกมากๆ เลย พกพาใส่กระเป๋ากางเกง ใส่กระเป๋าเสื้อไปได้เลย มีน้ำหนักเพียงแค่ 20 กรัม เท่านั้นเอง ในส่วนของฟังก์ชั่นการกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์นั้น ก็สามารถกดได้ที่ปุ่มเพาเวอร์ โดยจะมีวิธีการใช้งานง่ายๆ โดยจะกดปุ่มเพาเวอร์ 1 ครั้ง จะเป็นการกดรับสายเรียกเข้าเพื่อพูดคุย แต่ถ้าไม่ต้องการที่จะกดรับสายเรียกเข้า ก็สามารถที่จะกดวางสายได้โดยการกดปุ่มเพาเวอร์ค้างเอาไว้ จะกลายเป็นการวางสายทันที

   ในส่วนของการใช้งานเพื่อเชื่อมต่อบลูทูธที่ตัวลำโพงเองเพื่อ connect กับอุปกรณ์ device ต่างๆ นั้นก็ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มเพาเวอร์ตรงกลางค้างไว้เพื่อเปิดตัวเครื่องขึ้นมา สังเกตว่าจะมีไฟสีฟ้ากระพริบๆ ขึ้นมา นั่นหมายความว่ากำลังรอการเชื่อมต่อ จากนั้น ก็เข้าไปค้นหาบลูทูธที่ในตัวสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่ต้องการจะเชื่อมต่อ แล้วก็ทำการเชื่อมต่อกัน เมื่อเชื่อมต่อกันได้ทั้งคู่แล้ว จะมีไฟสีฟ้าติดค้างพร้อมกับมีเสียงเตือนที่ตัวลำโพง นั่นหมายความว่า มันสามารถที่จะเชื่อมต่อและพร้อมใช้งานกันได้แล้ว

   สำหรับฟังก์ชั่นเด่นๆ เลยที่สาวๆ น่าจะชอบในลำโพงบลูทูธ smart box รุ่นนี้ก็คงเป็นการรองรับโหมดกล้องพื้นฐานและแอปกล้องยอดนิยมอย่าง 360 camera ด้วย ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าถ้าได้เชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนแล้วจะกลายเป็นปุ่มกดชัติเตอร์ได้ด้วย ก็ถือว่าเมื่อทดสอบใช้งานก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือ เหมาะสำหรับคนที่ชอขี้ลืมมือถือ ถ้าเชื่อมต่อบลูทูธไว้แล้ว เมื่อตัวลำโพงห่างจากมือถือประมาณ 8 เมตร ที่ตัวลำโพงเองจะมีเสียงร้องเตือนขึ้นมา ส่วนของการเปิดเพลงและคุณภาพเสียงนั้น ก็ถือว่าเป็นเสียงในโทนกลางแหลม มีมิติเสียงทุ้มนิดๆ แต่ความดังถือว่าเกินตัว มีความดังที่ดังใช้ได้เลยทีเดียว ใครที่สนใจในฟังก์ชั่นการใช้งานและเรื่องของคุณภาพเสียงก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าไอทีทั่วไปหรือร้านค้าออนไลน์ได้ทั่วไปเช่นเดียวกัน

ดีไซน์ที่ลงตัวของ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะวันนี้เรามาเจอกันเหมือนเคยก่อนอื่นต้องมาพูดถึงช่วงนี้อากาศมาการเปลี่ยนแปลงบ่อยยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค่ะ เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะสำหรับบทความในวันนี้เรายังคงจะมาพูดกันถึงเรื่องของสินค้าอินเทรนด์กันเหมือนเคยค่ะ ซึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ยังเป็นในเรื่องของเครื่องเสียงที่ให้ในเรื่องของเสียงดนตรีนั้นเอง ปัจจุบันนี้เรื่องของเครื่องเสียงนั้นมีความสำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอยู่เสมอเนื่องจากเทคโนโลยีของเราในปัจจุบันนี้มีการพัฒนาคิดค้นอยู่ตลอดเวลานั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ลำโพงเครื่องเสียงในยุคปัจจุบันนี้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพที่มีการพัฒนาจากอดีตมากยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่มีการออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ สำหรับสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นก็ยังคงเป็นในเครือของ Samsung เหมือนเช่นเคยที่เรายังคงพูดถึงเครือ Samsung นั้นก็เนื่องจากมีการออกแบบดีไซน์ที่มีความทันสมัยนั้นเองเหมาะกับยุคปัจจุบันนี้ โดยครั้งนี้เราจะพูดถึง R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker ซึ่งเป็นลำโพงอีกหนึ่งรุ่นของ Samsung ที่มีความน่าสนใจ โดยมีประสบการณ์ในเรื่องความเชี่ยวชาญและการผสมผสานที่มีการออกแบบดีไซน์ที่ลงตัว เอาเป็นว่าเราอย่ามาเสียเวลากันเลยดีกว่าค่ะ เรามาทำความรู้จัก R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker กันดีกว่าว่ามีอะไรที่น่าสนใจน่าค้นหาค่ะ

