รีวิว ลำโพง 2.0 สเตอริโอ KEF X300A Wireless speaker เพิ่มคุณภาพทางด้านเสียงเพลงในระดับ Hi-End

 

   108plaza ในตอนนี้ก็มีชุดลำโพงแบบ 2.0 ที่เหมาะกับเอาไว้ฟังเพลงในบ้าน เป็นลำโพงที่มาจากแบรนด์ระดับ Hi-End อย่าง KEF กันเลยทีเดียว ถือว่ามีมาไม่บ่อยครั้งมากที่จะได้นำเอาสินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศมารีวิวแบบนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

   นี่คือลำโพง 2.0 สิเตอริโอ KEF รุ่น X300A wireless speaker ซึงก็ต้องบอกก่อนว่า หลายท่านอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อแบรนด์ KEF กันมากสักเท่าไหร่ในตลาดลำโพงทั่วไปหรือลำโพงบลูทูธ แต่แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ระดับโลกมาจากทางฝั่งอังกฤษ เมืองผู้ดีกันเลยทีเดียว แต่สำหรับลำโพง X300A ตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นที่นำเข้ามาวางจำหน่ายกันในบ้านเรา ก็คือรุ่นปกติ และ รุ่นที่เป็น wireless แต่ไม่ใช่บลูทูธ เป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง wi-fi ให้คุณภาพเสียงและการเชื่อมต่อที่ดีกว่าบลูทูธแน่นอน

สำหรับน้ำหนักของลำโพงรุ่นนี้แพ็คมาในกล่องเดียวอยู่ที่ 16 กก. แต่จะมีน้ำหนักแยกกันอยู่ที่ข้างละ 7.5 กก. แล้วประเด็นที่สำคัญเลยของการออกแบบที่เป็นเอกศิทธิ์เฉพาะของทาง KEF เลยก็คือว่า เขาออกแบบตัว driver และบอดี้ของตัวลำโพงเองเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ใช้ในยานอวกาศได้เลย คือเรียกว่าเอาลำโพงชุดนี้ไปใช้นอกโลกได้เลย นั่นหมายความว่าถ้าใช้ในโลกก็คงจะดีไม่น้อย แต่ตัว driver ของลำโพงเอง จะเป็น All in 1 คือจะเห็นได้ว่าภายในตัว driver เองจะมีดอกลำโพงตัวเดียว เป็นแบบ woofer ก็ใช้ตัวเดียว แล้วดอกเสียงแหลมหรือ twitter ก็จะอยู่ตรงกลาง ที่เรียกการออกแบบนี้ว่า ยูนิคิว ซึ่งตัวดอกลำโพงเลยจะมีขนาดข้างละ 5.25 นิ้ว ตัวโครงของดอกลำโพงเองจะทำมาจากแม็กนิเซียมบวกกับอลูมีเนี่ยมอัลลอย แล้วบริเวณตรงกลางจะเป็นโดมเสียงแหลมที่ทำมาจากอลูมีเนี่ยมมีขนาดข้างละ 1 นิ้ว แล้วภายในตัวดอกลำโพงเอง จะมีแม่เหล็กชนิดพิเศษแยกกันต่างหากระหว่างตัวดอก woofer และตัวดอก twitter และอยู่ภายใต้การขับเสียงของเพาเวอรืที่เรียกว่า Bi-amp อีกด้วย ซึ่งความแปลกใหม่ของมันก็คือ ดอกลำโพงมีอยู่ดอกเดียว แต่สามารถแยกส่วนกันได้ชัดเจนอยู่ภายใน ก็เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีผลิตลำโพงแบบใหม่ ที่สามารถประหยัดพื้นที่ได้มากเลยทีเดียว ส่วนของกำลังขับนั้น จะแยกกันก็คือ ภาค woofer เสียงกลางและเสียงต่ำจะอยู่ที่ 50wrms ส่วนกำลังขับของเสียงแหลมหรือ twitter เองนั้นจะอยู่ที่ 20wrms ซึ่งกำลังขับนี้จะต่อข้าง ทั้งหมดก็จะอยู่ที่ 140wrms นั่นเอง ก็ถือว่าไม่ธรรมดา แล้วที่ด้านหลังตัวลำโพงเอง จะไม่มีสายเชื่อมต่อ จะเชื่อมต่อกันแบบไร้สาย และ จะมีปลั๊กเสียบแยกด้านใครด้านมัน เสียบแยกกันต่างหาก

