Proof Platinum II มิติใหม่ของกล้องติดรถยนต์

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนคงมีใครหลายๆคนรอคอยว่าวันนี้เราจะมีสินค้าอินเทรน์แบบไหนมาแนะนำใช้หรือเปล่า สินค้าอินเทรน์ที่จะมาแนะนำให้เพื่อนๆรู้จักวันนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังในการรอคอยเลยค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำสินค้าในเรื่องของกล้องติดรถยนต์ แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็จะเป็นที่สนใจสำหรับใครหลายๆคนที่มีรถยนต์เพราะปัจจุบันนี้จำนวนประชากรของโลกได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวกเร็ว จำนวนรถยนต์บนท้องถนนก็มีการเพิ่มปริมาณแบบแปรผันตรงกับจำนวนประชากร ทุกคนแทบจะมีรถยนต์ในครอบครอง เมื่อรถยนต์เพิ่มปริมาณมากขึ้นในท้องถนนสิ่งที่จะเกิดบนท้องถนนที่เราไม่สามารถที่จะเลี่ยงได้เลย นั้นก็คือในเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนนที่จะเกิดขึ้นนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขับรถชน ขับรถชนคน หรือจะเป็นปัญหาอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดจากรถยนต์นั้นเอง การติดกล้องรถยนต์นั้นเพื่อเป็นการเก็บเป็นหลักฐานต่างๆเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้นเอง สมมติว่าเราขับรถไปชนคนซึ่งที่จริงแล้วคนเดินมาตัดหน้ารถของเราเอง หากไม่มีหลักฐานหรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ เราก็สามารถที่จะตกเป็นจำเลยในเหตุการณ์นี้ได้ แต่เมื่อมีกล้องที่ติดรถเราสามารถนำมาเปิดดูเพื่อใช้มาเป็นหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราเองได้ เพื่อนๆจะเห็นได้แล้วว่าการติดกล้องรถยนต์นั้นมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดเสียอีก เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับกล้องติดรถยนต์ที่มีความสามารถที่แตกต่างออกไปจากรุ่นอื่นๆ เชื่อได้ว่าเพื่อนๆต้องชื่นชอบเป็นอย่างแน่นอนค่ะ

   ในส่วนของติดรถยนต์วันนี้ที่เราจะมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักนั้นจะเป็นกล้องติดรถยนต์รุ่น Proof Platinum II ซึ่งเป็นกล้องติดรถยนต์ที่ได้รับความนิยมและความสนใจเป็นอย่างมาก เรามาดูกันว่าทำไมถึงได้รับความสนใจจากใครๆ สำหรับกล้อง Proof Platinum II เป็นกล้องที่จะช่วยเราขจัดปัญหาในเรื่องของไฟล์ภาพที่ไม่ชัด จากปกติเมื่อเราเอาไฟล์จากกล้องติดรถยนต์มาดูโดยส่วนใหญ่ภาพจะไม่คมชัดเท่าที่ควร แต่ปัญหานี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับกล้องติดรถยนต์รุ่น Proof Platinum II อย่างแน่นอนค่ะ เพราะภาพที่ได้จากกล้องจะมีความคมชัดโดยเฉพาะภาพที่บันทึกในช่วงกลางคืนภาพที่ได้มีความคมชัดมากกว่ารุ่นอื่นๆอย่างแน่นอนค่ะ ลักษณะเด่นของกล้องตัวนี้ที่ทำให้ได้ไฟล์ภาพที่มีชัดนั้นก็เนื่องจากเป็นกล้องบันทึกภาพแบบ Super Clear Full HD 1080P โดยที่จะสามารถถ่ายภาพได้ในระดับของ 12M/ 10M/ 8M/ 5M/ 2M/ VGA/ 1.3M ส่วนจอภาพที่แสดงผลนั้นเป็นจอ LCD ที่มีขนาด 3.0” TFT High Definition Screen นั้นเอง ที่สำคัญแค่นี้ยังไม่พอตัว Sensor ของกล้องเป็น Sony IMX Serie และเรายังพบว่าในส่วนของตัวเลนส์นั้นเลนส์ 6 เลนส์ภายในกล้องอีกด้วยสามารถที่จะมองได้กว้างถึง 175 องศาเลยก็ว่าได้ ในส่วนของการบันทึกภาพเป็นการบันทึกภาพแบบ Loop ซึ่งเมื่อหน่วยความจำของเราเต็มนั้นกล้องจะทำการลบไฟล์เริ่มต้นและเริ่มบันทึกภาพต่อให้โดยอัตโนมัติเลยค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่น่าสนใจโดยที่เราจะได้ไม่พลาดอะไรที่สำคัญไปนั้นเอง ในส่วนของข้อมูลต่างๆจะถูกเก็บไว้ใน Micro SD/ TF Card สามารถที่จะรองรับได้สูงสุดที่ 64 GB โหมดการถ่ายภาพในช่วงกลางคืนก็ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของความคมชัดของภาพเพราะเป็นคุณภาพในระดับ Super Night Vision ส่วนแบตเตอรี่ของกล้องนั้นสามารถที่จะใช้ในการบันทึกภาพได้ 1 ชั่วโมงโดยที่ไม่มีการชาร์จได้ หากเพื่อนๆถามถึงจุดเด่นของกล้องติดรถยนต์รุ่น Proof Platinum II ที่มีความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆอย่างไรนั้นก็คงจะเป็นในส่วนของชุดเลนส์ที่เป็นเลนส์ 6 ชั้นนั้นเอง และมาพร้องกับตัว Sensor Sony IMX Serie ที่สามารถมองมุมกว้างได้ถึง 175 องศานั้นเองที่เป็นความแตกต่างจากกล้องในรุ่นอื่นๆนั้นเอง ที่สำคัญในเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตนั้นเป็นอะลูมินเนี่ยมที่ให้ความรู้สึกพลีเมี่ยมไปอีกค่ะ เมื่อเรานำมาติดตั้งในรถยนต์เมื่อใช้งานจริงนั้นกล้องรุ่น Proof Platinum II มีความกะทัดรัดไม่บังทัศนะวิสัยของคนขับเลย ที่สำคัญไฟล์ภาพที่ได้มีความคมชัด

