รีวิวและทดสอบขับรถมอเตอร์ไซต์ในสไตล์วินเถจ Stallions Centaur 400

 

   สิ่งห์มอเตอร์ไซต์ สิ่งห์ 2 ล้อที่ชอบขับรถเข้าป่า ที่ชอบขับรถในทางวิบาก มาทางนี้ครับ เพราะในครั้งนี้ 108plaza มีรถมอเตอร์ไซต์ที่เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ตอบโจทย์คนรักมอเตอร์ไซต์ได้อย่างดีเลยทีเดียว ต้องบอกว่ารถมอเตอร์ไซต์คันที่เราจะนำมารีวิวคันนี้เป็นรถในสไตล์ย้อนยุค รถที่ออกแนววินเถจ เก่าๆ ทรงเก่าๆ อาจจะดูไม่เทห์ไม่สปอร์ตเหมือนกับรถบิ๊กไบท์ในยุคนี้เท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าคนที่รักรถมอเตอร์ไซต์แนวนี้ยังมีอยู่ แล้วรถรุ่นนี้เป็นการออกแบบโดยคนไทย แล้วก้ผลิตโดยคนไทยด้วยนะครับ รูปทรงจะสวยงามถูกคนคอ 2 ล้อหรือไม่ มาดูกันเลยครับ

   เป็นอย่างไรกันบางครับเพื่อนๆ เมื่อได้เห็นรูปตัวอย่างรถมอเตอร์ไซต์ที่เรานำมารีวิวและจะทดสอบขับขี่กันในครั้งนี้ด้วยเนี่ยนนะครบ ถ้าคุณชอบรถแนวนี้ อ่านต่อครับ แต่ถ้าวัยรุ่นที่ชอบแนวสปอร์ต หรูหรา น่าขับ ไปอ่านรีวิวรุ่นอื่นๆ แทนครับ สำหรับมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้มีชื่อว่า stallions centaur 400 ครับ เป็นรถที่วิ่งทางเรียบไม่ค่อยดีนักครับ จะเน้นวิ่งในแนวลุยๆ มากกว่า เพราะมันดูไม่ค่อยนิ่มนวลเอาซะเลย ใครที่ชอบเถื่อนๆ ผมว่าคันนี้ตอบโจทย์ครับ บอกราคาค่าตัวของรถคันนี้กันก่อนเลยแล้วกันครับ เผื่อใครสนใจในราคาก็จะอ่านต่อไป แต่คิดว่ามันแพงเกิน ก็ต้องดูรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ ครับ ราคาอยู่ที่ 115,000 เท่านั้นเอง

   มาดูกันที่ส่วนประกอบของตัวรถและก็รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องยนต์กันก่อนนะครับ ตัวรถจะออกแนว เรโทร จ๋าๆ ไปเลยนะครับ ใครที่คาดหวังความทันสมัยของรถแนวนี้มันไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ แต่ผมว่าความปลอดภัยมีครบ สิ่งที่เห็นถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับตัวรถนั้น คงเป็นที่ระบบหัวฉีดน้ำมันเท่านั้นเองที่นำมาใช้กับรถคันนี้ ถ้าใครที่จะขับขี่รถคันนี้ผมว่า ใจต้องเกินร้อยครับ ด้านหน้าของรถกันก่อนเลย ไฟด้านหน้านั้นเป็นไฟทรงกลม เมื่อได้เปิดขึ้นมาในตอนกลางคืนบอกเลยว่าขี่ในป่าเนี่ยที่มึดๆ ให้ความสว่างได้ดีและไกลมากเลยทีเดียว ภายในไฟหน้าก็จะใช้หลอดแบบ H4 ขนาด 65w ของ phillip ในส่วนของหน้าปัดเรือนไมท์ต่างๆ มีมดวัดทรงกลมมาให้ 2 อันด้วยกัน ประกอบด้วยมาตรวัดเรือนไมท์แบบเข็มและมีตัววัดระยะทางรวม ไฟเลี้ยว ไฟสูง ไฟเกียร์ว่าง แล้วอีกมาตรวัดก็จะเป็นไฟเตือนน้ำมันจะหมด ตัววัดรอบเครื่องยนต์ เท่านี้เองครับ มาต่อกันที่ความจุของถังน้ำมันนะครับ จะสามารถจุน้ำมันได้ที่ 13 ลิตร ตัวแฮนต์ก็จะเป็นแฮนต์บาร์ที่ไม่ได้ทำมาสูงมาก ท่าทางในการนั่งขับขี่หลังก็จะเอียงเล้กน้อย ทำให้การขับขี่ในระยะทางไกลๆ เนี่ยไม่ค่อยเมื่อยเท่าไหร่ ปุ่มสวิทซ์ควบคุมก็ไม่มีอะไรมากเลยครับ มีไฟเลี้ยว แตร แล้วก็ปุ่ม run on-off เท่านั้นเอง สามารถสตาร์ทเครื่องได้ทั้งระบบ manual และไฟฟ้า นะครับ

   มาพูดถึงอารมณ์ในการขับขี่กันบ้างนะครับ สำหรับรถคันนี้ผมได้ทำการทดสอบทั้งเส้นทางตรงที่เป็นทางเรียบ แล้วก็เส้นทางวิบากที่เป็นเส้นทางรัดเลาะตามชายเขา ซึ่งดูเหมือนว่าระบบช่วงล่างในการปรับเซทมาจากโรงงานนั้นดูเหมือนจะย้วยๆ บ้างในการทำความเร็วในทางเรียบนะครับ แต่สามารถปรับโช๊คคู่หลังได้ แต่เมื่อผมได้ไปวิ่งในทางวิบากนั้น ทำได้ดีครับ การเข้าโค้งด้วยความเร็วเนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียวในรถคันนี้ในทางวิบาก ตัวล้อและยางที่ให้มานั้น ล้อหน้าจะมีขนาด 19 นิ้ว ใช้ยางขนาด 100 ล้อหลังนั้นจะเป็นขนาด 18 นิ้ว แต่ขนาดยาง 110 ซึ่งต้องบอกว่ายางที่ให้มานั้นมันวิ่งได้ทั้งบนถนนและก็ทางดิน ระบบเบรกนั้นข้างหน้าจะเป็นเบรคแบบลูกสูบคู่ ส่วนข้างหลังเป็นแบบดั้มท์เบรก ซึ่งผลการทดสอบถ้าต้องการหยุดรถกระทันหันเนี่ย เบรกหลังผมว่าต้องใช้แรงกดค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ แต่ถ้าใครอยากได้ความมั่นใจในการเบรกมากขึ้น ผมว่าไปปรับแต่งระบบเบรกใหม่จะดีกว่าครับ ในส่วนของเครื่องยนต์กันบ้าง มีขนาดของเครื่องอยู่ที่ 400 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด แบบ 1 สูบ แต่ 2 ท่อไอเสีย เมื่อแร่งเครื่องแรงๆ เยอะๆ เนี่ย บอกเลยว่ารถคันนี้ไม่นิ่มนวลเอาซะเลย ตัวเครื่องจะสั่นขึ้นมาให้เรารู้สึกได้ในขระที่เร่งด้วยความเร็วและเร่งเครื่องขึ้นทางชัน

   สำหรับท่านใดที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์แบบนิ้ ชอบขี่มอเตอร์ไซต์แบบนี้ ก็ลองไปดูด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งได้ที่ศูนย์บริการทั่วไปได้เลยนะครับ

   

Review Netgear R7000 Smart Solution Strong WiFi พื้นที่กว้างแค่ไหนสัญญาณก็ถึงด้วยตัวกระจายสัญญาณ WiFi

 