ที่นี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการใช้งานและการเชื่อมต่อการใช้งานที่ด้านหลังตัวลำโพงรุ่นนี้กันบ้าง แต่ต้องย้ำอีกทีว่าไม่ใช่ลำโพงบลูทูธ การเชื่อมต่อแรกเลยจะสามารถเสียบเชื่อมต่อกับเลาท์เตอร์ผ่านสาย LAN RJ45 ได้ อีกหนึ่งพอร์ดถัดมาก็คือ จะมีช่องแจ็ค input 3.5 มาให้ด้วย นั่นหมายความว่า จะเอาไปเสียบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โน้ตบีค สมาร์ททีวีต่างๆ เครื่องเล่นเพลงต่างๆ ได้หมดเลยผ่านแจ็ค 3.5 นั่นเอง ในกรณีที่ไม่อยากยุ่งยาก แต่ก็ถือว่าใช้ฟังก์ชั่นไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไหร่และอาจจะใช้ไม่คุ้มค่า คุ้มราคาก็ได้ เพราะว่าพอร์ดอื่นๆ ยังมีและคุณภาพเสียงจะดีกว่าแจ็ค 3.5 แน่นอน เพราะที่จะกล่าวถึงฟังก์ชั่นต่อไปนี้ ก็คือนอกจากจะเชื่มอต่ผ่าน wi-fi ได้แล้วนั้น ตัวลำโพงเองจะเป็นลำโพงที่เชื่อมต่อแบบ DAC จะได้ทั้งแบบ USB ก็ได้ก็ง่ายๆ ซึ่งเชื่อว่าคนที่เล่นเครื่องเสียงหรือลำโพงในระดับ Hi-end และชอบฟังเพลงที่เป็นไฟล์เพลงขั้นสูงแบบไฟล์ Hi-Res และไฟล์อื่นๆ นั้น ลำโพงรุ่นนี้สามารถที่จะถอดรหัสเพลงได้ทุกไฟล์เลย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าจะได้คุณภาพเสียงที่ตรงตามเสียงต้นฉบับจริงๆ นั่นเอง ถัดมา ก็จะมีฟังก์ชั่นเป็นปุ่ม volume EQ ที่จะเอาไว้ปรับแต่งโทนเสียงก็จะมีด้วยกัน 2 โหมด ก็คือโหมดที่อยู่ในระยะใกล้ ใครที่จะเอไปใช้กับชุดคอมพิวเตอร์ บนโต๊ะทำงาน วางลำโพงไว้ใกล้ตัว ก็จะต้องเลือกโหมดที่ด้านหลังให้ถูกด้วย แต่ถ้าเอาไปใช้งานแบบฟังเพลงภายในบ้าน ในห้องโถงหรือห้องขนาดใหญ่ ก็ต้องปรับโหมด EQ ให้ถูกต้องด้วย ถ้าฟังแนวเสียงแบบเวทีกว้างๆ พื้นที่กว้าง รูปแบบเสียงก็จะไปในอีกหนึ่งทิศทาง

   สำหรับแนวเสียงหรือบุคลิกเสียงของลำโพง KEF X300A wireless speaker ตัวนี้จะไม่ใช่แนวเสียงที่มันส์สะใจ แต่จะเป็นแนวเสียงที่คล้ายคลึงกับเวลาเราไปฟังเพลงอยู่ในฮอล์ใหญ่ๆ ในเวทีคอนเสิร์ดที่มีเครื่องดนตรีมากชนิด แต่ก็ได้ยินรายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีแบบชัดๆ เสียงร้องพุ่งๆ จะให้อารมณ์เพลงแบบนั้นเลยทีเดียว

รีวิว JBL E45BT Wireless on-ear Headphone หูฟังบลูทูธตัวใหม่ล่าสุดจาก JBL 2017

 

