รีวิว Mini Cooper S 3 ประตูรถคันเล็กแต่ขับในสไตล์สปอร์ตได้สบาย


   ในการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเว็บไซต์ 108plaza ในครั้งนี้ ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่งความตื่นเต้นของแอดมีนเองและทีมงาน เพราะจะได้ทำการทดสอบการขับขี่รถยนต์คันเล็กๆ ที่หลายๆ คนใฝ่ฝันว่าอยากจะได้สักคันหนึ่ง แล้วก็มีเรื่องของสมรรถนะและคุณภาพในการรับประกันยาวนานกว่า 5 ปี ในตอนนี้เราอยู่กับรถคันนี้ครับ

   แน่นอนว่าเห็นรูปแล้วก็เป็นรถแบรนด์หนึ่งที่อยู่ภายใต้การพัฒนาโดย BMW แต่เป็นรถยนต์ขนาดเล็กๆ คันนี้ กับ Mini Cooper S รถยนต์แบบ แฮตซ์แบ็ก 3 ประตู ที่ดูเหมือนว่ารถคันเล็กๆ แบบนี้น่าจะเหมาะกับคุณผู้หญิงขับซะมากกว่า แต่แอดมินบอกไว้เลยว่า ภาพลักษณ์นี้คุณผู้ชายที่ชอบความแรง ชอบความสปอร์ต ก็ขับรถคันเล็กๆ แบบนี้ได้เช่นกัน ถ้าถามว่า มินิ คูเปอร์ กำเนิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ต้องย้นอไปเมื่อปี 1969 เลย เรื่องรูปทรงแทบจะเปลี่ยนน้อยมาก ขนาดตัวรถก็เปลี่ยนน้อยมากเช่นกัน ถือว่ายังคงเอกลักษณ์ความเป็น มินิ เอาไว้อย่างดีเลย เริ่มต้นตั้งแต่โคมไฟด้านหน้าก็เป็นแบบไฟ LED ยาวไปจนถึงด้านหลังก็เป็นไฟท้ายแบบ LED เช่นกัน การออกแบบกระจังหน้าก็มีสคู๊ปด้านหน้าที่ดูแล้วรู้เลยว่าเป็น มินิ แลว้ในรุ่น cooper s คันนี้ก็ออกแบบทั้งตัวภายในและภายนอกค่อนข้างจะหรูหราเลยทีเดียว การออกแบบภายในนั้นก็จะดูเหมือนกับรถรุ่นใหญ่ๆ ใน BMW อยู่มาเลยทีเดียว ใครที่เคยใช้ BMW มาก่อนก็จะพอทราบถึงอารมณ์นี้ได้ ด้านในตัวรถก็จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8.8 นิ้วที่เอาไว้ควบคุมทั้งในส่วนของความบันเทิงต่างๆ แล้วก็การควบคุมการทำงานในตัวรถด้วย การใช้งานก็ง่ายครับ มีระบบนำทางมาให้ด้วย ส่วนทางด้านเครื่องเสียงมาพร้อมกับชุด Harman kardon มีลำโพงรอบคันถึง 12 ตัวเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องไปปรับแต่งเรื่องเสียงอะไรเพิ่มแล้วนะครับ บอกเลยว่าชุดเครื่องเสียงที่ให้มานั้นค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว แต่สำหรับ มินิ รุ่นนี้เป็นแบบ แฮตซ์แบ็ก 3 ประตู ความสะดวกในการเข้าออกในเบาะแถวหลังก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก แต่ มินิ เองก็ทำเบาะในแถวหน้ามาให้พับเบาะคู่หน้าได้ง่ายแล้วก็กว้าง พอที่คนตัวใหญ่ๆ จะเข้าไปนั่งข้างหลังได้ไม่ยากนัก นั่งสี่คนเดินทางไกลๆ ก็ถือว่าค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว สำหรับในด้านของเครื่องยนต์นั้น เป็นขุมพลังแบบ 4 สูบ เทอร์โบ ไดเรกอินเจ๊กชั่น ให้แรงม้าสูงสุดมาที่ 189 แรงม้า ที่ 4700-6000 รอบ/นาที เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ ต้องบอกว่าเครื่องยนต์นั้นมีความแรงเป็นอันดับต้นๆ ของแถวหน้าในกลุ่มเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเท่ากัน มินิ คูเปอร์ เอส คันนี้ถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของความแรงเลยก็ว่าได้

