รีวิว Mevo กล้องสำหรับคนชอบ Live บนโซเชียล

 

   หลังจากที่กระแสการถ่ายทอดสดหรือการทำ Live ผ่านโซเชียลมีเดียเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นิยมทำการ ไม่ว่าจะเป็นการ Live แบบพูดคุยกันปกติ หรือ Live เพื่อทำรายการต่างๆ แบบไม่ต้องเสียเงินไปเช่าพื้นที่จากไหน ด้วยเหตุนี้เองก็เลยมีสินค้าอินเทรนด์มากมายเลย ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานในด้านนี้และ gadget ที่นำมารีวิวในตอนนี้เรียกว่า Mevo เป็นกล้องสำหรับคนที่ชอบ Live บนโซเชียลอีกเช่นเดียวกัน รายละเอียดการใช้งานจะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

   สำหรับด้านหน้าของกล้อง Mevo ตัวนี้จะเป็นกล้องแบบเลนส์กว้างหรือเลนส์ wide มากถึง 150 องศา เลยทีเดียว ส่วนด้านหลังตัวกล้องเอง ก็จะมีช่องใส่เมมโมรี่แบบ micro sd card พร้อมกับช่อง micro usb เพื่อที่จะเอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่ เนื่องจากว่ากล้องตัวมีมีแบตเตอร์รี่ในตัว พร้อมกับมีไฟแจ้งเตือนสถานะของแบตเตอร์รี่มาให้ด้วย พร้อมกับมีไฟแจ้งเตือนระดับการเชื่อมต่อ บลูทูธ หรือ wifi มาได้ได้ตรวจเช็คในเรื่องของสัญญาณแรงไหม อ่อนไหม อะไรแบบนี้ด้วยที่ตัวกล้อง ส่วนด้านล่างตัวกล้องเอง ก็จะมีช่องที่เอาไว้ต่อกับขาตั้งกล้องได้ด้วย ซึ่งจะมีตัวฐานของกล้องที่ทำมาเป็นแบบแม่เหล็ก ก็จะมีแถมมาให้ในกล่อง เป็นแม่เหล็กที่เอาไว้ดูดกับตัวกล้อง แล้วก็จะใช้ขาตั้งกล้องแบบ Tripod ทั่วไปได้ด้วย นี่ก็คือรายละเอียดในเบื้องต้นของการใช้งานตัวกล้องแบบคร่าวๆ นั่นเอง

   จริงๆ แล้วจุดเด่นของกล้องตัวนี้เองนั้น คือหัวใจของการใช้งานเลยก็คือว่า จะมีซอฟแวร์ที่จะมาใช้ในการควบคุมตัวกล้อง ซึ่งเป็นการใช้ซอฟแวร์ที่อยู่บนแอปพลีเคชั่นนั่นเอง ซึ่งชื่อของแอปที่ใช้ควบคุมตัวกล้องนี้ก็จะมีชื่อว่า Mevo เช่นเดียวกัน จะสามารถที่รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้ทั้งฝั่งของ iOS และ Android ได้หมดเลย ซึ่งเมื่อเข้าไปดูรายละเอียดการใช้งานของตัวแอปพลีเคชั่นแล้วนั้น ก็จะพบว่ามีฟี่เจอร์ให้ได้ใช้งานกันครบถ้วนเลย เริ่มต้นแต่ การเลือกใช้โหมดแบบแทร็กหน้า พร้อมกับโหมด ออโต้ parrot ให้สามารถนำไฟล์วีดีโอที่บันทึกเอาไว้นั้น ไปสามารถทำการตัดต่ออีกได้ ถัดมาก็จะเป็นเมนูการควบคุมตัวกล้องด้วยเรื่องของเสียง ซึ่งจะสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ไมค์โครโฟนที่ติดมากับตัวกล้อง Mevo เอง หรือ จะเลือกใช้ไมค์โครโฟนที่ติดอยู่กับตัวสมาร์ทโฟน ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้ก็ลองดูว่าไมค์ตวไหนที่ระยะใกล้กว่า แล้วบันทึกเสียงได้คมชัดกว่าก็เลือกไปที่ตัวนั้นได้

   สำหรับฟี่เจอร์ของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ภายในแอปพลีเคชั่นที่จะใช้ควบคุมตัวกล้องนั้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากจะปรับตั้งค่าการใช้งานได้แล้ว ก็ยังมีฟี่เจอร์เสริมมาด้วย อาทิเช่น สามารถที่จะเลือกใส่ฟิลเตอร์ในขณะที่กำลังใช้กล้องอยู่ด้วยได้เลย อยากจะปรับแต่งภาพให้ไปในโทนสีไหน มีใส่ลูกเล่นอะไรก็สามารถเลือกปรับได้ที่ตัวแอปเช่นกัน จากนั้นในส่วนของการปรับตั้งค่าในเบื้องต้นก็ง่ายแล้ว แต่ในมุมของผู้ที่อาจจะมีความรู้ในเรื่องของกล้องในเชิงลึกเข้าไปอีกนั้น ก็มีฟังก์ชั่นการตั้งค่าแบบโปรมาให้ได้เลือกใช้งานกันในตัวแอปด้วยเช่นกัน ด้วยการเข้าไปที่โหมดการตั้งค่า ก็จะสามารถเข้าไปเลือกปรับแสง ปรับสี ปรับเรื่องของคอนทราสของภาพ พร้อมกับการปรับไวท์บาลาน จากเมนูการตั้งค่าได้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ เนื่องจากว่ามันเป็นกล้องที่ทำมาไว้เพื่อการ Live สดอยู่แล้ว ดังนั้น การปรบตั้งค่า การปรับแต่งภาพต่างๆ ที่ได้กล่าวมาในข้างต้นนั้น มันก็จะสามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา และ การเปลี่ยนแปลงก็จะเปลี่ยนได้ต่อเนื่องมีผลทันทีที่เปลี่ยน ไม่ต้องไปออกจากระบบการ Live ก่อนแล้วค่อยปรับแล้วก็มาเชื่อมต่อใหม่ อะไรแบบนั้นไม่ต้องเลย ถือว่าค่อนข้างที่จะสะดวกเลยทีเดียว แต่ก็มีอีกหนึ่งโหมด ในการถ่ายวีดีโอ ก็สามารถทำเป็น ออฟไลน์ บันทึกได้เลยโดยที่ไม่ต้อง Live สดก็ได้ ซึ่งจุดเด่นเลยคือมันสามารถเลือกตัดต่อแบบสดๆ บนตัวแอปได้เลย เราจะแตะตัดภาพไปที่จุดไหน เลือกได้เลยจากหน้าจอบนแอป จะตัดภาพมุมกว้าง จะตัดภาพมุมแคบโฟกัสไปที่ใบหน้าคน อะไรแบบนี้ทำได้เลยแบบต่อเนื่อง ตรงนี้จะทำได้ดีเลยทีเดียว

   แต่หลังจากได้ทดสอบใช้งานแล้วนั้น ก็พบว่าเรื่องของความคมชัดของภาพนั้นไม่มีปัญหาเลย คมชัดดีมาก พร้อมกับการตัดต่อที่ไหลลื่นดี แต่ก้แนะนำเรื่องของคุณภาพเสียง ถ้ามีไมค์โครโฟนแยกดีๆ สักหนึ่งตัวมาใช้งาน คุณภาพของเสียงก็จะดีกว่าการใช้ไมค์ที่ตัวกล้อง Mevo หรือจะใช้ไมค์ที่สมาร์ทโฟนก็ค่อนข้างดีกว่าอยู่เล็กน้อยเหมือนกัน สำหรับคนที่ชอบ Live สดจริงๆ ก็ลองไปหามาใช้งานกันได้เป็นอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

รีวิว DxO ONE Camera for iPhone กล้องตัวจิ๋วที่จะทำให้การถ่ายภาพยอดเยี่ยมขึ้น

 

   108plaza ในตอนนี้มีอีกหนึ่ง gadget สำรหับคนใช้ iPhone มาฝากกันอีกแล้ว เป็นสินค้าอินเทรนด์ในกลุ่ม Action camera ตัวเล็กๆ ที่สามารถถ่ายด้วยกล้องตัวมันเองก็ได้ มีหน้าจอแบบขาว-ดำ มาให้ได้ใช้งานแบบ view filder หรือจะใช้งานร่วมกับตัว iPhone อย่างที่บอกไปผ่านพอร์ดเชื่อมต่อ lightning ได้ด้วย พร้อมกับสเปคความละเอียดที่มากถึง 20 ล้านพิกเซล f/1.8 เลยทีเดียว จะน่าสนใจแค่ไหน ไปติดตามกัน