       JBL E45BT Wireless on-ear headphone หูฟังบลูทูธแบบครอบหูรุ่นใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่มีเปิดตัวกันในต่างประเทศเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2016 ที่ผ่านมา แล้วตอนนี้เอง ในประเทศไทยก็เริ่มมีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาวางขายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 108plaza ของเราก็ถือว่าเป็นที่แรกๆ ที่ได้นำเอาสินค้าตัวนี้มาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการฟังเพลงและชอบเก็บสะสมหูฟังคุณภาพดีจากแบรนด์ดังหลายๆ แบรนด์ด้วย ก็ถือว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจ แต่จะน่าสนใจอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลย

สำหรับหูฟังไร้สายแบบ on-ear รุ่นนี้นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นแนวหูฟังแบบไลฟ์สไตล์ ที่ออกแบบมาให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก เนื่องจากว่าบริเวณหูฟังนั้นสามารถพับได้ แล้วก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 แล้วด้วย ก็ถือว่าถ้าการใช้งานจริงๆ ในลักษณะแบบไร้สายของหูฟังทั่วไปเลย ระยะที่อยู่ห่างจากเครื่องเล่นเพลงหรือสมาร์ทโฟนก็ดี ก็จะไม่เกิน 10 เมตรอยู่แล้ว ซึ่งเวอร์ชั่นของบลูทูธที่ให้มานันนก็ถือว่ามีความเสถียรดีมากเลย เชื่อมต่อสัญญาณได้คมชัด ไม่ขาดๆ หายๆ และเที่ยงตรงดีมากแล้วด้วย ก็ถือว่าสเปคที่ให้มาตรงนี้เพียงพอ อีกหนึ่งสเปคถัดมาที่ JBL ก็ได้การันตีเอาไว้ในคู่มือการใช้งานก็คือ ด้วยควาที่เป็นหูฟังไร้สาย ก็ต้องมีแบตเตอร์รี่ในตัว แล้วการใช้งานของแบตเตอร์รี่ในการใช้งานหนึ่งครั้งตอนที่แบตเตอร์รี่เต็ม จะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันนานถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่การชาร์จแบตเตอร์รี่หนึ่งครั้งจากแบตหมดจนแบตเต็มนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ก็ถือว่าไม่นานเกินไป ในต่างประเทศเองก็เปิดตัวมาด้วยกันหลากหลายสีสันมากเลย ก็จะมีสีดำ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง แต่ในบ้านเราเอง ก็ต้องดูกันอีกทีว่าจะนำเข้ามาสีไหนบ้าง เพราะถือว่าเป็นรุ่นใหม่จริงๆ แต่แอดมินก็รีบเอามาทดสอบแล้วก็มาเขียนรีวิวให้ได้อ่านกันเพื่อที่เพื่อนๆ หลายคนกำลังสนใจก็อยากจะหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

วิธีการใช้งานของหูฟังบลูทูธ JBL E45BT ตัวนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร ตัวปุ่มเปิด-ปิดจะใช้เป้นแบบปุ่มเลื่อน ซึ่งถือว่ามันเป็นข้อดีที่ใช้ปุ่มแบบนี้ เนื่องจากว่าถ้าเราปิดการใช้งาน จะไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยงวงจรเอาไว้ จะประหยัดแบตมากกว่าปุ่มแบบกด ซึ่งแบบนั้นจะต้องอาศัยไฟเลี้ยงวงจรเอาไว้ ส่วนของการเชื่อมต่อบลูทูธและปุ่มคอนโทรลต่างๆ จะอยู่ทางด้านขวาของหูฟังทั้งหมดเลย แนะนำว่าต้องใช้งานกันให้ถูกข้างของหูฟังด้วย เมื่อกด pair บลูทูธที่ตัวหูฟังแล้วก็จะเห็นว่ามีไฟสีแดงและสีน้ำเงินสลับกัน หมายความว่ารอการเชื่อมต่อ แต่ถ้าเชื่อมต่อได้แล้วจะกลายเป็นสีน้ำเงินติดค้าง ก็ใช้งานได้ง่ายๆ พร้อมกับมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ปุ่มเลื่อนเพลง อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา สำหรับ JBL เองที่แถมให้มาในกล่องด้วยก็คือสายหูฟัง ในกรณีที่แบตเตอร์รี่หมด เราสามารถที่จะใช้สายหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 มม. ที่ให้มานั้นเสียบฟังเพลงได้เลย แต่กรณีที่เสียบสายหูฟังนั้น ปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ตัวหูฟัง จะไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด และ สายหูฟังที่ให้มาในกล่องนั้นเป็นสายคุณภาพดี เป็นสายแบบคืนตัวเองได้ ไม่พันกัน วัสดุถือว่าน่าใช้งานมากเลยทีเดียว

