Review JBL Clip ลำโพงบลูทูธขนาดพกพาที่พร้อมจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจของคุณ

 

สวัสดีคะในบทนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องเครื่องขยายเสียงกัน ทุกคนทุกท่านพอทราบกันดีอยู่แล้วว่าเครื่องขยายเสียงในที่นี้ลักษณะทั่ว ๆ ไปของมันเป็นอย่างไรแต่นั่นอาจเป็นภาพเก่า ๆ ที่คุณเคยได้เห็นมาในอดีตปัจจุบันเครื่องขยายเสียงเหล่านี้ถูกพัฒนาให้มีหลากหลายรูปแบบ และถูกพัฒนาและสร้างสรรค์มาให้เข้ากับการใช้งานของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความสะดวกสบายและง่ายต่อการพกพาไปไหนมาไหนได้แบบไม่เกะกะ เครื่องขยายเสียง หรือที่เรียกกันอีกอย่างนึงว่า “ลำโพง” ได้ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่กลายมาเป็น ลำโพงระบบบลูทูธ คือระบบที่ว่านี้คือระบบเชื่อมต่อไร้สายกับอุปกรณ์อย่างเช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ลำโพงบลูทูธ มีหลายรุ่นหลายขนาดตามท้องตลาดของสินค้าไอที ที่เราอาจจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว

   สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้ คือ ลำโพงบลูทูธขนาดเล็กจาก JBL มาแนะนำเป็นตัวเลือกให้คุณ ๆ สำหรับคนที่อยากจะตัดสินใจซื้อลำโพงบลูทูธขนาดเล็กในราคาที่ไม่หนักมาก สักตัว สำหรับครั้งนี้ JBL ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นลำโพงบลูทูธเข้ามาสู้เป็นลำโพงขนาดเล็กสะดวกกับการพกพา ในราคาพันต้นๆ ที่มีชื่อเรียกว่า JBL Go และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย คุณภาพเสียงที่ออกมานั้น ให้มาแบบครบถ้วนและดีมาก ๆ เสียงดังฟังชัด ในความรู้สึกแรกที่ฟังก็รู้สึกพอใจในคุณภาพเสียงที่ออกมาเทียบกับลำโพงที่มีขนาดเล็กเพียงเท่านี้ เบสที่ให้มาแบบพอดีคำไม่มากไม่น้อยจนเกินไปและยังรู้สึกได้ ไม่แตกต่างกับเสียงกลาง ๆ ได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เปิดเสียงดัง ๆ แม้ยืนอยู่ในระยะห่างไกลออกมาจากตัวลำโพง รายละเอียดเสียงยังคงชัดเจน ไม่ขาดหาย ถ้าเปิดในห้องเล็ก ๆหรือห้องนอนก็คงไม่ใช่ปัญห ในเรื่องของเสียงและความคมชัดของเสียงอย่างแน่นอน ส่วนรูปทรงของตัวลำโพงเป็นลักษณะทรงกลม มีคลิปสำหรับไว้หนิบกับอะไรก็ได้สำหรับพกติดตัวเวลาเดินทางหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น วัสดุของตัวลำโพงเป็นลักษณะเป็นพลาสติกแข็ง ให้ความรู้สึกว่าทนทานแข็งแรง มีช่องไว้สำหรับใส่สายคล้องคอ หรือสายอื่น ๆ ที่เราสามารถประยุกต์ใช้ได้ตามใจต้องการและแล้วแต่การพกพาสำหรับการทำร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ตัวของลำโพงเป็นเป็นทรงสี่เหลี่ยม ขนาด 4.2 x 3.5 x 1.7เซนติเมตรพกพาสะดวก รูปแบบดูคงทนแข็งแรง และมีน้ำหนักเพียง 150 กรัมเท่านั้น Spec ตัวแปลงสัญญาณคุณภาพสูง 40 mm แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion-polymer สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้ถึง 5 ชั่วโมงใช้เวลาในการรีชาร์จแบตเตอรี่ 2 ชั่วโมงรองรับและเชื่อมต่อผ่านแจ๊คขนาด 3.5 mm. ด้านบนมีปุ่ม เปิด-ปิด,ปุ่มรับสายโทรศัพท์ และปุ่มเชื่อมต่อการใช้งานผ่านระบบ Bluetooth 4.1 และสามารถใช้รับสายโทรศัพท์ พูดคุยสนทนาผ่านตัวลำโพงได้ ปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง, และปุ่มรับสายโทรศัพท์ ส่วนด้านหลัง จะเห็นเป็นส่วนของที่เก็บสาย AUX ขนาด 3.5 mm ที่ติดมากับตัวลำโพงเลยไว้สำหรับ เชื่อมต่อลำโพง ผ่านช่อง Aux in ขนาด 3.5 mm แบบไม่ต้องใช้ระบบบลูทูธ ถัดมาเป็นช่อง microUSB สำหรับชาร์ทไฟ และรูลำโพงสำหรับใช้งานพูดคุยโทรศัพท์ เป็นลำโพงบลูทูธขนาดเล็กอีกรุ่นที่แนะนำเหมาะสำหรับเวลาเราไปเที่ยว ปิกนิกหรือสังสรรค์กับเพื่อนๆมี JBL Go พกติดตัวไปสร้างความบันเทิงในกิจกรรมนั้น รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ประสิทธิภาพ ด้วยความที่ตัวลำโพงมีความเล็กกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่ไม่ได้มีกำลังที่น้อยกว่าเดิม แน่นอนว่ามาแบบเดิมคือไม่สามารถปรับ EQ จาก Smart Phone ได้ กำลังเสียงถือว่า เบสหนักพอประมาณ และเสียงใสกิ๊กและก็ให้เสียงที่ OK ถ้าเสียงตัวมันเองเร่งสุดจะไม่ดัง แต่ถ้าปรับทุกอย่างให้สุดมันดังมากและเสียงไม่แตกอีกตางหาก

