รีวิว SEIKO DIVER SKX007K2 นาฬิกาในตำนานที่หายกอีกหนึ่งรุ่นที่ควรสะสม

 

   ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะแตกต่างจากตอนอื่นๆ ไปเล็กน้อยนะครับ ซึ่งในการรีวิวตอนนี้จะเป็นการรีวิวของเก่าหายาก ไม่เหมือนกับทุกๆ ตอนที่เป็นสินค้าเปิดตัวมาใหม่ ที่อยู่ในเทรนด์ แต่ครั้งนี้ ก็ถือว่าอยู่ในเทรนด์แล้วก็เป็นของเก่าที่ควรสะสม โดยเฉพาะคนที่ชอบสะสมนาฬิการุ่นที่หายาก แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของแบรนด์ SEIKO ด้วยเนี่ยนะครับ ถือว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

   ในครั้งนี้เราอยู่กับนาฬิกาในตำนานที่หายาก แล้วก็ไม่ค่อยมีร้านทั่วไปวางจำหน่ายแล้ว แล้วทางบริษัท SEIKO เองก็ไม่มีผลิตออกมาแล้ว แต่ด้วยความที่มันดูพรีเมี่ยม ดูหรูหรา แล้วก็มีความเป็นมา ก็เลยเป็นนาฬิกาอีกรุ่นหนึ่งที่นักสะสมชอบ เราอยู่กับนาฬิการุ่นนี้ครบ SEIKO DIVER SKX007K2 นั้นเองครับ อย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นในรูปนะครับ เรียกว่ามีความสวยงามดีเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครเคยจำรุ่นนี้ได้ แรกๆ เลยจะเรียกชื่อรุ่นกันว่าเป็ฯรุ่น สกรูบ้า 200 เมตร ซึ่งตามจริงแล้ว นาฬิการุ่นนี้เคยผลิตมาครั้งแรกเลยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนหน้านี้อีกนะครับ แล้วก็ได้รับความนิยมในช่วงนั้นมากเลย แต่พอหลังๆ มาก็ไม่ค่อยมีผลิตออกมาขายอีก แต่พอดีว่าในครั้งนี้เราได้รับตัวสินค้าที่ยังพอจะหาได้อยู่ แล้วก็มีวางขายเพียงไม่กี่ร้าน ณ ตอนนี้ ซึ่งเจ้าของร้านใจดีมากเลย ยอมให้เรามารีวิวในครั้งนี้นะครับ

   ที่นี้มาดูรายละเอียดของนาฬิการุ่นนี้กันแบบละเอียดๆ กันเลยดีกว่าครับ เรื่องของดีไซน์เนี่ยโดยรูปลักษณ์แล้วก็จะอย่างที่เพื่อนๆ เห็นในรูปนะครับ แต่หนึ่งจุดที่ต้องรีวิวบอกกันก็คือ ตัวเม็ดมะยมที่จะเอาไว้ปรบตั้งค่าของนาฬิการุ่นนี้จะไม่เหมือนชาวบ้านเค้านะครับ จะต้องใช้การปรับที่เป็นคนละแบบกัน คือการดึงเม็ดมะยมของรุ่นอื่นๆ ทั่วไป เราก็จะดึงออกมาได้เลย หนึ่งขั้น สองขั้นว่ากันไป แล้วก็หมุนปรับ ใช่ไหมครับ แต่ของนาฬิการุ่นนี้ เราต้องหมุนถอยหลังออกมาเรื่อยๆ นิดหนึ่งก่อน มันมีมีเสียงดังขึ้นมา คือเราหมุนถอยหลังมาก็คล้ายๆ กับครายน็อตที่เป็นสปริงนะครับ พอครายได้ที่แล้วสปริงก็จะดิดออกมา พอดิดออกมาขั้นแรก หมุนไปข้างหน้าจะเป็นการปรับตั้งค่าวันที่ พอหมุนถอยหลังจะเป็นโหมดแสดงวันที่เป็นตัวเลขหรือว่าเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษนะครับ สามารถเลือกได้สองแบบ แล้วก็ดึงเม็ดมะยมออกมาอีกขั้นหนึ่ง ก็จะเป็นการปรับตั้งค่าตัวเข็มนาฬิกาเพื่อตั้งเวลานะครับ รายละเอียดถัดมาตรงบริเวณหน้าปัดนาฬิกา รอบๆ หน้าปัดเนี่ยจะมีหลายน้ำที่ในเวลากลางคืน ที่มันมีแสงสะท้อนนิดๆ เนี่ยมันจะเริองแสงเป็นสีเขียวสะท้อนแสงออกมา ดูสวยงาม แล้วก็มองตอนกลางคืนได้ ส่วนตัวสายนาฬิกาเรือนนี้เป็นแบบสายที่เรียกกันว่าสายแบบ จิวเวอร์รี่ ส่วนด้านหลังของตัวนาฬิกาก็จะเป็นแบบฝาเต็ม มีรูปปลาเห็นชัดเจน แล้วก็บอกเอาไว้ว่ากันน้ำได้ 200 เมตร แล้วระบบการทำงานของนากาตัวนี้ไม่ได้ใช้ถ่านนะครับ เป็นนาฬิกาแบบ ออโตเมติกส์ ต้องอาศัยการเขย่า การเคลื่อนไหว คือต้องสวมใส่เอาไว้ประจำ ถ้าถอดนานๆ พลังงานที่เก็บจากตัวพลังงานกลที่ในตัวเรือนนาฬิกาจะหมด ก็จะหยุดเดินไปเอง เราก็ต้องมาเขย่า มาใส่ให้มันเคลื่อนไหวก็จะกลับมาเดือนอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็อยากจะแนะนำสำหรับคนที่ใช้นาฬิกาแบบนี้สักนิดหนึ่ง บางคนเขย่านาฬิกา ต้องเขย่าแบบว่าเอาไปเคาะๆ กับอะไรสักอย่างหนึ่ง แบบนั้นไม่ใช่นะครับ บางทีเคาะแรงไปอาจจะเสียหายได้ด้วย เราก็เขย่าแบบว่าให้มันวนๆ เป็นวงกลมก็พอแล้วครับ แค่นี้ระบบพลังกลข้างในก็ทำงานแล้ว

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของนาฬิกา SEIKO หลายๆ รุ่นที่ทำมาเป็นเหล็กนะครับ จะเห็นได้ว่ามันไม่ค่อยเป็นรอย เป็นเหล็กที่เนื้อดี ไปวางที่ต่างๆ บางทียี่ห้ออื่นจะเป็นรอยขีดข่วน แต่ของ SEIKO เองไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ จากประสบการร์ใช้งานเองนะครับ และอีกหนึ่งจุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ เหมาะสำหรับคนที่ชอบดำน้ำลึก แบบที่มีถังออกซิเจน ตัวขอบนาฬิการุ่นนี้จะหมุนได้ เราสามารถเช็คว่าเราดำน้ำได้กี่นาทีจากตัวถังออกซิเจน ซึ่งเราไม่ต้องไปจำว่าเราดำลงไปกี่นาทีแล้ว แต่เราใช้ขอบนาฬิกาที่หมุนได้เนี่ยเป็นตัวนับเวลาถอยหลังให้เรา อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างชอบแล้วก็อยากจะมีไว้สะสมเช่นกันนะครับ

Review Acer K242HL Monitor จอมอนิเตอร์ราคาเบาๆ แต่คุณภาพจอระดับ Full HD

   สำหรับใครที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์หน้าจอใหญ่ๆ คุณภาพดี ความละเอียดของหน้าจอสามารถเอาไปเล่นเกมส์ได้ สามารถเอาไปใช้งานทางด้านกราฟฟิกได้ แล้วที่สำคัญก็คือว่า ราคาไม่แพงด้วย ใครที่อยากจะได้คุณสมบัติแบบนี้บ้าง ต้องมาที่นี่ครับ 108plaza ของเรานี่แหละครับ เราไม่ได้ขายนะครับ แต่เราจะรีวิวให้ทุกท่านดูว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราพูดถึงนั้น มันดีจริงหรือไม่ แล้วใช้งานเป็นอย่างไร เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ นั้นเองครับ ไม่รอช้า เดี่ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

   สำหรับหน้าจอมอนิเตอร์ของทาง acer เครื่องนี้มีขนาด 24 นิ้วครับ แล้วก็มีชื่อรุ่นว่า acer K242HL นั้นเองครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าปัจจัยหลักๆ ของการเลือกหน้าจอเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ใช้งานมันมีอยู่ไม่กี่ข้อหรอกครับ อย่างเช่น เอาไปไว้ดูหนัง เล่นเกมส์ หรือ เอาไปใช้ทำงานทั่วไปหรืองานแบบขั้นสูง งานทางด้านกราฟฟิก อะไรแบบนี้นะครับ แล้วอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องของ งบ หรือตัวเงินที่จะมีไว้ซื้อว่ามีงบอยู่เท่าไหร่นั้นเอง แต่ถ้าหลังจากที่ได้อ่านรีวิวหน้าจอรุ่นนี้เสร้จแล้ว เดี่ยวเราจะมาสรุปกันอีกทีว่ามันน่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้างนะครับ

   มาดูเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องกันเบื้องต้นสักนิดหนึ่งก่อนดีกว่าครับ ก็เรียกว่ามันมีความสวยงามดีครับ ตัวขอบจอนั้นมีขนาดค่อนข้างบางดีเลยทีเดียว แล้วก็ขอบจอนั้นเป็นสีดำเงา แบบกรอสซี่ด้วย แล้วหน้าจอของ acer รุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบสีด้าน ซึ่งข้อดีของการเป็นหน้าจอแบบนี้เนี่ยนะครับ มันจะช่วยลดการสะท้อนของแสงลงมาได้ หลายคนคงจะเคยใช้หน้าจอที่มันเป็นกระจก ที่เวลาเราไปใช้ตามที่ต่างๆ ที่มีหน้าต่างเยอะๆ มีการเปิดไฟหลายๆ ดวง ในพื้นที่บริเวณนั้น มันจะเห็นเป็นเงาสะท้อนกลับมาหมดเลย แล้วทำให้การมองหน้าจอนั้นไม่ดีเท่าที่ควรนั้นเองนะครับ แต่หน้าจอตัวนี้เป็นแบบสีด้าน ก็ช่วยลดเรื่องการสะท้อนแบบนี้ไปได้เยอะเลยทีเดียวครับ ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า TN film เป็นการใช้ความบางของหน้าจอแบบพิเศษ ดังนั้นเรื่องความบางของหน้าจอ ความเบาของหน้าจอ มีให้มาครบเลย หน้าจอตัวนี้สามารถทำมุมก้มได้ที่ 5 องศา แล้วก็ทำมุมเงยได้ถึง 25 องศา แล้วก็สามารถมองทางด้านข้าง ทั้งด้านซ้าย แล้วก็ด้านขวาเนี่ย ได้มากถึง 170 องศา แล้วก็มุมมองทางด้านตรง แบบที่ไม่ต้องปรับจอก้มหรือเงย สามารถมองได้ 120 องศา ถามว่าการใช้งาน จริงๆ แล้วเราไม่ได้ไปวัดหรอกครับว่ามันกี่องศา ถูกต้องไหมครับ แต่ทีนี้เรามาดูการใช้งานจริงๆ ว่าเมื่อเรามองทางด้านข้าง มองทางด้านบนลงมา คือไม่ได้มองในตำแหน่งตรงๆ จากหน้าจอเลย มันเห็นได้ชัดเจนไหม คำตอบหคือ ชัดเจนดีครับ สีสันไม่ผิดเพี้ยน แล้วก็สามารถดูรายละเอียดบนจอได้ครบถ้วนดีครับ ก็ถือว่ามุมมองของจอนี้ทำมาดีเลยทีเดียวครับ ทีนี้หันมาดูด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้างนะครับ ด้านหลังจะทำเป็นแบบสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเลยเป็นตรงบริเวณขอบจอรอบๆ เลย จะเป็นการขัดลายเป็นพื้นผิวสีดำ ส่วนตรงกลางจะทำนูนออกมา ด้านในก็จะเป็นภาคจ่ายไฟที่เป็นแบบสวิทช์ชิ่งพื้นผิวสีดำเหมือนกัน ตรงกลางก็จะมีโลโก้ของทาง เอเซอร์ เป็นสีดำเงาแบบกรอสซี่เช่นเดียวกัน ก็เรียกว่าดีไซน์ตรงเครื่องนั้นดูสวยงามดีเลยทีเดียวครับ

   มาดูเรื่องของพอร์ดการเชื่อมต่อกันบ้างนะครับ เป็นการใช้งานอย่างหนึ่งที่สำคัญของตัวหน้าจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว ซึ่งด้านหลังของจอก็ให้เป็นพอร์ดแบบ DVID มา 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็เป็นพอร์ดแบบ VGA 15 pin มาให้อีก 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็จะเป็นช่องเสียบปลั๊กไฟเลี้ยงที่เสียบกับไฟบ้านปกตินี่แหละนะครับให้มาอีก 1 พอร์ดปกติเช่นกัน ซึ่งพอร์ดการเชื่อมต่อก็มีแค่นี้เองนะครับ ก็คือใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี หรือว่า โน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ด VGA เป็นหลักนะครับ ยังไม่มี HDMI หรือว่าพอร์ดอื่นๆ ถัดมาด้านล่างครับ ตรงที่เป็นเสาตั้งฐานของจอ จากที่เห็นในรูปนะครับ ก็จะเป็นเสาเอียงขึ้นมายึดกับตัวหน้าจอเอาไว้ แล้วก็มีฐานที่เป็นสีดำกรอสซี่ครึ่งหนึ่ง แล้วก็อีกครึ่งหนึ่งด้านหลังเป็นสีดำเงาแบบขัดลายนั้นเอง ที่นี้มาดูเรื่องของสเปคหน้าจออย่างละเอียดกันสักนิดหนึ่งครับ ขนาดหน้าจอก็อย่างที่บอกไป 24 นิ้ว

   ถัดมาก็เป็นตัว Panel type Twist nematic film panel ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1920*1080p อัตราส่วนของจอแบบ 16.9 Refresh rate 60Hz Brightmess 250 cd/m2 ก็ต้องบอกอย่างนี้ในช่วงท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ว่ามันเป็นตัวที่เหมาะกับการใช้งานทั้งเล่นเกมส์ ดูหนัง แล้วก็ทำงานได้กราฟฟิกได้ดีเลยทีเดียวครับ ใครสนใจก็ลองไปหาดูตัวจริงกันได้ที่ศูนย์บริการต่างๆ ได้เลยครับ

รีวิว กระทะไฟฟา HANABISHI รุ่น HEP-16SG กระทะแดงที่ใครๆ ก็คุ้นชิน

   108plaza ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นเครื่องครัว ใช้กับคนที่อยู่ในคอนโดหรืออาพาธเม้นท์ต่างๆ ที่ไม่ได้มีห้องครัวที่ใหญ่หรือว่าพื้นที่กว้างๆ ที่จะต้องวางเตาแก๊สและเครื่องครัวอื่นๆ อีกมากมายที่มันไม่ค่อยสะดวกนักนะครับ ก็เลยเอากระทะไฟฟ้าที่มีเพียงใบเดียวก็ทำได้หลากหลายเมนูอาหารเช่นเดียวกัน เดี่ยวไปดูกันว่ากระทะไฟฟ้าที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เป็นอย่างไรกันบ้างนะครับ

   แน่นอนว่าถ้าเป็นกระทะสีแดงแบบนี้ หลายคนที่คุ้นชินกันมาตั้งแต่เด็กๆ ที่มักจะใช้กระทะไฟฟ้าแบบนี้ แต่รูปทรงอาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตพอสมควร แต่ก็ยังคงเป็นสีแดงแบบนี้นะครับ ซึ่งกระทะไฟฟ้าตัวนี้มีชื่อแบรนด์ว่า HANABISHI รุ่น HEP-16SG นั้นเองครับ ซึ่งกระทะไฟฟ้าตัวนีมีขนาดอยู่ที่ความกว้างของรัศมีของขอบกระทะนั้นอยู่ที่ 12 นิ้ว ถามว่ากว้างมากไหม 12 นิ้ว ก็ประมาณ 1 ไม้บรรทัดนะครับ ก็เอาไว้ทำอาหารได้เกือบทุกชนิดเลย แต่ถามว่ามันกว้างเท่ากับกระทะที่มีขายตามท้องตลาดไหม อันนี้ไม่ใหญ่ขนาดนั้นนะครับ ในส่วนขะกระทะนั้นก็เคลือบอลูมิเนียมมาแบบเงา ถัดมาก็มาดูที่ตัวปรับระดับความร้อนของไฟที่จะทำให้กระทะนั้นมีความร้อนได้ถึง 5 ระดับเลย ก็จะเห็นว่ามีปุ่มหมุนปรับระดับอยู่ตรงด้านหน้าของรูปภาพที่เรานำเสนอไปด้านบนนะครับ แต่ดูเหมือนว่ากระทะไฟฟ้าใบนี้จะสามารถปรับระดับความร้อนได้ค่อนข้างมากเหมือนกับ ถ้าเราเร่งที่ระดับความร้อนสูงสุดเนี่ยนะครับ จะสามารถทำความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่มันเพิ่มขึ้นมา ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักหรือว่า สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมกระทะไฟฟ้าใบนี้มีให้มาถึง 2 ชั้นด้วยกัน ปกติที่เราเป็นกระทะไฟฟ้าที่เคยใช้เมื่อก่อนนั้น ก็มีเพียงแค่ตัวกระทะเท่านั้น เอาไว้ทอด เอาไว้ต้ม อย่างเดียว ชั้นเดียว แต่กระทะไฟฟ้ารุ่น HEP-16SG ใบนี้มีชั้นด้านบนที่เป็นชั้นนึ้งมาให้ด้วยครับ เป็นชั้นนึ้งที่มีขนาด 12 นิ้วเหมือนกัน วางทันอยู่ด้านบนในรูปอย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็น ด้านในก็จะเจาะเป็นรูแบบให้ความร้อนที่เป็นไอร้อนได้กระจายขึ้นไปสู่ชั้นนึ้งด้านบนนะครับ ก็เหมือนกับเรามีหม้อนึ้งทั่วไปที่มีหลายๆ ชั้นนันแหละนะครับ ด้านบนก็จะมีฝาแก้วปิดมาให้ด้วย ก็เป็นฝาปิดแก้วอย่างหนาเลยทีเดียว ก็ดูแข็งแรงดีครับ แต่ก็ต้องระวังห้าทำตกแตกนะครับ เพราะเป็นแก้วหนาที่ทนความร้อนได้ แล้วก็สามารถมองเห็นอาหารที่อยู่ด้านในได้ แต่ชั้นนึ้งด้านบนนี้ ใครที่มีลูกน้อย ก็สามารถเอาไปนึ้งขวดนมเพื่อทำความสะอาดเชื้อโรคได้เช่นกัน

   หลังจากที่เราได้ตรวจสอบถึงคุณภาพในการผลิตกระทะใบนี้แล้ว ก็พบว่าคุณภาพดีเลยทีเดยวครับ วิธีการเช็ครายละเอียดของการผลิตกระทะนั้น ก้ง่ายๆ ครับ เราจะต้องดูที่ด้านในกระทะที่เป็นตัวที่เคลือบอลูมิเนียมไว้ ที่เป็นส่วนของกระทะจริงๆ เนี่ยนะครับ อย่างแรกเลย ดูว่าเคลือบอลูมิเนียมหรือเคลือบสารอื่นๆ ที่มันดีกว่านี้ อย่างปัจจุบันนี้มีกระทะแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันก็ทอดได้ แต่เคลือบสารที่ดีกว่าอลูมิเนียมที่เป็นกระทะที่เรานำมารีวิวครั้งนี้นะครับ อันนี้แบบราคาถูกๆ แต่ถ้าแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันทอดก็ได้นั้น เดี่ยวโอกาสหน้าเราจะหามารีวิวกันนะครับ แต่สำหรับรุ่น HEP-16SG ตัวนี้ก็ถือว่ามันใช้งานได้ดี เคลือบกระทะมาไม่มีรอยต่อเลย แล้วก็เป็นเหล็กที่หล่อขึ้นรูปมา แบบที่ไม่มีรอยต่อ ซึ่งเราก็ได้เช็คแล้วว่า มันสามารถใช้งานได้ยาวนานพอสมควรนะครับ เพราะว่าในตัวกระทะนั้นไม่มีรอยต่อ เป็นเหล็กขึ้นรูปจริงๆ ถ้ามีรอยต่อนั้น เมื่อใช้ไปนานๆ ความร้อนมันจะทำให้ตรงรอยต่อนั้นแยกออกจากกัน แล้วก็ทำให้กระทะใบนั้นรั่วได้นั้นเอง แต่กระทะที่เรานำมารีวิวตัวก็สามารถใช้งานได้ทนทานดีครับ เมื่อดทสอบคุณภาพไปแล้ว เราก้ได้ทำการทดสอบเรื่องของความร้อนและการใช้งาน ก็พบว่าการเสียบไฟแล้วเราเร่งไปที่ระดับสูงสุดที่ระดับ 5 เลย ก็พบว่ามันร้อนได้ไม่เร็วเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้นานเกินไปครับ ก็คงคิดว่ามันน่าจะเป็นระบบที่ช่วยประหยัดไฟนั้นเอง เพราะว่าถ้าร้อนเร็วๆ จะทำให้กินไฟเยอะขึ้นไปด้วยนะครับ

   สำหรับราคาของ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็อยู่ที่ราคาประมาณ 1,5xx บาท ก็เป็นราคากลางที่ขายกันในท้องตลาดนะครับ แต่ถ้าบางร้านเอามาจัดโปรโมชั่นก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่านี้อีกนะครับ สรุปส่งท้ายสำหรับกระทะไฟฟ้ารุ่นนี้ ก็ถือว่าเป็นกระทะไฟฟ้าที่เหมาะกับใครที่อาศัยอยู่ในห้องพักที่มีพื้นที่กำจัดได้ดีเลยทีเดียวครับ

ReviewApp Parallel Space แอปพลีเคชั่นที่ช่วยให้สมาร์ทโฟน Android เล่น facebook , line ได้หลาย account ในเครื่องเดียว

 

   ใครใช้สมาร์ทโฟน Android อยู่บ้างครับ แล้วใครที่อยากจะมีแอปพลีเคชั่นที่เป็นโซเชียลมีเดียที่เล่นได้หลายๆ บัญชีในเครื่องเดียวบ้าง ในครั้งนี้ 108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นแอปพลีเคชั่นหนึ่งที่ชื่อว่า Parallel space มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในครั้งนี้ แอบกระซิบนิดหนึ่งนะครับว่า ใครที่อยากมีเฟสบุ๊ค หลายๆ อันในเครื่องเดียว ไลน์ หลายๆ บัญชีในเครื่องเดียว ประมาณว่า เฟสบุ๊คบัญชีนี้เอาไว้เล่นกับแฟน เฟสบุ๊คบัญชีนี้เอาไว้เล่นกับกิ๊ก อะไรแบบนี้ มาอ่านข้อมูลทางนี้เลย

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับคนที่ใช้ android นะครับ แต่ใครที่ใช้ IOS ใช้ไอโฟน ใช้แอปเปิ้ล อันนี้ต้องพลาดไปก่อน เพราะว่ามันไม่ได้มีใช้งานกันในแอปพลีเคชั่นที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้นะครับ ก็อย่างที่บอกไปนะครับว่าแอปพลีเคชั่นที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้มีชื่อว่า parallel space ซึ่งปกติแล้ว ไมว่าเราจะใช้งานในโซเชียลมีเดียหลายๆ บริการอย่าง facebook , line twitter ,instragram , หรือ อื่นๆ อีกมากมายเลย ที่เป็นแอปพลีเคชั่นโซเชียลมีเดีย ในยุคนี้ ถ้าเราเล่นในคอมพิวเตอร์ เราก็ login เข้าเล่นได้แค่บัญชีเดียว ถูกต้องไหมครับ เล่นในสมาร์ทดฟน เราก็ login ได้แค่บัญชีเดียวเช่นกัน แต่ถ้าเรามีหลายๆ บัญชีของหลายๆ ผู้ให้บริการละ เราจะทำอย่างไร แน่นอนว่า ถ้าจะเล่นกันแบบหลายๆ บัญชีนั้น เราก็ต้อง login เข้าบัญชีนี้ แล้วก็ logout ออกไปเข้าอีกบัญชีหนึ่ง นี่คือหลายๆ คนทำอยู่ในตอนนี้ แต่บางทีคนส่วนใหญ่มักจะลืมรหัสผ่านกัน ก็เลยทำให้การเล่นในหลายๆ บัญชีนั้น มันไม่ค่อยทำกันในเครื่องเดียว หลายคนจะยอมซื้อสมาร์ทโฟนมาใช้งานหลายๆ เครื่อง บางคนมีกันถึง 3 เครื่อง บางคนก็มากกว่านั้นอีก แต่ในครั้งนี้ก็มีแอปพลีเคชั่นตัวนี้แหละนะครับ ที่จะมาแก้ไขปัญหานี้มาให้

   ซึ่งแอปพลีเคชั่น parallel space นี้เป็นแอปพลีเคชั่นภาษาไทยที่อาจจะเรียกว่า แอป จักรวาลคู่ขนาน นั้นเองนะครับ ซึ่งหลักการทำงานของแอปพลีเคชั่นนี้ก็คือ การสร้างจำลองตัวเครื่องขึ้นมาในหลายๆ เครื่องแต่อยู่ในเครื่องเดียว เปรียบเสมือนว่าสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวแต่มีหลายๆ ร่าง อะไรแบบนั้นเอง เมื่อเราไปดาวน์โฟลดแอปพลีเคชั่นนี้มาจาก google play store แล้ว ก็จะมีแอปพลีเคชั่นตัวนี้ขึ้นมาให้ใช้งานในตัวเครื่อง เหมือนกับการดาวน์โหลดแอปแบบปกติทั่วไปเลย แล้วจากนั้น เราก็เข้าไปที่แอป แล้วจากนั้นก็จะมีให้เลือกว่าเราจะเข้าไปที่ผู้ให้บริการแอปพลีเคชั่นไหน ข้างในนั้นก็จะมีทั้งแอปที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค แล้วก็เกมส์ และก็ผู้ให้บริการอื่นๆ อีกมากมายเลย แล้วจากนั้นเราก็กดเพิ่มที่หน้าแอปของผู้ให้บริการรายนั้น ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการจะเล่น facebook แบบ 2 บัญชี เราก็กดเข้าไปที่ตัวแอป facebook ที่อยู่ข้างในแอป parallel space นี้ มันก็จะมีแอป facebook เพิ่มขึ้นมาให้เราเข้าไป login เข้าไปเล่นอีกหนึ่งบัญชี

   แต่ข้อเสียของการใช้แอปพลีเคชั่น parallel space นี้หรือว่า แอปจักรวาลคู่ขนานนี้ ก็ยังถือว่าไม่ได้สมบูรณ์นักนะครับ เพราะว่าตัวแอปเองถึงแม้จะสามารถเล่นแอปพลีเคชั่นจากหลายๆ บัญชีได้ในเครื่องเดียวแล้ว แต่มันยังไม่สามารถออนไลน์พร้อมกันได้แบบสลับกันใช้งานทันทีเลยแบบนั้นไม่ได้ ยกตัวอยางง่ายๆ ว่า เดี่ยวนี้สมาร์ทโฟนมีฟี่เจอร์ที่เป็นมัลติมีเดีย คือ ใช้งานแบบแบ่งสองหน้าจอพร้อมกัน อะไรแบบนี้ คือเราจะไม่สามารถออนไลน์ facebook ที่สมัครบัญชีผ่านจาก parallel space ได้แบบพร้อมกับ 2 บัญชีได้ แต่เราจะสามารถปิดบัญชีเฟสบุ๊คที่ 1 แล้วก็ไปออนไลน์เฟสบุ๊คบัญชีที่ 2 ขึ้นมาเล่นได้ แบบสลับกันไปกันมา แต่ไม่ต้องไป login เข้าบัญชีนั้น แล้วไป logout เพื่อจะให้เข้าอีกบัญชีหนึ่ง อะไรแบบนี้ไม่ต้อง ก็แค่มันไม่สามารถที่จะออนไลน์พร้อมกันในหน้าจอเดียวได้เท่านั้นเองนะครับ แต่ในอนาคตก็คงไม่แน่ที่ว่า ตัวแอปพลีเคชั่น parallel space นี้จะสามารถออนไลน์ได้พร้อมกันแบบหน้าจอเดียวในหลายบัญชีได้ ก็ไม่แน่ แต่ใครที่อยากจะลองไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันนั้น ก็สามารถดาวน์โหลดได้แล้วในตอนนี้นะครับ

   แต่หลังจากที่ทางทีมงานได้มีการทดสอบใช้งาน gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวในตอนนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันแล้ว ก็พบว่าเมื่อเราได้เพิ่มบัญชีใช้งาน facebook หรือว่าแอปโซเชียลอื่นๆ นั้น ตัวแอป parallel space เองก็อาจจะขอเชื่อมต่อข้อมูลในหลายๆ ส่วนที่เราต้องกดอนุญาติให้เชื่อมต่อได้หลายๆ ด้าน ประมาณว่าอาจจะดูว่าล้วงลึกข้อมูลเรามากสักนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อมูลในเชิงลึกอะไร ใครอยากจะลองก็ไปดาวน์โหลดเล่นกันดูได้นะครับ

 

   

Gadget สำหรับผู้สูงอายุ รวมเอาทุกเทคโนโลยีที่ทำขึ้นมาเพื่อคนสูงวัยโดยเฉพาะ

 

   ดูเหมือนว่าที่ผ่านมานั้น ในโลกที่พัฒนาไปไกล มี gadget สินค้าอินเทรนด์มากมายจริงๆ ที่ผลิตขึ้นมา แล้วก็นำมาทำเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ แต่ทีนี้ว่า ทุกคนเคยลองสังเกตกันหรือไม่ครับ ว่าเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นมา gadget ต่าง wearable ทุกอย่างอย่างที่ทำขึ้นมาแล้วขายกันไปทั่วโลก ดูเหมือนว่าจะทำขึ้นมาให้กลุ่มคนที่ใช้งานเนี่ย คือมีตั้งแต่กลุ่มเด็กทารก เด็ก แล้วก็วัยรุ่นหนุ่มสาว รวมไปถึงกลุ่มคนทำงาน แต่สิ่งสุดท้ายเลย คือกลุ่มผู้สูงอายุ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า ที่ผ่านอายุเยอะๆ แล้ว ก็จะอยู่บ้านคนเดียว บางท่านก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีบริษัทไหนที่ทำเทคโนโลยีหรือ gadget ต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาขายให้กับกลุ่มคนเหล่านี้มากเท่าไหร่ อันนี้จริงไหมครับ เพราะฉะนั้น 108plaza ของเราในครั้งนี้ ก็ได้รวบรวมไป gadget เพื่อคนสูงวัยมาให้ลูกๆ หลานๆ ได้อ่านกัน แล้วก็อาจจะซื้อไปให้ผู้สูงวัยที่อยู่ที่บ้านได้ใช้งานกันอย่างสะดวกมากขึ้นก็ได้นะครับ

   มาดู gadget ตัวแรกของการรีวิวในตอนนี้กันเลยดีกว่า สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นในรูปด้านบนนี้ ไม่ใช่ตัวการ์ตูนแต่อย่างใด แต่มันคือ Dinsow mini Robot นั้นเองครับ พูดง่ายๆ ว่ามันคือหุ่นยนต์ ทุ่นยนต์ที่จะทำหน้าที่คล้ายกับพยาบาลส่วนตัวในยามที่ผู้สูงวัยเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยนั้นเอง ก็ต้องบอกว่าผลงานชิ้นนี้เนี่ยนะครับ เป็นฝีมือของคนไทยเองที่ผลิตขึ้นมา เพื่อที่มีจุดประสงค์อยากจะทำขึ้นมาเพื่อให้ได้ใช้งานกัน ซึ่งถามว่าตัว dinsow mini ตัวนี้ที่เป็นหุ่นยนต์จะทำอะไรได้บ้าง ก็ต้องบอกว่ามันช่วยในเรื่องของการดูแลผู้สูงวัยได้ แล้วยังสามารถติดต่อกับแพทย์ในยามที่เกิดอุบัติเหตุหรือผู้สูงวัยป่วยแบบฉุกเฉินได้อีกด้วย นอกจากนั้นจุดเด่นของตัว หุ่นยนต์ ดินสอ ตัวนี้ยังมีความแข็งแรง ที่สามารถช่วยอุ้มผู้สูงอายุในยามที่บางท่านช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือ เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม อะไรแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ที่ทางทีมงานได้นำข้อมูลในส่วนนี้มาพรีวิวกันก่อนใคร ก็ต้องบอกว่าหุ่นยนต์ตัวนี้กำลังถูกพัฒนาให้มีความสามารถที่หลากหลายขึ้นไปกว่านี้อีกเรื่อยๆ นะครับ ก็ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงที่ทำการทดลองและอยู่ในขั้นตอนของการนำไปสู่การทำธุรกิจในเชิงพาณิชย์ต่อไป ก็คาดว่าอีกไม่นานนี้ คงจะได้เห็นฝีมือคนไทยของเราด้วยกัน ออกมาเปิดตัว หุ่นยนต์ Dinsow mini robot ตัวนี้อย่างแน่นอนครับ

   Gadget ตัวที่สองที่จะมาพรีวิวกันในครั้งนี้ ก็คือ Allen Band ตัวนี้คือสายรัดข้อมือสำหรับผู้สูงอายุอีกเช่นกัน เรียกว่าคนหนุ่มสาว วัยรุ่นมีสายรัดข้อมือที่เอาไว้ออกกำลังกายและก็ควบคุมสมาร์ทโฟนได้แล้วนั้น ผู้สูงอายุเดี่ยวนี้ก็มีสายรัดข้อมืออัจฉริยะแบบนี้เหมือนกันนะครับ ซึ่งหลักการทำงานของตัว Allne Band ตัวนี้มันสามารถที่จะตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ที่สวมใส่อยู่ แล้วก็สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุล้วนๆ เลยเพื่อไปประมวลผลในด้านสุขภาพของผู้ที่สวมใส่อยู่ ออกมาเป้นการวัดค่าผลทางด้านสุขภาพของบุคคลท่านนั้นได้อีกด้วย นอกจากนั้นบนตัวสายรัดข้อมือรุ่นนี้ ยังมีปุ่มของความช่วยเหลือแบบฉุกเฉินได้ด้วย เมื่อมีการเกิดเหตุการที่ต้องขอความช่วยเหลือเร่งด่วน กดเพียงปุ่มเดียว ก็จะส่งสัญญาณหรือส่งข้อความแจ้งเตือนแบบฉุกเฉินไปหาลูกหลานหรือว่าผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุท่านนั้นโดยทันทีเลย คุณสมบัติขิง allen band สายรัดข้อมือตัวนี้ยังไม่หมดนะครับ ด้านในตัวสายรัดข้อมือเอง ยังมีระบบ GPS ติดตามตัวของผู้สูงอายุ คุณปู่ คุณย่า ที่ท่านมีอาการหลงๆ ลืมๆ ลูกหวานเป็นห่วงกลัวว่าท่าจะเดิออกไปไหนคนเดียวแล้วจำไม่ได้ว่ากลับบ้านอย่างไง หรือ เป็นโรคความจำเสื่อม ตรงนี้อันตรายมาก แต่ถ้าสวมใส่สายรัดข้อมือรุ่นนี้เอาไว้ ก็จะสามารถค้นหาตำแหน่งที่ท่านอยู่ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย สบายหายห่วงได้เลย