สำหรับสเปคของตัวหูฟังบลูทูธ JBL E45BT กันบ้าง ภายในตัวหูฟังเองจะให้ขนาดของตัวออกลำโพงหรือที่เรียกว่า driver มาที่ข้างละ 40 มม. ก็เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่เลยทีเดียว อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา ในกรณีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่ง รองรับหมดเลย หูฟังรุ่นนี้ก็มีไมค์โครโฟนติดมาด้วย หมายความว่าสามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์และพูดคุยผ่านหูฟังได้เลย โดยในกรณีที่กำลังฟังเพลงอยู่ก็ตาม ระบบจะตัดเสียงเพลงออกอัตโนมัติและกดรับสายเรียกเข้าได้เลย และ อีกหนึ่งฟี่เจอร์ ก็คือ noise cancelling ระบบป้องกันเสียงรบกวนภายนอกก็มีมาให้ด้วย

มาถึงเรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันบ้าง เริ่มต้นด้วยเสียงเบสก่อนเลย ใครที่ชอบเบสกระแทกๆ มีแรงปะทะเข้ามาที่หูเยอะๆ หูฟังตัวนี้ตอบโจทย์ มีอิมแพคที่ดี ส่วนย่านเสียงกลางหรือเสียงร้อง จัดว่ามีความสดเหมือนกับเราฟังเพลงในเวทีคอนเสิร์ดจริงๆ เลยก็ว่ได้ เป็นเสียงกลางที่ค่อนข้างพุ่งพอสมควร ส่วนเสียงแหลมเองก็ต้องบอกว่าเป็นแหลมที่จัดจ้นปลายเสียงไปยาวพอสมควร พูดง่ายๆ ว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนว live บนเวทีสดๆ แบบนั้น หูฟังตัวนี้รุ่นนี้ตอบโจทย์มากเลยทีเดียว

Review Samsung galaxy A7 2017 นึกว่าเป็น S7 ในร่างใหม่ คุ้มหรือไม่?

 

   Samsung Galaxy A7 2017 หลายๆ ท่านน่าจะเห็นรูปร่างหน้าตากันมาบ้างแล้ว ซึ่งมันก็จะเหมือนๆ กับ galaxy S7 ที่ผ่านมาแต่แปลงร่างแบบเบาๆ มาอยู่ใน A7 ปีนี้นั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตามสไตล์ Samsung ที่มองแวบเดียวก็จะรู้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนจากเกาหลี แต่มันจะคุ้มค่ากับราคาอย่างไรบ้างนั้น ต้องมารีวิวกันเลย

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นแกะกล่องก็จะพบกับหูฟังแถมมาให้ด้วย สายชาร์จแบบ USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่เป็น Fast charge ด้วย จ่ายกระแสไฟที่ 9v 1.67A จากนั้นก็จะเป็นตัวเครื่อง ในเรื่องของดีไซน์นั้น samaung galaxy A7 2017 นั้นบอดี้แทบทั้งหมดเลยจะเป็นกระจก ทั้งด้านหน้าด้านหลัง ก็ถือว่ามีความพรีเมี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีบอดี้ที่เป็นโลหะบริเวณขอบด้านนอกเท่านั้นเอง ส่วนกระจกที่นำมาใช้กับตัวเครื่องนั้นเป็นแบบ 2.5D ก็จะเป็นกระจกแบบขอบโค้งด้านข้าง จุดนี้ถือว่าสามารถช่วยให้ความรู้สึกในการสัมผัส การจับถือที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่ามีความละมุนมือ ไม่บาดมือ และมั่นใจว่ามันจะไม่ลื่นเหมือนกับบอดี้ที่เป็นโลหะนั่นเอง