   สำหรับชุดเกียร์นั้นเป็นแบบ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สามารถที่จะปรับเล่นเกียร์ได้ 3 โหมดด้วยกัน ก็คือโหมดสปอร์ต โหมดออโต้ แล้วก็โหมดอีโค้ หรือโหมดประหยัด ซึ่งถ้าตามความเห็นของแอดมินและทีมงานแล้ว ด้วยความที่รถมีบอดี้ขนาดเล็ก ถ้าขับในเมืองก็ถือว่าคร่องตัวมากเลยทีเดียว ขับง่ายครับ คุณผู้หญิงนี่เหมาะมากเลยทีเดียว เพราะว่าทัศนวิสัยในการมองนั้นรอบคันเลยทีเดียว มองอับอาจจะมีนิดหน่อยทางด้านเสาซีด้านท้าย แต่ด้วยชุดกล้องและกระจกมองหลังขนาดใหญ่ ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ส่วนการขบออกไปนอกเมือง ปรับเปลี่ยนเกียร์ให้เป็นโหมดสปอร์ตนั้น ทำงานได้ดีเลยทีเดียว ต้องบอกว่าแรงต้นมาเยอะมาก การทดสอบจากจุดหยุดนิ่งเร่ง่ความเร็วต้นถือว่าประทับใจเลย บางครั้งได้ยินเสียงล้อฟรีได้ชัดเจน อาการหลังติดเบาะนั้นมีอ่ย่างแน่นอน ซึ่งถ้าถามแอดมินว่าถ้าขับในทางไกล นอกเมือง ต่างจังหวะ มันขับได้ยากไหม แล้วความเร็วสูงๆ จะควบคุมยากไหม ด้วยตัวรถที่เล็ก ความเร็วสูงจะมีอาการลอยตัวไหม คำถามทั้งหมดนี้ ตอบได้เลยว่า ให้อารมณ์คลายๆ กับเราขับรถสปอร์ตอย่างงั้นเลยครับ เรื่องของการทรงตัวในความเร็วสูงถือว่าให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี ฟิลริ่งค์ในการจับพวงมาลัยก็ไม่ได้เบามาก ให้น้ำหนักที่กำลังดีเลย เครื่องก็แรง ซึ่งในทริปนี้ที่แอดมินและทีมงาน 108plaza ไปทำการทดสอบมานั้น เป็นเส้นทางออกต่างจังหวัด ระยะทางรวมประมาณ 300 กิโลเมตร เป็นทางโล่ง ทางราดชันขึ้นเขา ทางโค้งก็มีครบ ถือว่าทดสอบกันเต็มที่ใช้ในโหมดสปอร์ตไม่ต้องห่วงเรื่องความประหยัดเลยเนี่ยนะครับ

   อัตราการประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 13.4 กม./ลิตร ถ้าเป็นการขับขี่แบบ อีโค้ ก็คงะจได้ตัวเลขประมาณ 14.5 กม./ลิตร ได้แบบสบายๆ เลยครับ สำหรับราคาค่าตัวของสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ เปิดตัวมาที่ 2.8 ล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นความคุ้มค่าเมื่อแลกกับการประกันยาวนานถึง 5 ปีเลยทีเดียวครับ

   

   

   

   

รีวิวและทดสอบขับรถมอเตอร์ไซต์ในสไตล์วินเถจ Stallions Centaur 400

 

   สิ่งห์มอเตอร์ไซต์ สิ่งห์ 2 ล้อที่ชอบขับรถเข้าป่า ที่ชอบขับรถในทางวิบาก มาทางนี้ครับ เพราะในครั้งนี้ 108plaza มีรถมอเตอร์ไซต์ที่เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ตอบโจทย์คนรักมอเตอร์ไซต์ได้อย่างดีเลยทีเดียว ต้องบอกว่ารถมอเตอร์ไซต์คันที่เราจะนำมารีวิวคันนี้เป็นรถในสไตล์ย้อนยุค รถที่ออกแนววินเถจ เก่าๆ ทรงเก่าๆ อาจจะดูไม่เทห์ไม่สปอร์ตเหมือนกับรถบิ๊กไบท์ในยุคนี้เท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าคนที่รักรถมอเตอร์ไซต์แนวนี้ยังมีอยู่ แล้วรถรุ่นนี้เป็นการออกแบบโดยคนไทย แล้วก้ผลิตโดยคนไทยด้วยนะครับ รูปทรงจะสวยงามถูกคนคอ 2 ล้อหรือไม่ มาดูกันเลยครับ

   เป็นอย่างไรกันบางครับเพื่อนๆ เมื่อได้เห็นรูปตัวอย่างรถมอเตอร์ไซต์ที่เรานำมารีวิวและจะทดสอบขับขี่กันในครั้งนี้ด้วยเนี่ยนนะครบ ถ้าคุณชอบรถแนวนี้ อ่านต่อครับ แต่ถ้าวัยรุ่นที่ชอบแนวสปอร์ต หรูหรา น่าขับ ไปอ่านรีวิวรุ่นอื่นๆ แทนครับ สำหรับมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้มีชื่อว่า stallions centaur 400 ครับ เป็นรถที่วิ่งทางเรียบไม่ค่อยดีนักครับ จะเน้นวิ่งในแนวลุยๆ มากกว่า เพราะมันดูไม่ค่อยนิ่มนวลเอาซะเลย ใครที่ชอบเถื่อนๆ ผมว่าคันนี้ตอบโจทย์ครับ บอกราคาค่าตัวของรถคันนี้กันก่อนเลยแล้วกันครับ เผื่อใครสนใจในราคาก็จะอ่านต่อไป แต่คิดว่ามันแพงเกิน ก็ต้องดูรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ ครับ ราคาอยู่ที่ 115,000 เท่านั้นเอง

   มาดูกันที่ส่วนประกอบของตัวรถและก็รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องยนต์กันก่อนนะครับ ตัวรถจะออกแนว เรโทร จ๋าๆ ไปเลยนะครับ ใครที่คาดหวังความทันสมัยของรถแนวนี้มันไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ แต่ผมว่าความปลอดภัยมีครบ สิ่งที่เห็นถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับตัวรถนั้น คงเป็นที่ระบบหัวฉีดน้ำมันเท่านั้นเองที่นำมาใช้กับรถคันนี้ ถ้าใครที่จะขับขี่รถคันนี้ผมว่า ใจต้องเกินร้อยครับ ด้านหน้าของรถกันก่อนเลย ไฟด้านหน้านั้นเป็นไฟทรงกลม เมื่อได้เปิดขึ้นมาในตอนกลางคืนบอกเลยว่าขี่ในป่าเนี่ยที่มึดๆ ให้ความสว่างได้ดีและไกลมากเลยทีเดียว ภายในไฟหน้าก็จะใช้หลอดแบบ H4 ขนาด 65w ของ phillip ในส่วนของหน้าปัดเรือนไมท์ต่างๆ มีมดวัดทรงกลมมาให้ 2 อันด้วยกัน ประกอบด้วยมาตรวัดเรือนไมท์แบบเข็มและมีตัววัดระยะทางรวม ไฟเลี้ยว ไฟสูง ไฟเกียร์ว่าง แล้วอีกมาตรวัดก็จะเป็นไฟเตือนน้ำมันจะหมด ตัววัดรอบเครื่องยนต์ เท่านี้เองครับ มาต่อกันที่ความจุของถังน้ำมันนะครับ จะสามารถจุน้ำมันได้ที่ 13 ลิตร ตัวแฮนต์ก็จะเป็นแฮนต์บาร์ที่ไม่ได้ทำมาสูงมาก ท่าทางในการนั่งขับขี่หลังก็จะเอียงเล้กน้อย ทำให้การขับขี่ในระยะทางไกลๆ เนี่ยไม่ค่อยเมื่อยเท่าไหร่ ปุ่มสวิทซ์ควบคุมก็ไม่มีอะไรมากเลยครับ มีไฟเลี้ยว แตร แล้วก็ปุ่ม run on-off เท่านั้นเอง สามารถสตาร์ทเครื่องได้ทั้งระบบ manual และไฟฟ้า นะครับ

   มาพูดถึงอารมณ์ในการขับขี่กันบ้างนะครับ สำหรับรถคันนี้ผมได้ทำการทดสอบทั้งเส้นทางตรงที่เป็นทางเรียบ แล้วก็เส้นทางวิบากที่เป็นเส้นทางรัดเลาะตามชายเขา ซึ่งดูเหมือนว่าระบบช่วงล่างในการปรับเซทมาจากโรงงานนั้นดูเหมือนจะย้วยๆ บ้างในการทำความเร็วในทางเรียบนะครับ แต่สามารถปรับโช๊คคู่หลังได้ แต่เมื่อผมได้ไปวิ่งในทางวิบากนั้น ทำได้ดีครับ การเข้าโค้งด้วยความเร็วเนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียวในรถคันนี้ในทางวิบาก ตัวล้อและยางที่ให้มานั้น ล้อหน้าจะมีขนาด 19 นิ้ว ใช้ยางขนาด 100 ล้อหลังนั้นจะเป็นขนาด 18 นิ้ว แต่ขนาดยาง 110 ซึ่งต้องบอกว่ายางที่ให้มานั้นมันวิ่งได้ทั้งบนถนนและก็ทางดิน ระบบเบรกนั้นข้างหน้าจะเป็นเบรคแบบลูกสูบคู่ ส่วนข้างหลังเป็นแบบดั้มท์เบรก ซึ่งผลการทดสอบถ้าต้องการหยุดรถกระทันหันเนี่ย เบรกหลังผมว่าต้องใช้แรงกดค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ แต่ถ้าใครอยากได้ความมั่นใจในการเบรกมากขึ้น ผมว่าไปปรับแต่งระบบเบรกใหม่จะดีกว่าครับ ในส่วนของเครื่องยนต์กันบ้าง มีขนาดของเครื่องอยู่ที่ 400 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด แบบ 1 สูบ แต่ 2 ท่อไอเสีย เมื่อแร่งเครื่องแรงๆ เยอะๆ เนี่ย บอกเลยว่ารถคันนี้ไม่นิ่มนวลเอาซะเลย ตัวเครื่องจะสั่นขึ้นมาให้เรารู้สึกได้ในขระที่เร่งด้วยความเร็วและเร่งเครื่องขึ้นทางชัน

   สำหรับท่านใดที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์แบบนิ้ ชอบขี่มอเตอร์ไซต์แบบนี้ ก็ลองไปดูด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งได้ที่ศูนย์บริการทั่วไปได้เลยนะครับ

   

10 จุดเด่นที่คุณต้องตัดสินใจซ้อ All New Honda civic 2016

 

   สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ที่นำมาเสนอกับเพื่อนๆ กัน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสความแรงของวงการรถยนต์บ้านเรานะครับ ซึ่งก็แน่นอนว่าจะหนีไปค่ายอื่นไม่ได้นอกจากค่าย Honda ที่เร็วๆ นี้เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเปิดตัวในงาน มอเตอร์โชว์อย่างเป็นทางการนะครับ ซึ่งในครั้งนี้ผมก็ได้ไปร่วมในการเปิดตัว All New Honda civic 2016 มาด้วย ก็เลยสรุปมาเป็นประเด็นหลักๆ ดังนี้ที่คุณคิดว่าน่าจะถูกใจแล้วก็ชอบในความเป็น civic ใน generation ที่ 10 แล้ว

