REVIEW สบู่ Onyx จาก Pcare Skincare สบู่ที่ช่วยลดสิวและดีท็อกซ์ผิว

 

   ถ้าพูดถึงเรื่องสิวคงไม่มีใครอยากจะเป็นแน่นอนและคงไม่มีใครหนีพ้นทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เพราะมันจะทำให้เราขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบแต่งหน้าถ้าหากเป็นสิวรับรองได้เลยว่าต้องมีปัญหาในการแต่งหน้านอกจากจะทาครีมรองพื้นแต่งหน้าปกปิดเอาไว้ สิวมันก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นประจำเดือน สิวฮอร์โนมจะเกิดในช่วงที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น แต่งหน้าเป็นประจำแต่ล้างหน้าไม่สะอาดจึงทำให้มีสิ่งอุดตันบนใบหน้าและกลายเป็นสิว เจอแสงแดดและมลพิษ การกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นอนดึก แพ้เครื่องสำอาง เป็นต้น สิวถือว่าเป็นปัญหาหลักสำหรับวัยรุ่นและวัยทำงานในเรื่องสุขภาพผิวบนใบหน้าได้เลยถึงแม้เราจะหายเป็นสิวแล้วแต่มันก็ยังจะทิ้งรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นที่เกิดจากการกดและบีบสิว ให้เป็นหอกทิ่มแทงใจเราทุกวัน ผิวกน้าดูแล้วไม่สดชื่น ดูหมองคล้ำ บางคนถูกเรียกว่าหน้าดวงจันทร์บ้าง เพราะมีใบหน้าที่ไม่เรียบเนียน ขรุขระเหมือนกับดวงจันทร์ บางคนก็ถูกเรียกว่าหน้าคางคกบ้าง แต่ก็คงไม่มีใครอยากจะถูกเรียกแบบนั้นไปตลอดแน่นอน วันนี้เราจึงมีสินค้าอินเทรนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของสิวมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จัก ในชื่อของสบู่ Onyx จาก Pcare Skincare ซึ่งเป็นสบู่ที่ช่วยลดสิวและดีท็อกซ์ผิวไปในตัว

   สบู่ Onyx เหมาะกับคนที่เป็นสิวทุกประเภท ทั้งสิวอุดตัน สิวผดผื่น สิวอักเสบหรือแม้แต่สิวที่ผ่านการแพ้เครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นบนผิวหน้าหรือสิวที่หลังก็สามารถนำมาฟอกให้สิวแห้งได้ยุบหายไปแต่ต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ด้วย และยังเหมาะกับผู้ที่มีปัญหารอยสิว ฝ้า หน้าหมองคล้ำ ผิวหยาบกร้านและผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างหน้าไม่เรียบ

 


คุณสมบัติของสบู่ Onyxจาก Pcare Skincare คือ

เป็นสบู่ที่เน้นปัญหาสิวแก้ไขปัญหาสิวโดยเฉพาะมีขนาด 70 กรัม มีส่วนผสมของ Trytosanที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งแบคทรีเรีย แม้แต่เชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ไม่มีการแต่งกลิ่นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ง่าย

ช่วยทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส ลดปัญหาฝ้า กระ โดยเฉพาะฝ้าจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด ฟอกทั้งตัว ขาวทั้งตัวแต่จะไม่กัดผิวทำให้ผิวบางลง เพราะมีส่วนผสมของ AHA ฟรุตตี้ซึ่งเป็นกรดจากธรรมชาติ จึงค่อยๆผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนแต่เห็นผลชัดเจน

มีส่วนผสมของผงถ่านและผงนิส ซึ่งเป็นสารสกัดที่สามารถดีท็อกซ์สารพิษใต้ผิวและช่วยให้รูขุมขนสะอาดจึงลดอาการอุดตันของสิ่งสกปรกในรูขุมขนได้

มีส่วนผสมของคอลลาเจน ทองคำ และว่านหางจระเข้เข้มข้นจึงช่วยให้หน้าเนียนนุ่มเต่งตรึงทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้และยังช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังช่วยให้รูขุมขนกระชับ เนียนละเอียดขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเห็นผลชัดเจนว่ารูขุมขนกระชับลงถึง 68% เมื่อใช้หมดก้อนเนื่องจากมีส่วนผสมของ Taraktogenos Kruzii ซึ่งช่วยลดการทำงานของต่อมน้ำมันและกระชับรูขุมขนได้ดี