   จุดที่เปลี่ยนไปในเรื่องของการดีไซน์นั้น บริเวณด้านขวาจะมีปุ่มเพาเวอร์และมีลำโพงอยู่ด้วย ไม่ต้องแปลกใจว่าทำมลำโพงย้ายมาอยู่ด้านข้างปกติอยู่ด้านล่าง ซัมซุง ได้ย้ายมาเรียบร้อยแล้ว ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง และช่องใส่ซิมที่ 1 ส่วนด้านบนจะมีไมค์โคร 1 ตัว และช่องใส่ซิมช่องที่ 2 พร้อมกับมีอีกหนึ่งช่องแยกมาให้เป็นช่องใส่ micro sd card ด้วย นั่นหมายความว่าไม่ต้องไปเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ใส่กันได้เต็มๆ 2 ซิมกับ 1 เมมโมรี่ พร้อมกับรองรับการเกาะคลื่น 3G ได้ทั้ง 2 ซิมพร้อมกันอีกด้วย ด้านล่างจะมีไมค์โครโฟนอีกหนึ่งตัว มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ย้ายมาอยู่ทางด้านล่างแทนและก็ช่องเสียบชาร์จแบตนั่นเอง

   มากันที่เรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้วกันเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าใหญ่เต็มตาดีทีเดียว เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ด้วย ความละเอียดระดับ Full HD 1080p 386ppi สำหรับหน้าจอที่ใหญ่แบบนี้ แต่พอได้ไปเทียบกันจริงๆ แล้วตัวเครื่องยังถือว่าเล็กกว่า iPhone 7 Plus อีกด้วย ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าจอใหญ่ก็จริง แต่บอดี้นั้นจับถือได้ถนัดมือไม่เทอะทะแน่นอน

   หลังจากทดสอบใช้งานอย่างแรกออกกลางแจ้ง หน้าจอก็ยังสู้แสงได้ดี ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของหน้าจอที่ค่อนข้างชอบและถูกใจในจอของ ซัมซุง เอง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและออกแบบมาได้ดี ก็คือ การจับถือมาเล่นเกมส์ ซึ่งตัวลำโพงย้ายมาอยู่ทางด้านบนหรือด้านล่าง ก็ทำให้เราไม่เผลอเอานิ้วมือไปบล็อกเสียงเอาไว้ เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ที่อยู่ด้านล่าง ตรงนี้ถือว่าดีกว่าเยอะเลย มิติของเสียงลำโพงก็มีความดังใช้ได้เลย ส่วนปุ่มสแกนลาวนิ้วมือนั้น ก็จะอยู่ทางด้านหน้า ทดสอบใช้งานแล้วต้องบอกว่ารวดเร็วดีมาก แถมไม่มั่วด้วย คนอื่นมาสแกนก็ใช้งานไม่ได้ ถือว่าแม่นยำป้องกันความปลอดภัยในการเข้าถึงได้ดี และ อีกหนึ่งไม้เด็ดที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าในราคาหมื่นกลางๆ ก็คือ IP68 เป็นมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ได้ด้วย ก็เรียกว่ายกฟี่เจอร์ใน S7 มาปรับปรุงกันใหม่เลย ก็กันน้ำได้ลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานเป็นเวลา 30 นาที ใครที่เผลอทำเครื่องตกอ่างน้ำก็สบายๆ

   ในด้านของขุมพลังนั้น มาพร้อมกับ Exynos 7780 Octa-core GPU Mali-T830MP3 RAM 3GB ROM 32GB , NFC, FM radio , วัดประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วย antutu ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 58,758 คะแนน ก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าได้เยอะกว่านี้อีกนิดน่าจะเหมาะสมดี ในส่วนของการเล่นเกมส์ อาจจะไม่ใช่เครื่องที่แรงสะใจสำหรับคอเกมส์สายโหด แต่ก็ยังถือว่าเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกสวยๆ ได้สบายๆ คอเกมส์แบบทั่วไปนั้นรองรับได้สบายๆ ส่วนการเปรียบเทียบการใช้งานทั่วไป ถ้าเทียบกับตัวเพียวแอนดรอยด์แล้ว ก็ถือว่า A7 ตัวนี้ยังช้ากว่าเล็กน้อยในความรู้สึก แต่ก็มีการใช้งานที่ไหลลื่นดี