   สำหรับ civic เองได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเนี่ยตั้งแต่ gen ที่ 3 นะครับ ตอนนี้ gen ที่ 10 แล้วมียอดขายรวมกันทั้งหมดในบ้านเราประมาณ 4 แสนกว่าคัน ซึ่งผมเองก็คิดว่าเมื่อได้รับความนิยมกันถึงขนาดนี้แล้วเนี่ยนะครับ ก็คงเป็นกระแสที่รุ่นแรงกันพอสมควรในรุ่นล่าสุดนี้ ผมก็เลยนำประเด็นหลักๆ ที่คิดว่าเป็นการสรุปจุดเด่นของตัวรถ All New Honda Civic 2016 นี้มาฝากเพื่อนๆ กันครับ

   อย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นเรื่องของ First impression เพียงแค่แรกเห็นก็คงจะสะดุดตา สะกิตใจคนที่อยากจะได้รถเก๋งแบบซีดานแนวสปอร์ตอย่างนี้นะครับ ซึ่งคาดว่ารถยนต์คันนี้น่าจะถูกใจคนที่พอมีเงินจะออกรถสักคันหนึ่งในราคาเกือบๆ ล้านเนี่ยนะครับ

   จุดเด่นของ civic 2016 ในข้อที่ 2 กันบ้างครับ เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกนะครับ ซึ่งรูปโฉมที่เปลี่ยนใหม่หมดทั้งคันรุ่นนี้ มีกระจังหน้าแบบโครเมี่ยม สอดรับกับไฟคู่หน้าที่เป็นแบบ LED ทั้งหมดเลย รวมไปถึงตัวไฟท้ายที่เป็นรูปตัว C ที่เรียงเม็ดด้วยไฟ LED เช่นกัน แต่ในตัวที่เปิดตัวมาในเมืองนอกเนี่ยไฟท้ายจะมีเส้นยาวหากันทั้งสองฝั่ง แต่ตัวนำเข้ามาจะเป็นแค่ตัว C เท่านั้นนะครับ ซึ่งก็ทำให้ใครหลายคนผิดหวังเหมือนกัน เพราะในตัวที่เปิดตัวมาในต่างประเทศจะดูหรูกว่าในบ้านเราพอสมควรครับ

   จุดเด่นข้อที่ 3 จะพาไปดูถึงความสะดวกสบายในห้องโดยสารกันบ้างดีกว่าครับ เรียกว่ามีความกว้างพอๆ กับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง accord เลยทีเดียว เมื่อผมได้ลองเข้าไปนั่งด้านในดูนะครับก็พบว่าเบาะในตำแหน่งของคนขับเนี่ยเป็นการปรับด้วยระบบไฟฟ้าถึง 8 ตำแหน่ง แล้วก็มีเบาะที่ปรับด้วยไฟฟ้าในตำแหน่งผู้โดยสารข้างคนขับปรับได้ 4 ตำแหน่ง รวมไปถึงห้องเก็บสำภาระด้านหลังมีความจุมากถึง 525 ลิตรครับ

   จุดเด่นในข้อที่ 4 คือเรื่องของเทคโนโลยีที่ให้มาใน civic 2016 นี้ก็จะประกอบด้วย เทคโนโลยี สตาร์ทเครื่องเปิดแอร์ด้วยรีโมท เพื่อปรับความเย็นก่อนเข้ารถโดยที่ประตูยังล็อคอยู่และไม่สามารถขับรถไปได้จนกว่าจะสตาร์ทปกติอีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับมีหน้าจอใหญ่ขนาด 7 นิ้วอยู่ตรงคอนโทรน พร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า ตัวรถสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Apple Car Play ได้ด้วย มีปุ่ม push start

   จุดเด่นต่อมาในด้านของความปลอดภัยนะครับ อย่างแรกเลย มีกล้องมองหลังในขณะถอยจอด สามารถปรับมุมกล้องได้ 3 ระดับ เพื่อป้องกันมุมอับนั้นเองครับ แล้วก็ให้ความปลอดภัยด้วยระบบถุงลมนิรภัยมาถึง 6 ตำแหน่งด้วยกัน มีต่ำแหน่งด้านหน้า ด้านข้าง แล้วก็ม่านถุงลม นั้นเองครับ เรียกว่าสร้างความมั่นใจของผู้โดยสารได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

   จุดเด่นข้อที่ 6 ที่มีมา civic 2016 ก็คือ ในด้านของเครื่องยนต์ ที่มีมาให้ได้เลือกกันว่าจะเอารุ่น 1.5 ลิตรแบบเทอร์โบ หรือจะเอาเครื่อง 1.8 ลัตร ไอวีเทค ก็เลือกกันไป แต่เครื่อง 1.5 สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ถึงระดับเดียวกันกับเครื่อง 2.4 ลิตรเลยทีเดียวครับ ในส่วนนี้เครื่องยนต์ของ civic จะตอบสนองได้ดีขนาดไหนต้องมีโอกาสได้ไปทดลองขับด้วยตัวเองกันครับ

   สำหรับจุดเด่นในข้อที่ 7 ไปจนถึงข้อที่ 10 นั้นผมขอพูดโดยรวมเลยแล้วกันนะครับ ก็คือมีขนาดล้อเป็นขอบ 17 นิ้วมาให้ตั้งแต่เครื่อง 1.5 ลิตร พร้อมไปกับเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังที่สูงเทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 แต่ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า สำหรับสีที่มีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของกันเนี่ยก็มีสีขาวไข่มุก สีดำไข่มุก สีเทา สีเงิน แล้วก็สีน้ำเงินเข้ม นั้นเองครับ