   

   สรุปคือ JBL Clip เป็น ลำโพงที่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มากมายแต่ให้เสียงที่หนักแน่นมากและยังสามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องของการเคลื่อนที่ได้อย่างลงตัวสำหรับผู้ที่ชอบเดินทางหรือทำกิจกรรมไปด้วยฟังเพลงไปด้วย ถือเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่น่าซื้อหามาไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก และกับราคาของมันที่ 2490 บาท ซึ่งไม่ได้แพงมากสำหรับคุณภาพที่ได้รับ ถือว่าคุ้มค่า ถึงแม้คู่แข่งทางตลาดจะมีรูปร่างที่ยังอาจจะไม่โดนเท่า หรือขนาดอาจจะเล็กกว่า แต่ JBL Clip เป็นลำโพงที่ขนาดพอดีมือ เป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงของลำโพงรุ่นนี้ และด้วยระดับเสียงที่หนักพอสมควร ถ้าสำหรับใครที่ชอบเสียงแบบใสต้องทำใจและหาตัวอื่นจะดีกว่า ข้อดีคือราคา กลาง ๆ ไม่แพงมาก ระบบเสียงเบสหนักแน่น มีสายเสียบลำโพงโดยตรง รองรับระบบเชื่อมต่อแบบ Bluetooth และสามารถรับสายได้โดยตรง และมีน้ำหนักไม่มาก

Review JBL Flip 3 ลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ใหม่ล่าสุดของเทคโนโยลีแห่งเสียงในยุคนี้

 

ในกลุ่มของลำโพงแบบไร้สายในปัจจุบันที่มีอยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อที่ผลิตออกมาให้ได้เห็นแล้ว คงไม่ตื่นเต้นกันเท่าไหร่นักหากจะมีข่าวว่ามีรุ่นใหม่ผลิตขึ้นมาวางขายในตลาด เพราะส่วนมากผลิตออกมาเป็นระบบ Bluetooth กันหมด แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ถึงความแตกต่างของแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อคือหลายยี่ห้อเน้นมาทำลำโพงให้มีขนาดเล็กลงเหมาะสำหรับที่จะหยิบจับใส่ไปวางตรงไหนก็ได้โดยไม่รู้สึกว่าหนักหรือเกะกะ รวมถึงเอาไปใส่ในกระเป๋าเพื่อพกพาไปไหนมาไหนได้เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย ซึ่งสินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ ก็คือ ลำโพงแบบไร้สาย JBL Flip ที่เป็นอีก 1 รุ่น 1 ยี่ห้อ ที่เน้นการผลิตสินค้าให้เข้ากับยุคสมัย และมีความสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คงหมดยุคของลำโพงขนาดใหญ่ ๆ ที่มีน้ำหนักมาก ๆ และขนย้ายลำบากแล้ว ลำโพงจึงถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงพกพาสะดวก และให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า และไม่ต้องลำบากเรื่องการพกพาสายเสียบให้ยุ่งยาก เพราะปัจจุบันหันมาใช้ระบบไร้สาย โดยการเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth กันแล้ว

 