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือเรื่องกล้องที่ให้ความละเอีย 16 ล้านพิกเซลทั้งหน้าและหลัง f/1.9 ออโต้ไฟกัสและ LED Flash เรื่องของโหมดการใช้งานไม่ต้องห่วงมีมาให้ครบ ถ้าไม่มีสามารถเข้าไปโหลดเพิ่มเติมได้ ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพทีได้นั้นก็ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ชัดเจนแน่นอน แต่ก็ยังให้สไตล์ภาพแนวเกาหลีอยู่ จะต่างจากมือถือแบรนด์จีนแน่นอน ตรงนี้ลองไปหาภาพตัวอย่างกันได้ แต่ที่เด่นจนแบรนด์อื่นสู้ไม่ได้ก็คือการถ่ายวีดีโอที่ให้ทั้งภาพและเสียงที่จัดว่าดีในหลายๆ รุ่นที่มีราคาหมื่นต้นๆ ขึ้นไปจนถึงเรือธง ก็คงพูดได้ว่า A7 2017 นี้ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจและน่าใช้งานดีเลยทีเดียว

REVIEW ครีม MIIN 4D MASK หน้าใสในหลอดเดียว

 

ในปัจจุบันปัญหาเรื่องของสุขภาพผิวถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆที่วัยรุ่นหนุ่มสาวกังวลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาของผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว เป็นต้น เพราะถ้าเราประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านี้เมื่อไหร่นั้นกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลยทันที ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของเรานั้นต้องพบเจอกับผู้คนมากมายทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก สิ่งแรกที่คนอื่นจะมองเห็นจากตัวเราคือใบหน้า ถ้าเรามีผิวหน้าที่หมองคล้ำไม่โดดเด่นแน่นอนว่าเราก็จะถูกมองข้ามจากสายตาคนอื่น แต่ถ้าเรามีผิวหน้าทีกระจ่างใสไร้ริ้วรอยมันก็จะทำให้เรากลายเป็นที่สะดุดตา ถูกสายตาก็จะจับจ้องมาที่เราโดยไม่ละสายตา มันจึงจำทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำอาชีพที่ต้องใช้รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ เป็นส่วนประกอบในการทำงาน เช่น พริตตี้ MC ดังนั้นเราจึงต้องมีผิวหน้าที่ดึงดูดลูกค้าด้วย แต่ถ้าจะให้ไปเข้าครอสตามคลินิกต่างๆก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์และใช้ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากอีกด้วยหรือเราจะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าทั่วไปก็มีหลายขั้นตอนมาก ครีมหนึ่งชุดก็ประกอบไปด้วยครีมหลายตัว วันนี้เราจึงจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวในหลอดเดียว ย้ำนะคะว่าแค่หลอดเดียวเท่านั้น เพียงขุ้นตอนเดียวก็จะทำให้เรามีผิวหน้าที่ดีขึ้นได้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นคือ MIIN 4D MASK


 

MIIN 4D MASK เป็นมาร์คที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ฟื้นฟูผิวที่ขาดน้ำและยังเติมเต็มความสดใสให้กับผิวของเราแบบเร่งด่วน ที่สำคัญคือมีส่วนผสมของไข่มุก เนื้อครีมก็จะมีลักษณะเข้มข้นมากกว่าครีมปกติทั่วไปถึง 5 เท่า คุณภาพก็จะเทียบเท่าครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ดังๆซึ่งมีคุณสมบัติแบบแน่นๆเต็มหลอดมีคุณภาพแบบเน้นๆอีกด้วย และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เราใช้เลย เมื่อเราใช้ MIIN 4D MASK เป็นประจำอย่างต่อเนื่องสิ่งที่เราจะได้กลับมาคือ เราจะหมดปัญหาหน้าโทรม หน้าหมองจากการนอนดึกและผิวผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำก็จะค่อยๆจางลง จะเห็นผลชัดเจนใน 1 เดือนและจะหมดปัญหาทาแป้งไม่ติดหน้า เมื่อทาปุ๊บก็จะซึมเข้าสู่ผิวหน้าทันทีไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ และมาร์คตัวนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของเราให้กระจ่างใสขึ้นเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น หน้าเราก็จะนุ่ม ผิวฟูเด้ง ผิวใสดูมีออร่าและเรียบเนียนและปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาบวม ผื่นคันผื่นแพ้จากมลภาวะก็ช่วยได้เช่นกันคะ แต่สำหรับคนที่มีสิวอักเสบเมื่อใช้มาร์คตัวนี้แล้วสิวอักเสบก็จะค่อยๆแห้งภายใน 7 วัน รูขุมขนก็จะกระชับขึ้นริ้วรอยเหี่ยวย่นก็จะหายไปผิวหน้าของเราก็จะดูอ่อนกว่าวัยเหมือนผิวเด็ก