   เพื่อนๆจะเห็นได้ว่า Proof Platinum II เป็นกล้องติดรถยนต์ที่สร้างมุมมองและมิติใหม่สำหรับการติดกล้องรถยนต์ ทั้งหมดที่ได้แนะนำและรีวิวมานี้เชื่อได้ว่าคงเป็นที่ถูกใจใครหลายๆคนอย่างแน่นอนค่ะ หากเพื่อนๆคนไหนที่มีรถยนต์ดิฉันของแนะนำให้เลยค่ะว่าควรที่จะหามาติดรถยนต์ไว้ เพราะเราไม่ทราบได้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นกับเราในตอนไหน หากติดไว้ในรถยนต์ของเรานั้นอย่างน้อยเมื่อเกิดปัญหาหรือรื่องต่างๆขึ้นมาอย่างน้อยมันก็อาจที่จะช่วยเหลือเราได้นั้นเอง

รีวิว หูฟังบลูทูธ Remax S3 Sport C;lip-on Bluetooth 4.0 เสียงจะเทพแค่ไหนมาทดสอบกัน

 

   สำหรับการรีวิว gadget ตัวใหม่ของเราใน 108plaza เว็บไซต์ที่รวบรวมการรีวิวสินค้าทุกอย่าง ผลิตภัณพ์ทุกชนิด มาไว้ที่นี่ที่เดียวเลย เรียกว่าได้ค้นหาข้อมูลและอ่านรีวิวกันได้อย่างจุใจ แต่ในตอนนี้ แอดมินจะพาไปทำการทดสอบหรือการรีวิวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้เลยครับ Remax S3 เป็นหัวฟังบลูทูธแบบ sport clip-on headset ที่เอาไว้ให้ทุกคนได้ใช้งานกันแบบง่ายๆ สะดวก แต่เรื่องของคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรนั้น ไปรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   ก่อนที่จะไปดูเรื่องของคุณภาพเสียงเจ้าตัวหูฟังบลูทูธที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็จะพาไปดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ รวมไปถึงรายละเอียดภายนอกของตัวหูฟังกันสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ ก็เป็นบลูทูธที่ใช้เป็น v4.0 ก็ให้การเชื่อมต่อที่เสถียรแล้วก็ไกลด้วย ใครที่เคยอ่านรีวิวของแอดมินมาหลายๆ ตอนจะรู้ดีนะครับว่า v4.0 เนี่ยมันคืออะไร แล้วมีแตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อย่างไรสำหรับตัวบลูทูธนะครับ สำหรับตัวการใช้งาน เมื่อมีไฟจากแบตเตอร์รี่เต็มเลยเนี่ยนะครับ จะสามารถเปิดสแตนบายได้นานถึง 12 วันเลยทีเดียว แล้วการใช้งานต่อเนื่องแบบคุยโทรศัพท์นั้น สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันนาน 10 ชั่วโมง แล้วก็ใช้ในการฟังเพลง ในด้านความบันเทิงต่างๆ เอาไว้ดูซีรี่ย์ ดูหนัง อะไรแบบนี้ผ่านสมาร์ทโฟนก็ใช้งานได้นานติดต่อกัน 8 ชั่วโมง หรือ บางท่านก็อาจจะได้ท่านกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานนะครับ ตัวนี้แบตเตอร์รี่ค่อนข้างให้มาเยอะครับ แต่เท่าที่แอดมินดูรายละเอียดรอบๆ กล่องแล้ว ไม่มีบอกสเปคมาว่าความจุแบตเตอร์รี่ให้มาเท่าไหร่นะครับ จากนั้นก็เปิดกล่องออกมา ก็จะมีตัวหูฟัง ตัวรับสัญญาณบลูทูธ แล้วก็จุกยางให้มา 3 ขนาดด้วยกัน ก็มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ อันนี้ก็เลือกกันตามสบายเลยว่าหูเราเหมาะกับจุกยางขนาดไหน แล้วก็มีคู่มือการใช้งานมา กับ ใบรับประกัน แล้วก็จะมีตัว clip-on มาให้ ถามว่าตัวคลิปออน มันคืออะไร มันก็คือตัวรับสัญญาณบลูทูธที่แอดมินได้บอกไปแล้วนะครับ ตัวนี้แหละครับที่เราจะต้องใช้ฝนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงต่างๆ ที่มีตัวบลูทูธปล่อยออกมาได้ ก็จะใช้ในการปล่อยบลูทูธ แล้วก็มีแบตเตอร์รี่อยู่ในตัวคลิปออนนี้ด้วย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเอาหูฟัง remax S3 ตัวนี้มาเสียบกับตัวคลิปออนตัวนี้ก็ได้นะครับ เราสามารถที่จะหาหูฟังที่ราคาแพงๆ ดีๆ กว่านี้มาเสียบกับตัวคลิปออนตัวนี้ก็ได้เช่นกัน สำหรับคนหูเทพ หูทองทั้งหลาย ก็ไปหาหูฟังราคาแพงๆ คุณภาพดีๆ มาฟังก็ได้

   มาดูตัว clip-on กันนิดหนึ่งดีกว่าครับ ด้านบนก็จะมีที่เสียบสายแจ็ค 3.5 มม. แล้วก็เสียบสายชาร์จ micro USb ด้านล่างก็จะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง แล้วก็ปุ่มเลื่อนเพลง ด้านหลังก็จะเป็นริปหนีบกับปกเสื้อหรือว่าตามที่ต่างๆ ไม่ให้ตก ถัดมาก็เป็นตัวหูฟังที่ให้มาในกล่องกันบ้าง จุดเด่นของตัวหูฟัง Awei S3 ตัวนี้ที่มันใช้งานได้ค่อนข้างนานเนี่ย ก็คือว่า มันย้ายตัวแบตมาไว้ที่ตรงไมค์โครโฟนนั้นเอง ทำให้มีพื้นที่ใส่แบตได้เยอะขึ้น ปกติในหลายๆ รุ่นจะเอาแบตไว้ที่ตัวดานหลังหูฟังเลย ก็ทำให้พื้นที่มันน้อย แล้วหูฟังก็ใหญ่ แล้วก็หนัก ทำให้มันหลุดออกจากหูได้ง่าย แต่ตัวนี้ย้ายมาที่ไมค์ ก็ทำให้ใช้งานได้ดีขึ้นครับ หูฟังก็เบา มีขนาดเล็กลง แต่เรื่องของเสียงน้นต้องมาทดสอบกันอีกครั้งหนึ่ง วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ ก็เปิดสับสวิทย์ on ที่ตรงตัว clip-on แล้วจากนั้นก็รอให้ไฟมันกระพริบ ก็เชื่อมต่อบลูทูธ เมื่อไฟมันค้างก็แปลว่าเราเชื่อมต่อหรือจับคู่บลูทูธได้แล้ว เท่านี้เองกับการใช้งานนะครับ