   R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นอีกหนึ่งรุ่นของลำโพง Samsung ที่มีความโดดเด่นและน่าจับตามองเป็นอย่างมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่มีความลงตัวดูเรียบหรูสามารถที่จะเป็นของตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัวนั้นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมี Ring Rediator Technology ซึ่งสร้างเสียงที่มีคุณภาพและสามารถสร้างเสียได้ 360 องศานั้นเองค่ะ ที่สำคัญยังมี Woofer ที่ทำให้ทุกอย่างมีความเล็กลงและทำให้เสียงมีความทรงพลังมากขึ้นนั้นเองค่ะ ในส่วนของ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker นั้นมีการจัดตั้งในเรื่องของห้องปฏิบัติการที่มีความทันสมัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในส่วนนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของอุปกรณ์ในเรื่องของเสียง โดยที่สามารถที่จะถ่ายทอดสัญญาณและสร้างแบบจำลองของคอมพิวเตอร์ที่มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นนั้นเอง ซึ่งถือได้ว่ามีความประสบความสำเร็จในเรื่องของการพัฒนาระบบต่างๆของลำโพงให้มีความก้าวหน้า เนื่องจากมีการพัฒนาทำให้เราสามารถที่จะฟังเสียงได้รอบทิศทางทั้ง 360 องศานั้นเองค่ะ เพราะในขณะที่ลำโพงรุ่นเก่าๆที่ผ่านมานั้นสามารถที่จะส่งสัญญาณเสียงได้เพียงทิศทางเดียว แต่สำหรับ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker นั้นมีการพัฒนาจนสามารถที่จะส่งสัญญาณได้ถึง 360 องศา ซึ่งเสียงสามารถที่จะกระจายได้ทั่วห้องนั้นเอง ซึ่งอาศัยในเรื่องของเทคโนโลยีด้าน Ring Radiator ของ Samsung ที่ทำให้ลำโพงสามารถที่จะกระจายเสียงได้ทั่วทิศทางนั้นเองค่ะ นอกจากนี้ระบบ Multiroom Link ที่เป็นระบบที่ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการควบคุมที่สามารถจะแบ่งปันแหล่งสัญญาณเสียงเดียวได้ โดยสามารถที่จะครอบคลุมอุปกรณ์เสียงหลายอุปกรณ์ได้ค่ะ โดยเป็นการใช้ Multiroom App ของ Samsung ซึ่งควบคุมเพลงในระยะไกลได้บนทีวี, Soundar, HES, BDP และอื่นๆอีกด้วยค่ะ ที่สำคัญที่ทำให้ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker มีความโดดเด่นนั้นเนื่องจากมีการออกแบบที่มีความพิเศษที่สามารถจะกลมกลืนไปกับการตกแต่งของบ้านได้นั้นเองค่ะ ซึ่ง R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker มีการออกแบบดีไซน์ที่มีความโค้งมนทำให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีสไตล์ที่มีความหลากหลาย สามารถที่จะสอดประสานให้เกิดความลงตัวได้ ที่สำคัญของลำโพงรุ่นนี้จะเน้นไปในเรื่องของการให้ความสำคัญของการฟังเพลงที่มีความสะดวกสบายและสามารถที่จะส่งสัญญาณเสียงได้ทั่วทั้งห้อง 360 องศานั้นเอง ลำโพง R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker สามารถที่จะเข้าถึง Wi-Fi ได้อย่างง่ายดายทำให้สัมผัสกับการบริหารเพลงได้อย่างดีที่สุดค่ะ

   เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจลำโพงอยู่แล้วล่ะก็เชื่อได้ว่าบทความนี้น่าจะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เพื่อนๆได้อย่างแน่นอค่ะ R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นลำโพงที่มีการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมีความลงตัวสามารถตกแต่งกับบ้านในปัจจุบันนี้ได้ค่ะ และที่สำคัญในเรื่องของคุณสมบัติต่างๆก็มีความน่าสนใจนั้นเองค่ะ หากเพื่อนๆมีความสนใจจริงๆแล้วละก็สามารถที่จะเข้าไปดูตัวอย่างจริงๆได้ที่ศูนย์ของ Samsung ได้ค่ะ เชื่อได้ว่าเพื่อนๆจะต้องตกหลุมรัก R6 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker อย่างแน่นอนค่ะ

 

รีวิว SanDisk iXpand Flash Drive for IOS ตัวช่วยเก็บความข้อมูลสำหรับ IOS รุ่นใหม่ล่าสุด แก้ปัญหาข้อมูลในเครื่อง iPhone เต็ม

 

สาวก IOS หรือ สาวก Apple ทั้งหลายโปรดมาอ่านทางนี้ 108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้มีทางออกสำหรับคนที่บ้าหอบฟาง เก็บข้อมูลเยอะๆ ทั้งรูปภาพ ทั้งเพลง ทั้งข้อมูล ไฟล์หนัง ซีรีส์ต่างๆ เอาไว้บน ipad , iphone ของคุณ ปัญหาที่เจอก็คือจะถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็จะแจ้งเตือนว่าพื้นที่เก็บหน่วยความจำเต็ม หรือ จะนำข้อมูลต่างๆ มาเก็บไว้ในเครื่อง ก็แจ้งเต็ม ต้องลบของเก่าออกไปแบบนี้ ปัญหานี้จะหมดไปถ้ามีตัวช่วยแบบนี้

 

   สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้มันคือ SanDisk iXpand Flash Drive นั้นเอง เป็นตัวที่เราเรียกว่า แฟลส์ไดช์ทั่วไปที่เราเคยใช้กันนี่แหละครับ ซึ่งคนทั่วๆ ไปที่เคยใช้ตัวแฟลส์ไดซ์ก็จะมีพอร์ดเป็น USB เอาไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คอะไรแบบนี้ การใช้งานของตัว iXpand ตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่มันแค่เปลี่ยนฟังก์ชั่นให้สามารถมาใช้ร่วมกับตัว IOS ทุกรุ่น ทุกตัวได้แล้วแค่นั้นเอง