   ส่วนเรื่องสำคัญที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นะครับ นั้นก็คือเรื่องของราคานั้นเอง ซึ่งรุ่นท็อปสุดเนี่ยนะครับจอยู่ที่ 1.19 ล้านบาท แล้วรุ่นต่ำสุด จะมีราคาอยู่ที่ 8.6 แสนบาทครับ เรียกว่าจองตัวไหน มีเงินเท่าไหร่ ก็ไปดูกันได้ที่ศูนย์บริการได้แล้วทั่วประเทศครับ

พรีวิวกันก่อนใครกับ Honda civic 2016 1.5L Turbo

 

   108plaza ขอกล่าวคำว่าสวัสดีกับแฟนๆ ยานยนต์ทุกท่านเลย ตามที่เป็นข่าวกันเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ก่อนจะมีงานมอเตอร์โซว์เนี่ยนะครับ ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นอย่าง Honda ประเทศไทยเองก็ทำการเปิดตัวมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ กับรถยนต์แบบ ซีดาน รุ่นใหม่ All New Honda Civic 2016 จะสวยงามถูกใจเพื่อนๆ ที่ชอบฮอนด้าหรือไม่มาดูรูปตัวอย่างของรถยนต์รุ่นนี้กันดีกว่าครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมาพรีวิวรูปโฉมและจะมีบทความในส่วนของการทดสอบการขับขี่กันบ้างเล้กๆ น้อยๆ ในตอนนี้ด้วยนะครับ เรียกว่าเป็นการพรีวิวแกะกล่องกันเบื้องต้นก็ว่าได้นะครับ ซึ่งเมื่อดูตัวบอดี้รอบๆ คันแล้วเยนะครับ เรื่องขงเป็นสปอร์ตเนี่ยไม่ต้องบอกใครเลย เรียกว่าทำออกมาให้วัยรุ่นที่รักในความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างดีเลยทีเดียว แต่มันจะมีรถยนต์แนว คูเป่ 2 ประตู ที่เปิดตัวในสหรัฐอีกหนึ่งรุ่น ที่คาดว่าในเมืองไทยเรา ทางฮอนด้าเองน่าจะนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นะครับ โดยจะใช้ชื่อรุ่นว่า Honda coop ซึ่งถ้าใครที่คิดว่าตัว ซีวิค รุ่นนี้ยังไม่สปอร์ตพอ ยังเป็นซีดานอยู่ก็ต้องรออีกสักนิดหนึ่งนะครับ แต่เรื่องของตัว ซีวิค ปี 2016 นี้มีฐานล้อที่ยาวขึ้น กว้างขึ้นว่า ซีวิค รุ่นก่อนหน้านี้ เรียกว่าเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขึ้นเทียบเท่ากับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Honda accord ที่เปิดตัวไปไม่นานนี้เลยทีเดียวนะครับ เรียกว่าอารมณ์ในการสัมผัสเวลาเข้าไปนั่งเนี่ยมันดูกว้างขวางดีทีเดียวครับ

   อีกหนึ่งเทคโนโลยีใหม่เลยของทาง ฮอนด้า ที่จัดเข้ามาในรถเก๋งคันนี้นะครับ ก็คือระบบรีโมทสตาร์ทรถพร้อมกับปุ่มเปิดแอร์ที่มีระยะห่างจากรถได้ 10 เมตร โดยที่เครื่องยนต์จะติดขึ้นมา แล้วก็ระบบแอร์จะทำงานเพื่อปรับอุณหภูมิก่อนเข้ารถ เหมาะสำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเราตอนนี้นะครับ เมื่อกดเครื่องยนต์ติดและแอร์ทำงานแล้ว ขณะเดียวกันประตูจะยังล็อคอยู่ แต่เมื่อเราจะเข้าไปในตัวรถจริงๆ ต้องกดปลดล็อคประตูแล้วก็สตาร์ทเครื่องแบบปกติอีกหนึ่งครั้งเพื่อที่จะออกรถได้นั้นเองครับ นอกจากนี้ภายในเนี่ยยังออกแบบมาให้ดูสปอร์ตอีกด้วย ซึ่งเดี่ยวเราก็คงจะได้ทำรีวิวตัวเต็มกับเรื่องของเทคโนโลยีภายในรถแบบเต็มๆ รวมไปถึงรยละเอียดในตัวรถกันนะครับ

   ซึ่งทาง ฮอนด้า เองก็ได้จัดงานเปิดตัวรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค 2016 ที่มีเครื่องยนต์สองรุ่นให้เลือกนะครับ ก็จะมีเครื่องยนต์ vtec turbo ขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 173 แรงม้า ที่ 5500 รอบ/นาที แล้วก็ให้แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตรที่ 1700-5500 รอบ/นาที ซึ่งทางฮอนด้าเองก็บอกว่าถึงแม้ว่าเป็นเครื่องยนต์ 1.5 แต่ด้วยความที่มีเทอร์โบด้วยเนี่ยนะครับ จะให้อันตราเร่งและพละกำลังในการขับขี่เท่ากับเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรกันเลยทีเดียว แต่จะกินน้ำมันน้อยกว่า ประหยัดกว่านั้นเอง แต่อีกหนึ่งรุ่นที่มีขนาดความจุของเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าก็คือขนาด 1.8 ลิตร แต่ในครั้งนี้เราจะไปดูพละกำลังของตัวเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบเทอร์โบกันครับ โดยทาง ฮอนด้า เองก็มีการจัดงานเปิดตัวแล้วก็ทดสอบรถกันในรอบสือมวลชนะนะครับ จัดกันที่สนามช้าง ที่บุรีรัมย์ ก็มีการเปิดให้ทดสอบขับ ซีวิค 1.5 ลิตรกันในระยะสั้นๆ นะครับ ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสไปทดสอบขับกันที่สนามช้างในระยะทางประมาณ 2 รอบสนาม ก็ให้อารมณ์ในการขับขี่ที่ดีครับ ที่สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือเครื่องยนต์ทำงานได้เงียบมากครับ แทบจะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลย ถ้าเทียบกับทางตรงของสนามช้าง สามารถทำความเร็วได้ถึง 160 กม./ชม. ได้ทันใจดีครับ เรื่องของเกียร์เนี่ยก็เป็นเกียร์ออโต้ ซีวีที ที่เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลดีครับ แต่สำหรับในช่วงทางโค้งของสนามเนี่ย ถ้าใครที่ชอบความนุ่มนวลมากๆ ก็คงไม่ถูกใจเท่าไหร่ เพราะว่าช่วงล่างและรูปทรงนั้นดีไซน์มาให้เป็นแนวสปอร์ตที่แน่นและหนึบให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งได้ดีครับ รวมไปถึงน้ำหนักพวงมาลัยที่แม่นยำไม่ทำให้เรารู้สึกว่าพวงมาลัยเกินไปในช่วงความเร็วสูงๆ ครับ

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ในนำมาพรีวิวในตอนนี้เป็นรถยนต์ซีดานที่ให้ความคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นประมาณ 8.6 แสนบาท แล้วก็ไปจบที่ตัวท๊อปสุดประมาณ 1.1 ล้านบาทครับ ใครที่รอคอยการมาของ Honda civic 2016 รุ่นนี้ก็ลองไปดูตัวจริงกันได้ที่ศูนย์บริการได้แล้วทั่วประเทศครับ เรียกว่าเป็นรถยนต์วัยรุ่นที่น่าจะถูกใจวัยรุ่นหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากนักนะครับ

I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ มลพิษ ในรถยนต์ รุ่น Ionizer Jo-6271

 

ในชีวิตที่เร่งรีบใครๆต่างก็ใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆวันที่ใครหลายๆคนต้องเจอกับสภาพอากาศไม่บริสุทธิมีมลพิษทางอากาศมากมาย ทั้งกลางแจ้งและในที่ร่ม ผู้คนในวัยทำงานต้องเดินทางออกจากบ้านทุกๆเช้าไปทำงาน บ้างก็โดยสารรถประจำทาง บ้างก็โดยรถยนต์ส่วนตัว มีการทำกิจวัตรประจำวันในรถยนต์ส่วนตัวของเราหลายๆอย่าง เวลาคลายเครียด บางคนอาจจะฟังเพลง หรือดูดบุหรี่ในรถยนต์ระหว่างที่รถบนถนนกำลังติดขัดอย่างสาหัส วันนี้เราจะมาเสนอสินค้าอินเทรนด์ที่เหมาะกับคนที่ชอบคลายเครียดโดยการดูดบุหรี่ในรถยนต์ส่วนตัวกันค่ะ

 

คนที่เดินทางไปทำงานในรถยนต์ส่วนตัวนะคะ โดยเฉพาะคุณผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบดูดบุหรี่ในรถยนต์ ถึงแม้ว่าบางคนจะเปิดหน้าต่างก็ตาม แต่กลิ่นก็ยังติดอยู่ในรถยนต์ของเราอยู่ดี กลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านี้อาจทำให้คนที่นั่งข้างๆหรือคนร่วมทางของคุณไม่ชอบหรืออึดอัดได้เมื่อได้กลิ่นบุหรี่ที่ติดอยู่ในรถยนต์ที่คุณรัก

เราจึงอยากนำเสนอสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้เหมาะสำหรับคนที่รักรถยนต์ ไม่อยากให้มีกลิ่นบุหรี่ในรถยนต์คือ I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ค่ะ เรามาดูกันค่ะว่าสินค้าอินเทรนด์ชนิดนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างนะคะ I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ รุ่น Ionizer Jo-6271 เป็นรุ่นที่ 7 ด้วยเทคโนโลยี I-SMART จะทำการฟอกอากาศบนรถยนต์ โดยปล่อยจำนวนมากของไอออนลบ Jo-6271 สามารถเอาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศ กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ สามารถฆ่าไวรัสที่เป็นอันตรายโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและยังป้องกันการแพร่กระจายของโรคอีกด้วย ฟื้นฟูสภาพจิตใจของคุณและบรรเทากลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถยนต์ที่คุณรัก I-SMART สามารถปล่อยประจุลบเพื่อดักให้ไรฝุ่นละอองไม่ลอยคละคลุ้งในอากาศและตกลงพื้นทำให้เราไม่ต้องสูดดมเข้าไปจึงไม่เป็นอันตรายต่อเราและคนที่โดยสารมากับเราค่ะ แล้ว I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ตัวนี้ยังช่วยสร้างโอโซนในรถยนต์ของเราให้รถยนต์ของเรามีกลิ่นบริสุทธิ ปลอดภัยกับเราและผู้ที่โดยสารมากับเราด้วยนะคะ

 