มาพูดถึง ลำโพงแบบไร้สาย JBL – Charge 2+ เป็นการต่อยอดของรุ่น Charge ที่ค่อย ๆพัฒนาดีขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ตัวเครื่องเป็นส่วนผสมระหว่างพลาสติกและยางและมีแผงด้านหน้าที่เป็นช่องลำโพงที่ลองเคา ะ ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นโลหะ สำหรับระบบเสียงก็ดีขึ้นเสียงจากเดิม ดูกระชับมากขึ้น ขนาดของลำโพงและรูปลักษณ์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงออกไปจากเดิมมากนัก ใช้แบตเตอรี่ในตัวเครื่องที่สามารถใช้ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย เช่นเดิมสามารถใช้ชาร์จ iPhone 6/6s ได้ 2 ครั้งเต็ม ๆ แล้วก็เหลือแบตเตอรี่อีกนิดหน่อยในตัวลำโพง ด้านเสียงของ JBL – Charge 2+ เทียบจากขนาดตัวก็ต้องบอกว่าให้เสียงต่ำ เสียงเบส ที่แน่นดีทีเดียว ความกังวานของเสียงเมื่อเปิดดังมากหน่อยถือว่าทำได้ดี รายละเอียดเสียงทำได้ดี สามารถเอามาต่อกับ iPad ดูหนังได้ด้วย เสียงเล็กเสียงน้อยในหนังก็ได้ยินชัดเจน ส่วนเวลาฟังเพลงก็ให้เสียงที่หนักแน่นดี จุดนี้อยู่ที่สไตล์แล้วค่ะว่าเราชอบฟังเสียงแบบไหน ถัดมา JBL – Flip 3 แค่เห็นสีสันของลำโพงที่ได้มาก็แบบว่าวัยรุ่นมากแล้ว สีลำโพงที่ได้มาเป็นสีชมพู ซึ่ง Flip 3 ก็มีสีอื่นให้เลือกอีกเหมือนกัน ตัวเครื่อง JBL – Flip 3 วัสดุที่เห็นเป็นตาข่าย ๆ เหมือนจะเป็นไนล่อนถักล้อมเอาไว้เกือบทั้งเครื่อง ส่วนที่เหลือจะเป็นยาง บริเวณที่ช่องชาร์จไฟทำมาเป็นฝาปิดแน่นหนาดีทีเดียว โดยบริเวณขอบ ๆ ช่องดังกล่าวก็จะมีซีลยางกันน้ำไว้ด้วย ปุ่มกดต่าง ๆ ของ BL- Flip 3 จะเป็นปุ่มนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย แต่ประเด็นคือปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องเวลาจะมองปุ่มก็เลยต้องมองยากซักนิดนึง สำหรับ JBL – Flip 3 มีแบตเตอรี่ในตัวก็จริง แต่ไม่ได้มีช่องให้เสียบสาย USB เพื่อไปชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นนะค่ะ จุดนี้ก็เลยทำให้น้ำหนักของ JBL – Flip 3 เบากว่า Charge 2+ พอสมควร ขนาดของ JBL – Flip 3 เอามาวางเทียบกับ Charge 2+ ก็จะเห็นว่าขนาดเล็กกว่านิดหน่อย เรื่องเสียงของ JBL – Flip 3 พอฟัง Charge 2+ มาก่อน แล้วมาฟังตัวนี้มันคนละแบบเลยทีเดียว โดยเสียงของ JBL – Flip 3 เสียงเบสจะบางกว่า Charge 2+ พอสมควร แนวเสียงก็เลยออกมาโปร่งโล่งกว่า ซึ่งตัวชอบเจ้า Charge 2+ กว่า แต่เพื่อนที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันก็กลับมาชอบ JBL – Flip 3 กว่านิดหน่อยต้องที่เสียงเบสไม่แน่นเกินไป คือเสียงเบสเสียงต่ำมีอยู่นะครับ แต่จะไม่แน่นไม่ลึกมากเท่าไหร่ บุคลิกเสียงของ JBL – Flip 3 เสียงจะแหลมกว่าแข็งกว่า Charge 2+ แบบชัดเจน ซึ่งถ้าเอามาฟังเดี่ยว ๆ ไม่มีตัวเปรียบเทียบก็จะไม่ได้รู้สึกอะไรมากก็จะเป็นประมาณว่า การใช้คุยโทรศัพท์ของลำโพงทั้ง 2 รุ่นอยู่ในระดับกลาง ๆ ซึ่งระยะจากลำโพงกับปากเราไม่ควรห่างกันมาก ระยะหวังผลไม่เกิน 30-50 เซนติเมตร โดยประมาณ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษก็คือ สามารถกันน้ำได้ JBL – Flip 3 ในจุดนี้กรณีเกิดอุบัติเหตุทำตกน้ำจริง ๆ ก็อย่ารีบนำสายชาร์จมาเสียบชาร์จไฟให้ตัวลำโพง แล้วก็อย่าเพิ่งใช้ช่อง USB เสียบชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่น เพราะถ้าโชคไม่ดีก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้อุปกรณ์ของเราเสียหายได้ ถ้าโดนน้ำเยอะ ก็ควรนำไปเช็ดแล้วพึ่งตากแห้งซักพัก ก็สามารถนำมาใช้งานได้ปกติแล้ว

 