   MIIN 4D MASK จึงเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเจอกับปัญหาผิวหน้าไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตามและที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของสารอันตราย คนที่กลัวแพ้หรือแพ้ครีมง่ายก็สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องกังวล วิธีการใช้นั้นก็แสนจะง่ายมากเพียงแค่เราล้างทำความสะอาดผิวหน้าตามปกติ แล้วใช้ สินค้าอินเทรนด์อย่าง MIIN 4D MASK ทาลงไปให้ทั่วบริเวณผิวหน้าและลำคอที่สำคัญคือใช้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้นและใช้เป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด ในหนึ่งหลอดเราสามารถใช้ได้นานถึงสองเดือน ซึ่งจำหน่ายในราคาเพียง 5XX บาทเท่านั้น เพื่อนคนไหนที่สนใจก็ลองไปหาซื้อมาใช้กันได้นะคะเพราะสิ่งที่เราได้กลับมามันถือว่าคุ้มกับเงินที่เราเสียไปอย่างมากค่ะ มันสามารถทำให้ผิวหน้าของเราที่เจอแต่ปัญหาเดิมๆคือผิวคล้ำเสีย เป็นสิว หายได้ในหลอดเดียวเท่านั้น เมื่อเรามีผิวหน้าที่กระจ่างใสปัญหาต่างๆหมดไปจากใบหน้าแล้ว เราก็จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันพบเจอผู้คนแบบไม่ต้องหลบๆซ่อนๆขาดความมั่นใจ ถ่ายรูปแบบหน้าสดไม่มีเครื่องสำอางเราก็ยังทำได้ บางคนต้องอยู่กับปัญหาเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายปีจะไปใช้ครีมตัวไหนก็ไม่ดีขึ้นมีแต่จะแย่ลง เมื่อเราเปิดใจให้กับ MIIN 4D MASK รับรองแน่นอนว่าจะไม่ผิดหวัง ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะเป็นครีมน้องใหม่ที่พึ่งตีตลาดได้ไม่นานแต่ด้วยคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นทั่วประเทศเป็นจำนวนมากด้วยยอดขายที่ถล่มทลายวิ่งแซงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางตัวไปแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่มีปัญหากับผิวหน้าอยู่จะรอช้าไม่ได้ถ้าเราใช้ก่อนเราก็จะสวยก่อนนะคะ

REVIEW I-RD(RED) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆวันนี้เราจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เอาใจคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ย้ำ!!!นะคะว่าสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่สำหรับผู้หญิงก็สามารถอ่านเพื่อเป็นข้อมูลและนำไปใช้กับคนรักได้เช่นกันนะคะเพราะในปัจจุบันนี้ผู้ชายทั้งหลายดูมีสุขภาพที่แก่เกินกว่าวัยมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดจาก การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเครียดจากการทำงาน ปัญหาด้านการเงิน หรือปัญหาครอบครัวเป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆที่ผู้ชายสามารถแก้ไขได้อยู่แล้วแต่มันก็สามารถทำให้ครอบครัวแตกแยกได้เช่นกัน เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากจะมีสามีหรือแฟนที่ดูเท่ห์ สมาร์ท ดูมีสุขภาพที่ดี ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องของความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง และก็คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องการอยากจะมีสามีหรือแฟนที่ดูโทรม ดูแล้วแก่กว่าวัยไปไหนมาไหนด้วยกันคนอื่นนึกว่าพ่อมันก็คงจะไม่ใช่แน่นอน เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายจึงต้องหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจังกันได้แล้วถ้าไม่อยากจะเป็นโสดไปตลอดชีวิต ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าผู้ชายในปัจจุบันนี้หันมาดูแลและสนใจสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ทั้งการเข้ายิม เข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย กินอาหารเสริม ซึ่งการกินอาหารเสริมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ถ้าเรากินอาหารเสริมควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วยมันก็จะเห็นผลเร็วขึ้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำอาหารเสริมสำหรับผู้ชายหนึ่งตัวที่จะเปลี่ยนชีวิตและสุขภาพของคุณให้ดูดีขึ้นในพริบตานั่นคือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก I-RD(RED)