   ในส่วนสุดท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ของเราในครั้งนี้ สำหรับตัวหูฟังบลูทูธ Remax S3 clip-on ตัวนี้ก็คือเรื่องของคุณภาพเสียงที่ได้จากการฟังเพลงนั้นเอง ซึ่งก็ต้องบอกว่าหลังจากที่แอดมินได้ทดสอบแล้ว ทีแรกคิดว่ามันเป็นหูฟังธรรมดาๆ ไม่มีแม่เหล็กหนีบ ไม่มีซองใส่มาให้ แต่เสียงค่อนข้างประทับใจว่ากันอย่างงี้เลย เสียงเบสดีครับ แบ่งย่านได้ดี ไม่ดังเกนิกว่าที่จะไปรบกวนเสียงในย่านอื่น คือหูฟังเสียอย่างหนึ่ง ถ้าบางทีเบสมาแรงเกิน เราฟังแล้วเสียงกลาง เสียงแหลม บางทีไม่ชัดเจน ไม่เคลียร์ แต่หูฟังตัวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นครับ ถือว่าเป็นหูฟังบลูทูธตัวหนึ่งที่น่าฟังเลยทีเดียว

รีวิว ลำโพงบลูทูธ Edifier Luna Eclipse E25HD รุ่นใหม่เพิ่มฟังก์ชั่นแบบ Optical

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ที่คอยติดตามกันรีวิวลำโพงบลูทูธในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อที่นี่ที่เดียว 108plaza ที่ได้รวบรวมการรีวิวเอาไว้มากที่สุดเลย รวมไปถึง gadget อื่นๆ ที่มีเปิดตัวมากันใหม่ๆ ก็มีรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วย แต่สำหรับในตอนนี้เราจะอยู่กับบลำโพงบลูทูธตัวนี้เลย

   ลำโพงบลูทูธที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้คือ Edifier Luna Eclipes E25HD นั้นเองครับ ก็เป็นลำโพงบลูทูธตัวหนึ่งที่ถูกปรับปรุง พัฒนา เรื่องของคุณภาพจากรุ่นเดิมมาพอสมควร รูปร่างลักษณะก็จะเป็นเหมือนกับรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนที่เพือ่นๆ เห็นอยู่นี้นะครับ เรื่องของฟังก์ชั่นที่เขียนติดเอวข้างๆ กล่องก็จะบอกไว้ว่าสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ เวอร์ชั่น 4.0 ได้ ถัดมาก็จะเชื่อมต่อแบบ optical ได้ด้วย แล้วก็จะมีช่องเสียบสาย AUX input แบบ 3.5 มม. ได้ด้วย แล้วก็มีรีโมทคอนโทรนมาให้ด้วย กำลังขับก็จะอยู่ที่ 74 wrms ด้านในก็จะมีวงจรที่จะช่วยในการขับเสียงได้ดีขึ้นแบบ DSP มาให้ด้วย ส่วนปุ่มสั่งการที่ตัวเครื่องก็จะเป็นแบบ touch screen ด้วยนั้นเอง ส่วนตัวลำโพงบลูทูธที่เปิดตัวออกมารุ่นใหม่นี้ ก็จะมีสีให้เลือกได้แก่ สีดำ สีขาว สีส้ม แล้วก็สีฟ้า นั้นเอง ก็เลือกซื้อเลือกหากันได้ตามความชอบถ้าท่านอยากจะได้นะครับ เมื่อแกะกล่องออกมาแล้ว จะเห็นว่ามีหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์นี้ ก็คือการรับประกันตัวสินค้า จะรับประกันนานถึง 2 ปีกันเลยทีเดียว ก็ถือว่าคุ้มค้าเลยในเรื่องของการการันตี ข้างในกล่องก็จะมีตัวลำโพงที่ห่อด้วยผ้ากันรอยขีดข่วนอีกชั้นหนึ่ง แล้วก็มีคู่มือการใช้งานพร้อมกับตัวรีโมทคอนโทรนอยู่ด้านใน เมื่อเปิดผ้าที่ห่อมาดู ก็จะเป็นว่าเป็นลำโพงแบบหน้าเปิด ที่ไม่มีตะแกรงมาให้ เป็นการออกแบบดีไซน์มาแบบนี้นะครับ อย่าตกใจ ก็สวยดีนะครับ เป็นแบบลำโพงคู่แบบนี้มาให้เลย ในส่วนของตัวลำโพงนั้นก็จะเป็นดอกลำโพงที่ให้เสีย woofer ขนาด 3 นิ้ว แล้วก็ลำโพงที่ให้เสียงแหลมขนาด 19 มม.แล้วด้านหลังก็เป็นการดีไซต์มิติเสียงเบสแบบเฉพาะของทาง edifier เลย ก็คือมีลำโพงแบบ subwoofer ที่ให้เสียงเบสอยู่ด้านหลังถึง 2 ตัวด้วยกัน ทำให้ย่านความถี่ต่ำหรือเสียงเบสนั้น บอกเลยว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วก่อนที่จะมาทำรีวิวนี้ขึ้นมา แต่ในช่วงหลังๆ จะรีวิวให้ได้อ่านกันว่ามันไม่ธรรมดาอย่างไรนะครับ