ถือเป็นลำโพง Bluetooth ขนาดเล็กที่ทำมาได้ดี ถ้าชอบเสียงไม่หนักมากสีลำโพงสวย ๆ เลือก JBL – Flip 3 ยี่ห้อนี้เลย มันโอเคมาก สำหรับการเลือกซื้อสินค้าอินเทรนด์ ที่ได้นำมารีวิวให้ได้ทราบกันในวันนี้ ก็มีวางขายตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีทั่วไป หรือร้านชั้นนำ ทั่วประเทศ

รีวิว ลำโพงบลูทูธ Edifier Luna Eclipse E25HD รุ่นใหม่เพิ่มฟังก์ชั่นแบบ Optical

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ที่คอยติดตามกันรีวิวลำโพงบลูทูธในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อที่นี่ที่เดียว 108plaza ที่ได้รวบรวมการรีวิวเอาไว้มากที่สุดเลย รวมไปถึง gadget อื่นๆ ที่มีเปิดตัวมากันใหม่ๆ ก็มีรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วย แต่สำหรับในตอนนี้เราจะอยู่กับบลำโพงบลูทูธตัวนี้เลย

   ลำโพงบลูทูธที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้คือ Edifier Luna Eclipes E25HD นั้นเองครับ ก็เป็นลำโพงบลูทูธตัวหนึ่งที่ถูกปรับปรุง พัฒนา เรื่องของคุณภาพจากรุ่นเดิมมาพอสมควร รูปร่างลักษณะก็จะเป็นเหมือนกับรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนที่เพือ่นๆ เห็นอยู่นี้นะครับ เรื่องของฟังก์ชั่นที่เขียนติดเอวข้างๆ กล่องก็จะบอกไว้ว่าสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ เวอร์ชั่น 4.0 ได้ ถัดมาก็จะเชื่อมต่อแบบ optical ได้ด้วย แล้วก็จะมีช่องเสียบสาย AUX input แบบ 3.5 มม. ได้ด้วย แล้วก็มีรีโมทคอนโทรนมาให้ด้วย กำลังขับก็จะอยู่ที่ 74 wrms ด้านในก็จะมีวงจรที่จะช่วยในการขับเสียงได้ดีขึ้นแบบ DSP มาให้ด้วย ส่วนปุ่มสั่งการที่ตัวเครื่องก็จะเป็นแบบ touch screen ด้วยนั้นเอง ส่วนตัวลำโพงบลูทูธที่เปิดตัวออกมารุ่นใหม่นี้ ก็จะมีสีให้เลือกได้แก่ สีดำ สีขาว สีส้ม แล้วก็สีฟ้า นั้นเอง ก็เลือกซื้อเลือกหากันได้ตามความชอบถ้าท่านอยากจะได้นะครับ เมื่อแกะกล่องออกมาแล้ว จะเห็นว่ามีหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์นี้ ก็คือการรับประกันตัวสินค้า จะรับประกันนานถึง 2 ปีกันเลยทีเดียว ก็ถือว่าคุ้มค้าเลยในเรื่องของการการันตี ข้างในกล่องก็จะมีตัวลำโพงที่ห่อด้วยผ้ากันรอยขีดข่วนอีกชั้นหนึ่ง แล้วก็มีคู่มือการใช้งานพร้อมกับตัวรีโมทคอนโทรนอยู่ด้านใน เมื่อเปิดผ้าที่ห่อมาดู ก็จะเป็นว่าเป็นลำโพงแบบหน้าเปิด ที่ไม่มีตะแกรงมาให้ เป็นการออกแบบดีไซน์มาแบบนี้นะครับ อย่าตกใจ ก็สวยดีนะครับ เป็นแบบลำโพงคู่แบบนี้มาให้เลย ในส่วนของตัวลำโพงนั้นก็จะเป็นดอกลำโพงที่ให้เสีย woofer ขนาด 3 นิ้ว แล้วก็ลำโพงที่ให้เสียงแหลมขนาด 19 มม.แล้วด้านหลังก็เป็นการดีไซต์มิติเสียงเบสแบบเฉพาะของทาง edifier เลย ก็คือมีลำโพงแบบ subwoofer ที่ให้เสียงเบสอยู่ด้านหลังถึง 2 ตัวด้วยกัน ทำให้ย่านความถี่ต่ำหรือเสียงเบสนั้น บอกเลยว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วก่อนที่จะมาทำรีวิวนี้ขึ้นมา แต่ในช่วงหลังๆ จะรีวิวให้ได้อ่านกันว่ามันไม่ธรรมดาอย่างไรนะครับ