 

   I-RD(RED) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อุดมไปด้วยสารตั้งต้นที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการผลิตฮอร์โมนในเพศชาย อีกทั้งในผลิตภัณฑ์นี้ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่จะนำไปช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกายที่เริ่มเสื่อมลงตามกาลเวลาและเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนั้นหมายถึงเซลล์ต่างๆก็จะได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นด้วยและจะทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเข้าไปช่วยกระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม นอกจากนี้ I-RD(RED) ยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทำให้เราไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจึงส่งผลให้งานของเราดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพ

   สรรพคุณและคุณประโยชน์ที่สำคัญของ I-RD(RED)คือช่วยเพิ่มปริมาณเทสโทสเตอร์โรนในร่างกายทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในระดับปกติ ลดความเหนื่อยล้าของร่างกายจากการทำงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน เพิ่มความสดชื่นในระหว่างวันทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะทำงาน ผิวพรรณสดใสดูเปล่งปลั่งดูมีออร่าเพราะปกติในผู้ชายเราจะพบได้น้อยมากสำหรับคนที่มีผิวพรรณที่ดี ลดอาการผมร่วงและที่สำคัญที่ผู้ชายทุกคนต้องการคือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศกระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายให้ดีขึ้น

 

   วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม I-RD(RED)

ใน I-RD(RED) 1กล่อง จะมีอยู่ทั้งหมด 30 ซอง รับประทานวันละ 1ซอง ชงผสมกับน้ำเย็น 300-400cc หรือเท่ากับน้ำเปล่าขวดละ 7 บาทหนึ่งขวด เขย่าให้อาหารเสริมนี้ผสมกับน้ำจนละลาย รับประทานตอนท้องว่างจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก็ได้ หากในวันนั้นมีการออกกำลังกายให้เปลี่ยนไปรับประทานในช่วงที่ออกกำลังกายแทน ในการรับประทานเราต้องค่อยๆดื่มเหมือนกินน้ำเปล่าตามปกติ ไม่ควรรับประทานทีเดียวหมดเพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมไม่ทัน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนเราควรจะรับประทานต่อเนื่องไปอย่างน้อย 1-3เดือน แต่ในหนึ่งซองนั้นเราก็ควรจะดื่มให้หมด ไม่ควรนำกลับไปแช่ตู้เย็นไว้ดื่มในวันถัดไป เพราะ1กล่องมี 30ซองเราก็จะรับประทานได้เป็นเวลา 1เดือนพอดี I-RD(RED) 1กล่อง จะจำหน่ายอยู่ที่กล่องละประมาณ 2xxxบาท เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังพบเจอกับปัญหาสุขภาพอยู่ก็ควรจะไปหามารับประทานกันได้แล้วค่ะ ส่วนผู้หญิงที่คิดว่าสามีหรือแฟนของตัวเองก็กำลังมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่เหมือนกันก็ควรจะหาซื้อไปให้สามีหรือแฟนทานได้นะคะ เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาเตียงหักจากการไม่ทำการบ้านของคุณผู้ชายพบเจอได้เยอะมาก สาวๆจึงต้องตกเป็นแม่ม่ายเต็มไปหมด บางคนถึงต้องหันไปเล่นของเล่นจากประเทศญี่ปุ่นดังนั้นถ้าคุณผู้ชายยังรักและสงสารคนรักของตัวเองก็จะต้องให้มาดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้นนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพอย่างเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาวไม่ต้องมาเป็นคนโสดกัน การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นคนมีคู่จึงต้องเข้าใจกันในทุกๆเรื่องเพื่อชีวิตคู่ที่ดีต่อไปในอนาคตค่ะ