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ส่งท้ายที่เราจะพรีวิวกันในวันนี้ก็คือ youtube ซึ่งปัจจุบันนี้นะครับ ต้องบอกเลยว่า youtube เองก็เป็นคลังวีดีโอที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว มีวีดีโอมากมายเลยที่จะได้ทำการค้นหากัน แล้วถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของผู้สูงอายุที่เราพูดถึงกันในวันนี้ ก็คือว่าอย่างนี้ครับ ปกติแล้วผู้สูงอายุเดี่ยวนี้เรื่องของสายตาก็มีปัญหา เมื่อท่านอยู่บ้านเฉยๆ ก็จะอ่านอะไรที่มันยาวๆ เยอะๆ ก็คงลำบาก ปัจจุบัน youtube เองก็พยายามจะส่งเสริมให้มีรายการเพื่อคนสูงวัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวีดีโอดูแลตัวเอง การทานอาหารสำหรับผู้สูงวัย รายการต่างๆ ที่จะช่วยแนะนำการป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย อะไรแบบนี้ ก็จะช่วยให้สามารถเรียนรู้การดูแลตัวเองเบื้องต้นได้อย่างง่ายๆ แบบการดูและการฟังแทน ก็จะทำให้ผู้สูงอายุท่านมีกิจกรรมทำในระหว่างวันได้ด้วยนั้นเองนะครับ เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้วลูกๆ หลานๆ ก็อย่าลืมมองหา gadget สุดล้ำสำหรับผู้สูงวัยที่อยู่ที่บ้านด้วยนะครับ

Wow! Update IT หลุดมาแล้วกับสมาร์ทโฟนเรือธงที่ใครๆ ตั้งตารอคอย oppo find 9 เชื่อว่าสเปคแรงและชาร์จไวเพียง 15 นาที เครื่องแรกของโลก

 

   ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ 108plaza ของเราจะมาอัพเดทข่าวในวงการสมาร์ทโฟนในฝั่งของ android กันสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าข่าวนี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ ส่วนตัวผมเองก็แอบรอคอยการมาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่เหมือนกัน หลังจากที่สมาร์ทโฟนในรุ่นก่อนหน้านี้ในเกือบทุกรุ่นที่ทำให้ผู้ใช้งานในบ้านเราติดอกติกใจและอยากจะใช้ต่อไปก็คือเรื่องของกล้อง ที่ผู้ผลิตค่ายนี้ทำมาได้ถูกใจคนไทยและคนทั่วโลก ในเรื่องของความเจ๋งของกล้อง แล้วต่อมาก็เปลี่ยนคำนิยามของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันว่าไม่ใช่ smartphone อีกต่อไปแต่จะเปลี่ยนมาเป็น cameraphone แทนนั้นเอง พูดมาแค่นี้ก็คงจะพอทราบกันแล้วใช่ไหมละครับว่าเราจะพาทุกท่านไปอัพเดทข่าวสมาร์ทโฟนของค่ายไหน ไปติดตามกันพร้อมๆ กับผมเลยครับ

   ตามสื่อในต่างประเทศเองก็เร่งกันกันประโคมข่าวเรื่องนี้เหลือเกินนะครับ สำหรับการหลุดสเปคและตัวเครื่องกันมาแบบคร่าวๆ ของสมาร์ทโฟนเรือธงของทาง oppo ที่หลังจากได้ทำตลาดในซีรี่ย์ oppo find 7 และ find 7a ในบ้านเราแล้วประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว แล้วคนที่ใช้งานในซีรี่ย์นี้รวมไปถึงคนอื่นๆ ที่จะรอการเปิดตัวรุ่นต่อยอดซีรี่ย์นี้ก็มีเยอะเช่นกัน แล้วล่าสุดนี้ oppo find 9 ก็หลุดออกมาอย่างที่เห็นในภาพด้านบนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นด้วยเทคโนโลยีแบบ vooc flash charge ที่เรียกว่าชาร์จเร็วแล้วเนี่ยนะครับ สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากไปกว่านั้นคือ oppo find 9 นี้จะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในโลกเลยที่สามารถชาร์จไวได้จาก 0-100 เปอร์เซ็นต์เต็มเนี่ยนะครับ ภายในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้จะจริงแค่ไหนนั้นต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนะครับ แต่สำหรับการประโคมข่าวนี้ก็อาจจะเป็นความจริงที่เชื่อถอได้ในข่าวต่างประเทศกันมากเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อห่วงไยจากนักพัฒนาในเรื่องของแบตเตอร์รี่โดยตรงได้ออกมาอธิบายว่า การที่แบตเตอร์รี่นั้นจะรับประจุที่ย้อนกลับเข้าไปใหม่ในเวลาอันรวดเร็วเกินไปแบบนี้ มันอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อการใช้งานในระยะยาวก็ได้ แล้วก็การคายประจุของแบตเตอร์รี่ออกมาก็อาจจะรวดเร็วกว่าการที่เราจะชาร์จในเวลาปกติก็เป็นได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ก็ต้องรอต่อไปนะครับว่านักพัฒนาของทาง oppo เองจะมีวิธีการแก้ไขในเรื่องนี้อย่างไร แล้วจะจริงเท็จแค่ไหน เชื่อว่าในอีกไม่นานนี้แน่นอน การเปิดตัวของ oppo find 9 ก็จะมีความชัดเจนกว่านี้แน่นอนครับ

   นอกจากเรื่องของการชาร์จไวแล้ว ทางทีมงานก็เข้าไปเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมจากทางเว็บแอป antutu อีกนั้น ก็ได้ทราบว่าในสเปคของตัวเครรื่อง oppo find 9 นั้นจะมาพร้อมกับตัวที่เป็นโมเดล X9007 ซึ่งภายในตัวเครื่องนั้นจะเป็นชิปประมวลผลสุดแรงอย่าง snapdragon 820 แบบ quad core แล้วก็จะให้ RAM 3 GB .ให้หน่วยความจำในตัวเครื่องมาที่ 32 GB ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1080p ถัดมาก็เป็นกล้องหลังที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แต่ความละเอียดของกล้องหน้าที่หลุดมาเพียง 4 ล้านพิกเซล ตรงนี้จะจริงหรือไม่ ทางทีมงานก็ยังสงสัยอยู่ว่า ความเป็น cameraphone ของทาง oppo จะปล่อยกล้องหล้าที่ความละเอียดน้อยแค่นี้มาได้จริงหรือ แต่อาจจะเป็นกล้องที่ความละเอียด 4 ล้านพิกเซลที่ระดับเทพ อย่างนั้นก็อาจจะเป็นได้นะครับ เพราะในตัว find 7 และ ตัว find 7a เองนั้นเรื่องกล้องหน้าก็ถือว่าจัดว่าเด็ดเลยทีเดียว พอมาถึงรุ่นต่อยอดแบบนี้ oppo เองผมเชื่อว่าไม่ปล่อยสเปคกล้องหน้าแบบไก่กาอาราเร่มาแน่นอนเลยนะครับ แต่สำหรับในสื่อต่างประเทศเองก็บอกเอาไว้ว่าในรุ่น oppo find 9 เองจะมีอีก 3 รุ่นย่อยที่เปิดตัวมาพร้อมกันมาให้ได้เลือกซื้อกันด้วยนะครับ ซึ่งสำหรับรุ่นที่แรงกว่านี้จะเป็นตัวความละเอียดหน้าจอที่ระดับ 2K แล้วจะมีตัว RAM 4 GB และตัว RAM 6 GB มาให้เลือกอีกด้วยนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าถ้า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมาอัพเดทข่าวสารกันก่อนใครในบ้านเราเป็นเรื่องจริงที่ว่า สามารถชาร์จได้ไวถึง 15 นาทีก็เต็มแล้วเนี่ยนะครับ จุดเด่นตรงนี้จะตอบโจทย์ใครหลายๆ คนที่ชอบติดมือถืออย่างมากเลยทีเดียวนะครับ เรียกว่าใครที่ชอบเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูซีรี่ย์ เล่นโซเชียลต่างๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะวางมือถือได้นาน อย่างไรแล้วก็ต้องติดตามข่าวกับทาง 108plaza อย่างใกล้ชิดนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดทุกการเคลื่อนไหวของวงการไอทีและ gadget นั้นเองครับ

Review Lenovo Yoga Tab 3 Pro Projector Tablet ที่เหมาะกับงานประชุมและพรีเซ้นท์งาน พร้อมครบครันทางด้านความบันเทิง ตัวใหม่ล่าสุดจาก เลอโนโว่

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักและหลงใหลสินค้าอทางด้านไอที แล้วก็ชอบที่จะสรรหาอุปกรณ์ไอทีตัวใหม่ๆ ที่จะมาช่วยให้คุณนั้นทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แล้วก็รวดเร็วขึ้นนั้นเองครับ ในครั้งนี้เราก็มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวกันครับ แน่นอนว่า 108plaza ของเราต้องจัดหนัก จัดเต็มกันทุกๆ ตอนอยู่แล้วและจะเป็นอุปรกรณ์ไอทีตัวไหนอย่างไร ไปดูกันเลย

