รีวิวฉบับเต็ม LG G5 สมาร์ทโฟนที่ไม่ได้ทำตลาดในไทยแต่เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่น่าสนใจ

   หลังจากที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากค่าย LG ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงไปเมื่อประมาณต้นปี 2016 ที่ผ่านมานี้ แล้วตอนนั้นถ้าใครที่เคยได้อ่านบทความของเรา ที่ 108plaza แห่งนี้ ที่ได้เอา gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่น LG G5 มาทำการพรีวิวตอนที่เปิดตัวไป ก็เรียกว่าทำให้คนที่เป็นสาวกของทาง LG ก็คาดหวังว่ามันจะมาในบานเรา เพราะว่าเรื่องของสเปคต่างๆ มันก็ดุล้ำดี แต่ในที่สุดแล้ว LG ประเทศไทยเองก็ตัดสินใจไม่นำเอาสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นนี้มาทำตลาดในบ้านเรานะครับ แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่คอยติดตามสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่ แล้วอยากรู้ว่ามันดีจริงไหม สเปคจะเทพอย่างที่พรีวิวกันไปครั้งนั้นหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบครับ เพราะทางทีมงานได้มีโอกาสนำเครื่องจริงตัวจริงของ LG G5 มาทำการรีวิวฉบับเต็มๆ กันในวันนี้แล้วครับ

   ถ้าถามคววามรู้สึกของผมตอนที่ได้เครื่องแล้วก็แกะกล่องมา เทียบกับตอนที่พรีวิวในงานเปิดตัวของ LG เนี่ยนะครับ ผมว่าตอนงานเปิดตัวน่าตื่นเต้นกว่า แต่พอได้มาแกะกล่องเปิดจับของจริงดู ก็ยังรู้สึกแบบว่าไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่าตัวเครื่องก็สวยดีครับ แล้วก็ดูมีอะไรให้เล่นเยอะเลย มีจุดเด่นที่ดีกว่าเรือธงอย่าง S7 หรือว่า 6S อยู่หลายจุดเหมือนกันเท่าที่ทำการทดสอบมานะครับ ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ 5.3 นิ้ว ก็ค่อนข้างพอดีมือ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากพกจอใหญ่ๆ ความละเอียดของจอและเม็ดสีที่อัดแน่นมาในจอ LG รุ่นนี้ถือว่ามีเม็ดสีที่อัดแน่นมาถึง 554 ppi เลยนะครับ ถือว่าเยอะมากเลย แต่ว่าตาของคนเราทั่วไปมันก็แยกความละเอียดแบบเยอะๆ ขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะครับ ผมว่ามันก็ดูปกตินะ จอรุ่นอื่นๆ ก็คมชัดพอๆกัน ไม่ค่อยแตกต่างกันสักเท่าไหร่ จุดเด่นอย่างแรกเลยในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คือ ตัวปุ่มสแกนลายนิ้วมือครับ มันสามารถทำงานเพียงแค่แตะเบาๆ เท่านั้นเอง แล้วก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่แตะแล้วตอบสนองได้เร็วที่สุดที่เคยรีวิวมาเลยก็ว่าได้นะครับ แล้วตัวเครื่องเองก็มีปุ่มสแกนที่ทำหน้าที่เป็นปุ่มเพาวเรอืไปในตัวด้วย ก็สะดวกดีครับ ในส่วนของจุดเด่นอย่างต่อมาก็คือเรื่องของกล้องครับ LG G5 มาพร้อมกับกล้องหลังแบบ Dual camera กล้องสองตัว ซึ่งกล้องหลังตัวแรกจะมีความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซล f/1.8 กล้องหลังตัวที่สอง ความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ซึ่งถามว่าจุดเด่นของกล้องสองตัวนั้นอยู่ตรงไหน บอกได้เลยว่ามันเป็นกล้องที่ถ่ายภาพได้มุมกว้างมากๆ เลยครับ เป็นกล้องแบบเลนส์ wide เราสามารถที่จะเลือกถ่ายได้ครับว่าจะใช้เป็นโหมดแบบปกติที่ถ่ายได้ในมุมปกติ หรือ จะเลือกโหมดเลนส์ wide กล้องมันก็จะ zoom out ออกมาอีก แล้วมันก็จะมีความสามารถอื่นๆ ตามมาในเรื่องของกล้องนะครับ มีลูกเล่นเยอะเลยทีเดียวสำหรับกล้องแบบ 2 ตัว แล้วก็มีกล้องหน้าเพิ่มมาอีกหนึ่งตัวเป็น 3 ตัว กล้องหน้าความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/2.0 ซึ่งจะมีโหมดหนึ่งที่เรียกว่า multi view คือจะใช้กล้องทั้ง 3 ตัวถ่ายพร้อมกัน เห็นได้ทั้งมุมด้านหน้าแล้วก็ด้านหลัง แล้วก็มีอีกหลายๆ โหมดที่มาให้เล่นกัน แต่ข้อที่ตินิดหนึ่งคือว่า กล้องหน้าจะยังไม่ใช่เลนส์ wide นั้นเอง จะเซลฟี่ในมุมกว้างๆ ก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นะครับ แต่เรื่องของการจับภาพ การโฟกัสภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ผมว่าทำได้ดี แล้วก็เร็วดีครับ

   แต่จุดเด่นของกล้องหน้าในโหมด auto selfie นะครับ เราสามารถชูมือขึ้นมาแล้วก็กำมือแล้วปล่อย จะถ่ายให้เรา 1 รูป แต่ถ้าทำ 2 รอบ จะถ่ายให้เรา 4 รูปเลย ก็เป็นอะไรที่สะดวกดีครับ ในส่วนของการใช้งานอื่นๆ เนี่ยบอกเลยว่าแรงมากครับ ตัวชิปประมวลผลที่ให้มาก็เป็น snapdragon 820 ให้ RAM 4 GB เรื่องของการใช้งานนี่ไม่ต้องห่วงเลยครับ ทั้งการเล่นเกมส์ ทั้งเรื่องของการเล่นโชเชียลต่างๆ ทุกอย่างนั้นผ่านเลยครับ มาพร้อมกับ Android 6.0 แล้วด้วย

   ก็ต้องบอกว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ LG G5 ถ้าใครที่อยากจะได้มาเล่น แล้วก็อยากได้มาเป็นเจ้าของ ก็ต้องไปหิ้วมาจากต่างประเทศก็ได้นะครับหรือว่าในบ้านเราก็อาจจะหายากนิดหนึ่ง แต่ก็ยังพอมีครับ เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นหนึ่งที่แรงแล้วก็ใช้งานได้จริง แต่ข้อเสียอาจจะให้แบตเตอร์รี่มาน้อยนิดหนึ่ง มาให้แค่ 2700 mAh เท่านั้นเองนะครับ อาจจะใช้งานกันได้ไม่เต็มวันสำหรับคนที่ติดโซเชียลนะครับ

รีวิว รองเท้า PUMA EvoPower II รองเท้าสตั๊ซที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่น

 

   วันนี้มาเอาใจคนที่รักกีฬาฟุตบอลกันสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าในครั้งนี้ 108plaza ของเราจะเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นรองเท้าสตั๊ชมาทำการรีวิวกัน เป็นรองเท้าจากแบรนด์ดังระดับโลกรุ่นหนึ่ง หลังจากที่ได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นก่อนหน้านี้ไปแล้วมียอดขายที่เรียกว่าขายดิบขายดีกันทั่วโลกเลย เค้าก็เลยเปิดตัวอีกหนึ่งเวอร์ชั่นต่อมา เป็นรุ่นต่อยอดจากรุ่นเดิมนะครับ จะสวยงามขนาดไหน แล้วบอดี้และวัสดุที่นำมาทำรุ่นนี้เป็นอย่างไร เดี่ยวมาติดตามกันครับ

   สำหรับรองเท้าที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปสินค้าตัวอย่างด้านบนนี้นะครับ มีชื่อรุ่นว่า PUMA EVOPOWER II หรือจะเรียกอีกหนึ่งชื่อว่าเป็น PUMA EVOPOWER DRAGON ก็คงจะไม่ผิดอะไรนะครับ ถ้าในวงการของคนที่ชอบสะสมรองเท้าฟุตบอลเนี่ยก็จะรู้จักกันดีเลยทีเดียว เป็นรองเท้าฟุตบอลอีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นเรื่องของสีสันที่ออกแบบมาสะตุดตาเลยทีเดียวครับ สำหรับรุ่น puma evopower 2 นี้ก็ได้ทำการเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้วนะครับ แล้วก็มีวางจำหน่ายในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อรองเท้าฟุตบอลแบรนด์ดังแบบนี้ ในบ้านเราที่มีวางขายเนี่ย เค้าก็จะมีทั้งของจริงแล้วก็ของเลียนแบบนะครับ อันนี้ต้องดูหลายๆ ส่วนประกอบกันด้วยในการซื้อ บางทีอาจจะเลียนแบบจนเนียนเลย จนดูยากว่าของแท้หรือเปล่า แต่ของพวกนี้มีจุดสังเกตอยู่ครับ ใครที่จะซื้อรุ่นนี้ก็ลองอ่านรีวิวกันดูว่ามีจุดสังเกตตรงไหนบ้าง

   ความน่าสนใจของรองเท้าฟุตบอลของรุ่นนี้อย่างแรกเลย เท่าที่ผมดูบอดี้รอบๆ ตัวรองเท้า มันจะออกแบบมาให้คล้ายกับเกล็ดมังกรครับ แต่เป็นกึ่งๆ ลายมังกรนะครับ แต่จะมีอีกหนึ่งรุ่นที่ออกแบบมาเป็นลายมังกรเลย อันนั้นจะเรียกว่ารุ่น evospeed ใครที่ชอบแบบลายมังกรจริงๆ เลยนั้นต้องไปดูที่รุ่นนั้นครับ สำหรับตัววัสดุที่นำมาทำเป็นบอดี้ของตัวรองเท้านี้นะครับ ในส่วนของด้านท้ายตรงบริเวณซ้นรองเท้า แล้วก็ด้านหน้าตรงบริเวณปลายเท้า แล้วก็ตรงลิ้นของรองเท้า จะทำมาจากวัสดุที่เป็นหนังสังเคราะห์ แต่จุดสังเกตของตัวรองเท้ารุ่นนี้ที่เป็นเวอร์ชั่น 2 แล้วเนี่ยนะครับ จะดีกว่ารองเท้าในรุ่นเดิมอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ตรงบริเวณโฟมที่อยู่ด้านขอบๆ รองเท้าตรงพื้นรองเท้านะครับ รุ่นเวอร์ชั่นที่ 2 นี้นะครับ จะมีโฟมรองที่มันสูงกว่ารุ่นแรก ทำให้การสวมใส่เนี่ยนะครับ มันดูใส่ได้สบายแล้วก็ใส่ได้นุ่มกว่ามากเลยทีเดียวนะครับ ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสได้ทดลองใส่ดูแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ไปเล่นจริงนะครับ เพราะว่ารองเท้าคู่ที่นำมารีวิวนี้มันเป็นรองเท้าที่ทางร้านเค้าให้ทางทีมงานมาเพื่อทำการรีวิว ก็ต้องส่งรองเท้าคืนเค้าไปด้วย ก็เลยไม่ได้มีโอกาสลองใส่เล่นฟุตบอลจริงๆ แต่ว่าเมื่อลองใส่เดินอยู่บ้างในสวมเข้าไป ผมว่าความรู้สึกมันออกแบบมาดีครับ มีความเบาด้วย แล้วอีกหนึ่งความพิเศษของรองเท้าคู่นี้นะครับ ก็คือว่า เรื่องของการสวมใส่ เค้าจะใช้เทคโนโลยีแบบ ดีเวอร์ ฟิต ก็คือเป็นการออกแบบและการดีไซน์รูปทรงของรองเท้าให้เหมาะสมกับรูปเท้าของคนใช้งานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น เรื่องรูปทรงของตัวรองเท้าคู่นี้มันจะค่อนข้างรู้สึกพอดีนะครับ แล้วดูเหมือนว่าจะทำมาให้คนรูปร่างเล้กที่เป็นคนเอเชียเนี่ย ผมว่าใส่ได้สบายดีเลยทีเดียว

   ในส่วนต่อมาตรงบริเวณซ้นเท้าของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้นะครับ จะถูกอัดแน่นด้วยเม็ดโฟมที่เป็นเม็ดเล็กๆ จนำวนมาก ทำเข้ารูปมาให้มีการซัพพอร์ดตรงบริเวณซ้นเท้าของผู้สวมใส่ได้ดี นอกจากนั้นตรงบริเวณนี้ยังช่วยป้องกันแรงกระแทกจากด้านหลังได้ด้วยนะครับ แล้วถ้าถามว่า ทั้งหมดที่รีวิวรูปทรงแล้วก็บอดี้ของตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ จริงๆ แล้วรองเท้ารุ่นนี้มันเหมาะกับลักษณะของคนที่เล่นฟุตบอลแนวไหน ก็ต้องบอกว่าเนื่องจากมันมีความเบาเป็นพิเศษเลยเนี่ยนะครับ คิดว่ามันน่าจะเหมาะกับคนที่เน้นความเร็วในการบุก ใครที่เป็นตัวบุก กองหน้า กองกลาง ปีก อะไรแบบนี้เหมาะเลยทีเดียวครับ

   ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้นะครับ ก็ต้องของสรุปอย่างนี้ว่ารองเท้า PUMA EVOPOWER II รุ่นนี้นะครับ เป็นรองเท้าฟุตบอลอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจและใช้งานดีครับ ใครที่ชอบสะสมรองเท้าฟุตบอลก็คงต้องไปรีบหาซื้อกัน เพราะแน่ถ้าของขาดตลาด ราคาก็อาจจะมีราคาสูงขึ้นในบ้านเรานะครับ

Revieww กล้องวงจรปิดที่มีระบบ wifi ไม่ต้องเดินสายในการติดตั้ง Watashi WIP-087

 

   108plaza ในครั้งนี้ได้นำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับเรื่องของกล้องวงจรปิดมารีวิวกันอีกหนึ่งรุ่นจากค่าย Watashi ครับ ถามว่ากล้องวงจรปิดนั้นเดี่ยวนี้ติดตั้งยากหรือไม่ ตอบได้เลยว่าติดตั้งเองก็ได้แล้ว ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องจ้างช่างที่เป็นช่างเทคนิคในการเดินระบบวงจรแล้วก็ระบบไฟมาติดตั้งให้ ซึ่งต้องบอกเลยว่ากล้องวงจรปิดทั้งระบบถ้าเราจะติดตั้งเมื่อก่อนนี้ราคาแพงมากในค่าติดตั้งแล้วก็ค่าเซอร์วิส แต่เดี่ยวนี้เราไม่ต้องยุ่งยากและไปเสียเงินกับเรื่องพวกนั้นอีกแล้วครับ เพราะเทคโนโลยีมันสร้างมาให้ง่ายสำหรับเราจริงๆ ในยุคนี้ เริ่มน่าสนใจกันแล้วใช่ไหมละครับ ดังนั้นเดี่ยวผมจะพาไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่า

   กล้องวงจรปิดที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ มีชื่อรุ่นว่า Watashi WIP-087 ครับ แน่นอนว่ากล้องวงจรปิดในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นแก็ตเจ็ตที่ค่อนข้างสำคัญในการติดตั้งเอาไว้ตามบ้านเรือน ตามสำนักงาน แล้วก็สถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการสอดส่องดูแลทริพย์สินค้าเราในยามที่เราไม่ได้อยู่เฝ้านะครับ เพื่อไม่ให้รอช้า เดี่ยวผมจะพาไปดูสเปคของกล้องวงจรปิดตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ ซึ่งกล้องวงจรปิดตัวนี้ใช้ตัวเซนเซอร์รับภาพแบบ cmos ½.5 นิ้ว ความละเอียดของกล้องนั้นอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล ความคมชัดอยู่ในระดับ HD ในการบันทึกเป็นไฟล์วีดีโอ ตัวกล้องเองใช้เลนส์ขนาด 3.6 มิลลิเมตร ล้อมรอบไปด้วย LED 5 Ohm มีทั้งหมด 8 ตำแหน่งด้วยกัน ตัวกล้องเองยังสามารถบังคับให้หมุนไปด้านข้างซ้ายและขวาได้ 350 องศา แล้วก็บังคับให้ขึ้นและลงได้ 120 องศา มีระบบ ICR พร้อมทั้งมีเสียงแจ้งเตือน มีระบบจับการเคลื่อนไหวที่มีระยะจับอยู่ที่ 10 เมตร สามารถรองรับหน่วยความจำสูงสุดแบบ TF ได้ที่ 64 GB นอกจากนี้ยังรองรับการติดตั้งแล้วก็เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยระบบ wifi แล้วก็รองรับการใช้งานร่วมกับกล้องยี่ห้ออื่นๆ ที่ในอนาคตเราอาจจะเปลี่ยนกล้องยี่ห้ออื่นมาใช้ร่วมกัน รวมไปถึงการใช้กล้องหลายๆ ยี่ห้อในพื้นที่เดียวกัน ในระบบเดียวกัน กล้องตัวนี้ก็รองรับเช่นกันครับ

   ก็ต้องบอกว่ากล้องวงจรปิดแบบนี้นะครับ กลายเป็นแก็ตเจ็ตประจำบ้านกันไปแล้ว เพราะว่าเดี่ยวนี้มีราคาที่ไม่ได้แพงมากอะไร แล้วใครที่พอมีความรู้ทางด้านไอทีบ้างเล้กๆ น้อยๆ เนี่ยก็สามารถซื้อไปติดตั้งเองได้แล้ว แล้วเดี่ยวนี้หลายๆ บ้านหรือสำนักงานเล็กๆ นั้นเปลี่ยนมาใช้ระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไฟเบอร์ออฟติกส์กันหมดแล้ว ทำให้ตัวปล่อยสัญญาณและการเชื่อมต่อสัญญาณเพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนเวลาที่เราอยู่ในพื้นที่ตรงไหนก็ได้ เพื่อสอดส่งอดูแลบ้านของเราได้ตลอดเวลานั้นเองครับ เพื่อนๆ หลายคนเริ่มสงสัยและเริ่มน่าสนใจมากขึ้นแล้วใช่ไหมละครับ แล้วก็คงมีคำถามอยู่ในใจว่า แล้วมันจะติดตั้งอย่างไร ทำอย่างไรบ้าง คำตอบก็คือว่า กล้องตัวนี้จะมีปลั๊กเสียบไฟเลี้ยงเท่านั้น เราสามารถเอากล้องไปวางไว้ตรงไหนของบ้านก้ได้ที่มีไฟไปถึง จะเอาติดฝนังเอาไว้ แบบยึดติดก็ได้ หรือ จะเอวางไว้เฉยๆ บนหลังตู้เสื้อผ้า บนชั้นวางของหรือตามมุมต่างๆ ของตัวบ้านได้ จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อระบบ wifi ที่มีใช้อยู่ในบ้านของเราเอง เมื่อเราจะดูภาพ เราก็ทำการดาวน์โหลดแอปพลีเคชั่นของ watashi ขึ้นมาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของเรา จากนั้นตัวแอปเองจะสามารถดูภาพได้พร้อมๆ กันจากกล้องหลายๆ ตัวได้ อาจจะดูได้มากที่สุดที่ 4 กล้องพร้อมกัน สำหรับราคาของตัวกล้องวงจรปิด watashi WIP-087 ตัวนี้จะมีราคาอยู่ที่ตัวละ 4,500 บาท ซึ่งตัวกล้องเองก็อย่างที่บอกไปว่ามันสามารถที่จะหมุนได้รอบตัวเลย เพราะฉะนั้น อาจจะติดตั้งไว้ประมาณ 4 ตัวรอบๆ บ้านและด้านในบ้าน ซึ่งถ้าทั้งหมดนี้ในการลงทุนติดกล้องวงจรปิดทั่วทั้งบ้านอ็จะอยู่ที่ไม่เกิน 2 หมื่นบาทเท่านั้นเองนะครับ เท่าที่ผมได้คำนวณให้เพื่อนๆ แบบคร่าวๆ รวมทั้งค่าระบบ wifi และอื่นๆ ด้วย ซึ่งถามว่ามันก็มีราคาถูกกว่าการที่เราจะต้องจ้างช่างเทคนิคและค่าเซอร์วิสมาดูแลระบบอีกนั้น มันก็จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงกว่านี้นะครับ

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ค่อนข้างจะสำคัญแล้วก็มีระบบป้องกันความปลอดภัยในบ้านและทรัพย์สินของเราได้ด้วย ใครที่กำลังมองหากล้อวงจรปิดอยู่ตอนนี้ ก็สามารถลองเข้าไปดูรายละเอียดแล้วก็ดูโปรโมชั่นต่างๆ ได้ตามศูนย์บริการของทาง watashi ได้เลยนะครับ ส่วนครั้งหน้าเราจะมีแก็ตเจ็ตอะไรมารีวิวอีกนั้น ก็ต้องให้เพื่อนๆ ได้คอยติดตามกันด้วยนะครับ

Review Lenovo Y5070 Notebook ที่เหมาะสำหรับเอาไว้เล่นเกมส์

   108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มาทำการรีวิวให้กับเพื่อนๆ ที่ชอบเล่นเกมส์กันอีกแล้วครับ ซึ่งใครที่ชอบเล่นเกมส์ แต่อยากจะเล่นกับคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือว่าโน๊ตบุ๊ค เพราะว่ามันสามารถย้ายหรือเคลื่อนที่ไปได้ทุกๆ ที่ อันนี้ตอบโจทย์เลยครับ เพราะในครั้งนี้เองผมก็มีโน๊ตบุ๊คจากค่าย เอลโนโว่ รุ่นหนึ่งที่เหมาะแก่การเล่นเกมส์ ด้วยตัวสเปคที่ค่อนข้างแรง การ์ดจอหรือว่า GPU ที่ตอบสนองต่อการเล่นเกมส์กราฟฟิกเยอะๆ เนี่ยเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ แต่จะเป็นรุ่นไหนอย่างไรนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับโน๊ตบุ๊คที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ ก็คือ Lenovo Y5070 นั้นเอง เป็นโน๊ตบุ๊คที่พัฒนามาจากเวอร์ชั่นเดิมคือตัวรุ่น Y50 นั้นเองครับ เรามาเริ่มดูสเปคของตัวเครื่องกันเลยดีกว่าครับ แล้วเราค่อยมาทดสอบการใช้งานกันในช่วงต่อไป ซึ่งจุดเด่นอย่างแรกเลยที่เห็นได้ชัดก็คือรเองของการนำเอาตัว การ์ดจอหรือว่า GPU ที่เป็นตัว GTX 960M มาใช้ในเครื่องรุ่นนี้นั้นเอง คือมันเป็นการ์ดจอที่สามารถรองรับการใช้งานทางด้านกราฟฟิกได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งทาง เลอโนโว่ เองก็การันตรีมาไว้ว่าการ์ดจอตัวนี้จะทำให้เครื่องแรงขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของตัวหน่วยประมวลกลางก็จะมาพร้อมกับ ตัวซีพียูเป็น Intel core I7 4720HQ ตัวซีพียูเองเนี่ยสามารถปรับเป็น Turbo boost ได้สูงสุดที่ 3.6 GHz ซึ่งเท่าที่ดูสเปคของตัวเครื่องเบื้องต้นเนี่ยก็ถือว่าแรงดีเลยครับ ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้นถ้าใครที่เคยเล่นตัว Y50 รุ่นเก่ามาก่อน จะบอกว่ามันไม่ค่อยจะแตกต่างกันในเรื่องของดีไซน์เท่าไหร่นะครับ แทบจะแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เรื่องของการดีไซน์นั้นอาจจะไม่ค่อยถูกใจใครหลายๆ คนที่อยากจะได้ตัวใหม่ รุ่นใหม่ แต่ดีไซน์มันก็ยังคงเดิม แต่ถ้าใครที่เน้นเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่องที่มันแรงขึ้น เร็วขึ้นเนี่ย ต้องตอบโจทย์ข้อนี้ได้เลยทีเดียว ในส่วนสเปคต่อมาก็คือว่าตัวเครื่องเองจะมี RAM อันแน่นมาถึง 4 GB ในส่วนของหน่วยความจำภายในหรอืว่าฮาร์ดดิสก์นั้น ให้ความจุมาที่ 1 TB ในส่วนของจอแสดงผลเองเนี่ยนะครับ เมื่อเปิดออกมาจะค่อนข้างมีสีสันที่สดครับ ความละเอียดของหน้าจอเป็นแบบ Full HD เป็นหน้าจอแบบ IPS ซึ่งตรงจุดนี้เองเนี่ยจะไม่แตกต่างจากสเปคของรุ่นเดิมที่เป้นตัว Y50 เช่นกัน

   เรื่องของสเปคผ่านไป ก่อนที่จะไปทดสอบการเล่นเกมส์กันนะครับ เพราะเครื่องตัวนี้ผมบอกเอาไว้ว่ามันเล่นเกมส์ได้ดี แต่ในส่วนของการใช้งานทั่วไป การใช้งานทางด้าน document หรือว่างานทางด้านเอกสารนั้น บอกได้เลยว่ามันใช้งานได้ดีเลยทีเดียวแหละนะครับ หรือว่าใครที่จะต้องทำงานทางด้านกราฟฟิกด้วย มีงานตัดต่อภาพ แล้วก็ทำคลิปวีดีโอ ทำสกู๊ปต่างๆ ก็ต้องบอกว่าสเปคของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เนี่ย ผมได้ทำการทดสอบแล้ว มันสามารถรองรับการทำงานทางด้านกราฟฟิกได้ดีทีเดียวครับ

   ในส่วนของการเล่นเกมส์บ้าง ผมเองก้ได้ทดสอบเล่นเกมส์หลายๆ เกมส์แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เกมส์ทูมไรเดอร์ ที่เราเลือกปรับความละเอียดของหน้าจอเป็น Full HD แล้วก็ปรับเฟรมเรดอยู่ที่ 60 เฟรม แต่สำหรับใครที่ชอบเล่นเกมส์ GTA ตอนนี้มีถึง GTA 5 แล้ว ผมเองก้ได้ทดสอบลองเล่นดูแล้วนะครับ บอกได้เลยว่าไหลลื่นครับ สามารถเล่นได้แบบสนุกเลยทีเดียวซึ่งระดับที่เราปรับความละเอียดหน้าจอก็จะอยูที่ระดับ Full HD เช่นกัน ส่วนของเฟรมเรด ก็จะอยู่ที่ประมาณ 40-50 เฟรมเรด นี่แหละนะครับ แต่ถ้าใครที่มีอยู่ในมือแล้ว สำหรับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ รุ่นนี้นะครับ แล้วคิดว่ามันเล่นเกมส์ไม่สนุก ยังไม่สะใจ ก็สามารถไปเพิ่มแรมได้อีกนิดหนึ่ง ก็จะดีขึ้นครั