   108plaza ในครั้งนี้เรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จากทางฝั่งผู้ผลิต solution ที่ใช้ภายในบ้านและสำนักงานอีกหนึ่งตัวมาฝากเพื่อนๆ ได้ศึกษาและได้ดูรายละเอียดการทำงานของสินค้าตัวนี้กันครับ ต้องตั้งคำถามเอาไว้อย่างนี้ครับว่า ทุกวันนี้ถ้าเพื่อนๆ มีพื้นที่ภายในบ้าน หรือ ภายในร้าย ภายในสำนักงาน ที่มีบริเซรกว้างๆ เนี่ย จะพบเจอปัญหาอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบ WiFi บ้างครับ แน่นอนว่าอย่างแรกเลยถ้าเราอยู่ไกลๆ จากตัว เลาท์เตอร์ สิ่งที่เจอปัญหาคือสัญญาณไม่ถึง ใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้ หรือถ้าถึงก็สัญญาณอ่อน มาๆ หายๆ แบบนี้ใช่ไหมละครับ ซึ่งอุปกรณ์ไอทีที่ผมได้นารรีวิวในครั้งนี้เนี่ยนะครับ มันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ให้หมดไป เพื่อนๆ จะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ต wifi ได้ทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมเลยทีเดียว

   สำหรับตัวอุปกรณ์ไอทีที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้านี้ มันมีชื่อรุ่นว่า Netgear R7000 ครับ ตัวนี้คือตัวเลาท์เตอร์ที่จะมีการใช้งานร่วมกับตัวกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้นะครับ ซึ่งต้องบอกอย่างนี้ครับว่า อุปกรณ์ไอทีที่เป็นตัวกระจายสัญญาณ wofi เนี่ยนะครับ มันก็มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อด้วยกัน ราคาถูกบ้าง แพงบ้าง แต่เราจะเลือกได้อย่างไรว่าให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา มีวิธีแบบนี้ครับ คือตัวกระจายสัญญาณเนี่ยมันจะมีสเปคบอกเราว่าเครื่องนี้สามารถรองรับ user หรือผู้ใช้งานที่จะมาเชื่อมต่อกับสัญญาณเนี่ยมากน้อยแค่ไหน ถ้าพูดเป็นศัพท์เทคนิคก็ให้ดูที่ data chanel นะครับ เราต้องเลือกให้เหมาะสม สมมติว่าเรามีสมาร์ทโฟนหลายๆ เครื่อง แท้ปเล้ด โน้ตบุ๊คเยอะๆ เนี่ย แล้วใช้ตัวกระจายสัญญาณที่มีแบนวิดต่ำๆ เนี่ย มันก็จะทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตนั้นช้าลงไปด้วยนั้นเอ ซึ่งสำหรับตัวกระจายสัญญาณที่เรานำมารีวิวนี้ จะสามารถรองรับการกระจายสัญญาณ wifi ได้บนมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่ามาตรฐาน AC ที่มีคลื่นความถี่เป็น AC1900 Mbit รองรับการใช้งายกันได้แบบคู่กับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณตัวอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งทางพนักงานของทาง netgear เองก็ได้แนะนำมาอีกนะครับว่า เมื่อเราต้องการที่จะกระจายสัญญาณจากตัวเลาท์เตอร์ที่เรานำมารีวิวกันในครั้งนี้นั้น ยังสามารถใช้ตัวกระจายสัญญาณที่ชื่อว่า WiFi Range Extender Ex7000 ตัวนี้ครับ

   ซึ่งการรีวิวของเราในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการรีวิวกันครบทั้งการใช้งานที่เป็นทั้ง solution ที่สามารถนำมาติดตั้งเองได้เลยนะครับ ก็ตัวรูปอุปกรณ์ไอทีด้านบนนี้ก็คือตัวที่ผมได้บอกไป จะมีชื่อรุ่นว่า Ex7000 เนี่ยนะครับ มันคือตัวกระจายสัญญาณที่ต่อมาจากตัวเลาท์เตอร์ที่เราแนะนำไปด้านบนนี้ ก็ถือว่าตัวกระจายสัญญาณที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวท๊อปของตัวกระจายสัญญาณเลยนะครับ ก็จึงมั่นใจได้ว่าการใช้งานในพื้นที่กว้างๆ นั้นจะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ครอบคลุมพื้นที่อย่างแน่นอนเลยทีเดียว รวมไปถึงตัวแบนวิดที่สามารถรองรับการใช้งานในจำนวนของอุปกรณ์ไอทีเยอะๆ ได้นะครับ ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟนหลายๆ เครื่อง แล้วก็ตัวอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ เนี่ยนะครับ อย่างเช่น แท็ปเล็ด ไอแพ็ด และอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาในการปล่อยสัญญาณ wifi แล้วนะครับ ซึ่งหลายๆ บ้านมักจะมีคนใช้งานทางด้านอินเตอร์เน็ตที่ต้องการสัญญาณแรงๆ เร็วๆ เพื่อใช้ในการสตรีมหนัง ดาวน์โหลดเกมส์เล่นเกมส์ออนไลน์หนักๆ รับรองว่าถ้าอินเตอร์เน็ตบ้านคุณแรงพอดูแล้วเนี่ย แล้วตัวปล่อยสัญญาณก็ดีแบบนี้อีกด้วยแบบนี้ รับรองรับเลยว่า เมื่อคุณจะดูหนังออนไลน์ ดู youtube ที่ความละเอียดระดับ 4K เลยเนี่ยก็ไม่สะดุดแน่ๆ ครับ ก็ลองเอาเลาท์เตอร์แบบนี้ไปใช้งานกันได้นะครับ เพราะว่าทุกวันนี้บางคนบางท่านใช้อุปกรณ์ไอทีรุ่นใหม่ๆ กันแล้ว ซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ ซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่ ซื้ออะไรใหม่ แต่ยังไม่เปลี่ยนระบบปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่บ้านอีกเนี่ยนะครับ ยังเป็นแบบเก่าอยู่ หรือว่าใช้เลาท์เตอร์ที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเค้าติดตั้งไว้ให้อยู่แบบเดิมเลย ที่เป็นมาตรฐาน b อยู่นะครับ ถือว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตก็จะไม่เสถียรนั้นเอง

   ใครที่รู้สึกว่า WiFi ที่บ้านเราหรือที่ร้านเรามันทำไมช้าจังเลย พอให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมาเช็คความแรงของสัญญาณแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แบบนี้ก็ควรที่จะแก้ solution ภายในบ้านเราให้รองรับมาตรฐานการใช้งานแบบใหม่ได้แล้วนะครับ ก็ถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวในครั้งนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้งาน WiFi เลยทีเดียวครับ ใครสนใจก็ลองไปหาซื้อกันดูได้

รีวิว เครื่องวัดความดันที่สามารถใช้เองได้ที่บ้าน Omron Blood Pressure Monitor HEM-7203

 

   108plaza ในครั้งนี้มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะเอามจคนรักสุขภาพและก็อาจจะต้องใช้เครื่องวัดความดันอยุ่เป็นประจำเนี่ยนะครับ บางทีโรคบางโรคที่หลายๆ ท่านเป็นอยู่ก็ต้องเช็คความดันกันทุกๆ วัน ซึ่งบางท่านที่เป็นผู้สูงอายุก็ดีหรือว่าท่านที่ป่วยอยู่แล้ว ต้องเดินทางไปอนามัยหรือโรงพยาบาลเพื่อวัดความดันเองเนี่ย เราก็ไม่ต้องลำบากไปวัดความดันอีกต่อไป เพราะเราสามารถซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้เองที่บ้านได้แล้วและในครั้งนี้ผมจะมีเครื่องวัดความดันรุ่นหนึ่งมารีวิวพร้อมๆ กับการใช้งานกันครับ