วิธีใช้นั้นเราควรจะฟอกสบู่บนผิวหน้าหรือผิวกายที่เปียกจนฟองสบู่นิ่ม ถูเบาๆทิ้งไว้ 30วินาทีแล้วจึงล้างออก สามารถใช้ได้บ่อยครั้งตามต้องการที่มีการทำความสะอาดผิวหน้าและยังสามารถใช้ได้ทั้งใบหน้าและลำตัว

 

   ดังนั้นสิ่งที่เราจะได้จากสินค้าอินเทรนด์อย่างสบู่ Onyx คือ มันจะช่วยรักษาสิวทุกประเภท รวมทั้งรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำและช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยดีท็อกซ์ใต้ผิวให้รูขุมขนสะอาดและบรรเทาอาการสิวที่เกิดจากการแพ้เครื่องสำอาง มีส่วนประกอบจากทองคำที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระและต้านอาการอักเสบของผิวหนัง และยังช่วยยับยั้งแบคทรีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วย แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความงามต่างๆก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะทำให้เราหายจากสิว ปัจจัยที่สำคัญเลยคือตัวเรา ถ้าเรารู้แล้วว่าสิวของเรานั้นเกิดจากสาเหตุไหนแต่ก็ยังจะใช้ชีวิตและพฤติกรรมแบบเดิมๆต่อให้เรามีผลิตภัณฑ์ที่ดีมากแค่ไหนไม่ก็ไม่สามารถรักษาปัญหาของเราได้ค่ะ เพราะฉะนั้นเราจะต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและการปฏิบัติต่อผิวให้ถูกต้องและเหมาะสมมากที่สุดและถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจ อยากมีผิวหน้าที่ขาวกระจ่างใสไกลสิว แลดูมีสุขภาพผิวที่ดีก็ต้องรีบไปหาซื้อมาใช้ เพราะใช้ก่อนเราก็จะสวยก่อนใครในราคาเพียง 2xx บาทเท่านั้น แถมยังไม่ละลายง่ายอีกด้วย ดีขนาดนี้เพื่อนๆจะช้าไม่ได้แล้วค่ะ

   

รีวิว กระทะไฟฟา HANABISHI รุ่น HEP-16SG กระทะแดงที่ใครๆ ก็คุ้นชิน

   108plaza ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นเครื่องครัว ใช้กับคนที่อยู่ในคอนโดหรืออาพาธเม้นท์ต่างๆ ที่ไม่ได้มีห้องครัวที่ใหญ่หรือว่าพื้นที่กว้างๆ ที่จะต้องวางเตาแก๊สและเครื่องครัวอื่นๆ อีกมากมายที่มันไม่ค่อยสะดวกนักนะครับ ก็เลยเอากระทะไฟฟ้าที่มีเพียงใบเดียวก็ทำได้หลากหลายเมนูอาหารเช่นเดียวกัน เดี่ยวไปดูกันว่ากระทะไฟฟ้าที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เป็นอย่างไรกันบ้างนะครับ