   ถ้าเพื่อนๆ เคยติดตามการรีวิวของเรามาเรื่อยๆ จพอทราบว่า SanDisk เองก็เคยผลิตตัว iXpand มาแล้วหนึ่งรุ่นก่อนหน้านี้ แต่มันมีขนาดที่ใหญ่ แล้วเวลาที่จะใช้งานก็ต้องนำไปชาร์จไฟด้วย แต่พอมาในรุ่นล่าสุด SanDisk เองก็คิดใหม่ ทำใหม่ ให้มันสามารถใช้ได้ง่ายขึ้นด้วย มีขนาดที่เล็กลง น่าใช้กว่าเดิม โดยตัว ixpand ด้านหน้าจะมีพอร์ด USB 3.0 ให้สามารถเอาไปเสียบใช้งานได้จากคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ โดยตัว iXpand ก็จะมีขนาดที่ยาวกว่าตัวแฟลส์ไดซ์ทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ส่วตรงปลายอีกด้านหนึ่ง ก็จะมีพอร์ด lighting ที่เอาไว้เสียบเข้ากับตัว ไอโฟน ของเราปกตินี่แหละครับ ซึ่งถ้ามองถึงการใช้งานทั่วไป มันก็คือตัว แฟลดส์ไดซ์ดีๆ นี่เอง แต่ความพิเศษที่ตัว SanDisk เองเพิ่มเติมขึ้นมาให้ในตัว iXpand รุ่นนี้ก็คือ สามารถเก็บไฟล์ลับไว้ในโฟลเตอร์เพื่อตั้งรหัสผ่านเข้าใช้งานได้อีกด้วย เป็นการตั้งโฟลเตอร์ลับที่แถมมาให้ตัว ixpand ของทาง SanDisk ที่แถมให้มาเลย ใครที่มีความลับเยอะๆ ก็น่าใช้งานมากเลยทีเดียวครับ อันนี้แอดมินไม่ได้ชี้ช่องทางนะครับ เพียงแค่ว่าบอกถึงคุณสมบัติพิเศษๆ เท่านั้นเอง

   เมื่อบอกถึงคุณสมบัติเบื้องต้นรวมไปถึงการใช้งานกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงคราวที่พูดถึงรายละเอียดการใช้งานกันบ้าง ในเรื่องของความง่าย ความสะดวกในการใช้งานก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว แต่มันไม่สำคัญเท่ากับว่าการใช้งานที่อ่านและเขียนข้อมูลมันจะเร็วหรือไม่ นี่สิสำคัญ ซึ่งแอดมินก็ทำการทดสอบแล้วเรียบร้อย ก็ถือว่าผ่านครับ ทำงานได้ดี ทั้งการบันทึกข้อมูลจากตัวเครื่องเข้าไปที่ตัว iXpand ก็ทำได้ในเวลาที่วัดออกมาแล้วคือ 42 Mb/s แต่ถ้าเสียบตัว iXpand เพื่อให้อุปกรณ์ IOS ของเราอ่านข้อมูลเท่านั้น ก็สามารถทำเวลาได้รวดเร็ว อ่านข้อมูลได้รวดเร็วมากถึง 90 Mb/s เลยทีเดียว ก็สรุปง่ายๆ ว่าแค่อ่านข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้รวดเร็วดี แล้วก็การโยกย้ายข้อมูลจากตัวเครื่องลงไปหรือจากตัว iXpand มายังตัวเครื่อง ก็สามารถใช้งานได้รวดเร็วเช่นกันครับ

   แต่การใช้งานบนอุปกรณ์ IOS นั้นจะต้องดาวน์โหลดแอปที่ชื่อว่า iXpand Drive มาติดตั้งเอวในตัวเครื่องก่อนนะครับ จากนั้นเราก็ทำการเสียบ iXpand ไปที่พอร์ด lighting จากนั้นตัวแอปก็จะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอทันทีเลย บนตัวแอปก็จะมีให้เลือกใช้งานอยู่หลากหลายรูปแบบ อย่างแรกเลย copy ไฟล์ไปมาระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวนี้ได้ พูดง่ายๆ ว่าโยกข้อมูลไปมาได้ ต่อมาก็สามารถเปิดภาพ เปิดไฟล์วีดีโอ ฟังเพลงได้ทันที่โดยไม่ต้องโหลดลงเครื่อง ถัดมาก็จะสามารถสั่งให้ backup รายชื่อ เบอร์โทรต่างๆ จากในเครื่องมาใส่ไว้ใน iXpand นี้ได้ ฟังก์ชั่นอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจ ก็คือ สามารถนำรูปใน facebook,instragram ก็สามารถโหลดมาเก็บไว้ใน iXpand ได้เช่นกัน

   แต่ต้องบอกเลยว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ เมื่อไหร่ที่เป็นอุปกรณ์เสริมของทาง Apple แล้ว สิ่งแรกที่น่าตกใจคือราคาครับ มันไม่เคยมีอะไรที่ขายมาให้ใช้ได้กับ IOS จะมีราคาถูกสักอย่างหนึ่ง นี่มันคือความเศร้าใจของสาวกแอปเปิลมากเลย ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น 16 GB อยู่ที่ 1,990 บาท แล้วก็ไปจบอยู่ที่ 128 GB ในราคา 5,490 บาท โอ้ว.. แม่เจ้า ซื้อแฟลดส์ไดซ์อันเดียว เดี่ยวนี้ขายทั่วไปแค่ร้อยกว่าบาท พอมาอยู่บน IOS ปาเข้าไปหลายพันเลย โชคดีที่แอดมินไม่ได้ใช้ IOS นะครับ เพื่อนๆ คนไหนที่เป็นสาวกก็ลองไปหาซื้อดูกันได้เลย

รีวิว Electro-Voice EVID S44 ลำโพงที่จะสร้างมิติใหม่ทางด้านเสียงเพลงให้กับร้านกาแฟ ร้านอาหารได้เป็นอย่างดี

 