   ซึ่งเครื่องวัดความดันที่ทุกท่านเห็นอยู่ในรูปด้านบนและด้านล่างที่เป็นรูปสินค้าตัวอย่างนี้นะครับ มีชื่อรุ่นว่า Omron HEM-7203 ซึ่งการใช้งานในเบื้องต้นก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ เราสามารถที่จะวัดด้วยตัวเองได้ บนหน้าจอก็จะมีโหมดต่างๆ เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษนะครับ ก็จะมีปุ่ม start/stop ปุ่มต่อมาก็จะเป็นปุ่มหน่วยความจำที่บันทึกได้ และก็มีปุ่มเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ปุ่ม E คือปุ่มที่สามารถตั้งวันที่ ตั้งเวลาได้ สำหรับตัวเครื่องนั้นก็จะมีทั้งโหมดที่เป็นการใส่แบตเตอร์รี่หรือถ่ายได้ด้วย หรือจะใช้ไฟฟ้าเป็นตัว อแด็ปเตอร์ มาให้เสียบกับไฟบ้านได้ด้วย สำหรับตัวเครื่องหน้าจอมีเท่านี้เองครับ เป็นจอเล็กๆ อย่างที่เห็นในรูปนะครับ ต่อมาก็มาดูในส่วนของผ้าพันแขนกันบ้างนะครับ ซึ่งตัวผ้าพันแขนรุ่นนี้จะเป็นผ้าพันแขนขนาดกลาง มีเส้นรอบวงอยู่ที่ขนาด 22-32 เซนติเมตรครับ ท่านที่มีแขนใหญ่ๆ ก็สามารถใช้เครื่องวัดความดันตัวนี้ได้ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ผ้าพันแขนมีเส้นรองวงที่กว้างพอสมควรเลย เมื่อสังเกตบนผ้าพันแขนนั้นก็จะเห็นว่าจะมีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าควรจะหันทางไหนเข้าไปด้านใน ทางไหนอยู่ด้านนอก แล้วควรจะสอดแขนเข้าไปลึกขนาดไหน แล้วตัวผ้าพันแขนก็จะเชื่อกับตัวหน้าจอแสดงผลด้วยสายอากาศอย่างที่เคยเห็นกันเนี่ยแหละนะครับ มันไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างสักเท่าไหร่

   ทีนี้มาเปิดดูตัวเครื่องที่ตรงหน้าจอกันสักนิดหนึ่ง ผมถือโอกาสที่จะทดลองด้วยการวัดความดันของผมเองเป็นการทดสอบการใช้งานบนเครื่องไปเลยทีเดียวนะครับ ซึ่งบนหน้าจอนั้นมันจะสามารถที่จะแสดงผลได้ทั้ง 2 ค่าเลย ก็คือ ค่าการวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะที่บีบตัว แล้วก็การวัดค่าการเต้นของหัวใจขณะที่คลายตัวนั้นเอง อ้อ ผมลืมบอกไปนะครับ ว่าเมื่อเวลาที่เราเปิดเครื่องขึ้นมานั้น ตอนแรกเลยมันจะให้เราทำการตั้งวันที่ ตั้งเวลาให้เรียบร้อยครับ ก็จะสามารถทำงานได้ ต่อมาจากนั้นมาดูวิธีการสอดผ้าพันแขนเข้าไปวัดความดันกันบ้างนนะครับ ในคู่มือการใช้งานเองเนี่ยนนะครับ ก็จะบอกเอาไว้ว่าให้เราทำการถอดผ้าที่ยาวออกไปให้พ้นแขนของเรา คือถ้าใครใส่เสื้อแขนยาวเนี่ยไม่ควรเอาผ้าพันแขนมาพันทับเสื้อนะครับ ควรที่จะโถลกเสื้อขึ้นไปก่อน จากนั้นก็ต้องสอดผ้าพันแขนเข้าไป ให้ขอบด้านล่างนั้นพ้นจากข้อศอกประมาณ 1-2 เซนติเมตร แล้วก็ต้องหันด้านที่เป็นลูกศรที่อยู่ตรงผ้าพันแขนให้เราเห็นด้วย ข้อควรระวังอีกหนึ่งอย่างในขณะที่เรากำลังทำการวัดความดันนะครับ เราไม่ควรที่จะเอาแขนมาวางทับกับสายอากาศที่ต่อจากผ้าพันแขนกับตัวเครื่องนะครับ เพื่อให้ลมที่อยู่ด้านในนั้นทำงานผ่านสายอากาศได้สะดวกนั้นเอง หลายคนถามว่าแล้วเราจะวัดจากแขนไหน แขนซ้าย หรือ แขนขวา อันนี้บอกได้เลยว่าค่าที่ได้จากการวัดความดันของแขนทั้งสองข้างของแต่ละคนนั้นได้ไม่เท่ากันนนะครับ ก็เพื่อความชัวร์ก็วัดข้างใดข้างหนึ่ง แต่ค่าที่ได้ก็จะไม่ต่างกันมากนักกับแขนทั้งสองข้างนะครับ แล้วท่านั่งที่อยู่ในขณะที่กำลังวัดความดันนั้น เราควรนั่งในท่าที่สบายตัวมากที่สุดนะครับ ซึ่งเท่าที่ดูจากข้อมูลหรือคู่มือการใช้งานมาเนี่ย มันอาจจะดูว่ารายละเอียดมันเยอะ แต่เวลาที่เราใช้งานเองเป็นแล้วเนี่ย มันก็จะไม่ได้เยอะอะไรมากมายนะครับ ก็แค่สอดแขนเข้าไปที่ตัวผ้าพันแขน แล้วก็จัดวางระดับของผ้าพันแขนให้เหมาะกับตำแหน่งที่ควรจะวัด จากนั้นก็กดปุ่ม start เท่านั้นเอง ตัวเครื่องก็จะปล่อยอากาศเข้ามาผ่านสายท่ออากาศ จากนั้นตัวเครื่องก็จะทำงานโดยอันโนมัตินะครับ

   สำหรับเพื่อนๆ หรือผู้ป่วยท่านใด ที่จำเป็นต้องทำการวัดความดันโลหิตของตัวเองอยู่บ่อยๆ ก้อาจจะจำเป็นต้องใช้ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่เรานำมารีวิวนี้นะครับ เพื่อความสะดวกสบายในการวัดความดัน เราสามารถทำการวัดความดันด้วยตัวเองได้นะครับ แล้วเครื่องนี้ก็ทำงานได้ค่อนข้างแม่นเลยทีเดียว มีการคลาดเคลื่อนบ้างเป็นบางครั้งกับการวัดเมื่อเทียบกับแขนทั้งสองข้างของเราเองนะครับ ถือว่าใช้งานได้ดีครับ

Review NETGEAR Nighthawk AC1900 Smart WiFi Router เลาท์เตอร์ที่สามารถจำกัดอินเตอร์เน็ตได้ ดีสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องการป้องกันไม่ให้ลูกเล่นเกินเวลา

 

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลย ก็เป็นอีกหนึ่งตอนที่เราก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์มาทำการรีวิวให้กับเพื่อนๆ ได้ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้า ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของตัวสินค้าที่เรานำมารีวิว เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าตัวนั้นๆ นะครับ ซึ่งในตอนนี้เองเรามี router สำหรับใช้ภายในบ้านยี่ห้อหนึ่งมาฝากกัน ฟี่เจอร์เด่นๆ ของเลาท์เตอร์รุ่นที่เราพูดถึงนี้นนะครับ มันสามารถจำกัดเว็บไซต์ที่ไม่สมควรจะให้เด็กหรือลูกเราเข้าเล่นได้ รวมถึงจำกัดเวลาปิดเปิดสัญญาณให้เล่นอินเตอร์เน็ตได้ด้วย คือมันเหมาะสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องทันสมัยในยุคนี้นะครับ ลูกๆ เล่นเน็ตในบ้าน ในห้อง เค้าเล่นอะไรกันบ้าง เข้าเข้าเว็บไซต์ไหน เราสามารถเช็คได้จากตัวเลาท์เตอร์ตัวนี้ เมื่อลูกเราเล่นเกินเวลาที่จะพักผ่อนแล้ว เล่นดึกเกินไป อะไรแบบนี้ เราก็ทำการตัดสัญญาณเน็ตในเครื่องของลูกได้เลย แต่เราเองก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ อะไรแบบนี้นนะครับ นี่คือรายละเอียดแบบคร่าวๆ ของเลาท์เตอร์ที่จะนำมารีวิวกันในตอนนี้ แล้วรายละเอียดเพิ่มเติมจะมีอะไรบ้างนั้น เดี่ยวมาติดตามกันครับ

   สำหรับ Router ตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า Netgear Nighthawk X3 นี่คือชื่อรุ่นที่อาจจะเรียกง่ายๆ เรียกสั้นๆ เวลาที่เราจะไปหาซื้อที่ร้านไอทีทั้งหลายนนะครับ สังเกตง่ายๆ จะเหมือนในรูปที่มันจะมี 3 เสาแบบนี้ ถ้ามีแค่ 2 เสา หรือ เสาเดียวก็คือจะไม่ใช่รุ่นนี้นะครับ แล้วฟี่เจอร์ด้านในก็จะไม่เหมือนกับที่เรารีวิวกันในครั้งนี้ด้วย ถ้าร้านไอทีเค้าไม่รู้จัก ก็อาจจะบอกร้านหรือพนักงานขายเป็นชื่อเต็มๆ ว่า Netgear Nighthawk AC1900 Smart WiFi Router ก็ได้นะครับ สำหรับเลาท์เตอร์ตัวนี้รองรับการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า 802.11AC แล้วด้วยนะครับ คือพูดสั้นๆ ก็คือมาตรฐาน AC นั้นและครับ ซึ่งมันจะปล่อยสัญญาณได้เสถียรกับแบบเดิม แล้วก็จะจับคู่สัญญาณได้ดีกว่า สาเหตุที่เลาท์เตอร์แบบเก่าๆ จะมีเสาเดียว แต่เลาท์เตอร์ใหม่ๆ จะมี 2 เสาบ้าง 3 เสาบ้าง ก็เพื่อที่จะรองรับการจับสัญญาณอุปกรณ์ไอทีที่เพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างในบ้านเรามีทั้งสมาร์ทโฟน ถ้ามีคนเยอะหน่อย ครอบครัวใหญ่ก็มี 4 เครื่องขึ้นไป มีโน๊ตบุ๊คอีก มีแท็ปเล็ด มีไอแพ็ด เยอะไปหมด เลาท์เตอร์ที่ใช้ก็ต้องกระจายสัญญาณได้ดีขึ้นด้วยเช่นกันนะครับ

   มาดูจุดเด่นอย่างแรกของตัวเลาท์เตอร์ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ สาเหตุที่มี 3 เสานี้คือจะเพิ่มประสิทธิภาพของ เน้ตเวิร์ค ในบ้านให้ดีขึ้น ซึ่งเสาที่ปล่อยสัญญาณนี้มีความแรงในการปล่อยที่ 5 DPI แล้วชื่อรุ่นที่เขียนว่า AC1900 เนี่ยก็คือว่า เป็น 1900 Mbit ซึ่งมันจะรองรับการใช้งานในอุปกรณ์ไอทีมากถึง 30-40 เครื่องได้เลยแบบสบายๆ ไม่ต้องมาห่วงว่าไอพีจะชนกัน ไม่ต้องห่วงว่าจะมาแย่งสัญญาณกัน อะไรแบบนั้น ซึ่งถามว่าเลาท์เตอร์ตัวนี้ใช้งานในกลุ่มธุรกิจ SME ได้ไหม ได้ครับ ในกรณีที่มีพืท้นที่ไม่กว้างมาก ก็สามารถใช้ได้ จุดเด่นของต่อมาของเลาท์เตอร์ตัวนี้คือ ที่เลาท์เตอร์จะมี USB port 3.0 มาให้ด้วย 1 พอร์ต แล้วก็มี USB port 2.0 ,k.shvud 1 port ดังนั้นเนี่ยนะครับ ทำให้ตัวเลาท์เตอร์เองเนี่ย สามารถที่จะรองรับการใช้งานเป็นแบบ print server แล้วก็การแชร์ไฟล์เพื่อให้เครื่องอื่นๆ เป็น file server ได้ด้วยนะครับ แล้วก็เสียบกับตัว เอทาร์นอล ฮาร์ดดิสก์ ได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องเสียบไฟเพิ่มด้วยนะครับ เพราะว่าตัวมันเองเนี่ยสามารถจ่ายไฟได้ในตัวอยู่แล้วว จุดเด่นข้อที่สามสำหรับตัว router เครื่องนี้ จะมี CPU เป็น Dual-core วิ่งด้วยความเร็ว 1 GHz และมาพร้อมกับ RAM 256 MB ด้วย ซึ่งถามว่าเมื่อเลาท์เตอร์ที่มีชิปประมวลผลภายในมาด้วยเนี่ย มันเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ก็ต้องบอกว่า ใครที่ชอบเล่นเกมส์ เล่นเกมส์ออนไลน์ที่มีกราฟฟิกสูงๆ ที่ต้องการความเสถียรของตัวสัญญษรและความแรงของเลาท์เตอร์ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์คนเล่นเกมส์เลยทีเดียวครับ

   จุดเด่นอย่างที่ 4 สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นนะครับ คือด้านในเนี่ยจะมี ซอฟต์แวร์ ที่คอยจัดการเว็บที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานได้ด้วย เด็กๆ จะถูกจำกัดการเข้าถึงเว็บที่คิดว่าไม่เหมาะสมได้ รวมถึงตั้งเวลาปิด เปิดสัญญาณได้ด้วย จุดเด่นสุดท้ายก็คือ เลาท์เตอร์ตัวนี้สามารถรองรับนักโปรแกรมเมอร์หรือ แอดมิน ทั้งหลายที่อยากจะอัพเกรดการใช้อินเตอร์เน็ตให้แรง ให้เร็ว ด้วยตัวเฟิร์มแวร์ที่อยู่ด้านในได้อีกด้วยนะครับถือว่ามีการใช้งานที่ครบถ้วนครับ

Review Microphone Wireless BOYA-WM5 ไมค์ที่สามารถคุยตอบโต้กันได้ราคาเบาๆ

 

   มากันอีกแล้วครับ มากันอีกแล้วกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ราคาเบาๆ ก็ต้องบอกว่าสินค้าที่ 108plaza นำมารีวิวในครั้งนี้มาจากพี่จีนอีกแล้วนะครับ ทำไมถึงต้องเอาของจีนมาริวิวกันเยอะเหลือเกินพักนี้ ก็ต้องบอกว่ามันมีราคาเบาๆ นั้นเองครับ แต่มันก็ใช้งานได้ดีในระดับหนึ่งนะครับ แล้วช่วงนี้เพื่อนๆ ของเราก็คงมไค่อยจะมีเงินซื้อ gadget อะไรที่ราคาแพงๆ กันเท่าไหร่นะผมว่า ก็เลยคิดว่าเอาสินค้าที่ราคาเบาๆ สบายกระเป๋ามาทำการรีวิวกันดีกว่า

   Gadget ที่เพื่อนๆ เห็นกันอยู่ในรูปด้านบนนี้นะครับ มีชื่อรุ่นว่า BOYA BY-WM5 ครับ เป็นไมค์ไร้สายที่เป็นไมค์ไวเลสครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่าใครที่เป็น โปรดักส์ชั่น มือใหม่ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีเงินลงทุนซื้อไมค์ไวเลสแบบนี้ในราคาแพงๆ ราคาเกือบๆ 2 หมื่นบาทอย่างนี้นะครับ มันก็คงต้องหาทุนอีกเยอะ แต่พอที่จะใช้ได้บ้างในราคาเบาๆ ก็ต้องตัวนี้ครับ ซึ่งบอกเลยว่าไมค์ไวเลสตัวนี้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วนเลย แต่จะครบถ้วนในด้านใดบ้างนั้น มาดูกันครับ

   สำหรับฟังก์ชั่นการทำงานไมค์ไวเลสตัวนี้แน่นอนว่าการใช้งานของมันอย่างแรกเลยคือ เป็นตัวไมค์ที่สามารถส่งสัญญาณเสียงจากผู้พูดหรือพิธีกรที่จะทำรายการเนี่ยนะครับ ส่งสัญญาณเสียงไปยังกล้องที่กำลังบันทึกวีดีโอเอาไว้น้นเอง นี่คือการใช้งานของไมค์ทั่วไป แต่ความพิเศษอย่างที่สอง ของไมค์ยี่ห้อนี้คือ มันสามารถที่จะพูดคุย ตอบโต้กันกับคนที่อยู่หลังกล้องได้ด้วย อธิบายเพิ่มเติมอย่างนี้ครับ ฟังก์ชั่นนี้คนที่ควบคุมรายการหรือคนที่กำลังถ่ายทำอยู่หลังกล้องเนี่ยสามารถที่จะพูดสั่งหรือบอกคนที่เป็นพิธีกรได้แบบที่ว่าพูดคุยตอบโต้กันได้เลย เรียกว่าถ้าเป็นไมค์ไวเลสยี่ห้อดังๆ เนี่ยฟังก์ชั่นนี้นราคาเบาๆ เนี่ยไม่ได้แน่นอน ต้องราคา 2 หมื่นขึ้นนะครับ ความพิเศษของไมค์ไวเลสตัวนี้อย่างที่สาม ในสเปคข้างกล่องเขียนติดเอาไว้ว่า มันสามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 50 เมตร อันนี้ผมก็ได้ทำการทดสอบมาเรียบร้อยนะครับ ผลก็คือ มันไม่ได้ถึง 50 เมตรจริงๆ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร จะได้อยู่ที่ประมาณระยะ 20-25 เมตร เท่านั้นเองเสียงก็ขาดๆ หายๆ แล้วนะครับ ไม่ทราบว่าจะเป็นแบบนี้ทุกตัวหรือเปล่า

   สำหรับตัวส่งสัญญาณนั้นจะมีเป็นกล่องเล้กๆ เอาไว้เหน็บที่เอวของคนพูดหรือพิธิกรนะครับ ก็จะมีแจ็คเสียบไมค์หนึ่งช่อง แล้วก็แจ็คเสียบหูฟังอีกหนึ่งช่อง แล้วก็มีตัวปรับระดับเสียงจากตัวหูฟังด้วย ตัวกล่องก็จะต้องใส่ถ่ายขนาด AAA จำนวน 1 ก้อน จากนั้นก็จะมีไมค์แล้วก็ชุดหูฟังมาให้อย่างที่เห็นในรูปนะครับ ต่อมาก็เป็นตัวรับสัญญาณ จะเห็นว่าตัวรับสัญญาณเนี่ยจะมีพอร์ดที่เอาไว้เสียบกับที่เสียบแฟลดช์ที่ตัวกล้องด้วย เราก็เสียบตรงนั้นได้เลย บนตัวรับสัญญาณก็จะมีปุ่มเปิดปิด แล้วก็ปุ่มปรับระดับเสียงที่มาจากคนพูดหรือพิธีกรที่อยู่หน้ากล้องด้วยเช่นกัน แต่เวลาพิธีกรพูดมาทุกอย่างจะบันทึกลงกล้องนะครับ แต่คนที่อยู่หลังกล้องพูดสั่งเข้าไปนั้นจะไม่มีเสียงบันทึกลงกล้องนั้นเอง แล้วที่ตัวรับและตัวส่งสัญญาณนั้นจะมีปุ่ม low cut เป็นตัวตัดเสียงในย่านต่ำหรือเสียงทุ้มออกไป อันนี้ผมว่าไม่ควรกดนะครับ เอาเสียงที่เป็นธรรมชาติจะดีกว่า มีมิติกว่านั้นเอง เพราะผมได้ทดสอบแล้ว พอกดปุ่ม low cut ลงไปเนี่ยนะครับ มันจะเป็นเสียงออกโทนแหลมไปเลยนะครับ เสียงไม่เหมือนเสียงจริงของผมเองนะครับ ซึ่งหลักการใช้งานของไมค์ไวเลสก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากนะครับ แล้วเสียงที่ได้จากการใช้ไมค์ไวเลสตัวนี้ รุ่นนี้ ผมว่าตามความคิดเห็นของผมหลังจากที่ทำการบันทึกเสียงและวีดีโอเรียบร้อยแล้ว กลับมาเปิดไฟล์ดูคุณภาพเสียงจากไมค์ที่ใช้ พบว่าดีครับ เรียกว่าถ้าเราใช้พื้นที่ในการบันทึกภาพไม่ได้ห่างจากตัวกล้องมากเท่าไหร่เนี่ย ในระยะที่ไม่เกิน 20 เมตรก็แล้วกัน เสียงที่ได้ก็ชัดเจนดีเลยทีเดียวครับ

   สำหรับใครที่กำลังหาไมค์ไวเลสแบบนี้เพื่อนำไปทำรายการก็ลองเข้าไปดูหรือหาซื้อกันได้ในราคาที่ต้องบอกว่ามันเป็นไมค์ไวเลสคุณภาพดีราคาเริ่มต้นแล้วกัน สำหรับเพื่อนๆ ที่ทุนน้อย แต่กำลังจะเติบโต ผมว่าเหมาะมากเลย ส่วนครั้งหน้าเราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวกันต่อไปนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดกันเลยทีเดียว รับรองว่าเด็ดอย่างแน่นอนครับ

Review Samsung NT 188 หูฟังบลูทูธที่ใช้คุยเป็น Small Talk ได้ ฟังเพลงได้

108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้มีอีกหนึ่ง gadget จากทาง Samsung มาทำการรีวิวกันด้วยครับ เพื่อนๆ คนไหนที่เป็นสาวกแบรนด์เกาหลีอย่างทาง ซัมซุง แล้วละก็ อย่าพลาดกันเลยทีเดียว เพราะมีเพื่อนๆ บางคนนะครับที่ผมเคยไปเจอมา เค้าไม่ยอมใช้ของยี่ห้ออื่นเลยจริงๆ จะแบรนด์ผลไม้หรอ ไม่ได้กินเราหรอก จะแบรนด์จีนหรอ ไม่ได้กินเราหรอก อย่างเราก็ต้อง ซํมซุง เท่านั้น อะไรแบบนี้นะครับ สมาร์ทโฟนต้อง ซัมซุง สิ่งที่ต้องใช้คู่กับสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งอย่างคืออะไรครับ ก็คือ หูฟัง นั้นเอง แล้วหูฟังที่ผมจะนำมารีวิวในตอนนี้จะดีหรือไม่ดี จะพิเศษกว่ายี่ห้ออื่นหรือไม่ มาติดตามกันครับ

 

   สำหรับสินค้าที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้มีชื่อรุ่นว่า Samsung NT-188 ครับ เป็นหูฟังแบบบลูทูธนะครับ ซึ่งความสะดวกสบายและความง่ายในการใช้หูฟังแบบนี้เนี่ย มันไม่ต้องยุ่งยากเหมือนกับการใช้หูฟังที่เป็นสายยาวๆ ที่มันจะพันกันอิลุงตุงนังเวลาที่เราจะใช้งานนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นสายแบบสายแบนก็ตามนะ ผมว่าเท่าที่เคยใช้มาอย่างไงมันก็พันกันอยู่ดีนะครับ แต่ถ้าเป็นบลูทูธแบบนี้สายมันก็จะไม่พันกัน ใช้งานง่ายครับ

   เริ่มแกะกล่องกันเลยดีกว่านะครับ ในกล่องก็จะมีเป็นคู่มือการใช้งานมาให้ในฉบับ แล้วก็มีใบรับประกันตัวสินค้ามาให้ด้วย จากนั้นก็จะมีตัวสายชาร์จแบตเตอร์รี่ของตัวบลูทูธ ก็เป็นสายแบบ USB ที่เราจะเอาไปเสียบชาร์จกับคอมพิวเตอร์ก้ได้หรือว่าจะไปเสียบชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์ก็ได้ด้วย รวมไปถึงตัวที่เป็นหูฟังมาให้ในกล่องเลย สำหรับตัวหูฟังของรุ่นนี้ก็จะมีเป็นตัวเกี่ยวกับหูกันหูฟังตกหรือที่เรียกว่า เอียร์ฮอค นะครับมาให้ด้วย ก็สามารถที่จะเกี่ยวกับหูไว้ได้กันหลุดหรือกันหูฟังตกนั้นเอง แล้วก็จะตัวบลูทูธที่พร้อมปุ่มกดเปิดปิด รวมไปถึงปุ่มกดเพิ่มลดเสียง เท่านี้เองครับสำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้แล้วนะครับ

   สำหรับการใช้งานนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนะครับ แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยใช้งานอุปกรณ์จำพวกบลูทูธมาก่อนเนี่ยผมจะอธิบายวิธีการใช้งานแบบทั่วไปๆ ให้ทราบกันก่อนแล้วกัน ส่วนมากแล้ววิธีการเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธหรือว่าอุปกรณ์บลูทูธตัวอื่นๆ อย่างเช่น ลำโพงบลูทูธอะไรแบบนี้นะครับ การเชื่อมต่อก็จะคล้ายๆ กัน ก็คือเราจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราใช่ไหมละครับ เราก็ทำการเปิดบลูทูธที่ตัวอุปกรณ์เอาไว้ก่อน วันนี้เรามีหูฟังบลูทูธ Samsung NT-188 เราก็กดปุ่มเปิดเอาไว้ให้มันติดเป็นไฟสีเขียวขึ้นมาครับ จากนั้นมาที่ตัวสมาร์ทโฟนของเราก็ไปเปิดบลูทูธเช่นกัน แล้วก็ค้นหาบลูทูธที่ชื่อว่า Samsung NT-188 เช่นกันครับ ก็กดเชื่อมต่อเข้าไป อยากจะรู้ว่าตัวหูฟังบลูทูธของเรากับตัวสมาร์ทโฟนนั้นเชื่อมต่อกันหรือยัง ก็ไปดูที่ตัวหูฟังบลูทูธครับ ถ้าเชื่อมต่อกันแล้วเนี่ยมันจะขึ้นเป็นไฟสีเขียวสลับกับแดงขึ้นมาประมาณ 3 วินาที แปลว่ามันทำการเชื่อมต่อหรือ pair กันแล้วเรียบร้อย เท่านี้ก็พร้อมใช้งาน เมื่อเราเลิกใช้งานตัวหูฟังบลูทูธตัวนี้ เราก็กดที่ปุ่มเปิดปิด ค้างเอาไว้จนไฟมันขึ้นเป็นสีแดงแล้วก็ดับไป แปลว่ามันปิดไปแล้วครับ เมื่อเราจะเชื่อมต่ออีกครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไปก็ง่ายแล้วครับ เราแค่กดที่ตัวหูฟังบลูทูธค้างเอาไว้ เป็นการกดปุ่มเปิดให้ไฟมันขึ้นเป็นสีแดงสลับกับเขียว แปลว่าเชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้วนั้นเอง สำหรับตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้การชาร์จแบตเตอร์รี่จนเต็มจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจะสามารถใช้งานได้ติดต่อกันนาน 5-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งาน แล้วก็สามารถเปิดสแตนบายเอาไว้ได้นาน 10 ชั่วโมงนะครับ แล้วเรื่องที่จะไม่พูหรือไม่รีวิวไม่ได้เลก็คือเรื่องของคุณภาพของเสียงที่ได้ยิน ก็ต้องบอกว่าถ้าใช้งานในด้านของการฟังเพลงนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์คนที่หูเทพๆ สักเท่าไหร่ เพราะหูฟังตัวนี้ผมคิดว่าเน้นการทำงานในด้านของการสนทนาผ่านโทรศัพท์มากกว่า จะสามารถใช้ในการพูดคุยกันได้ยินชัดเจนดีครับ เรื่องมิติของเสียงที่ใช้ในการฟังเพลงคะแนนเต็ม 10 ผมให้ที่ 1.5

   สำหรับใครที่เบื่อปํญหาใช้ small talk แล้วสายพันกันยุ่งเหยิง ก็ลองไปหาใช้หูฟังบลูทูธแบบนี้ใช้แทนก็ได้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมาทำการรีวิวกันอีกนั้น ต้องให้เพื่อนๆ ได้คอยติดตามด้วยนะครับ แล้วก็เข้าไปกด like กด share facebook 108plaza ของเราด้วยนะครับ

รีวิว แอปพลีเคชั่นดูโฆษณาจนจบแล้วได้เงิน App Doo Ads มีให้ดาวน์โหลดแล้วบน Android และ IOS

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลยนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้ามากด like กด share แฟนเพจของเรามันอย่างต่อเนื่อง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ทำให้ทีมงานนั้นได้นำเสนอเรื่องราวดีๆ เนื้อหาสาระดีๆ มาสู่เพื่อนๆ ที่คอยติดตามกันในรูปแบบของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์กันอย่างนี้เรื่อยๆ นะครับ สำหรับในวันนี้เป็นการรีวิว App ครับ เป็นแอปพลีเคชั่นอย่างหนึ่งที่เราได้เงินด้วย ไม่ใช่เข้าไปแล้วเสียเงิน แต่เป็นแอปที่เราได้เงิน แล้วเราจะได้เงินผ่านทางช่องทางไหน ได้เงินอย่างไร ได้แบบไหน อันนี้มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับตัวแอปพลีเคชั่นนี้มีชื่อว่า Doo Ads ครับ หลักการของการเขียนแอปพลีเคชั่นนี้มาก็เพื่อว่าเป็นแอปที่คนทั่วไปจะได้กำไรคืนกลับมาจากการเข้าไปดูโฆษณาครับ ฟังดูแล้วสงสัยใช่ไหมละครับ ว่าเอ๊ะ ปกติ โฆษณา คลิปโฆษณาสินค้าต่างๆ เราจะเห็นว่าถ้าเราไม่อยากจะดู มันก็โผล่ขึ้นมาให้เราดู บางทีกดเลื่อนไปก็ไม่ได้ ต้องทนดูมันให้จบ อะไรแบบนี้ หรือว่า ถ้าใครที่ดู youtube บ่อยๆ จะเห็นว่ามีคลิปโฆษณาสินค้าต่างๆ ขึ้นมาก่อนเลย ถ้าโฆษณานั้นเราไม่อยากดูก็กด skip ads ไป แต่พอดู youtube ไปสักพักหนึ่ง โฆษณาก็เข้ามาอีกแล้ว บางทีมันก็เบื่อ แล้วก็เสียอารมณ์ แต่ผู้ที่พัฒนาแอป doo ads ขึ้นมาเนี่ยเป็นแนวคิดที่ทำแอปออกมาให้สวนทางกันครับ สวนทางกันก็ตรงที่ว่า ปกติคนทั่วไปจะไม่ค่อยดูโฆษณา แต่จะทำอย่างไรให้คนเต็มใจเข้ามาดูโฆษณา แล้วก็ดูจนจบ วิธีการนั้นก็คือ จ้างให้มาดูครับ แอปพลีเคชั่นนี้ เมื่อเราเข้าไปดูโฆษณาจนจบแล้วเนี่ยเค้าจะมีเงินเป็นเงินสะสมมาให้เรา เราก็ดูโฆษณาไปเรื่อยๆ จนมีเงินสะสมมากขึ้นๆ เราก็สามารถเอาเงินจำนวนนั้นไปใช้อย่างอื่นได้ อันนี้เป็นวิธีการคิดแบบง่ายๆ ก็คือว่า ปกติคนเบื่อโฆษณา จะดูอย่างอื่นที่ไม่ใช่โฆษณา แต่ทีนี้ต้องการจ้างให้มาดูโหษณาเอาซะเลย จะได้เต็มใจเข้ามาดู นี่คือหลักการเบื้องต้นของแอปนี้ครับ แต่เดี่ยวจะไปเจาะลึกว่าเงินที่ได้จะเท่าไหร่ จะมากหรือน้อยแค่ไหน ดูอย่างไงจะได้เงิน ช่วงหน้าครับ

   สำหรับตัวแอป Doo Ads นั้นก็สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง android และ IOS นะครับ เมื่อดาวน์โหลดมาแบ้วจะมีคลิปโฆษณามาให้เราเลือกดูเยอะแยะเลย พร้อมกับจะมียอดเงินที่บอกเอาไว้ว่าคลิปนี้เราจะได้เงินเท่าไหร่ จะบอกเป็นจำนวนบาทเลย คือบางแอปจะมีบอกเป็นแต้มหรือคะแนนสะสม แต่ไม่รู้ว่าได้กี่คะแนนจะได้กี่บาท แต่แอปนี้ดีก็ตรงที่ว่ามียอดแสดงเป็นบาทเลย แต่เงินที่ได้ก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไรนะครับต่อคลิป หนึ่งคลิปจะได้ประมาณ 15 สตางค์ หรือน้อยกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์สินค้าด้วย เราก็ต้องสะสมเงินไปเรื่อยๆ แล้วเงินตรงนั้นเราสามารถเอาไปเติมเงินโทรศัพท์เราได้ เติมได้ทุกเครือข่ายด้วยนะครับ แล้วสามารถกดเติมเงินให้คนอื่นได้ด้วย ในกรณีที่เราไม่ได้ใช้ระบบเติมเงินนั้นเอง หรือว่าจะเอาเงินตรงนี้ไปซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์ได้ด้วย ที่แน่ๆ สามารถเอายอดเงินตรงนี้ไปร้านสะดวกซื้อ ไปซื้อขนม ซื้อของได้ด้วย หรือใครที่เล่นเกมส์ออนไลน์ เอาเงินตรงนี้ไปซื้อได้ด้วย หรือว่าเอาเงินตรงนี้ไปเติมเกมส์ออนไลน์ก็ได้เช่นกันนะครับ เรียกว่าใครที่พอมีเวลาว่างพอนะครับ ใช้เน็ตที่บ้าน ใช้ wifi ฟรี อะไรแบบนี้ ก็ไปหาดาวน์โหลดแอปนี้มาติดตั้งไว้ แล้วก็สมัครสมาชิก เข้าไปก็ไปกดดูคลิปโฆษณากันเข้าไป ก็กดดูกันไปสะสมยอดเงินกันไป วันหนึ่งก็อาจจะได้ค่าขนมแบบฟรีๆ กันตรงนี้ได้เหมือนกันนะครับ แต่อาจจะต้องทนชาร์จแบตเตอร์รี่มือถือบ่อยสักนิดหนึ่งเพราะว่าดูคลิปวีดีโอก็ต้องเปลืองแบตแน่นอนเลยนะผมว่า สำหรับใครที่อยากจะหาเงินตรงนี้ ตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่นแนะนำเพื่อน หรือว่ามีออฟชั่นเสริมมากมาย ลองเข้าไปหาตังค์เล็กๆ น้อยๆ ในยามว่างกันได้ ส่วนใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจลองเข้าไปติดต่อที่จะทำการโฆษณาสินค้าให้ติดตลาดกันได้ทางแอปนี้นะครับ

   แล้วเพื่อนๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วถ้าเราสะสมยอดเงินได้เยอะๆ อยากจะได้เป็นเงินสดได้เลยมั้ย สามารถทำได้ครับ ในแอปสามารถเลือกโอนเป็นเงินสดผ่านบัญชีธนาคารได้เลยเช่นกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่เราไม่ต้องเสียตังค์ แต่เรากลับได้ตังค์นั้นเองครับ เป็นอีกหนึ่งรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มานำเสนอให้กับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ให้อ่านกันครับ

Review Panasonic VIERA VT50 ทีวีที่จะเปลี่ยนความรู้สึกให้คุณดูภาพยนตร์อยู่ในโรงหนัง

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านในช่วงบรรยากาศที่ร้อนจัดกันอย่างนี้นะครับ เรียกว่าทั่วทั้งประเทศไทยตอนนี้อุณหภูมิสูงตามๆ กันครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็จะนำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ดีๆ มาทำการรีวิวกันอย่างนี้เรื่อยๆ อย่างแน่นอน แล้วคิวของ gadget ที่จะนำมารีวิวในตอนนี้เป็นทีวีครับ เป็นทีวีจอ plasma จากแบรนด์ Panasonic ครับ ซึ่งทางเจ้าของสินค้าเองเค้าก็บอกเอาไว้ว่า ทีวีรุ่น VT50 ที่ผมจะนำมารีวิวในครั้งนี้ มันเป็นจอทีวีที่แสดงผลทางภาพออกมาได้คมชัดเหมือนกับเราดูหนังในโรงหนังเลยทีเดียว จะจริงหรือไม่จริงอย่างไร เดี่ยวเรามารีวิวกันเลยดีกว่าครับ

   ก็ต้องบอกว่าจอทีวีเครื่องนี้ที่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นของทีวีที่น่าสนใจ ซึ่งเท่าที่ผมได้ดูข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทีวีรุ่นนี้แล้วเนี่ยนะครับ ก็พบว่าเค้ามีการดีไซน์ตัวเครื่องที่ค่อนข้างสวยครับ แล้วเรื่องของคุณภาพของภาพที่แสดงขึ้นมาบนหน้าจอเนี่ย เป็นคุณภาพของภาพที่ผู้กำกับหนังหลายๆ คนมาดูสีสัน การแสดงผล บนหน้าจอของทีวีรุ่นนี้แล้วต่างก็บอกว่านี่แหละภาพที่แสดงออกมาตามที่ฉันต้องการในขณะที่กำกับภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ออกมาฉาย นั้นก็แปลว่าภุณภาพของภาพบนจอทีวีรุ่นนี้มีความสมจริงและสีสันที่แสดงผลออกมาได้ธรรมชาติและสมจริงมากที่สุดในบรรดาทีวีรุ่นอื่นๆ นั้นเองครับ ซึ่งคำกล่าวอ้างของผมก็คงจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่นะครับ แต่เท่าที่ผมได้สัมผัสและได้ทดลองใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้วก่อนที่จะมาเขียนรีวิวก็พบว่ามันจริงอย่างที่พูดมาครับ แต่ทีวี Panasonic VT50 รุ่นนี้ก็ได้รับรางวัลทีวียอดเยี่ยมจากหลายๆ องค์กรมาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงนักรีวิวและนิตยสารรีวิวหลายๆ ฉบับก็พากันยกนิ้วให้กับทีวีรุ่นนี้เช่นกันนะครับ

   ทีนี้มาดูเรื่องของดีไซน์ของตัวเครื่องกันบ้างครับ ทีวีรุ่นนี้ได้รับการออกแบบที่เรียกว่า one sheet of glass คือทั้งตัวเครื่องเนี่ยจะดูเหมือนกับว่ามีกระจกแผ่นเดียวเท่านั้นเอง ดูสวยงาม ดูพรีเมี่ยมครับ ด้วยขอบจอจากด้านซ้ายไปจรดด้านขวาเนี่ยมองดูแล้วก็จะเหมือนกับกระจกผ่านเดียวแบบไร้รอยต่อกันเลยทีเดียว แล้วตรงขอบจอก็มีวัสดุที่เป็นโลหะ ถ้าให้ดูภาพรวมของทีวีรุ่นนี้ก็ดูหรูหราครับ เป็นอีกหนึ่งฟอร์นิเจอร์ที่เอาไว้ตังโชว์ในบ้านก็ดูดีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีที่นำมาทำเป็นคุณภาพของจอภาพนั้น ทาง Panasonic เองก็เรียกว่าเทคโนโลยีนี้ว่า neo plasma black 2500 ก็มาขยายความของเทคโนโลยีแบบนี้กันสักหน่อยดีกว่านะครับ เพื่อให้ความสมบูรณ์ของการีวิวที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีนี้คือการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระบบภายในที่เป็นแหล่งกำเนิดภาพกันเลยทีเดียวครับ รวมถึงตัวฟิลเตอร์หน้าจอที่ช่วยในการปรับแสง สี แล้วก็รวมไปถึงคุณภาพของเสียงที่ให้ออกมานั้นมีมิติมากขึ้นนั้นเองครับ

   แล้วอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีเข้ามาในจอทีวีรุ่นนี้ก็คือ smart viera engine pro ซึ่งเทคโนโลยีแบบนี้ทางภาษาของนักพัฒนาระบบหรือโปรแกรมเมอร์เองจะเรียกว่าเทคโนโลยีนี้จะคล้ายๆ กับตัวชิปประมวลผลที่เป็นแบบ Dual-core ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์หรือว่าในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ แต่สำหรับในทีวีแล้วมันไม่ได้ทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้นแรงขึ้นแต่อย่างใด แต่มันจะช่วยให้ทีวีนั้นทำงานได้มีคุณภาพสูงขึ้นนั้นเองครับ เป็นระบบที่นำมาใส่ในจอทีวีแล้วช่วยให้การปรมวลผลของภาพที่แสดงออกมาทางหน้าจอนั้นสมจริง แล้วก็ดูมีมิติมากขึ้นนั้นเองครับ รวมไปถึงการไล่ระดับเม็ดสีของจอทีวีรุ่นนี้มีความละเอียดถึง 24576 สเต๊ปเลยทีเดียว ถ้าจะเทียบกับการไล่ระดับเม็ดสีตรงนี้แล้ว ก็จะมีเฉจสีที่อยู่ในจอทีวีนี้ประมาณ 30 ล้านเฉจสีเลยทีเดียวครับ เรียกว่าเม็ดสีที่อยู่บนจอภาพนี้อัดแน่นไปด้วยเม็ดสีที่ละเอียดมากๆ เลยครับ แต่การทดสอบจอภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจอทีวี จอมอนิเตอร์ จอสมาร์ทโฟน จะทดสอบได้ไม่ยากครับ เราแค่เพียงหาภาพพื้นหลังที่เป็นสีดำสนิท สีดำแบบมีสีขายอยู่ตรงกลางเป็นรูปดอกไม้หรืออะไรก็ได้ เพื่อเทียบให้เห็นถึงการแสดงผลทางภาพออกมาได้ดำสนิทจริงหรือไม่ ถ้าจอนั้นๆ แสดงภาพได้ดำสนิท ไม่มีดำเทา ไม่มีดำเหลือง ก็แสดงว่าคุณภาพของจอนั้นๆ ดีเยี่ยมครับ

