รีวิวและทดสอบขับรถมอเตอร์ไซต์ในสไตล์วินเถจ Stallions Centaur 400

 

   สิ่งห์มอเตอร์ไซต์ สิ่งห์ 2 ล้อที่ชอบขับรถเข้าป่า ที่ชอบขับรถในทางวิบาก มาทางนี้ครับ เพราะในครั้งนี้ 108plaza มีรถมอเตอร์ไซต์ที่เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ตอบโจทย์คนรักมอเตอร์ไซต์ได้อย่างดีเลยทีเดียว ต้องบอกว่ารถมอเตอร์ไซต์คันที่เราจะนำมารีวิวคันนี้เป็นรถในสไตล์ย้อนยุค รถที่ออกแนววินเถจ เก่าๆ ทรงเก่าๆ อาจจะดูไม่เทห์ไม่สปอร์ตเหมือนกับรถบิ๊กไบท์ในยุคนี้เท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าคนที่รักรถมอเตอร์ไซต์แนวนี้ยังมีอยู่ แล้วรถรุ่นนี้เป็นการออกแบบโดยคนไทย แล้วก้ผลิตโดยคนไทยด้วยนะครับ รูปทรงจะสวยงามถูกคนคอ 2 ล้อหรือไม่ มาดูกันเลยครับ

   เป็นอย่างไรกันบางครับเพื่อนๆ เมื่อได้เห็นรูปตัวอย่างรถมอเตอร์ไซต์ที่เรานำมารีวิวและจะทดสอบขับขี่กันในครั้งนี้ด้วยเนี่ยนนะครบ ถ้าคุณชอบรถแนวนี้ อ่านต่อครับ แต่ถ้าวัยรุ่นที่ชอบแนวสปอร์ต หรูหรา น่าขับ ไปอ่านรีวิวรุ่นอื่นๆ แทนครับ สำหรับมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้มีชื่อว่า stallions centaur 400 ครับ เป็นรถที่วิ่งทางเรียบไม่ค่อยดีนักครับ จะเน้นวิ่งในแนวลุยๆ มากกว่า เพราะมันดูไม่ค่อยนิ่มนวลเอาซะเลย ใครที่ชอบเถื่อนๆ ผมว่าคันนี้ตอบโจทย์ครับ บอกราคาค่าตัวของรถคันนี้กันก่อนเลยแล้วกันครับ เผื่อใครสนใจในราคาก็จะอ่านต่อไป แต่คิดว่ามันแพงเกิน ก็ต้องดูรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ ครับ ราคาอยู่ที่ 115,000 เท่านั้นเอง

   มาดูกันที่ส่วนประกอบของตัวรถและก็รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องยนต์กันก่อนนะครับ ตัวรถจะออกแนว เรโทร จ๋าๆ ไปเลยนะครับ ใครที่คาดหวังความทันสมัยของรถแนวนี้มันไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ แต่ผมว่าความปลอดภัยมีครบ สิ่งที่เห็นถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับตัวรถนั้น คงเป็นที่ระบบหัวฉีดน้ำมันเท่านั้นเองที่นำมาใช้กับรถคันนี้ ถ้าใครที่จะขับขี่รถคันนี้ผมว่า ใจต้องเกินร้อยครับ ด้านหน้าของรถกันก่อนเลย ไฟด้านหน้านั้นเป็นไฟทรงกลม เมื่อได้เปิดขึ้นมาในตอนกลางคืนบอกเลยว่าขี่ในป่าเนี่ยที่มึดๆ ให้ความสว่างได้ดีและไกลมากเลยทีเดียว ภายในไฟหน้าก็จะใช้หลอดแบบ H4 ขนาด 65w ของ phillip ในส่วนของหน้าปัดเรือนไมท์ต่างๆ มีมดวัดทรงกลมมาให้ 2 อันด้วยกัน ประกอบด้วยมาตรวัดเรือนไมท์แบบเข็มและมีตัววัดระยะทางรวม ไฟเลี้ยว ไฟสูง ไฟเกียร์ว่าง แล้วอีกมาตรวัดก็จะเป็นไฟเตือนน้ำมันจะหมด ตัววัดรอบเครื่องยนต์ เท่านี้เองครับ มาต่อกันที่ความจุของถังน้ำมันนะครับ จะสามารถจุน้ำมันได้ที่ 13 ลิตร ตัวแฮนต์ก็จะเป็นแฮนต์บาร์ที่ไม่ได้ทำมาสูงมาก ท่าทางในการนั่งขับขี่หลังก็จะเอียงเล้กน้อย ทำให้การขับขี่ในระยะทางไกลๆ เนี่ยไม่ค่อยเมื่อยเท่าไหร่ ปุ่มสวิทซ์ควบคุมก็ไม่มีอะไรมากเลยครับ มีไฟเลี้ยว แตร แล้วก็ปุ่ม run on-off เท่านั้นเอง สามารถสตาร์ทเครื่องได้ทั้งระบบ manual และไฟฟ้า นะครับ

   มาพูดถึงอารมณ์ในการขับขี่กันบ้างนะครับ สำหรับรถคันนี้ผมได้ทำการทดสอบทั้งเส้นทางตรงที่เป็นทางเรียบ แล้วก็เส้นทางวิบากที่เป็นเส้นทางรัดเลาะตามชายเขา ซึ่งดูเหมือนว่าระบบช่วงล่างในการปรับเซทมาจากโรงงานนั้นดูเหมือนจะย้วยๆ บ้างในการทำความเร็วในทางเรียบนะครับ แต่สามารถปรับโช๊คคู่หลังได้ แต่เมื่อผมได้ไปวิ่งในทางวิบากนั้น ทำได้ดีครับ การเข้าโค้งด้วยความเร็วเนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียวในรถคันนี้ในทางวิบาก ตัวล้อและยางที่ให้มานั้น ล้อหน้าจะมีขนาด 19 นิ้ว ใช้ยางขนาด 100 ล้อหลังนั้นจะเป็นขนาด 18 นิ้ว แต่ขนาดยาง 110 ซึ่งต้องบอกว่ายางที่ให้มานั้นมันวิ่งได้ทั้งบนถนนและก็ทางดิน ระบบเบรกนั้นข้างหน้าจะเป็นเบรคแบบลูกสูบคู่ ส่วนข้างหลังเป็นแบบดั้มท์เบรก ซึ่งผลการทดสอบถ้าต้องการหยุดรถกระทันหันเนี่ย เบรกหลังผมว่าต้องใช้แรงกดค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ แต่ถ้าใครอยากได้ความมั่นใจในการเบรกมากขึ้น ผมว่าไปปรับแต่งระบบเบรกใหม่จะดีกว่าครับ ในส่วนของเครื่องยนต์กันบ้าง มีขนาดของเครื่องอยู่ที่ 400 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด แบบ 1 สูบ แต่ 2 ท่อไอเสีย เมื่อแร่งเครื่องแรงๆ เยอะๆ เนี่ย บอกเลยว่ารถคันนี้ไม่นิ่มนวลเอาซะเลย ตัวเครื่องจะสั่นขึ้นมาให้เรารู้สึกได้ในขระที่เร่งด้วยความเร็วและเร่งเครื่องขึ้นทางชัน

   สำหรับท่านใดที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์แบบนิ้ ชอบขี่มอเตอร์ไซต์แบบนี้ ก็ลองไปดูด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งได้ที่ศูนย์บริการทั่วไปได้เลยนะครับ

   

AuthorsRichbet99.com