   สำหรับ gadget ตัวนี้มีชือว่ากล้อง DxO ONE นั่นเอง เป็นกล้องตัวเล็กๆ เล็กมากด้วย ถ้าใครที่เคยเล่นกล้อง GoPro ก็จะบอกว่ามันใหญ่กว่ากล้องตัวนี้เหมือนกัน แล้วกล้องรุ่นนี้ จะมีการใช้งานที่ตัวมันเองไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่เปิดฝาเลนส์มา จากนั้นมันจะเริ่มทำงานทันทีเลย แล้วจะมีปุ่มเพียงปุ่มเดียว เป็นปุ่มที่เอาไว้กดชัตเตอร์ แล้วจากนั้นด้านหลังของตัวกล้องจะมีหน้าจอเล็กๆ เป็นหน้าจอ ชาว-ดำ ซึ่งเราสามารถมองได้ว่าเรากำลังถ่ายอะไรอยู่ กล้องที่หันไปนั้น มันได้จุดไฟกัสหรือยัง ถ้าถ่ายใบหน้า กล้องเราหันไปตรงกึ่งกลางหรืออยู่ในเฟรมไหม อะไรแบบนั้น เป็นหน้าจอขาว-ดำ ที่ไม่ได้มีความละเอียดอะไรมากนัก แต่ก็สามารถดูได้รู้เรื่องว่าเรากำลังถ่ายอะไรอยู่ เฟรมเป็นอย่างไร ซึ่งมันจะดีตรงที่ว่า กล้อง Action cam บางรุ่น มันก็จะมีแต่ตัวกล้องเฉยๆ แล้วก็มีปุ่มชัตเตอร์เลย ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นหรือรู้ได้ว่าเราถ่ายอะไร ถ่ายตรงเฟรมหรือไม่ ถ่ายหน้าตัวเองจะเบี้ยวหรือตรง อะไรแบบนั้น ซึ่งหน้าจอขาว-ดำในกล้องรุ่นนี้ช่วยได้ แต่ก็ยังเป็นหน้าจอที่ประหยัดแบตเตอร์รี่ด้วย เพราะกล้องตัวนี้มีแบตในตัว สามารถที่จะถ่ายด้วยมันเองเลยก็ได้

   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นเด่นๆ เลยที่มาพร้อมกับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือ การใช้งานร่วมกับ iPhone หรืออุปกรณ์ของ iOS ที่มีพอร์ด Lightning เพราะที่ตัวกล้องเอง จะมีพอร์ดที่สามารถเสียบเข้ากับตูดไอโฟนได้เลย จากนั้นเมื่อเราเปิดฝาเลนส์ออกมา กล้องมันก็จะเริ่มทำงาน แล้วจากนั้น หน้าจอของไอโฟน มันจะกลายมาเป็น view filder ให้เลยทันที เหมือนกับเรามีหน้าจอที่มีความคมชัดมากขึ้น แทนจอขาว-ดำเล็กๆ ที่ติดกับตัวกล้องได้เลย นี่คือข้อดี แล้วจากนั้น เราก็จะกดถ่ายภาพอะไรก็กดได้ที่ปุ่มชัตเตอร์ที่ตัวกล้องได้เลย แล้วตัวกล้องเอง มันจะสามารถปรับองศา ปรับมุมก้ม มุมเงย เป็นตัวที่หมุนได้รอบทิศทาง เราก็สามารถที่จะหามุมถ่ายได้ตามใจชอบเลยเช่นเดียวกัน จากนั้นพอเราทำการกดชัตเตอร์ถ่ายภาพไปแล้ว ในกรณีที่เราต่อกับไอโฟนอยู่ รูปที่เรากดถ่ายไปนั้น ไฟล์รูปมันจะไปอยู่ที่ตัวไอโฟนเลย ไม่ต้องไปเชื่อมต่อ wifi หรือต้องไปโอนย้ายไฟล์รูปทีหลัง ไม่ต้องเลย ไฟล์รูปเข้าไปที่ตัวไอโฟนทันที มันก็คือข้อดีและการใช้งานที่ง่ายขึ้นไปอีกในการใช้กล้อง DxO ONE รุ่นนี้ แล้วจุดเด่นอย่างที่บอกไปกว่า กล้องรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาที่ 20 ล้านพิกเซล f/1.8 ซึ่งถ้าคนที่เล่นกล้องเอง จะต้องบอกว่าว้าวเลย เพราะว่ามันดีกว่ากล้องที่เราใช้งานกันหรือว่ากล้อง mirrorless ที่มีราคาก็อาจจะแพงอยู่เหมือนกัน แต่ได้สเปคกล้องที่ f/3.5 f/5.6 อะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าจะไปหาเลนส์ที่มีค่า f/1.8 แบบนี้ก็ต้องไปซื้อแยกอีก ราคาก็จะแพงขึ้นไป ซึ่งถามว่าสเปคแบบนี้ เอาไว้ใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็แน่นอนว่าตอนนี้นิยมกันมากเลย ในเรื่องของการถ่ายภาพ หน้าชัดหลังเบลอ แล้วค่า f/1.8 นี้ก็สามารถที่จะละลายภาพข้างหลังได้ดีมากเลยทีเดียว แต่ก็เป็นระบบของ digital ที่จะใช้การละลายภาพแบบซอฟแวร์นั่นเอง แต่ข้อเสียอย่างที่บอกไปว่ามันเป็นแบบ digital ซึ่งมันก็จะ zoom ภาพจากตัวกล้องไม่ได้ เป็นเลนส์แบบ 3.5 มม. แต่เราสามารถที่จะใช้การ zoom แบบ digital ได้ ก็ใช้การ zoom ภาพเหมือนเราใช้กล้องไอโฟนก็ใช้มือเรา zoom แทน

   ซึ่งการใช้งานทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ต้องใช้งานร่วมกับแอปพลีเคชั่นของกล้องที่ชื่อว่า DxO ONE เช่นเดียวกัน มันจะทำงานคู่กันกับกล้องรุ่นนี้ สามารถถ่ายภาพนิ่งได้ สามารถถ่ายวีดีโอได้ สามารถปรับตั้งค่าของกล้องได้ แล้วบางท่านสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้กล้องตัวนี้ให้ยุ่งยาก เพราะกล้องในไอโฟนเองก็ถือว่าดีอยู่แล้ว ก็ต้องบอกว่าคุณภาพของภาพที่ได้มาจากกล้องตัวเล็กๆ รุ่นนี้ก็ถือว่าดีกว่าแน่นอน ซึ่งมันก็ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากได้ภาพที่คุณภาพดีกว่ากล้องมือถือ แต่ก็แน่นอนว่าเรื่องของราคาก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน เปิดตัวมาคำนวณราคาในบ้านเราแล้วประมาณ 17,xxx เลยทีเดียว ถ้าใครเห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานจริงๆ ก็ลองไปหาดูได้ตามร้านค้าชั้นนำได้แล้ววันนี้

รีวิวกล้องหน้าคู่สุดยอดเซลฟี่โฟนด้วย vivo V5 Plus

 

   หลังจากที่แอดมินได้ทำการรีวิวเรื่องของสเปและการใช้งานเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนที่ถือได้ว่าตอนนี้ น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหน้าที่สามารถถ่ายรูปได้ยอดเยี่ยมที่สุด ณ ช่วงต้นปี 2017 นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งเรากำลังหมายถึง vivo V5 Plus นั่นเอง แต่เนื่องด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้องหน้าคู่เครื่องแรกของ vivo ที่ทำออกมาวางตลาดกันแล้วในบ้านเรานั้น ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจและต้องนำมาให้รีวิวรายละเอียดอีกเยอะเลย ก็เลยเป็นที่มาของบทความในตอนนี้นั่นเอง

   เราจะมาเจาะลึกสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ตรงที่เรื่องของกล้องหน้าคู่แบบเจาะลึกกันเลยทีเดียวว่ามีประสิทธิภาพการใช้งานเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมกับมีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง เริ่มต้นด้วยการเข้ากล้องหน้าด้วยโหมดปกติ เปิดขึ้นมาก็พบว่าจุดเด่นเลยก็คือ มันสามารถจับภาพได้ค่อนข้างสว่าง และ ขนาดที่ยังไม่ได้เข้าสู่โหมดบิวตี้ โหมดยอดนิยม การเก็บรายละเอียดของภาพในโหมดปกติ ก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว มีความสว่าง พร้อมกับการเกลี่ยสีของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับมีความเป็นโหมดบิวตี้มาให้เลย ก็ถือว่าเขียนซอฟแวร์มาดีเลยทีเดียว น่าจะถูกจริตกับคนที่ชอบเซลฟี่ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงเลย ในโหมดปกติก็สามารถตั้งค่าตัวกล้องได้ด้วย พร้อมกับสามารถเปิดแฟลชกล้องหน้าได้ด้วย เป็นแฟลชแบบ soft light ที่จะไม่ทำให้ภาพที่ออกมาดูเกินความจริง เป็นแสงแบบนุ่มนวลนั่นเอง ไม่ขาวเกินไป ก็ทดสอบแล้วก็ทำได้ดีเลยในการถ่ายภาพในที่มืด แล้วก็จะมีโหมด HDR อยู่ด้านบนให้เลือกใช้งานเพื่อเน้นความคมชัดของภาพที่มากขึ้น แต่จุดเด่นของการมีกล้องหน้าคู่ ก็คือ สามารถใช้ถ่ายภาพเป็นโหมด โบเก้ หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอ นั่นเอง เราก็จะสามารถแตะจุดที่ต้องการให้โฟกัสและจุดที่ต้องการให้ละลายภาพได้แล้วด้วยในกล้องหน้าคู่ ซึ่งแต่เดิมปกติเราจะถ่ายโหมดนี้ได้จากทางกล้องหลังคู่ แต่พอมีมาในรุ่นนี้ก็ถือว่าน่าจะถูกจริตคนไทยอีกเช่นเดียวกัน