   Gadget ที่เราจะรีวิวกันในวันนี้คือ Lenovo Yoga Tab 3 Pro รุ่นที่ต่อยอดมาจาก yoga tab 2 นั้นเองครับ ก็ได้มีการเปิดตัวกันไปไม่นานมานี้ เรียกว่าเราได้ตัวเครื่องมารีวิวกันสดๆ ร้อนๆ ก่อนใครเพื่อนอีกแล้วนะครับ ต้องบอกว่า 108plaza ของเรานี่เป็นผู้ที่รีวิวกันเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ใครที่พลาดอ่านไปแม้แต่ตอนเดียว ต้องกลายเป็นคนที่ตกเทรนด์ไปเลยทีเดียวนะครับ

   มาดูความสดใหม่ของแท็ปเล็ดตัวนี้กันดีกว่าครับ แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับรู ที่ด้านหลัง มันจะสามารถทำอะไรได้บ้างนั้น เดี่ยวรู้ครับ ความพิเศษในด้านการใช้งานอย่างแรกของแท้ปเล็ดตัวนี้นะครับ ก็คือการพับขาตั้งเอาไว้ติดกับตัวเครือ่ง แล้วก็ถือใช้งานปกติ ก็ใช้งานได้สะดวกกับการพกพานั้นเองครับ ความพิเศษอย่างที่สอง เราก็กางขาตั้งออกมา สามารถตั้งแท็ปเล็ดเอาไว้บนโต๊ะทำงานหรือว่าวางไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ได้ด้วย อย่างที่สาม ใครที่ชอบเล่นโซเชียลบนเตียง เล่นเกมส์บนเตียงหรือดูหนังบนเตียง เล่นกันแบบสบายๆ เลยเนี่ยก็กางขาตั้งออกมาอีกเล้กน้อย ก็ทำมุมจอเป็นแนวแบนราบไปเลย ก็สะดวกสบายไปอีกแบบนะครับ ก็เรียกว่าขาตั้งของแท็ปเล้ดตัวนี้ตอบสนองทุกท่าทางการใช้งานได้อย่างดีเลยทีเดียว แล้วสุดท้าย แท็ปเล็ดตัวนี้มีรูอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง เอาไว้ทำไม ก็เอาไว้ให้เราไปเลือกแขนตามฝาผนังต่างๆ แนะนำว่าในห้องครัว ใครที่จะทำอาหารต้องดูสูตร ดูคลิปสอนทำอาหาร รูตรงนี้เหมาะเลยทีเดียวครับ

   จุดเด่นใหญ่ๆ อย่างต่อมาของ yoga tab 3 pro เครื่องนี้ก็คือ มันมี projector ติดมาให้ด้วยที่ด้านข้าง การใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่กดปุ่มเปิดค้างเอาไว้ จากนั้นก็ฉายเข้ากับฝาผนังหนือพื้นขาวต่างๆ ได้เลย เหมาะมากกับคนที่ต้องมีการพรีเซ้นท์งาน มีการประชุม มีการแนะนำสินค้ากับคนกลุ่มใหญ่ หรือ การใช้งานทางด้านความบันเทิง อยากจะเปลี่ยนห้องนอนเป็นโรงหนัง ก็ฉายหนังเข้ากับผนังในห้องนอน ดูหนัง ดู MV อะไรแบบนี้ได้เลย ง่ายๆ นะครับ โดย projector ที่ฉายออกมานั้น ก็จะมีระบบปรับขนาดของจอภาพแบบอัตโนมัติ ให้เป็นภาพที่แสดงมาเหมือนกับหน้าจอแท็ปเล็ดได้เลย ก็ถือว่าใช้งานง่ายครับ

   ขนาดของแท็ปเล้ดเครื่องนี้ก็ไม่ได้ใหญ่มากนะครับ มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 10.1 นิ้ว ก็พกพาง่าย หน้าจอมีความคมชัดในระดับ Quad HD เป็นหน้าจอแบบ IPS ก็ถือว่ามีความคมชัดเลยทีเดียว สีค่อนข้างสด ดูสบายตา จอคุณภาพดีครับ การแสดงผลออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยน มีลำโพงให้มาด้านล่าง 1 ตัว เสียงก็ไม่ถึงกับดังมาก อยู่ในระดับปานกลาง ตัวเครื่องสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ ใส่ micro sd card ได้ ใส่ซิมที่รองรับการใช้งาน 4G ได้ด้วย ด้านหลังตัวเครื่องก็ทำมาจากหนังดูสวยงามหรูหราดีครับ ตัวแท็ปเล็ดเองก็ให้กล้องมาทั้งด้านหน้าแล้วก็ด้านหลัง กล้องด้านหลังมีความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดที่ 5 ล้านพิกเซล ถัดมาก็มาดูสเปคของตัวเครื่องกันบ้างนะครับ มาพร้อมกับชิปประมวลผลด้านในเป็น intel atom x5-Z8500 ความเร็วอยู่ที่ 1.44 GHz มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ android 5.1 lollipop ภายในก็จะถูกครอบมาด้วยตัว Vibe UI อีกทีหนึ่ง ใครที่ใช้เลอโนโว่มาก็จะคุ้นๆ กับกราฟฟิกหรือว่าไอคอนส์ต่างๆ นะครับ ให้ RAM 2 GB ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้สูงสุดที่ 128 GB แล้วก็อัดแน่นมาด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ที่มากพอกับการใช้งานยาวๆ เลย 12000 mAh กันเลยทีเดียวครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ ดูการใช้งาน ดูสเปค ดูฟังก์ชั่นที่ให้มากับแท็ปเล็ดตัวนี้แล้ว พอที่จะเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่คุณอยากจะได้เป็นเจ้าของหรือไม่ ซึ่งผมก็ถือว่ามันเป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่มีจุดขาย แล้วก็ใช้งานได้ดีนะครับ เรื่องราคาก็อาจจะแพงนิดหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ 22,xxx บาท เลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปมองหาเครื่องจริงกันได้ที่ศูนย์บริการของทาง Lenovo ได้เลยนะครับ

Preview LG ACTION CAM LTE เตรียมเปิดตัวกล้องแอคชั่นแคมแบบ LTE แบบ 3G

 

   หลังจากที่ Gopro หรือว่า YI camera และกล้อง action cam อีกหลายๆ ยี่ห้อนั้นได้ทำการตลาดแล้วก็เปิดตัวกันมามากมาย แถมยังได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกมากเมายเลยทีเดียว ทางแอลจีเองก็น่าจะเห็นว่าตลาดกล้องในกลุ่มนี้มันน่าจะมีมูลค่าอีกเยอะนะ อะไรแบบนั้นนะครับ ก็เลยเตรียมตัวที่จะเปิดตัวกล้องของทาง แอลจี เองในอีกไม่นานนี้ แต่ทางทีมงาน 108plaza ของเราก็นำข่าวนี้มาอัพเดทก่อนใครเลย แล้วก็นำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมานำเสนอในรายละเอียดแบบเจาะลึกก่อนใครด้วยเช่นกัน จะน่าสนใจแค่ไหนในรายละเอียดเรื่องของสเปคกล้องของ แอลจี ตัวนี้ มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับกล้อง action cam ตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า LG Action Cam LTE สาเปตุที่ต่อท้ายด้วยคำว่า LTE นั้นก็คงแน่นอนว่ามันต้องสามารถใส่ซิมการ์ดได้แล้วก็ต่ออินเตอร์เน็ตได้แน่นอนเลยนะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วกล้อง แอคชั่น แคม ตัวนี้มันสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์แน็ตได้แบบโดยตรงโดยผ่านบริการแบบ 3G ซึ่งก็แน่นอนว่าเดี่ยวนี้กำลังนิยมในเรื่องของการถ่ายทอดสดกันอย่างที่เห็นว่ามี facebook lite หรือว่าถ่ายทอดสดผ่าน youtube อะไรแบบนี้ กล้อง แอลจี ตัวนี้ก็สามารถทำได้เลยนั้นเองครับ นอกจากตัวกล้องเองเนี่ยจะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรงแล้ว เราก็สามารถควบคุมกล้องโดยผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ด้วยและแน่นอนว่าเม่อมันเชื่อมต่อกับสมาร์ทดฟนได้แบบนี้ เราก็จะสามารถดึงไฟล์ภาพและวีดีโอได้จากตัวกล้องเพื่ออัพขึ้นโซเชียลต่อไปก็ง่ายอีกเช่นกันครับ ถัดมาตัวกล้องเองยังสามารถที่จะป้องกันนำ ป้องกันฝุ่น ได้ตามมาตรฐาน IP 67 ได้อีกด้วย แน่นอนว่ามันก็ป้องกันฝุ่นหรือทรายที่เราอาจจะไปถ่ายในกิจกรรมที่มันลุยๆ แล้วก็เป็นกิจกรรมแนวบ้าระห่ำได้เลยนะครับ นอกจานั้นตัวกล้องเองก็ยังสามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาทีได้อีกด้วย แต่ใครบางคนบอกว่ากันน้ำได้แค่นี้จะพอได้อย่างไร ต้องการเอากล้องไปถ่ายใต้น้ำด้วยได้ไหม จะได้ซื้อกล้องตัวเดียวแล้วคุ้มไปเลย อะไรแบบนี้ ก็ต้องอดใจรอครับ หลังจากที่ แอลจี เองจะเปิดตัวกล้อง แอคชั่น แคม ตัวนี้มานั้น หลังจากนั้นอีกไม่นาน แอลจี เองจะมีเคสแบบกันน้ำได้แบบสมบูรณ์ สามารถไปถ่ายใต้น้ำได้ ตามมาอีกทีหนึ่งนะครับ