   เนื่องจากลำโพงรุ่นนี้มี 2 ตัว ซึ่งถ้าสังเกตง่ายๆ ลำโพงที่ต้องวางด้านซ้ายจะเห็นว่าด้านหลังจะไม่มีอะไร แต่ด้านขวาข้างหลังนั้นจะมีปุ่มควบคุมและก็พอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ อยู่ด้านหลัง ก็วางตำแหน่งกันให้ถูกด้วยนะครับ ซึ่งด้านหลังก็จะมีช่องเสียบ AUX แบบ 3.5 แล้วก็จะเป็นการเสียบแบบ optical ในรูเดียวกันไปเลย แล้วก็จะมีช่องเสียบ DC input แล้วก็ถัดมาด้านล่างก็จะมีช่องเสียบสายที่จะโยงไปหาลำโพงด้านซ้ายนั้นเอง ซึ่งสายที่เชื่อมต่ต่างๆ ก็จะมีแถมมาให้ในกล่องก็จะเป็นสาย เพาเวอร์อแด็ปเตอร์ แล้วก็สายแบบ optical หลายคนสงสัยว่าต่อแบบ optical คืออะไร ต่ออย่างไง ง่ายๆ ครับ มันก็จะคล้ายๆ กับสาย 3.5 มม. นี่แหละครับ แต่มันสามารถเชื่อมต่อกับพวกทีวี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี เครื่องเสียงที่เป็นเครื่องเล่นต่างๆ ได้ทั้งหมดเลย คือเครื่องเล่นพวกนี้จะไม่มีตัวบลูทูธ ถ้าไม่ใช้สายก็จะเชื่อมต่อไม่ได้ แต่บางทีเราซื้อลำโพงบลูทูธมาแล้ว เอาไว้ฟังในบ้าน แล้วก็เป็นลำโพงแบบ 2 ตัวแยกกันแบบนี้ ก็คงไม่มีใครเอาไปพกพาไปที่ต่างๆ หรอกนะครับ ก็คงใช้ฟังในบ้านเพราะ เบสหนักๆ กันแบบนี้ เอาไว้ดูหนังกับกล่องรับสัญญาณ เอาไว้ฟังเพลง อะไรแบบนี้ก็จะสะดวกทั้งการใช้บลูทูธ แล้วก็ เครื่องเล่นต่างๆ นั้นเองนะครับ

   สำหรับในช่วงท้ายๆ ของการริวิวแบบนี้ เพื่อนๆ ก็อาจจะทราบว่าลำโพงบลูทูธตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ราคาที่ทราบมาอยู่ที่ 8,xxx บาท ซึ่งก็ลองไปหาราคาที่มันต่อกว่านี้ก็จะดีสำหรับบางร้านที่จัดโปรอยู่นะครับ เรื่องสุดท้ายที่จะไม่พูดเลยไม่ได้ ก็คือ เรื่องของมิติเสียงที่แอดมินได้ทดสอบใช้งานมา จะบอกว่าลำโพงบลูทูธ Edifier ตัวนี้มันตอบโจทย์สำหรับลำโพงที่ฟังในบ้านได้ดีเลย คือมีทุกย่านความถี่ที่ตอบรับ ย่านต่ำ เสียงเบสก็มีหนักแน่นดี คือเบสเกินตัวอีกหนึ่งรุ่นเลย ดีไซน์ก็สวย เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านได้ เสียงกลางเสียงแหลมคมชัด เคลียร์ แต่แอดมินเองก็มองว่าราคาอาจจะยังสูงไปนิดหนึ่ง เพราะราคาเกือบๆ หมื่นเราก็อาจจะไปมองเครื่องเสียงที่เป็นโฮมเทียร์เตอร์ที่ร้องเพลงคาราโอเกะได้เลยแบบนั้นเอาไว้ติดบ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเหมือนกัน แต่ใครที่ชอบลำโพงแนวนี้พูดถึงเรื่องคุณภาพ แอดมินว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียว