รีวิวลำโพงพกพา DREAMWAVE TREMOR ลำโพงบลูทูธที่ให้พลังเสียงสะใจวัยรุ่น เบสแน่น เสียงกระจ่าง

 

   อยู่ที่ไหนก็ต้องฟังเพลง ภูเขา แม่น้ำ ทะเล สายลมและแสงแดด ทุกๆ ที่เราต้องมีเสียงเพลง ถ้าคุณเป็นคนที่รักในการฟังเพลงแบบนอกสถานที่และกำลังจะมองหาลำโพงที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกใส่กระเป๋า หรือ เอาติดรถไปด้วยได้ ในการรีวิว gadget สินค้าที่น่าสนใจของเราใน 108plaza ตอนนี้ ก็มีลำโพงแบบพกพาที่ต้องบอกว่าการพกพาอาจจะไม่สะดวกมากนัก เพราะมีขนาดใหญ่ แต่รับรองได้ว่า ถ้าได้อ่านรีวิวจนจบ ก็คงต้องลังเลและอยากจะไปลองหาฟังเสียงจริงด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

   ลำโพงบลูทูธที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ มีชื่อรุ่นว่า DREAMWAVE TREMOR นั้นเอง อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นลำโพงที่พกพาได้ง่ายหรือสะดวกมากนัก เพราะมีขนาดใหญ่ อาจจะเอาติดรถไปด้วย ใส่กระเป๋าเป่ใบใหญ่ๆ ไปด้วย อะไรแบบนั้นก็พอได้ หลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบพลังเสียงมาแล้วก่อนหน้าที่จะมาทำรีวิว ก็ต้องบอกเบื้องต้นถึงบุคลิกเสียงที่ได้จากลำโพงตัวนี้ ก็คือ ใครที่ชอบเน้นเพลงแนวสนุกๆ เบสหนักๆ เสียงดังสะใจ ต้องไปหาลองฟังด้วยตัวเอง แอดมินเน้นย้ำอยู่ตลอดทุกบทความในส่วนของการรีวิวลำโพงไว้ว่า เมื่อเพื่อนๆ อ่านจบแล้วอย่าพึ่งเชื่อและสั่งซื้อ จะต้องไปหาลองฟังด้วยหูของตัวเองก่อนเป็นดีที่สุด ถ้าฟังแล้วชอบ ก็ซื้อได้ แต่ถ้าฟังแล้วมันไม่ใช่อย่างที่แอดมินเคยรีวิวเอาไว้ ก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อมา

   มาดูในส่วนของสเปคกันคร่าวๆ ก่อนเลย ตัวเครื่องนั้นมาในธีมแบบแข็งแรง สีเขียวทหาร ดูดีไซน์ตัวเครื่องแล้วก็มีความทนทาน สเปคอย่างแรกเลยคือกำลังขับ มีมากถึง 50 wrms ถือว่าไม่ธรรมดา กำลังขับเยอะมากเมื่อเทียบกับลำโพงพกพาทั่วไป ในตัวเครื่องมีแบตเตอร์รี่สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ถ้าเปิดแบบดังสุดๆ แต่ถ้าเปิดเบาๆ กว่านี้ก็จะได้นานขึ้น ด้านในก็จะประกอบไปด้วยลำโพงแบบ 2 ทาง ก็จะมีเป็นแบบ Full range 2 ตัว แล้วก็เป็นแบบ twitter 2 ตัว และมีตัวช่วยกระพรือเบสเป็น passive radiator 2 ตัว ด้านหลังก็จะมีพอร์ด USB ให้ใช้เป็นโหมดเพาเวอร์แบงค์ชาร์จสมาร์ทโฟนได้ด้วย ภายในกล่องก็จะมีสายแจ็ค input 3.5 มม. มาให้ 1 เส้น แล้วก็มีตัว adaptor ชาร์จแบตเตอร์รี่มาให้ด้วย ถัดมาก็คือจะมีให้เลือกเชื่อมต่อแบบไรสายได้ 2 แบบ ก็คือ แบบบลูทูธ v.4.0 แล้วก็รองรับการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC ที่มีในสมาร์ทโฟน Android เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถกันน้ำได้ด้วย ตามมาตรฐาน IPx5 ซึ่งมันก็จะสามารถกันเปียก กันละอองน้ำได้ แต่ไม่ได้จุ่มไปเปิดในน้ำ อันนี้ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ใครที่เผลอทำตกน้ำ ต้องรีบหยิบขึ้นมา แล้วก็มาเช็ดให้แห้ง เครื่องก็จะไม่พังเสียหาย

   น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างหนักมากเลยทีเดียว มีน้ำหนักถึง 6 กก. บอดี้ตัวเครื่องเป็นเหล็ก แข็งแรง ทนทาน ด้านบนตัวเครื่องก็จะมีปุ่มให้ใช้งานทั่วไปก็มีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วก็ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง แต่ที่นอกเหนือจากนั้น ตัวเครื่องสามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย มีปุ่มกดรับสายที่ด้านบนตัวเครื่อง การใช้งานพูดคุยก็ได้ยินชัดเจนดีมากเลย ไม่มีเสียงสะท้อนหรือเสียงก้องไปยังคู่สนทนาแต่อย่างใด มาดูที่ขนาดตัวเครื่องกันบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ไปคาดคะเนกันว่ามันน่าใช้งานหรือไม่ ขนาดมันใหญ่ขนาดนี้ ความยาวอยู่ที่ 44 ซม. ความสูง 17.8 ซม. ความลึก 17 ซม. ขนาดของลำโพงด้านในกันบ้าง ลำโพงที่ให้เสียงแหลมหรือ twitter มีขนาด 2 ซม. ลำโพง woofer แบบ full range มีขนาด 3.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว แล้วก็มีตัว passive radiator ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 2 ตัวอยู่ด้านข้าง ก็เรียกได้ว่ามาเต็มกันทุกดอกลำโพงเลยทีเดียว

   ถามว่าลำโพงบลูทูธ Dreamwave Tremor รุ่นนี้มันเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ก็แน่นอนเลย ใครที่ชอบชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยว ไปปาร์ตี้ ไปฟังเพลงแนวสนุกๆ มันส์ๆ นอกสถานที่ จัดงานกันริมทะเล อะไรแบบนี้ เหมาะมากสำหรับรุ่นนี้ เพราะมันมีทั้งความดัง ความชัดเจนของมิติเสียงที่มาครบ นำมาเลยก็คือเสียงเบสหนักๆ พร้อมกับเสียงกลางแหลมที่มีความคมชัด กระจ่าง แต่มันก็คงจะไม่เหมาะสำหรับใครที่ชอบฟังเพลงเบาๆ ใสๆ เครียๆ เน้นรายละเอียดเครื่องดนตรีครบๆ แบบนั้นไม่เหมาะ เอาง่ายๆ ว่าคนหูเทพๆ ไม่เหมาะกับรุ่นนี้ คนที่เน้นมันส์ๆ ชัดเจนเหมาะกับลำโพงรุ่นนี้ ส่วนราคาก็อยู่ที่ราวๆ 1 หมื่นต้นๆ ก็ลองไปหาซื้อหาฟังกันดูก่อนได้นะครับ ถ้าชอบแล้วก็ถูกใจ และ มีงบพอจ่าย ก็จัดได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่ามันแพงไปก็ไปมองตัวที่ราคาถูกกว่าได้ ก็มีให้เลือกอ่านรีวิวกันหลายรุ่น หลายราคาในเว็บไซต์ของเรา

รีวิว Wiko Robby เวอร์ชั่น RAM 2 GB แรงกว่าเดิม เพิ่มแค่ 300 บาท

 

   สำหรับ Wiko แล้วก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดเด่นของการทำตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราที่เน้นเรื่องของฟังก์ชั่นตัวเครื่องที่ครบครัน สเปคระดับกลางๆ แต่ราคานั้นแค่รุ่นเริ่มต้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขายของราคาประหยัด ซึ่งในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินได้เตรียมมานั้น ก็เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมา จากตัว RAM 1 GB กลายเป็นตัว RAM 2 GB แต่เชื่อหรือไม่ว่า เพิ่มเงินแค่ 300 บาทเท่านั้นเอง ก็ได้ตัว RAM 2 GB ไปใช้งานแล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็ยจุดขายที่ดึงลูกค้าให้มาสนใจ Wiko หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ในการรีวิวครั้งนี้ จะไปทดสอบดูสิว่า รุ่นก่อนหน้านี้ที่เคยรีวิวไปตัว RAM 1 GB กับรุ่นที่พัฒนาต่อมานี้ จะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ Wiko Robby

   จุดเด่นอย่างแรกเลยที่สัมผัสได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ ตัวบอดี้นั้นเป็นโลหะ แล้วก็จะมีด้านหน้าที่เป็นลำโพงคู่ ที่ให้พลังเสียงในการเปิดเพลง ในการดูซีรีส์ ดู youtube ต่างๆ เนี่ยนะครับ ก็ทำให้พลังเสียหรือมิติเสียงที่ได้มานั้นมันไม่ธรรมดากว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกันแบบนี้นะครับ ความจุของแบตเตอร์รี่ก็อาจจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง 2500 mAh แต่ก็สามารถใช้งานได้ปกติตลอดทั้งวันเช่นกัน นอกจากนั้นเมื่อเปิดเข้าไปใช้งานในตัวเครื่อง ก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 M เรียบร้อยแล้ว สเปคคร่าวๆ แบบนี้ กับราคาที่เปิดตัวมาที่แอดมินเองก็สอบถามไปทาง Wiko ในบ้านเราแล้ว ว่าทำไมราคามันต่างกันแต่ 300 บาทเอง กับตัวที่เอ็น แรม 1 กับแรม 2 จิกเนี่ยนะครับ ตัวล่าสุดแรม 2 จิกกะไบท์นั้น เปิดตัวมาที่บ้านเราเพียงแค่ 3,790 บาทเท่านั้นเอง งบก็ไม่เกิน 4 พันบาท ได้สเปคแบบนี้ก็ต้องบอกว่าน้อยแบรนด์นักที่จะให้สเปคแบบนี้มา Wiko เองก็เป็นแบรนด์จากฝรั่งเศสนะครับ แต่ก็คาดว่าจะสั่งผลิตที่จีนเช่นเดียวกัน แต่ก็มีการควบคุมมาตรฐานอยู่แล้ว ฉะนั้น บางครั้งเราเอาการใช้งานเป็นหลักดีกว่านะครับ สมาร์ทโฟนราคาแพงๆ ก็พังได้เช่นกัน

   เมื่อทำการเทสตัวเครื่องด้วยแอป antutu แล้วก็ได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 23450 คะแนน ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ อยู่ในระดับล่าง ตัวชิปประมาวลผลในตัวเครื่องก็เป็นตัว MTK 6580 วิ่งด้วยความเร็ว 1.3 GHz แบบ 4 แกนสมองเท่านั้น ตัวการ์ดจอก็ใช้ตัว Mali 400MP หน่วยความจำในตัวเครื่องก็ให้มาที่ 16 GB ให้ RAM 2 GB มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความคมชัดหน้าจอระดับ HD

   ทีนี้หลายคนมักจะเชื่อว่า การมีแรมเพิ่มขึ้นมา แล้วมันจะแรงขึ้น เร็วขึ้นแบบทันตาเห็นเลย บอกเลยว่ามันไม่ใช่นะครับ เพราะหน้าที่ของแรม มันคือหน่วยความจำชั่วคราวเท่านั้น แต่รอม มันคือหน่วยความจำสำรอง แต่ตัวเครื่องที่ทำให้แรงและเร็วจริงก็คงต้องไปดูที่ซีพียูแล้วล่ะครับ แต่ถามว่าการเพิ่มแรมมาเป็น 2 จิก นั้นดีหรือไม่ คำตอบคือมันดีแน่นอน ในกรณีที่เราเปิดแอปเอาไว้ซ้อนๆ กันหลายๆ ตัว แล้วทีนี้เราก็จะมาย้อนกลับมาเปิดแอปตัวแรกขึ้นมาใหม่ เหมือนกับการเรียกใช้ของเดิม ถ้าตรงนี้แรมเยอะ การเปิดแอปของเก่าขึ้นมาใหม่ ก็จะลื่นไหลดีมาก แต่ในส่วนของ Wiko Robby นั้น เมื่อเพิ่มแรมให้มาเป็น 2 จิก ก็ถือว่าดีต่อตัวเครื่องและการใช้งานหลายๆ แอปก็จะดีขึนด้วยนั้นเอง

   ต่อมาในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง เพื่อนๆ อาจจะสงสัยในใจว่าราคานี้ หน้าจอก็ใหญ่ดีนะ แล้วสีสันของหน้าจอแอดมินก็ค่อนข้างชอบและทำมาได้ดี ถ้าเราเอามือถือรุ่นนี้ไปเล่นเกมส์ยอดฮิตอย่างการจับโปเกมอน โก จะเล่นได้ไหม คำตอบคือ เล่นได้สบายๆ เลย แต่ตัวเครื่องอาจจะต้องพกแบตเตอร์รี่สำรองหรือเพาเวอร์แบงค์ไว้ด้วย เนื่องจากความจุแบตน้อยไปนิดหนึ่ง การเล่นเกมส์อื่นๆ ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ตัวเครื่องก็เล่นได้ แต่มันก็ไม่ได้เนียนตามากนัก แล้วก็ค่อนข้างที่จะหน่วงในบางช่วงด้วย แต่ที่ประทับใจคือเสียงลำโพงนี่แหละดังชัดเจนมากเลย

   เรื่องของกล้องก็ต้องชมเลยว่าในราคานี้ gadget สินค้าอินเทรนด์ประมาณนี้ มันมีการใช้งานที่ไม่อายใครเลยจริงๆ กล้องโดยรวมแล้วกล้องหลังดี แต่อาจจะไม่เนียนตามากนัก ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจจะไม่มีให้เลือกปรับตั้งค่าในโหมดโปรเยอะมาก แต่ก็มีมาครบในการใช้งานทั่วไป กล้องหน้าก็พอจะเซลฟี่ได้สบายๆ มีโหมดบิวตี้ มีให้เลือกเป็นภาพมุมกว้างแบบเลนส์ wide ก็ได้ด้วย ใครที่กำลังหามือถือราคาประหยัดหรือเครื่องสำรอง ก็ลองไปทดสอบใช้งานกันได้

 

รีวิว Samsung galaxy J1 v. 2016 สมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นจะดีหรือไม่

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเรามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง 108plaza แล้วในการรีวิวตอนนี้แอดมินก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าแต่นำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่ในแบรนด์ของทาง Samsung galaxy J1 v.2016 นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ รุ่นเริ่มต้นแบบเน้นความประหยัดเงินในกระเป๋า แต่มันจะทำงานได้ดีแค่ไหน ต้องไปติดตามการรีวิวนี้พร้อมๆ กันกับเรา

   เรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ก็ยังคงเน้นความเรียบง่ายอยู่คงเดิม เป็นตัวบอดี้ที่เป็นพลาสติกกึ่งด้านกึ่งเงา ทำให้ไม่ค่อยมีรอยนิ้วมือสักเท่าไหร่ น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 129 กรัม เท่านั้นเอง ก็ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้น ที่สามารถใช้งานได้ทุกอย่างที่เป็นการใช้งานพื้นฐาน มาพร้อมกับสเปคที่ตัวเครื่องก็คือ กล้องหน้าให้ความละเอียดแบบพอใช้งานได้ ไม่เปลอไม่มึด ความละเอียดอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล มีแฟลดซ์ LED พร้อมกับระบบออโต้โฟกัส กล้องทั้งคู่มีค่า f/2.2 เท่ากัน ตัวหน้าจอมีขนาด 4.5 นิ้ว ขนาดเล็กกำลังพอดีต่อการพกพาอย่างมาก พร้อมกับสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Samsung ก็คือหน้าจอที่สีสันสดใสในสไตล์ AMOLED แต่ก็ถือว่าเป็นจอที่ยังไม่ได้คมชัดมากสักเท่าไหร่ ส่วนสเปคด้านในตัวเครื่องก็จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Quad core 4 แกนสมอง แล้วก็จะมาพร้อมกับ ROM 8 GB RAM 1 GB แบบเบาๆ ให้พอใช้งานทั่วไปได้ ก็ต้องบอกว่าสเปคโดยรวมนั้น ถือว่าใครที่จะมองหาสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง ที่ไม่ได้แพงมาก แต่อยากได้แบรนด์ที่ติดตลาด มีรอมที่ดี มีการใช้งานแบบว่าเอามาใช้เป็นเครื่องสำรอง หรือ ใช้สำหรับงานทั่วไป โทรเข้า โทรออก มีการใช้เข้าเว็บบ้างเล็กๆ น้อยๆ เล่นเกมส์บ้างนิดหน่อย เล่นโซเชียลบ้าง แต่ด้วยหน้าจอขนาดเล็ก ก็อาจจะไม่ค่อยถนัดกับคนมีอายุเยอะๆ สักเท่าไหร่ เพราะตัวหนังสือมันอาจจะเล็กไปนิด อาจจะไม่เต็มตาสักเท่าไหร่

   เทสด้วยแอปบน antutu ไปแล้วก็ได้คะแนนมาที่ประมาณ 21590 คะแนนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ไม่ได้แย่มากในเรื่องการใช้งานทั่วไปนะครับ จุดเด่นอย่างแรกเลยที่เราพบได้จากการใช้งาน ก็คือจะมีฟี่เจอร์ประหยัดพลังงานแบบ ultra saving mode มาให้ได้ใช้งานกัน ก็ใครที่ติดสมาร์ทโฟน ก็สามารถใช้โหมดนี้เล่นได้ทั้งวันแบบสบายๆ เลย แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนมักจะถามว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่ได้แพงถึงระดับเรือธงแบบนี้ มันเป็นรุ่นเริ่มต้นเท่านั้นเองแบบนี้ จะใช้งานได้มากแค่ไหน เล่นเกมส์โหดๆ ไปเลยได้ไหม คำตอบคือเล่นได้แต่ไม่ได้เล่นได้เนียนตา ลื่นไหลมากนัก เรื่องของเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็จะมีอาการหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเจอว่าใช้เกมส์หนักๆ มาเล่นแล้วจะเด้งออกหรือไม่รองรับ ใครที่อยากได้มาจับโปเกมอน โก ก็ยังถือว่าเล่นได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็อย่างที่บอกไป ด้วยความจุที่ไม่ได้มากนัก ด้วยตัวแรมที่น้อย มันอาจจะมีค้างบ้างถ้าเราเปิดค้างไว้หลายๆ แอปซ้อนกัน แล้วก็กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง บางทีอาจจะจำค่าเดิมเอาไว้ไม่ได้ ขอสรุปแบบนี้แล้วกันว่า ถ้าใครที่ไม่จริงจังเรื่องเกมส์มากนัก แต่บางครั้งเราอาจจะอยากเล่นเกมส์หนักๆ โหดๆ บ้าง ตัว galaxy J1 v.2016 รุ่นนี้ก็สามารถเล่นได้แบบที่ว่าพอจะแก้ขัดได้บ้าง

   ถัดมาก็เป็นการใช้งานในส่วนของความบันเทิงทั่วไป อย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ต้องบอกเลยว่าด้วยหน้าจอที่มีความคมชัดแบบที่ไม่ขี้เหร่ เรียกได้ว่าจอค่อนข้างสวยเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ แล้วก็เรื่องของเสียงลำโพงที่ได้จากตัวเครื่อง ก็ไม่ถือว่าขี้เหร่เช่นกัน เพราะว่ามีเสียงที่ดังดีมาก ชัดเจน แต่อาจจะขาดมิติของเสียงแหลมไปบ้าง เสียงในย่านต่ำๆ ก็อาจจะไม่ดีนักเท่าไหร่ แต่เสียงกลางก็ชัดเจนดี ดังนั้น ทำให้การดูคลิปวีดีโอ ดูซีรี่ส์ แล้วก็รวมไปถึงการใช้เล่นเกมส์ในช่วงต้น เล่นติดต่อกันมานานๆ ตัวเครื่องก็ยังไม่ร้อนมากนัก แล้วก็ทำได้ดี ลื่นไหลแบบไม่ทำให้รำคาญแต่อย่างใด

   แต่ก็ต้องเน้นย้ำว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ มันไม่เหมาะกับคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟนเรือธงมาก่อน ที่ลื่นไหลเอามากๆ แล้วมาใช้สมาร์ทโฟนเริ่มต้นที่บางครั้งอาจจะหน่วงๆ บ้าง ต้องรอมันบ้างแบบนี้ อีกอย่างด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ก็แค่เพียง 2050 mAh ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ก็ได้ แต่ใช้ระหว่างวันแบบปกติเปิดบ้างเพื่อเช็คโซเชียล ก็จะสามารถใช้งานได้

Review JBL Clip ลำโพงบลูทูธขนาดพกพาที่พร้อมจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจของคุณ

 

สวัสดีคะในบทนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องเครื่องขยายเสียงกัน ทุกคนทุกท่านพอทราบกันดีอยู่แล้วว่าเครื่องขยายเสียงในที่นี้ลักษณะทั่ว ๆ ไปของมันเป็นอย่างไรแต่นั่นอาจเป็นภาพเก่า ๆ ที่คุณเคยได้เห็นมาในอดีตปัจจุบันเครื่องขยายเสียงเหล่านี้ถูกพัฒนาให้มีหลากหลายรูปแบบ และถูกพัฒนาและสร้างสรรค์มาให้เข้ากับการใช้งานของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความสะดวกสบายและง่ายต่อการพกพาไปไหนมาไหนได้แบบไม่เกะกะ เครื่องขยายเสียง หรือที่เรียกกันอีกอย่างนึงว่า “ลำโพง” ได้ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่กลายมาเป็น ลำโพงระบบบลูทูธ คือระบบที่ว่านี้คือระบบเชื่อมต่อไร้สายกับอุปกรณ์อย่างเช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ลำโพงบลูทูธ มีหลายรุ่นหลายขนาดตามท้องตลาดของสินค้าไอที ที่เราอาจจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว

   สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้ คือ ลำโพงบลูทูธขนาดเล็กจาก JBL มาแนะนำเป็นตัวเลือกให้คุณ ๆ สำหรับคนที่อยากจะตัดสินใจซื้อลำโพงบลูทูธขนาดเล็กในราคาที่ไม่หนักมาก สักตัว สำหรับครั้งนี้ JBL ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นลำโพงบลูทูธเข้ามาสู้เป็นลำโพงขนาดเล็กสะดวกกับการพกพา ในราคาพันต้นๆ ที่มีชื่อเรียกว่า JBL Go และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย คุณภาพเสียงที่ออกมานั้น ให้มาแบบครบถ้วนและดีมาก ๆ เสียงดังฟังชัด ในความรู้สึกแรกที่ฟังก็รู้สึกพอใจในคุณภาพเสียงที่ออกมาเทียบกับลำโพงที่มีขนาดเล็กเพียงเท่านี้ เบสที่ให้มาแบบพอดีคำไม่มากไม่น้อยจนเกินไปและยังรู้สึกได้ ไม่แตกต่างกับเสียงกลาง ๆ ได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เปิดเสียงดัง ๆ แม้ยืนอยู่ในระยะห่างไกลออกมาจากตัวลำโพง รายละเอียดเสียงยังคงชัดเจน ไม่ขาดหาย ถ้าเปิดในห้องเล็ก ๆหรือห้องนอนก็คงไม่ใช่ปัญห ในเรื่องของเสียงและความคมชัดของเสียงอย่างแน่นอน ส่วนรูปทรงของตัวลำโพงเป็นลักษณะทรงกลม มีคลิปสำหรับไว้หนิบกับอะไรก็ได้สำหรับพกติดตัวเวลาเดินทางหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น วัสดุของตัวลำโพงเป็นลักษณะเป็นพลาสติกแข็ง ให้ความรู้สึกว่าทนทานแข็งแรง มีช่องไว้สำหรับใส่สายคล้องคอ หรือสายอื่น ๆ ที่เราสามารถประยุกต์ใช้ได้ตามใจต้องการและแล้วแต่การพกพาสำหรับการทำร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ตัวของลำโพงเป็นเป็นทรงสี่เหลี่ยม ขนาด 4.2 x 3.5 x 1.7เซนติเมตรพกพาสะดวก รูปแบบดูคงทนแข็งแรง และมีน้ำหนักเพียง 150 กรัมเท่านั้น Spec ตัวแปลงสัญญาณคุณภาพสูง 40 mm แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion-polymer สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้ถึง 5 ชั่วโมงใช้เวลาในการรีชาร์จแบตเตอรี่ 2 ชั่วโมงรองรับและเชื่อมต่อผ่านแจ๊คขนาด 3.5 mm. ด้านบนมีปุ่ม เปิด-ปิด,ปุ่มรับสายโทรศัพท์ และปุ่มเชื่อมต่อการใช้งานผ่านระบบ Bluetooth 4.1 และสามารถใช้รับสายโทรศัพท์ พูดคุยสนทนาผ่านตัวลำโพงได้ ปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง, และปุ่มรับสายโทรศัพท์ ส่วนด้านหลัง จะเห็นเป็นส่วนของที่เก็บสาย AUX ขนาด 3.5 mm ที่ติดมากับตัวลำโพงเลยไว้สำหรับ เชื่อมต่อลำโพง ผ่านช่อง Aux in ขนาด 3.5 mm แบบไม่ต้องใช้ระบบบลูทูธ ถัดมาเป็นช่อง microUSB สำหรับชาร์ทไฟ และรูลำโพงสำหรับใช้งานพูดคุยโทรศัพท์ เป็นลำโพงบลูทูธขนาดเล็กอีกรุ่นที่แนะนำเหมาะสำหรับเวลาเราไปเที่ยว ปิกนิกหรือสังสรรค์กับเพื่อนๆมี JBL Go พกติดตัวไปสร้างความบันเทิงในกิจกรรมนั้น รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ประสิทธิภาพ ด้วยความที่ตัวลำโพงมีความเล็กกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่ไม่ได้มีกำลังที่น้อยกว่าเดิม แน่นอนว่ามาแบบเดิมคือไม่สามารถปรับ EQ จาก Smart Phone ได้ กำลังเสียงถือว่า เบสหนักพอประมาณ และเสียงใสกิ๊กและก็ให้เสียงที่ OK ถ้าเสียงตัวมันเองเร่งสุดจะไม่ดัง แต่ถ้าปรับทุกอย่างให้สุดมันดังมากและเสียงไม่แตกอีกตางหาก

   

   สรุปคือ JBL Clip เป็น ลำโพงที่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มากมายแต่ให้เสียงที่หนักแน่นมากและยังสามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องของการเคลื่อนที่ได้อย่างลงตัวสำหรับผู้ที่ชอบเดินทางหรือทำกิจกรรมไปด้วยฟังเพลงไปด้วย ถือเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่น่าซื้อหามาไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก และกับราคาของมันที่ 2490 บาท ซึ่งไม่ได้แพงมากสำหรับคุณภาพที่ได้รับ ถือว่าคุ้มค่า ถึงแม้คู่แข่งทางตลาดจะมีรูปร่างที่ยังอาจจะไม่โดนเท่า หรือขนาดอาจจะเล็กกว่า แต่ JBL Clip เป็นลำโพงที่ขนาดพอดีมือ เป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงของลำโพงรุ่นนี้ และด้วยระดับเสียงที่หนักพอสมควร ถ้าสำหรับใครที่ชอบเสียงแบบใสต้องทำใจและหาตัวอื่นจะดีกว่า ข้อดีคือราคา กลาง ๆ ไม่แพงมาก ระบบเสียงเบสหนักแน่น มีสายเสียบลำโพงโดยตรง รองรับระบบเชื่อมต่อแบบ Bluetooth และสามารถรับสายได้โดยตรง และมีน้ำหนักไม่มาก

รีวิวหูฟังมอนิเตอร์สำหรับนักดนตรี Westone AM Pro 20 ยกระดับการเล่นดนตรีบนเวทีให้ได้ยินทั้งเสียงดนตรีและเสียงบรรยากาศภายนอกได้อย่างลงตัว

 

   นักดนตรีคนไหนที่กำลังมองหาหูฟังดีๆ สักหนึ่งตัว ที่เอาไว้ดนตรีบนเวทีแล้วได้ยินเสียงทั้งเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างครบถ้วน และ ยังสามารถได้ยินเสียงบรรยานกาศภายนอก ได้เยนเสียงคนดู ได้แบบที่ไม่ต้องถอดหูฟัง ถือได้ว่าเป็นหูฟังมอนิเตอร์ที่ออกแบบมาให้กับนักดนตรี นักร้อง ที่อยู่บนเวทีโดยเฉพาะเลย

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้คือ Westone AM Pro 20 เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ของตัว Westone AM Pro ที่รุ่นกลาง ถ้าใครได้ติดตามอ่านรีวิวของเราในทุกๆ ตอนจะทราบว่าแอดมินนั้นเคยเขียนรีวิวตัว Westone AM Pro 10 เอาไว้แล้ว อยากทราบว่าทั้ง 2 รุ่นนี้มันต่างกันอย่างไร ก็ลองย้อนไปอ่านรีวิวที่ผ่านมากันได้

   สำหรับแบรนด์ Westone นั้นก็เป็นแบรนด์มาจากฝั่งอเมริกาเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องของคุณภาพและราคาก็ถือว่าไม่เบาตามกันไปด้วย คุณสมบัติอย่างแรกเลยที่ Westone นั้นผลิตขึ้นมาในหูฟังรุ่นนี้ก็คือ SLED Technology เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้การใช้งานหูฟังนั้นจะได้ยินเสียงบรรยากาศรอบๆ ได้เป็นอย่างดี แล้วก็จะไม่ไปรบกวนเสียงเครื่องดนตรีที่เล่นกันเต็มวงบนเวทีให้เสียสมาธิหรือเสียจังหวะการเล่นดนตรีได้อย่างดีเลยทีเดียว คือยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าปกติเราจะมักเห็นนักดนตรีที่เขาใช้หูฟังข้างเดียว เพื่อจะได้ยินเสียงดนตรีจากหูข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็จะเพื่อได้ยินเสียงพูด เสียงบรรยากาศรอบๆ เสียงของคนดูว่าเขามีอารมณ์ร่วมไปมากน้อยแค่ไหน อะไรแบบนั้น ถ้าหูฟังที่มอนิเตอร์อย่างเดียวแบบใส่ที่หูทั้ง 2 ข้างเลย แต่ไม่มีระบบ SLED นี้ก็จะไม่ได้ยินเสียงรอบๆ บรรยากาศรอบๆ เพราะฉะนั้นตัว Westone AM Pro 20 นี้ก็ทำมาเพื่อนักดนตรีโดยเฉพาะเลย

   อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ Westone ใส่มาในรุ่นนี้ก็คือ TRU Audio Filter ซึ่งตัวฟิลเตอร์นี้จะมาช่วยในการดึงเสียงบรรยากาศภายนอกให้เข้ามาในหูฟังได้ดีขึ้น แต่จะเป็นตัวฟิลเตอร์ที่จะช่วยกรองเสียงและทำเสียงระหว่างเสียงดนตรีและเสียงภายนอกให้มันลงตัวมากขึ้น คือนักดนตรีจะได้ยินเสียงที่มันครบถ้วย ไม่มีเสียงไหนดังกว่ากันหรือทำให้ขาดรายละเอียดในส่วนอื่นๆ ไป

   Westone AM Pro 20 หูฟังมอนิเตอร์รุ่นนี้ในกล่องจะให้ตัวเคสที่ใส่หูฟังมา เป็นกล่องสีส้ม ทำให้การพกพาก็ถือว่ามีความสะดวก ไม่ต้องกลัวว่าจะพังหรือหูฟังเสียหาย นอกจากนั้นก็จะมีตัวจุกหัวฟังให้มาเลือกใช้งาน 2 แบบ ก็จะมีแบบที่เป็นซีลีโคลน แล้วก็แบบโฟมนุ่ม ก็มีให้เลือกใช้งานหลายขนาดตามขนาดรูหูของแต่ละคน ในส่วนของข้อแตกต่างในตัวซีรีส์ AM Pro 10 นั้น เนื่องจากรุ่นนี้เป็นรุ่นกลาง ดังนั้น ความพิเศษของตัวหูฟังจะต้องมีอะไรที่ดีกว่ารุ่นน้องเล็ก ซึ่งดูตามสเปคแล้วก็จะมาพร้อมกับตัว dual balanced amature driver ค่า impedance 27 ohm @ 1 kHz รองรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 20 Hz-18 kHz ตัวสายของหูฟังก็เป็นเทคโนโลยีแบบ MMCX Audio ซึ่งให้ความแข็งแรง ทนทาน แล้วก็สามารถที่จะถอดขั้วทีตรงหูฟังได้ ซึ่งแน่นอนมีเพื่อนๆ หลายคนก็ถามกันเข้ามาว่า ตัวขั้วที่หูฟังแบบ MMCX แบบนี้ ถ้าใช้งานไปนานๆ จะมีอาการหลวมของขัวหูฟังหรือไม่ คำตอบก็คือ อาจจะมีได้ถ้าหากว่าถอดหรือใส่กลับเข้าไปแบบผิดวิธี ซึ่งการถอดขั้วหูฟังที่ดีและจะช่วยยึดอายุการใช้งานนั้น เราต้องมีเล็บไว้จิกตรงขั้วหูฟังสักเล็กน้อยตอนที่เราจะถอดออก มันจะถอดได้ง่ายเหมือนเราจิกเล็บไปเพื่อปลดล็อค ถ้าเราดึงออกแบบแรงๆ เลย ตรงขั้วอาจจะสายขาดได้ การใส่กลับเข้าไปก็เช่นกัน ถ้าเลงขั้วให้ตรง ก็จะใส่กลับเข้าไปได้ง่ายและไม่ทำให้ขั้วด้านในบิดเบี้ยวผิดรูป ทางที่ดีก็ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องถอดเข้า ถอดออกบ่อย ก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะตัวสายก็จะออกแบบมาให้โค้งรับกับใบหูและการใช้งานอยู่แล้ว ก็จะทำให้การสวมใส่นั้นแน่และไม่หลุดง่ายแน่ๆ

   เพื่อนๆ นักดนตรีคนไหนที่กำลังหาหูฟังมอนิเตอร์คุณภาพดีๆ สักคู่หนึ่ง เพื่อเอาไว้เล่นดนตรีได้อย่างมีคุณภาพและได้ยินทั้งเสียงร้อง เสียงดนตรี บรรยากาศภายนอก พร้อมกับตัว driver ที่ให้มาแบบ dual ด้วยก็ลองไปเลือกซื้อเลือกหา gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันได้ตามร้ายค้าไอทีทั่วไป

รีวิวกระเป๋ากล้อง COURSER F1002 กระเป๋ากล้องแนววินเทจสะพายข้างใบเล็ก ใช้กล้องแบบชิวๆ ถ่ายงานเล็กๆ ได้

 

   108plaza ในครั้งนี้เราก็มีกระเป๋ากล้องในสไตล์วินเทจอีกหนึ่งรุ่นซึ่งกำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งใบมาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน สำหรับใครที่ชอบพกกล้อง mirror less ตัวเล็กๆ ที่เปลี่ยนเลนส์ได้ พกเลนส์แบบต่างๆ ทั้งเลนส์วาย เลนส์มาโครและเลนส์อื่นๆ ต้องบอกเลยว่ากระเป๋ารุ่นที่เรานำมารีวิวนี้เหมาะอย่างมากเลย ไม่รอช้าเราไปรีวิวรายละเอียดตัวกระเป๋า COURSER รุ่น F1002 ใบนี้กันเลย

   กระเป๋ากล้องรุ่นนี้เป็นกระเป๋าแบบสะพายข้าง สามารถกันน้ำได้ เนื้อผ้านั้นเป็นเนื้อผ้าแบบแคนวาสหนาๆ ก็ถือว่ามีคุณภาพที่ดีเลยทีเดียว มีการดีไซน์ออกมาในแนววินเทจสักนิดหน่อย ก็อาจจะชอบสำหรับคนที่ชอบลุยๆ เป็นคนขาลุย จะมีตัวที่มีลายทหารมาด้วย ก็จะใช้สะพายไปในงานแบบไม่ได้ทางการมากนัก แนวท่องเที่ยวตามธรรมชาติก็ถือว่าเหมาะเลย ตัวสายสะพายก็สามารถรับน้ำหนักได้ค่อนข้างเยอะ สามารถปรับระดับความยาวความสั้นได้ เนื้อผ้ามีความหนามากเลย ย้ำเลยว่าถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบไปถ่ายภาพแนวธรรมชาติ ที่ต้องบุกป่าฝ่าดง เน้นลุยๆ ไม่ต้องห่วงว่ากระเป๋าจะเสียหาย ของข้างในจะเสียหายเพราะมีความหนารับแรงแรงกระแทกจากด้านนอกได้ดีเลยทีเดียว

   มาดูที่การใช้งานของตัวกะเป๋าใบนี้กันบ้าง ด้านหน้าก็จะมีฝากระเป๋าที่มีโลโก้ courser อยู่ด้านหน้า ฝากระเป๋าปิด-เปิดแบบกระตุม เมื่อเปิดฝาด้านหน้าออกมา จะมาเจอกับช่องเก็บของแบบช่องโล่งๆ ด้านหน้าหนึ่งช่อง สามารถใส่พวกหนังสือ สมุดบันทึกต่างๆ รวมไปถึงพวกแท็บเล็ด ไอแพ็ด แต่ไม่ได้ใหญ่มากถึงขั้นใส่ไอแพ็ดโปรได้นะครับ ได้แค่ไอแพ็ดรุ่นปกติ ถัดมาก็เป็นกระเป๋าด้านใน ที่เปิดด้วยซิบอีกหนึ่งชั้น เมื่อเปิดซิบในช่องหลักช่องใหญ่เข้าไป ก็จะเห็นว่าจะมีตัวช่องอินเสิร์ทที่เอาไว้ใส่กล้องโดยเฉพาะเลยมาให้ 1 ชิ้น มันเป็นคล้ายๆ ตัวซับแรงกระแทกอีกชั้นหนึ่ง เป็นคล้ายๆ ตัวพาดิชั่นที่แบ่งช่องด้านในให้แยกแบ่งช่องหลักที่โล่งๆ ไม่ให้อุปกรณ์กล้องต่างๆ มากระทบกันจนเกิดรอยขีดข่วนนั้นเอง ก็จะสามารถแบ่งได้ว่าช่องเล็กๆ 1 ช่องเอาไว้ใส่ตัวกล้องนะ แล้วก็อีกหนึ่งช่องถัดมาก็เอาไว้ใส่ชุดเลนส์ เอาไว้ใส่อุปกรณ์ต่างๆ ก็แยกกันได้อย่างชัดเจน พอเราจะหยิบใช้งานก็แค่หยิบจากซิบในช่องหลัก เปิดเมาก็จะสามารถเลือกหยิบได้ย่างง่ายแลลไม่ต้องค้นว่ากล้องอยู่ไหน เลนส์อยู่ไหน อะไรแบบนี้ ก็ใช้ได้ตามฟังก์ชั่นของกระเป๋ากล้องทั่วไปได้เลย แต่แนะนำว่าถ้าใครที่ใช้กล้อง DSLR กล้องตัวใหญ่ๆ แล้วก็ต้องพกชุดเลนส์หลายๆ ชิ้นนั้น มันไม่เหมาะกับกระเป๋ารุ่นนี้นะครับ เพราะว่ามันมีขนาดที่เล็กไปสักนิดหนึ่ง ถ้าใครที่ใช้กอล้ง DSLR ตัวใหญ่ๆ แล้วใช้เลนส์แค่ชิ้นเดียว เอาอยู่ แบบนั้นก็พอที่จะใส่กระเป๋าใบนี้ไปได้เช่นกัน

   ในช่องหลักด้านในกระเป๋ากล้อง COURSER F1002 รุ่นนี้ยังมีช่องเล็กๆ พอที่จะใส่พวกกระเป๋าสตางค์ ใส่มือถือ ใส่เอกสารสำคัญ พาสสปอร์ต อะไรแบบนี้ได้เช่นกัน รวมไปถึงสามารถใส่กุญแจบ้าน กุญแจรถอะไรแบบนี้ก็ใช้งานได้สะดวกสบายดี ก็อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่าใครที่มีทริปถ่ายงานสบายๆ ก็ต้องอาจจะมีขาตั้งกล้องขนาดเล็กอีกสักหนึ่งตัว ก็สามารถที่จะใส่เข้าไปในกระเป๋าใบนี้ได้เช่นกัน จุดเด่นที่สำคัญเลยของกระเป๋ารุ่นนี้หลังจากที่แอดมินเองก็ลองใช้งานมาแล้ว ใส่ของเข้าไปแบบเต็มความจุเลยทีเดียว เมื่อลองได้สะพายข้างแล้วก็มีความสวยงาม มันจะมีปีกของกระเป๋าเหลือห่างออกมา เวลาสะพายก็ดูสวยงามดีเลยทีเดียว ตัวเนื้อผ้าก็มีความหนา แล้วก็สามารถที่จะกันน้ำได้ด้วยเนี่ยนะครับ ก็แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ลงตัวสำหรับออกไปถ่ายงานในระหว่างวันนอกสถานที่

   ใครที่สนใจกระเป๋ากล้องทั้งรุ่นนี้เองที่นำมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์และกระเป๋ากล้องรุ่นอื่นๆ ที่อยากได้ใบใหญ่กว่านี้ หรือ ใบเล็กกว่านี้ในยี่ห้ออื่นๆ ก็สามารถลองเข้าไปเลือกซื้อเลือกสั่งสินค้าทางออนไลน์ได้ในเว็บไซต์ 108plaza ของเราได้เลย ก็จะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาและมีการลุ้น แลก แจก แถมของสมนาคุณต่างๆ มากมายตลอดทุกช่วงเลย ก็ลองเข้าไปสมัครเป็นสมัครกับเราได้ รวมไปถึงการติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางหน้าแฟนเพจเฟสบุ๊ค 108plaza ได้ด้วย ก็เข้าไปกด like กันได้ เพื่อนๆ ก็จะไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวและสินค้ารุ่นใหม่ๆ ของเราด้วย

รีวิว Steelseries Siberia 350 USB Gaming Headset หูฟังแบบ 3 มิติ มีระบบเสียง DTS X ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับคนชอบเล่นเกมส์


   มาเอาใจคอเกมส์ขาโหด ที่ลำโพงแบบธรรมดาทั่วไป หูฟังแบบธรรมดาทั่วไป ใช้ไม่ได้ ต้องเป็นแบบ 3 มิติ ต้องเป็นแบบ 7.1 ch เท่านั้น ที่จะแยกเสียงมาทางซ้าย มาทางขวา ข้างหน้า ข้างหลัง ศัตรูอยู่ตรงไหน แค่ได้ยินเสียงก็เดาทิศทางออก อะไรแบบนั้น มันเกิดมาเพื่อการเล่นเกมส์อย่างดียิ่งจริงๆ แน่นอนว่าคุณสมบัติของตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ตอนนี้ มันไม่มีแค่นี้แน่ๆ ไปติดตามรายละเอียดแบบเจาะลึกกันเลย

   จุดเด่นของหูฟังตัวนี้ก็เป็นระบบเสียงแบบ 7.1 เป็นแบบ 3 มิติ ที่คมชัดทุกย่านเสียงเลยทีเดียว แน่นอนว่าคอเกมส์ทุกท่าน ถ้ามีหูฟังรุ่นนี้ ก็จะค่อนข้างที่จะได้เปรียบคู่ต่อสู้ เพราะจะได้รู้ว่าศัตรูเดินอยู่ตรงไหน ลื่นไถลพื้นทรายเสียงดังอยู่ตรงไหน ทิศทางใด เรารู้ได้ก่อนใครโดยไม่ต้องใช้แผนที่ไม่ต้องใช้ตัวช่วยอื่นใด เจ๋งไหมล่ะครับ ซึ่งชื่อรุ่นของมันเต็มๆ เลยเนี่ย จะเรียกว่า steelseries Siberia 350 7.1 RGB คำว่า RGB นั้นมันหมายถึงว่า ตรงบรเวิรหูฟังจะมีไฟ LED ที่สามารถเปลี่ยนสีสันให้ดูสวยงามแล้วก็ดูเป็นหูฟังแบบเกมส์มิ่ง เกียร์ ได้อย่างดีเลยทีเดียว การปรับเปลี่ยนสีของไฟที่หูฟัง เราสามารถเปลี่ยนสีได้จากซอฟต์แวร์ที่ให้มาเป็นการลง driver ที่มีมาให้ในกล่องอยู่แล้ว ก็เรียกได้ว่ามันดูเป็นหูฟังที่เกิดมาเพื่อสายเกมส์มิ่งอย่างแท้จริงเลยทีเดียว

   ที่นี้มาดูเรื่องของสเปคตัวหูฟังรุ่นนี้กันบ้างนะครับ ตัว driver หรือว่าตัวลำโพงนี่นะครับ จะสามารถรองรับย่านความถี่ได้กว้างมากๆ กว้างแบบชนิดที่ว่าต่ำสุดๆ ไปถึงสูงสุดๆ ได้สบายๆ เลย เป็นหูฟังที่น้อยตัวนักที่เราจะหาสเปคแบบนี้ได้ ก็คือจะรองรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz-28kHz กันเลยทีเดียว ย่านต่ำเนี่ยเราไม่แปลกใจอะไร เพราะรุ่นดีๆ บางรุ่นก็ทำได้ถึง 20Hz แต่ย่านแหลมนี่สิครับ ปกติจะได้แค่ 20kHz เท่านั้น แต่ตัวนี้ได้ถึง 28kHz ซึ่งเป็นเสียงแหลมที่คมฟริ้ง มันมันไม่เหมาะกับการเอาไปฟังเพลงแน่ๆ เพราะว่ามันแหลมเกิน แต่พอนำมาเล่นเกมส์ ปลายเสียงแหลมมันเป็น 3 มิติ ดังนั้น มันให้เสียงที่คล้ายๆ กับเราไปอยู่ในโรงหนังเลย มันมันเดาทิศทางเสียได้ชัดเจนมากเลย

   สำหรับตัวหูฟัง Siberia 350 ตัวนี้ก็จะมีสีและรูปแบบของหูฟังให้เลือกอยู่ก็จะมีสีขายแบบมีเงาๆ ปนมาบ้าง ดูสวยงามเหมือนกับรูปด้านบน แล้วก็จะมีสีดำที่ตัดลายด้วยไฟ RGB เช่นกัน ในบ้านเราก็จะมีขายแค่นี้ แต่ในต่างประเทศก็จะมีสีอื่นๆ ที่วางขายแล้ว เห็นในรูปเพื่อนๆ อาจจะคิดว่ามันใหญ่ มันหนัก จะสวมใส่สบายหรือเปล่า เล่นเกมส์นานๆ จะหนักหัว หนีบหัวมั้ย คำตอบคือ ไม่เลย การออกแบบของมัน จากตัวสวมด้านบน มีน้ำหนักเบา เพราว่าเป็นลวดสปริง ที่มาคล้องเอาไว้กับตัว driver ทั้งสองด้าน แอดมินก็ได้ทดสอบใช้งานมาแล้วสักประมาณเกือบๆ 2 สัปดาห์แล้ว ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้หนีบหัวเรามากเกินไป เอาง่ายๆ ว่าการออกแบบมาก็ค่อนข้างใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ตรงบริเวณ driver ด้านขวา จะมีไมค์โครโฟนที่ซ่อนเอาไว้อยู่ สามารถดึงเข้า ดึงออกมาใช้งานได้ แล้วก็จะมีปุ่มตัดเสียงไมค์ที่ตรงบริเวณก้านไมค์ด้วย สำหรับเอาไว้เพื่อการพูดคุยกับเพื่อนข้างๆ เวลาที่เราจะเอาไว้พูดคุย วางแผนการเล่น เพื่อนหรือคนที่เล่นอยู่ทีมตรงข้ามเราก็จะได้ไม่ได้ยินเสียงที่เราพูดเข้าไมค์นั้นเอง เมื่อได้สวมหูฟังไปแล้ว ด้านในของที่ครอบหูเรา ออกแบบมาให้มีความนุ่มที่ไม่ได้แข็งมาก แล้วก็ไม่ได้อ่อนมาก เป็นหนังหุ้มด้วยโฟมเอาไว้ เมื่อครอบหูแล้ว จะไม่ค่อยได้ยินเสียงภายนอกเลย ได้ยินเล็กน้อยเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ บางทีคุณแม่เรียก แฟนเรียก หรือคนอื่นเรียกเรา อาจจะไม่ได้ยินตอนที่เล่นเกมส์อยู่ก็ได้ อาจจะโดนดุเอาง่ายๆ นะครับ แต่ถ้าถามว่าฟังก์ชั่นแบบนี้ดีไหม ดีเลย เพราะเสียงจะได้ยินชัดเจนในด้านในตัว driver เท่านั้น เสียงภายนอกจะไม่รบกวน ทำให้เสียงที่ได้ยินก็ชัดเจนดี

   ตัว drive ที่อยู่ด้านในก็มีขนาด 50 มม. สำหรับค่า SPL – 1kHz อยู่ที่ 102 dB ถือว่าความดังแบบนี้ มันไม่ธรรมดาจริงๆ แล้วก็จะมีตัว volume control อยู่ที่ชุดสายเลย ปรับความดังเบาได้ตามต้องการ สายก็มีความหนา ทนทานดี แต่หัวแจ็คจะไม่ใช่ 3.5 นะครับ แต่จะเป็นแบบ USB ที่เสียบปุบก็ไม่ต้องลอง driver ใดๆ ก็เจอเลย ใช้งานได้เลย คอเกมส์มิ่งคนไหนที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็ลองๆ ไปหาดูตามร้านไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลย ราคาก็อาจจะสูงสักนิดหนึ่ง แต่เมื่อแรกกับคุณภาพก็ถือว่าน่าลอง

รีวิว SanDisk iXpand Flash Drive for IOS ตัวช่วยเก็บความข้อมูลสำหรับ IOS รุ่นใหม่ล่าสุด แก้ปัญหาข้อมูลในเครื่อง iPhone เต็ม

 

สาวก IOS หรือ สาวก Apple ทั้งหลายโปรดมาอ่านทางนี้ 108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้มีทางออกสำหรับคนที่บ้าหอบฟาง เก็บข้อมูลเยอะๆ ทั้งรูปภาพ ทั้งเพลง ทั้งข้อมูล ไฟล์หนัง ซีรีส์ต่างๆ เอาไว้บน ipad , iphone ของคุณ ปัญหาที่เจอก็คือจะถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็จะแจ้งเตือนว่าพื้นที่เก็บหน่วยความจำเต็ม หรือ จะนำข้อมูลต่างๆ มาเก็บไว้ในเครื่อง ก็แจ้งเต็ม ต้องลบของเก่าออกไปแบบนี้ ปัญหานี้จะหมดไปถ้ามีตัวช่วยแบบนี้

 

   สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้มันคือ SanDisk iXpand Flash Drive นั้นเอง เป็นตัวที่เราเรียกว่า แฟลส์ไดช์ทั่วไปที่เราเคยใช้กันนี่แหละครับ ซึ่งคนทั่วๆ ไปที่เคยใช้ตัวแฟลส์ไดซ์ก็จะมีพอร์ดเป็น USB เอาไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คอะไรแบบนี้ การใช้งานของตัว iXpand ตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่มันแค่เปลี่ยนฟังก์ชั่นให้สามารถมาใช้ร่วมกับตัว IOS ทุกรุ่น ทุกตัวได้แล้วแค่นั้นเอง

   ถ้าเพื่อนๆ เคยติดตามการรีวิวของเรามาเรื่อยๆ จพอทราบว่า SanDisk เองก็เคยผลิตตัว iXpand มาแล้วหนึ่งรุ่นก่อนหน้านี้ แต่มันมีขนาดที่ใหญ่ แล้วเวลาที่จะใช้งานก็ต้องนำไปชาร์จไฟด้วย แต่พอมาในรุ่นล่าสุด SanDisk เองก็คิดใหม่ ทำใหม่ ให้มันสามารถใช้ได้ง่ายขึ้นด้วย มีขนาดที่เล็กลง น่าใช้กว่าเดิม โดยตัว ixpand ด้านหน้าจะมีพอร์ด USB 3.0 ให้สามารถเอาไปเสียบใช้งานได้จากคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ โดยตัว iXpand ก็จะมีขนาดที่ยาวกว่าตัวแฟลส์ไดซ์ทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ส่วตรงปลายอีกด้านหนึ่ง ก็จะมีพอร์ด lighting ที่เอาไว้เสียบเข้ากับตัว ไอโฟน ของเราปกตินี่แหละครับ ซึ่งถ้ามองถึงการใช้งานทั่วไป มันก็คือตัว แฟลดส์ไดซ์ดีๆ นี่เอง แต่ความพิเศษที่ตัว SanDisk เองเพิ่มเติมขึ้นมาให้ในตัว iXpand รุ่นนี้ก็คือ สามารถเก็บไฟล์ลับไว้ในโฟลเตอร์เพื่อตั้งรหัสผ่านเข้าใช้งานได้อีกด้วย เป็นการตั้งโฟลเตอร์ลับที่แถมมาให้ตัว ixpand ของทาง SanDisk ที่แถมให้มาเลย ใครที่มีความลับเยอะๆ ก็น่าใช้งานมากเลยทีเดียวครับ อันนี้แอดมินไม่ได้ชี้ช่องทางนะครับ เพียงแค่ว่าบอกถึงคุณสมบัติพิเศษๆ เท่านั้นเอง

   เมื่อบอกถึงคุณสมบัติเบื้องต้นรวมไปถึงการใช้งานกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงคราวที่พูดถึงรายละเอียดการใช้งานกันบ้าง ในเรื่องของความง่าย ความสะดวกในการใช้งานก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว แต่มันไม่สำคัญเท่ากับว่าการใช้งานที่อ่านและเขียนข้อมูลมันจะเร็วหรือไม่ นี่สิสำคัญ ซึ่งแอดมินก็ทำการทดสอบแล้วเรียบร้อย ก็ถือว่าผ่านครับ ทำงานได้ดี ทั้งการบันทึกข้อมูลจากตัวเครื่องเข้าไปที่ตัว iXpand ก็ทำได้ในเวลาที่วัดออกมาแล้วคือ 42 Mb/s แต่ถ้าเสียบตัว iXpand เพื่อให้อุปกรณ์ IOS ของเราอ่านข้อมูลเท่านั้น ก็สามารถทำเวลาได้รวดเร็ว อ่านข้อมูลได้รวดเร็วมากถึง 90 Mb/s เลยทีเดียว ก็สรุปง่ายๆ ว่าแค่อ่านข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้รวดเร็วดี แล้วก็การโยกย้ายข้อมูลจากตัวเครื่องลงไปหรือจากตัว iXpand มายังตัวเครื่อง ก็สามารถใช้งานได้รวดเร็วเช่นกันครับ

   แต่การใช้งานบนอุปกรณ์ IOS นั้นจะต้องดาวน์โหลดแอปที่ชื่อว่า iXpand Drive มาติดตั้งเอวในตัวเครื่องก่อนนะครับ จากนั้นเราก็ทำการเสียบ iXpand ไปที่พอร์ด lighting จากนั้นตัวแอปก็จะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอทันทีเลย บนตัวแอปก็จะมีให้เลือกใช้งานอยู่หลากหลายรูปแบบ อย่างแรกเลย copy ไฟล์ไปมาระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวนี้ได้ พูดง่ายๆ ว่าโยกข้อมูลไปมาได้ ต่อมาก็สามารถเปิดภาพ เปิดไฟล์วีดีโอ ฟังเพลงได้ทันที่โดยไม่ต้องโหลดลงเครื่อง ถัดมาก็จะสามารถสั่งให้ backup รายชื่อ เบอร์โทรต่างๆ จากในเครื่องมาใส่ไว้ใน iXpand นี้ได้ ฟังก์ชั่นอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจ ก็คือ สามารถนำรูปใน facebook,instragram ก็สามารถโหลดมาเก็บไว้ใน iXpand ได้เช่นกัน

   แต่ต้องบอกเลยว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ เมื่อไหร่ที่เป็นอุปกรณ์เสริมของทาง Apple แล้ว สิ่งแรกที่น่าตกใจคือราคาครับ มันไม่เคยมีอะไรที่ขายมาให้ใช้ได้กับ IOS จะมีราคาถูกสักอย่างหนึ่ง นี่มันคือความเศร้าใจของสาวกแอปเปิลมากเลย ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น 16 GB อยู่ที่ 1,990 บาท แล้วก็ไปจบอยู่ที่ 128 GB ในราคา 5,490 บาท โอ้ว.. แม่เจ้า ซื้อแฟลดส์ไดซ์อันเดียว เดี่ยวนี้ขายทั่วไปแค่ร้อยกว่าบาท พอมาอยู่บน IOS ปาเข้าไปหลายพันเลย โชคดีที่แอดมินไม่ได้ใช้ IOS นะครับ เพื่อนๆ คนไหนที่เป็นสาวกก็ลองไปหาซื้อดูกันได้เลย

Review JBL Flip 3 ลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ใหม่ล่าสุดของเทคโนโยลีแห่งเสียงในยุคนี้

 

ในกลุ่มของลำโพงแบบไร้สายในปัจจุบันที่มีอยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อที่ผลิตออกมาให้ได้เห็นแล้ว คงไม่ตื่นเต้นกันเท่าไหร่นักหากจะมีข่าวว่ามีรุ่นใหม่ผลิตขึ้นมาวางขายในตลาด เพราะส่วนมากผลิตออกมาเป็นระบบ Bluetooth กันหมด แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ถึงความแตกต่างของแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อคือหลายยี่ห้อเน้นมาทำลำโพงให้มีขนาดเล็กลงเหมาะสำหรับที่จะหยิบจับใส่ไปวางตรงไหนก็ได้โดยไม่รู้สึกว่าหนักหรือเกะกะ รวมถึงเอาไปใส่ในกระเป๋าเพื่อพกพาไปไหนมาไหนได้เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย ซึ่งสินค้าอินเทรนด์ ที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ ก็คือ ลำโพงแบบไร้สาย JBL Flip ที่เป็นอีก 1 รุ่น 1 ยี่ห้อ ที่เน้นการผลิตสินค้าให้เข้ากับยุคสมัย และมีความสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คงหมดยุคของลำโพงขนาดใหญ่ ๆ ที่มีน้ำหนักมาก ๆ และขนย้ายลำบากแล้ว ลำโพงจึงถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงพกพาสะดวก และให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า และไม่ต้องลำบากเรื่องการพกพาสายเสียบให้ยุ่งยาก เพราะปัจจุบันหันมาใช้ระบบไร้สาย โดยการเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth กันแล้ว

 

มาพูดถึง ลำโพงแบบไร้สาย JBL – Charge 2+ เป็นการต่อยอดของรุ่น Charge ที่ค่อย ๆพัฒนาดีขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ตัวเครื่องเป็นส่วนผสมระหว่างพลาสติกและยางและมีแผงด้านหน้าที่เป็นช่องลำโพงที่ลองเคา ะ ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นโลหะ สำหรับระบบเสียงก็ดีขึ้นเสียงจากเดิม ดูกระชับมากขึ้น ขนาดของลำโพงและรูปลักษณ์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงออกไปจากเดิมมากนัก ใช้แบตเตอรี่ในตัวเครื่องที่สามารถใช้ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย เช่นเดิมสามารถใช้ชาร์จ iPhone 6/6s ได้ 2 ครั้งเต็ม ๆ แล้วก็เหลือแบตเตอรี่อีกนิดหน่อยในตัวลำโพง ด้านเสียงของ JBL – Charge 2+ เทียบจากขนาดตัวก็ต้องบอกว่าให้เสียงต่ำ เสียงเบส ที่แน่นดีทีเดียว ความกังวานของเสียงเมื่อเปิดดังมากหน่อยถือว่าทำได้ดี รายละเอียดเสียงทำได้ดี สามารถเอามาต่อกับ iPad ดูหนังได้ด้วย เสียงเล็กเสียงน้อยในหนังก็ได้ยินชัดเจน ส่วนเวลาฟังเพลงก็ให้เสียงที่หนักแน่นดี จุดนี้อยู่ที่สไตล์แล้วค่ะว่าเราชอบฟังเสียงแบบไหน ถัดมา JBL – Flip 3 แค่เห็นสีสันของลำโพงที่ได้มาก็แบบว่าวัยรุ่นมากแล้ว สีลำโพงที่ได้มาเป็นสีชมพู ซึ่ง Flip 3 ก็มีสีอื่นให้เลือกอีกเหมือนกัน ตัวเครื่อง JBL – Flip 3 วัสดุที่เห็นเป็นตาข่าย ๆ เหมือนจะเป็นไนล่อนถักล้อมเอาไว้เกือบทั้งเครื่อง ส่วนที่เหลือจะเป็นยาง บริเวณที่ช่องชาร์จไฟทำมาเป็นฝาปิดแน่นหนาดีทีเดียว โดยบริเวณขอบ ๆ ช่องดังกล่าวก็จะมีซีลยางกันน้ำไว้ด้วย ปุ่มกดต่าง ๆ ของ BL- Flip 3 จะเป็นปุ่มนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย แต่ประเด็นคือปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องเวลาจะมองปุ่มก็เลยต้องมองยากซักนิดนึง สำหรับ JBL – Flip 3 มีแบตเตอรี่ในตัวก็จริง แต่ไม่ได้มีช่องให้เสียบสาย USB เพื่อไปชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นนะค่ะ จุดนี้ก็เลยทำให้น้ำหนักของ JBL – Flip 3 เบากว่า Charge 2+ พอสมควร ขนาดของ JBL – Flip 3 เอามาวางเทียบกับ Charge 2+ ก็จะเห็นว่าขนาดเล็กกว่านิดหน่อย เรื่องเสียงของ JBL – Flip 3 พอฟัง Charge 2+ มาก่อน แล้วมาฟังตัวนี้มันคนละแบบเลยทีเดียว โดยเสียงของ JBL – Flip 3 เสียงเบสจะบางกว่า Charge 2+ พอสมควร แนวเสียงก็เลยออกมาโปร่งโล่งกว่า ซึ่งตัวชอบเจ้า Charge 2+ กว่า แต่เพื่อนที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันก็กลับมาชอบ JBL – Flip 3 กว่านิดหน่อยต้องที่เสียงเบสไม่แน่นเกินไป คือเสียงเบสเสียงต่ำมีอยู่นะครับ แต่จะไม่แน่นไม่ลึกมากเท่าไหร่ บุคลิกเสียงของ JBL – Flip 3 เสียงจะแหลมกว่าแข็งกว่า Charge 2+ แบบชัดเจน ซึ่งถ้าเอามาฟังเดี่ยว ๆ ไม่มีตัวเปรียบเทียบก็จะไม่ได้รู้สึกอะไรมากก็จะเป็นประมาณว่า การใช้คุยโทรศัพท์ของลำโพงทั้ง 2 รุ่นอยู่ในระดับกลาง ๆ ซึ่งระยะจากลำโพงกับปากเราไม่ควรห่างกันมาก ระยะหวังผลไม่เกิน 30-50 เซนติเมตร โดยประมาณ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษก็คือ สามารถกันน้ำได้ JBL – Flip 3 ในจุดนี้กรณีเกิดอุบัติเหตุทำตกน้ำจริง ๆ ก็อย่ารีบนำสายชาร์จมาเสียบชาร์จไฟให้ตัวลำโพง แล้วก็อย่าเพิ่งใช้ช่อง USB เสียบชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่น เพราะถ้าโชคไม่ดีก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้อุปกรณ์ของเราเสียหายได้ ถ้าโดนน้ำเยอะ ก็ควรนำไปเช็ดแล้วพึ่งตากแห้งซักพัก ก็สามารถนำมาใช้งานได้ปกติแล้ว

 

ถือเป็นลำโพง Bluetooth ขนาดเล็กที่ทำมาได้ดี ถ้าชอบเสียงไม่หนักมากสีลำโพงสวย ๆ เลือก JBL – Flip 3 ยี่ห้อนี้เลย มันโอเคมาก สำหรับการเลือกซื้อสินค้าอินเทรนด์ ที่ได้นำมารีวิวให้ได้ทราบกันในวันนี้ ก็มีวางขายตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีทั่วไป หรือร้านชั้นนำ ทั่วประเทศ

รีวิว Huawei Y6II สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ กล้องหน้าก็ไม่ธรรมดาในราคาแบบไทยๆ 6,000 มีทอน

 

   หลังจากที่ Huawei รุกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราไปสำเร็จและฮือฮาอย่างมากกับเทคโนโลยีกล้องคู่อย่าง Huawei P9 เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดก็บุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกครั้งด้วย gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เว็บไซต์ 108plaza ของเราจะนำมารีวิวกันในตอนนี้เลย นั้นก็คือ สมาร์ทโฟนรุ่น Huawei Y6II

   ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากในซีรีส์เดิมก็คือตัว Huawei Y6 แล้วก็มาเป็นตัว Huawei Y6II รุ่นที่แอดมินนำมารีวิวกันในตอนนี้ มาพร้อมกับสเปคก็คือ ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ก็เป็นขนาดหน้าจอที่ถือว่ากำลังพอดีในช่วงนี้ ที่ผู้คนทั่วไปก็อยากจะใช้งานกันแบบเต็มตาและก็ถือว่าพกพาง่ายด้วยความบางความเบาของตัวเครื่องนั้นเอง ถัดมาก็เป็นความคมชัดของหน้าจอระดับ HD เมื่อได้จับตัวเครื่องแล้วก็รู้สึกว่างานประกอบก็แน่นหนาดี แต่เสียดายที่เป็นตัวบอดี้พลาสติกที่เปิดฝาหลังออกมาได้ ในตัวเครื่องก็จะรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แล้วก็รองรับการใช้งาน 4G LTE ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถเพิ่มเมมโมรี่ได้ต่างหากมากถึง 128 GB กันเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าฝาหลังเป็นพลาสติก ก็ถือว่าทำมาได้ดี สีสันที่ทำออกมาก็ถือว่ามีคุณภาพ ขอบตัวเครื่องก็เป็นแบบขอบโลหะ ดีไซน์ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ภาพพจน์ของมือถือจีนที่ดูแล้วไม่น่าใช้เลย ต้องบอกเลยว่าแบรนด์ Huawei เองก็เป็นระดับอินเตอร์แบรนด์ที่ทำสมาร์ทโฟนออกมาได้ค่อยข้างดี แต่ก็ต้องบอกว่าราคาก็น่าจะอยู่ในระดับ 5 พันบาทขึ้นไปก็จะสามารถใช้งานได้ดีหน่อยนะครับ พูดง่ายๆ ว่าคุณภาพก็ตามราคาอะไรแบบนั้น จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ มาพร้อมกับกล้องหลังที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล ค่า f/2.0 ทั้งคู่เลย เมื่อเปิดเครื่องเข้ามาก็จะรู้สึกแปลกๆ สักนิดหนึ่งสำหรับตัวแอดมินเองที่ไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนแบรนด์ Huawei มาเนี่ยนะครับ เพราะว่า UI ของ Huawei เองนั้นจะแตกต่างจากมือถือทั่วไปอยู่เหมือนกัน แต่พอใช้งานไปสักพักหนึ่ง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ก็ต้องปรับความรู้สึกการใช้งานกันสักนิดหนึ่งเท่านั้นเอง

   เมื่อเราทดสอบด้วยแอป antutu กันแล้ว ก็จะได้คะแนนอยู่ที่ 29889 ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ค่อนไปทางล่างสักนิดหนึ่ง ตัวหน้าจอก็เป็นแบบ IPS ที่แสดงผลออกมาก็ไม่ถือกับว่าขี้เหร่ แต่มันก็อาจจะไม่ได้สดเหมือนจากทางฝั่งเกาหลีเค้า ก็ดูๆ แล้วการแสดงผลก็ได้ตามธรรมชาติ ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร ซึ่งในตัวเครื่องก็จะเป็นซีพียูของทาง Huawei เองก็เป็น Kirin 620 วิ่งด้วยความเร็ว 1.2 GHz Octa-core ความจุของแบตเตอร์รี่ให้มาที่ 3000 mAh ก็ถือว่าใช้งานได้สบายๆ ใน 1 วัน เพราะตัวเครื่องไม่รองรับการชาร์จไว

   การใช้งานทั่วไป เรืองของการเข้าเว็บไซต์ที่เป็นเบราเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้งานเพื่อเล่นโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นใน facebook , instragram แล้วก็ในช่องทางอื่นๆ แบบทั่วไปที่ใช้งานกันเนี่ยนะครับ ผลการทดสอบมาประมาณสัก 1 สัปดาห์ ก็ต้องบอกเลยว่าใช้งานได้ดี ถึงแม้ว่าสเปคจะดูแล้วไม่ได้หวือหวาสักเท่าไหร่ แต่การใช้งานทั่วไปต้องบอกว่าลื่นไหลดีเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง แน่นอนว่าราคากลางๆ 5-6 พันบาทแบบนี้ ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจครับกับการเล่นเกมส์ ซึ่งแอดมินทดสอบการเล่นเกมส์ fifa 16 , Nova 3 หรือแม้แต่เกมส์ Pokemon GO เนี่ยไม่ต้องพูดถึงครับ เล่นได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่เกมส์ที่บอกไปช่วงต้น ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ ครับ แต่เนื่องด้วยหน้าจอที่มันได้แค่ HD เท่านั้น ภาพที่ได้มันอาจจะไม่ได้เนียนตา ไม่ได้แรงเท่ากับราคาหลักหมื่นนะครับ แต่ถามว่าซื้อมาแล้วเล่นได้ไหม คำตอบคือเล่นได้ เอาอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกไป ถ้าไม่จริงจังกับเกมส์สักเท่าไหร่ เล่นบ้างเป็นครั้งคราวก็ถือว่าตอบโจทย์ครับ เพราะว่าเครื่องไม่ร้อนด้วย ในส่วนของคุณภาพเสียงลำโพง ผลการทดสอบก็คือ ให้ระดับกลางๆ แล้วกัน เสียงมีความดังดีมาก แต่เรื่องมิติเสียง เรื่องชิปเสียงยังทำมาไม่ได้ดีมากนัก แต่อย่าลืมว่าราคาอย่างที่บอกไปนะครับ ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

   จุดเด่นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่รีวิวไม่ได้เลยใน gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ก็คือเรื่องของกล้องหน้า มันถ่ายออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว คาดว่าน่าจะเหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบแต่งหน้า แต่อยากจะได้กล้องที่แต่งหน้าได้จากในกล้องแบบไม่ต้องพึ่งแอป ใน Huawei Y6II รุ่นนี้สามารถเลือกได้เลยว่าจะทำแก้มชมพู ทำขอบตา เขียนคิ้ว เลือกได้เลยทีเดียว มันเหมาะกับการเซลฟี่ การถ่ายวีดีโอทั้งกล้องหน้าและหลังก็จะได้ความละเอียดสูงสุดที่ Full HD กันเลยทีเดียว โดยรวมๆ แล้วมันเป็นสมาร์ทโฟนในราคาประหยัดที่ไม่ต้องถึงกับหลักหมื่นก็เล่นกับมันได้สนุกๆ ก็มีเข้ามาวางขายในบ้านเราแล้ว ลองไปหาทดสอบเล่นกันได้ตามร้านค้าชั้นนำนะครับ