   มีเพื่อนๆ หลายคนถามเข้ามาว่า ตอนนี้มีร้านกาแฟเปิดใหม่ของตัวเอง เป็นร้านเล็กๆ หรือว่าร้านใหญ่ๆ ก็ตามแต่ หรือ บางคนก็มีร้านอาหารที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของตัวเองอยู่ แต่อยากจะได้ลำโพงดีๆ สักหนึ่งตัว เพื่อที่จะเอาไปสร้างบรรยากาศทางด้านเสียงเพลงแบบพอมีมิติที่ครบ ทั้งเสียงที่ชัดเจน เสียงที่หนักแน่น มีครบเลย แล้วก็สามารถสร้างระบบเสียงที่มันดังได้ครอบคลุมทั่วทั้งร้าน แอดมิน 108plaza พอจะมีแนะนำหรือมีรีวิวบ้างหรือไม่ ก็มีเพื่อนๆ ถามเข้ามาแบบนี้กันเยอะ ก็เลยจัดให้เลยในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ เป็นลำโพงที่เหมาะกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ มากที่สุดเลย แล้วก็เป็นแบรนด์ลำโพงที่เป็นระดับ Hi-end เลยทีเดียว แต่ราคาก็จะค่อนข้างสูงสักนิดหนึ่ง ซึ่งใครที่ต้องการแบบราคากลางๆ ก็คงต้องไปอ่านในตอนต่อไป แอดมินก็จะพยายามหามารีวิวให้มาหลากหลายที่สุดนะครับ

   ที่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้คือ Electro-voice รุ่น EVID S44 นั้นเอง ถือว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงทางด้านการทำลำโพงและเครื่องเสียงมายาวนานเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นจะเห็นได้ว่ามันมีลำโพงตัวใหญ่ๆ อยู่ 1 ตัว แล้วก็มีลำโพงเล็กๆ อยู่มากถึง 4 ตัวด้วยกัน ก็คือลำโพงตัวใหญ่ๆ ตรงกลางจะเป็นลำโพงที่ให้เสียงต่ำหรือเสียงแบบ subwoofer หรือเสียงเบสนั้นเอง แล้วลำโพงตัวเล็กๆ อีก 4 ใบก็จะให้เสียงกลางแหลม ซึ่งความสามารถในการให้กำลังเสียงที่ต้องบอกว่ามันเหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ได้หมดเลย เพราะด้านหลังของภาคขยายในลำโพงตัวนี้สามารถที่จะเลือกปรับกำลังวัดด์ได้ จะเอาความดังเบาได้ตามขนาดร้านเลยทีเดียว

   ตัวลำโพง subwoofer นั้นมีขนาด 8 นิ้ว แล้วก็ลำโพงกลางแหลมนั้นมีขนาด 2 นิ้ว 4 ตัว การใช้งานของลำโพงชุดนี้ถูกผลิตมาเพื่อความง่าย การใช้งานที่ง่ายๆ ด้วยความง่ายอย่างแรกเลย ลำโพงชุดนี้สามารถใช้งานได้กับเพาเวอร์แอมป์แบบใดก็ได้ ทั้งแบบ Low Ohm ที่มี 8 ohm หรือ 16 ohm ก็ได้ ก็คือเพาเวอร์แอมป์ที่มีวางขายทั่วไปในท้องตลาดนั้นเอง แล้วก็สามารถเลือกเลือกแถบการกินกำลังวัดด์ได้ตั้งแต่ 12.5w 25w 50w 100w ได้หมดเลย นั้นหมายความว่า ถ้าร้านเล็กๆ ก็เอาเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังวัดด์น้อยๆ มาเป็นภาคขยายก็ได้ ถ้าร้านใหญ่ๆ ต้องการความดังที่มากสักนิดหนึ่ง ก็ไปหาเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสูงๆ มาใช้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งลำโพงชุดนี้สามารถที่จะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำที่ 42Hz-20kHz กันเลยทีเดียว ความดังสูงสุดที่ลำโพงตัวนี้ทำได้ก็คือ 114 dB ถือว่าดังมากๆ เลยนะครับ ในส่วนถัดมาเป็นการกระจายเสียงของลำโพงกันบ้าง ตัวลำโพงเบสสามารถที่จะกระจายเสียงให้หูของทุกคนได้ยินเสียงแบบรอบตัวหรือที่เรียกทางศัพท์เทคนิคว่า omnidirectional แต่ถ้าเป็นลำโพงตัวเล็กๆ เป็นเสียงกลางแหลมทั้ง 4 ใบนั้น จะสามารถกระจายเสียงในทางแนวนอนได้กว้าง150 องศา แล้วก็แนวตั้งได้ 150 องศาเช่นเดียวกัน แต่แอดมินมีข้อแนะนำสักนิดหนึ่ง สำหรับใครที่ซื้อลำโพงชุดนี้ไปแล้วหรือมีลำโพงรุ่นอื่นๆ ที่ใช้อยู่ แล้วรู้สึกว่ากำลังเสียงมันยังดังไม่พอ อยากให้ดังกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง วิธีการง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ ก็คือ ให้เอาลำโพงอัดเข้าไปมุมห้อง ทำมุม 45 องศากับตัวห้อง มันจะได้ความดังเพิ่มขึ้นมาจากสเปคเดิมอีก 9 dB โดยไม่ต้องเสียเงินเลย ลองไปทำกันดูนะครับ

   สำหรับการติดตั้งนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร ก็จะมีสายลำโพงที่เชื่อมต่อมาให้ในกล่อง จะเป็นสายแบบที่ต้องขันน็อตยึดที่ให้มาด้านหลัง ยึดเข้าไปกับตัวสายลำโพง แล้วก็ติดตั้งได้โดยวางมุมอย่างที่บอกไปว่าการกระจายเสียงของลำโพงนั้นมันมีมุมที่กระจายเสียงอย่างไรบ้าง ก็ออกแบบเสียงในร้านของตัวเองได้เลย ให้เสียงนั้นกระจายทั่วร้าน แล้วก็แยกลำโพงกลางแหลมที่ให้มาทั้ง 4 ใบไปตามมุมต่างๆ ของร้าน ก็จะช่วยให้เสียงนั้นได้ยินแบบมีมิติมากขึ้นหรือว่าเป็นระบบ surround มากขึ้นนั้นเองนะครับ