   แล้วก็มีอีกหนึ่งคำถามตามมาสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ Panasonic VIERA VT50 รุ่นนี้แสดงภาพบนหน้าจอได้ดำสนิทหรือไม่ คำตอบก็คือ ภาพที่ได้นั้นทำได้ดำสนิทดีมากเลยครับ แล้วการทดสอบภาพที่เห็นโดยรวม ก็ต้องบอกว่าทีวีรุ่นนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไงก็ลองไปหาดูกันได้ตามศูนย์บริการทั่วไปนะครับ

10 จุดเด่นที่คุณต้องตัดสินใจซ้อ All New Honda civic 2016

 

   สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ที่นำมาเสนอกับเพื่อนๆ กัน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสความแรงของวงการรถยนต์บ้านเรานะครับ ซึ่งก็แน่นอนว่าจะหนีไปค่ายอื่นไม่ได้นอกจากค่าย Honda ที่เร็วๆ นี้เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเปิดตัวในงาน มอเตอร์โชว์อย่างเป็นทางการนะครับ ซึ่งในครั้งนี้ผมก็ได้ไปร่วมในการเปิดตัว All New Honda civic 2016 มาด้วย ก็เลยสรุปมาเป็นประเด็นหลักๆ ดังนี้ที่คุณคิดว่าน่าจะถูกใจแล้วก็ชอบในความเป็น civic ใน generation ที่ 10 แล้ว

   สำหรับ civic เองได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเนี่ยตั้งแต่ gen ที่ 3 นะครับ ตอนนี้ gen ที่ 10 แล้วมียอดขายรวมกันทั้งหมดในบ้านเราประมาณ 4 แสนกว่าคัน ซึ่งผมเองก็คิดว่าเมื่อได้รับความนิยมกันถึงขนาดนี้แล้วเนี่ยนะครับ ก็คงเป็นกระแสที่รุ่นแรงกันพอสมควรในรุ่นล่าสุดนี้ ผมก็เลยนำประเด็นหลักๆ ที่คิดว่าเป็นการสรุปจุดเด่นของตัวรถ All New Honda Civic 2016 นี้มาฝากเพื่อนๆ กันครับ

   อย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นเรื่องของ First impression เพียงแค่แรกเห็นก็คงจะสะดุดตา สะกิตใจคนที่อยากจะได้รถเก๋งแบบซีดานแนวสปอร์ตอย่างนี้นะครับ ซึ่งคาดว่ารถยนต์คันนี้น่าจะถูกใจคนที่พอมีเงินจะออกรถสักคันหนึ่งในราคาเกือบๆ ล้านเนี่ยนะครับ

   จุดเด่นของ civic 2016 ในข้อที่ 2 กันบ้างครับ เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกนะครับ ซึ่งรูปโฉมที่เปลี่ยนใหม่หมดทั้งคันรุ่นนี้ มีกระจังหน้าแบบโครเมี่ยม สอดรับกับไฟคู่หน้าที่เป็นแบบ LED ทั้งหมดเลย รวมไปถึงตัวไฟท้ายที่เป็นรูปตัว C ที่เรียงเม็ดด้วยไฟ LED เช่นกัน แต่ในตัวที่เปิดตัวมาในเมืองนอกเนี่ยไฟท้ายจะมีเส้นยาวหากันทั้งสองฝั่ง แต่ตัวนำเข้ามาจะเป็นแค่ตัว C เท่านั้นนะครับ ซึ่งก็ทำให้ใครหลายคนผิดหวังเหมือนกัน เพราะในตัวที่เปิดตัวมาในต่างประเทศจะดูหรูกว่าในบ้านเราพอสมควรครับ

   จุดเด่นข้อที่ 3 จะพาไปดูถึงความสะดวกสบายในห้องโดยสารกันบ้างดีกว่าครับ เรียกว่ามีความกว้างพอๆ กับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง accord เลยทีเดียว เมื่อผมได้ลองเข้าไปนั่งด้านในดูนะครับก็พบว่าเบาะในตำแหน่งของคนขับเนี่ยเป็นการปรับด้วยระบบไฟฟ้าถึง 8 ตำแหน่ง แล้วก็มีเบาะที่ปรับด้วยไฟฟ้าในตำแหน่งผู้โดยสารข้างคนขับปรับได้ 4 ตำแหน่ง รวมไปถึงห้องเก็บสำภาระด้านหลังมีความจุมากถึง 525 ลิตรครับ

   จุดเด่นในข้อที่ 4 คือเรื่องของเทคโนโลยีที่ให้มาใน civic 2016 นี้ก็จะประกอบด้วย เทคโนโลยี สตาร์ทเครื่องเปิดแอร์ด้วยรีโมท เพื่อปรับความเย็นก่อนเข้ารถโดยที่ประตูยังล็อคอยู่และไม่สามารถขับรถไปได้จนกว่าจะสตาร์ทปกติอีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับมีหน้าจอใหญ่ขนาด 7 นิ้วอยู่ตรงคอนโทรน พร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า ตัวรถสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Apple Car Play ได้ด้วย มีปุ่ม push start

   จุดเด่นต่อมาในด้านของความปลอดภัยนะครับ อย่างแรกเลย มีกล้องมองหลังในขณะถอยจอด สามารถปรับมุมกล้องได้ 3 ระดับ เพื่อป้องกันมุมอับนั้นเองครับ แล้วก็ให้ความปลอดภัยด้วยระบบถุงลมนิรภัยมาถึง 6 ตำแหน่งด้วยกัน มีต่ำแหน่งด้านหน้า ด้านข้าง แล้วก็ม่านถุงลม นั้นเองครับ เรียกว่าสร้างความมั่นใจของผู้โดยสารได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

   จุดเด่นข้อที่ 6 ที่มีมา civic 2016 ก็คือ ในด้านของเครื่องยนต์ ที่มีมาให้ได้เลือกกันว่าจะเอารุ่น 1.5 ลิตรแบบเทอร์โบ หรือจะเอาเครื่อง 1.8 ลัตร ไอวีเทค ก็เลือกกันไป แต่เครื่อง 1.5 สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ถึงระดับเดียวกันกับเครื่อง 2.4 ลิตรเลยทีเดียวครับ ในส่วนนี้เครื่องยนต์ของ civic จะตอบสนองได้ดีขนาดไหนต้องมีโอกาสได้ไปทดลองขับด้วยตัวเองกันครับ

   สำหรับจุดเด่นในข้อที่ 7 ไปจนถึงข้อที่ 10 นั้นผมขอพูดโดยรวมเลยแล้วกันนะครับ ก็คือมีขนาดล้อเป็นขอบ 17 นิ้วมาให้ตั้งแต่เครื่อง 1.5 ลิตร พร้อมไปกับเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังที่สูงเทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 แต่ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า สำหรับสีที่มีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของกันเนี่ยก็มีสีขาวไข่มุก สีดำไข่มุก สีเทา สีเงิน แล้วก็สีน้ำเงินเข้ม นั้นเองครับ

   ส่วนเรื่องสำคัญที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นะครับ นั้นก็คือเรื่องของราคานั้นเอง ซึ่งรุ่นท็อปสุดเนี่ยนะครับจอยู่ที่ 1.19 ล้านบาท แล้วรุ่นต่ำสุด จะมีราคาอยู่ที่ 8.6 แสนบาทครับ เรียกว่าจองตัวไหน มีเงินเท่าไหร่ ก็ไปดูกันได้ที่ศูนย์บริการได้แล้วทั่วประเทศครับ