 

   การทดสอบใช้งานสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ด้วยการเข้ากล้อง แล้วปรบเป็นโหมด โบเก้ ก็แนะนำว่าถ้าอยู่ในที่สลัวๆ ให้เปิดแฟลชแบบออโต้ไว้ด้วย เพือให้แฟลชช่วยในเรื่องความสว่างจะดีกว่า จากนั้นถ้าเราต้องการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ ที่กล้องหน้าเราสามารถแตะโฟกัสจุดที่จะให้ชัดได้ จากนั้นเราก็สามารถปรับค่า f ให้ละลายภาพข้างหลังมากหรือน้อย จะมีให้เลือกปรับค่า f/2.0 แต่ให้ละลายมากที่สุดจะได้ที่ f/0.95 จากนั้นแอดมินเองก็ได้ทดสอบในที่สลัวๆ อีกด้วย ประมาณว่าจำลองให้ถ่ายในที่มึดเพื่อทดสอบการโฟกัสภาพและการละลายภาพ ก็พบว่าตัวกล้องมันสามารถทำได้ดีมากเลยทีเดียว ถ้าให้คะแนนก็เต็ม 10 ได้เลย เพราะเราเลือกได้ว่าจะให้ชัดทั้งหน้าและหลัง หรือ ชัดแค่หน้า เลือกได้และแฟลชก็ทำงานได้ดี เกลี่ยสีและแสงได้ดีทำให้ภาพออกมาสวยงามมากเลยทีเดียว คงพูดได้ว่าถ่ายในที่มึดก็ไม่มีปัญหาอะไร ภาพคมชัดดีมาก แต่ถ้าไม่อยากปรับตอนที่กำลังถ่าย เราก็สามารถมาปรับแต่งภาพชัด ภาพเบลอได้จากในแกลอรี่อีกด้วย เลือกแต่งภาพได้ภายหลัง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

   

REVIEW Vistra Salmon Fish Oil น้ำมันปลาแซลมอนอาหารเสริมบำรุงสมอง

 

 

   ในปัจจุบันการเรียนหรือการทำงานของมนุษย์เรานั้นต้องใช้สมองในการปฏิบัติสิ่งต่างอยู่เป็นประจำซึ่งเราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าสมองของเราต้องการที่จะพักบ้างหรือไม่ จนเมื่อเรามีอาการปวดหัวหรือเมื่อยล้าเราจึงหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การนวดพักผ่อน การออกไปเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่การที่ร่างกายเราได้พักแต่สมองไม่ได้พักจากการทำงานที่หนักเช่นเดียวกับร่างกาย เพียงแค่เราหยุดคิดเรื่องต่างๆปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ อย่างน้อยวันละ 1ชั่วโมงก็ได้แต่สำหรับบางคนที่ต้องใช้สมองในการทำงาน คิดงานอยู่ตลอดเวลา คงหาเวลาที่จะปล่อยให้สมองโล่งไม่คิดอะไรคงจะเป็นเรื่องที่ยาก เพราะการที่เราทำงานมากจนเกินไปโดยที่สมองและร่างกายไม่ได้มีการพักเลยมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายเราอย่างมากค่ะ ทั้งเกิดความเครียด กลายเป็นคนหงุดหงิด โมโหง่ายโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่อยากหาอาหารให้สมองแต่ตัวเองไม่มีเวลาเราจึงจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่ช่วยเติมอาหารให้กับสมองของคุณ โดยที่คุณยังทำงานและคิดสร้างสรรค์งานได้ตามปกติและมันจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาไปแม้แต่นิดเดียวถ้าเทียบกับผลลัพธ์ที่คุณจะได้ซึ่งถือว่าคุ้มมาก คุ้มกว่าการที่เราถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ๆด้วยซ้ำไป ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ช่วยบำรุงสมองตัวนั้น คือ Vistra Salmon Fish Oil น้ำมันจากปลาเซลมอน

 

VISTRA Salmon Fish Oil เป็นน้ำมันปลาแซลมอน และเป็นอาหารเสริมบำรุงสมอง อุดมด้วย โอเมก้า 3 1 กระปุกจะมีอยู่ 75 แคปซูล ซึ่งน้ำมันปลาแซลมอนเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมัน เช่น โอเมก้า 3 ได้มาจากการสกัดปลาทะเลน้ำลึกในเขตขั้วโลกเหนือและเป็นปลาชนิดเดียวที่สามารถว่ายทวนกระแสน้ำลึกจึงทำให้เราได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพในการผลิตน้ำมันปลา ซึ่งกรดที่ได้จากกาสกัดปลาแซลมอนเป็นกรดไขมันชั้นดีที่จำเป็นต่อการป้องกันการแข็งตัวของเลือดจึงช่วยในการป้องกันการเป็นโรคหัวใจแหลอดเลือดและประโยชน์ที่สำคัญของน้ำมันปลา คือ ป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคหัวใจ ความดันเลือดสูง ข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ไมเกรนและเบาหวาน นอกจากนี้ยังป้องกันโรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไตและอื่นๆได้อีกด้วย น้ำมันปลาแซลมอนต่างจากน้ำมันตับปลาตรงที่น้ำมันตับปลาจะมีวิตามินAและDสูง จึงเหมาะสำหรับเสริมสร้างกระดูกและสายตามากกว่า    คุณสมบัติของ VISTRA Salmon Fish Oil มีดังนี้คือ

  • ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและสมองขาดเลือดชั่วคราว เพราะการรับประทานน้ำปลาเป็นประจำจะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและช่วยลดไขมันในเลือดจึงป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่จะไปเลี้ยงหัวใจและสมอง

  • ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันจะยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้นขลดความดันโลหิตสูง หลอดเลือดขยาย ป้องกันการอุดตันของหลอดลเลือดทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จึงทำให้ความดันลดลงได้

  • ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและข้อเสื่อม จะช่วยลดการสร้างสรที่ก่อให้เกิดการอักเสบและยังช่วยลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดข้ออีกด้วย

 

VISTRA Salmon Fish Oil เหมาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ คือ คนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป คนที่สูบบุหรี่จัด คนที่ชอบรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง คนที่ทำงานนั่งโต๊ะประจำและขาดการออกกำลังกาย คนที่มีภาวะไขมันในเลืดสูง คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดอุดตัน และคนที่เป็นความดันโลหิตสูง วิธีการรับประทานเพียงแค่รับประทานครั้งละ 1 เม็ดพร้อมมื้ออาหารเท่านั้นเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานอย่างมากควรจะหาอาหารเสริมชนิดอื่นที่เหมาะสมไปรับประทานดูค่ะและต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและต้องหมั่นออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ เพราะการทานอาหารเสริมอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นได้มันต้องทำพร้อมกับการดูแลตัวเองไปด้วยกัน

เราจะเห็นได้ว่าสินค้าอินเทรนด์ อย่าง VISTRA Salmon Fish Oil จะเน้นไปในเรื่องของหัวใจและหลอดเลือดเป็นสำคัญซึ่งมันมีผลต่อสมองอย่างมากถ้าเลือดไปหล่อเลี้ยงสมองของเราไม่เพียงพอก็จะทำให้สมองของเราขาดเลืดและเป็นอันตรายในที่สุด ที่สำคัญคือน้ำปลานี้ยังสามารถช่วยป้องกันได้อีกหลายโรคมากมายทั้ง เบาหวาน ความดัน หลอดเลือด หัวใจ มันจึงกลายเป็นอาหารเสริมที่จำเป็นต่อสมองอย่างมาก เพราะฉะนั้นเพื่อนๆคนไหนที่รู้ตัวตัวเองและคนรอบข้างกำลังพบเจอกับปัยหาสุขภาพต่างๆเหล่านี้ควรที่จะหาซื้อมารับประทานเพื่อนเป็นการป้องกันและบำรุงไปก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ

 

 