   ใครที่สนใจใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็ลองไปหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเสียงและลำโพงชั้นนำได้เลย แต่ราคาก็อย่างที่บอกไปว่าแบรนด์ electro-voice นั้นเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่มีความเป็น inter brand อยู่พอสมควร ดังนั้นราคาก็อาจจะไม่ธรรมดาบ้างก็ลองไปหาสืบราคากันได้นะครับ ร้านไหนดี ร้านไหนจัดโปรถูกๆ ก็ลองไปหาลองฟังเสียงกันได้ แต่ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงของเขานั้นดีจริงๆ

รีวิว หูฟังบลูทูธ Remax S3 Sport C;lip-on Bluetooth 4.0 เสียงจะเทพแค่ไหนมาทดสอบกัน

 

   สำหรับการรีวิว gadget ตัวใหม่ของเราใน 108plaza เว็บไซต์ที่รวบรวมการรีวิวสินค้าทุกอย่าง ผลิตภัณพ์ทุกชนิด มาไว้ที่นี่ที่เดียวเลย เรียกว่าได้ค้นหาข้อมูลและอ่านรีวิวกันได้อย่างจุใจ แต่ในตอนนี้ แอดมินจะพาไปทำการทดสอบหรือการรีวิวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้เลยครับ Remax S3 เป็นหัวฟังบลูทูธแบบ sport clip-on headset ที่เอาไว้ให้ทุกคนได้ใช้งานกันแบบง่ายๆ สะดวก แต่เรื่องของคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรนั้น ไปรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   ก่อนที่จะไปดูเรื่องของคุณภาพเสียงเจ้าตัวหูฟังบลูทูธที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็จะพาไปดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ รวมไปถึงรายละเอียดภายนอกของตัวหูฟังกันสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ ก็เป็นบลูทูธที่ใช้เป็น v4.0 ก็ให้การเชื่อมต่อที่เสถียรแล้วก็ไกลด้วย ใครที่เคยอ่านรีวิวของแอดมินมาหลายๆ ตอนจะรู้ดีนะครับว่า v4.0 เนี่ยมันคืออะไร แล้วมีแตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อย่างไรสำหรับตัวบลูทูธนะครับ สำหรับตัวการใช้งาน เมื่อมีไฟจากแบตเตอร์รี่เต็มเลยเนี่ยนะครับ จะสามารถเปิดสแตนบายได้นานถึง 12 วันเลยทีเดียว แล้วการใช้งานต่อเนื่องแบบคุยโทรศัพท์นั้น สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันนาน 10 ชั่วโมง แล้วก็ใช้ในการฟังเพลง ในด้านความบันเทิงต่างๆ เอาไว้ดูซีรี่ย์ ดูหนัง อะไรแบบนี้ผ่านสมาร์ทโฟนก็ใช้งานได้นานติดต่อกัน 8 ชั่วโมง หรือ บางท่านก็อาจจะได้ท่านกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานนะครับ ตัวนี้แบตเตอร์รี่ค่อนข้างให้มาเยอะครับ แต่เท่าที่แอดมินดูรายละเอียดรอบๆ กล่องแล้ว ไม่มีบอกสเปคมาว่าความจุแบตเตอร์รี่ให้มาเท่าไหร่นะครับ จากนั้นก็เปิดกล่องออกมา ก็จะมีตัวหูฟัง ตัวรับสัญญาณบลูทูธ แล้วก็จุกยางให้มา 3 ขนาดด้วยกัน ก็มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ อันนี้ก็เลือกกันตามสบายเลยว่าหูเราเหมาะกับจุกยางขนาดไหน แล้วก็มีคู่มือการใช้งานมา กับ ใบรับประกัน แล้วก็จะมีตัว clip-on มาให้ ถามว่าตัวคลิปออน มันคืออะไร มันก็คือตัวรับสัญญาณบลูทูธที่แอดมินได้บอกไปแล้วนะครับ ตัวนี้แหละครับที่เราจะต้องใช้ฝนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงต่างๆ ที่มีตัวบลูทูธปล่อยออกมาได้ ก็จะใช้ในการปล่อยบลูทูธ แล้วก็มีแบตเตอร์รี่อยู่ในตัวคลิปออนนี้ด้วย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเอาหูฟัง remax S3 ตัวนี้มาเสียบกับตัวคลิปออนตัวนี้ก็ได้นะครับ เราสามารถที่จะหาหูฟังที่ราคาแพงๆ ดีๆ กว่านี้มาเสียบกับตัวคลิปออนตัวนี้ก็ได้เช่นกัน สำหรับคนหูเทพ หูทองทั้งหลาย ก็ไปหาหูฟังราคาแพงๆ คุณภาพดีๆ มาฟังก็ได้

   มาดูตัว clip-on กันนิดหนึ่งดีกว่าครับ ด้านบนก็จะมีที่เสียบสายแจ็ค 3.5 มม. แล้วก็เสียบสายชาร์จ micro USb ด้านล่างก็จะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง แล้วก็ปุ่มเลื่อนเพลง ด้านหลังก็จะเป็นริปหนีบกับปกเสื้อหรือว่าตามที่ต่างๆ ไม่ให้ตก ถัดมาก็เป็นตัวหูฟังที่ให้มาในกล่องกันบ้าง จุดเด่นของตัวหูฟัง Awei S3 ตัวนี้ที่มันใช้งานได้ค่อนข้างนานเนี่ย ก็คือว่า มันย้ายตัวแบตมาไว้ที่ตรงไมค์โครโฟนนั้นเอง ทำให้มีพื้นที่ใส่แบตได้เยอะขึ้น ปกติในหลายๆ รุ่นจะเอาแบตไว้ที่ตัวดานหลังหูฟังเลย ก็ทำให้พื้นที่มันน้อย แล้วหูฟังก็ใหญ่ แล้วก็หนัก ทำให้มันหลุดออกจากหูได้ง่าย แต่ตัวนี้ย้ายมาที่ไมค์ ก็ทำให้ใช้งานได้ดีขึ้นครับ หูฟังก็เบา มีขนาดเล็กลง แต่เรื่องของเสียงน้นต้องมาทดสอบกันอีกครั้งหนึ่ง วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ ก็เปิดสับสวิทย์ on ที่ตรงตัว clip-on แล้วจากนั้นก็รอให้ไฟมันกระพริบ ก็เชื่อมต่อบลูทูธ เมื่อไฟมันค้างก็แปลว่าเราเชื่อมต่อหรือจับคู่บลูทูธได้แล้ว เท่านี้เองกับการใช้งานนะครับ