   เนื่องจากลำโพงรุ่นนี้มี 2 ตัว ซึ่งถ้าสังเกตง่ายๆ ลำโพงที่ต้องวางด้านซ้ายจะเห็นว่าด้านหลังจะไม่มีอะไร แต่ด้านขวาข้างหลังนั้นจะมีปุ่มควบคุมและก็พอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ อยู่ด้านหลัง ก็วางตำแหน่งกันให้ถูกด้วยนะครับ ซึ่งด้านหลังก็จะมีช่องเสียบ AUX แบบ 3.5 แล้วก็จะเป็นการเสียบแบบ optical ในรูเดียวกันไปเลย แล้วก็จะมีช่องเสียบ DC input แล้วก็ถัดมาด้านล่างก็จะมีช่องเสียบสายที่จะโยงไปหาลำโพงด้านซ้ายนั้นเอง ซึ่งสายที่เชื่อมต่ต่างๆ ก็จะมีแถมมาให้ในกล่องก็จะเป็นสาย เพาเวอร์อแด็ปเตอร์ แล้วก็สายแบบ optical หลายคนสงสัยว่าต่อแบบ optical คืออะไร ต่ออย่างไง ง่ายๆ ครับ มันก็จะคล้ายๆ กับสาย 3.5 มม. นี่แหละครับ แต่มันสามารถเชื่อมต่อกับพวกทีวี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี เครื่องเสียงที่เป็นเครื่องเล่นต่างๆ ได้ทั้งหมดเลย คือเครื่องเล่นพวกนี้จะไม่มีตัวบลูทูธ ถ้าไม่ใช้สายก็จะเชื่อมต่อไม่ได้ แต่บางทีเราซื้อลำโพงบลูทูธมาแล้ว เอาไว้ฟังในบ้าน แล้วก็เป็นลำโพงแบบ 2 ตัวแยกกันแบบนี้ ก็คงไม่มีใครเอาไปพกพาไปที่ต่างๆ หรอกนะครับ ก็คงใช้ฟังในบ้านเพราะ เบสหนักๆ กันแบบนี้ เอาไว้ดูหนังกับกล่องรับสัญญาณ เอาไว้ฟังเพลง อะไรแบบนี้ก็จะสะดวกทั้งการใช้บลูทูธ แล้วก็ เครื่องเล่นต่างๆ นั้นเองนะครับ

   สำหรับในช่วงท้ายๆ ของการริวิวแบบนี้ เพื่อนๆ ก็อาจจะทราบว่าลำโพงบลูทูธตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ราคาที่ทราบมาอยู่ที่ 8,xxx บาท ซึ่งก็ลองไปหาราคาที่มันต่อกว่านี้ก็จะดีสำหรับบางร้านที่จัดโปรอยู่นะครับ เรื่องสุดท้ายที่จะไม่พูดเลยไม่ได้ ก็คือ เรื่องของมิติเสียงที่แอดมินได้ทดสอบใช้งานมา จะบอกว่าลำโพงบลูทูธ Edifier ตัวนี้มันตอบโจทย์สำหรับลำโพงที่ฟังในบ้านได้ดีเลย คือมีทุกย่านความถี่ที่ตอบรับ ย่านต่ำ เสียงเบสก็มีหนักแน่นดี คือเบสเกินตัวอีกหนึ่งรุ่นเลย ดีไซน์ก็สวย เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านได้ เสียงกลางเสียงแหลมคมชัด เคลียร์ แต่แอดมินเองก็มองว่าราคาอาจจะยังสูงไปนิดหนึ่ง เพราะราคาเกือบๆ หมื่นเราก็อาจจะไปมองเครื่องเสียงที่เป็นโฮมเทียร์เตอร์ที่ร้องเพลงคาราโอเกะได้เลยแบบนั้นเอาไว้ติดบ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเหมือนกัน แต่ใครที่ชอบลำโพงแนวนี้พูดถึงเรื่องคุณภาพ แอดมินว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียว

รีวิว ลำโพงบลูทูธ LG SoundPlate ลำโพงไร้สายแบบบางวางทีวีได้

 

   สำหรับในยุคนี้จะผลิตสินค้าอะไรออกมาวางขายในตลาดนั้น ก็จะต้องมีกิมมิก มีจุดเด่นที่พอจะขายได้ ถ้าไม่มีจุดน่าสนใจก็ไม่น่าซื้อ จริงไหมครับ แต่ในครั้งนี้เรามีลำโพงบลูทูธที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมีจุดเด่นตรงที่ว่า ถ้าดูเผินๆ ก็จะเหมือนกับตัวชั้นวางทีวี ชั้นวางของอะไรแบบนั้น เพราะว่ามันเป็นแผ่นบางๆ สีดำ เท่านั้นเอง แต่มองดูดีๆ แล้วมันคือลำโพงบลูทูธนั้นเอง เรียกว่ามีจุดเด่น ก็เลยนำมารีวิวกันใน 108plaza แห่งนี้นั้นเอง