แล้วที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นก็คือ I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ตัวนี้ยังสามารถดูดควันบุหรี่ ในรถยนต์ หรือควันจากเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย ให้บริสุทธิอยู่เสมอ ทำให้เวลาเราอยู่ในรถยนต์รู้สึกสดชื่น เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ขับรถแล้ว ยังสามารถสร้างความประทับใจให้แก่เพื่อนร่วมทางกับรถของเราได้อีกด้วย I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ ช่วยให้คุณได้ฟอกอากาศบริสุทธิ์ เพื่อรถยนต์ส่วนตัวของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพดีไซน์กะทัดรัด แต่การทำงานเกินพิกัด กำจัดเชื้อโรค ฆ่าเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียสลายกลิ่นอับชื้นในอากาศ ตลอดจนสามารถฆ่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็วทันใจ คุณจึงสามารถวางใจและเตรียมรับอากาศที่บริสุทธิ์ภายในรถของคุณได้ทันทีที่เครื่องเริ่มทำงาน I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ยังเป็นสินค้าที่ได้รับรางวัล Gold Supply จากสถาบัน 7 ปีซ้อน เรื่องประสิทธิภาพการใช้งานอีกด้วย เป็นอย่างไรบ้างคะ I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ตัวนี้น่าสนใจมากๆเลยใช่มั้ยคะ I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์นี้มีทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ สีแดง สีน้ำเงิน และสีดำค่ะ

หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์แบบเล็กๆกะทัดรัด ใช้งานง่าย I-SMART JO-6271 จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ ถามว่าทำไมเครื่องฟอกอากาศถึงมีความจำเป็น? เมื่อใดก็ตามที่มลพิษทางอากาศเวลาที่เราดูดบุหรี่มักจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราและสร้างความเสียหายกับปอดของเรา อาจทำให้เป็นโรคหอบหืด และมีอีกหลายโรคที่ตามมาได้นะคะโดยแต่ละปีพบว่ามีคนป่วยมากขึ้นเกี่ยวกับโรคที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ทางเดินหายใจ ฉะนั้นเรายังมีอีกหลายวิธีที่จะต่อสู้กับมลพิษทางอากาศในรถยนต์ เช่น การทำความสะอาดฝุ่นในรถยนต์และการฉีดพ่นน้ำหอมปรับอากาศ ในบ้านของคุณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการรับมือกับอนุภาคมลพิษทางอากาศ ที่มองไม่เห็น เพื่อป้องกันสุขภาพของคุณกับมลพิษทางอากาศ Ionkini ได้คิดค้น I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ ดังกล่าว เครื่องฟอกอากาศที่ใช้เทคโนโลยีไอออนลบโดยไม่ทำอันตรายใด ๆ ต่อร่างกายมนุษย์เพื่อฟอกอากาศในรถยนต์โดยเฉพาะ

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ สินค้าอินเทรนด์ชนิดนี้ I-SMART เครื่องฟอกอากาศและดูดควันบุหรี่ในรถยนต์ น่าสนใจ น่าใช้งานมากๆ เหมาะกับใครหลายๆคนที่ชอบดูดบุหรี่ในรถยนต์ แต่ไม่อยากให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์และมีมลพิษในรถยนต์ กำจัดต้นเหตุของอาการภูมิแพ้ ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อรา กำจัดสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่เกิดจากไรฝุ่นในอากาศ ทำให้อากาศสดชื่นและยังทำให้ผู้ร่วมทางคนสำคัญหรือคนข้างๆประทับใจอีกด้วยค่ะ

รีวิว หมวกกันน๊อคแบรนด์ไทยคุณภาพดีในราคาเริ่มต้น กับแบรนด์ REAL HORNET Star-T

 

   มากันอีกแล้วครับเพื่อนๆ นักขับสองล้อทุกท่านเลย 108plaza ของเราต้องขอสวัสดีอีกครั้งหนึ่ง ในการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตอนนี้ก็คงไม่ต้องบอกเลยว่าเป็นสินค้าเกี่ยวกับอะไรนะครับ เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่ในรูปด้านบนนี้ มันก็คือ หมวกกันนีอค นั้นเองครับ ซึ่งที่ผ่านมาเราเคยรีวิวไปแล้วแต่เป็นหมวกกันน๊อคแบรนด์ต่างชาติทั้งนั้นเลยนะครับ ก็แน่นอนว่าถ้าเป็นแบรนด์ต่างชาติที่นำเข้ามาในบ้านเรา เรื่องของราคามันก็ต้องแพงแน่ๆ เพราะถ้าใครที่อยากได้หมวกกันน๊อคที่สามารถสร้างความปลอดภัยได้อย่างดีเลยเนี่ยนะครับ วัสดุที่นำมาทำมันน่าเชื่อถือ มันรับแรงกระแทกได้เวลาที่เราเกิดอุบัติเหตุ มันมีระบบเซฟตี้ต่างๆ ครบเนี่ย ราคามันต้องแพงแน่ๆ อย่างน้อยๆ ถ้าราคาเกิน 3 พันบาทขึ้นไปเนี่ย แต่เป็นของนอกเนี่ยนะครับ เราก็จะได้คุณภาพประมาณว่าเป็นตัวเริ่มต้นเท่านั้นเอง แต่ถ้าคุณภาพดีๆ เลยเนี่ยราคาก็จะสูงกว่านั้น ด้วยเหตุนี้เองนะครับ ผมก็เลยไปเห็นหมวกกันน๊อคยี่ห้อหนึ่งมา เป็นของแบรนด์ไทยครับ จัดจำหน่ายในไทยด้วย แล้วคุณภาพดีด้วย แล้วเรื่องราคาเนี่ยต้องบอกเลยว่าจ่ายในราคาเริ่มต้นแต่ได้สินค้าที่คุณภาพสูงมาใช้งานเนี่ย ผมว่ามันก็โอเคร แล้วก็น่าจะเอามารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านแล้วก้ได้ตัดสนิใจที่จะมองสินค้าแบรนด์ไทยกันบ้างนะครับ ถือว่าตัวบอดี้แล้วก็รูปทรงนั้นค่อนข้างสวยเลยครับ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ มาอ่านรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวหมวกกันน๊อคใบนี้กันก่อนดีกว่าครับ