   ในส่วนสุดท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ของเราในครั้งนี้ สำหรับตัวหูฟังบลูทูธ Remax S3 clip-on ตัวนี้ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียงที่ได้จากการฟังเพลงนั้นเอง ซึ่งก็ต้องบอกว่าหลังจากที่แอดมินได้ทดสอบแล้ว ทีแรกคิดว่ามันเป็นหูฟังธรรมดาๆ ไม่มีแม่เหล็กหนีบ ไม่มีซองใส่มาให้ แต่เสียงค่อนข้างประทับใจว่ากันอย่างงี้เลย เสียงเบสดีครับ แบ่งย่านได้ดี ไม่ดังเกนิกว่าที่จะไปรบกวนเสียงในย่านอื่น คือหูฟังเสียอย่างหนึ่ง ถ้าบางทีเบสมาแรงเกิน เราฟังแล้วเสียงกลาง เสียงแหลม บางทีไม่ชัดเจน ไม่เคลียร์ แต่หูฟังตัวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นครับ ถือว่าเป็นหูฟังบลูทูธตัวหนึ่งที่น่าฟังเลยทีเดียว

Review MIDAS M32R Digital Mixer เล็กๆ แต่ใช้งานได้สะดวกมีเครื่องเดียวจบ

 

   หมดปัญหาเรื่องของการขนอุปกรณ์เครื่องเสียงในการ Mix เพลงหรือดนตรีกันอีกต่อไป ไม่ต้องขนทั้ง comp ไม่ต้องขนทั้ง EQ ไม่ต้องขนทั้ง cross over แล้วก็อุปกรณ์ตัวอื่นๆ แล้วก็ไม่ต้องขน mixer แบบอานาร็อคที่เครื่องใหญ่ๆ ที่ใช้กัน 16 ชาแนล 24 ชาแนล ขนมิกเซอร์กันไปเครื่องหนึ่งยาวเป็นเมตร อะไรแบบนั้น หมดปัญหาไปได้เลยครับเพื่อนๆ sound engineer ทั้งหลาย ในตอนนี้ 108plaza ของเรามี Digital mixer ที่เครื่องเล็กนิดหนึ่ง เบาด้วย แต่มีครบทุกฟังก์ชั่นแล้วก็สามารถใช้งานกันได้ทั้งหมด 16 ชาแนลเลย กับดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้ครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เพื่อนๆ เห็นในภาพด้านบนนี้เป็น Digital mixer ที่มีชื่อรุ่นว่า Midas M32R นั้นเองครับ เป็นดิจิตอลมิกเซอร์ที่มีครบเลยในเครื่องเดียว เราสามารถใช้เครื่องเดียวตัวนี้ไปรับงานข้างนอก แล้วก็มามิกเสียงเพลงอีกทีหนึ่งที่บ้านหรือที่สตูดิโอของเราเองได้ด้วย เรียกว่ามันใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องหอบมิกเซอร์แบบอานาร็อคอีกต่อไปครับ แต่ในเรื่องของความง่าย ความสะดวกมันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เราเลือกมารีวิแล้วก็คงจะมีเพื่อนๆ คนที่ทำ sound ค่อนข้างสนใจ แต่เรื่องหนึ่งที่อาจจะเป็นตัวปัญหาก็คือ เรื่องของราคา บอกเลยราคามันไม่ได้เบาๆ เลยครับสำหรับคนที่งบน้อย บอกเลยว่าราคาหลักแสนขึ้นไป ใครที่งบน้อยเดี่ยวทีมงานของเราจะหาตัวที่ราคาเบาๆ กว่านี้มารีวิวในตอนหน้านะครับ แต่ใครที่มีงบหนักหน่อย แล้วก็อยากได้มิกเซอร์แบบนี้ไปใช้งานในเรื่องของคุณภาพบอกเลยว่าดีครับ ทุกอย่างติดมือหมดเลย ปรับอีคิว ปรับเสียง ปรับเอฟเฟคที่มีให้เลือกเยอะมาก ทุกอย่างติดมือใช้งานสนุกครับ