   ตัวกล้อง LG Action Cam LTE ตัวนี้เองจะมาพร้อมกับความจุแบตเตอร์รี่ที่ 1400 mAh นะครับ ซึ่งหลายคนถามว่าความจุของแบตเท่านี้เนี่ย สามารถถ่ายได้นานแค่ไหน ทาง แอลจี เองก็ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาว่า ตัวกล้องเองจะสามารถถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดแบบ Full HD ได้ติดต่อกันนานถึง 4 ชั่วโมงนะครับ ถัดมาก็มาดูเรื่องของสเปคตัวกล้องกันบ้างครับ ความละเอียดของตัวกล้องนั้นอยู่ที่ 12.3 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดแบบสูงสุดได้ที่ระดับ 4K ที่ 30 เฟรมเลด ความละเอียดที่ 1080p จะได้ที่ 60 เฟรมเลด ความละเอียดที่ 720p จะได้อยู่ที่ 120 เฟรมเลด แต่ถ้าจะเอากล้องตัวนี้ไปถ่ายทอดสดขึ้นโซเชียลหรือแอปพลีเคชั่นต่างๆ จะสามารถถ่ายได้ในความละเอียด 720p ที่ 30 เฟรมเลด นั้นเองนะครับ แล้วตัวกล้องเองสามารถรองรับการใส่หน่วยความจำแบบ micro USB ที่มากถึง 2 TB กันเลยทีเดียว ตัวกล้องนั้นมีขนาดเล็กแล้วก็มีน้ำหนักเบา หนักเพียง 95 กรัมเท่านั้นเอง รวมไปถึงตัวกล้องยังมีระบบ GPS อีกด้วย เพื่อระบุพิกัดในตัวกล้องในขณะที่ถ่ายภาพอยู่นั้นเอง ซึ่งตามที่ แอลจี เองได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นมาให้เราได้อัพเดทกันในเมืองไทยนี้ ก็บอกมาว่า แอลจี เองจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน มิถุนายน 2016 นี้ พร้อมกับการวางจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้เป็นที่แรกของโลกเลย จากนั้นจะขยายตลาดไปที่อเมริกาเหนือ แล้วก็ยุโรปต่อไป แต่ว่า แอลจี ประเทศไทยเอง ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาเรื่องของการทำตลาดแบรนด์ แอลจี อยู่เหมือนกันนะครับ หลังจากที่ LG G5 se มาบ้านเราแล้วก็ทำตลาดต่อไปในเมืองไทย ก็ไม่รู้ว่าตัวกล้อง LG Action Cam LTE ตัวนี้เองจะเข้ามาในบ้านเราหรือไม่ อันนี้ต้องคอยติดตามกันต่อไปนะครับ ถ้าเข้ามาขายในบ้านเราจริงๆ ทางทีมงาน 108plaza ของเราก็จะสอยมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอย่างแน่นอนนะครับ

   ในส่วนของราคาของ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้นั้น LG เองก็บอกว่าจะเปิดเผยราคาพร้อมๆ กับงานเปิดตัวและตอนวางจำหน่ายทีเดียวเลย ก็ต้องลุ้นกันละครับว่าจะมีราคาที่พอสู้กล้องจาก Yi camera ได้หรือไม่

Review Fluid C5 Audio ลำโพงแบบอนุกรมขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza และคนที่รักในเสียงดนตรีและการทำซาวต์ทุกท่านเลย ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์เป็นลำโพงจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ที่สนใจ แล้วก็อยากจะได้ลำโพงใบเล็กๆ สักใบหนึ่ง เอาไว้ทำงานในสตูดิโอ หรือ การทำมอนิเตอร์ อะไรแบบนั้นนะครับ ในครั้งนี้เราอยู่กับลำโพงแบบอนุกรมใบนี้ครับ Fluid C5

   สำหรับลำโพงใบนี้เป็นลำโพงแบบอนุกรม คราสสิค ดอกเสียงกลางหรือเสียงในย่านต่ำแบบเสียงทุ้มเนี่ยมีขนาด 5 นิ้วครับ แล้วก็มีดอกเสียงแหลมอยู่ที่ขนาด 1 นิ้ว ก็ต้องบอกว่าถ้าใครจำได้แล้วก็อ่านบทความรีวิวของเรามาตลอด ก็คงจะจำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเราเคยนำลำโพงยี่ห้อนี้มารีวิวครั้งหนึ่งแล้ว ยี่ห้อ Fluid นี่แหละนะครับ แต่เป็นในรุ่น F series ซึ่งถามว่าในรุ่นนั้นกับรุ่นนี้ C5 นี้มันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ก็ต้องบอกว่ารุ่นใหม่นี้มันถูกออกแบบมาให้เป็นเหลี่ยมเป็นสันมากขึ้นนะครับ ซึ่งสเปคของลำโพงใบนี้นะครับ ก็จะตอบสนองในย่านความถี่ตั้งแต่ 54Hz ไปจนถึง 22kHz ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว ช่วง่ความถี่ที่ลำโพงใบนี้ตอบสนองได้เนี่ย มีช่วงที่ค่อนข้างกว้างมากเลยทีเดียว คือตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำๆ ไปจนถึงย่านความถี่สูงๆ เนี่ยมันสามารถรับได้สบายๆ เลยนะครับ ในส่วนของความดังของลำโพงใบนี้นะครับ มีค่า dB maximum หรือว่าเรียกกันทั่วไปเนี่ยนะครับเป็นค่า dB SPL อยู่ที่ 97 dB เลยทีเดียวนะครับ ในส่วนถัดมานะครับ ก็คือตัวที่เป็นกำลังขับหรือว่าภาคขยายที่ลำโพงใบนี้มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวนะครับ ก็จะอยู่ที่ 40 watt ก็จะเพิ่มกำลังขับขึ้นมาจากตัวรุ่นก่อนหน้านี้ที่เราเคยรีวิวไปนะครับ แล้วเรื่องของความกว้างของเสียงแล้วก็ความหนาของเสียงที่ได้จากการทดสอบในเบื้องต้นนั้น ก็ต้องบอกว่าลำโพงใบนี้มันมีความหนากว่ารุ่นเดิมมากเลยทีเดียวนะครับ แล้วความแตกต่างอย่างต่อมาเมื่อเทียบกับตัวรุ่นก่อนหน้านี้ เรื่องของการปรับเพิ่ม วอลลูม การเพิ่มลดเสียง จากรุ่นก่อนหน้านั้นจะเป็นแบบสไลท์ขึ้นลง แต่ในรุ่นนี้ก็จะแตกต่างกันตรงที่ว่าเป็นตัวหมุนวอลลูมเพิ่มลดเสียงแล้วนะครับ มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อสัญญาณกันมาบ้างนะครับ เรื่องของการต่อสัญญาณเข้าหรือว่า input นั้นได้ 2 แบบครับ เป็นการเสียบสายต่อเข้าแบบ TRS phone หรือว่าต่อแบบ RCA ก็ได้เช่นกันนะครับ ก็ต้องบอกว่าการเชื่อมต่อแบบสัญญาณเข้านั้นมีให้เลือกใช้งานได้ค่อนข้างน้อยนะครับ ก็ต้องเลือกใช้งานกันอย่างที่มี แต่บางคนชอบแบบ XLR อะไรแบบนี้ก็ต้องไปหาตัวสัญญาณแปลงเอาอีกทีนะครับ แล้วก็มีในส่วนของภาคขยายหรือว่าตัวเพาเวอร์แอมป์ตัวนี้ด้านในตัวเครื่องเนี่ยนะครับ จะมีอยู่ด้วยกันเพียงโมดุลเดียว ก็เป็นภาคขยายแบบเล็กๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็นลำโพงขนาดเล็กก็แล้วกัน เรื่องของการพกพา เรื่องของการขนย้ายไปทำงานในตามสตูดิโอต่างๆ เนี่ยทำได้สะดวกเลยทีเดียวครับ