ทดสอบขับ New Honda Acord 2.4 EL 2016 ใหม่ สมรรถนะและความรู้สึกขับขี่

 

   108plaza ในครั้งนี้ก็มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ในกลุ่มสินค้าประเภทรถยนต์นั่งซีดานขนาดกลางอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมของบ้านเราอย่าง Honda Accord ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 EL ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่มาเมื่อไม่นานนี้ ก็เป็นช่วงปลายปี 2016 นี้เอง แน่นอนว่าเป็นรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม ที่อาจจะเหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มผู้บริหารที่อยากได้รถยนต์ที่ให้ได้ทั้ง่ความสะดวกสบาย ความหรูหราและดีไซน์ดูโฉบเฉี่ยว แต่ที่เด่นไปกว่านั้น ในการปรับเปลี่ยนโฉมครั้งนี้ที่ฮอนด้าเองอัดแน่นมาก็คงไม่ใช่แค่รูปโฉมภายนอกเท่านั้น แต่ยังใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยมาเต็มคัน สมรรถนะจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลย

 

 

   สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปนั้น อาทิเช่น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เน้นความสปอร์ดมากขึ้น พร้อมกับไฟหน้าดีไซน์ใหม่ เป็นไฟแบบ LED แบบ Full option รวมถึงไฟตัดหมอกแบะไฟ Daytime และก็ยังมาพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างด้านข้างในขณะเลี้ยวแบบ ACL ไฟท้ายก็มีการดีไซน์ใหม่ ให้ดูลงตัวมากขึ้น รวมไปถึงออฟชั่นกระจกมองข้างด้านซ้ายที่สามารถปรับองศาได้อัดในมัติในขณะถอยจอด ในขณะที่ภายในห้องโดยสารนั้น ก็ยังคงเดิม แต่มีการเปลี่ยนโทนสีให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น แต่ในรุ่น 2.4EL นี้จะไม่มีซันลูฟไฟฟ้ามาให้ แต่ก็ยังมีระบบเครื่องเสียงภายในรถที่เด่นในเรื่องของ subwoofer คุณภาพดี เสียงกระหึ่มเป็นเอกลักษณ์ที่ฮอนด้าให้มาในรถหลายๆ รุ่นตั้งแต่รุ่นล่างลงมาเลยทีเดียว พร้อมกับมีม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างมีมาให้อีกด้วย

 

 

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่มีมาในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ นั่นก็คือ ขุมพลังที่ให้มาใน Accord 2.4 EL ก็เป็นเครื่องยนต์ความจุ 2.4 ลิตร DOSC Ivtec 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 6200 รอบ ให้แรงบิดสูงสุด 225 นิ้วตัน-เมตร ที่ 4000 รอบ โดยมีการพัฒนาเครื่องยนต์ภายใต้เทคโนโลยีของฮอนด้าเองที่เรียกว่า เอิร์ธดรีม พร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ แต่อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญและเหนือกว่าคู่แข่งข้ามค่ายก็คือ เครื่องยนต์บล็อกนี้รองรับเชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานทางเลือก E85 ได้อีกด้วย

   ในการทดสอบขับขี่ฮอนด้า Acoord คันนี้ ซึ่งความรู้สึกแรกที่ได้เข้าไปขับก็พบว่ามันมีดีไซน์ที่ดูลงตัวไม่น้อย พร้อมทั้งมีความสะดวกสบาย หรูหรา และสปอร์ด วัยรุ่น วัยทำงาน ที่อยากจะได้รถระดับพรีเมี่ยม ก็สามารถใช้งานได้ พูดง่ายๆ ว่าเป็นรถนั่งขนาดกลางที่วัยรุ่นขับแล้วไม่ดูแก่ เมื่อเข้าไปนั่งแล้วก็สามารถที่จะปรับเบาะได้แบบไฟฟ้า รวมไปถึงออฟชั่นเสริมต่างๆ ภายในรถก็ถือว่าใช้งานได้ง่าย หยิบจับสั่งการต่างๆ ก็ดีไซน์มาได้ลงตัวดี แต่ถ้าใครที่ไม่คิดมากเรื่องของ ซันลุฟไฟฟ้า แล้วละก็ ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจ เพราะซันลูฟไฟฟ้านั้นมีให้แค่ในรุ่นไฮบริจเท่านั้นเอง ซึ่งบ้านเราเองก็เป็นเมืองร้อน บางท่านก็คิดว่าอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ ส่วนการขับขี่ในช่วงแรก ก็ถือว่าเป็นรถที่ควบคุมง่าย ถึงแม้ว่าจะมีตัวถังที่ใหญ่ แต่ถ้าใครที่ชินกับรถขนาดเล็ก ก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนความรู้สึก จังหวะในการเร่งแซงต่างๆ รวมไปถึงระยะห่างที่อาจจะต้องปรับความคุ้นชินสักระยะหนึ่งก่อน แต่ก็มีระบบช่วยขับขี่มาให้ครบก็ถือว่าไม่ได้ยากเกินไป พวงมาลัยสามารถควบคุมได้แม่นยำดี แต่อีกหนึ่งจุดที่ต้องติงและคิดว่ามีในรถฮอนด้าหลายๆ รุ่น หลายๆ คัน ก็คือ ถ้าขับขี่ในช่วงความเร็วสูง น้ำหนักของพวงมาลัยจะรู้สึกว่าเบาไปนิด ทำให้ต้องมีสมาธิในการควบคุมรถมากขึ้น

   ในด้านของอัตราเร่งนั้น ฮอนด้า เองพอให้อารมณ์แบบหลังติดเบาะได้บ้าง ด้วยการส่งผ่านเกียร์แบบ 5 จังหวะ ซึ่งคิดว่าอาจจะมีน้อยไปนิด แต่คิดว่าดีกว่าระบบเกียร์แบบ cvt ทั่วไปแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าจะมีหลังติดเบาะบ้างในช่วงแรงต้น แต่การปรับจูนอัตราทดของเกียร์นั้น ก็พบว่ายังคงนิ่มนวล ไหลลื่นแบบต่อเนื่องได้ดี ส่วนระบบช่วงล่างนั้น ถ้าใครที่เน้นความสปอร์ด หนึบๆ จะค่อนข้างชอบ เพราะบางครั้งรู้สึกว่ามันแข็งกระด่างไปหน่อย แต่ก็ยังคงให้ความนุ่มนวล แต่จะไม่นุ่มนวลมากเหมือนรถในระดับเดียวกันในค่ายคู่แข่ง ก็เรียกว่าทางคดโค้ง ฮอนด้า accord ก็ซัดกันเต็มๆ เข้ากันแบบมั่นใจได้ดี

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่ประทับใจในรถคันนี้ก็คือการประหยัดน้ำมัน ในการขับขี่นอกเมืองที่ความเร็วคงที่ประมาณ 120 กม./ชม. จะได้ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 14 กม./ลิตรได้ ก็ถือว่าเป็นการจูนเกียร์ให้ได้รอบเครื่องที่ค่อนข้างต่ำ ก็ถือว่าน่าใช้งานดีไม่น้อยเลยทีเดียวแต่การใช้งานในเมืองก็ต้องยอมรับว่าตัวเลข ตัวเดียว ก็มีให้เห็นเหมือนกัน

   

รีวิว DreamWave VOX Bluetooth Speaker จัดเต็มทุกพลังเสียงแบบนุ่มนวล ไพเราะเพราะพริ้ง

 

   DreamWave ถ้ากลุ่มของคนที่รักในการฟังเพลงจะรู้ดีเลยว่าแบรนด์นี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เป็นแบรนด์มาจากทางฝั่งอเมริกา แล้วในตอนนี้ ก็มีลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์นี้มารีวิวเช่นเดียวกัน โดยมีชื่อรุ่นว่า DreamWave VOX ที่มาพร้อมกับกำลังขับ 20wrms พร้อมระบบเสียงสเตอริโอ 2.0 ในบอดี้เดียวกัน พร้อมกับฟังก์ชั่นแบบลำโพงพกพา ที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว และการเชื่อมต่อบลูทูธ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันเลย

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานโดยละเอียดของลำโพงพกพารุ่นนี้ ก็มีบอกเอาไว้ว่า สามารถใช้งานแบตเตอร์รี่ได้นานถึง 7 ชั่วโมง ในกรณีที่เปิดเสียงในระดับสูงสุด max volume กันเลย แต่ถ้าหากว่าเปิดที่ระดับเสียงเบากว่านั้น เปิดที่ระดับเสียง 2 ใน 3 ของระดับเสียงทั้งหมด จะใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องได้ที่ 18 ชั่วโมง ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานแบบนี้ก็เพราะว่า ภายในตัวลำโพงเอง ให้ความจุแบตเตอร์รี่มาที่ 6,000 mAh กันเลยทีเดียว ฟังก์ชั่นถัดมา เวอร์ชั่นบลูทูธเป็นแบบเวอร์ชั่น 4.0 พร้อมมาตรฐานการการันตี MPX ที่สามารถเชื่อมต่อได้สายได้เสถียร เสียงไม่ขาดๆ หายๆ แน่นอน พร้อมกับเวอร์ชั่นบลูทูธที่ประหยัดพลังงาน แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่จะข้ามไปไม่ได้ ก็คือเนื่องจากให้ความจุแบตมาเยอะ แน่นอนว่าสามารถใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ให้กับสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาได้ด้วย จะมีช่อง USB port อยู่ จ่ายกระแสไฟที่ 1A อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา รองรบการเชื่อมต่อบลูทูธแบบแตะแล้วติด NFC นั่นเอง ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่มีฟังก์ชั่นนี้ก็เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น ถัดมาอีกหนึ่งฟังก์ชั่น ที่จะขาดไปไม่ได้ในลำโพงบลูทูธ ก็คือ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ด้วย สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ ก็ถือว่าเป็นลำโพงพกพาอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ครบครัน แต่อาจจะไม่ Full Option มากนัก เพราะยังกันน้ำไม่ได้ แต่บอดี้ส่วนใหญ่ภายในค่อนข้างแข็งแรง ทนทานดี สามารถเอาไปลุยๆ ได้ แต่ระวังเรื่องตกน้ำแค่นั้นเอง

   นอกจากฟังก์ชั่นที่ครบครันแล้ว ภายในตัวลำโพงบลูทูธเอง ก็อัดแน่นมาด้วยดอกลำโพงหรือ driver มากมายเลย เริ่มตั้งแต่ ลำโพงแบบ Full range ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 ตัว และ มีลำโพงแบบ passive radiator ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 ตัวเช่นเดียวกัน ยังไม่หมด ยังมีดอกลำโพงเสียงแหลมหรือ twitter ขนาด 1 นิ้ว อีกจำนวน 2 ตัวเช่นเดียวกัน ทั้งหมดก็อย่างละ 2 ตัว เป็นแบบ สเตอริโอ อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้น พร้อมระบบเสียงแบบ 360 องศา ฟังได้รอบทิศทางได้ยินเสียงที่ครบทุกมิติเสียงแบบมุมไหนก็ฟังได้เหมือนกัน ตั้งเอาไว้กลางบ้านหรือกลางงานปาร์ตี้เล็กๆ ฟังเพลงได้เหมือนกันทุกคน ได้ยินเหมือนกันทุกคน แต่ที่เด่นๆ เลยอีกหนึ่งฟังก์ชั่นย่อย ก็คือ ลำโพงรุ่นนีจะมีระบบที่เรียกว่า anti-distortion circuiltry นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวงจรที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อป้องกันเสียงเบสกระพือ หรือ เสียงเบสที่อื้ออึง ซึ่งจะสามารถอธิบายได้เพิ่มเติมแบบนี้ว่า สมมติว่ามีเสียงเบสดังขึ้นมาลูกหนึ่ง แล้วตัว passive radiator ยังคงดังขึ้นเกินกว่าเบสหนึ่งลูก จนเสียงมันอื้ออึงออกมา ตรงนี้ระบบจะสามารถตัดเสียงนี้ให้ตัวดอกลำโพง woofer มีคลื่นความถี่ที่สวนทางกันกับความถี่ต่ำหรือย่านเสียงเบส ก็กลายเป็นตัวหักล้างกัน แน่นอนว่าระบบวงจรแบบนี้จะช่วยให้เสียงเบสมันกระชับมากขึ้น เบสเป็นลูกๆ มากขึ้น แต่เดียวเราจะมีรีวิวเรื่องของแนวเสียงกันอยู่ในช่วงท้ายๆ แน่นอน ส่วนภายในกล่องก็จะมีอุปกรณ์เสริมที่แถมมาให้ก็จะมีคู่มือการใช้งานต่างๆ พร้อมกับใบรับประกัน และก็จะมีสายแจ็ค input 3.5 แถมมาให้ 1 เส้นความยาวประมาณ 50 ซม. และมีสายชาร์จแบตพร้อมอแด็ปเตอร์หัวชาร์จตรงรุ่นมาให้เลยในกล่อง

   สำหรับตัวลำโพงบลูทูธนั้นเมื่อได้สัมผัสก็รู้สึกว่าวัสดุที่นำมาทำดูพรีเมี่ยม แข็งแรง ดีไซนืเป็นทรงคอนโด มีสายหิ้วมาให้ น้ำหนักตัวลำโพงอยู่ที่ 1.9 กก. อาจจะหนักไปนิด ใส่กระเป๋าเดินทางไปได้ ขนาดตัวลำโพงความสูง 26.5 ซม. ความกว้าง-ยาว 12 ซม. ในส่วนของแนวเสียงของลำโพงรุ่นนี้ ต้องบอกว่าเป็นลำโพงที่มีสไตล์ไม่ได้ออกไปทางกลางแจ้งมากนัก ที่เน้นความมันส์ แบบนั้นไม่ใช่ ไม่ตอบโจทย์แบบนั้น แต่จะเป็นสไตล์เสียงสดๆ เล่นดนตรีสดๆ ร้องสดๆ เสียงมากกว่า ให้ความรู้สึกว่าเราไปฟังดนตรีสดๆ แบบนั้นเลย จะให้มิติเสียงเบสที่ฟังแล้วนุ่มหู พร้อมกับมิติเบสที่ลงได้ลึกแถมกระชับอีกต่างหาก เสียงกลาง เสียงร้องเอง ค่อนข้างที่จะไปในทางโปร่งๆ ฟังได้ชัดเจน มีความหวาน อบอุ่นนิดๆ ในย่านเสียงกลาง พร้อมกับเสียงแหลมที่ใสๆ สำหรับราคานั้นจะอยู่ในงบ 6,000 บาทยังมีทอน ก็ลองไปหาทดสอบฟังด้วยหูดูด้วยตาของทุกท่านกันได้เลย

รีวิว Lifesmart Tag Button ตัวช่วยสำหรับคนขี้ลืม ลืมของมีค่าต่างๆ ตัวนี้ช่วยเตือนคุณได้

 

   Lifesmart Tag Button เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ทำมาช่วยคนที่ขี้หลงขี้ลืมโดยเฉพาะเลย ลืมกระเป๋า ลืมกล้องถ่ายรูป ลืมกุญแจรถ กุญแจบ้าน ลืมอะไรหลายๆ อย่างที่มักจะพกพาออกนอกบ้านกันเป็นประจำๆ gadget ตัวนี้สามารถช่วยคุณได้ เป็นคล้ายๆ กับ Tag อีกหนึ่งตัวที่จะคอยแจ้งเตือนเวลาสิ่งของนั้นๆ ออกห่างตัว แต่มันมีรายละเอียดการใช้งานที่มากไปกว่านั้น ไปเจาะลึกถึงฟังก์ชั่นการใช้งานกันเลย

   สำหรับ Lifesmart Tag ตัวนี้มีเปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และก็สีฟ้า ซึ่ง gadget ตัวนี้เองก็จะมีหน้าตาเป็นรุปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดเล็กๆ ซึ่งจะเป็น Tag ที่มีการใช้งานง่ายๆ ก็คือว่า เจ้าตัว Tag นี้จะต้องเชื่อมต่อแบบผูกเข้าด้วยกันกับสมาร์ทโฟนของเรา ผ่านทางบลูทูธ เมื่อไหร่ที่ตัว Tag กับสมาร์ทโฟนที่ผูกกันแล้วออกห่างกันเกินระยะที่มันตั้งเอาไว้ มันจะค้องเตือน จะร้องเตือนทั้งที่ตัวสมาร์ทโฟนเอง และ ร้องเตือนที่ตัว Tag ด้วย ดังนั้น หลักการง่ายๆ ของคนขี้ลืมก็คือว่า เมื่อท่านขี้ลืมอะไรก็พอตัว Tag นี้ไปติดไว้ที่สิ่งของนั้นๆ ลืมกระเป๋า เอาไปใส่ไว้ในกระเป๋า ปกติเราพกสมาร์ทโฟนไว้ในกระเป๋ากางเกงอยู่แล้ว หรือ ถ้าไม่ชอบพกมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง ก็เอา Tag ตัวนี้ใส่กระเป๋ากางกงหรือติดตัวเราเอไว้ ให้ทั้งสองตัวมันอยู่ติดตัวเราอ่างใดอย่างหนึ่ง เท่านั้นเอง เมื่อเราลืม เดินออกห่างจากสิ่งของนั้นๆ เมื่อไหร่ ก็จะแจ้งเตือนทันที นี่คือหลักการใช้งานแบบง่ายๆ ของ Lifesmart Tag ตัวนี้เลย