   มาดูการใช้งานและความสามารถของดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ อย่างแรกเลยหลายคนสงสัยเล็กๆ แบบนี้จะใช้งานได้กี่ชาแนล บอกเลยว่าใช้งานได้ 16 ชาแนลโมโน หรือ 16 ปรีไมค์อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจกัน ถ้าคิดว่าเท่านี้ยังไม่พอที่จะใช้เล่นดนตรีสดไม่พอเนี่ยนะครับ ยังมีช่องเสียบแจ็คโฟน เสียบเครื่องเล่นต่างๆ อีก 6 ชาแนล อย่างนี้พอไหมครับสำหรับมิกเซอร์เล็กๆ ตัวนี้ ผมเองคิดว่าพอสำหรับเล่นดนตรีสดแล้วนะครับ แล้วที่เห็นบนตัวมิกเซอร์ตัวนี้คือ ในย่านของอีคิวมาเต็มๆ ถึง 4 ย่านให้ปรับกันเลย ก็จะมีตั้งแต่ย่าน low , low mid ,low hi , hi เลือกปรับกันได้แบบจุใจเลย แล้วก็เป็นอีคิวแบบพาราเมติกส์ทั้ง 4 ชุดเลย ถัดมาในส่วนของเอฟเฟคกันบ้าง ในดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้มีเอฟเฟคให้เลือกันมากถึง 8 engine ก็มีเยอะมากเลยจะเลือกใช้กันโทนเสียงไหน เสียงกว้าง เสียงใส เสียงสะท้อน เสียงฮอล์ใหญ่ ฮอล์เล็ก มีหมดเลยนะครับ ถัดมาในส่วนของชาแนลที่คิดว่า 22 ชาแนล input ยังไม่พอในการใช้มิกเครื่องดนตรีนั้น ก็จะมีตัวเสริมที่มีขายแยกเป็นตัวโปรโตคอลรุ่นอื่นๆ ที่ใช้เสียบเพื่อเพิ่มชาแนลทั้ง input แล้วก็ชาแนล output เพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องชองชาแนลในดีจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบแน่นอนเลย

   ฟังก์ชั่นต่อมาสำหรับความง่ายในการใช้มิกเซอร์ตัวนี้คงจะต้องบอกว่าคนที่ทำ sound mixer หรือว่า sound engineer นั้น ค่อนข้างที่จะใช้งานง่ายในการไปบันทึกไฟล์หรือ track เสียงจากข้างนอกสตูดิโอด้วยการใช้งานผ่าน USB หรือว่าทั้มไดร์ฟต่างๆ จากการบันทึกเสียงจากข้างนอกมา แล้วก็มาเสียบ USB เข้าปับดิจิตอลมิกเซอร์ตัวนี้ได้เลย เพื่อมา mix ให้เป็น 2 track ได้ง่ายๆ เลย ฟังก์ชั่นถัดมาที่จะทำให้คนทำ sound นั้นทำงานได้ง่ายขึ้นแล้วก็รวดเร็วมากขึ้น ก็คือ มันจะง่านในกรณีที่ไม่มีเวลา sound check มากเท่าไหร่นัก งานเร่งรีบอะไรแบบนี้ เราสามารถเข้าไปค้นหาเครื่องดนตรีต่างๆ ที่อยู่ใน library ที่อยู่ในเครื่องที่ได้ set มาจากโรงงานเรียบร้อยแล้วมาเป็นตัวในการช่วยทำ sound check ได้ง่ายๆ เพียง 5 นาทีรับรองว่าทำ sound ได้ทันทีเลย มีเครื่องดนตรีค่อนข้างเยอะครับ ตั้งแต่ชุดกลองไปจนถึงเรื่องเป่า เครื่องสายต่างๆ มีครบเลย

   อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังหัดเล่นหรือหัดเรียนรู้เรื่องของการทำ sound ในเชิงลึกต้องแนะนำว่าไปเรียนมาบ้างสักนิดหนึ่งแล้วก็จะใช้งานดิจิตอลมิกเซอร์ที่เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่มารีวิวในตอนนี้ได้อย่างคร่องและคุ้มค่าทุกฟังก์ชั่นนะครับ ส่วนเรื่องราคาบอกเลยว่าประมาณ 17x,xxx บาทกันเลยทีเดียวครับ ค่อนข้างที่จะมีราคาก็ลองตัดสินใจซื้อกันได้สำหรับคนที่มีงบพอนะครับ

รีวิว มินิโปรเจคเตอร์ Narzor Y2 เครื่องฉายขนาดเล็กที่มีลำโพงในตัว

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่คอยติดตามการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราผ่านทางช่องทาง 108plaza แห่งนี้ ในครั้งนี้เรามีโปรเจคเตอร์แบบพกพา ที่สามารถใช้ในบ้านแล้วก็ห้องขนาดเล็กที่สามารถเปลี่ยนฝาผนังสีขาวของเราให้กลายเป็นจอทีวีได้แบบง่ายๆ โดยที่เราเองไม่ต้องไปใช้จอทีวีเครื่องใหญ่ๆ แต่ก็มีทีวีจอใหญ่ได้ดูแบบง่ายๆ ด้วยเช่นกัน ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจ อยากจะได้เครื่องมินิโปรเจคเตอร์สักเครื่องหนึ่ง มาอ่านรีวิวกันเลยครับว่า เครื่อง Narzor Y2 ที่เราจะมารีวิวกันแบบจัดหนักนี้ จะดีหรือไม่ดีอย่างไรครับ

   ก็ต้องยอมรับกันนะครับว่าในช่วงที่ทีวีจอใหญ่ๆ ก็ราคาไม่แพง แล้วก็เรื่องของการใช้โปรเจคเตอร์ในอดีตที่ผ่านมานั้น อาจจะมองว่าคนที่นิยมใช้กันก็คือใช้งานในประชุม งานในองค์กรที่ต้องใช้จอใหญ่ๆ เครื่องโปรเจคเตอร์เครื่องใหญ่ๆ อะไรแบบนั้นกันไป แต่ว่าถ้าใช้ในงานในบ้านทั่วไป คงไม่มีใครใช้กัน เพราะเมื่อก่อนนี้โปรเจคเตอร์ราคาถูกๆ มันจะไม่ค่อยสว่าง ภาพไม่ค่อยคมชัด สู้ดูจอทีวีไม่ได้ แถมพังง่ายอีกต่างหาก ด้วยหลอดภาพที่มักจะขาดบ่อย แต่เดี่ยวนี้ดูเหมือนว่าโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ๆ จะพัฒนาให้เลือกใช้งานได้ทั้งในงานองค์กรและงานในบ้านทั่วไปได้แล้ว แล้วคุณภาพความคมชัดของหลอดภาพก็ยังดีขึ้นอีกด้วย หลอดภาพและโปรเจคเตอร์เองก็มีความทนทานมากขึ้นด้วยนะครับ