   แน่นอนว่าถ้าเป็นกระทะสีแดงแบบนี้ หลายคนที่คุ้นชินกันมาตั้งแต่เด็กๆ ที่มักจะใช้กระทะไฟฟ้าแบบนี้ แต่รูปทรงอาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตพอสมควร แต่ก็ยังคงเป็นสีแดงแบบนี้นะครับ ซึ่งกระทะไฟฟ้าตัวนี้มีชื่อแบรนด์ว่า HANABISHI รุ่น HEP-16SG นั้นเองครับ ซึ่งกระทะไฟฟ้าตัวนีมีขนาดอยู่ที่ความกว้างของรัศมีของขอบกระทะนั้นอยู่ที่ 12 นิ้ว ถามว่ากว้างมากไหม 12 นิ้ว ก็ประมาณ 1 ไม้บรรทัดนะครับ ก็เอาไว้ทำอาหารได้เกือบทุกชนิดเลย แต่ถามว่ามันกว้างเท่ากับกระทะที่มีขายตามท้องตลาดไหม อันนี้ไม่ใหญ่ขนาดนั้นนะครับ ในส่วนขะกระทะนั้นก็เคลือบอลูมิเนียมมาแบบเงา ถัดมาก็มาดูที่ตัวปรับระดับความร้อนของไฟที่จะทำให้กระทะนั้นมีความร้อนได้ถึง 5 ระดับเลย ก็จะเห็นว่ามีปุ่มหมุนปรับระดับอยู่ตรงด้านหน้าของรูปภาพที่เรานำเสนอไปด้านบนนะครับ แต่ดูเหมือนว่ากระทะไฟฟ้าใบนี้จะสามารถปรับระดับความร้อนได้ค่อนข้างมากเหมือนกับ ถ้าเราเร่งที่ระดับความร้อนสูงสุดเนี่ยนะครับ จะสามารถทำความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่มันเพิ่มขึ้นมา ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักหรือว่า สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมกระทะไฟฟ้าใบนี้มีให้มาถึง 2 ชั้นด้วยกัน ปกติที่เราเป็นกระทะไฟฟ้าที่เคยใช้เมื่อก่อนนั้น ก็มีเพียงแค่ตัวกระทะเท่านั้น เอาไว้ทอด เอาไว้ต้ม อย่างเดียว ชั้นเดียว แต่กระทะไฟฟ้ารุ่น HEP-16SG ใบนี้มีชั้นด้านบนที่เป็นชั้นนึ้งมาให้ด้วยครับ เป็นชั้นนึ้งที่มีขนาด 12 นิ้วเหมือนกัน วางทันอยู่ด้านบนในรูปอย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็น ด้านในก็จะเจาะเป็นรูแบบให้ความร้อนที่เป็นไอร้อนได้กระจายขึ้นไปสู่ชั้นนึ้งด้านบนนะครับ ก็เหมือนกับเรามีหม้อนึ้งทั่วไปที่มีหลายๆ ชั้นนันแหละนะครับ ด้านบนก็จะมีฝาแก้วปิดมาให้ด้วย ก็เป็นฝาปิดแก้วอย่างหนาเลยทีเดียว ก็ดูแข็งแรงดีครับ แต่ก็ต้องระวังห้าทำตกแตกนะครับ เพราะเป็นแก้วหนาที่ทนความร้อนได้ แล้วก็สามารถมองเห็นอาหารที่อยู่ด้านในได้ แต่ชั้นนึ้งด้านบนนี้ ใครที่มีลูกน้อย ก็สามารถเอาไปนึ้งขวดนมเพื่อทำความสะอาดเชื้อโรคได้เช่นกัน

   หลังจากที่เราได้ตรวจสอบถึงคุณภาพในการผลิตกระทะใบนี้แล้ว ก็พบว่าคุณภาพดีเลยทีเดยวครับ วิธีการเช็ครายละเอียดของการผลิตกระทะนั้น ก้ง่ายๆ ครับ เราจะต้องดูที่ด้านในกระทะที่เป็นตัวที่เคลือบอลูมิเนียมไว้ ที่เป็นส่วนของกระทะจริงๆ เนี่ยนะครับ อย่างแรกเลย ดูว่าเคลือบอลูมิเนียมหรือเคลือบสารอื่นๆ ที่มันดีกว่านี้ อย่างปัจจุบันนี้มีกระทะแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันก็ทอดได้ แต่เคลือบสารที่ดีกว่าอลูมิเนียมที่เป็นกระทะที่เรานำมารีวิวครั้งนี้นะครับ อันนี้แบบราคาถูกๆ แต่ถ้าแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันทอดก็ได้นั้น เดี่ยวโอกาสหน้าเราจะหามารีวิวกันนะครับ แต่สำหรับรุ่น HEP-16SG ตัวนี้ก็ถือว่ามันใช้งานได้ดี เคลือบกระทะมาไม่มีรอยต่อเลย แล้วก็เป็นเหล็กที่หล่อขึ้นรูปมา แบบที่ไม่มีรอยต่อ ซึ่งเราก็ได้เช็คแล้วว่า มันสามารถใช้งานได้ยาวนานพอสมควรนะครับ เพราะว่าในตัวกระทะนั้นไม่มีรอยต่อ เป็นเหล็กขึ้นรูปจริงๆ ถ้ามีรอยต่อนั้น เมื่อใช้ไปนานๆ ความร้อนมันจะทำให้ตรงรอยต่อนั้นแยกออกจากกัน แล้วก็ทำให้กระทะใบนั้นรั่วได้นั้นเอง แต่กระทะที่เรานำมารีวิวตัวก็สามารถใช้งานได้ทนทานดีครับ เมื่อดทสอบคุณภาพไปแล้ว เราก้ได้ทำการทดสอบเรื่องของความร้อนและการใช้งาน ก็พบว่าการเสียบไฟแล้วเราเร่งไปที่ระดับสูงสุดที่ระดับ 5 เลย ก็พบว่ามันร้อนได้ไม่เร็วเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้นานเกินไปครับ ก็คงคิดว่ามันน่าจะเป็นระบบที่ช่วยประหยัดไฟนั้นเอง เพราะว่าถ้าร้อนเร็วๆ จะทำให้กินไฟเยอะขึ้นไปด้วยนะครับ