   สำหรับราคาค่าตัวของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้นะครับ ตัว Lenovo Y5070 ที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้เนี่ย จะมีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาทมีทอนครับ แต่ใครที่อยากจะเปรียบเทียบราคาก็ไปหาราคาต่ำกว่า 3 หมื่นบาทเยอะๆ หน่อยก็จะได้ราคาที่ถูกลงครับ ในส่วนของครั้งหน้าเราจะมีอะไรมารีวิวกันอีกนั้น ก็ต้องขอให้เพื่อนๆ คอยติดตามอ่านบทความรีวิวของเรากันด้วยนะครับ แล้วใครที่ยังไม่ได้กด Like หรือกด share facebook//108plaza ของเรากันด้วยนะครับ สำหรับครั้งนี้ต้องลาไปก่อนแล้ว สวัสดีครับ

 

Review Notebook ขั้นเทพ ท็อปสุด ทำได้ทุกอย่างกับ Dell Inspiron 5559-W56062

 

   วันนี้มาเอาใจคนที่ทำงานทางด้านกราฟฟิก ตัดต่อภาพ แต่งภาพ ตัดต่อภาพยนตร์ ทำสกู๊ป หรือว่าคนที่ต้องการคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีสเปคแรงๆ แล้วก็ดีๆ ใช้งาน หน้าจอใหญ่ๆ หน่อย พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเยอะๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมานี้ อยู่ใน gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะรีวิวกันใน 108plaza ในครั้งนี้แล้วครับ

   สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นท็อปสเปคแรงเครื่องที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้นะครับ คือโน๊ตบุ๊ครุ่น Dell Inspiron 5559-W560621 ชื่อรุ่นบอกไว้เลยว่ามันค่อนข้างที่จะยาวไปสักนิดหนึ่ง แต่สำหรับรุ่นนี้แล้ว มันเป็นรุ่นท๊อปที่สุดในตระกูล inspiron ของทาง dell เค้าแล้วในตอนนี้นะครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่คาดว่าหวังกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ว่าจะพกพาง่าย สะดวก มีขนาดเล็ก นั้นไม่ต้องคาดหวังครับ เพราะโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีขนาดหน้าจอที่ค่อนข้างใหญ่ อัดสเปคด้านในมาเพียบ อัดแน่นมาอย่างที่ว่าจุใจกันเลยทีเดียว ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้น dell เองเค้าไม่ได้เน้นในเรื่องของการดีไซน์ที่วยงามมากนักในทุกๆ รุ่นนะครับ จะดูเรียบๆ พื้นๆ วัสดุที่นำมาทำนั้นก็จะเป็นพลาสติกที่มีการเจาะรูเล็กๆ ไว้ทั้งตัวเครื่อง ตรงกลางเองก็มีโลโก้ dell ติดเอาไว้ชัดเจน มีให้เลือกในรุ่นนี้อยู่ 2 สีด้วยกันนะครับ ก็คือสีเงิน ซิลเวอร์ แล้วก็สีดำ นั้นเองครับ เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมานะครับ จะเห็นว่าทาง dell เองเค้ามักจะทำองศาของการเปิดหน้าจอที่ได้ค่อนข้างกว้างดีครับ เรียกว่าเกือบจะทำมุมได้ 180 องศาเลยทีเดียว ทั้งนั้นทั้งนี้ ก็เพื่อว่าเวลาที่เราทำงานบนโต๊ะทำงาน บางทีโต๊ะทำงานมันสูงต่ำไม่เท่ากัน ก็สามารถปรับองศาของจอได้ค่อนข้างหลากหลายมุมมองตามความถนัดของแต่ละบุคคลนะครับ ตัวเครื่องเองมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่บอกไปแล้วว่าใหญ่ครับ มีขนาดหน้าจอที่ 15.6 นิ้วครับ ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ Hd ความละเอียดอยู่ที่ 1366*768 พิกเซล ด้านบนของตัวหน้าจอก็จะมีกล้องติดมาให้หนึ่งตัว เป็นกล้อง HD Camera แล้วก็มีไมค์โครโฟน 2 จุดด้วยกัน แล้วก็มีตัวเซนเซอร์หน้าจอที่เวลาเราปิดหน้าจอลง หน้าจอก้จะดับลงเช่นกัน ซึ่งตัวกล้องที่ให้มานั้นก็เพื่อเอาไว้วีดีโอคอลกันได้อย่างชัดเจนนั้นเองนะครับ กล้องดีเลยทีเดียว ดูภาพนี่ต้องบอกเลยว่าภาพไม่แตกไม่เบลอ ทั้งนี้ต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่แรงและเสถียร์ด้วยนะครับ สำหรับตัวบอดี้ด้านใน ที่เป็นตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้น ก็เป็นพลาสติกครับ เป็นพลาสติกสีเทา ก็ดูเรียบๆ เช่นกันนะครับ ตัวแป้นคีย์บอร์ดก็จะเป็นแบบชิปเลดคีย์บอร์ด มีระยะห่างของปุ่มที่พิมพ์ได้สบายๆ แต่ถึงแม้ว่าผมเองจะบอกว่ามันเป็นโน๊ตบุ๊คที่สำหรับเอาไว้ทำงาน หน้าจอใหญ่ๆ ก็ตามแต่ แต่มันก็แอบมีความบางมาให้เราเห็นบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้บางมากเท่าไหร่ คือเน้นการใช้งานที่ครบครันครับ