   ที่นี้มาดูเรื่องของสเปคเครื่องมินิโปรเจคเตอร์ตัว narzor y2 เครื่องนี้กันบ้างนะครับ ด้วยความละเอียดของตัวหลอดภาที่เป็นหลอดแบบ LED ที่ให้ความคมชัดที่ระดับ 800*480 pixel แล้วข้อดีของการใช้หลอดภาพแบบ LED นั้นก็คือสามารถใช้งานได้นานโดยที่หลอดจะไม่ร้อน หลอดจะไม่ขาด ก็เรียกว่าทนทานกับหลอดโปรเจคเตอร์แบบเก่าๆ แต่ต้องบอกว่าจุดประสงค์ของเรื่องมินิโปรเจคเตอร์ตัวนี้คือใช้งานในบ้านนะครับ คือต้องไม่มีแสงสว่างหรือแสงไฟจากภายนอกเยอะเท่าไหร่ แนะนำว่าบางคนจะเอามินิโปรเจคเตอร์แบบนี้ไปใช้ในงานประเภทร้านอาหาร งานกลางแจ้ง ไม่เหมาะครับ เพราะว่าความสว่างของหลอดภาพมันไม่สูงพอนั้นเอง น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ 8.5 กรัม ก็น้ำหนักเบา ในตัวเครื่องเองก็มีลำโพงขนาดเล็กที่ให้เสียงที่อาจจะไม่ค่อยดังมากนัก แต่ก็สามารถใช้งานแบบทั่วไปได้ดีเลย ก็เรียกว่าพกแค่เครื่องมินิโปรเจคเตอร์เครื่องเดียว ก็ใช้สำหรับฉายภาพได้ดีเลย

 

   ซึ่งตอนที่ได้ตัวเครื่องมารีวิวนั้น ในกล่องก็จะมีตัวแว่น 3 มิติแถมมาให้ด้วย ก็สามารถเอาไปใช้กับการดูหนังที่เป็นแบบ 3 มิติได้ด้วย ถัดมาสิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะมีพวกสายเชื่อมต่อต่างๆ อย่างเช่น สาย HDMI ยาว 1 เมตร 1 เส้น สาย AV ที่ใช้เป็นสาย audio ต่างๆ ให้มา 1 เส้น แล้วก็ให้ flashdrive 16 GB แถมมาให้ในกล่องด้วย จากนั้นก็มีใบรับประกันตัวเครื่อง คู่มือการใช้งาน ถัดมาก็จะมีปลั๊กไฟ AC มาให้ 1 เส้น แล้วก็มีรีโมทพร้อมถ่าย 2 ก้อน เท่านี้เองครับที่จะให้มาในกล่อง ก็ถือว่าครบครันกับการใช้งาน แล้วในคู่มือการใช้งานเองก็การันตีมาว่า ตัวหลอดภาพที่เป็นหลอดแบบ LED นั้นสามารถใช้งานได้นานถึง 3 หมื่นชั่วโมง ก็ลองบวกลบคูณหารกันเอานะครับว่า 3 หมื่นชั่วโมงเนี่ยมันนานเท่าไหร่ ก็ประมาณ 3 ปีครึ่งนะครับ แล้วก็ตัวเครื่องเองสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 10 ชั่วโมงหลอดก็ยังไม่ร้อนนะครับ ซึ่งหลังจากที่เราทดสอบก็ใช้งานได้ต่อเนื่องโดยที่ภาพไม่ตัด หลอดไม่ตัด ก็ถือว่าผ่านครับ ปกติถ้าเป็นโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าๆ ถ้าหลอดภาพร้อน เครื่องก็จะตัดการทำงานเลย ทีนี้มาดูกันที่พอร์ดเชื่อมต่อที่ตัวเครื่องกันบ้างดีกว่านะครับ รอบๆ ตัวเครื่องจะมีพอร์ด HDMI มาให้ 1 พอร์ต พอร์ดที่เป็นสายสัญญาณภาพแบบ AV มาให้ 1 ชุด คือ สัญญาณภาพ เสียงแบบสเตอริโอ ซ้าย ขวา แล้วก็มีช่องแจ็คเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้ 1 ช่อง แล้วก็มีพอร์ด USB ที่สามารถเสียบพวก flashdrive มาให้อีก 2 พอร์ดด้วยกัน ก็สามารถ copy หนังหรือคลิปต่างๆ หรือเพลงต่างๆ ลงใน flashdrive แล้วเรามาเสียบกับตัวเครื่องมินิโปรเจคเตอร์ตัวนี้ก็สามารถอ่านไฟล์เสียและไฟล์ภาพเคลื่อนไหวได้เลย

   ซึ่งหลังจากทดสอบการใช้งานของตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวในครั้งนี้ก็พบว่า จุดเด่นของมันคือ เครื่องเล้ก พกพาง่าย เบา ใช้งานได้สะดวก แต่จุดที่ต้องบอกกันกับเพื่อนๆ หลายคนที่คาดหวังกับคุณภาพแบบโปรเจคเตอร์ตัวใหญ่ๆ เลยคงไม่ใช่ เรื่องความสว่างของภาพ เราอาจจะต้องดูในห้องมึดเลย ส่วนเรื่องของลำโพงที่ให้มา ถ้าเราอยากจะได้ยินเสียงแบบดังๆ ก็ต้องต่อลำโพงข้างนอกอีกทีหนึ่ง เพราะลำโพงที่ตัดมากับตัวเครื่องก็อาจจะเสียงไม่ค่อยชัดเจน อย่างก็ลองคิดด่ามันเหมาะกับการใช้งานของเราหรือเปล่า ก่อนที่จะซื้อนะครับ