   แผ่นบางๆ สีดำตัวนี้ที่เพื่อนๆ เห็นนี้คือลำโพงบลูทูธจากทาง LG มีชื่อรุ่นว่า SoundPlate นั้นเองครับ ซึ่งตัวแอดมินเองก็เชื่อว่าเป็นการผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อให้เข้าชุดกันกับสินค้าตัวอื่นๆ ของทางแบรนด์ แอลจี เอง คือจะพยายามนำเสนอสินค้าว่าจะเลือกซื้อเป็นแพ็คเก็จเลยหรือว่าจะซื้อแยกชิ้นก็ได้ อะไรแบบนั้น ซึ่งตัว soundplate ของ แอลจี ตัวนี้มีคุณสมบัติอย่างไร แล้วใช้งานอย่างไรเพื่อนๆ จะได้รู้ในการรีวิวตอนนี้เลย

   ถือว่าเป็นเครื่องเสียงภายในบ้านที่ดีไซน์มาให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้ สามารถวางทีวีจอใหญ่ขนาด 32-55 นิ้ว ได้ แล้วก็สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่แบรนด์แอลจีก้ได้ด้ว แต่ต้องเป็นตัวที่สามารถเชื่อมต่อกันทางบลูทูธได้ก็สามารถเชื่อมต่อได้หมดเลย แล้วทางแอลจีเองก็จะมีทีวีที่เปิดตัวมาคู่กันที่สามารถปล่อยสัญญาณบลูทูธให้กับตัวลำโพงแบบบางๆ ตัวนี้ได้เช่นกัน แต่ในตอนนี้เราโฟกัสที่ลำโพงตัวนี้ก่อนครับ ตัวลำโพงบลูทูธ soundplate ตัวนี้มีความบางเพียง 3.5 เซนติเมตรเท่านั้นเอง สามารถรับน้ำหนักในการวางด้านบนได้ถึง 83 ปอนต์ ซึ่งวิธีกามใช้งานในเบื้องต้นนั้นก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างจากลำโพงบลูทูธทั่วๆ ไปที่แอดมินเองเอามารีวิวเลย แต่ถ้าจะเชื่อมต่อกับตัวทีวีของทางแอลจี ที่มีระบบปล่อยบลูทูธนั้น ก็อาจจะใช้ยากนิดหนึ่ง เพราะต้องเข้าไปกดเชื่อมต่อในทีวี ซึ่งปกติคนส่วนใหญ่จะเคยชินกับเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่า แต่มันก็ไม่ได้ยุ่งยาก ศึกษานิดหน่อยก็เชื่อมต่อได้สบายครับ

   การใช้งานของตัวลำโพงบลูทูธ LG soundPlate ตัวนี้ก็จะมีแค่การควบคุมการทำงานที่ตัวรีโมทคอนโทรนเป็นหลักนะครับ เมื่อเสียบไฟเข้าแล้วจะมีไฟ LED ดวงเล็กๆ ติดอยู่ที่ตัวลำโพง นั้นแปลว่าลำโพงพร้อมทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ แล้ว ที่ตัวรีโมทก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มกด pair บลูทูธ ปุ่มเพิ่ม ลดเสียง แล้วก็ปุ่มเลื่อนเพลงย้อนกลับเพลง ส่วนด้านในตัวลำโพงนั้นก็จะเป็นระบบเสียงแบบรอบทิศทาง ที่เรียกว่า 4.1 multi channel ที่ให้เสียงที่ต้องบอกว่าค่อนข้างดังดีเลยทีเดียว สมกับการเป็นลำโพงบลูทูธที่เอาไว้ปาร์ตี้งานเล็กๆ ในบ้านได้สบาย นอกจากตัวลำโพงบางๆ ตัวนี้ให้เสียงที่ดัง แล้วก็เป็นแบบรอบทิศทางแล้ว ในด้านของมิติเสียงนั้นก็ให้มาครบครับ เพราะว่าเป็นแบบ 4.1 คือมีลำโพงเสียงกลางแหลมอยู่รอบๆ ตัวจำนวน 4 ตัวด้วยกัน แล้วก็มีลำโพงที่ให้เสียงแบบ subwoofer อีกหนึ่งตัวที่เป็นแถวยาวอยู่ด้านหน้า ให้เสียงในย่านต่ำหรือเสียงเบสที่ต้องบอกว่านุ่มลึก ไม่ได้กระแทกกระทั้นจนเกินไป คือเป็นเสียงเบสที่สมตัว ฟังแล้วสบายๆ เหมาะกับการนำไปดูหนัง ฟังเพลงเบาๆ อะไรแบบนี้ได้ดีเลยครับ ด้านในตัวลำโพงบลูทูธนั้นก็มีชิปเสียงที่เรียกว่า 3D Surround processor และจะมาพร้อมกับกำลังสูงสุดที่ 120w ถ้าดูจากสเปคของตัวลำโพงบลูทูธตัวนี้แล้วนั้น ก็ต้องบอกว่ามันเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่น่าใช้เลย