   ถัดมาก็มาดูในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อที่ dell ให้มาบ้างนะครับ ช่องแรกเลยก็จะเป็น caed reader ถัดมาครับ ก็จะเป็นช่องเสียบ USB 3.0 ต่อมาก็จะเป็น HDMI 1 port ถัดมาก็จะเป็นช่องพัดลมระบายอากาศ ต่อมาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นช่องเสียบสาย LAN ที่เป็น RJ45 ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นช่องเสียบไฟ AC Adapter อีกหนึ่งฝั่งของพอร์ดเชื่อมต่อที่มีมาให้ในโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ครับ ก็จะเป็นเครื่องอ่านแล้วก็เครื่องไลท์แผ่น DVD ก็มีมาให้ด้วยในรู่นนี้ หลายคนมักจะถวิลหาเครื่องอ่านอ่านแล้วก็เครื่องบันทึกแผ่นพวกนี้นะครับ เพราะบางคนซื้อโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นมาในตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะเค้าจะเน้นในเรื่องของความบางก็เลยจะไม่ให้เครื่องอ่านแผ่นหรือเครื่องบันทึกแผ่นพวกนี้มาด้วยนะครับ ถัดมาครับ ก็เป็นพอร์ด USB 2.0 มาให้อีก 2 พอร์ด เอาไว้เสียบเมาส์ เสียบคีย์บอร์ด แล้วก็อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ สุดท้ายก็จะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้อีกหนึ่งรูด้วยกัน ยกตัวเครื่องขึ้นมาดูด้านล่างกันบ้างนะครับ วัสดุเป็นพลาสติกเช่นกันนะครับ เป็นสีดำ มีช่องลมระบายอากาศอยู่ด้านล่างค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้าง หลายคนก็คงอยากจะรู้แล้วว่ามันแรงแค่ไหน ตัวเครื่องด้านในมาพร้อมกับ ซีพียู intel core i7-65000U วิ่งด้วยความเร็ว 2.50 GHz ตัวการ์ดจอเองหรือว่า GPU เป็น AMD Radeon R5 M335 4GB GDDR3 ส่วนของ RAM ที่ให้มานั้นอัดแน่นมาเลยทีเดียวครับ ให้มามากถึง 46 GB เป็นแบบ DDR3L หน่วยความจำภายในตัวเครื่องนั้นให้มามากถึง 2 TB เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ สำหรับสเปคของตัวเครื่องที่ให้มา แล้วก็สเปคแบบคร่าวๆ ที่ผมบอกไป มันแรงพอที่จะให้คุณใช้งานได้หรือไม่ เพราะเท่าที่ผมดูเนี่ยนะครับ เรื่องของการืดจอเองก้ดี เรื่องของแรมเองก็ดี เรื่องของรอมหรือว่าฮาร์ดดิสก์ที่ให้มาเองก็ดี เกิดการใช้งานครับ เรียกว่าใครที่มีข้อมูลหรือมีไฟล์งานที่ต้องเก็บเอาไว้ในเครื่องเยอะๆ เนี่ย ฮาร์ดดิสก์เท่านี้แทบไม่ต้องไปซื้อเอทเทอร์นอลมาใช้ต่อกันเลยนะครับ อีกนิดหนึ่งสำหรับการดูสเปคตัวเครื่องครับ สิ่งที่เค้าให้มาในกล่องแล้วจำเป็นต้องใช้ด้วย นั้นก็คือ ตัว adapter ที่เอาไว้เสียบปลั๊กไฟครับ แล้วก็จะมีชุดคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาอังกฤษมาให้ได้ศึกษากันด้วยนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าเท่าที่ผมเองได้ทำการทดสอบเรื่องของการใช้งานบ้างแล้วบางส่วนนะครับ บอกเลยว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ อยู่ในขั้นที่ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คระดับเทพครับ เรื่องของความแรงนั้นเกินพลังจริงๆ