   ทีนี้ในส่วนต่อมานะครับ จะเป็นเรื่องของการทดสอบน้ำเสียง เนื้อเสียงที่ได้จากลำโพงใบนี้กันบ้างว่ามันเป็นประมาณไหน แล้วมันจะเหมาะกับการใช้งานประเภทไหนได้บ้างนะครับ ซึ่งในช่วงแรกเนี่ยนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำซาวต์ในห้องอัดหรือในสตูดิโอเนี่ยบ่อยมาก ก็เลยเอาลำโพงใบนี้แหละครับ ที่มันสามารถจะตอบสนองในย่านความถี่ที่กว้างๆ แบบนี้ได้เนี่ยนะครับ ก็นำมาทำซาวต์ดนตรีเลย ต้องบอกว่ามันทำได้ดีเลยครับ เสียงกลอง เสียงกระเดื่องเนี่ยนะครับ ต้องบอกว่าเสียงดีเลย เนื้อเสียงไม่ผิดเพี้ยนจากเสียงจริงของเครื่องดนตรี ใครที่ทำงานในด้านนี้อยู่เนี่ยนะครับ งานที่เป็นงานในห้องอัดเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าทำได้ดี คุณภาพเสียงที่ได้นั้นดุเป็นธรรมชาติดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องบอกว่าอย่างนี้นะครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนเห็นว่ามันเป็นลำโพงใบเล็กๆ ก็จริง มันน่าจะเอาไปเปิดเพลงฟังแนวเพราะๆ สบายๆ ถามว่าได้ไหม เหมาะสมไหม ผมแนะนำจากการทดสอบของผมแล้ว ไม่เหมาะครับ ถ้าจะไปใช้งานทางด้านนั้นจริงๆ เพราะย่านความถี่มันต่ำเกินไป เสียงมันจะฟังแล้วไม่สบายหูถ้าเราไปฟังเพลงนะครับ แต่ถ้าทำซาวต์ดนตรีแยกทีละชิ้นๆ แล้วก็มามิกซ์รวมกัน แบบนี้ถือว่าดีเลยทีเดียวครับ

   สำหรับครั้งหน้านะครับ เราจะมีอะไรมารีวิวอีกนั้น แล้วจะเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะครับ แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจด้วยการกด like กันด้วยที่ facebook//108plaza ของเรานะครับ

รีวิว นาฬิกา SEIKO DIVER TURTLE นาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดแต่ดีไซน์ย้อนยุค รูปทรงกระดองเต่า

   เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบนาฬิกาดีไซน์ที่ดูจะย้อนยุคไปบ้างเนี่ย ต้องมาดูรีวิวทางนี้เลยครับที่ 108plaza ของเราที่นี่ในครั้งนี้เลย เพราะว่าเราได้นำเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จากแบรนด์ SEIKO นำมาฝากเพื่อนๆ ที่ชอบนาฬิการุ่นใหม่ แต่ดีไซน์รูปทรางย้อนยุคกันสักนิดหนึ่ง เรียกว่าย้อนยุคกันไปสักประมาณ 40 ปีเห็นจะได้นะครับ แต่ก่อนที่จะถามว่าชอบหรือไม่ชอบ เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูรายละเอียดรวมไปถึงรูปสินค้าตัวอย่างกันก่อนเลยนะครับ

   ก็ต้องบอกว่านาฬิกา SEIKO รุ่น DIVER TURTLE รุ่นนี้เป็นการออกแบบด้วยจินตนาการที่คล้ายๆ กับกระดองเต่านะครับ จะเป็นหน้าปัดเรือนใหญ่ๆ ซึ่งเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่แล้วเนี่ย มีผู้ผลิตนาฬิกาหลายๆ แบรนด์เลยทีเดียวที่นิยมออกแบบนาฬิกาแบบนี้มาวางขายกันในยุคนั้นนะครับ แต่ตอนนี้ในปี 2015-2016 เนี่ย นาฬิการูปทรงกระดองเต่าแบบนี้ก็ถูกนำมาผลิตใหม่ แล้วก็ดีไซน์แบบใหม่ แต่ยังคงเรื่องของความย้อนยุคอยู่ ซึ่งในอดีตนาฬิกาแบบนี้จะทำมาให้มีฟังก์ชั่นกันน้ำได้แค่ 150 เมตร แต่ปัจจุบัน นาฬิกาเรือนนี้กันน้ำได้ 200 เมตรแล้ว ซึ่งตามความเห็นของผม นาฬิกาทรงแบบนี้มันน่าซื้อไหม น่าซื้อครับ เพราะเหตุผลคือ คาดว่ามันคงผลิตมาแบบนี้ไม่มากนัก คงผลิตมาในช่วงสั้นๆ แล้วเราก็ควรที่จะซื้อเอาไว้สะสม หรือ เอาไว้เป็นนาฬิกาที่ใส่บ้างบางโอกาส แล้วเชื่อว่าในอนาคตถ้ามันขาดตลาด ราคามันเพิ่มขึ้นแน่นอนในรุ่นนี้นะครับ แต่มันไม่ใช่ตัว limited อะไรนะครับ แต่เรื่องของดีไซน์มันดูย้อนยุคดี แล้วก็ไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนทำกันในช่วงนี้ ซึ่งในรุ่นนี้ก็จะผลิตออกมา 3 สีด้วยกัน แล้วก็จะใช้รหัสที่ต่างกันไปในตัวสินค้า จะมีรุ่นที่เป็นสายสีเหลืองจะใช้รหัสว่า SRP-773 แล้วก็ตัวสีเป๊ปซี่ สีน้ำเงิน แดง จะใช้รหัสเป็น SRP-779 แล้วก็ตัวสีดำ ขอบดำ จะใช้รหัสว่า SRP-777 นาฬิกาทั้ง 3 แบบ 3 สีนี้จะสามารถไขลานได้ ส่วนเรื่องเม็ดมะยมเนี่ยนะครับ ออกแบบมาเฉพาะของ Seiko เลย ก็คือการใช้ปรับตั้งค่าเวลา วันที่ต่างๆ ต้องหมุนถอยหลังมาก่อน ให้เม็ดมะยมมันดิดตัวออกมา ก็จะปรับตั้งค่าวันที่ วัน ได้ ถ้าดึงมาอีกหนึ่งขั้นก็จะปรับตั้งค่าเวลา แล้วตอนที่กดเข้าไปเนี่ย ต้องกดแรงๆ นิดหนึ่ง กดตรงๆ ให้มันถึงล็อค่ของมัน ใครกดไม่แรงก็อาจจะไม่ทำงาน อันนี้เป็นเทคนิคของทาง Seiko ที่เค้าทำมาแบบนี้ตลอดเลย ใครที่ใช้นาฬิกาแบรนด์นี้จะคุ้นชีนดีนะครับ แต่ถามว่าบางคนก็ชอบนะครับรูปทรงแบบนี้ แต่ถามคนที่ไม่ชอบก็มีนะ เพราะรูปทรงมันดูปูดๆ ออกมา มันก็ใหญ่ๆ อะไรแบบนั้นนะครับ

   ตัวเรือนนาฬิกาเนี่ยมีน้ำหนักพอสมควรเลย ใครที่ไม่ชอบใส่นาฬิกาหนักๆ อาจจะไม่เหมาะนะครับ เพราะตัวเรือนมีขนาดใหญ่ด้วย หนักด้วย จุดเด่นในการดีไซน์นาฬิการุ่นนี้อย่างแรกให้สังเกตตรงที่เลข 12 บนหน้าปัด จะเป็นรูปดาบเสียบไปตรงกลาง เป็นสัญลักษณ์ของทาง turtle เค้านะครับ แล้วก็มีรูปตัว x อยู่ด้วย ให้รู้ว่ารุ่นนี้ผลิตอย่างพรีเมี่ยม เป็นรุ่นพิเศษ ตัวขอบเรือนนาฬิกาสามารถหมุนได้ ทีนี้มาดูขนาดกันนิดหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่ามันใหญ่เลยทีเดียว วัดจากขอบกระจกด้านในมีรัศมีประมาณ 32 มิลลิเมตร แต่ถ้าวัดจากขอบนอกเลย รัศมีทั้งเรือนอยู่ที่ประมาณ 40 มิลิเมตร แต่ถ้าวัดทั้งตัวเรือนนาฬิกาเลยที่เป็นคล้ายๆ กระดองเต่าเนี่ยนะครับ มีรัศมีประมาณ 44 มิลลิเมตร ก็ใหญ่เลยทีเดียวละครับ ซึ่งนาฬิกาทั้ง 3 แบบที่ว่ามานี้ มีทั้งตัวที่เป็นสายเหล็ก แล้วก็สายยางนะครับ ตัวสีเป๊ปซี่อย่างที่บอกไปว่า สีน้ำเงิน แดง เนี่ยค่อนข้างสวย เหมาะกับวัยรุ่นๆ หน่อยเพื่อเป็นสายหนังที่ทำมาเป็นหนังสังเคราะห์ที่เป็นยางคุณภาพดี ที่มีความนุ่ม อ่อน ใส่สบายครับ ใครที่ชอบใส่นาฬิกาที่ไม่ได้หนักมากเหมือนสายเหล็กก็อาจจะซื้อสีนี้ไปใช้ได้นะครับ

   แต่สำหรับใครที่ชอบหน้าแบบอื่นๆ แต่ไม่ชอบสาย อย่างเช่นว่า ชอบหน้าที่เป็นสีเป๊ปซี่ แต่ไม่ชอบสายยาง ชอบสายเหล็ก ก็สามารถเปลี่ยนได้นะครับ ทั้งนี้ก็แนะนำว่าถ้าซื้อก็เลือกแบบสีจากตัวเรือนนาฬิกาเป็นหลัก แล้วค่อยเปลี่ยนสายทีหลังได้ โดยสรุปแล้ว นาฬิการุ่นนี้ SEIKO TURTLE SRP series นี้ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่น่าซื้อมาสะสมเอาไว้ ก่อนที่อนาคตจะขาดตลาดแล้วก็มีราคาแพงขึ้นนะครับ