   สำหรับราคาของ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็อยู่ที่ราคาประมาณ 1,5xx บาท ก็เป็นราคากลางที่ขายกันในท้องตลาดนะครับ แต่ถ้าบางร้านเอามาจัดโปรโมชั่นก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่านี้อีกนะครับ สรุปส่งท้ายสำหรับกระทะไฟฟ้ารุ่นนี้ ก็ถือว่าเป็นกระทะไฟฟ้าที่เหมาะกับใครที่อาศัยอยู่ในห้องพักที่มีพื้นที่กำจัดได้ดีเลยทีเดียวครับ

รีวิว เครื่องวัดความดันที่สามารถใช้เองได้ที่บ้าน Omron Blood Pressure Monitor HEM-7203

 

   108plaza ในครั้งนี้มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะเอามจคนรักสุขภาพและก็อาจจะต้องใช้เครื่องวัดความดันอยุ่เป็นประจำเนี่ยนะครับ บางทีโรคบางโรคที่หลายๆ ท่านเป็นอยู่ก็ต้องเช็คความดันกันทุกๆ วัน ซึ่งบางท่านที่เป็นผู้สูงอายุก็ดีหรือว่าท่านที่ป่วยอยู่แล้ว ต้องเดินทางไปอนามัยหรือโรงพยาบาลเพื่อวัดความดันเองเนี่ย เราก็ไม่ต้องลำบากไปวัดความดันอีกต่อไป เพราะเราสามารถซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้เองที่บ้านได้แล้วและในครั้งนี้ผมจะมีเครื่องวัดความดันรุ่นหนึ่งมารีวิวพร้อมๆ กับการใช้งานกันครับ

   ซึ่งเครื่องวัดความดันที่ทุกท่านเห็นอยู่ในรูปด้านบนและด้านล่างที่เป็นรูปสินค้าตัวอย่างนี้นะครับ มีชื่อรุ่นว่า Omron HEM-7203 ซึ่งการใช้งานในเบื้องต้นก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ เราสามารถที่จะวัดด้วยตัวเองได้ บนหน้าจอก็จะมีโหมดต่างๆ เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษนะครับ ก็จะมีปุ่ม start/stop ปุ่มต่อมาก็จะเป็นปุ่มหน่วยความจำที่บันทึกได้ และก็มีปุ่มเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ปุ่ม E คือปุ่มที่สามารถตั้งวันที่ ตั้งเวลาได้ สำหรับตัวเครื่องนั้นก็จะมีทั้งโหมดที่เป็นการใส่แบตเตอร์รี่หรือถ่ายได้ด้วย หรือจะใช้ไฟฟ้าเป็นตัว อแด็ปเตอร์ มาให้เสียบกับไฟบ้านได้ด้วย สำหรับตัวเครื่องหน้าจอมีเท่านี้เองครับ เป็นจอเล็กๆ อย่างที่เห็นในรูปนะครับ ต่อมาก็มาดูในส่วนของผ้าพันแขนกันบ้างนะครับ ซึ่งตัวผ้าพันแขนรุ่นนี้จะเป็นผ้าพันแขนขนาดกลาง มีเส้นรอบวงอยู่ที่ขนาด 22-32 เซนติเมตรครับ ท่านที่มีแขนใหญ่ๆ ก็สามารถใช้เครื่องวัดความดันตัวนี้ได้ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ผ้าพันแขนมีเส้นรองวงที่กว้างพอสมควรเลย เมื่อสังเกตบนผ้าพันแขนนั้นก็จะเห็นว่าจะมีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าควรจะหันทางไหนเข้าไปด้านใน ทางไหนอยู่ด้านนอก แล้วควรจะสอดแขนเข้าไปลึกขนาดไหน แล้วตัวผ้าพันแขนก็จะเชื่อกับตัวหน้าจอแสดงผลด้วยสายอากาศอย่างที่เคยเห็นกันเนี่ยแหละนะครับ มันไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างสักเท่าไหร่

   ทีนี้มาเปิดดูตัวเครื่องที่ตรงหน้าจอกันสักนิดหนึ่ง ผมถือโอกาสที่จะทดลองด้วยการวัดความดันของผมเองเป็นการทดสอบการใช้งานบนเครื่องไปเลยทีเดียวนะครับ ซึ่งบนหน้าจอนั้นมันจะสามารถที่จะแสดงผลได้ทั้ง 2 ค่าเลย ก็คือ ค่าการวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะที่บีบตัว แล้วก็การวัดค่าการเต้นของหัวใจขณะที่คลายตัวนั้นเอง อ้อ ผมลืมบอกไปนะครับ ว่าเมื่อเวลาที่เราเปิดเครื่องขึ้นมานั้น ตอนแรกเลยมันจะให้เราทำการตั้งวันที่ ตั้งเวลาให้เรียบร้อยครับ ก็จะสามารถทำงานได้ ต่อมาจากนั้นมาดูวิธีการสอดผ้าพันแขนเข้าไปวัดความดันกันบ้างนนะครับ ในคู่มือการใช้งานเองเนี่ยนนะครับ ก็จะบอกเอาไว้ว่าให้เราทำการถอดผ้าที่ยาวออกไปให้พ้นแขนของเรา คือถ้าใครใส่เสื้อแขนยาวเนี่ยไม่ควรเอาผ้าพันแขนมาพันทับเสื้อนะครับ ควรที่จะโถลกเสื้อขึ้นไปก่อน จากนั้นก็ต้องสอดผ้าพันแขนเข้าไป ให้ขอบด้านล่างนั้นพ้นจากข้อศอกประมาณ 1-2 เซนติเมตร แล้วก็ต้องหันด้านที่เป็นลูกศรที่อยู่ตรงผ้าพันแขนให้เราเห็นด้วย ข้อควรระวังอีกหนึ่งอย่างในขณะที่เรากำลังทำการวัดความดันนะครับ เราไม่ควรที่จะเอาแขนมาวางทับกับสายอากาศที่ต่อจากผ้าพันแขนกับตัวเครื่องนะครับ เพื่อให้ลมที่อยู่ด้านในนั้นทำงานผ่านสายอากาศได้สะดวกนั้นเอง หลายคนถามว่าแล้วเราจะวัดจากแขนไหน แขนซ้าย หรือ แขนขวา อันนี้บอกได้เลยว่าค่าที่ได้จากการวัดความดันของแขนทั้งสองข้างของแต่ละคนนั้นได้ไม่เท่ากันนนะครับ ก็เพื่อความชัวร์ก็วัดข้างใดข้างหนึ่ง แต่ค่าที่ได้ก็จะไม่ต่างกันมากนักกับแขนทั้งสองข้างนะครับ แล้วท่านั่งที่อยู่ในขณะที่กำลังวัดความดันนั้น เราควรนั่งในท่าที่สบายตัวมากที่สุดนะครับ ซึ่งเท่าที่ดูจากข้อมูลหรือคู่มือการใช้งานมาเนี่ย มันอาจจะดูว่ารายละเอียดมันเยอะ แต่เวลาที่เราใช้งานเองเป็นแล้วเนี่ย มันก็จะไม่ได้เยอะอะไรมากมายนะครับ ก็แค่สอดแขนเข้าไปที่ตัวผ้าพันแขน แล้วก็จัดวางระดับของผ้าพันแขนให้เหมาะกับตำแหน่งที่ควรจะวัด จากนั้นก็กดปุ่ม start เท่านั้นเอง ตัวเครื่องก็จะปล่อยอากาศเข้ามาผ่านสายท่ออากาศ จากนั้นตัวเครื่องก็จะทำงานโดยอันโนมัตินะครับ

   สำหรับเพื่อนๆ หรือผู้ป่วยท่านใด ที่จำเป็นต้องทำการวัดความดันโลหิตของตัวเองอยู่บ่อยๆ ก้อาจจะจำเป็นต้องใช้ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่เรานำมารีวิวนี้นะครับ เพื่อความสะดวกสบายในการวัดความดัน เราสามารถทำการวัดความดันด้วยตัวเองได้นะครับ แล้วเครื่องนี้ก็ทำงานได้ค่อนข้างแม่นเลยทีเดียว มีการคลาดเคลื่อนบ้างเป็นบางครั้งกับการวัดเมื่อเทียบกับแขนทั้งสองข้างของเราเองนะครับ ถือว่าใช้งานได้ดีครับ

รีวิว Donna Chang Qi Ultrasonic Diffuser Home Spa เปลี่ยนบ้านให้มีกลิ่นหอมด้วยเครื่องสร้างกลิ่นแบบไอน้ำ

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้มีอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กมาทำการรีวิวกันครับ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดูเหมือนว่าคนที่ชอบอยู่กับบ้านแล้วต้องมีกลิ่นหอมๆ โชยมา สร้างบรรยากาศในการพักผ่อนในวันหยุด อยู่กับบ้าน ทำอะไรสบายๆ ชิวๆ หรือแม่แต่คนที่นอนหลับยาก บางทีต้องหากลิ่นอะไรที่ชอบแล้วจะได้นอนสบายๆ เป็นการไปทำสปามาแล้วมีความผ่อนคลาย อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผมได้มารีวิวก็เป็นเครื่องกำเนิดกลิ่นแบบไอน้ำครับ เป็นตัวช่วยท่ำให้บ้านคุณนั้นมีกลิ่นที่หอมสดชื่นได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งมันจะแตกต่างกับคนที่ใช้กระปุกหอมระเหยหรือแท่งหอมระเหยที่เอาตั้งไว้ตามมุมของบ้านหรือพื้นที่ต่างๆ แล้วก็ให้มันระเหยมาอีกที พอมีลมพัดก็จะได้กลิ่นเข้ามาที แบบนั้นมันก็มีข้อเสียตรงที่มันนานกว่าจะหมดกลิ่น บางคนก็เบื่อกลิ่นเติมๆ เบื่อกลิ่นนี้แล้วอยากจะเปลี่ยนกลิ่นอื่นๆ บ้างในทุกๆ วันที่อยู่บ้านหรือทุกๆ สัปดาห์อะไรแบบนั้น สามารถแก้ปัญหาได้จากตัวนี้ครับ

   สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปนี้นะครับ มันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้กำเนิดกลิ่นแบบไอน้ำ ที่เป็นรูปถ้วยแล้วก็มีฝาครอบทรงกรวยแหลมๆ ครอบเอาไว้นะครับ ตั้งนั้นแหละครับ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเสียบเอาไว้ตลอดเวลาเลย เพราะฉะนั้นต้องเอาไว้ใกล้ๆ ปลั๊กสักนิดหนึ่ง มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่องครับ เมื่อเรากดปุ่มเปิดเครื่องมันจะใช้หลักการสั่นสะเทือนบวกกับความร้อนอุณหภูมิต่ำๆ พอให้น้ำที่เราใส่ลงไปด้านในเนี่ยนะครับมันกลายเป็นไอน้ำขึ้นมาได้ ด้านในนั้นก็จะมีถาดให้ใส่น้ำลงไป จะมีขีดบอกเอาไว้อยู่ว่าจะต้องใส่น้ำไม่เกินขีดน้นะ เพื่อไม่ให้น้ำนั้นกระชอกออกมาเละข้างนอกนะครับ ต้องใส่ในปริมาณที่พอดีนั้นเอง จากนั้นก็จะเห็นว่ามีตัวไอน้ำหรือน้ำที่อยู่ในถาดด้านในนั้นมันกระเพื่อมๆ เป็นคลือนอยู่ด้านใน เราก็เอาฝาครอบมาครอบไว้ เพื่อให้ตัวไอน้ำที่เครื่องมันสั่นแล้วก็ความร้อนแบบเบาๆ นั้นผลิตไอน้ำขึ้นมาได้เนี่ยมันพุ่งขึ้นไปสู่ปลายกรวยด้านบนนะครับ แต่ถามว่าถ้าใส่แต่น้ำอย่างเดียวจะหอมได้อย่างไร ไม่ได้ครับ มันไม่สามารถทำน้ำเปล่าๆ ให้หมอได้หรอกครับ มันก็ต้องใส่หัวน้ำหอมที่เป็นกลิ่นตามที่เพื่อนๆ ชอบ ใช้วิธีหยดลงไป ซึ่งตัวหัวน้ำหอมนี้จะซื้อที่ของเค้าเองที่มีขายอยู่คู่กันเนี่ยนะครับ จะเอากลิ่นอะไรก็เลือกกันได้ตามสบายใจ จะเป็นกลิ่น ราเวนเดอร์ อย่างที่ผมชอบที่สุดก็ใส่หยดเข้าไป แนะนำว่าเมื่อใส่ไปแล้วต้องการแบบให้ได้กลิ่นพออ่อนๆ แบบกลิ่นมาเป็นช่วงๆ เบาๆ พอให้สุดชื่น ก็หยดลงไปสักประมาณ 8 หยดพอครับ แต่ถ้าใครที่ชอบแรงๆ เลย อยู่ตรงไหนก้ได้กลิ่นกันทั่วบ้านเลยได้กลิ่นอยู่ตลอดเวลาๆ ก็หยดไปเลยครับ 10 หยด ซึ่งการใช้หยดน้ำหอมแต่ละครั้งนั้นลงไปรวมกับน้ำที่ทำเป็นไอน้ำนั้นเมื่อใส่จนเต็มขีดที่กำหนดเอาไว้จะอยู่ได้และให้กลิ่นได้ประมาณ 8 ชั่วโมงบวกลบนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับว่าอากาศตอนนี้ร้อนหรือหนาว หรือชื่น ทำให้น้ำนั้นระเหยเร็วหรือช้า สำหรับตัวเครื่องนั้นสามารถเสียบเอาไว้ได้ตลอดเลย เพราะจะมีตัวเซนเซอร์ตัดไฟในกรณีที่น้ำระเหยไปหมดแล้วแต่ไม่ได้ถอดปลั๊กหรือกดปุ่มปิดเครื่อง มันก็จะดับไปเอง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่าปลอดภัยครับ เสียบได้ตลอดเลย

   ตัวเครื่องสร้างกลิ่นหอมแบบไอน้ำตัวนี้นะครับมันจะทำงานสร้างไอน้ำขึ้นมาเป็นช่วงๆ ช่วงละ 30 วินาที แล้วก็หยุดไป 30 วินาทีเช่นกัน สลับกันไปแบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าน้ำที่อยุ่ในถ้วยด้านในจะหมด แล้วอีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานของเครื่องสร้างกลิ่นแบบไอน้ำตัวนี้ ตรงกรวยปลายแหลมที่เปรียบเหมือนป่องภูเขาไฟเนี่ยนะครับ มันมีหลอดไฟในตัวด้วย สามารถสร้างบรรยากาศแบบสลัวๆ เป็นการเปิดโคมไฟได้ 2 แบบด้วยกันครับ ก็คือการกดไปหนึ่งครั้งไฟจะติดขึ้นมาแล้วก็จะรีมไฟลงเป็นสลัวๆ สลับกันไปแบบนี้ กับอีกหนึ่งโหมดคือจะติดไฟค้างเอาไว้เลย เป็นสว่างตลอด ก็เลือกเอาครับว่าจะเอาเครื่องตัวนี้ไปใช้สร้างบรรยากาศแบบไหน

   สำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นะครับมีราคาอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาท ใครสนใจอยากจะได้ไปไว้ที่บ้านหรือในห้องนอนที่ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ทำให้ไม่มีความชื่นก็เอาเครื่องตัวนี้ไปสร้างไอน้ำเพื่อให้ในห้องนั้นมีความชุ่มชื่นทำให้ผิวไม่แห้งได้ด้วยนะครับ