   หลังจากที่ได้ทำการทดสอบตัวลำโพงบลูทูธ LG SoundPlate ตัวนี้แล้วนั้น ก็ต้องบอกว่าตามที่แอดมินได้ฟังมา แล้วก็ทดสอบในหลายๆ ด้านแล้วด้วยเนี่ยนะครับ ทั้งในเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลง ดูรายการทีวี ก็คงสรุปได้ว่าการที่มีชิปเสียงแบบ 3D แบบ surround แบบนี้ด้วย ก็ทำให้ความเหมาะสมในการใช้งาน คงจะเน้นไปที่เรื่องของการดูหนังมากที่สุด เพราะจะให้มิติเสียงเหมือนกับเราไปอยู่ในโรงภาพยนต์ที่มีระบบเสียงที่มีมิติ ดูสมจริง อะไรแบบนั้น แต่ถามว่ามันเหมาะกับเรื่องของการฟังเพลงหรือไม่ ก็อยู่ในระดับที่ฟังได้ แต่ไม่ได้เน้นไปกับการฟังเพลงในชิปเสียงแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะเรื่องของมิติเสียงที่ได้ออกมานั้น จะเน้นหนักไปที่มิติเสียงในย่านกลางและแหลมที่เด่น ส่วนเสียงเบสนั้นจะออกแนวแบบนุ่มๆ เบาๆ เท่านั้นเองนะครับ ทีนี้มาถึงช่วงสุดท้าย ก็คงต้องแจ้งราคากลางกันเอาไว้ให้ตัดสินใจที่จะไปหาซื้อหรือไปทดสอบด้วยตัวเองจริงๆ กันสำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบการดีไซน์แบบนี้ อยากได้ไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่บ้าน ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 11,xxx บาท

รีวิว ลำโพงบลูทูธ EWA D509 เจ้าพ่อแห่งเสียงเบสจะจริงหรือไม่

 

   สำหรับการรีวิวของเรา 108plaza ในครั้งนี้ เราอยู่กับลำโพงบลูทูธที่ชื่อว่า EWA รุ่น D509 ที่ใครๆ ต่างก็บอกว่ารุ่นนี้เป็นลำโพงบลูทูธทีให้เสียบเบสได้สะท้ายทรวงมากมายเลย แต่นี่เป็นเพียงเสียงเล่าลือกันมาเท่านั้นเองในวงการของคนที่ชอบฟังเพลงแล้วก็ชอบเล่นลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ ส่วนที่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงอย่างไรนั้น ต้องมารีวิวกันเลยครับกับลำโพงบลูทูธตัวนี้

   เริ่มด้วยการ unbox กล่องแล้วก็มีตัวสินค้าอยู่ด้านใน อย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นกันในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ ตัวกล่องก็เป็นกล่องกระดาษที่ค่อนข้างหนาเลยทีเดียว จากนั้นข้างในกล่องก็จะมีสายแจ็ค 3.5 มม. มาให้อีก 1 เส้น แล้วก็สายชาร์จแบบ micro USb มาให้อีก 1 เส้น ไม่มีหัวชาร์จนะครับ แล้วก็มีคู่มือการใช้งานมาให้แล้วก็มีหนังสือที่แนะนำสินค้าตัวอื่นๆ ที่อยู่ในแบรนด์ EWA อีกนิดหน่อย แล้วก็มีใบรับประกันตัวสินค้ามาให้ รับประกัน 1 ปีสำหรับแบรนด์นี้ ถ้าจะว่าไปแล้วแบรนด์ EWA ก็เป็นผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับลำโพงแบบพกพาขนาดเล็กๆ แบบนี้มาค่อนข้างนานแล้ว เรื่องของคุณภาพและประสบการณ์ของเค้าเนี่ย ถือว่าไม่ธรรมดาครับ ที่นี้มาโฟกัสกันที่ตัวลำโพงบลูทูธกันเลยดีกว่านะครับ สำหรับตัว D509 นี้ก็เป็นวัสดุที่ทำมาจากอะลูมีเนียมทั้งชิ้นเลย รูปทรงก็อย่างที่เห็นว่าจะเป็นแบบสามเหลี่ยม ซึ่งดีไซน์รอบๆ ตัวลำโพงก็จะดูเรียบๆ ไม่ได้มีช่องเชื่อมต่ออะไรทางด้านหลัง แต่จะมีอยู่ทางด้านหน้า เมื่อจับดูงานประกอบแล้วคุณภาพดีเลย แน่นหนา มีเพียงตัวขอบๆ ของลำโพงเท่านั้นที่เป็นพลาสติก นอกนั้นบอดี้แล้วก็ตะแกรงเป็นอะลูมิเนียม ส่วนด้านในตัวลำโพงนั้น จะมีดอกลำโพงที่เป็นไดเวอร์แบบ 2.2 คือมีไดเวอร์ที่ให้เสียงกลางแหลม ขนาด 52 มม. จำนวน 2 ดอกทางด้านซ้ายและขวา ส่วนด้านหลังจะเป็นไดเวอร์ที่ให้เสียงเบสอีก 2 ดอกด้านซ้ายและขวาเช่นกัน มีขนาดไดเวอร์ 30 มม. ด้วย ส่วนปุ่มต่างๆ แล้วก็พอร์ดการเชื่อมต่อนั้นจะอยู่ทางด้านล่าง ก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่ม pause , play เพลง แล้วก็ปุ่มเลื่อนหรือย้อนกลับเพลง ถัดมาก็จะมีปุ่ม pair บลูทูธ จากนั้นก็จะเป็นพอร์ดเชื่อมต่อ ลำโพงตัวนี้สามารถเสียบ micro sd card ได้ด้วย แล้วก็เสียบสายแจ็ค 3.5 มม. แบบ input ได้ด้วย แต่สำหรับฟังก์ชั่นอื่นๆ อย่างรับสายเรียกเข้า หรือ NFC และอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ไม่มีนะครับ

   สำหรับความอึดของตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้น จะสามารถใช้งานได้เต็มที่เลยนานประมาณ 7 ชั่วโมงครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยนะครับ บางท่านอาจจะนานกว่านี้ แต่ถ้าเปิดเครื่องแบบสแตนบายไว้เฉยๆ จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 1 วัน การชาร์จแบตเตอร์รี่จาก 0 จนเต็ม ก็จะให้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อเปิดตัวเครื่องขึ้นมาจะมีไฟ LED สีฟ้าติดขึ้นมากระพริบๆ อยู่ที่ดานหน้าตัวเครื่อง นั้นแปลว่าเรายังไม่ได้ทำการเชื่อมต่อบลูทูธ แต่ถ้าเมื่อเราเชื่อมต่อบลูทูธแล้ว ไฟตรงด้านหน้าเนี่ยจะติดค้างเลย เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ จนแบตเตอร์รี่ใกล้จะหมด จะมีเสียงเตือนอยู่เป็นระยะๆ จากตัวลำโพง ก็แปลว่าควรเอาไปชาร์จไฟได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในตัวชิ้นงานเอง ตัวอุปกรณ์เสริมที่ให้มานั้น ก็ถือว่าได้มาตรฐานเลยทีเดียว โดยภาพรวมของตัวชิ้นงานก็คือให้ผ่านเลย

ถัดมาก็จะมารีวิวกันถึงเรื่องของคุณภาพเสียงกันบ้าง ซึ่กง่อนหน้าที่แอดมินได้มาทำบทความในตอนนี้ขึ้นมา ก็ได้ทดสอบใช้งานมาประมาณ 3 วันแล้วนะครับ คือทดสอบฟังทุกๆ แนวเพลงมาแล้ว ก็ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เปิดใช้งานฟังในห้องทำงานที่มีความกว้างขนาด 8*5 เมตรเนี่ย ถือว่าเสียงที่ดังออกมานั้นดังมากเลยทีเดียวครับ ในกรณีที่เร่งที่ตัวลำโพงสุด แล้วก็เร่งเสียงที่ตัวสมาร์ทโฟนจนสุดเช่นกัน ให้เสียงที่ดังแบบที่ว่าคุยกันไม่รู้เรื่องอะไรแบบนั้นเลยทีเดียว แล้วก็พอเร่งสุดเสียงไม่แตก ไม่พล่าด้วย นี่คือข้อดีเลยทีเดียว ก็คงต้องบอกว่าเบื้องต้นคุณภาพของเสียงและซอฟแวร์ด้านในทำมาได้ดีเลยทีเดียว ทีนี้มาเจาะลึกเรื่องของมิติเสียงในแต่ละด้านกันบ้าง ที่บอกไว้ตั้งแต่ช่วงต้นว่า ลำโพงบลูทูธตัวนี้มันเด่นแล้วก็มีชื่อเสียงทางด้านพลังเบส เมื่อแอดมินได้มาทดสอบเองก็พบว่าพลังเบสมาเต็มจริงๆ คือเบสค่อนข้างที่จะเกินตัวเลยทีเดียวครับ เหมาะกับฟังแนวลูกทุ่งก็ได้นะครับ ใครที่ชอบลูกทุ่ง แต่ถ้าเน้นหนักไปทางเบสแน่นๆ เลยก็ต้องเป็นแนวร็อค แนวเบสสายเยอะๆ แบบนั้นก็จะดีมากเลย ก็ถือว่าลำโพงบลูทูธตัวนี้สมคำล่ำลือกับพลังเบสมากเลยทีเดียว