   หมวกกันน๊อคตัวนี้มีชื่อว่า REAL รุ่น HORNET Star-T ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ 3 ของรุ่นสตาร์ตัวนี้นะครับ เป็นรุ่นที่ปรับปรุงมาได้ไม่นาน มีการเปิดวางจำหน่ายกันในช่วงท้ายปีที่ผ่านมาก็คือปี 2015 นี้เองนะครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าราคานั้นคนไทยจริงๆ ซึ่งผมได้มารีวิวก็เริ่มแกะกล่องกันเลยทีเดียว ในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานต่างๆ มาให้ด้วย แล้วก็จะตัวชิวหรือตัวกระจกบังลมที่เป็นสีรุ้งหรือว่าสีปรอดมาให้หนึ่งชิ้น แล้วก็มีชิวสีใสมาให้หนึ่งชิ้น แต่ถามว่าชิวสีดำ หรือสีปรอด ตำรวจจับไหม จับครับ แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละด่านว่าจะแค่ไหน เพราะว่ากฎหมายเค้าว่าให้ใส่ได้แค่สีใสๆ เท่านั้นแล้วก็ใส่แว่นดำได้ถ้าเกิด่าแสงจ้าเกินไป อะไรแบบนี้นะครับ ในคู่มือก็บอกอีกว่าเป็นหมวกกันน๊อคที่สามารถถอดนวมมาทำความสะอาดได้ มาซักได้ ตัวน้ำหนักของหมวกกันน๊อคใบนี้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.3 กิโลกรัมเท่านั้นเอง แล้วในกล่องก้จะมีตัวสายรัดคางมาให้ แล้วก็คู่มือที่บอกเอาไว้ด้วยว่าจะมีวิธีใส่อย่างไร เพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงให้ถุงผ้าใส่หมวกมาให้หนึ่งชิ้น รวมไปถึงตัวน๊อตยึดตัวชิวที่แถมมาให้ ในเวอร์ชั้นนี้จะมีด้วยกัน 3 สีให้เลือกนะครับ จะเป็นตัวสีส้ม แล้วก็สีเหลือง แล้วก็สีดำด้าน ส่วนอีกสองสีก็เป้นสีเงา แล้วก็จะมีรูรับลมทางด้านหน้าที่ปากเราหนึ่งจุด ด้านบนด้านหน้ามีหนึ่งจุด ด้านหลังเป็นตัวระบายลมออกมีอยู่สองจุด แล้วก็ปีกซ้าย ขวา อีกสองจุด ตัวบอดี้หมวกนั้นทำมาจากพลาสติกอย่างดี เป็นพลาสติกแบบ ABS เพราะฉะนั้น เรื่องความแข็งแรง ผมว่ามันก็โอเครเลย สำหรับคนที่ขับรถเล็กแล้วก้รถใหญ่ที่ความเร็วประมาณ 130-140 เนี่ยมั่นใจได้ว่านิ่งแน่นอนครับ เพราะผมเองก็ไปลองมากับตัวเองแล้วเช่นกัน แต่ขับขี่โดยทั่วไปตามกฎหมายกำหนดดีกว่านะครับ เพราะเราไม่ได้ไปแข่งกับใคร ถ้าใช้ในสนามแข่งก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ก็ต้องใช้อีกแบบหนึ่งนะครับ ตัวชิวกระจกเป็นแบบพอลิคาร์บอเน็ต วัสดุต่างๆ ค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ ตัวสายรัดคางเองนั้นเป็นแบบ ดีดีริง ที่เป็นสเปคความปลอดภัยที่ใช้ในหมวกกันน้อคระดับราคา 4-5 พันบาทเลยทีเดียวนะครับ แต่ราคาหมวกกันน๊อคของ REAL รุ่นนี้มีราคาแค่ 2,xxx บาทเท่านั้นเอง ถือว่าคุณภาพเท่าที่รีวิวมานั้นผมว่ามันโอเครเลย เรื่องราคาและคุณภาพนะครับ

.   สำหรับใครที่พึ่งซื้อหมวกกันน้อคมาใหม่ ใส่แล้วรู้สึกหนีบหัว ไม่ต้องไปหานวมบางๆ มานะครับ เพราะว่าเวลามันถอดซักแล้วหนึ่งรอ มันจะบางลงเอง ก็ถือว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้คุณภาพดีเลยครับ เรื่องของการเก็บเสียง เรื่องของการลู่ลม ดีครับ ในราคาที่ผมบอกแล้วว่ามันเป็นแบรนด์ไทย ราคาสำหรับคนไทยจริงๆ ครับ