   วิธีการใช้งานของสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้ มันก็ไม่ยากเลย เมื่อได้ตัว Tag มาแล้ว ก็สามารถผูกเข้ากับสมาร์ทโฟนของเราด้วยสัญญาณบลูทูธ ผ่านตัวแอปพลีเคชั่นที่ชื่อว่า Lifesmart เช่นเดียวกัน รองรับทั้ง iOS และ Android ตัว Tag เองมีน้ำหนักที่เบา เบาเพียงแค่ 9 กรัมเท่านั้นเอง เมื่อเปิดเครื่องผูกกันเรียบร้อยแล้ว ระยะห่างของตัว Tag กับสมาร์ทโฟนที่มันจะดังแจ้งเตือนขึ้นมาว่าเราอาจจะลืมของแล้วนะหรือของสำคัญเราออกห่างตัวไปแล้ว อาจจะโดนขโมยไปแล้ว อย่างงี้เป็นต้น ระยะห่างจริงๆ จะอยู่ที่ประมาณ 10-20 เมตร ขึ้นอยู่กับที่โล่งหรือที่ที่มีสิ่งกีดขวาง ก็จะแจ้งเตือนในระยะที่สั้นแตกต่างกันไป แต่เมื่อตัวมือถือดังเตือนแล้ว เราหาของไม่เจอ แต่แนะนำว่าควรพกสมาร์ทโฟนไว้ติดตัวตลอด ห้ามเอาตัว Tag กับสมาร์ทโฟนเราใส่ไปในที่เดียวกัน มันก็จะไม่รู้เลยว่าของหายหรือไม่ แต่ถ้าในกรณีหาของไม่เจอ เราสามารถเปิดดูในตัวแอปได้ว่า พิกัดสุดท้ายที่เราสามารถตรวจดูได้ว่าของเราอยู่ตรงไหน แต่บนตัวแอปเองจะไม่แจ้งเตือนพิกัดแบบ realtime แต่จะกดตรวจสอบได้ว่าไปอยู่ที่พิกัดไหนได้แล้วบ้าง สำหรับที่ตัว Tag เองก็จะมีปุ่มอยู่ด้านหลัง ต้องกดเปิดก่อน จะมีเสียงดังขึ้นมา พร้อมกับมีไฟกระพริบสีฟ้าดวงเล็กๆ อยู่ด้านหลัง ภายในตัว Tag เองต้องใส่ถ่าน ต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา มีถ่ายใส่มาให้แล้ว 1 ก้อน แถมมาให้ในกล่องอีก 1 ก้อน เป็นถ่ายนาฬิกาก้อนเล็กๆ หาซื้อเปลี่ยนได้ทั่วไป ภายในตัวแอปของ Lifesmart เองนั้นก็จะมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันเยอะแยะมากมายตามการใช้งาน แต่เวลาที่เราจะผูกตัว Tag ก็ต้องเลือกอุปกรณ์ชนิดนั้นๆ ด้วยเพื่อให้จับคู่กันได้ถูกต้องนั่นเอง จากนั้น ที่ตัวแอปเอง เราจะสามารถผูกตัว Tag หลายๆ ตัวได้กับสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็ได้ด้วย สมมติว่าเราขื้ลืมมากๆ ก็ซื้อ Tag มา 3 ตัว ติดเอาไว้กับกระเป๋าตังค์ ติดเอาไว้กับกล้องถ่ายรูป ติดเอาไว้กับกุญแจรถ อะไรแบบนั้น ก็จะตั้งชื่อของ Tag แต่ละตัวเอาไว้บนแอปได้ จากนั้นเมื่อเราออกห่างจาก Tag ตัวไหนที่ติดเอาไว้กับสิ่งของของเรา ก็จะแจ้งเตือนทันที แต่ในกรณีที่บางท่านชอบลืมมือถือ ชอบหามือถือไม่เจอภายในบ้าน ไม่รู้เอาไปวางไว้ที่ไหน พก Tag ตัวนี้เอาไว้ติดตัว เราสามารถที่จะกดปุ่มที่ตัว Tag 2 ครั้ง เป็นการเรียกหามือถือ เสียงก็จะดังขึ้นมาที่มือถือ ทำให้เราหามือถือเราเจอได้ด้วยเสียง

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget ที่ผลิตขึ้นมาช่วยคนที่ขี้หลงขี้ลืม ชอบทำของมีค่าของตัวเองหาย ก็สามารถซื้อมาใช้งานได้ สามารถที่จะตั้งค่าเสียงแจ้งเตือนได้ หรือ ในขณะที่แบตเตอร์รี่หรือตัวเครื่องขาดการติดต่อ ที่มือถือก็จะแจ้งเตือนได้อีกเช่นเดียวกัน ก็ถือว่าฟี่เจอร์การใช้งานในเบื้องต้นนี้ก็ครบถ้วนดีเลยทีเดียว

REVIEW ลำโพงบลูทูธ JBL Charge 2+ ลำโพงสำหรับคนชอบปาร์ตี้

 

วันนี้เราจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เอาใจคนชอบปาร์ตี้ รักการสังสรรค์ รักในเสียงเพลงเป็นพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าในปาร์ตี้มันจะขาดเสียงเพลงไปไม่ได้เลย ถ้าปาร์ตี้ไหนไม่มีเสียงเพลงรับรองได้ว่าปาร์ตี้ไม่สนุกดูน่าเบื่อแน่นอน ซึ่งนิสัยของคนไทยโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นวัยที่ต้องการจัดปาร์ตี้สูงมากไม่ว่าจะช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดตามแทศกาลต่างๆทั้งในและนอกสถานที่ ทั้งต่างจังหวัดและในเมืองเพราะมันเป็นการที่เราได้พบเจอเพื่อนฝูง พูดคุยทัศนคติกัน แต่สำหรับปาร์ตี้ที่จัดขึ้นในครอบครัวก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเป็นการสร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในครอบครัวได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ อาหารคาวหวานต่างๆ เช่นกัน ผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้ปาร์ตี้ของเราไม่น่าเบื่อแถมเพิ่มความสนุกจากเดิมนั้นได้แก่ ลำโพงบลูทูธ JBL Charge 2+ มันจะทำให้ปาร์ตี้ของเราดูสนุกขึ้นมาในทันที โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือที่มีเสียงเบาไปหรือเปิดเพลงจากเครื่องเสียงสตูดิโอที่มีเสียงดังมากเกินไปที่สำคัญคือมีขนาดเล็กสามารถจัดปาร์ตี้นอกสถานที่ได้อย่างสะดวกสบายกันเลยทีเดียว ซึ่งโดยปกติทั่วไปถ้าเรามีการจัดปาร์ตี้นอกสถานที่แล้วเราต้องการจะให้ปาร์ตี้มีเสียงเพลงเราก็จะต้องจัดเตรียมเครื่องเสียง ลำโพง แผ่นเพลงต่างๆไปด้วยซึ่งทำให้เราเสียเวลามากและมันยังเป็นการจัดปาร์ตี้แบบเดิมๆ ซึ่งตอนนี้เรามีตัวช่วยดีๆแล้วเราควรจะลืมการจัดปาร์ตี้แบบเก่าๆแบบเดิมๆไปได้เลยทิ้งมันไว้ที่บ้านแล้วออกไปจัดปาร์ตี้แบบใหม่กันได้เลยค่ะ

 

คุณสมบัติของลำโพงบลูทูธ JBL Charge 2+มีดังนี้

เป็นลำโพงพกพาที่ใช้งานผ่านบลูทูธ มีสีสันเพิ่มมากขึ้นจากรุ่นก่อน มี 8 สีให้เลือกใช้ได้แก่ สีส้ม สีเทา สีดำ สีน้ำเงิน สีชมพู สีแดง สีเหลืองและสีเขียวมิ้นท์ เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบตามสีที่ถูกโฉลกได้เลยเพราะมีสีให้เลือกที่หลากหลาย

กันน้ำได้แต่กันได้แค่น้ำกระเด็นเท่านั้น แต่ถ้าในกรณีที่ตกน้ำหนือเหตุอื่นก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติแต่ต้องรอให้แห้งก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเรา เพราะอาจจะเกิดไฟช็อตได้

แบตเตอรี่มีขนาด 6,000 มิลลิแอม ใช้งานได้ถึง 12ชั่วโมงต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง ซึ่งถือว่านานมาก

เสียบ USB หรือ Power bank ได้

ใน Party mode สามารถเชื่อมต่อกันได้ถึง 3เครื่อง โดยเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ และมีไมโครโฟนด้วย

เมื่อแกะกล่องออกมาสิ่งที่เราจะได้ คือ ลำโพงบลูทูธ มีฟองน้ำกันกระแทกสีดำ แต่จะไม่มีกระเป๋าสำหรับใส่ลำโพงมาให้ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตามจะไม่มีกระเป๋าเลย ลำโพงทุกสีจะมี Adapterส้มเหมือนกันหมด มีสาย USB ที่เป็นสายแบนๆ โดยจะไม่หักง่ายเหมือนรุ่นอื่นที่มีลักษณะเป็นสายกลม มีคู่มือแนะนำวิธีการใช้

 

   ถ้ามาพูดถึงเรื่องเสียงของลำโพงนี้ เมื่อเทียบจากขนาดตัวแล้วถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวให้เสียงเบสที่แน่น เรื่องความก้องกังวานก็ทำได้ดี ตัวเครื่องจะเป็นทำจากพลาสติกผสมกับยาง ส่วนแผงด้านหน้าที่เป็นลำโพงทำจากโลหะจึงให้เสียงที่กระชับขึ้นจากรุ่นก่อนมาก ที่สำคัญคือกันน้ำได้พอกระเด็นเท่านั้น แต่ถ้าลำโพงเกิดตกน้ำหรือมีเหตุอื่นที่ทำให้ลำโพงต้องจมน้ำหรือแช่อยู่ในน้ำก็ยังใช้งานได้อย่างปกติแต่ไม่แนะนำให้ลองค่ะเพราะลำโพงนี้มันไม่ได้กันน้ำแบบ100%เต็มเพียงแค่กันน้ำได้แค่กระเด็นเท่านั้น ส่วนช่องที่เสียบ USB ที่อยู่ด้านหลังจะไม่มีฝาปิดถ้าหากตกน้ำหรือดนน้ำต้องทำให้แห้งก่อน เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

   เมื่อเรารู้จักคุณสมบัติของลำโพงบลูทูธนี้ไปแล้วแน่นอนว่าหลายๆคนที่ชอบการจัดปาร์ตี้ต้องกำลังสนใจมันอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ชอบปาร์ตี้เท่านั้นที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ คนที่รักในเสียงเพลงชอบฟังเพลงก็ถือว่าเหมาะเช่นเดียวกันอาจจะใช้เป็นเพื่อนคลายเหงาก่อนจะนอนเปิดเบาๆกล่อมเราให้หลับถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ทั้งมีขนาดที่เบา พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกโดยเฉพาะการจัดปาร์ตี้นอกสถานที่ที่ต้องการเสียงเพลงนี่จะขาดไม่ได้เลย มันทำให้เราประหยัดเวลาในการจัดเตรียมเครื่องเสียงและลำโพงที่มีขนาดใหญ่เหมือนงานวัดทั้งยังเคลื่อนย้ายยากเพราะมีน้ำหนักที่หนักมากเช่นกัน ลำโพงนี้มีขนาดที่เล็กแล้วเสียงก็ไม่ดังจนน่ารำคาญเกินไปมันมีเสียงที่กระชับนุ่มขึ้น ใช้ฟังเพลินยามค่ำคืนก้ไม่เลวนะคะแถมเสียงไม่รบกวนคนอื่นอีกด้วย เพื่อนๆที่สนใจสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ลองไปหาซื้อและจับจองเป็นเจ้าของกันได้นะคะเพราะมันจะทำให้เรากลายเป็นคนที่รักในเสียงเพลงไปเลยค่ะ

รีวิว Q Acoustics BT3 Wireless Hifi ลำโพงตั้งโต๊ะแบบครบเครื่อง Multi Media ที่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธได้ส่งตรงจากอังกฤษ

 

   สำหรับแบรนด์ Q Acoustics นั้นเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังมาจากเกาะอังกฤษ สไตล์เสียงก็จะออกไปทางโทนผู้ดีอังกฤษแน่นอน เป็นลำโพงแบบตั้งโต๊ะหรือแบบ Bookshelf ที่เหมาะสำหรับใช้ภายในบ้าน ห้องเล็กๆ ตามคอนโดต่างๆ หรือวางไว้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นเดียวกัน มันสามารถที่จะรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายทั่วไปและแบบไร้สาย ก็จะเรียกได้ว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ซึ่งตามประวัติของแบรนด์เอง ก็ก่อตั้งมาเมื่อปี 2006 ก็ถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ในวงการ ที่ชูโรงมาว่าเขาวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเป็นสินค้าที่เน้นเรื่องของเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ไม่ต้องพูดเรื่องประวัติที่ยาวนานเป็นหลายสิบปี ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องคุณภาพจะคุ้มค่าในราคาที่เราควรซื้อหรือไม่นั้นมันอีกเรื่องหนึ่ง ไม่รอช้าไปรีวิวกันเลยว่าจะดีจริงหรือไม่

   สำหรับรายละเอียดการใช้งานของลำโพงรุ่นนี้ Q Acoustics BT3 ก็จะเป็นลำโพงแบบ active หมายความว่าจะมีภาคขยายในตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาเพาเวอร์แอมป์มาขับเสียงแต่อย่างใด มีกำลังขับอยู่ที่ 50 watts ต่อข้าง รวมกันก็จะเป็น 100 watts นั่นเอง ก็ถือว่าค่อนข้างมีกำลังขับที่สูงมาก พร้อมกับรายละเอียดภายในตัวลำโพงแต่ละใบนั้น ก็จะมีดอกลำโพงแบบ Woofer ขนาด 4 นิ้วจำนวน 1 ตัวต่อข้าง พร้อมกับดอกลำโพงเสียงแหลม Twitter ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ตัวต่อข้าง พร้อมกับการขับเสียงแบบ 2 ทาง แบบสเตอริ์โอ แยกเสียงซ้าย-ขวาอิสระ และแยกกำลังขับเสียง woofer และ twitter อิสระด้วย ก็ทำให้ผลที่ได้นั้นมันมีความผิดเพี้ยนที่น้อยมาก หรือ แทบจะไม่มีความผิดเพี้ยนเลย

   สำหรับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงบลูทูธรุ่นนี้นั้น ก็จะมีทั้งหมด 3 function input ด้วยกัน ก็จะประกอบไปด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธนั่นเอง ให้บลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 แล้วด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างใหม่และใช้งานได้ดี พร้อมกับการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ได้ระยะทางไกล สัญญาณก็ไม่ขาดๆ หายๆ อีกด้วย อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา ก็คือ สามารถเชื่อมต่อแบบ digital optical ได้ด้วย อีกหนึ่งฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสุดท้าย ก็คือ จะสามารถเชื่อมต่อแบบอานาร็อกได้ ก็จะแยกเป็นสายแจ็คแบบ RCA Phono Shockets สามารถที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลง ดีวีดี วีซีดี ต่างๆ ได้ รวมไปถึงการเชื่อมต่อแบบแจ็ค 3.5 มม. ก็สามารถทำได้ด้วย ส่วนวิธีการควบคุมนั้น จริงๆ แล้วจะสามารถควบคุมการใช้งานและเลือกโหมดการใช้งานได้ทั้งที่ตัวลำโพงเอง แต่ก็จะมีตัวรีโมทควบคุมแบบไร้สายมาให้ด้วย ซึ่งในทุกๆ ฟังก์ชั่นที่มีก็จะสามารถควบคุมจากตัวรีโมทได้เช่นเดียวกัน

   การใช้งานและการเชื่อมต่อติดตั้งตัวลำโพงก็จะไม่ได้ยุ่งยากอะไร ที่บริเวณด้านหลังตัวลำโพงด้านขวา จะมีช่องเชื่อมต่อต่างๆ เอาไว้ครบเลย เราก็สามารถที่จะเสียบปลั๊กเชื่อมต่อต่างๆ รวมไปถึงเชื่อมต่อสายลำโพงด้านซ้ายเข้าด้วยกัน เพราะลำโพงชุดนี้ยังคงใช้การเชื่อมต่อแบบมีสายลำโพงอยู่ ยังไม่ใช่แบบ wireless แต่อย่างใด ตัวสายก็จะมีแถมให้มาภายในกล่องแล้ว ความยาวประมาณ 2.5 เมตร ก็คำนวณระยะห่างจากด้านขวาไปด้านซ้ายให้เหมาะสมกับห้องของทุกท่านกันได้ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามาและยังไม่ได้กล่าวถึงในเรื่องของฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อก็คือ ลำโพงรุ่นนี้สามารถที่จะเชื่อมต่อแบบ subout ได้ คือในกรณีที่บางท่านชื่นชอบเสียงเบสแบบกระหึ่มๆ อยากจะเพิ่มมิติเสียงเบสเข้าไปอีก ก็จะต้องไปมองๆ หาลำโพง subwoofer แยกต่างหากมา แต่ก็สามารถที่จะเชื่อมต่อสัญญาณจากลำโพงชุดนี้ออกไปได้ ส่วนข้อแนะนำเพิ่มเติม เกี่ยวกับช่อง line in ที่มีให้เลือกใช้งานกันทั้ง RCA และ 3.5 ซึ่งอยากจะแนะนำว่าการใช้งานที่เหมาะสมกับเครื่องเล่นซีดี ดีวีดี ควรที่จะใช้ช่อง RCA ขาว-แดง เพราะ gain balance สัญญาณจะทำมาได้เหมาะสมกว่า ส่วนช่องแจ็ค 3.5 ก็จะเอาไว้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค อะไรแบบนั้น แต่ถ้าไปเชื่อมต่อผิดลักษณะ สัญญาณขาเข้ามันจะไม่เหมือนกัน สัญญาณจะมีความแรงมาก แรงน้อยที่ต่างกัน บางทีเสียงที่ได้ออกมาก็จะไม่ค่อยดังเท่าที่ควรนั่นเองถ้าเสียบผิดช่อง ผิดประเภท

   สำหรับแนวเสียงที่ได้จากลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ หลังจากที่ได้ทดสอบฟังเสียงมาแล้วก็รู้สึกว่าจะออกไปในแนวเสียงของลำโพงมอนิเตอร์ หมายความว่าลำโพงชุดนี้จะไม่ใช่แนวเสียงที่หวานเกินไป หรือ แนวเสียงที่ปรับแต่งมากนัก จะเน้นกลางๆ ต้นฉบับของเสียงมาอย่างไร เสียงที่ได้ยินก็จะตรงตามต้นฉบับ ซึ่งก็จะเหมาะมากเลยสำหรับคนที่เป้น sound engineer ที่ชอบฟังเพลงแล้วได้ตรงตามชนิดเสียงของเครื่องดนตรี ราคาก็จะอยู่ที่ 14,xxx บาท ก็สามารถไปหาทดสอบฟังเสียงจริงๆ กันได้แล้ววันนี้

รีวิว Alcatel Pixi 4 Plus Power สมาร์ทโฟนแบต 5,000 mAh ในราคา 3,790 บาท

 

       เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เปิดตัวกันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้กับแบรนด์ Alcatel ที่ผลิตสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ ราคาประหยัดเพียงแค่ 3,790 บาทเท่านั้นเอง มาพร้อมด้วยความจุดแบตเตอร์รี่ที่ 5,000 mAh กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในราคาเริ่มต้น มีรูปทรงและดีไซน์ที่ดูดี เรากำลังพูดถึงสมาร์ทโฟนที่อยู่ด้านบนนี้ Alcatel รุ่น Pixi 4 Plus Power นั่นเอง จะมีรายละเอียดอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลย

เริ่มต้นการรีวิวก็จะพูดถึงเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องกันก่อนว่าในงบไม่เกิน 4 พันบาทนี้เราได้อะไรมาบ้าง ก็จะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เป็นจอแบบ IPS ให้ความคมชัดระดับ HD ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นมือถือที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่และก็ไม่ได้เล็กจนเกินไปในการใช้งาน แต่หลายท่านอาจจะสงสัยว่า จอ 5.5 นิ้ว แต่ความละเอียดหน้าจอแค่ระดับ HD เท่านั้นเอง จะเพียงพอหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องบอกว่า ถ้าการใช้งานทั่วไป ดู youtube อ่านข้อความ เล่นโซเชียลต่างๆ ที่แสดงผลมาทางหน้าจอนั้น ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างพอเพียงแล้ว ไม่ได้ดูแย่จนภาพเบลอหรือดูไม่รู้เรื่อง ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้คมชัด จอสวย ใส เหมือนจอสเปคสูงๆ แต่อย่างใด แต่ตัวเครื่องเอง ก็เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติก ซึ่งเมื่อเช็คดูงานประกอบต่างๆ ในตัวเครื่องแล้วนั้น ก็พบว่าทำมาได้ดี แน่นหนาดี แต่อาจจะไม่ค่อนสมบุกสมบันสักเท่าไหร่ ถ้าใช้งานกันปกติก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ใครที่ใช้งานลุยๆ ไม่น่าจะเหมาะสักเท่าไหร่ ส่วนสีที่เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานกันในบ้านเรานั้น ก็จะมี 2 สีเท่านั้นเอง ก็จะมีสีขาว และ สีดำ ดีไซน์ตัวเครื่องด้านบนก็ยังคงมีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มม. อยู่ ยังไม่ได้ตัดทิ้งออกไป ส่วนด้านล่างตัวเครื่องนั้น ก็ยังคงใช้พอร์ดเชื่อมต่อที่เป็น micro usb อยู่เหมือนเดิม แต่ความพิเศษของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เนื่องจากว่ามันมีความจุแบตที่ 5,000 mAh นั้น มันสามารถที่จะทำตัวมันเองให้กลายเป็นเพาเวอร์แบงค์ชาร์จไฟให้กับเครื่องอื่นได้ ก็จะเสียบผ่านพอร์ดชาร์จแบตปกติ แล้วก็แชร์แบตเตอร์รี่ให้เครื่องอื่นได้ ดังนั้น มันเหมาะมากเลยสำหรับการเอาไว้เป็นเครื่องสำรอง ไม่ต้องมองหาเพาเวอร์แบงค์ พกเครื่องเดียวก็เหมือนพกเพาเวอร์แบงค์ในยามฉุกเฉินได้ด้วย ส่วนฝากหลังของตัวเครื่องนั้น สามารถถอดได้แต่ไม่สามารถถอดแบตได้ แต่จะสามารถใส่ซิมการ์ดและใส่เมมโมรี่ได้ที่ด้านหลังตัวเครื่อง

prs01

ในส่วนของสเปคภายในของสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้นั้น จะใช้ชิปประมวลผลของ Media Tek MT6580 RAM 1 GB ROM 8 GB ก็เป็นสเปคแบบพื้นฐานที่อาจจะต้องเพิ่มเมมโมรี่เข้าไปอีก เพราะแค่ระบบ OS ก็คิดว่าน่าจะใช้ไปมากแล้วสำหรับหน่วยความจำภายใน เนื่องจากในตัวเครื่องนั้นรอบรับ micro sd card ได้สูงสุดที่ 32 GB

แล้วถ้าถามว่าสมาร์ทโฟนสเปคเท่านี้ จะสามารถใช้งานในด้านไหนได้บ้าง ก็ต้องบอกว่า การใช้งานทั่วไป การโทรเข้า โทรออก การเล่นโซเชียลต่างๆ ทั้ง facebook,instragram , line , twitter และอื่นๆ ก็สามาระเล่นได้ รวมไปถึงการเข้าดู youtube เข้าเว็บไซต์บ้างเล็กน้อย ก็พอที่จะใช้งานได้แล้ว

มาดูกันที่เรื่องของสเปคกล้องของ Alcatel Pixi 4 Plus Power รุ่นนี้กันบ้าง ให้ความละเอียดของกล้องหน้ามาที่ 5 ล้านพิกเซล กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล ที่พิเศษไปกว่านั้น ก็มีไฟแฟลชมาให้ได้ใช้งานกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแบบนี้ ก็มีโหมดบิวตี้มาให้ได้ใช้งานแบบเซลฟี่กันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วย แต่ก็เป็นโหมดบิวตี้แบบเบาๆ คือปรับได้แค่ระดับความบิวตี้เท่านั้น ส่วนการปรับอย่างอื่นๆ อย่าง ผวิเนียน ตาโต คางเรียว อะไรแบบนี้นั้นปรับไม่ได้ แต่กล้องหน้าอาจจะไม่มีโหมดการใช้งานมาให้เลือกเล่นเยอะมากนักเท่ากับกล้องหลัง ซึ่งกล้องหลังเองก็จะมีโหมดทั่วไป โหมดบิวตี้ ถ่ายโพรารอยส์ได้ ถ่ายพาโนรามาร์ได้ ถ่ายคิวอาร์โค๊ตได้ พร้อมกับสามารถเปิดโหมด HDR ได้ พร้อมกับเข้าใช้งานในโหมดโปรแบบเบื้องต้น โดยเลือกที่จะปรับตั้งค่าของกล้องได้เล็กน้อยตามกล้องทั่วไปมี

prs02

ซึ่งคุณภาพของกล้องนั้น ก็ต้องบอกว่าได้คุณภาพของภาพที่ออกมาพอใช้งานได้ ดูรู้เรื่อง สีและแสงต่างๆ อาจจะไม่ได้เนียนตามากนัก แต่ก็เป็นสีที่ตรงพอสมควร การถ่ายในที่มีปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมีจุดด้อยตรงที่แสงน้อยและการคำนวณแสงช่วงการถ่ายย้อนแสงเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องบอกว่าราคาไม่ได้แพงมากนัก เป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่ต้องบอกว่ามีจุดเด่นเรื่องแบต แบตค่อนข้างอึด ใช้งานทั่วไปเกินกว่า 2 วันแน่นอน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใครที่สนใจก็ลองไปหาเล่นกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศมีวางจำหน่ายแล้วในบ้านเราตอนนี้